สิงคโปร์เตรียมให้บริการ “แท็กซี่โดรน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568251

  • วันที่ 20 ต.ค. 2561 เวลา 16:29 น.

สิงคโปร์เตรียมให้บริการ "แท็กซี่โดรน"

สิงคโปร์เตรียมเปิดทดลองให้บริการแท็กซี่โดรนภายในปี 2019

แชลแนวนิวส์เอเชียรายงานว่า บริษัท Volocopter ของเยอรมนีจะเตรียมเปิดทดลองให้บริการแท็กซี่โดรนในประเทศสิงโปร์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 นี้

โดยบริษัทได้มีการเปิดเผยในงาน Autonomy and the Urban Mobility Summit ณ กรุงปารีสของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 18 ต.ค. ทีผ่านมา

การทดลองให้บริการนี้จะมุ่งเป้าไปที่การตรวจสอบว่าโดรนโดยสารพลังงานไฟฟ้าที่มีชื่อว่า Volocopters นั้นสามารถให้บริการในพื้นที่ของสิงคโปร์ได้ดีแค่ไหน

ซึ่งสำหรับคุณสมบัติของ Volocopters นั้นจะคล้ายกับเฮลิคอปเตอร์คือสามารถบินขึ้นลงในแนวดิ่งได้ สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 2 คน มีพิสัยการบินได้ราว 30 กม. และใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอร์รี่ในการขับเคลื่อน

 

 

การทดสอบนี้ได้รับการสนับสนุนโดยกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ ร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนของสิงคโปร์ (CAAS) โดย Volocopters  สามารถทำการบินได้อย่างอิสระในทุกทิศทางด้วยการควบคุมโดยจอยสติ๊กจากภาคพื้นดินโดยปราศจากนักบินบนเครื่อง

การทดลองนี้จะสามารถประเมินได้ว่า ในอนาคตการเดินทางในเขตเมืองของสิงคโปร์สามมารถเป็นไปได้หรือไม่ โดยปราศจากระบบการจัดการจราจรทางอากาศเหมือนกับที่เครื่องบินโดยสารใช้ ประกอบกับปัจจัยอื่นๆของสิงคโปร์เช่นสภาพอากาศที่ร้อนชื้นจะส่งผลต่อการบินของโดรนแท็กซี่อย่างไร

ทั้งนี้ สำหรับแนวคิดโดรนแท็กซี่นั้นมีให้บริการไปก่อนหน้านี้แล้วในที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์เมื่อปี 2017

“มาซิโดเนีย” เปลี่ยนชื่อประเทศแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568239

  • วันที่ 20 ต.ค. 2561 เวลา 14:50 น.

"มาซิโดเนีย" เปลี่ยนชื่อประเทศแล้ว

สภามาซิโดเนีย ลงมติเป็นชื่อประเทศเป็น “มาซิโดเนียเหนือ” แล้ว

สื่อต่างประเทศรายงานว่า สภาผู้แทนราษฏรมาซิโดเนีย ได้ลงมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อประเทศจาก ประเทศจากมาซิโดเนีย เป็นมาซิโดเนียเหนือ แล้ว พร้อมทั้งเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโตด้วย

รายงานระบุว่า สภาผู้แทนราษฏรมาซิโดเนียได้มีมติคะแนนเสียง 80 จากทั้งหมด 120 เสียง สนับสนุนกระบวนการเปลี่ยนชื่อประเทศ โดยการลงมติในครั้งนี้ต้องล่าช้าออกไปถึง 10 ชั่วโมง เนื่องจากมีการโต้แย้งกันอย่างเผ็ดร้อน ระหว่าง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านอนุรักษ์นิยม ที่คัดค้านการเปลี่ยนชื่อประเทศ

 

 

เนื่องจากชื่อประเทศมาซิโดเนียนั้นไปซ้ำกับภูมิภาคมาซิโดเนียในประเทศกรีซ ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกรีซมายาวนาน และใช้กระบวนการในการเจรจาข้อตกลงกับกรีซมานานถึง 27 ปี

โดยประเด็นข้อถกเถียงเรื่องชื่อประเทศนี้ มีขึ้นนับตั้งแต่ปี 1991 เมื่อมาซิโดเนียประกาศความเป็นอิสระในระหว่างการสลายตัวของยูโกสลาเวีย

 

 

