ปัญญ์ปุริชวนคนเมืองสร้างสุขภาพดีแบบองค์รวม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353115

ปัญญ์ปุริชวนคนเมืองสร้างสุขภาพดีแบบองค์รวม

ปัญญ์ปุริชวนคนเมืองสร้างสุขภาพดีแบบองค์รวม

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัญญ์ปุริ (PAÑPURI) เวลเนสแบรนด์ที่เน้นการดูแลสุขภาพและความงามแบบองค์รวมจัด “Wellness Journey Talk Vol.1” เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแชร์เคล็ดลับการใช้ชีวิตแบบเวลเนส ในหัวข้อ “LIFE WORK WELLNESS INTEGRATION” โดยมี วรวิทย์ ศิริพากย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปุริ จำกัด ผู้บริหารหนุ่มที่มี wellness conscious ในการหาสมดุลของชีวิต พร้อมด้วยแอน ทองประสม ผู้จัดละคร และนักแสดงแถวหน้าของเมืองไทย ตัวแทนผู้หญิงที่บาลานซ์การใช้ชีวิต และดูแลสุขภาพได้อย่างดีเยี่ยม และ พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย (สหรัฐอเมริกา)รองผู้อำนวยการ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท คอลัมนิสต์ และนักเขียนหนังสือสุขภาพ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเรื่องของ Wellness ชื่อดังของเมืองไทย ร่วมแชร์ประสบการณ์และความสำคัญของการใช้ชีวิตที่ลงตัว ที่ชั้น 19 คริสตัล บ็อกซ์ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท เมื่อเร็วๆ นี้

วรวิทย์ ศิริพากย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปุริ จำกัด กล่าวว่า ปัญญ์ปุริ มีรากฐานอยู่บนความเชื่อที่ว่าสุขภาพและความงามมีความเชื่อมโยงกัน ตลอดระยะเวลา 15 ปี เรามุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกผ่านผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมที่ใช้ส่วนผสมธรรมชาติ และออร์แกนิค ทั้งสกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย เครื่องหอม รวมไปถึงบริการเวลเนส และเพื่อตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

“ผมเชื่อว่าการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ และสมดุลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ทุกวันนี้เทรนด์การใช้ชีวิตแบบเวลเนส ของคนเมืองมีความหลากหลายมาก ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ทั้งโลกต่างให้ความสนใจ เราจึงเริ่มจัดกิจกรรม Wellness Journey Talk Vol.1 ขึ้นเพื่อเป็นการแบ่งปันประสบการณ์ และแนวคิดในการสร้างสมดุลให้ชีวิต โดยมีตัวแทนของผู้หญิงที่ไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในการทำงาน แต่ยังสามารถจัดสรรชีวิตได้อย่างลงตัว และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ถือเป็นหนึ่งในกูรูด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยมาให้คำแนะนำซึ่งเป็นประโยชน์มาก ปัญญ์ปุริมีความมุ่งหวังที่จะเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงเพื่อบอกเล่า และแชร์ประสบการณ์เรื่องราวเกี่ยวกับเวลเนสเทรนด์ และการดูแลสุขภาพที่ลงตัวในทุกมิติ เพื่อให้คนเมืองได้นำไปปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง

ทุกคนรู้ว่าการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และพักผ่อน เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แต่สำหรับคนเมืองนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะทำทุกอย่างได้ดี จึงมีเทรนด์ของไลฟ์สไตล์แบบเวลเนสเกิดขึ้น เพื่อนำเสนอแนวทางการสร้างความสมดุลของชีวิตคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายและจิตใจ”

ด้านแพทย์หญิงชื่อดังแห่งวงการเวชศาสตร์ชะลอวัย พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ คุณหมอผิงในฐานะกูรูด้านสุขภาพ ยึดมั่นในหลักการว่า “การดูแลตัวเองไม่ใช่เพียงแค่ดูแลสุขภาพเพื่อทำให้ตัวเองดูดีอย่างเดียว แต่ต้องดูแลเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพด้วยเช่นกัน คนที่มีปัญหาสุขภาพที่เกิดจากไลฟ์สไตล์ที่ไม่ถูกต้อง สามารถปรับแก้ไขได้ และสำหรับคนที่สุขภาพดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้น และยาวนาน สำหรับคุณหมอนั้น เวลเนส คือ การทำอย่างไรให้มีสุขภาพดี ซึ่งล้วนเกิดขึ้นจากไลฟ์สไตล์ และการดูแลตัวเองทั้งภายใน และภายนอกทั้งนั้น

การสร้าง Life -Work– Balance เป็นเรื่องที่สำคัญมาก การที่หมอทำงานด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ทำให้ได้เจอคนไข้มากมาย และพบว่าบางคนพยายามดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร การออกกำลังกาย แต่พลาดไปในเรื่องของการทำสมดุลชีวิตในเรื่องของการคลายเครียด รวมทั้งการทำงานหนักเกินไป ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือ ต้องแบ่งเวลาให้กับการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารดี การนอนหลับพักผ่อนต้องเพียงพอ รวมทั้งมีกิจกรรมพักผ่อนอื่นๆ เพื่อจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นด้วย เช่น การทำสปา หรือการเดินเล่นในสวนสาธารณะ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ควรจะต้องเป็น A must อย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา”

นอกเหนือจากเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารที่ดี หรือการออกกำลังกายที่เพียงพอแล้ว พญ.ธิดากานต์ บอกเทคนิคในการดูแลตัวเองว่า “อยากแนะนำทิปส์อีกข้อหนึ่งที่ตัวเองก็ใช้เหมือนกันในช่วงนี้ และพบว่าดีมากคือเรื่องของการทำดิจิตอล ดีท็อกซ์ โดยจะมีกำหนดช่วงเวลาของตัวเองเพื่อปิดโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ดิจิตอลทุกอย่าง ถ้าเป็นระหว่างในช่วงเวลาทำงานจะปิดมือถือประมาณ 10-15 นาที พร้อมกับนั่งเงียบๆ เพื่ออยู่กับลมหายใจตัวเอง ได้ทบทวนตัวเอง เป็นการชาร์จพลังงานชีวิต แต้ถ้าเป็นวันหยุดอย่างวันอาทิตย์ จะปิดโทรศัพท์มือถือไปเลยทั้งวัน อยู่แบบไม่ต้องมีการสื่อสารทางดิจิตอลจะทำให้เราอยู่กับปัจจุบัน และพักผ่อนจริงๆ”

สำหรับ แอน ทองประสม นักแสดง และผู้จัดละครชื่อดังที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมาเป็นอันดับแรกด้วยอาชีพที่ต้องใช้ทั้งสมาธิ อยู่ภายใต้ความกดดัน และการทำงานที่ไม่เป็นเวลา ทำให้ในบางเวลาอาจมีการพักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้นการออกกำลังกาย เพื่อหาความผ่อนคลายเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์กับร่างกายแล้ว ยังเป็นการฝึกสมาธิ ความสงบในจิตใจที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตการทำงานของการเป็นนักแสดงที่ต้องสวมหลายบทบาทได้อีกด้วย

