เกินครึ่งหนึ่งของประชากรโลก มีเงินยังชีพไม่ถึง 180 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/568000

  • วันที่ 18 ต.ค. 2561 เวลา 10:17 น.

เกินครึ่งหนึ่งของประชากรโลก มีเงินยังชีพไม่ถึง 180 บาท

ธนาคารโลกเผย เกินครึ่งของประชากรทั่วโลกมีเงินยังชีพไม่ถึงวันละ 5.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ธนาคารโลกได้เผยรายงานซึ่งมีการจัดทำขึ้นปีละสองครั้ง ระบุว่าประชากรบนโลกราว 3.4 พันล้านคนยังไม่สามารถเข้าถึงความต้องการพื้นฐานได้

โดยรายงาน “Piecing Together the Poverty Puzzle” ระบุว่ายังมีประชากรราว 3.4 พันล้านคนที่มีรายได้น้อยกว่า 5.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน หรือราว 180 บาท อีกทั้งยังพบว่ามีคนยากจนกลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น ในบรรดากลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ร่ำรวยมากขึ้นเช่นกัน

และแม้การขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่โดยรวมพบว่าผู้คนที่มีฐานะยากจนลดลงกว่า 68 ล้านคนระหว่างปี 2010-2015 ซึ่งมีจำนวนเทียบเท่ากับประชากรในประเทศไทย หรือสหราชอาณาจักร

ขณะที่ประชากรร้อยละ 84.5 ในพื้นที่ตอนใต้ของซาฮาราในแอฟริกา ยังคงมีเงินยังชีพไม่ถึงวันละ 5.50 ดอลลาร์ ธนาคารโลกมีรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า ความยากจนรุนแรงลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 10 ในปี 2015

ขณะเดียวกันรายงานดังกล่าวของธนาคารโลกยังเตือนว่าในบรรดาประเทศเศรษฐกิจเหล่านี้ คนยากจนไม่ได้มีส่วนร่วมในการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม

สุดยอดพระเอก! “โจวเหวินฟะ” ยกทรัพย์สิน2.3หมื่นล้านให้การกุศล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567961

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 18:47 น.

สุดยอดพระเอก! "โจวเหวินฟะ" ยกทรัพย์สิน2.3หมื่นล้านให้การกุศล

“โจวเหวินฟะ” นักแสดงระดับตำนานของฮ่องกงประกาศยกทรัพย์สิน 2.3หมื่นล้านให้องค์กรการกุศล เผยชีวิตสุดสมถะใช้เงินเดือนละ 3,300บาท

กลายเป็นเรื่องฮือฮาไปทั่ววงการ เมื่อ โจวเหวินฟะ นักแสดงระดับตำนานของฮ่องกง ที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลกจากภาพยนตร์เรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon หรือพยัคฆ์ระห่ำ มังกรผยองโลกประกาศเตรียมบริจาคทรัพย์สินทั้งหมด 5,600 ล้านเหรียญฮ่องกง หรือ 23,306,207,129 บาทให้องค์กรการกุศล โดยที่ตัวเองยังติดดินใช้เงินเดือนละ 800 เหรียญฮ่องกง หรือ 3,331 บาท

แม้จะโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมากว่า 4 ทศวรรษ แต่นักแสดงวัย 63 ปีกลับทำตัวเรียบง่าย โดยเว็บไซต์บันเทิงฮ่องกง Jaynestars เผยว่า โจวเหวินฟะมักจะใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนรถส่วนตัว ซึ่งเป็นเรื่องชินตาของชาวฮ่องกงที่มักจะได้เซลฟี่กับนักแสดงระดับตำนานอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง นอกจากนี้ เขายังเน้นใช้เงินเพื่อการกุศลมากกว่าเพื่อตัวเอง

ตำนานนักบู๊เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเองใช้เงินเดือนละ 800 เหรียญฮ่องกงเท่านั้น และใช้โทรศัพท์มือถือโนเกียรุ่นแรกมากว่า 17 ปี และเพิ่งเปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นทันสมัยเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพียงเพราะโทรศัพท์โนเกียคู่บุญไม่ทำงานแล้ว

แม้จะมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่โจวเหวินฟะกลับเลือกซื้อเสื้อผ้าจากร้านที่ลดราคา เพราะ “ผมไม่ใส่เสื้อผ้าเพื่อโฆษณาให้ใคร ถ้าผมใส่แล้วรู้สึกสบาย เสื้อตัวนั้นก็ดีพอสำหรับผม”

