ตะลอนเที่ยว : อย่ารังเกียจนักท่องเที่ยวจีน‘ถ้าไม่มีเขา เราจะลำบาก’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352956

ตะลอนเที่ยว : อย่ารังเกียจนักท่องเที่ยวจีน‘ถ้าไม่มีเขา เราจะลำบาก’

ตะลอนเที่ยว : อย่ารังเกียจนักท่องเที่ยวจีน‘ถ้าไม่มีเขา เราจะลำบาก’

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คนไทยบางกลุ่มแสดงความรังเกียจนักท่องเที่ยวจีน โดยอ้างเหตุผลว่า ไม่มีมารยาท เสียงดัง เอะอะโวยวาย ไม่รักษาความสะอาดกินมูมมาม (แต่ขออนุญาตพูดตรงๆ เวลาคนไทยกลุ่มใหญ่ๆ ไปเที่ยวในที่ต่างๆ ก็เสียงดังไม่น้อยไปกว่าทัวร์จีน บางครั้งอาจจะเสียงดังมากกว่าด้วยซ้ำไป)

คนไทยบางราย โดยเฉพาะตำรวจ และรัฐมนตรีบางรายก็อ้างว่านักท่องเที่ยวจีนเป็นพวกทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือเป็นธุรกิจตัวแทน (nominee)ดังนั้นคนไทยจึงไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามามากมาย ซึ่งไม่เป็นความจริงทั้งหมด และไม่ควรเหมารวมเช่นนั้น เพราะทำให้เห็นว่าผู้ที่เหมารวมไม่มีความรู้จริงในเรื่องที่พูด แต่ขอบอกว่าความคิดดังกล่าวอาจจะมีความจริงผสมกับความไม่จริง

แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งคือ ในแต่ละเดือนมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 9 แสนถึง 1 ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับหนึ่ง (มากกว่า
ชาวยุโรป เพราะชาวยุโรปจะเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยมากเกือบๆ8-9 แสนคนในช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ส่วนเดือนอื่นๆ อาจจะเหลือตัวเลขเพียง 3-4 แสนคน)

สำหรับค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายในประเทศไทยก็ถือได้ว่ามีจำนวนมากอย่างน่าสนใจ ยกตัวอย่างสถิติที่จัดเก็บโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า กรุ๊ปทัวร์จีนที่เข้ามาประเทศไทยระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2560 สร้างรายได้ให้ประเทศประมาณ 89,000 ล้านบาท จำแนกเป็นรายได้โดยประมาณจากการจับจ่ายซื้อของ 3 หมื่นล้านบาท การท่องเที่ยวใน
สถานที่ต่างๆ 8 พันล้านบาท ด้านความบันเทิงเริงรมย์ 7 พันล้านบาทด้านที่พักโรงแรม 17,000 ล้านบาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 16,000ล้านบาท ค่าเดินทางและค่าพาหนะ 7 พันล้านบาท ค่าดูแลด้านสุขภาพ 200 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก 2 พันล้านบาท

ทีนี้ลองเทียบค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนที่มาแบบส่วนตัวโดยไม่ได้มาเป็นกลุ่ม พบว่าใช้จ่ายในระยะเวลาเดียวกันคิดเป็นเงินรวม 161,000 ล้านบาท ใช้จ่ายเพื่อการซื้อของ 46,000 ล้านบาทด้านโรงแรมที่พัก 45,000 ล้านบาท ด้านอาหารและเครื่องดื่ม31,000 ล้านบาท ด้านการเดินทาง 16,000 ล้านบาท เป็นต้น เหตุผลที่ต้องยกตัวเลขขึ้นมาประกอบ เพื่อต้องการให้เห็นชัดว่าประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนในแต่ละปีเป็นจำนวนมหาศาล ดังนั้น ถ้าหากรายได้จากส่วนนี้หายไป ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนถ้าหากไม่สามารถหาตัวเลขรายได้จากนักท่องเที่ยวอื่นๆ มาทดแทนได้

