คุณแหน : 27 กรกฎาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/354006

คุณแหน : 27 กรกฎาคม 2561

วันศุกร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll “เจ้ามหาชีวิต” แห่งราชอาณาจักรไทย ทรงส่งสิ่งของไปช่วยเหลือชาวลาวผู้ประสบภัยที่สะหนามไซ แขวงอัตตะปือ..กระทรวงการต่างประเทศไทย ประสานความช่วยเหลือในฐานะ “บ้านพี่เมืองน้อง”…

ll มิตรสหายเป็นห่วง อัชดา เกษรศุกร์ วิศวกรที่ปรึกษา บ.บีกริมม์ ที่ดูแลงานสร้างเขื่อนอยู่ที่ สปป.ลาว ..แต่ “พี่ปุ๋ย” รีบปลอบมา .. “เขื่อน“น้ำแจ” ที่ดูแลอยู่..ห่างเขื่อนน้ำแตกที่เกิดเหตุ..ประมาณหาดใหญ่กับพิษณุโลก..ในฐานะที่เคยอยู่สถานทูตไทย ณ กรุงเวียงจันทน์ ..รุจิกร แสงจันทร์ อดทนดูนิ่งเฉยไม่ได้..ขอบริจาคแฟนคลับช่วยเหลือเพื่อนลาวด้วยความผูกพัน…

ll องคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ ไปรดน้ำ สรรชัย เกยสุวรรณ เพื่อนรักร่วมรุ่น OV สถ.จุฬา 10 รุ่น ยศวดี ชีวะเกตุ บุณยเกียรติ, กฤชทิพย์ ศิริรัตน์ธำรง, ศุภอาภา ถาวรศิริ ฯลฯ ..ฌาปนกิจวัดโสมนัสฯ บ่ายสอง วันจันทร์ที่ 30 ก.ค….

ll ของขวัญวันเกิดที่น่าจะมีค่าต่ออดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร คือบทความมีค่าจาก ชัยวัฒน์ สุรวิชัย นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตั้งแต่ “14 ตุลา”..และเคยร่วมพรรคพลังธรรม..ที่แนะให้กลับมา “สู้คดี” และ “ทำดี” กับบ้านเมือง..เพราะเวลาชีวิตทุกคน ตอนนี้เหลือน้อยเต็มที…

ll In Trend งานสังสรรค์ OSK80 ต้นสิงหา พลเรือเอกนคร อรัณยะนาค อดีต ผบ. SEAL จะมาพูดเรื่องภารกิจ “ลับ เสี่ยงเสียสละ” ให้เพื่อนๆ วัย 70 อัพฟัง ..แม้ว่าไม่มีใครอยากเที่ยว “ถ้ำ” อีกแล้ว…

ll โรงหนัง “สกาล่า” ขวัญใจ หนุ่มสาวนิสิตจุฬาฯ ยังอยู่..มีสัญญาอีก 3 ปี .. “พี่แนน” นันทา ตันสัจจา คงไม่ท้อเสียก่อน..เพ็ญจิต เจริญศิริ, นกุล ว่องฐิติวงศ์ เด็กเตรียมอุดม 27 ..สาวจุฬา 09ไม่รอให้ร้านอาหาร “สกาล่า” เป็ดปักกิ่ง ขาหมูหมั่นโถว..ปิดก่อน จึงอาลัย..รวมพวกกินเสียตั้งแต่อาทิตย์นี้เลย..เป้าต่อไปคือห้อง Hamiltonดุสิตธานี ปิดต้นมกราคม 2562…

ll สาวสวยสดใสสถานทูตสวิส… นัฎฐิณี อังสกุลอาภรณ์..ต้องไปเข้าคอร์สอบรมวิชาการเพิ่มเติมที่ซูริคถือโอกาสชวนคุณแม่ วรรณี อังสกุลอาภรณ์อดีตผู้บริหารมูลนิธิศิริราชเป็นผู้ติดตาม..เป็นอีกหนึ่งใน “กตัญญูกตเวทีทัวร์” กลางเดือนสิงหา…

ll คณบดี สิงห์ดำ รศ.ดร.เอก ตั้งทรัพย์วัฒนา ชวนฟัง Disruptive World ทางการเมือง 17 ส.ค.ทั้งวันที่ห้องประชุมเกษม สุวรรณกุล ..น้อง “แรมโบ้อีสาน”สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ..จะมาฟังร่วมกับธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้นะ…

llดาติน ดร.กัลยา โล่รัตนเสน่ห์ เชิญ โพธิพงษ์ ล่ำซำ เป็นประธานเปิดโรงแรม W22 Hotel by Rurasari วงเวียน 22 กรกฎาบนถนนมิตรพันธ์ 28 ก.ค. 09.45 น. เจ้าภาพของดของขวัญและช่อดอกไม้ หากบริจาคเพื่อร่วมสมทบคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเนื่องในวันมหิดล ซึ่งเจ้าตัวเป็น กก.ฝ่ายหาทุนให้ศิริราชมูลนิธิมาหลายปี…

ll ทิ้ง Brand ดัง แฟชั่นไลฟ์สไตล์สำหรับ สาวรุ่นทำงานออฟฟิศ Ivanka Trump สาวสวยมาดมั่นลูกสาวคนโปรดท่านประธานาธิบดี Donald Trump ปิดบริษัท..หันไป Washington DC เต็มตัว..จะไปช่วย “การเมือง” เจ้าคุณพ่อ..ผู้ขยันหา “ศัตรู” จนกระเทือนไปถึง Brand : Trump ยอดขายดร็อปกว่า 50%…ll

ภิญญ์สิรี

ออท.ปากีสถาน เปิดงานแสดงสินค้า Pakistan: Single Country Exhibition

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353989

ออท.ปากีสถาน เปิดงานแสดงสินค้า  Pakistan: Single Country Exhibition

ออท.ปากีสถาน เปิดงานแสดงสินค้า Pakistan: Single Country Exhibition

วันศุกร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน จัดงาน “Pakistan: Single Country Exhibition” งานแสดงสินค้าระดับพรีเมียม สำเร็จเกินคาด ด้านผู้ประกอบการไทยร่วมสัมมนาเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเจรจาจับคู่การค้าเพื่อมองหาโอกาสทางธุรกิจในปากีสถานอย่างเนืองแน่นขณะที่แนวโน้มมูลค่าการซื้อขายไทย-ปากีสถานเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยตัวเลขการนำเข้าสินค้าปากีสถานของไทยครึ่งแรกปี 2561 มีมูลค่าสูงถึง 125.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 101.05% ฯพณฯ มร.อาซิม อิฟติคาร์ อาห์หมัด เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลสาธารณรัฐอิสลาม ปากีสถาน ได้จัดงานแสดงสินค้า “Pakistan: Single Country Exhibition” เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทย และปากีสถาน โดยงานนี้เป็นหนึ่งในโครงการ Emerging Pakistan ที่สนับสนุนการค้าการลงทุน การท่องเที่ยวของสาธารณรัฐสลาม ปากีสถาน ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ภายในงานประกอบด้วยผู้ประกอบการชั้นนำจากสาธารณรัฐอิสลาม ปากีสถาน จำนวนกว่า 100 บูธ นำสินค้า พรีเมียมของสาธารณรัฐอิสลาม ปากีสถาน มาจัดแสดงอาทิ อาหารทะเล, สิ่งทอ, เครื่องหนัง,เครื่องประดับ, หินอ่อน, อุปกรณ์การแพทย์, เฟอร์นิเจอร์, อาหาร, งานฝีมือ และอื่นๆ อีกมากมาย และมีการเดินแฟชั่นโชว์ซึ่งได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากผู้เข้าชมงาน