ส่วนแผนการบริจาคทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่องค์กรการกุศลหลังเจ้าตัวเสียชีวิตนั้น แจสมิน ตัน ภรรยาที่ผ่านเรื่องทุกข์สุขด้วยกันมา 31 ปีเป็นคนเปิดเผย ซึ่งโจวเหวินฟะให้เหตุผลว่า “เงินพวกนี้ไม่ใช่ของผม ผมแค่เก็บรักษามันไว้ชั่วคราวเท่านั้น” นอกเหนือจากนั้นคู่สามีภรรยาที่ไม่มีทายาทด้วยกันยังก่อตั้งมูลนิธิของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน

ถึงจะรวยล้นฟ้าแบบนี้ แต่เงินกลับไม่ใช่ความสุขสำหรับซุป’ตาร์รายนี้ เขาเผยว่า “ความฝันของผมคือการมีความสุขและมีชีวิตเรียบง่าย สิ่งที่ยากที่สุดในชีวิตไม่ได้อยู่ที่ว่ามีเงินเท่าไร แต่อยู่ที่จิตใจที่สงบและใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างเรียบง่ายไร้ความกังวลใดๆ”

ด้านภูมิหลังของนักแสดงที่โด่งดังไปทั่วโลกนั้น เขามีชีวิตวัยเด็กค่อนข้างยากจน ต้องลาออกจากโรงเรียนแล้วไปสมัครงานสารพัด ตั้งแต่พนักงานร้านอาหารจนถึงพนักงานล้างรถ เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว จนมาถึงจุดพลิกผันของชีวิตเมื่อเจ้าตัวสมัครเข้าเป็นนักแสดงฝึกหัดของค่ายทีวีบีของฮ่องกงเมื่อปี 1973 ใช้เวลาไม่นานก็ไต่เต้ามาเป็นนักแสดงที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา กระทั่งได้รับบทนักแสดงนำในละครเรื่อง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ เมื่อปี 1980 จนมีชื่อเสียงในชั่วข้ามคืน

ต่อมาโจวเหวินฟะได้โกอินเตอร์เล่นภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่องแรกคือ The Replacement Killers ในปี 1998 แต่ก็ยังไม่ดังเปรี้ยงปร้าง จนได้มาเล่นเรื่อง Crouching Tiger, Hidden Dragon ที่กำกับโดย อั้งลี่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ได้ขึ้นอันดับภาพยนตร์ทำเงินในสหรัฐ และยังคว้าออสการ์ได้ถึง 4 สาขา และดันให้พระเอกรุ่นใหญ่จากฮ่องกงมีชื่อเสียงโด่งดังในสหรัฐและทั่วโลก

ที่มา www.m2fnews.com

แคนาดาเปิดเสรีกัญชาอย่างเป็นทางการแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567954

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 18:13 น.

แคนาดาเปิดเสรีกัญชาอย่างเป็นทางการแล้ว

แคนาดาอนุญาตเสพกัญชาถูกหมายเป็นชาติที่ 2 ของโลก

วันนี้ (17 ต.ค.) รัฐบาลแคนาดาโดยนางจูลีย์ พาแย็ตต์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งแคนาดาได้ลงนามอนุมัติกฎหมายเสพกัญชาเพื่อนันทนาการมีผลบังคับใช้แล้ว ส่งผลให้แคนาดากลายเป็นชาติที่ 2 ของโลกต่อจากอุรุกวัย ที่ออกกฎหมายอนุญาตให้ประชาชนสามารถครอบครองและใช้กัญชาเพื่อนันทนาการได้

ส่งผลให้คืนที่ผ่านมาหลังจากผ่านช่วง 24.00 น. บรรดาร้านค้ากัญชาหลายร้านในเมืองใหญ่ในแคนาดาแถบตะวันออกของประเทศอย่าง มอนทรีออล รัฐโนวาสโกเชีย และรัฐนิวบรันสวิก ต่างเปิดจำหน่ายกัญชาอย่างครึกครืน นอกจากนี้คาดว่าภายในปีหน้าจะมีร้านจำหน่ายกัญชาราว 110 ร้านที่ได้รับอนุญาตจากทางการเปิดจำหน่ายได้

 