ขอเข้าประเด็นอุบัติเหตุเรือท่องเที่ยวทางทะเลล่มในจังหวัดภูเก็ตเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมปีนี้ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 47 ราย จากอุบัติเหตุครั้งแรกที่ร้ายแรงมากมายเช่นนี้หลังเกิดเหตุร้าย มีคนบางกลุ่มพยายามจงใจให้ข่าวด้านลบ เพื่อหวังให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตแลพังงา รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของไทย เช่น ปล่อยข่าวว่านักท่องเที่ยวจีนยกเลิกการเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย รัฐบาลจีนสั่งห้ามคนจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกทัวร์ทุกอย่างในจังหวัดภูเก็ต และยกเลิกการจองห้องพักในภูเก็ต เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่มีความจริง

จากการที่ Mr. Flower ไปสังเกตการณ์โดยตรง ได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวจีน (และนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ) รวมถึงได้สนทนากับผู้ประกอบการด้านการเดินเรือท่องเที่ยวทางทะเล ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ผู้ประกอบการโรงแรมระดับ 3-5 ดาว เจ้าของสถานบันเทิง และผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าปลอดภาษี ได้รับคำตอบว่า นักท่องเที่ยวจีนยังคงเดินทางเข้าไปที่จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะมีนักท่องเที่ยวจีนบางรายที่ไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์เรือล่ม อาจจะลังเล บางรายอาจชะลอการเดินทางไปเที่ยวภูเก็ตและกระบี่ โดยขอเปลี่ยนไปเที่ยวในภาคเหนือของไทยแทน บางคนยังยืนยันไปเที่ยวภูเก็ตและกระบี่ แต่ขอดูสภาพคลื่นลมทะเลก่อนตัดสินใจว่าจะลงเรือเที่ยวทะเลหรือไม่ แต่หลายรายก็ยังคงยืนยันว่าเมื่อมาภูเก็ตและกระบี่ ก็ต้องเที่ยวทะเลที่งดงาม หากคลื่นลมแรงก็จะไม่ลงเรือ และบอกว่าอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกที ไม่จำเป็นต้องกลัวจนไม่กล้าเที่ยว แต่ก็ไม่ประมาท

ผู้ประกอบการเดินเรือหลายรายบอกว่า ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนภูเก็ตมีฝนตกบ่อย แต่ตกแล้วหยุด หยุดแล้วตก สลับไปมาทั้งวันการจะให้เรือนำนักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวทะเลก็ขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศ หากคลื่นลมแรงก็ไม่ออกเรือ และต้องแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้าว่าจะออกเรือหรือไม่ ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนก็เข้าใจ หากลูกค้าเลื่อนการลงเรือได้ ก็รอเรือออกวันใหม่ แต่หากรายใดไม่สะดวก และต้องการขอรับเงินคืน ก็คืนเงินให้ครบจำนวน โดยไม่หักค่ามัดจำแต่อย่างใดเจ้าของเรือบอกว่าตามปกติในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวมามาก วันหนึ่งๆ จะมีลูกค้าลงเรือประมาณ 1 พันถึง 1,200 ราย คิดค่าบริการรายละ 1,300-1,600 บาท ขึ้นอยู่กับระดับของการให้บริการ (ลองคิดดูนะครับ ว่าในภูเก็ตและพังงา รวมถึงกระบี่ มีผู้ประกอบการที่ให้บริการเรือท่องเที่ยวทางทะเลกี่ร้อยราย เพราะนี่จะชี้ให้เห็นว่าในแต่ละวันจะมีรายได้จากการให้บริการด้านนี้จำนวนมหาศาลเพียงใด) แต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวน้อยจะเหลือเพียงประมาณ 200-300 ราย โดยนักท่องเที่ยวจะไปเที่ยวบนบกแทน และบอกด้วยว่า ไม่มีเจ้าของเรือรายใด ต้องการให้เรือของตนเองออกไปอับปางกลางทะเล ดังนั้นหากมั่นใจว่าออกเรือแล้วเกิดปัญหาก็จะสั่งห้ามออกโดยทันที