“ก่อนจะหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง หลายปีก่อนแอนใช้ร่างกายในการทำงานอย่างหนัก พักผ่อนน้อย มีความเหนื่อย และเครียดสะสม ซึ่งตอนนั้นแอนตั้งใจว่าหลังจากเคลียร์งานจบจะไปเคานท์ดาวน์ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียเพื่อพักผ่อนจริงๆ แต่ปรากฏว่าพอไปถึงเจออุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ประกอบกับร่างกายอ่อนแอ ทำให้ร่างกายช็อก และป่วยทันที ตอนนั้นรู้สึกแย่กับตัวเองมาก หลังจากนั้นจึงตั้งใจว่าจะเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ทั้งหมด และวางตารางชีวิตตัวเองใหม่ แม้ว่างานจะยังคงเป็นเป้าหมายหลัก แต่พยายามวางตารางออกกำลังกายให้ตัวเอง แล้วก็ค่อยๆ จัดสมดุลระหว่างวันไป ก็ทำให้ความเครียดค่อยๆ หายไปเอง”

ปัญญ์ปุริ ได้นำเสนอประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบครบวงจร 360 องศา ที่จะส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี มีความสมดุล และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น กับ ปัญญ์ปุริ เวลเนส (PANPURI WELLNESS โดยนำเสนอการผสมผสานศาสตร์ของการดูแลสุขภาพแบบตะวันออกและตะวันตก ผ่านธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ และศิลปะเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
ของคนเมืองที่มักมีปัญหาหลักอยู่ 4 ประการคือ ปัญหาการนอนไม่หลับ ความเครียด และความเหนื่อยล้า รวมไปถึงมลภาวะรอบตัวที่ต้องพบเจอ โดยมีบริการออร์แกนิคสปา การแช่บ่อน้ำแร่แบบต้นตำรับออนเซนของญี่ปุ่นใหญ่ที่สุดใจกลางเมือง พร้อมด้วยอาหารและเครื่องดื่มออร์แกนิค รวมถึงเวลเนส สตูดิโอที่ชั้น 12 เกษร ทาวเวอร์ สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-2538899

แอน ทองประสม และ พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

แอน ทองประสม และ พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

สุดยอดอาหารให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูง ผลิตภัณฑ์แนะนำโครงการหลวง 49-นํ้าพระทัย จากฟ้าสู่ดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353128

สุดยอดอาหารให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูง  ผลิตภัณฑ์แนะนำโครงการหลวง 49-นํ้าพระทัย จากฟ้าสู่ดิน

สุดยอดอาหารให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูง ผลิตภัณฑ์แนะนำโครงการหลวง 49-นํ้าพระทัย จากฟ้าสู่ดิน

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิโครงการหลวง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แถลงข่าวการจัดงาน “โครงการหลวง 49” น้ำพระทัย จากฟ้าสู่ดิน ภายใต้แนวคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน” ซึ่งในปีนี้เอาใจคนรักสุขภาพ คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพดีและมีคุณประโยชน์สูง ด้วยผลิตภัณฑ์แนะนำ ได้แก่ ควินัว, ชาสมุนไพรสด, ชาเขียวอัสสัม, เฟต้าชีส, ดอกไม้กินได้, ข้าวบือบอ, ไก่กระดูกดำ รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากร้านโครงการส่วนพระองค์และจากโครงการหลวงกว่า 3,000 รายการพร้อมชมนิทรรศการ “49 ปี โครงการหลวง สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน” และ “ดอกรวงผึ้ง” ที่ตกแต่งให้พื้นที่ภายในงานเต็มไปด้วยสีเหลืองอร่ามและสดใส เปรียบดังผืนแผ่นดินทองของไทยอันร่มเย็น ระหว่างวันที่ 3-13 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ในงานแถลงข่าวมี นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง พร้อมด้วย ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาด มูลนิธิโครงการหลวง, พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ให้รายละเอียดการจัดงาน ณ ห้องโลตัส สวีท  5-7 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์

นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า งานโครงการหลวง 49-น้ำพระทัย จากฟ้าสู่ดิน จัดขึ้นภายใต้แนวความคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน” เพื่อสืบสานรักษา และต่อยอดการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงตามพระราชปณิธานแน่วแน่ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดย “สืบสาน” หมายถึง สืบสานพระราชปณิธาน สืบสานเล่าขานถึงโครงการตามพระราชดำรัส เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานของมูลนิธิโครงการหลวง โดยถ่ายทอดผ่านนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติอันทรงคุณค่า บอกเล่าถึงปณิธานอันแน่วแน่ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดสืบต่อไป “รักษา” หมายถึง คงไว้ซึ่งคุณค่าของผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิโครงการหลวง มุ่งมั่น คัดสรร ผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่า เพื่อช่วยให้เกษตรกรได้มีรายได้อย่างยั่งยืนและสามารถดำรงชีวิตอย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำรัสสืบไป “ต่อยอด” หมายถึง พัฒนาต่อให้ก้าวไกล ร่วมใจพัฒนาผลผลิตจากมูลนิธิโครงการหลวงเพื่อให้สินค้าไทยประจักษ์แจ้งสู่สากลโลก มุ่งนำเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ได้จากการค้นคว้าวิจัย และแนวความคิดองค์ความรู้ใหม่ๆ มาปรับใช้อย่างสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดผลการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงอันทรงคุณค่าสืบไป

 

ด้าน ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาด มูลนิธิโครงการหลวง เผยว่า ปีนี้ได้คัดสรรสินค้าที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อมาจำหน่ายภายในงานโครงการหลวง 49 ได้แก่ ควินัว ซูเปอร์ฟู้ดที่มีกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ถึง 9 ชนิด ซึ่งในปี พ.ศ.2560 มูลนิธิโครงการหลวง ได้วิจัยและส่งเสริมการเพาะปลูกควินัวในประเทศไทยเพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น, ชาเขียวอัสสัม ผลิตจากชาป่าหรือชาพื้นเมือง ที่มีอายุ 500 ปี ได้รับรางวัลเหรียญเงิน World Tea Union (WTU) จากประเทศญี่ปุ่น อุดมด้วยกรดอะมิโน “ธีอะนีน” ที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด และช่วยให้นอนหลับสนิทขึ้น, ข้าวบือบอ หรือ ข้าวเหลือง พันธุ์ข้าวเจ้าของชนเผ่าปกาเกอะญอ และ ละว้า ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และลดน้ำตาลในเลือด, ดอกไม้กินได้ ซึ่งของมูลนิธิโครงการหลวง มี 4 กลุ่มใหญ่ กลุ่มไม้ดอก, กลุ่มดอกของผัก, กลุ่มดอกของสมุนไพร และกลุ่มดอกของไม้ผล สายพันธุ์ของดอกไม้กินได้ มีทั้งซื้อสายพันธุ์มาจากต่างประเทศและเป็นดอกไม้ที่มีอยู่ในพื้นที่เดิมอยู่แล้ว ได้แก่ ดอกเนสเตอร์เตียม, ดอกบีโกเนีย, ดอกดิล, ดอกกุหลาบ,ดอกผีเสื้อ และดอกแตงกวา, ไก่กระดูกดำ เป็นไก่พื้นเมืองมีต้นกำเนิดมาจากมองโกเลีย เนื้อรสชาติหวานอร่อย โปรตีนสูง แต่มีไขมัน คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และกรดไขมันชนิดอิ่มตัวต่ำ โดยชาวจีนเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงเลือด และบำรุงสำหรับผู้สูงอายุ, เฟต้าชีส ผลิตจากนมควายสายพันธุ์เมซาน่า ที่สภานมอินเดียได้น้อมเกล้าถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ในปี พ.ศ.2539 และเลี้ยงบนพื้นที่สูง มีรสชาติเข้มข้น เนื้อสัมผัสนุ่ม และมีความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ มีโปรตีน แคลเซียม เหล็ก วิตามินเอ และฟอสฟอรัสสูงกว่านมโค, ชาสมุนไพรสด เป็นชาจากสมุนไพรต่างประเทศในรูปแบบผลผลิตสดที่มคุณสมบัติทางยา 7 ชนิด อาทิ เจเปนนิส มิ้นต์, เลมอนบาล์ม, เลมอนทาร์ม, ชาหอม, ดอกคาร์โมมายด์ และหญ้าหวานที่ทำให้รสชาติกลมกล่อม