สำหรับกฎหมายดังกล่าวนนั้นอนุญาตให้บุคคลที่อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ครอบครองกัญชาแห้งได้ไม่เกิน 30 กรัม หากเกินกว่านั้นอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุดนานถึง 14 ปี

เช่นเดียวกับ หากพบว่ามีการจำหน่ายกัญชาแก่ผู้เยาว หรือมีการนำเข้า-ส่งออก หรือ ขับขี่ยานพาหนะด้วยความมึนเมาจากการเสพกัญชาจะมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี

 

 

แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อจำกัดในบางรัฐเช่น ในรัฐควิเบกและมานิโทบา ห้ามประชาชนปลูกกัญชา และจะต้องซื้อจากร้านค้าที่ทางการอนุญาตเท่านั้น ขณะที่ส่วนอื่นของประเทศประชาชนสามารถปลูกกัญชาไว้ในเคหะสถานได้ไม่เกิน 4 ต้น ส่วนเมืองใหญ่ของแคนาดาอย่าง นครโตรอนโต รัฐออนแทริโอนั้น ยังไม่มีการเปิดจำหน่ายร้านขายกัญชา จนกว่าจะถึงช่วงใบไม้ผลิปีหน้า แต่ประชาชนสามารถสั่งซื้อผ่านเว็ปไซต์ของรัฐเท่านั้น

อย่างไรก็ดี การเปิดเสรีกัญชาของรัฐบาลแคนาดาที่นำโดยนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด จากพรรคเสรีนิยม นั้นก็ได้สร้างข้อถกเถียงอย่างมาก เนื่องจากหลายฝ่ายกังวลเรื่องความปลอดภัย อาชญากรรม สุขภาพ และอันตรายในที่สาธารณะจากผู้เสพกัญชา

จีนเตรียมเปิดสะพานเชื่อม ฮ่องกง-มาเก๊า ยาวสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567947

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 17:15 น.

จีนเตรียมเปิดสะพานเชื่อม ฮ่องกง-มาเก๊า ยาวสุดในโลก

จีนเตรียมเปิดใช้สะพานยาวที่สุดในโลกถึง 55 กิโลเมตร ระหว่างฮ่องกง-มาเก๊า-จูไห่ 23 ต.ค.นี้

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานว่า ทางการจีนเตรียมเปิดตัวสะพานข้ามอ่าวที่มีความยาวที่สุดในโลก (hong kong-zhuhai-macau bridge) ระหว่างพื้นที่ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ไปยังเขตบริหารพิเศษมาเก๊า และเมืองจูไห่ ในมณฑลกวางตุ้ง แผ่นดินใหญ่ของจีนอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ตุลาคมนี้

 

สำหรับสะพานแห่งนี้มีความยาวทั้งสิ้น 55 กิโลเมตร เริ่มทำการก่อสร้างในเดือนธันวาคม ปี 2009 ทางฝั่นแผ่นดินใหญ่ของจีน และเริ่มก่อสร้างโครงการฝั่งฮ่องกงในปี 2011 โดยช่วงแรกทางการจีนวางแผนให้โครงการแล้วเสร็จภายในปี 2016

 

 

แต่ทว่าประสบปัญหาล่าช้าหลายส่วน จนสุดท้ายโครงการก็ได้รับการประกาศว่าแล้วเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 7 ก.ค. 2017 มีงบประมาณบานปลายมากถึง 10 พันล้านหยวน ซึ่งหลังจากแล้วเสร็จคาดว่าโครงการดังกล่าวมีมูลค่ามากกว่า 120 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับว่าเป็นสะพานข้ามทะเลสำหรับรถยนต์ที่ยาวที่สุดในโลก โดยสะพานดังกล่าวจะมีส่วนที่ลอดอุโมงค์ใต้ทะเล ก่อนจะโผล่ขึ้นทางฝั่งฮ่องกง มีทางวิ่งทั้งสิ้น 6 เลน

 

 

ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญอีกครั้งหนึ่งของรัฐบาลปักกิ่งที่แผ่ขยายการเดินทางระหว่างฮ่องกงกับแผ่นดินใหญ่ให้ใกล้ชิดมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ มีการเปิดเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมฮ่องกง กับแผ่นดินใหญ่ของจีนไปแล้ว

สำหรับสะพานแห่งนี้ซึ่งจะเชื่อมสามเมืองใหญ่ทางเศรษฐกิจในแถบชายฝั่งของจีนให้เดินทางสะดวกมากขึ้น โดยสามารถย่นระยะเวลาเดินทางระหว่างมาเก๊าไปยังฮ่องกงในเวลาเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง

 

นายพลหญิงนั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567931

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 15:42 น.