สำหรับชื่อ “มาซิโดเนีย” นั้นมีประวัติศาสตร์มายาวนานนับตั้งแต่สมัยของอเล็กซานเดอร์มหาราช ผู้เป็นกษัตริย์กรีก จากราชอาณาจักรมาเกโดนีอา หรือรู้จักในชื่อ ราชอาณาจักรมาซิโดเนีย ซึ่งดินแดนของราชอาณาจักร์มาซิโดเนียนั้น ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของทั้งภูมิภาคมาซิโดเนียของกรีซ และในประเทศมาซิโดเนียด้วยเช่นกัน

 

 

แต่อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้แม้ผู้นำรัฐบาลของทั้งสองประเทศจะสามารถเจรจาตกลงยุติปัญหากันได้แล้วนั้น แต่ก็ยังมีชาวมาซิโดเนียบางส่วนออกมาประท้วงรัฐบาลไม่เห็นด้วยต่อการเปลี่ยนชื่อประเทศดังกล่าว

 

ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษถึงกัมพูชาแล้ว เตรียมไขปริศนา “MH 370”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568235

  • วันที่ 20 ต.ค. 2561 เวลา 13:41 น.

ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษถึงกัมพูชาแล้ว เตรียมไขปริศนา "MH 370"

ทีมผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษ ลงพื้นที่กัมพูชา เตรียมพิสูจน์ความจริง หลังพบภาพดาวเทียม MH370 กลางป่าเขมร

เดอะมิร์เรอร์รายงานว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษคือนาย เอียน วิลสัน พร้อมน้องชาย นายแจ็ค วิลสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพถ่ายดาวเทียมและเทคโนโลยีจากอังกฤษ ได้เดินทางกรุงพนมเปญของกัมพูชาแล้ว

 

และเตรียมลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงการสูญหายไปของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH370 ที่ได้สูญหายไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 2014 พร้อมกับผู้โดยสาร 227 คน และลูกเรือ 12 ราย ในเที่ยวบินระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ไปยังกรุงปักกิ่งของจีน

 

 

การลงพื้นที่ดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่นายเอียน ได้ใช้โปรแกรมกูเกิลแมพ พบวัตถุรูปทรงคล้ายเครื่องบิน อยู่กลางป่าแห่งหนึ่งในประเทศกัมพูชา ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเครื่องบินรุ่นโบอิ้ง 777 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับเที่ยวบิน MH370 ที่หายไป

 

 

สำหรับการสูญหายไปของเที่ยวบิน MH370 นั้นได้สร้างทฤษฏีสมคบคิดขึ้นมาหลายประการ ซึ่งทางรัฐบาลมาเลเซีย และออสเตรเลียนั้นได้ส่งเรือ และเครื่องบินออกค้นหาซากของเที่ยวบินดังกล่าวในแถบมหาสมุทรอินเดียซึ่งเป็นพื้นที่ที่คาดว่าเครื่องบินจะตก แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยแต่อย่างใด

 

 

อย่างไรก็ดี การลงพื้นที่ดังกล่าวของสองพี่น้องชาวอังกฤษนี้ ดูจะสวนทางกับการแถลงของทางสายการบินหลังจากทที่มีการยืนยันว่าพบซากปีกเครื่องบินเลยเกยขึ้นชายฝั่งเกาะเรอูนิยง ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส และแม้ว่าทางการเลขาองค์กรการบินพลเรือนของกัมพูชา จะปฏิเสธว่าไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าภาพถ่ายดาวเทียมเหนือป่าของกัมพูชาจะเป็นภาพของเที่ยวบินดังกล่าวจริง

 

 

คลื่นผู้อพยพชาวฮอนดูรัส แห่เข้าสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568228

  • วันที่ 20 ต.ค. 2561 เวลา 12:15 น.

คลื่นผู้อพยพชาวฮอนดูรัส แห่เข้าสหรัฐฯ

เม็กซิโกส่งตำรวจปิดพรมแดนกัวเตมาลา ป้องกันคลื่นผู้อพยพจากอเมริกากลางทะลักเข้าประเทศ หวังลี้ภัยในสหรัฐฯ

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า คลื่นผู้อพยพนับพันๆคนจากหลายประเทศในแถบอเมริกากลาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวฮอนดูรัส ต่างพากันเดินทางเพื่อพยายามข้ามชายแดนของประเทศกัวเตมาลา เพื่อเข้าสู่ประเทศเม็กซิโก โดยมีจุดหมายปลายทางที่สหรัฐอเมริกา แต่บรรดาผู้อพยพเหล่านี้จำนวนนับพันคนต่างติดอยู่ที่ชายแดนระหว่างกัวเตมาลากับเม็กซิโก