สำหรับนิทรรศการ “49 ปี โครงการหลวง สืบสาน รักษา ต่อยอด อย่างยั่งยืน” จัดขึ้น ณ บริเวณ เซ็นทรัล คอร์ท โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อีกทั้ง ร่วมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยาก พระราชดำรัส และราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับงานโครงการหลวง นิทรรศการผลความก้าวหน้า 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านเศรษฐกิจ แสดงความก้าวหน้าเกี่ยวกับพันธุ์พืชใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ 2.ด้านสังคม จำลองวิถีชนเผ่า งานหัตถกรรม ผ้าทอ งานฝีมือชนเผ่า ซึ่งเป็นการส่งเสริมอาชีพนอกภาคการเกษตร และ 3.ด้านสิ่งแวดล้อม แสดงการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นที่สูง

 

พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เผยว่า ดอยคำได้นำผลิตภัณฑ์มาจัดแสดงและจำหน่าย 5 รายการด้วยกัน ได้แก่ น้ำนมถั่วเหลืองผสมวุ้นมะพร้าว ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นำมาจำหน่ายที่งานโครงการหลวงครั้งนี้เป็นแห่งแรก ผลิตจากถั่วเหลืองเต็มเมล็ด คงคุณค่าไว้ซึ่งจมูกถั่วเหลือง และมีแคลเซียมสูง พร้อมผสมวุ้นมะพร้าวเพื่อเพิ่มมิติในการดื่มให้สนุกยิ่งขึ้น, ซอสมะเขือเทศ ด้วยความสดฉ่ำจากเนื้อมะเขือเทศแท้มากถึง 77% ไม่เจือสี และไม่ใช้วัตถุกันเสีย ผลิตผลจากการส่งเสริมและสร้างรายได้ให้เกษตรกรภาค และกลุ่มน้ำสมุนไพร พลังงานต่ำ น้ำตาล 0 % ได้แก่ น้ำเจียวกู้หลานและดอกคำฝอย สูตรไม่เติมน้ำตาล ช่วยลดระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด ช่วยควบคุมความดัน ให้ความหวานด้วย สตีวิออล ไกลโคไซด์ สารสกัดบริสุทธิ์ที่ได้จากใบหญ้าหวาน, น้ำใบแปะก๊วยและหล่อฮั่งก้วย สูตรไม่เติมน้ำตาล แก้ร้อนในกระหายน้ำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ใช้ความหวานธรรมชาติจากหล่อฮั่งก้วย และ น้ำเก๊กฮวยและคาโมไมล์ สูตรไม่เติมน้ำตาล ดื่มเย็นดับกระหาย ดื่มอุ่นสบายก่อนนอน

ข้าวบือบอ และ ควินัว

ข้าวบือบอ และ ควินัว
ซอสมะเขือเทศ ดอยคำ

ซอสมะเขือเทศ ดอยคำ
นมถั่วเหลืองผสมวุ้นมะพร้าว และนมถั่วเหลืองอัดเม็ด จาก ดอยคำ

นมถั่วเหลืองผสมวุ้นมะพร้าว และนมถั่วเหลืองอัดเม็ด จาก ดอยคำ
ชาสมุนไพรสด

ชาสมุนไพรสด
เฟต้าชีส, ไก่กระดูกดำ และผลิตภัณฑ์แปรรูปโครงการหลวง

เฟต้าชีส, ไก่กระดูกดำ และผลิตภัณฑ์แปรรูปโครงการหลวง

ครอบครัวคนดังเสริมศักยภาพลูกด้วยงานศิลปะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353136

ครอบครัวคนดังเสริมศักยภาพลูกด้วยงานศิลปะ

ครอบครัวคนดังเสริมศักยภาพลูกด้วยงานศิลปะ

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เรียกรอยยิ้มปลื้มปริ่มจากคุณพ่อคุณแม่คนดัง สำหรับครอบครัวกรรณสูต และครอบครัว ทองใหญ่ ณ อยุธยา ที่ใช้เวลาว่างให้ลูกๆ ได้มีโอกาสสร้างสรรค์งานศิลปะ ส่งผลให้สาวน้อยจ๊ะจ๋า-นพมณี กรรณสูต และ ภูจ๋า-ทองชมพูทองใหญ่ ณ อยุธยา เป็นหนึ่งในผู้ชนะการประกวดจาก นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ (International Children’s Art Exhibition) ครั้งที่ 48 ประเทศญี่ปุ่น ที่ บริษัท เพนเทล (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนผลงานของเยาวชนไทยจำนวน 1,303 ชิ้น เข้าร่วมประชันกับผลงานของเยาวชนจากทั่วโลกจำนวน 61,950 ชิ้น โดยผลงานเยาวชนไทยสามารถกวาดรางวัลมาได้ถึง 123 รางวัล

จ๊ะจ๋า-นพมณี กรรณสูต สาวน้อยวัย 11 ปี จากโรงเรียนโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ ลูกสาวของ คุณพ่อนพเดช และ คุณแม่ปูรณี กรรณสูต โชว์ผลงานCollect Lotus ที่ได้รับ รางวัลเหรียญเงิน(Silver) เล่าว่า “หนูใช้เวลาว่างวาดรูปตลอดค่ะ ชอบวาดรูปมาก วาดมาตั้งแต่เด็กๆสำหรับรูปที่ส่งเข้าประกวดเป็นรูปเด็กๆกำลังนั่งเรือเก็บดอกบัว หนูเคยเห็นรูปนี้จากนิตยสารคิดว่าสวยดี เลยลองจำมาสเก็ตช์ดู หนูใช้เวลาช่วงหลังเลิกเรียนไปวาดกับคุณครู โดยใช้เทคนิคสีโปสเตอร์กับพู่กันหลายๆ เบอร์ค่ะ ความยากของการวาดรูปนี้คือหนูวาดจากความจำ ไม่มีต้นแบบ ดีเทลต่างๆก็เลยต้องคิดเองหมด แต่ก็สนุกเพราะได้ใช้จินตนาการค่ะ”

ด้านคุณพ่อนพเดช กรรณสูต และ คุณแม่ปูรณี กรรณสูต เปิดเผยเคล็ดลับการเลี้ยงลูกว่า “น้องจ๊ะจ๋าชอบวาดรูปเล่นมาตั้งแต่เด็ก ในยามที่ต้องเดินทางไปไหนแล้วเขาต้องรอพ่อหรือแม่ แทนที่จะยื่นโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเลต เราก็จะเตรียมดินสอกระดาษให้ลูกได้วาดรูปฆ่าเวลา ตั้งแต่เรียนอนุบาลคุณครูหลายท่านก็บอกเราเสมอว่าลูกมีพรสวรรค์ด้านศิลปะ พ่อกับแม่จึงส่งเสริมให้ลูกได้เรียนวาดรูปอย่างจริงจังในช่วงปิดเทอม เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และให้ลูกได้ทำในสิ่งที่เขาสนใจในฐานะพ่อแม่คิดว่าเด็กๆ ทุกคนมีศักยภาพและจินตนาการสร้างสรรค์ที่พ่อแม่อาจจะยังไม่รู้ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเปิดโอกาสให้ลูกได้เห็น ได้เรียนรู้ ได้ลงมือทำ เพื่อที่ได้ค้นพบศักยภาพในตัวลูก และส่งเสริมให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาสนใจ ซึ่งอาจจะแนวทางในการดำรงชีวิตของลูกในอนาคต สำคัญคือจะยังเป็นโอกาสที่พ่อแม่ลูกได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพอีกด้วย”