ด้านผู้ประกอบการโรงแรมระดับ 5 ดาวในภูเก็ตยืนยันว่านักท่องเที่ยวจีนไม่ได้ยกเลิกการจองห้องพัก ทุกอย่างยังเป็นปกติ ส่วนผู้ประกอบการร้านค้าปลอดภาษีในภูเก็ตยืนยันว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุเรือล่ม ยังไม่พบว่านักท่องเที่ยวจีนหายไป แต่อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนได้ เพราะต้องรอดูอีกประมาณ 1 เดือนหลังจากนี้

ส่วนคนขับเรือ กัปตันเรือ และลูกเรือที่ให้บริการนักท่องเที่ยวก็บอกว่า พวกเขาก็กลัวตาย เพราะฉะนั้นถ้าหากดูสถานการณ์แล้วเห็นว่าไม่สมควรออกเรือ เขาก็จะไม่ออกเรือ ไม่มีใครอยากออกไปแล้วพบกับความตาย

ทางด้านหน่วยราชการในจังหวัดภูเก็ตที่มีส่วนดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวก็แสดงความมั่นใจว่าจะป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ในอนาคต และบอกว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะเกิดพายุหนักในจุดที่เรือล่ม แต่ก็ต้องหาทางป้องกันมิให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้นอีกในอนาคต โดยออกมาตรการเพิ่มความปลอดภัยทุกด้าน เช่นการให้นักท่องเที่ยวติดแถบรัดข้อมือที่สามารถบ่งบอกตำแหน่งแท้จริงในขณะอยู่ในทะเล และส่งเรือลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยให้กับเรือทุกลำ รวมถึงตรวจสภาพเรือให้พร้อมใช้งานเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

นักท่องเที่ยวจีน บอกกับ Mr. Flower ว่า ยังรักเมืองไทย และยังจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกเรื่อยๆ เพราะเมืองไทยมีที่เที่ยวมากมาย คนไทยน่ารัก อาหารไทยอร่อย ผลไม้ไทยมีให้กินตลอดปี
และเมืองไทยไม่ไกลจากจีนมากนัก เดินทางไปมาง่าย แล้วก็บอกด้วยว่าคนจีนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับคนไทย เพราะฉะนั้นก็จะมาเที่ยวเมืองไทยอีก ถ้าคนไทยยังให้การต้อนรับที่ดีเหมือนเดิม แล้วเขาก็บอกด้วยว่านักท่องเที่ยวจีนมีหลายประเภท พวกเสียงดังก็มี แต่พวกที่เสียงไม่ดังก็มี เพราะฉะนั้นอย่าเหมารวมว่าทัวร์จีนเสียงดังทุกคน

เห็นไหมครับว่า คนจีนยังคงรักเมืองไทย และรักคนไทย แล้วเขาก็ยังพร้อมจะกลับมาเที่ยวไทยอีกเรื่อยๆ ดังนั้นจะมีประโยชน์อะไรที่คนไทยจะไปตั้งข้อรังเกียจคนจีน ส่วนเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญและเรื่องnominee เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าวต้องแก้ไขและปราบปรามให้หมดไป ไม่ใช่แค่เพียงออกมาพูดเพื่อทำลายธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยให้ย่อยยับ

ลองคิดดูอีกครั้งนะ ถ้าหากไม่มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวบ้านของเรา เราจะประสบปัญหาอะไรบ้าง เพราะฉะนั้น เราควรจะต้อนรับเขาด้วยความเป็นมิตร อะไรที่เขาทำไม่เหมาะไม่ควร เราก็ต้องบอกเขา เพราะเขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา เขาสามารถรับรู้ถึงความเป็นมิตรและความหวังดีของเราที่มีต่อเขาได้