 

 

เนื่องจากกลุ่มผู้อพยพถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางการเม็กซิโกจำกำลังเปิดกันพื้นที่สะพานข้ามแม่น้ำที่เชื่อมระหว่างสองประเทศ เพื่อกันไม่ให้คลื่นผู้อพยพข้ามฝั่งเข้าไปยังเม็กซิโกได้

ซีเอ็นเอ็นยังได้เผยแพร่ภาพที่แสดงให้เห็นบรรดาคลื่นผู้อพยพจำนวนมากติดอยู่บนสะพานระหว่างสองประเทศ โดยมีผู้อพยพบางส่วนพากันกระโดดจากสะพานลงไปในแม่น้ำ เพื่อว่ายน้ำข้ามฝั่งไปยังเม็กซิโก

 

รายงานระบุว่าทางการเม็กซิโกได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจราว 400 นายเข้าควบคุมสถานการณ์บริเวณพรมแดน พร้อมกับมีการใช้โดรนและเฮลิคอปเตอร์เข้าควบคุมฝูงชน ขณะที่รายงานบางส่วนระบุว่าเจ้าหน้าที่เม็กซิโกมีการใช้น้ำแรงดันสูง และยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายกลุ่มผู้อพยพด้วย

 

ทางการเม็กซิโกยังระบุกับกลุ่มผู้อพยพซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็กว่า หากต้องการลี้ภัยควรดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และอนุญาตให้มีเฉพาะผู้ที่มีเอกสารที่ถูกต้องสามารถเดินทางเข้าเม็กซิโกได้เท่านั้น

 

ด้านปธน.ทรัมป์ได้ขู่ว่าหากประเทศใดในแถบอเมริกากลางปล่อยให้คลื่นผู้อพยพทะลักเข้าประเทศโดยไร้การควบคุม สหรัฐจะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรประเทศเหล่านั้น สำหรับคลื่นผู้อพยพชาวออนดูรัสได้กล่าวว่า เหตุที่ต้องอพยพออกจากประเทศบ้านเกิดของตนเนื่องจากปัญหาความรุนแรง และความยากจนภายในประเทศ

 

วิหารดังในสเปน ตกลงจ่ายเงินค่าปรับ เหตุก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาตมานับร้อยปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568224

  • วันที่ 20 ต.ค. 2561 เวลา 11:20 น.

วิหารดังในสเปน ตกลงจ่ายเงินค่าปรับ เหตุก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาตมานับร้อยปี

วิหารซากราดาฟามีเลีย ยอมจ่ายค่าปรับนับพันล้าน หลังก่อสร้างโดยไม่ขออนุญาตนานถึง 130 ปี

สื่อต่างประเทศรายงานว่า มหาวิหารซากราดาฟามีเลีย ( Templo Expiatorio de la Sagrada Familia) ซึ่งเป็นวิหารชื่อดังในนครบาเซโลนา ของสเปน ตกลงจ่ายค่าปรับให้กับทางการเมืองบาเซโลนาเป็นจำนวนเงินสูงถึง 36 ล้านยูโร (ราว 1,350 ล้านบาท) เนื่องจากดำเนินการก่อสร้างวิหารโดยไม่ได้ขอรับใบอนุญาตก่อสร้างจากสภาเมืองมานานถึง 130 ปี

ด้านหนังสือพิมพ์ El Pais ของสเปนยังรายงานอีกว่า วิหารแห่งนี้ยังไม่เคยได้รับการขึ้นทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ของเมืองนับตั้งแต่ปี 1995 แต่มีเพียงระบุว่าวิหารเป็นส่วนหนึ่งของสังฆมณฑลคาทอลิกแห่งบาร์เซโลนาเท่านั้น

สำหรับวิหารแห่งนี้ ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของสเปน Antoni Gaudí และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก แม้จะยังก่อสร้างไม่เสร็จก็ตามที ซึ่งวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี 1882 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2026 ซึ่งเป็นช่วงที่ครบรอบ 100 ปีของการเสียชีวิตของ Gaudí พอดี

ล็อตโต”เมกะมิลเลี่ยน” เงินรางวัลพุ่ง 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568221

  • วันที่ 20 ต.ค. 2561 เวลา 10:58 น.