ด้าน วรรณรมัย เอื้อทวีกุลคุณแม่ของ น้องภูจ๋า-ทองชมพู ทองใหญ่ ณ อยุธยา สาวน้อยวัย 5 ขวบ จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ที่ได้รับรางวัล Pentel Award จากผลงาน Pooja กล่าวว่า “พรสวรรค์ด้านศิลปะของน้องภูจ๋าน่าจะได้มาจากคุณพ่อ (น้ำทอง ทองใหญ่ ณ อยุธยา) เพราะเขาชอบวาดรูป และลูกก็จะเห็นพ่อเขาวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ น้องภูจ๋านี่จับสีวาดรูปก่อนจะเดินได้เสียอีก และชอบขอวาดรูปตลอด ซึ่งบ้านเราก็สนับสนุนให้ลูกได้ทำในสิ่งที่เขาชอบ เพราะมันคือความสุขของเขา และงานศิลปะการวาดรูปคุณแม่มองว่าเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมทั้งไอคิว อีคิว ของลูก เพราะวาดรูปต้องใช้สมาธิ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ”

ซึ่งจิตรกรน้อย น้องภูจ๋า บอกว่า “หนูชอบวาดภาพสิ่งของรอบๆ ตัว บางครั้งหนูก็วาดตุ๊กตากระต่ายตัวที่หนูชอบมากที่สุดหรือรูปคุณแม่ รูปน้อง อยากวาดก็วาดเลยรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้วาดรูปค่ะ”

มร.คูนิอากิ ซูซูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพนเทล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “เพนเทล ตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ของงานศิลปะที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ ของเยาวชน ทั้งด้านสติปัญญา ด้านร่างกาย ด้านสังคม รวมถึงช่วยส่งเสริมความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญควบคู่กับการสร้าง IQ ซึ่งการจัดงาน นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ เรามุ่งหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ เกิดความสนใจในงานศิลปะ ที่นอกจากจะส่งเสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ และเป็นพื้นที่สำหรับแสดงความสามารถด้านศิลปะแล้ว เรายังคาดหวังให้การจัดงานจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนในอนาคตอีกด้วย”

ทั้งนี้ นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ (International Children’s Art Exhibition) จัดขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ.1970
โดยสถานีโทรทัศน์ The Nippon Television Network Cultural Society ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับ The Biiku Bunka Kyokai ซึ่งเป็นมูลนิธิเพื่อการศึกษาศิลปะก่อตั้งโดย บริษัท เพนเทล จำกัด โดย บริษัท เพนเทล (ประเทศไทย) จำกัด ได้สนับสนุนเด็กไทยส่งผลงานเข้าร่วมประกวดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2540ซึ่งเป็นที่น่ายินดีว่า นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 48 ในปีนี้ เยาวชนไทยสามารถกวาดรางวัลมาได้ 123 รางวัล ได้แก่ รางวัลเหรียญทองยอดเยี่ยม (SupremeGold Award) 6 รางวัล, เหรียญทอง (Gold Award) 20 รางวัล, เหรียญเงิน (Silver Award) 38 รางวัล, เหรียญทองแดง (Bronze Award) 30 รางวัล และ Pentel Award อีก 28 รางวัล โดยผลงานชื่อ Water is Life ของ นายวัชรินทร์ โบงูเหลือม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนชุมชนบ้านเสิงสาง จ.นครราชสีมา เป็นผู้คว้ารางวัลสูงสุด คือ รางวัลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศญี่ปุ่น (Japanese Foreign Minister’s Award) รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมเหรียญและใบประกาศเกียรติคุณ

น้องๆ เยาวชนที่ชื่นชอบงานศิลปะจิตรกรรม และผู้สนใจสามารถชมผลงานของเด็กไทยที่ได้รับรางวัล จาก
นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 48 รวมถึงน้องๆ ที่สนใจส่งผลงานร่วมประกวดสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pentel.co.th และ http://www.facebook.com/pentelthailand/

พระราชพิธีอุปสมบทนาคหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353125

พระราชพิธีอุปสมบทนาคหลวง

พระราชพิธีอุปสมบทนาคหลวง

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้กำหนดพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง พุทธศักราช2561 ในวันที่ 20 กรกฎาคม2561 เวลา 17.30 น. โดยร.ท.ภวัตพงศ์ เทวกุล ณ อยุธยา บุตร ม.ล.เทวพร-วรรณวดี เทวกุล ซึ่งเป็นหลานชาย ม.ร.ว.เทพกมล-คุณหญิงขวัญตา เทวกุล ณ อยุธยา ได้ปลงผมเพื่อเข้าอุปสมบทในพระราชพิธีอุปสมบทนาคหลวง และจำพรรษา ที่วัดบวรนิเวศวิหาร

แฟชั่นโชว์การกุศล ‘แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353132

แฟชั่นโชว์การกุศล ‘แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง’

แฟชั่นโชว์การกุศล ‘แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง’

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จฯ มาเป็นประธานงานแฟชั่นโชว์การกุศล
“แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง” ในบรรยากาศการจิบน้ำชายามบ่าย พร้อมชมการแสดงแฟชั่นโชว์การกุศล ในวันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องเลอ คองคอร์ด บอลรูม ชั้น 2โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ

มิสเตอร์บรูโน่ รอทส์เชลด์ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ ร่วมกับ สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ อ.คฑา ชินบัญชร ประธานหาทุนมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ และ กฤษฎา ทิพย์ประสิทธิ์ ออแกไนเซอร์ จัดแถลงข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์งานแฟชั่นโชว์การกุศล “แม่ลูกผูกพัน แบ่งปันให้น้อง” ไปเมื่อเร็วๆ นี้

งานแสดงแฟชั่นโชว์การกุศลดังกล่าวจัดขึ้นทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สมทบทุนการศึกษาแก่นักเรียนด้อยโอกาส โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดลำพูน และเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่บิดามารดาเสียชีวิตจากโรคเอดส์ โดยรับอุปการะเด็กกำพร้าจากทุกจังหวัดทั่วประเทศให้ได้รับการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ทางคณะผู้จัดงานได้รับการสนับสนุนจาก 10 ดีไซเนอร์ชื่อดังจากห้องเสื้อระดับแนวหน้าของเมืองไทยร่วมกันสร้างสรรค์ชุดสวยงามเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ได้แก่ Lorra by Monsiour / Somkid Wedding & Studio / Sisi BKK /Siwan / Porini / Daitong /Botanique / Suwannee by Sam /Puvasa / Niramon Couture และ Myriad Grand Monde แสดงแบบโดยเหล่านางแบบ-นายแบบ ชั้นนำของเมืองไทย อีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจากดารา และเซเลบริตี้ มาร่วมเดินแฟชั่นคู่แม่-ลูก อาทิสุภี พงษ์พานิช ควงคู่มากับ ลูกชาย เจ็ท-พงษ์ภัทร์ และลูกสาว แจน-ธนัชพร พงษ์พานิช, โดม-ปกรณ์ ลัมและคุณแม่รัตนาภรณ์ คูภิรมย์, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และน้องอันดามัน, แพท-ณปภา และน้องเรซซิ่ง, นุสบา ปุณณกันต์ และ น้องปุณณ์, เจนสุดา ปานโต และน้องควินน์ เป็นต้น