Tech for Life : 22 กรกฏาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353007

Tech for Life : 22 กรกฏาคม 2561

Tech for Life : 22 กรกฏาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

TV U9D

ไฮเซนส์ (Hisense) เปิดตัวทีวี จอยักษ์ TV U9D ที่ กรุงมอสโก เมื่อเร็วๆ นี้เป็นรุ่นที่ใช้เทคโนโลยี ULED ขณะที่จอแอลอีดีที่ใช้เทคโนโลยีเอ็นจิ้น Hiview ช่วยยกระดับความสดใสภาพ ระดับของการปรับระดับ รายละเอียดของความมืด ขณะที่หม่า เสี่ยวหัง หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ไฮเซนส์ กล่าวว่า “การเปิดตัว U9D จะช่วยตอกย้ำจุดยืนด้านคุณภาพระดับโลกของไฮเซนส์

 

LINE JOBS

นี่คือ LINE JOBSแพลตฟอร์ม การหางานยุคโซเชียล เริ่มเปิดให้บริการในไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมาล่าสุด LINE ยืนยันว่า ยอดผู้ติดตามทะลุล้านคนแล้ว ขณะที่มีตำแหน่งงานเปิดรับกว่า 140,000 อัตรา จากกว่า 400 บริษัทชั้นนำ ตกงานอย่าตกใจ คลิกบนไลน์ @linejobsth งานดีๆ อาจรอคุณอยู่

 

ไฮบริด

นี่คือ New PCX Hybrid มอเตอร์ไซค์ ไฮบริด ที่ ฮอนด้า เจ้าของนวัตกรรมยืนยันว่าเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นแรกของโลกที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โดยเมื่อเร่งความเร็ว กล่องสมองกล PDU จะสั่งการไปที่แบตเตอรี่ลิเธียมให้จ่ายไฟไปให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ วางจำหน่ายเดือนสิงหาคม 2561 ราคายังไม่ระบุ

 

ดีไซน์ล้ำ

ออปโป้ เผยโฉม OPPO Find X Automobili Lamborghini Editionสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด เจาะกลุ่มตลาไฮเอนด์ที่เป็นรุ่นพิเศษ เพราะออปโป้ร่วมมือกับแบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลี ลัมโบกินี ส่วนราคาไม่เปิดเผย ในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะอยู่ที่ราคา 49,990 บาท

คุณแหน : 22 กรกฎาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352968

คุณแหน : 22 กรกฎาคม 2561

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุเคราะห์ในการพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ม.ป.ช.,ม.ว.ม.,ท.จ.ว.,ภ.ป.ร.๔ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร พฤหัสฯ ๒๖ ก.ค. เวลา ๑๗.๓๐ น….

ll พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน “เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสาร์ ๒๘ ก.ค.นี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีรัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ อาทิ พิธีบำเพ็ญพระราชกุศล อุทิศถวาย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมทั้งเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๒๑ ก.ค. เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ พระลานพระราชวังดุสิต”…

ll “ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะใช้วิธีการสรรหาหรือทาบทาม กกต.๒ คนที่เหลือ ในใจผมมีคำตอบแล้วแต่ไม่อยากพูดชี้นำ ต้องรอให้คณะกรรมการสรรหา กกต. ประชุมก่อน” คำกล่าวของ ประธาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พรเพชร วิชิตชลชัย นักอยากจะเลือกตั้งทั้งหลายคงต้องร้องเพลงรอต่อไป…

ll หญิงไทยคนเก่งอีกหนึ่งในเรื่องกอล์ฟ ธิฎาภา สุวัณณะปุระ โปรจูเนียร์คว้าแชมป์กอล์ฟ แอลพีจีเอทัวร์ในรายการมาราธอน คลาสสิก ณ รัฐโอไฮโอสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นับเป็นคนไทยคนที่ ๓ ที่คว้าแชมป์รายการนี้ ด้วยคำพูด “รู้สึกเหมือนฝันเป็นจริงเพราะไม่เคยคิดจะทำได้”…