ล็อตโต"เมกะมิลเลี่ยน" เงินรางวัลพุ่ง 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว

ชาวมะกันแห่ซื้อ ซูปเปอร์ล็อตโต “เมกะมิลเลี่ยน” หลังรางวัลทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์

สื่อสหรัฐรายงานว่า เงินรางวัลของสลากล็อตโต “เมกะมิลเลี่ยน” ของสหรัฐมียอดเงินรางวัลพุ่งสูง ถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว (ราว 32,548 ล้านบาท)  เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นสลากที่มีเงินรางวัลสะสมสูงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์สหรัฐแล้ว

เหตุที่เงินรางวัลเพิ่มขึ้นดังกล่าวนั้น เนื่องจากยังไม่มีคนได้เงินรางวัลแจ็คพอตจากการเสี่ยงโชคตัวเลข 6 ตัว เป็นเงินรางวัลก้อนใหญ่ที่สุดของเมกะมิลเลียน ซึ่งแม้ว่ารางวัลจะเพิ่มขึ้นดังกล่าว แต่โอกาสของผู้ถูกรางวัลมีเพียง 1 ใน 302,575,350 เท่านั้น โดยราคาของสลากหนึ่งใบมีราคาเพียงใบละ 2 ดอลลาร์เท่านั้น

 

 

ซึ่งผู้โชคดีที่ถูกแจ็คพอตจะได้เงินรางวัลแบ่งจ่ายเป็นเวลา 29 ปี แต่หากอยากได้เงินสดทันที เงินรางวัลจะลดลงเหลือ 548 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17,858 ล้านบาท) โดยรางวัลสลากเมกะมิลเลี่ยนนี้จะมีการจับรางวัลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยผู้ถูกแจ็คพอตครั้งหลังสุดเป็นกลุ่มพนักงานออฟฟิศ 11 คนในเทศมณฑลซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ลงขันกันและได้เงินไป 543 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17,692 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม

และหากยังไม่มีใครถูกรางวัลภายในวันอังคารที่จะถึงนี้ เงินสะสมของรางวัลจะสะสมเพิ่มขึ้นเป็นอยู่ที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ผู้นำจีนเผย ปชช. 700 ล้านคน พ้นความยากจน นับเป็นสุดยอดความสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568178

  • วันที่ 19 ต.ค. 2561 เวลา 18:01 น.

ผู้นำจีนเผย ปชช. 700 ล้านคน พ้นความยากจน นับเป็นสุดยอดความสำเร็จ

สีจิ้งผิงเผย จีนนำปชช. 700 ล้านคนหลุดพ้นความยากจนภายใน 40 ปี นับเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ

สำนักข่าวซีทีจีเอ็นของจีนรายงานเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุถึงนายสีจิ้งผิง ประธานาธิบดีจีน ได้กล่าวเมื่อวันพุธว่า ความสำเร็จของการปฎิรูปประเทศตลอด 40 ปี คือการนำพาประชาชน 700 ล้านคนหลุดพ้นความจนคือความมหัศจรรย์ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

รายงานระบุว่าผู้นำจีน ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ได้กล่าวเนื่องในวันบรรเทาความยากจนแห่งชาติ (National Poverty Alleviation Day) ครั้งที่ 5 ระบุว่า

ปัญหาความยากจนของจีนนั้นมีขึ้นมานานเป็นระยะเวลานับพันปี ซึ่งกำลังจะถูกแก้ไขครั้งประวัติศาสตร์  และการบรรเทาปัญหาความยากจนได้เข้าสู่ช่วงสำคัญที่สุดแล้วในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังได้เรียกร้องให้ทุกภาคส่วน มุ่งมั่นในการเอาชนะความยากจน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกๆหน่วยงานในแต่ละภูมิภาครับผิดชอบอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหน้าที่ของตน

 

 

ขณะที่ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการสนับสนุนภารกิจลดความยากจนในหลายพื้นที่ซึ่งยังคงมีปัญหาอยู่ พร้อมดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชากรชนบทผู้ยากจน

ด้านนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เน้นย้ำความสำคัญของการสนับสนุนการบรรเทาความยากจนในพื้นที่ที่ยังคงติดหล่มปัญหาดังกล่าว และดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชากรชนบทผู้ยากจน

นอกจากนี้ นายหลี่ยังระบุว่า การแก้ปัญหาความยากจนนั้นควรสอดคล้องกับการตรวจสอบทุจริตด้วยเช่นกัน โดยบรรดากองทุนการบรรเทาความยากจนควรถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด รวมถึงยกระดับการประเมินผลและการตรวจสอบงานบรรเทาความยากจน