เปิด 5 สาเหตุหลักผ้ากลิ่นเหม็นอับในฤดูฝน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353112′

เปิด 5 สาเหตุหลักผ้ากลิ่นเหม็นอับในฤดูฝน

เปิด 5 สาเหตุหลักผ้ากลิ่นเหม็นอับในฤดูฝน

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไม่น่าเชื่อว่าแค่ฝนที่ถล่มลงมาแบบไม่ให้เรารู้ตัว อาจจะทำให้ใครหลายคนต้องสูญเสียความมั่นใจ เพราะเสื้อที่ซักและตากกับมืออย่างตั้งใจกลับมีกลิ่นเหม็นอับจนคนรอบข้างพากันร้องยี๊ใส่ ครั้นจะซักใหม่ก็ไม่ได้เป็นการรับประกันอีกด้วยว่ากลิ่นเหม็นอับจะถูกกำจัดไปได้จริงๆ ดาวน์นี่แบรนด์ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชั้นนำ เผย 5 สาเหตุหลักและวิธีการป้องกันและแก้กลิ่นเสื้อผ้าเหม็นอับให้อยู่หมัด บอกได้เลยว่าง่าย กลิ่นหาย แถมผ้าหอมสดชื่นอีกด้วย

 

1.เลือกซื้อผงซักฟอกเพียงแค่เพราะเห็นว่าราคาถูกกว่า หลายครั้งที่เราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ซักผ้าเพียงแค่เพราะราคาถูกกว่า แต่สุดท้ายกลับรู้สึกว่าเสื้อที่ซักนั้นไม่สะอาด ยังมีคราบและกลิ่นไม่หอมสะอาด หรือหลงเหลือกลิ่นอับๆ อยู่ ต้นเหตุก็คือสารเติมเต็มที่ถูกผสมเพื่อเพิ่มปริมาณของผลิตภัณฑ์ซักผ้านั่นเอง สารเติมเต็มเหล่านี้นอกจากจะมีส่วนทำให้เสื้อเหม็นอับและมีกลิ่นบูดได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังทำให้ถังซักผ้าสกปรกเร็วอีกด้วย ทางที่ดีควรใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่เข้มข้น ใช้น้อยแต่เสื้อผ้าสะอาดซึ่งถือเป็นการป้องกันกลิ่นอับตั้งแต่ขั้นแรกเริ่มเลยทีเดียว

2.มองน้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นเพียงแค่สิ่งที่ช่วยให้เสื้อผ้าหอม เป็นเรื่องปกติที่เราจะต้องคาดหวังให้น้ำยาปรับผ้านุ่มมอบความนุ่มให้แก่เสื้อผ้า พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นยาวนาน แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้น้ำยาปรับผ้านุ่มมีเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถ
ช่วยให้เสื้อผ้าแห้งไวกว่าเดิม หอมมั่นใจแม้ตากในที่ร่ม ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการขจัดกลิ่นอับจากผ้าในหน้าฝนนี้

3.ตากผ้าในที่ร่ม แถมไม่มีอากาศถ่ายเท หากต้องตากผ้าในหน้าฝน การตากกลางแจ้งคงต้องเลี่ยงกันไป เราจึงต้องหาทำเลที่ตากผ้าแห่งใหม่ที่อยู่ในร่มและปลอดภัยจากละอองฝน ควรมองหาที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี เพื่อระบายความชื้นออกจากผ้าได้ง่าย แต่ถ้ามีข้อจำกัดด้านพื้นที่ อาจต้องเลือกใช้พัดลมมาช่วยพัดพาความชื้นออกจากเสื้อผ้าแทน

4.พฤติกรรมพับเสื้อเก็บหรือนำมาใส่ทั้งๆ ที่ผ้ายังไม่แห้งสนิท การพับ หรือนำเสื้อผ้ามาใส่ทั้งๆ ที่ยังมีความชื้นอยู่คือการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นอับกับเสื้อผ้าได้อย่างสูงเพราะถือว่าเป็นการปิดโอกาสไม่ให้เสื้อผ้าได้แห้งสนิท ดังนั้น ก่อนจะเก็บเสื้อผ้าต้องเช็คให้ชัวร์ว่าผ้าแห้งสนิทแล้วจริงๆ ถ้าหากรีบใส่ก็ควรรีดด้วยตารีดเพื่อไล่ความชื้นจากเนื้อผ้าก่อนใส่เสมอ

5.แต่งตัวไม่เข้ากันกับฤดูฝน นอกจากการใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะกับฤดูจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัวแล้ว ยังอาจทำให้
การซักและตากผ้าเป็นงานที่ยุ่งยากขึ้นอีกด้วยโดยเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าหนาเป็นพิเศษอย่างเสื้อไหมพรม ก็ควรนำมาใช้ในหน้าหนาว ส่วนในฤดูฝนนี้แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าที่มีความโปร่ง และบางเบา เวลาโดนฝนหรือทำการซัก จะช่วยให้ผ้าแห้งเร็วมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องพบเจอกับกลิ่บอับแน่นอน

เมื่อทราบสาเหตุของกลิ่นอับบนเสื้อผ้าและการแก้ไขที่ถูกจุดแบบนี้แล้ว เห็นทีว่าคงจะต้องเริ่มปรับเปลี่ยนนิสัยเกี่ยวกับการซักและตากเสื้อผ้าเสียใหม่ พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้เสื้อผ้าแห้งไว ต่อให้ตากในร่มก็ไม่ต้องกลัวว่าเสื้อผ้าจะเหม็นอับ มั่นใจว่าหอมสะอาดสุดๆ

บี มาย เกสท์ : ‘ชนิสรา ชำรัมย์’สร้างทุกสิ่งด้วยสมองและสองมือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353191

บี มาย เกสท์ : ‘ชนิสรา ชำรัมย์’สร้างทุกสิ่งด้วยสมองและสองมือ

บี มาย เกสท์ : ‘ชนิสรา ชำรัมย์’สร้างทุกสิ่งด้วยสมองและสองมือ

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นผู้หญิงรุ่นใหม่ที่กระโดดเข้ามาสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ ภายใต้
แบรนด์ ชนิส (CHANIS) ตาล-ชนิสรา ชำรัมย์ วัย 35 ปี จากเด็กสาวเมืองบุรีรัมย์ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ด้วยการลงมือทำที่เริ่มจากศูนย์ ค่อยๆ เรียนรู้สั่งสมประสบการณ์เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต

ชนิสรา เป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวเล็กๆที่มีพ่อรับราชการครู ส่วนแม่ทำอาชีพค้าขาย หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย เธอตัดสินใจมาศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่กรุงเทพมหานคร เมื่อจบปริญญาตรีก็เข้าสู่ชีวิตวัยทำงานอย่างเต็มตัวด้วยการเป็นลูกจ้าง