ll ที่สุด โนวัก โยโควิช กลับมาคว้าแชมป์เทนนิสวิมเบิลดัน ที่ออลอิงแลนด์มาครองเป็นสมัยที่ ๔ ในวัย ๓๑ ขวบ ซึ่งตรงกับวันที่ฝรั่งเศส ได้แชมป์ฟุตบอลโลก…

ll บทเรียนจากถ้ำหลวงโดย อภิชาติ ดำดี “ไม่รู้จักก็ดู เหมือนรู้จัก ไม่เคยรัก กลับมารักไม่ผลักไส ไม่เคยเห็น ก็ได้เห็นความเป็นไป วันที่ไทยรู้จัก รู้รักสามัคคี” นี่แหละความดี ความงาม และความเป็นมนุษย์ ด้วยไมตรีต่อเพื่อนมนุษย์ไร้พรมแดนไม่อาจขวางกั้นกำแพงเชื้อชาติและศาสนา เปี่ยมด้วยน้ำใจทุกอณู ทำให้ ๑๓ ชีวิตทีมหมูป่าปลอดภัย…

ll อ่านคิดข้ามช็อต ของ ดร.วรภัทร โตธนะเกษม เสนอสร้างพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เก็บทุกสิ่งทุกอย่างในเหตุการณ์ ตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้ายและอื่นๆ เพื่อเป็นตามรอยถ้ำหลวง …

ll ร่วมอาลัยและเสียใจกับ คุณต้อย และครอบครัวที่สูญเสีย พล.อ.คณิต เพิ่มทรัพย์ เพื่อนร่วมรุ่น วปรอ.๓๕๕ เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม จันทร์ ๒๓ ก.ค. เวลา ๑๘.๓๐ น. ณ ศาลา ๙ วัดโสมนัสวรวิหาร วิญญาณของท่านคงสู่สุคติแล้ว เพราะคุณงามความดีมากล้น…ll

น้องโน๊ต

หนังสือเด่น : เจงกิสข่าน ขุนศึกพิชิตโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353005

หนังสือเด่น : เจงกิสข่าน ขุนศึกพิชิตโลก

หนังสือเด่น : เจงกิสข่าน ขุนศึกพิชิตโลก

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เรื่องราวทางประวัติศาสตร์จะเกิดคุณค่าอย่างอเนกอนันต์ ก็ต่อเมื่อเรา ได้เข้าไปศึกษา และ เรียนรู้ บทเรียนต่างๆ ที่บรรพบุรุษได้สร้างเอาไว้ ซึ่งจะมีทั้งในด้านที่ดี และด้านที่ไม่ดี แล้ว แต่ว่า ผู้ใดจะหยิบยกเอามาใช้

เมื่อประวัติศาสตร์ถูกหยิบออกมาได้ตามอำเภอใจเช่นนี้ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์บางอย่างจึงถูกดัดแปลงกล่าวถึง ความจริงในประวัติศาสตร์เพียงด้านเดียวเท่านั้น ซึ่งมันผิดกับความเป็นจริง

ด้วยเหตุนี้การเรียนรู้เรื่องราวทางด้านประวัติศาสตร์เพื่อความถูกต้องจึงต้องอาศัยหลักฐานจากหลายแหล่งเข้ามารวมกัน

ตัวอย่าง เรื่องราวของ นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ จอมจักรพรรดิ เจงกิสข่าน เราเคย ได้รู้ได้เห็นทั้งจาก การบอกเล่า การเสพด้วยการดู เช่น จากภาพยนตร์ และทีวี หรือ การได้รับรู้จากการอ่าน ซึ่งส่วนใหญ่กล่าวขานให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของเขา ที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมหาญและโหดเหี้ยม อันทำให้ หน้าประวัติศาสตร์ของเจงกิสข่าน ดูจะโหดร้ายเป็นตัวนำ