นายพลหญิงนั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐฯ

ทัพบกสหรัฐฯ แต่งตั้งผู้บัญชาการกองทัพหญิงคนแรก

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า พลโทหญิง ลอร่า เจ ริชาร์ดสัน (Lt. Gen. Laura J. Richardson) ได้รับการประกาศแต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐ หรือ FORSCOM โดยนับว่าเป็นผู้บัญชาการกองทัพบกหญิงคนแรกของสหรัฐ ซึ่งนับว่าเป็นหน่วยงานที่ควบคุมกำลังพลมากกว่า  776,000 นาย และพลเรือนที่ปฎิบัติงานในกองทัพอีกราว 96,000 คน

 

 

สำหรับประวัติของ พลโทหญิง ลอร่า เจ ริชาร์ดสันเธอเข้ารับราชการในกองทัพสหรัฐเมื่อปี 1986 จนกระทั่งปี 2012 เธอก็ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการหญิงคนแรกของกองพันทหารม้าที่ 1 ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “America’s First Team.” หรีอ หน่วยแนวหน้าที่ 1 ของทัพสหรัฐ

ในปี 2017 เธอรับการแต่งตั้งเป็นรองผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐ กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา นายพลโรเบิร์ต บี อับราฮัม ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพบกสหรัฐได้เกษียญอายุราชการ เธอจึงขึ้นมารับตำแหน่งดังกล่าว

 

คาดภูเขาไฟวิสุเวียสไม่ได้ปะทุวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ 79

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567922

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 14:29 น.

คาดภูเขาไฟวิสุเวียสไม่ได้ปะทุวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ 79

พบหลักฐานใหม่ เปลี่ยนประวัติศาสตร์เหตุการณ์ปะทุของภูเขาไฟวิสุเวียสถล่มเมืองปอมเปอี

ทีมนักโบราณคดีอิตาลีได้ค้นพบหลักฐานชิ้นใหม่ ที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเมืองปอมเปอี ซึ่งถูกถล่มจากเหตุการณ์ปะทุของภูเขาวิสุเวียส โดยทางนักโบราณคดีได้มีการขุดค้นพบจารึกถ่านหิน ที่ระบุถึงเหตุการณ์ปะทุของภูเขาไฟว่าเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 24 สิงหาคม ปี ค.ศ. 79 เป็นเวลาเกือบ 3 เดือน ซึ่งนับว่าเป็นการค้นพบครั้งใหม่ที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของอิตาลี

 

การค้นพบครั้งนี้ มีขึ้นระหว่างการขุดค้นในซากวิลล่าโบราณ ซึ่งอยู่ในพื้นที่การขุดค้นแห่งใหม่ โดยจารึกคาร์บอนชิ้นนี้เขียนด้วยข้อความเป็นภาษาละตินโบราณ ถอดความหมายได้ว่า “17th October he indulged in food in an excessive way” ตามที่ทวิตเตอร์ @pompeii_sites ระบุว่า ซึ่งนั้นหมายความว่า เมืองปอมเปอีในวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ 79 นั้น ยังไม่เกิดการถล่มของภูเขาไฟ ซึ่งต่างจากความเข้าใจตามทฤษฏีก่อนหน้านี้ที่นักโบราณคดีคาดว่าเหตุการณ์ภูเขาไฟวิสุเวียสปะทุนั้น เกิดขึ้นวันที่ 24 สิงหาคม ปี ค.ศ 79

 

 

จากรึกชิ้นใหม่นี้ยังสนับสนุนหลักฐานอีกหนึ่งชิ้นที่มีการพบผลไม้ในฤดูใบไม้ร่วงถูกฝังจนแข็งอยู่ในเถ้าถ่านของเมืองปอมเปอี ซึ่งตรงตามที่จารึกชิ้นใหม่ระบุว่าภูเขาไฟปะทุในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ด้านนาย Alberto Bonisoli รมว.วัฒนธรรมอิตาลีระบุในแถลงการณ์ว่า “นับเป็นค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่ อาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของประเทศ”

นทท.อาจเดินข้ามพรมแดนสองเกาหลีได้อย่างเสรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567910

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 12:53 น.