“ตำแหน่งที่ทำเป็นเลขานุการผู้บริหาร บริษัทขนาดใหญ่ ด้วยตำแหน่งและเงินเดือนก็ดีในระดับหนึ่ง มันเป็นรายได้ประจำที่แน่นอน ถ้าเราไม่ฟุ้งเฟ้อก็อยู่ได้ แต่ตาลคิดเสมอว่าเราอยากมีอิสระ อยากเป็นนายตัวเอง และชอบอะไรที่ท้าทาย ซึ่งการ
เป็นลูกจ้างมันไม่ตอบโจทย์ ทำงานประจำได้ 2 ปีก็ลาออกเป็นช่วงที่คุณพ่อคุณแม่อยากให้กลับไปอยู่บ้านที่บุรีรัมย์พอดี ตาลก็เลยกลับบ้านแล้วชิมลางการทำธุรกิจด้วยการเปิดร้านอาหารเล็กๆ ทำไปได้สักพักก็รู้สึกว่าเราอยากทำธุรกิจส่วนตัวจริงๆ ก็เลยลงเรียนปริญญาโทด้านการตลาด เพื่อนำความรู้มาใช้ในการทำธุรกิจ”

ธุรกิจร้านอาหารกำลังไปได้สวย แต่ก็มีความท้าทายสิ่งใหม่เข้ามาหา เมื่อเพื่อนของเธอชวนไปทำธุรกิจเปิดร้านสปา ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเธอก็ไม่ปฏิเสธที่จะลองทำในสิ่งใหม่ๆ

“ชลบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยว ร้านสปาก็ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีทำให้ร้านไปได้สวย แต่ด้วยการที่มีหุ้นส่วน 3 คน ซึ่งแต่ละคนก็มีธุรกิจหลัก มีงานประจำเป็นของตัวเอง ทำให้มีเวลาเข้ามาดูแลร้านไม่เพียงพอ ในที่สุดพวกเราก็ตัดสินใจว่าปิดร้านเพื่อไปโฟกัสเรื่องหลักของแต่ละคนดีกว่า ซึ่งตรงนี้ก็เป็นบทเรียนให้ตาลเหมือนกันว่าถ้าเราจะทำอะไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ความมุ่งมั่นตั้งใจ แต่เราต้องมีเวลาที่จะทุ่มเทให้กับสิ่งๆ นั้น ในฐานะเจ้าของธุรกิจเราจะมองว่าเรามีลูกจ้างทำงานให้ไม่พอ”

แม้จะต้องเลิกธุรกิจสปาไปในขณะที่สามารถทำกำไรได้อย่างงดงาม แต่ก็ทำให้ ชนิสรา ได้ไอเดียในการทำธุรกิจใหม่
คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ ภายใต้แบรนด์ ชนิส (CHANIS)

“ธุรกิจสปา ลูกค้าคือคนที่รักสวยรักงาม เราก็จะได้เจอลูกค้าที่มีปัญหาบ่นเรื่องรูปร่างบ้าง ผิวพรรณไม่สดใส ตัวตาลเองก็เป็นคนที่ดูแลผิวพรรณและรูปร่างตัวเองมากพอสมควร ก็จะมีลูกค้า คนใกล้ชิดที่มาถามเรื่องเคล็ดลับการดูแลตัวเอง พอไม่ได้ทำธุรกิจสปา ตาลก็มองเห็นว่าเราต่อยอดจากตรงนั้นได้ เพราะทำธุรกิจสปาเราก็ต้องหาผลิตภัณฑ์สปามาให้บริการลูกค้า ทำให้เรารู้ว่าอะไรดี ไม่ดี อะไรที่จะช่วยดูแลลูกค้าอย่างได้ผลดีที่สุดจึงเป็นที่มาของแบรนด์ชนิสค่ะ”

แต่อย่างที่เห็นตามสื่อต่างๆ ว่ามีแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อการดูแลรูปร่างและผิวพรรณมีอยู่จนล้นตลาด และยังมีกระแสในแง่ลบเกิดขึ้นมากมาย แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะไม่ลงมือทำ

“แบรนด์ชนิส ไม่ได้ทำตามกระแส แต่มันเกิดจากตัวเราเองเป็นหลัก ตาลมองว่าถ้าเราทำตามกระแส เราก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้น ตาลจึงสร้างแบรนด์ด้วยการใช้ความซื่อสัตย์จริงใจต่อผู้บริโภคเป็นอันดับหนึ่ง สูตร วัตถุดิบต่างๆที่นำมาใช้ ตาลได้คัดสรรมาอย่างดี โดยเฉพาะโรงงานผลิต เป็นโรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรฐานการผลิตรับรอง ผลิตภัณฑ์แบรนด์ชนิส มีการขออนุญาตผลิตและจำหน่ายอย่างถูกต้อง ก่อนที่ตาลจะทำตลาด เราทดลองใช้ด้วยตัวเองรวมทั้งให้เพื่อนคนใกล้ชิดได้ทดลองเพื่อพิสูจน์คุณภาพผลิตภัณฑ์ ความพึงพอใจของลูกค้า จนมั่นใจจึงได้วางจำหน่าย และยังมีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์อยู่เป็นระยะๆ เพื่อความมั่นใจ เพราะปัจจุบันสื่อไปเร็วมาก แม้แต่ตัวแทนจำหน่ายเองไม่ใช่ว่าใครก็ได้ เพราะตาลมีการคัดตัวแทนจำหน่ายที่เข้าใจในแบรนด์อย่างแท้จริง เพื่อที่จะสื่อสารข้อมูลไปยังผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง”

แบรนด์ชนิส เพิ่งเปิดตัวได้ปีกว่า แต่ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นด้วยแนวโน้มที่ดี แต่หนทางของการทำธุรกิจยังมีอะไรอีกมากให้พบเจอ ซึ่งเธอก็พร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า

“ตาลเป็นเด็กอีสานคนหนึ่ง พ่อแม่ไม่มีสมบัติอะไรให้นอกจากการศึกษา และอบรมสั่งสอนให้เราเป็นคนดี สิ่งที่เหลือคือ ต้องขวนขวายด้วยตัวเอง ตาลไม่ใช่คนที่มีความฝันแล้วได้แต่นั่งมองความสำเร็จของคนอื่น แต่ตาลเลือกที่จะลงมือทำเริ่มจากศูนย์เพื่อเดินไปให้ถึงสิบถึงร้อย ตาลรู้ว่ายังจะต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก ในการทำธุรกิจมันอาจจะมีที่เราตัดสินใจถูกและผิดพลาดบ้าง ไม่ว่าจะผิดหรือถูกมันคือบทเรียนให้เราก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง

ตาลไม่ได้หวังว่าทำธุรกิจเพื่อให้กลายเป็นมหาเศรษฐีในอีกสิบปีข้างหน้า แต่ตาลต้องการสร้างความมั่นคงให้กับตนเอง ให้กับคนที่เรารัก บนพื้นฐานของความพอเพียง ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ และมีโอกาสที่จะแบ่งปันให้กับสังคม ซึ่งตาลไม่เคยกำหนดว่าการประสบความสำเร็จจะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง แต่ถ้ามีอะไรที่ท้าทายความสามารถของเราก็พร้อมที่จะเรียนรู้และลงมือทำ เหมือนกับการสร้างแบรนด์ชนิสที่เป็นสิ่งท้าทายความสามารถของตาลตอนนี้ค่ะ”

“ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน” เป็นคำพูดเปรียบเปรยที่ตรงกับเธอคนนี้อย่างแท้จริง นับเป็นตัวอย่างผู้หญิงแกร่งที่มีความคิดบวก หวังว่าเรื่องราวของเธอคงจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคน

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำร่องแจกถุงผ้า รณรงค์‘ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน’ในรพ.จุฬาภรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353192

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำร่องแจกถุงผ้า  รณรงค์‘ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน’ในรพ.จุฬาภรณ์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำร่องแจกถุงผ้า รณรงค์‘ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน’ในรพ.จุฬาภรณ์

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมใจรณรงค์ “ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน” จัดกิจกรรมแจกถุงผ้ากว่า 1,000 ใบ ให้กับผู้มารับบริการ
ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์และบุคลากรแทนการใช้ถุงพลาสติก เพื่อปลูกจิตสำนึกที่ดีและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ครบรอบ 61 พรรษา เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ปัจจุบันโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขยายการบริการทางการแพทย์ให้ครอบคลุมการรักษาโรคต่างๆ มากขึ้น จำนวนผู้ที่มาใช้บริการและบุคลากรมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปีจึงทำให้จำนวนขยะ โดยเฉพาะขยะที่เป็นพลาสติกและวัสดุย่อยสลายยากมีจำนวนมากขึ้นราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต จึงเริ่มโครงการ “ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน” โดยมีกิจกรรมแจกถุงผ้าแทนถุงพลาสติกให้แก่ผู้มารับบริการและบุคลากรเป็นกิจกรรมนำร่อง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการจัดระบบบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ และนโยบายของกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้สถาบันและโรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งต้องยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกใส่ยา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป เพื่อรณรงค์ให้มีการบริหารจัดการขยะอย่างถูกต้อง และลดปัญหาภาวะโลกร้อน

นอกจากนั้น ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะงดการจ่ายถุงพลาสติกใส่ยาและเวชภัณฑ์แก่ผู้มารับบริการที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 เป็นต้นไป ผู้มารับบริการที่ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์และศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติที่มีจิตศรัทธาบริจาคสมทบทุนเพื่อผู้ป่วยยากไร้ ตั้งแต่ 150 บาทขึ้นไป จะได้รับถุงผ้าของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นที่ระลึก

นายวัลลภ ยุติธรรมดำรง รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้านบริหาร กล่าวว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เล็งเห็นความสำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อมในสังคม จึงริเริ่มโครงการ “ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน” เริ่มด้วยการแจกถุงผ้าเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ผู้ป่วยและผู้มารับบริการนำถุงผ้ามาใส่ยาและเวชภัณฑ์ อีกทั้ง ยังแจกจ่ายถุงผ้าให้แก่บุคลากรในการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ในบริเวณโรงพยาบาลจุฬาภรณ์งดให้บริการถุงพลาสติก และหลีกเลี่ยงภาชนะที่จะกลายมาเป็นขยะ โดยใช้วัสดุที่ย่อยสลายง่าย เช่น ภาชนะที่ทำจากกระดาษชานอ้อยมาทดแทน รวมถึงการให้ส่วนลดแก่ผู้ที่นำภาชนะมาใส่น้ำหรืออาหารแทนการใช้พลาสติก โดยคาดว่าการรณรงค์เช่นนี้จะช่วยให้ผู้มารับบริการและบุคลากรในองค์กรร่วมใจกันงดใช้ถุงพลาสติก จะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกและลดภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน

คุณแหน : 23 กรกฎาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353190

คุณแหน : 23 กรกฎาคม 2561

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ในวันที่ 28 ก.ค. ธานินทร์ พานิชชีวะ มอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ ไฮโปรตีน ทิปโก้ บีท แก่ผู้ใช้บริการดอนเมืองโทลล์เวย์ 26 ก.ค. 07.00 น. ด่านดินแดง และ 17.00 น. ณ ด่านอนุสรณ์…

ll ทำงานหนัก ออกกำลังกายและมีตัวช่วยดีๆ ที่ทำให้นอนหลับพักผ่อนอย่างมีคุณภาพทดลองด้วยตนเอง ประยุทธ-เฉลิมชัย มหากิจศิริ จัดงาน “P80 Discover the Secret Power Of Recovery Of Nature” เปิดตัว “P80” เครื่องดื่มลำไยสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ 100% 31 ก.ค. 16.30 น.ควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์…

ll ฉลองครบรอบ 20 ปี ร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง อ.มัลลิการ์ ธรรมวัฒนะ จัดกิจกรรมเดือนส.ค.ลุ้นกินฟรีตลอดปี ลดราคาเมนูเซต 20% รายได้จากชุดแคมเปญทั้งเดือนส.ค. ซื้อเตียงให้คีโมเด็กป่วยเป็นมะเร็ง กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี…

ll ชื่นชอบการดูแลตัวเอง สุริยน ศรีอรทัยกุล ชวน นภัสนันท์ พรรณนิภา และ ดร.เฉลิมรัฐ นาควิเชียร เปิดแฟล็กชิพบิวตี้สโตร์ใจกลางสยาม พร้อมจัดงาน “บิวตี้ ทเวนตี้โฟร์ วิท จูดิธ ลีเบอร์” รวมผลิตภัณฑ์ความงามกว่า 250 แบรนด์จากทั่วโลก อวดโฉมกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์คอลเลคชั่นใหม่ 2 ส.ค. 18.00 น. ณ ร้านบิวตี้ ทเวนตี้โฟร์ สาขาสยามสแควร์ …

ll ลูกชายคนโต กวินทร์ เอี่ยมสกุลรัตน์ เพิ่งจบป.โท เรียลเอสเตท ม.โคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา คุณแม่ ศุภานวิต ให้ประเดิมช่วยทำโปรเจกท์ยักษ์แห่งปี “คริสตัล โซลานา” โครงการบ้านเดี่ยวระดับ 6 ดาว บนถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ที่ได้รับกลิ่นอายโก้ๆ มาจากการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก มูลค่า 60-300 ล้านบาท เปิดจอง ส.ค. …

ll อ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง สูญเสียลูกรัก “กระท้อน” สุนัขวัย 10 ขวบเมื่อ 19 ก.ค.17.30 น. เฝ้าดูแลใกล้ชิดมาหลายวัน ..ฝังไว้ที่บ้าน…

ll ศุภวัฒน์ ภูวกุล กรรมการสภาสังคมสงเคราะห์รุ่นเดอะของภาค 5 วัย 91 ปี ความจำเป็นเลิศ หกล้มไปเดือนก่อนนึกว่าจะแย่ แต่ปรากฏว่ายังเดินตัวตรงถือไม้เท้าพยุงไว้เดินไปซื้อขนมที่ตลาดมาให้เด็กๆ…สุขภาพแข็งแรงมาก รุ่นน้องนับถือได้อีกเมื่อพลังของคุณปู่เหลือเฟือ เมื่อวันศุกร์ก่อนยังไปงานเต้นรำที่ลูกสาวจัดได้เลย…

ll ยินดีด้วยกับนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการสนามบินเชียงใหม่ เพราะแจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่า เลานจ์การบินไทย จะเสร็จให้ใช้ได้ในเดือนตุลาคมนี้ หลังจากปรับปรุงห้องเดิมมาตั้งแต่ 1 ก.ย.ปีที่แล้ว ใช้เวลาครบปี ทั้งๆ ที่ตอนประมูลบอกว่า 3 เดือนจะเสร็จ ..นักท่องเที่ยวชั้นบิซิเนสจะได้ใช้ไม่งั้นห้องน้ำอยู่ไกลมาก ขนาดห้องไม่ใหญ่ยังใช้เวลาเป็นปี…ll