“งาน Pakistan: Single Country Exhibition จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ถือว่าได้รับการตอบที่ดีจากคนไทยเกินความคาดหมาย มีผู้ประกอบการไทยร่วมสัมมนาเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเจรจาจับคู่การค้าเพื่อมองหาโอกาสทางธุรกิจในปากีสถานอย่างเนืองแน่น เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับการค้าการลงทุนของทั้งสองประเทศเพราะนอกจากผู้ประกอบการไทยจะได้พบกับผู้ผลิตสินค้าโดยตรงจากปากีสถานแล้ว ยังได้มุมมอง และโอกาสในการลงทุนในประเทศปากีสถานในทุกมิติจาก กูรู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากทั้งไทย และปากีสถานอีกด้วย นำมาสู่การเพิ่มดุลการค้า และพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ”

ทั้งนี้ ปากีสถานและไทย มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันมาเป็นเวลาช้านาน โดยในปี 2560 ปากีสถานเป็นคู่ค้าอันดับที่ 29 ของไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีมูลค่าการค้ารวมระหว่างกันกว่า 1,550 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการส่งออกของไทยที่มูลค่า 1,403.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และการนำเข้าจากปากีสถานมูลค่า 146.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้าจากปากีสถาน เช่น เส้นด้าย เส้นใยสัตว์น้ำ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี

แสนสิริ อะคาเดมี่ สานฝันนักฟุตบอลเยาวชนสู่อาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353993

แสนสิริ อะคาเดมี่ สานฝันนักฟุตบอลเยาวชนสู่อาชีพ

แสนสิริ อะคาเดมี่ สานฝันนักฟุตบอลเยาวชนสู่อาชีพ

วันศุกร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นเวลากว่า 12 ปี ที่ แสนสิริ ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทย ได้จัดทำโครงการ “แสนสิริ อะคาเดมี่” (Sansiri Academy) เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานทางด้านฟุตบอลอย่างถูกต้องโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชนที่มีโครงการของแสนสิริตั้งอยู่ ซึ่งที่ผ่านมามีน้องๆ ทั้งชายและหญิงอายุระหว่าง 5-16 ปี ผ่านโครงการนี้นับหมื่นคน และมีจำนวนไม่น้อยที่สามารถก้าวไปสู่ “นักฟุตบอลมืออาชีพ” ตัวอย่างเช่นเจ-ชนาธิป ทรงกระสินธ์ ที่ปัจจุบันสามารถไปค้าแข้งในฟุตบอล J-league ของญี่ปุ่น จึงนับเป็นความภาคภูมิใจของแสนสิริที่ได้มีส่วนส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านการเล่นกีฬา

เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่าในกิจกรรมเพื่อสังคมของแสนสิริ ภายใต้แนวคิด Sansiri Social Change ซึ่งไม่ใช่กิจกรรมที่ทำเพียงผิวเผินหรือการบริการแบบครั้งคราว แต่แสนสิริมุ่งเป้าในกิจกรรมต่างๆด้วยการมีส่วนร่วมกับสังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนใน 3 ด้าน ได้แก่ สุขภาพการศึกษา และกีฬา ซึ่งโครงการ แสนสิริ อะคาเดมี่ (Sansiri Academy) คือตัวอย่างความสำเร็จที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะเด็กๆ ที่ผ่านการฝึกอบรมจากแสนสิริอะคาเดมี่ ไม่แค่ได้รับการพัฒนาทักษะกีฬาฟุตบอลอย่างถูกต้องจากผู้ฝึกสอนที่ได้รับ C-LICENCE แต่เรายังเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้มีโอกาสร่วมรายการแข่งฟุตบอล การเชิญนักฟุตบอลทีมชาติไทยมาให้คำแนะนำในโปรแกรม Sansiri Academy Pro การเชิญแมวมอง ผู้ฝึกสอนจากทีมระดับเยาวชนมาคัดเลือกดูตัว ซึ่ง 12 ปีที่ผ่านมามีน้องๆ เกือบร้อยคนจากทุกสนามของแสนสิริอะคาเดมี่ ที่ได้รับโอกาสด้านการศึกษาในฐานะนักเรียนทุนด้านกีฬาฟุตบอลให้เข้าศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนที่มีทีมฟุตบอลชั้นนำ และก้าวไปสู่นักฟุตบอลอาชีพกว่า 15 คน ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของแสนสิริที่ได้มีส่วนในการสร้างอนาคตให้กับเด็กๆ และวงการฟุตบอลเมืองไทย

แสนสิริ อะคาเดมี่ สนามฟุตบอลที่ว่าการอำเภอกระทู้ จ.ภูเก็ต คือสนามล่าสุดที่แสนสิริได้เข้าไปมีส่วนร่วม แม้จะเพิ่งเปิดสอนได้เพียง 2 สัปดาห์ แต่มีเด็กและเยาวชนชายหญิงอายุตั้งแต่ 5-12 ปี มาเรียนกว่า 80 คน โดยใช้เวลาเรียน ระหว่าง 08.00-10.00 น. เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเด็กๆ ที่มาเรียนต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ โดยไม่ขาดซ้อมจะได้รับชุดกีฬา แสนสิริ อะคาเดมี่สำหรับใส่ในการฝีกซ้อมและแข่งขัน