นายหลี่ยังกล่าวอีกว่า จีนตั้งเป้านำพาประชาชนอีก 10 ล้านคนต้องพ้นจากความยากจนภายในปีนี้ และตั้งเป้าจะบรรลุการขจัดความยากจนในทุกภาคส่วนของจีนอย่างสิ้นเชิงให้ได้ภายในปี 2020

คาดอาคารกว่าพันแห่งในญี่ปุ่น ใช้โช้กลดแรงสั่นสะเทือนไม่ได้มาตรฐาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568164

  • วันที่ 19 ต.ค. 2561 เวลา 17:01 น.

คาดอาคารกว่าพันแห่งในญี่ปุ่น ใช้โช้กลดแรงสั่นสะเทือนไม่ได้มาตรฐาน

สื่อญี่ปุ่นเผย “โตเกียว สกายทรี” เป็นหนึ่งในอาคารสำคัญหลายแห่งทั่วประเทศ ที่ใช้โช้กลดแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวไม่ได้มาตรฐาน

เดอะไมนิจิของญี่ปุ่นรายงานว่า มีอาคารหลายแห่งทั่วประเทศอย่างน้อยราว 70% ที่ใช้โช้กอัพลดแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวไม่ได้มาตรฐานตามกำหนดของรัฐบาล

หลังจากที่พบว่าบริษัทผู้ผลิตโช้กอัพลดแรงสั่นสะเทือนชื่อดังอย่าง KYB Corporation ออกแถลงการณ์ยอมรับว่า ทางบริษัทได้ทำการตกแต่งตัวเลขข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพของโช้กอัพในการรองรับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่มีการติดตั้งอยู่ในอาคารเกือบ 1,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น

โดยทาง KYB ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ทางบริษัทได้ตกแต่งข้อมูลคุณภาพของ oil dampers 2 ประเภทที่ผลิตในช่วงเดือนม.ค 2000 ถึง เดือนก.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งมีอยู่ราว 10,369 แห่งที่มีการติดตั้งโช้กอัพดังกล่าว ในอพาร์ทเมนท์, โรงพยาบาล และอาคารที่ทำการสำคัญของรัฐบาลในญี่ปุ่นหลายแห่งทั้งในโตเกียว โอซากะ และจังหวัดไอจิ ก็ล้วนใช้โช้กอัพลดแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวจากบริษัท KYB

ทางบริษัทได้ยืนยันได้ว่ามีอาคาร 28 แห่งไม่ได้มาตรฐาน  และอาจมีอาคารอยู่ในข่ายใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานมากถึง 1,000 แห่ง โดยได้เปิดเผยรายชื่อเบื้องต้น 70 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้มีอาคารที่ทำการของกระทรวงการคลัง คมนาคม ของรัฐบาลร่วมอยู่ด้วย ขณะที่อาจะมีสถานที่สาธารณะสำคัญอื่นๆที่ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนเช่นกันทั้ง สถานีรถไฟหลักกรุงโตเกียว รวมไปถึงหอคอยโตเกียวสกายทรี

ด้านบริษัท KYB ระบุว่ายังมีอาคารอยู่ราวอีกราว 576 แห่งที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ

ทางการญี่ปุ่นระบุว่าตามมาตรฐารแล้วโช้กอัพที่ติดตั้งตามอาคารนั้นจะต้องสามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้สูงสุดถึง 7 แมกนิจูด แต่ทั้งนี้หากพบว่ามีการตกแต่งข้อมูลจริง ก็ยังคงแนะนำให้เปลี่ยนโช้กดังกล่าว

ขณะที่โฆษกคณะกรรมาธิการจัดงานโอลิมปิกโตเกียว 2020 ยอมรับว่า มีการใช้อุปกรณ์โช้กอัพของบริษัท KYB ตามสถานที่สำคัญที่ใช้จัดงานมหกรรมกีฬาด้วยเช่นกัน

สอบสจ๊วตหนุ่มสายการบินเดลต้า แอบมีเซ็กส์กับดาวโป๊บนเครื่องบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568152

  • วันที่ 19 ต.ค. 2561 เวลา 15:02 น.