นทท.อาจเดินข้ามพรมแดนสองเกาหลีได้อย่างเสรี

สองเกาหลีเตรียมผ่อนผันพื้นที่เขตปลอดทหารหมู่บ้าน “ปันมุนจอม” ให้นักท่องเที่ยวเดินข้ามไปมาได้อย่างเสรี

กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ (17 ต.ค.) ว่า “ในอนาคตอันใกล้นี้” นักท่องเที่ยวที่เข้าชมพื้นที่ในบริเวณหมู่บ้านปันมุนจอม ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเขตปลอดทหารระหว่างเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ จะสามารถเดินข้ามไปชมพื้นที่ในอีกฝั่งได้อย่างอิสระ ซึ่งการข้ามไปยังฝั่งเหนือผ่านจุดพรมแดนหมู่บ้านปันมุนจอมนี้ จะรวมไปถึงชาวเกาหลีใต้ด้วยเช่นกัน  หลังจากที่นับตั้งแต่ปี 1953 ชาวเกาหลีใต้ถูกห้ามเดินทางผ่านเส้นแบ่งพรมแดนไปยังเกาหลีเหนือ เว้นแต่จะมีกรณีพิเศษอย่างวันรวมญาติของสองเกาหลี

 

 

 

กลาโหมเกาหลีใต้เผยว่า ขณะนี้กำลังวางแผนทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งสหรัฐ สหประชาชาติ เพื่อยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

สำหรับเส้นแบ่งพรมแดนของสองเกาหลีในเขตปลอดทหารหมู่บ้านปันมุนจอมนั้น ได้กลายเป็นจุดสนใจต่อชาวโลกอีกครั้ง หลังจากที่ นายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ และ ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้ ได้พบกันเป็นครั้งแรกในระหว่างการประชุมสุดยอดคาบสมุทรเกาหลีเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองได้ร่วมกันก้าวผ่านเส้นแบ่งพรมแดนของทั้งสอง

นอกจากนี้ ทั้งเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ร่วมถึงกองกำลังของสหประชาชาติ กำลังหารือถึงการถอนทหารออกจากส่วนหนึ่งของแนวพรมแดนของทั้งสอง รวมถึงจะมีการเก็บกู้ระเบิดตามพรมแดนของทั้งสองให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

เจ้าชายวิลเลียมเลี้ยงขอบคุณทีมนักดำน้ำถ้ำหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567903

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 12:14 น.

เจ้าชายวิลเลียมเลี้ยงขอบคุณทีมนักดำน้ำถ้ำหลวง

นักดำน้ำอังกฤษ ที่ร่วมช่วยชีวิตทีมหมูป่าเข้าเฝ้าเจ้าชายวิลเลียม

เจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจื พระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง ทรงพระราชทานวโรกาสให้ ทีมนักประดาน้ำชาวอังกฤษประกอบด้วย นายคอนเนอร์ โร, นายจิม วอร์นีย์, นายร็อบ ฮาร์เปอร์, นายคริส จีเวลล์  ซึ่งเคยร่วมปฎิบัติการค้นหาและกู้ภัย 13 ชีวิตทีมหมูป่า เข้าเฝ้าในงานเลี้ยงรับรอง ณ พระราชวังบักกิ้งแฮม เมื่อวานนี้ (16 ต.ค.) หลังจากทีมล้วนมีส่วนร่วมในความสำเร็จในการกู้ภัยทั้ง 13 ชีวิตที่ติดถ้ำหลวง

ซึ่งหลังจาก เจ้าชายวิลเลียม ทรงมีพระปฏิสันถารแล้วได้ทรงฉายพระรูปร่วมกับทีมนักประดาน้ำที่พระราชวังบักกิงแฮมด้วย

ทั้งนี้ สำหรับทีมผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษนั้นเป็นกลุ่มแรกที่ได้พบกับทีมหมูป่าทั้ง 13 คน จากการเข้าไปวางแนวเชือกนำทางภายในถ้ำ ก่อนที่จะมีปฎิบัติการช่วยชีวิตตามมาจนสามารถช่วยทั้ง 13 ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

 

 

 

เวียดนามจับยาบ้าล็อตใหญ่สุดของประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567895

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 11:01 น.