วิชัย ใจใส่ สมาชิกสภาเทศบาลกระทู้ อดีตนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนของ อ.กระทู้ ซึ่งรับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ แสนสิริ อะคาเดมี่ อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของท้องถิ่นได้มีการสนับสนุนด้านกีฬาให้กับเด็กๆ อยู่แล้ว แต่การที่ภาคเอกชนซึ่งมีความพร้อมเข้ามาให้การสนับสนุน อย่างแสนสิริ อะคาเดมี่ ก็เป็นการเปิดโอกาสให้กับเด็กๆ ได้มาก ยิ่งขึ้นในทุกๆ ด้านที่จำเป็นต่อการฝึกฝนเรียนรู้ของเด็กๆ ที่สำคัญคือเป็นการเรียนฟรีก็ทำให้เด็กๆ ที่ขาดทุนทรัพย์ได้มีโอกาสทำตามฝันของตัวเองที่อยากจะเป็นนักกีฬาฟุตบอล แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นนั่นคือ การให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่เขาสนใจ ทำให้เด็กๆ มีสุขภาพแข็งแรง ฝึกฝนความอดทน และระเบียบวินัย ส่วนการที่เขาสามารถก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพได้ก็นับเป็นผลพลอยได้ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละคน

ด.ช.ธีทัต เจริญพรภักดี อายุ 10 ปี เรียนชั้น ป.4 โรงเรียนเทศบาลบางเหนียว บอกว่า “อยากเล่นกีฬาฟุตบอลเนื่องจากคุณพ่อชอบดูฟุตบอล จึงขอมาเรียนโดยปกติก็จะฝึกซ้อมที่โรงเรียนพอมีแสนสิริอะคาเดมี่ มาเปิดคุณครูก็แนะนำให้มาเรียนที่นี่ โค้ชไม่ดุใจดี สอนสนุก และทำให้มีเพื่อนใหม่เยอะ ความใฝ่ฝันก็อยากเป็นนักกีฬาอาชีพ มีพี่สารัชอยู่เย็น เป็นไอดอลครับ เพราะเราเล่นกองกลางเหมือนกัน ซึ่งต้องมีระเบียบวินัยขยันฝึกซ้อมจะได้เก่งๆ เหมือนพี่เขาครับ”

ด.ญ.นภัสกร วัฒนายิ่งยงสกุล อายุ 12 ปี เรียนชั้น ป.6 โรงเรียนเทศบาลบ้านกระทู้ บอกว่า “เห็นพี่ชายเล่นฟุตบอล จึงอยากลองมาเล่นดูบ้าง เริ่มเล่นมาตั้งแต่ ป.3เป็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนอยู่แล้วค่ะ พอมีแสนสิริ อะคาเดมี่ มาเปิดที่กระทู้ก็เลยมาสมัครเพราะอยากได้เรียนกับโค้ชเก่งๆ หนูคิดว่าการเล่นกีฬาทำให้เราได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรง หนูก็อยากเป็นนักกีฬาฟุตบอลหญิงทีมชาติค่ะต้องตั้งใจขยันซ้อมเพื่อที่จะได้ทำความฝันให้สำเร็จค่ะ”

ปัจจุบัน “แสนสิริ อะคาเดมี่”(Sansiri Academy) มี 7 สนามได้แก่ กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยThe Pac พุทธมณฑลสาย 4, สนามฟุตบอลท่าพระจันทร์ อักษะ, สนามฟุตบอลอินเตอร์พรีเมียร์ ประชาชื่น, สนามฟุตบอลStar Kick อ่อนนุช, สนามฟุตบอลปัญญาซอคเกอร์ ปาร์ค, สนามฟุตบอลโรงเรียนสาธิตพัฒนารามอินทรา และจังหวัดภูเก็ต สนามฟุตบอลที่ว่าการอำเภอกระทู้

‘เดอะมอลล์’ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353996

'เดอะมอลล์'ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

‘เดอะมอลล์’ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 16.50 น.

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ CHIEF MARKETING OFFICER บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด  และชมจิตร พงษ์เสมา ผู้อำนวยการเขตบางกะปิ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร,พนักงานบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำความสะอาดลำรางเชื่อมคลองบ้านม้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 28 กรกฎาคม 2561 ณ ลำรางเชื่อมคลองบ้านม้า ซอยรามคำแหง 68 เขตบางกะปิ

พลิกปูม’ดร.ลิเดีย ตั้งภาวนาสกุล’นักธุรกิจหญิงเก่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353886

พลิกปูม'ดร.ลิเดีย ตั้งภาวนาสกุล'นักธุรกิจหญิงเก่ง

พลิกปูม’ดร.ลิเดีย ตั้งภาวนาสกุล’นักธุรกิจหญิงเก่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 11.51 น.

ติดโผนักธุรกิจผู้หญิงเก่ง ระดับแถวหน้าของเมืองไทยสำหรับ “ลิเดีย ตั้งภาวนาสกุล” หรือ “ลิเดีย ปริยันก้า”  กับหลากหลายเรื่องราวและแรงบันดาลใจ เธอคนนี้ประสบความสำเร็จเพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิด จนสามารถพลิกชีวิตได้สำเร็จ !!!

เรื่องราวของเธอคนนี้ก่อนที่จะมาถึงวันนี้ ใครจะรู้ว่า จริงๆแล้ว อดีตของเธอไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร เธอคือเด็กสาวจากโคราช หรือหลายๆคนจะรู้จักกันในชื่อของเด็กดง เพราะชีวิตในวัยเด็กเธอสุดแสนลำบาก แต่ประสบความสำเร็จได้เพียงเพราะเธอมีวิธีคิด ประสบการณ์จากการได้รับโอกาสและได้ร่วมงานกับคนมากมายจนได้รับการยอมรับ การที่จะมาถึงจุดนี้ได้ “ลีเดีย ตั้งภาวนาสกุล”บอกตัวเองเสมอว่า คนอื่นทำได้ เธอก็ทำได้เช่นกันเพราะ “ความคิด”คือทรัพย์สมบัติที่เธอคิดว่ามีราคาแพงที่สุด

ล่าสุด “ลีเดีย ปริยันก้า” เปิดธุรกิจตัวใหม่ ภายใต้ชื่อบริษัทจีเอฟ อินเตอร์เทรด จำกัด จํากัด ให้โอกาสกับคนที่มองหาอาชีพ ใครที่คิดว่าตนเองด้อยค่า ไร้โอกาส สามารถติดปีกความฝันได้ด้วยตัวเอง จากความเชื่อว่าคนเรานั้นไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ หากตั้งใจและมีเป้าหมายในชีวิต นอกจากนี้ยังแตกไลน์ ขยายงานอีก 4 บริษัท เพื่อ ให้เปิดโอกาสและทางเลือกใหม่ในอาชีพให้ทุกคนที่สนใจและพร้อมเดินไปกับเธอ 22 ก.ย.นี้ พบกับตัวตนของ “ดร.ลีเดีย ปริยันก้า” นิยามของคำว่า “โอกาส”และ “การให้” ได้ที่อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี ตะลึงไปกับไฮไลท์จัดเต็มจาก  Gold soap สบู่ทองคำพร้อมกองทัพเซเลบริตี้และซุปเปอร์สตาร์ทั่วฟ้าเมืองไทยตบเท้าร่วมงานมากมาย !!!