“เจงกิสข่าน ขุนศึกพิชิตโลก” เขียนโดย“ตู้ยินชาน” แปลเป็นไทยโดย “ชาญ บุญประกอบ” เป็นประวัติเรื่องราวของ จอมจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ในรูปงานเขียน แบบ นวนิยาย จึงทำให้อ่านสนุก และ การลำดับความต่อเนื่อง เข้าใจง่าย

หนังสือเล่มนี้ ก่อนจะถูกเขียนขึ้นมาผู้เขียนตระหนักดีถึงการ “ทำบันทึกทางประวัติศาสตร์”ดังนั้น เขาจึงนำเสนอ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียด ทั้งสองด้าน เพื่อมิให้ประวัติศาสตร์ถูกบิดเบือนให้เสียหาย

ทำให้เราได้เห็นว่า ในความโหดร้าย ของเจงกิสข่าน เขาผู้นี้ เป็นผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ซึ่งทำให้เราสามารถวิเคราะห์ ได้ว่า การเอาชนะคนนั้นมิใช่อยู่ที่อำนาจเท่านั้น แต่คุณธรรมยังเป็นส่วนสำคัญทางหนึ่งด้วย ดังที่ เจงกิสข่าน กล่าวสั่งสอน หลานชาย คือ กุบไลข่านว่า “ร่างกายที่แข็งแรงเอาชนะได้แค่ตัวต่อตัว ความเข้มแข็งทางจิตใจต่างหากจึงจะเอาชนะคนเป็นหมื่นได้”

ใครที่ชื่นชอบในการอ่าน สามก๊กด้วยเห็นว่า มีลูกเล่นกลศึก เจงกิสข่าน ขุนศึกผู้พิชิตโลก เล่มนี้ ก็เต็มไปด้วยกลศึกมากมายเช่นกัน เพราะ เจงกิสข่าน มิใช่เป็นอัจฉริยะด้านการรบเพียงอย่างเดียว แต่เป็นอัจฉริยะในทุกๆ ด้าน ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เรียนหนังสือ

ตำราดูนรลักษณ์ที่อ่านเข้าใจง่าย ให้ความรู้แล้วยังแฝงข้อคิดมากมาย

“เตี่ยว่าไว้” เป็นผลงานต่อเนื่องเรื่องการดูนรลักษณ์ของ “แปะเกี้ย” จากที่เคยออกมาก่อนหน้านี้สองเล่ม เป็นหนังสือที่ The Library of Congress USA ยอมรับในคุณภาพ การดูนรลักษณ์เป็นการดูหมอที่ดูลักษณะความคิดและคำพูดของคนที่ปรากฏออกมาให้เราอ่านได้จากสรีระบนใบหน้า หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนออกมาเป็นตำราให้ท่องจำ แต่เขียนเป็นแบบเรื่องสั้นแฝงความรู้ ให้ซึมซับ ทำให้เมื่ออ่านแล้วนอกจากจะนำไปใช้สังเกตสรีระหน้าตาของคนเพื่อทำนายแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยข้อคิดต่างๆ อีกมากมาย ราคาเล่มละ 200 บาท

ความผูกพันและมิตรภาพเกิดขึ้นได้ แม้ว่าต่างชาติต่างภาษาและวิถีชีวิต

“ขบวนการนกกางเขน” เป็นหนังสือพระราชนิพนธ์แปลในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีที่ทรงแปลมาจากวรรณกรรมภาษาฝรั่งเศส เมื่อปี 2521 เป็นเรื่องราวผจญภัยของเด็ก 8 คนต่างฐานะต่างเชื้อชาติ บุคลิกและนิสัย มารวมตัวกันอย่างไร้ปัญหา เป็นวรรณกรรม แปลที่ทรงคุณค่า สละสลวย เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ แสดง ให้เห็นถึงมิตรภาพไร้พรมแดน มีร่องรอยของสงครามโลกครั้งที่ 2 ถึงแม้จะทรงแปลไว้นานแล้ว แต่สาระ ความสนุก และข้อคิดคำสอนยังไม่ล้าสมัย ใช้ได้เสมอ