เวียดนามจับยาบ้าล็อตใหญ่สุดของประเทศ

ตำรวจเวียดนามยึดเมทแอมเฟตามีนล็อตใหญ่ที่สุด มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท

ตำรวจเวียดนามยึดเมทแอมเฟตามีนมูลค่าราว 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 97 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นการยึด ยาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตำรวจเปิดเผยว่า ได้เรียกตรวจรถบรรทุกคันหนึ่ง พบถุงสีเขียว 12 ถุง แต่ละถุงบรรจุหีบห่อขนาดเล็กน้ำหนักรวม 309 กิโลกรัม

แต่ทว่าระหว่านั้น ผู้ต้องสงสัยสองคนอาศัยจังหวะเจ้าหน้าที่เผลอหลบหนีไป ตำรวจสามารถตามจับได้หนึ่งคน เป็นชาวลาว ซึ่งให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้าง ด้วยเงิน10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 326,000 บาท ให้ลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวไปยังเมืองดานัง เมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทางภาคกลางของเวียดนาม และเจ้าหน้าที่กำลังตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยอีกคนเป็นชาวเวียดนาม

ทั้งนี้เวียดนามมีกฎหมายปราบปรามยาเสพติดรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ก็ยังเป็นแหล่งลำเลียงและจุดหมายของผู้ลอบนำยาเสพติดเข้ามาจากบริเวณสามเหลี่ยมทองคำที่เป็นแหล่งผลิตยาเสพติด

ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

มีแต่คนชม คาร่าแต่งแหวกแนว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567887

  • วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 10:33 น.

มีแต่คนชม คาร่าแต่งแหวกแนว

ทั่วโลกชม “คาร่า เดลาวีน” แต่งแหวกธรรมเนียม ร่วมพิธีเสกสมรสเจ้าหญิงยูจีนี

ในงานเสกสมรสของเจ้าหญิงยูจีนี นางแบบสาว คาร่า เดอเลวีน ปรากฏกายในชุดที่ทุกคนต้องทึ่ง แทนที่จะแต่งเดรสกับหมวกตามขนบของสตรีที่มาร่วมงานทางการ แต่เธอกลับแต่งชุดมอร์นิ่ง โค้ต หรือชุดสูทหางยาว สำหรับผู้ชายใส่ในงานทางการ ซึ่งที่อังกฤษนิยมใส่กันในงานแต่งงาน อย่างไรก็ตาม คาร่าไม่ได้ใส่มอร์นิ่ง โค้ตแบบหลวมโพรก เพราะเป็นชุดที่มีคัตติ้งเข้ารูป จึงออกมาดูเซ็กซี่ มีความเป็นกึ่งหญิงกึ่งชายที่ดูเท่ หรือที่เรียกว่า Androgyny

 

 

แม้จะมีเสียงวิจารณ์อย่างสาดเสียเทเสียจากคอลัมนิสต์นิตยสารแฟชั่นบางหัวในเมืองไทย แต่กลับกลายเป็นว่านิตยสารแฟชั่นหัวเดียวกันในต่างประเทศกลับชื่นชมความเก๋ของคาร่า ไม่มีใครใช้ถ้อยคำด่าทออย่างรุนแรงเหมือนในเมืองไทย (ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับหลายคนมาก) เมื่อลองดูท่าทีของสื่อเกี่ยวกับการแหวกขนบของคาร่าในครั้งนี้ จะพบว่ามีแต่คำชื่นชม หรืออย่างน้อยก็แค่บอกว่า เธอแหก Dress code แต่ไม่ได้ตำหนิแต่อย่างใด เช่น เว็บไซต์ Bustle บอกว่า เธอแหกแบบที่เจ๋งที่สุด หรือจะเป็น Glamour ที่ชมว่า คาร่าเป็นแบบอย่างของสไตล์ทอมบอยที่ทุกคนอยากเลียนแบบ และจนถึงทุกวันนี้เธอก็ยังมั่นคงกับรากเหง้าแฟชั่นของเธอ

อย่าว่าอย่างนี้อย่างนั้นเลย แม้แต่นิตยสารดังเล่มหลัก ก็ยังจัดให้ชุดของคาร่าเป็น Best dressed ประจำสัปดาห์กันเลยทีเดียว ย้อนแย้งสุดๆ กับที่เมืองไทย

ที่มา : https://www.m2fnews.com/