แนะนำเคล็ดลับจัดการความเครียดสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353733

แนะนำเคล็ดลับจัดการความเครียดสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง

แนะนำเคล็ดลับจัดการความเครียดสำหรับไลฟ์สไตล์คนเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้วยสภาวะที่เร่งรีบในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การจราจร และมลภาวะอื่นๆ รอบๆตัวทำให้หลายๆ คนเกิดความเครียด โดยไม่รู้ตัว ความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัยอาจจะเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้นๆ หรืออยู่กับเราเป็นเวลานาน อันจะส่งผลเสียต่อร่างกาย และจิตใจ ความเครียดจะไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจ ถ้าเรารู้จักวิธีบริหารจัดการความเครียดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมการเรียนรู้ที่จะผ่อนคลายร่างกายและจิตใจถือเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ต้องพบเจอในชีวิตเป็นอย่างดี

“ธัญ” (THANN) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลก ด้วย
เทคโนโลยีชั้นนำ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีจัดกิจกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อความผ่อนคลาย “ไทม์ ทู รีเฟรช”(Time to RefreshTM) โดยเชิญ หมอนุ่น-แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช มาร่วมแนะเคล็ดลับบริหารจัดการความเครียดแบบถูกวิธี พร้อมเหล่าเซเลบริตี้คู่รัก อาทิ ภัทร จึงกานต์กุล, จุ้มจิ้ม-วรนันท์จันทรัศมี, ต้น-เดิมพัน และ เมย์-เมลนีย์ อยู่วิทยาที่มาร่วมเวิร์กช็อปเพ้นท์ภาพสีน้ำ เพื่อสร้างสมาธิที่ร้านเพ้นท์บาร์ แบงค็อก (Paintbar Bangkok)

หมอนุ่น-แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์ กล่าวถึงสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเครียด และเคล็ดลับการจัดการกับความเครียดที่ถูกวิธีว่า “ความเครียดนั้นเป็นสภาวะทางอารมณ์ที่เกิดจากการที่คนเราต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ หรือการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลให้รู้สึกกดดัน วิตกกังวล กระทั่งสภาวะจิตใจที่เปลี่ยนไปในด้านลบ และเมื่อสมองรับรู้ได้ว่าสภาวะนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจก็จะส่งผลเสียต่อการทำงานของฮอร์โมนทันที ทำให้ร่างกายมีสภาวะที่หัวใจเต้นแรง เหงื่อออกมือเท้าเย็น ปวดท้อง กระวนกระวาย หรือสมาธิไม่ดี อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อคนเรามีความเครียด และหากใครที่ต้องเผชิญกับความเครียดอยู่เป็นเวลานานโดยที่ไม่รู้จักหาวิธีผ่อนคลายก็อาจส่งผลต่อปัญหาสุขภาพตามมา เช่น อาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือเริ่มมีอาการซึมเศร้าเกิดขึ้น ดังนั้น เราควรหาวิธีที่จะได้ผ่อนคลายความเครียดเหล่านั้นออกมาบ้างวิธีง่ายๆ เลยก็คือการพูดคุยให้กับคนที่เราไว้วางใจได้รับฟัง หรืออาจจะหากิจกรรมสนุกๆ ทำเพื่อผ่อนคลายความเครียด อย่างเช่น ออกกำลังกายให้เหงื่อออก หรือการวาดภาพที่เป็นกิจกรรมในวันนี้ เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นการฝึกสมาธิและผ่อนคลายความเครียดได้เช่นกัน โดยจะช่วยให้ความคิดของเรามาจดจ่ออยู่ที่การระบายสี นับเป็นกิจกรรมยามว่างที่ช่วยสร้างจินตนาการได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงการใช้กลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) เพราะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่บรรเทาความเครียดได้เร็วที่สุด เพราะเมื่อจมูกได้กลิ่นหอมอโรมาเธอราพีเพียงไม่กี่วินาทีก็จะส่งกลิ่นนั้นไปสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ ซึ่งสามารถสร้างความผ่อนคลายให้กับเราได้ในทันที”

สำหรับ “กลิ่นหอมบำบัด” (Aromatherapy)เป็นศาสตร์แห่งการสร้างความผ่อนคลายแขนงหนึ่งที่ถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 6,000 ปีตั้งแต่สมัยกรีก โรมัน และอียิปต์ มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยนั้น นอกจากจะช่วยเรื่องการนอนหลับแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างสมาธิในการทำงานสร้างบรรยากาศผ่อนคลายเมื่อต้องเข้าไปในสถานที่ใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี

เมื่อร่างกายได้รับกลิ่นหอม กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูก ไปยังกระเปาะรับกลิ่น และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์ และความรู้สึก อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ และความรู้สึก โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ เพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ได้แก่ เอ็นโดฟิน (Endorphin) สารที่ช่วยลดความเจ็บปวด คลายความเครียด และความวิตกกังวล, เอนเคฟาลิน (Enkephalin) สารที่ช่วยลดอาการซึมเศร้า และเซโรโทนิน (Serotonin) ช่วยทำให้สงบ เยือกเย็น และผ่อนคลาย

อลังการเรือนเวลาชิ้นเด่นกว่า 180 แบรนด์ดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353729

อลังการเรือนเวลาชิ้นเด่นกว่า 180 แบรนด์ดัง

อลังการเรือนเวลาชิ้นเด่นกว่า 180 แบรนด์ดัง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รวมสุดยอดประดิษฐกรรมแห่งเรือนเวลาชิ้นเอกกว่า 180 แบรนด์ชั้นนำ ส่งตรงจากมหกรรมแสดงนาฬิการะดับโลก BASEL WORLD 2018 และ SIHH 2018 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาจัดแสดงระหว่างนี้จนถึงวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ในมหกรรมงานแสดงนาฬิกาแห่งปี “สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป2018” (SIAM PARAGON WATCH EXPO 2018) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เดอะ ยูนีค ไทม์พีซเซส” (THE UNIQUE TIMEPIECES)

ผู้บริหารสยามพารากอน และวอทช์ แกลอเรีย พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ นำโดย ชนิสา แก้วเรือน, จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุลพร้อมด้วยผู้บริหารแบรนด์นาฬิกาและเหล่าพันธมิตรธุรกิจชั้นนำ อาทิ ยูมิ เคียงศิริ,คงภัทร จิรมณีกุล, ทิพาณัท เลณบุรี, ตุนท์-ศรินญา มหาดำรงค์กุล, เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์คัทสึมิ คุโบตะ ฯลฯ มาร่วมฉลองเปิดงานแสดงนาฬิกาแห่งปี “สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2018” (SIAM PARAGON WATCH EXPO 2018) อย่างเป็นทางการ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