คุณแหน

กระชับผิว…คืนความใสให้ผิวหน้าด้วย Thermage

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353114

กระชับผิว...คืนความใสให้ผิวหน้าด้วย Thermage

กระชับผิว…คืนความใสให้ผิวหน้าด้วย Thermage

วันจันทร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อายุที่เพิ่มมากขึ้น มักเกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของผิวพรรณ เมื่อก้าวเข้าสู่วัยเลข 3 หรือเลข 4 ปลายๆความหย่อนคล้อยก็ดูจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สาวๆ ขาดความมั่นใจ ผิวพรรณที่หย่อนคล้อยยิ่งทำให้ดูมีอายุมากขึ้น การกระตุ้นคอลลาเจนหรือยกกระชับผิวอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด ด้วย Thermage เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับสาวๆ ที่อยากให้ผิวกลับมาสดใส

 

แพทย์หญิงกาญจนา เสริมสวรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ผิวหนังของคนเรามีเนื้อเยื่อและเส้นใยเป็นตัวพยุงผิว เมื่ออายุเพิ่มขึ้นโครงที่เป็นตัวพยุงจะไม่แข็งแรงเท่าเดิม ผิวชั้นลึกสุดที่มีชื่อว่า SMAS ซึ่งเป็นผิวหนังชั้นที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อและยึดไขมันไว้เมื่อเกิดความหย่อนคล้อยจะส่งผลให้ผิวในชั้นที่ตื้นกว่าหย่อนคล้อยไปด้วยความเสื่อมของผิวมาจาก 2 ปัจจัยหลักได้แก่ 1.ปัจจัยภายในร่างกายได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้การสร้างสารประกอบในผิวหนังลดลง ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน อิลาสติน 2.ปัจจัยภายนอกร่างกายได้แก่ สิ่งแวดล้อม อาทิ แสงแดดที่มีรังสียูวีเอ ไปกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระ ที่เป็นตัวการทำลายเซลล์ผิวหนัง ชั้นเส้นใยคอลลาเจน และอิลาสติน ส่งผลให้ผิวขาดความยืดหยุ่นเกิดความหย่อนคล้อย รวมถึงมลภาวะเป็นพิษ ฝุ่นละออง ควันจากท่อไอเสีย ควันบุหรี่ รวมถึงไลฟ์สไตล์ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ การได้รับสารอาหารจากอาหารที่รับประทานไม่เพียงพอ ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังเสื่อมก่อนวัยการพักผ่อน เพราะหากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอจะขาดโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ที่ช่วยในเรื่องความอ่อนเยาว์ ซึ่งจะหลั่งในขณะหลับ และสุดท้ายคือ ความเครียด ที่จะส่งผลต่อการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ หากเครียดเรื้อรังเซลล์ผิวหนังจะเสื่อมลงและเกิดความหย่อนคล้อยในที่สุด

จุดที่แสดงให้เห็นถึงความหย่อนคล้อยได้ชัดเจน ได้แก่ คิ้ว เปลือกตาแก้ม คาง คอ การปรับความหย่อนคล้อยด้วย Ulthera หรือ Ultherapy เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ที่มีพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง เฉพาะเจาะจงยิงลงไปตรงตำแหน่งของผิวหนังที่ต้องการ พลังงานจะลงลึกไปถึงชั้นใต้ผิวหนังไปยังรอยต่อของชั้นกล้ามเนื้อส่วนบนหรือ Smas ทำให้เกิดการหดตัวขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร ส่งผลให้ดึงคอลลาเจนของผิวชั้นบนให้กระชับมากขึ้น ผิวที่หย่อนคล้อยเกิดความกระชับอย่างเห็นได้ชัด

 

ข้อดีของ ULTHERA คือ เป็นการยกกระชับผิวอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด เสริมสร้างคอลลาเจนแบบ Rebuild & Repair กระตุ้นให้เกิดการสร้างใหม่และซ่อมแซมของเดิม ผิวกระชับ เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง ใช้เวลาในการทำเพียง 30-60 นาที เห็นผลยาวนานประมาณ 1 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยก่อนทำ 1 สัปดาห์ควรงดนวดหน้า และหลังการทำในช่วง2 วันแรกอาจรู้สึกระบมเล็กน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ผู้ที่ไม่เหมาะกับULTHERA คือผู้ป่วยที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวร หรือ Pacemaker และผู้ป่วยที่กินยาแก้อักเสบติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น

แพทย์หญิงกาญจนา กล่าวเสริมว่า คอลลาเจน(Collagen) ก็มีความสำคัญสำหรับผิวเช่นกัน คอลลาเจนคือ โปรตีนเนื้อเยื่อเส้นใยที่ร่างกายมนุษย์สร้างได้เองตามธรรมชาติ มีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและความหยืดหยุ่นให้กับอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย หากคอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของผิวที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เองลดลงตามวัย ประกอบกับปัจจัยต่างๆ ในชีวิตที่มีส่วนในการทำร้ายคอลลาเจน การผลิตคอลลาเจนก็จะลดลงเรื่อยๆ ดังนั้น การเสริมสร้างคอลลาเจนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะเป็นการช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียน และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ ตัวการ
ทำร้ายคอลลาเจน ปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนเกิดการสลายตัว ได้แก่ อายุ คอลลาเจนเสื่อมตามอายุที่มากขึ้น เพราะเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนเสื่อมลง แสงแดดโดยเฉพาะรังสี UVA มีคลื่นยาวลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้จึงทำลายคอลลาเจนและทำให้เกิดริ้วรอย มลภาวะ ทั้งฝุ่นละออง ควันพิษที่ต้องพบในแต่ละวัน ทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวไปเรื่อยๆ ความเครียด ทำให้ร่างกายผลิตคอร์ติซอล ฮอร์โมนที่ไปทำลายคอลลาเจนใต้ผิวหนัง การสูบบุหรี่ที่สารนิโคตินจะไปรบกวนการสร้างคอลลาเจน

ทั้งนี้ การกระตุ้นคอลลาเจนด้วย Thermage จะเป็นการใช้คลื่นวิทยุส่งผ่านความร้อนไปยังชั้นหนังแท้ส่วนที่ลึกที่สุดของผิวเพื่อกระชับและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมให้สร้างใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผิวหน้าแน่น กระชับ เรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง และลดริ้วรอย ซึ่งเหมาะกับคนที่ไขมันบริเวณหน้าค่อนข้างเยอะ ไม่ทิ้งริ้วรอยและแผลเป็น ข้อดีของการทำ THERMAGE ผิวตึงกระชับทันทีหลังทำและเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่เดือนที่ 2 และชัดเจนมากในเดือนที่ 6 ใช้เวลาในการทำเพียง 30-60 นาที เห็นผลนาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับลักษณะผิว การใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร และการบำรุงผิวในแต่ละบุคคล ไม่เกิดริ้วรอยและแผลเป็นหลังทำ และสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติใช้ชีวิตประจำวันได้ดังเดิมผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำ THERMAGE ได้แก่ ผู้ป่วยตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคมะเร็งผู้ป่วยที่ใส่สายสวนหัวใจ และผู้ป่วยที่มีโลหะในร่างกาย อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงจากการทำ Thermage คือ อาจเกิดผื่นในจุดที่ทำหรือบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ โดยสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาคือ ประสบการณ์แพทย์ เครื่องมือจากโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานในระดับสากลเพื่อความมั่นใจตลอดการรักษา สามารถขอรับคำปรึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-3103004, 02-7551004 หรือ โทร.1719