สอบสจ๊วตหนุ่มสายการบินเดลต้า แอบมีเซ็กส์กับดาวโป๊บนเครื่องบิน

เดลต้าแอร์ไลน์ สั่งสอบลูกเรือหนุ่ม หลังพบคลิปวิดิโอขณะกำลังมีเซ็กส์กับดาวโป๊เกย์ในห้องน้ำบนเครื่องบิน

สจ๊วตหนุ่มของสายการบินเดลต้าแอร์ไลน์รายหนึ่ง อาจเผชิญกับบทลงโทษถึงขั้นไล่ออก หลังพบว่ามีคลิปวิดิโอหลุดจากการที่เขาแอบมีเพศสัมพันธ์กับนาย Austin Wolf วัย 37 ปี นักแสดงภาพยนตร์โป๊แนวชายรักชาย ในห้องน้ำบนเครื่องบิน

รายงานระบุว่าคลิปดังกล่าวได้รับการแชร์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวของนักแสดงหนุ่ม เผยให้เห็นช่วงหนึ่งที่ปรากฎลูกเรือชายของสายการบินอายุประมาณ 20-30 ปี สวมเครื่องแบบของสายการบินในขณะที่ทั้งสองกำลังมีเซ็กส์ภายในห้องน้ำบนเครื่องบิน โดยรายงานระบุว่าทั้งสองได้ใช้เวลาในห้องน้ำนานราว 8 นาที

หลังจากที่นักแสดงหนุ่มโพสต์คลิปดังกล่าวไปไม่นาน ก็ทำการลบคลิปออกจากสื่อสังคมออนไลน์ แต่ทว่าทางสายการบินกำลังดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าวอยู่ พร้อมทั้งสั่งพักงานสจ๊วตคนดังกล่าวไว้ก่อน และอาจมีบทลงโทษลูกเรือถึงขั้นไล่ออก

ทั้งนี้ ด้านนักแสดงหนุ่มได้ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงเรื่องดังกล่าว

ปูตินอ้างไอเอสจับตัวประกันในซีเรียถึง 700 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568150

  • วันที่ 19 ต.ค. 2561 เวลา 14:27 น.

ปูตินอ้างไอเอสจับตัวประกันในซีเรียถึง 700 คน

ผู้นำรัสเซียอ้างว่ากลุ่มไอเอส จับตัวประกันในซีเรียไปแล้วมากถึง 700 คน มีชาวอเมริกันและชาวยุโรปรวมอยู่ด้วย ขู่สังหารตัวประกันรายวัน

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดืเมียร์ ปูติน แห่งรัฐเซีย ได้กล่าวในระหว่างเยือนเมืองโซชิของรัสเซียเมื่อวานนี้ ( 18 ต.ค.) โดยระบุว่า กลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้จับตัวประกันในซีเรียไว้มากถึง 700 คน รวมถึงระบุว่าจะทำการสังหารตัวประกันวันละ 10 คน หากไม่ทำตามข้อเรียกร้องในเรื่องต่างๆ โดยในจำนวน 700 คนนี้ มีตัวประกันที่มีสัญชาติสหรัฐฯ และชาวยุโรปรวมอยู่ด้วย

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่อาวุโสในกระทรวงกลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์ฟ็อกนิวส์ ระบุว่าข้อมูลที่ผู้นำรัสเซียกล่าวนั้น ไม่เป็นความจริง ขาดหลักฐานและความน่าเชื่อถือ รวมถึงทางสหรัฐไม่มีข้อมูลสนับสนุนคำกล่าวอ้างนี้

ด้านสำนักข่าวทาสส์ของรัสเซีย ได้รายงานตรงกับที่ผู้นำรัสเซียกล่าวระบุว่า กลุ่มไอเอสได้จับตัวประกันไป 700 คน ในจังหวัดเดร์แอซซอร์ เมืองใหญ่ที่สุดทางตะวันออกของซีเรีย หลังจากบุกค่ายผู้ลี้ภัยในพื้นที่ที่กลุ่มที่สหรัฐหนุนหลังยึดครองอยู่ โดยได้กวาดต้อนผู้ลี้ภัย 130 ครอบครัวลงใต้ไปยังเมืองฮาจีน ริมแม่น้ำยูเฟรตีส โดยกลุ่มไอเอสได้ยื่นข้อเสนอให้กองกำลังพันธมิตรที่มีสหรัฐหนุนหลังอยู่ ปล่อยตัวนักรบไอเอสที่ถูกจับตัวไปเพื่อแลกกับการปล่อยตัวของตัวประกัน ไม่เช่นนั้นจะสังหารตัวประกันเป็นรายวัน