งาน “สยามพารากอน วอทช์ เอ็กซ์โป 2018” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 12 ได้รวบรวมเรือนเวลาอันเป็นสุดยอดประดิษฐกรรมจากแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 180 แบรนด์มาไว้ในงานแบบครบครัน ทั้งนาฬิกาในกลุ่ม Luxury, Fashion และ Sport โดยเทรนด์สีนาฬิกาที่มาแรงแห่งปี และเป็นไฮไลท์ของแต่ละแบรนด์ คือสีเขียว นอกจากนี้ ยังมีสีน้ำเงินโทนสีพาสเทล รวมถึงสีขาว และสีดำยังคงเป็นสีที่ได้รับความนิยมตลอดกาล

ภายในงานยังมีแฟชั่นพรีเซ็นเทชั่นเรือนเวลาอันโดดเด่น “THE UNIQUETIMEPIECES” โดยเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการทั้งเซเลบริตี้ นักแสดง นายแบบและนางแบบ ที่มาร่วมสร้างความตระการตาอาทิ FRANCK MULLER รุ่น DOUBLEMYSTERY เรือนเวลาหรูมูลค่า 22 ล้านบาท โดดเด่นด้วยความงดงามของประกายระยิบระยับของเพชรบนหน้าปัด นำมาอวดโฉมโดยนักแสดงเจ้าบทบาท เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, TAG Heuer Link เรือนเวลาสไตล์สปอร์ตทันสมัย กับสายนาฬิกาทรงเอส เอกลักษณ์ของแบรนด์ นำเสนอโดยนักร้องหนุ่ม นนท์-ธนนท์ จำเริญ, TITAN รุ่น T-2589KM01 Neo – III Analog นาฬิกาอะนาล็อกโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ ตัวเรือนสเตนเลสและสายสเตนเลสอย่างดีสีโรสโกลด์ โดยดาราสาวหน้าหวาน ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, HUBLOT รุ่น TECH FRAME FERRARI TOURBILLON CHRONOGRAPH KING GOLD ศิลปะแห่งการผสมผสานที่อูโบลท์ร่วมกับ เฟอร์รารี่รังสรรค์นาฬิกาข้อมือทรงสปอร์ตรุ่นพิเศษซึ่งมีเพียง 70 เรือนในโลก และมีเพียง 1 เรือนในประเทศไทย โดยนำมาเผยโฉมในงานนี้เป็นครั้งแรกผ่านการพรีเซ็นต์ของ ปราการไรวา

OMEGA รุ่น SEAMASTER AQUA TERRA เรือนเวลาสุดหรูส่งตรงจากงาน Basel World 2018 นำมาเผยโฉมภายในงานนี้เป็นครั้งแรก โดดเด่นด้วยเพชรน้ำงามล้อมรอบหน้าปัดบนตัวเรือนที่ได้จากการหลอมทอง ทองแดง และพาลาเดียม เป็นทอง Rose Gold 18k Sedna ซึ่งเป็นงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมด้วยทับทิมทรงมาคีแทนตัวเลขบอกเวลาทั้ง 12 หลัก ถ่ายทอดความงดงามโดย หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, BREITLING รุ่น NAVITIMER 8 B01 นาฬิกาคอลเลคชั่นนักบินสุดคลาสสิก โดย ธนพนธ์ เบญจรงคกุล,RESSENCE รุ่น Type 1 Squared โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบบางที่เน้นความทันสมัย นำเสนอโดย ภิรญา สิงหะ, MONTBLANC รุ่น HERITAGECHRONOMÉTRIE COLLECTION นาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกลไกปฏิทินถาวรโดดเด่นด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินรมควันกับวิวพระจันทร์3 มิติ โดย อกนิษฐ์ วิเชียรเจริญ

LONGINES รุ่น AVIGATION BIGEYEได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาโครโนกราฟผสมผสานดีไซน์ในช่วงยุคทองของนาฬิกานักบิน โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์สไตล์วินเทจนำเสนอโดย พัณณิตา ณ.ส. สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ CORUM รุ่น ADMIRAL 45 SQUELETTE เรือนเวลาที่ โดดเด่นด้วยหน้าปัดสลักฉลุโปร่งที่ดึงดูดสายตา เครื่องกลไกมีความประณีตซับซ้อน ตกแต่งร่วมสมัยผลิตจำนวนจำกัดเพียง 288 เรือนต่อแบบเท่านั้น พรีเซ็นต์โดย ปัทมรัตน์ พหิทธานุกร

อีกทั้ง ในงานยังมีนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวสุดยอดนวัตกรรมกลไกแห่งกาลเวลา อาทิ BREITLING กับการบอกเล่าเรื่องราวแนวคิด Breitling Squad และนาฬิกานักบินคอลเลคชั่นล่าสุด NAVITIMER 8 อุทิศให้กับหนึ่งในตำนานอันยิ่งใหญ่สูงสุดของการประดิษฐ์นาฬิกา ด้าน HAMILTON เปิดประสบการณ์การบินด้วยการยก Simulation Room มาให้ผู้ชมได้สัมผัสห้องทำงานนักบินเสมือนจริงมาไว้ในงาน และมีกิจกรรมร่วมชิงนาฬิกา CASIO พร้อมทั้งมีนิทรรศการที่น่าสนใจจากแบรนด์ดังอีกมากมาย อาทิ GUCCI,ORIS, TISSOT และ GUESS อีกด้วย

‘กรองผกาบูชาพระคุณ’ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ บำเพ็ญกุศล น้อมเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353754

‘กรองผกาบูชาพระคุณ’ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ บำเพ็ญกุศล  น้อมเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

‘กรองผกาบูชาพระคุณ’ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ บำเพ็ญกุศล น้อมเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 18 กรกฎาคมของทุกปี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานน้อมเกล้าฯ ถวายราชสักการะต่อเนื่องมาจนถึงปี 23 ในปีนี้ซึ่งพิเศษกว่าทุกครั้ง โดยร่วมกับจังหวัดเชียงราย จัดงาน “กรองผกาบูชาพระคุณ” เพื่อบำเพ็ญกุศลน้อมเกล้าฯ ถวาย พร้อมจัดแสดงนิทรรศการเครื่องสักการะอย่างล้านนา ร่วมกับงานพิธีถวายขันดอก ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล เป็นประธานในการจัดงานและเป็นผู้แทนถวายราชสักการะ ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าพระบรมรูปหล่อสำริด สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ในงานมีคณะกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ อาทิ ท่านผู้หญิงบุตรีวีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์, อ.นคร พงษ์น้อยผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง ฯลฯ พร้อมด้วย ม.ร.ว.อุษณิษา สุขสวัสดิ์,พิไลพรรณ สมบัติศิริ และผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน ประชาชนชาวเชียงราย และชาวเขาชนเผ่าต่างๆ มาร่วมถวายราชสักการะ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยพานขันดอกหรือพานพุ่มดอกไม้อย่างล้านนา ตกแต่งได้อย่างงดงามอลังการ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

นคร พงษ์น้อย ผู้อำนวยการอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 23ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้จัดงานน้อมเกล้าฯ ถวายราชสักการะ “กรองผกาบูชาพระคุณ” และเป็นปีแรกที่ได้จัดแสดงนิทรรศการเครื่องสักการะอย่างล้านนา ร่วมกับงานพิธีถวายขันดอก โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมจัดพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ อีกทั้ง มูลนิธิฯ ยังได้รับเกียรติจากสองศิลปินนักจัดดอกไม้ชื่อดังสกุลอินทกุล ศิลปินผู้สร้างสรรค์วัฒนธรรมดอกไม้ไทยร่วมสมัย และ ศักดิ์ชัย กาย นักจัดดอกไม้ระดับประเทศ มาร่วมจัดตกแต่งขันดอกหรือพานพุ่มดอกไม้อย่างล้านนา โดยรอบบริเวณหอคำ ภายในอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง ทั้งนี้ เพื่อสืบสานงานศิลป์เฉพาะถิ่นไว้เป็นมรดกแก่ชาติและชนรุ่นหลังสืบไป

“ในปีนี้เพื่อให้ประเพณีการจัดขันดอก ซึ่งเป็นงานศิลปะเพื่อการบูชาคารวะ ที่เริ่มเลือนหายไปจากสังคมล้านนา ให้คงอยู่ในเส้นทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงจัดแสดงนิทรรศการเครื่องสักการะอย่างล้านนาขึ้นเป็นครั้งแรก ร่วมกับงานพิธีถวายขันดอก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะล้านนา นักออกแบบงานดอกไม้ระดับประเทศ และแขกผู้มีเกียรติ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดพานพุ่มดอกไม้สักการะ ซึ่งงดงามอลังการมาก นอกจากจะได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จย่า ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยแล้ว ยังเป็นการสืบสานงานศิลป์เฉพาะถิ่นไว้เป็นมรกดแก่ชาติและชนรุ่นหลัง”

ด้าน สกุล อินทกุล ศิลปินผู้สร้างสรรค์วัฒนธรรมดอกไม้ไทยร่วมสมัย และ ศักดิ์ชัย กายนักจัดดอกไม้ระดับประเทศ ซึ่งร่วมกันจัดพานขันดอกอันงดงามตระการตา รวม 24 พาน ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกปลื้มปิติที่ได้มีโอกาสร่วมจัดพานขันดอกเพื่อถวายราชสักการะในงาน “กรองผกาบูชาพระคุณ” และอิ่มเอมใจที่ได้เห็นฝีมือของทีมช่างฝีมือจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และคนรุ่นใหม่จากวิทยาลัยอาชีวะ จ.เชียงราย ได้ร่วมสร้างสรรค์พานขันดอกได้อย่างงดงาม

ศักดิ์ชัย กาย กล่าวว่า “ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้จัดพานขันดอกเพื่อถวายราชสักการะสมเด็จย่า ผมเคยเป็นนักเรียนเก่าสวิสส์ เคยเข้าเฝ้าฯพระองค์ท่านที่นั่น ซึ่งก็นานมากแล้ว ภาพที่เห็นพระองค์ท่านทรงมีเมตตาต่อนักศึกษาจากเมืองไทยยังอยู่ในความทรงจำเสมอ ขันดอกที่จัดขึ้นผมก็น้อมรำลึกถึงพระจริยวัตรอันเรียบง่ายของพระองค์ท่าน นำความเรียบง่าย ดั้งเดิมมาผสมผสานกับความร่วมสมัย เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่าความงดงามแบบเดิมนั้นสามารถสอดแทรกความร่วมสมัยเข้าไปได้ มีความแปลก สนุกและแตกต่าง”

ขณะที่ สกุล อินทกุล กล่าวว่า “ครั้งแรกที่ผมได้จัดขันดอก ซึ่งเป็นการตกแต่งพานพุ่มแบบล้านนา ผมก็นำสถาปัตยกรรมของล้านนามาเป็นแรงบันดาลใจ เลือกใช้โทนสีขาวและแดง สื่อถึงจิตวิญญาณแห่งล้านนา เพื่อร่วมอนุรักษ์และรักษางานศิลปะท้องถิ่นที่งดงามและเต็มไปด้วยศรัทธาให้คงอยู่ต่อไป”

ทั้งนี้ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้า หรือที่ชาวจังหวัดเชียงรายรู้จักในชื่อ “ไร่แม่ฟ้าหลวง” เริ่มต้นจากการเป็นที่ดินหัวไร่ปลายนาธรรมดาผืนหนึ่งบริเวณชานเมือง จังหวัดเชียงราย ต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของชาวเขาไทย ใต้ร่มพระบารมีแม่ฟ้าหลวง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง
สกุล อินทกุล และ ศักดิ์ชัย กาย

สกุล อินทกุล และ ศักดิ์ชัย กาย
ขบวนพานขันดอกเพื่อถวายราชสักการะ

ขบวนพานขันดอกเพื่อถวายราชสักการะ
ประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ จ.เชียงราย เป็นประธานในการจัดงานและเป็นผู้แทนถวายราชสักการะ

ประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าฯ จ.เชียงราย เป็นประธานในการจัดงานและเป็นผู้แทนถวายราชสักการะ

พานขันดอกอันงดงาม ผลงานของ 2 ศิลปินนักจัดดอกไม้ชื่อดัง

พานขันดอกอันงดงาม ผลงานของ 2 ศิลปินนักจัดดอกไม้ชื่อดัง

ธรรมศาสตร์ สถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 84 ปี มอบรางวัลกีรตยาจารย์ สาขาสังคมศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353748

ธรรมศาสตร์ สถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 84 ปี  มอบรางวัลกีรตยาจารย์ สาขาสังคมศาสตร์

ธรรมศาสตร์ สถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 84 ปี มอบรางวัลกีรตยาจารย์ สาขาสังคมศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. ในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 85 รูป

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 84 ปี พร้อมมอบรางวัลกีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2560 แด่ ศ.ดร.เสมอชัย พูลสุวรรณ ตลอดจนมอบเหรียญจักรพรรดิมาลารวมถึงเข็มเกียรติยศและโล่เกียรติยศ โล่เกียรติคุณแก่อาจารย์และบุคลากรดีเด่นและดำรงตำแหน่งบริหารครบวาระ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2477จากแนวคิดของ ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ที่เน้นการเรียนการสอนเรื่องประชาธิปไตย ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้ที่จะเป็นเครื่องมือในการช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศชาติ โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า นักศึกษาและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ธรรมศาสตร์ ได้จัดงาน “วันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 84” ในโอกาสการก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นับตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2477 จากแนวคิดของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ที่ต้องการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่เน้นการเรียนการสอนเรื่องประชาธิปไตย เพื่อให้การศึกษาและสร้างความเข้าใจในระบอบการปกครองใหม่ตลอดจนการสร้างองค์ความรู้ที่จะเป็นเครื่องมือในการช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่ประเทศชาติ รวมทั้งปัญหาของโลกในยุคใหม่แม้เวลาจะล่วงเลยมาแล้วถึง 84 ปี แต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังคงสืบสานหลักการดำเนินงานดังกล่าวอย่างมิเสื่อมคลาย และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน เพื่อให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นสถานศึกษาที่เป็นเลิศ ผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถและมีจิตใจอุทิศให้กับประเทศชาติ

ภายในงานประกอบกิจกรรมมากมาย อาทิ การขับร้องเพลงประสานเสียงจากชุมนุมขับร้องประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในบทเพลงประจำมหาวิทยาลัย (ทำนองมอญดูดาว) เพลงมาร์ช ม.ธ.ก. และเพลงพระราชนิพนธ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ยูงทอง) พิธีมอบเหรียญจักรพรรดิมาลา รางวัลครูดีเด่น และบุคลากรดีเด่น พิธีมอบเข็มเกียรติยศโล่เกียรติยศแก่ศิษย์เก่าดีเด่น และผู้ทำคุณประโยชน์ และโล่เกียรติคุณแก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ดำรงตำแหน่งครบวาระในปีนี้ผู้ที่ได้รับเข็มเกียรติยศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คือ ศ.วิโรจน์ เลาหะพันธุ์ผู้อุทิศตนในการพัฒนาและสร้างมาตรฐานให้วิชาชีพบัญชีของไทยให้มีมาตรฐานและทัดเทียมสากล รวมถึงพิธีมอบรางวัลแก่กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อประกาศเชิดชูเกียรติและเปรียบเสมือนขวัญกำลังใจแด่อาจารย์ผู้ทำประโยชน์ผู้ประกอบคุณงามความดีในวิชาชีพครู สร้างสรรค์งานวิจัย สร้างชื่อเสียงให้แก่มหาวิทยาลัยและอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของสังคม ปีนี้ผู้ที่ได้รับ “รางวัลกีรตยาจารย์”ประจำปี พ.ศ.2560 ได้แก่ ศ.ดร.เสมอชัย พูลสุวรรณ ได้รับรางวัลกีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ โดยท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายศาสตร์วิชา อาทิ ด้านพันธุศาสตร์วิวัฒนาการ ชาติพันธุ์ศึกษา และประวัติศาสตร์ศิลปะ อันปรากฏผ่านบทความและผลงานทางวิชาการที่ท่านเขียนจำนวนมาก อาทิ หนังสือ “รัฐฉาน (เมืองไต): พลวัตชาติพันธุ์ในบริบทประวัติศาสตร์และสังคมการเมืองร่วมสมัย” และหนังสือ “จิตรกรรมพุทธศาสนาสมัยพุกาม: รูปแบบและความหมายของศิลปะแห่งศรัทธา” ซึ่งนับเป็นคุณประโยชน์ต่อวงการการศึกษาด้านสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเป็นอย่างมาก นอกจากความโดดเด่นทางด้านวิชาการแล้ว ศ.ดร.เสมอชัย ยังคงเป็นแบบอย่างที่ดีของการดำเนินชีวิต จากการนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาปรับใช้โดยการดำเนินชีวิตด้วยสติและสมาธิ

ผู้รับเหรียญจักรพรรดิมาลาและบุคลากรดีเด่น

ผู้รับเหรียญจักรพรรดิมาลาและบุคลากรดีเด่น
ผู้ได้รับเข็มเกียรติยศและผู้ที่ได้รับโล่เกียรติยศประเภทศิษย์เก่าดีเด่น

ผู้ได้รับเข็มเกียรติยศและผู้ที่ได้รับโล่เกียรติยศประเภทศิษย์เก่าดีเด่น
ศ.วิโรจน์ เลาหะ
พันธุ์ รับรางวัลเข็มเกียรติยศ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประจำปี 2561

ศ.วิโรจน์ เลาหะ พันธุ์ รับรางวัลเข็มเกียรติยศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2561
ศ.ดร.เสมอชัย พูลสุวรรณ
รับรางวัลกีรตยาจารย์แห่ง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สาขาสังคมศาสตร์

ศ.ดร.เสมอชัย พูลสุวรรณ รับรางวัลกีรตยาจารย์แห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์
การขับร้องเพลงประสานเสียงจากชุมนุมขับร้องประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การขับร้องเพลงประสานเสียงจากชุมนุมขับร้องประสานเสียงแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สวรส. นำเสนอผลงานวิจัยทางการแพทย์ โชว์‘เครื่องตรวจหาพาร์กินสัน’และงานวิจัยสำหรับเด็กไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353737

สวรส. นำเสนอผลงานวิจัยทางการแพทย์  โชว์‘เครื่องตรวจหาพาร์กินสัน’และงานวิจัยสำหรับเด็กไทย

สวรส. นำเสนอผลงานวิจัยทางการแพทย์ โชว์‘เครื่องตรวจหาพาร์กินสัน’และงานวิจัยสำหรับเด็กไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)นำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัยทางการแพทย์ ภายใต้แนวคิด “25 ปี สวรส. สู่ระบบสุขภาพไทยในอนาคต” ในงานประชุมวิชาการและมหกรรมการแสดงผลงาน 100 ปี การสาธารณสุขไทย เมื่อวันที่ 18-20 ก.ค. 2561 ณ ศูนย์การประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวว่าภารกิจของ สวรส. ในอีกบทบาทหนึ่งนอกเหนือไปจากการบริหารจัดการงานวิจัยแล้ว การผลักดันให้งานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์สาธารณสุข ทั้งนี้ การนำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัยทางการแพทย์ภายในงานประชุมวิชาการและมหกรรมการแสดงผลงาน 100 ปี การสาธารณสุขไทย ส่วนใหญ่เป็นนวัตกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น เครื่องมือช่วยวินิจฉัยและติดตามรักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน แอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์พกพาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเด็กไทย เครื่องมือคัดกรองไมโครแอลบูมินนูเรียด้วยระบบคะแนนเพื่อผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 วัสดุปิดแผลไฟโบรอินผสมวุ้นว่านหางจระเข้เพื่อผู้ป่วยเบาหวาน ฯลฯ

ศ.นพ.รุ่งโรจน์ พิทยศิริ นักวิจัยเครือข่ายสวรส. สังกัดศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มความเคลื่อนไหวผิดปกติแห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หัวหน้าโครงการวิจัยการพัฒนาเครื่องมือช่วยวินิจฉัย คัดกรองและติดตามการรักษาผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน กล่าวว่า“พาร์กินสัน” เป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาทที่พบได้มากกว่าร้อยละ 50 ในผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ในกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุของโรคอย่างชัดเจน ปัจจุบันการวินิจฉัยโรคจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ตรวจรักษา โดยมีการตรวจประเมินทางคลินิกร่วมกับการใช้แบบประเมินอาการที่เรียกว่า Unified Parkinson’s Disease Rating Scale (UPDRS) ที่ใช้ได้กับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมแล้วเท่านั้น ทำให้ UPDRS ถูกจำกัดใช้อยู่ในโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ ทั้งยังพบว่ามีความคลาดเคลื่อนจากการให้คะแนนที่ไม่ตรงกันของผู้ประเมินอีกด้วย

ศ.นพ.รุ่งโรจน์ อธิบายว่า โรคพาร์กินสันนั้นมีอาการสั่นที่จำเพาะ ทีมวิจัยจึงได้พัฒนาเครื่องมือในการตรวจวัดและวิเคราะห์อาการสั่นของผู้ป่วยโรคพาร์กินสันขึ้น ประกอบด้วยชุดสัญญาณการเคลื่อนไหวที่สามารถบันทึก วิเคราะห์ แสดงผลสัญญาณในเชิงเวลา ความถี่การสั่น และค่าการสั่นในแกนต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ใช้งานได้ง่ายทำได้โดยบุคลากรทางการแพทย์โดยทั่วไป ที่อาจไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และใช้เวลาการตรวจเสร็จภายใน10 นาที และมีความปลอดภัยกับผู้ใช้ สำหรับผลจากการทดสอบเครื่องมือ พบว่า สามารถใช้ประเมินลักษณะอาการสั่นได้อย่างแม่นยำ สามารถช่วยแพทย์ผู้ทำการรักษาประเมินว่าอาการสั่นของผู้ป่วยนั้นมีความเป็นไปได้มากน้อยเท่าไหร่ และยังใช้ประเมินอาการทางการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ ร่วมกับแบบประเมินมาตรฐาน UPDRS ได้อีกด้วย ช่วยลดความคลาดเคลื่อนของการให้คะแนน โดยการตรวจวัดให้ผลถูกต้อง รวดเร็ว ช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำขึ้น และไม่ทำให้หลงทางในการรักษา ทั้งนี้ เครื่องมือดังกล่าวได้มีการจดสิทธิบัตรในชื่อ “ระบบคัดแยกโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติจากอาการสั่น”

ทางด้าน ศ.ดร.รวี เถียรไพศาล เครือข่ายนักวิจัย สวรส. สังกัดคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หัวหน้าโครงการวิจัยประเมินผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกเพื่อป้องกันฟันผุเด็กเล็ก เผยว่า ปัญหาการมีฟันผุตั้งแต่วัยเด็กทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและมีผลต่อเนื่องถึงฟันแท้ กลายเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจตามมา ทั้งนี้งานวิจัยดังกล่าวเป็นการต่อยอดการศึกษา ติดตามผลของนมผงโพรไบโอติก Lactobacillus paracasei SD1 ป้องกันฟันผุในกลุ่มเด็กเล็กที่ยังไม่มีฟันผุหรือมีฟันผุเริ่มแรก โดยหาความถี่และระยะเวลาที่เหมาะสมในการรับนมผสมโพรไบโอติกเพื่อป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผลการศึกษาพบว่า การได้รับนมผงโพรไบโอติกมีผลในการป้องกันฟันผุเริ่มแรก คือ กลุ่มที่ได้นมโพรไบโอติก แบบต่อเนื่อง และกลุ่มที่ได้รับ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ มีอัตราในการเกิดฟันผุใหม่และฟันผุลุกลามที่เคลือบฟันน้อยกว่ากลุ่มที่ได้นมไม่มีโพรไบโอติก ซึ่งการชะลอการเกิดฟันผุใหม่และการยับยั้งฟันผุลุกลาม ทำให้ฟันผุเริ่มแรกเปลี่ยนไปเป็นฟันปกติได้ ดังนั้นการได้รับนมโพรไบโอติกเพียง 3 วันต่อสัปดาห์ มีความเพียงพอในการป้องกันฟันผุได้ ปัจจุบันโพรไบโอติกชนิด Lactobacillus paracasei SD1 ได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถป้องกันฟันผุได้ และมีการอนุญาตให้ใช้สิทธิเทคโนโลยี โพรไบโอติกสายพันธุ์ Lactobacillus paracasei SD1 แก่ บริษัท เกร็ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด และอนุญาตให้ใช้สิทธิเทคโนโลยี Lactobacillus rhamnosusSD11 แก่ บริษัท แดรี่โฮม จำกัด เพื่อผลิตขายภายในประเทศ”

นพ.สมัย ศิริทองถาวร นักวิจัยเครือข่ายสวรส. สังกัดกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขหัวหน้าโครงการพัฒนาเครื่องมือวินิจฉัยภาวะออทิสซึมในระยะเริ่มแรกสำหรับเด็กไทย กล่าวว่างานวิจัยชิ้นนี้จึงได้พัฒนาเครื่องมือประเมินเพื่อช่วยในการวินิจฉัยภาวะออทิสซึมในระยะเริ่มต้นของเด็กไทย โดยนำผลในการประเมินทางพฤติกรรมด้านการสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การเล่น และพฤติกรรมซ้ำๆ กับผลการสังเกตของผู้ปกครองด้านพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็ก มาใช้ร่วมกับการวินิจฉัยของแพทย์ ซึ่งทำให้การวินิจฉัยแม่นยำ และรวดเร็วขึ้น ส่งผลดีเพื่อการบำบัดรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ปัจจุบันเครื่องมือนี้สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือในระบบคัดกรองพัฒนาการเด็กของกระทรวงสาธารณสุข และผ่านการทดสอบประสิทธิผลในการนำไปใช้ในพื้นที่จริง เทียบเคียงได้กับเครื่องมือในระดับนานาชาติ โดยมีราคาถูกกว่าเครื่องมือที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่สำคัญเป็นลิขสิทธิ์ของประเทศไทยจึงสามารถขยายผล และบุคลากรทางด้านจิตเวชเด็กสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่ติดเงื่อนไขลิขสิทธิ์ทางปัญญา

นอกจากนี้ สวรส. ยังมีการแสดงผลงานวิจัยอื่นๆ อีกมากมายภายในงาน โดยมีบุคลากรสาธารณสุข ตลอดจนประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจและเข้าร่วมเป็นสมาชิกคลังข้อมูลระบบสุขภาพของ สวรส.