เดอะทอยส์มาขึ้นปกในลุคใหม่แนวแฟชั่น สกู๊ปบิวตี้ แนะนำสกินแคร์ตัวท็อปในตำนาน

“สุดสัปดาห์” ฉบับที่ 841 เป็นเรื่องราวของคนในวงการนักร้องเสียส่วนใหญ่ เช่น เดอะทอยส์ มาเปิดใจถึงการเป็นคนแบบที่เป็นอยู่ นอกจากนี้ยังมี วีวิโอเลต วอเทียร์มาพูดถึงทางเดินชีวิตตัวเอง Cocktail มาเปิดเผยแนวทางการเล่นดนตรีของพวกเขา เรื่องราวของ 7 สาวลูกนักร้องดังยิ่งโตยิ่งสวย และพบกับความเกรียนของคู่หูบอย-ปกรณ์ และ ปั้นจั่น-ปรมะ และด้านความงามพบกับสกู๊ปบิวตี้รวมเด็ดสกินแคร์ในตำนาน ที่ร่ำลือว่าดีงาม ราคา 90 บาท

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การกีฬา วิกฤตินกทะเล ชีวิตของค้างคาวกินสัตว์

“เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก” ฉบับภาษาไทย เดือน กรกฎาคม 2561 พบกับปก เคที เลเดกกี นักกีฬาว่ายน้ำ เหรียญทองโอลิมปิก และเรื่องราวของวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ช่วยปรับปรุงสมรรถภาพร่างกายนักกีฬาในปัจจุบัน ลารุงการ์ เมืองมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก วิกฤตินกทะเลที่กำลังเผชิญชะตากรรมที่ไม่อาจคาดเดาได้ในสภาพแวดล้อมปัจจุบันนี้อาณานิคมของอังกฤษที่หายสาปสูญ 400 ปี และแกะรอยค้างคาวกินเนื้อที่แสนจะลึกลับ และเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ ราคา 120 บาท

วิ่งด้วยใจ ให้ความรัก เพื่อผู้ป่วยเด็กและครอบครัว RMHC มินิ มาราธอน ‘Run For Kids’ 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352964

วิ่งด้วยใจ ให้ความรัก เพื่อผู้ป่วยเด็กและครอบครัว  RMHC มินิ มาราธอน ‘Run For Kids’ 2018

วิ่งด้วยใจ ให้ความรัก เพื่อผู้ป่วยเด็กและครอบครัว RMHC มินิ มาราธอน ‘Run For Kids’ 2018

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปล่อยตัวนักวิ่ง

กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย จัดงาน “RMHC Mini Marathon‘Run for Kids’ วิ่งเพื่อน้อง 2018” เพื่อระดมทุนนำรายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัว พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ และส่งเสริมให้ครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยมีผู้บริหารแมคไทย พันธมิตรทางธุรกิจ ศิลปินดารา และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้น ณ สวนลุมพินี

วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกก.มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ฯ และ มร.เฮสเตอร์ ชิว รองประธาน กก.มูลนิธิฯ และ ประธาน กก.และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.แมคไทย ร่วมเปิดงาน “RMHC Mini Marathon ‘Run for Kids’ วิ่งเพื่อน้อง 2018”

วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการมูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลเป็นครั้งที่ 4 เพื่อระดมทุนนำรายได้ทั้งหมดไปช่วยเหลือเด็กที่เจ็บป่วยและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นผ่าน 3 โครงการหลักของมูลนิธิฯ ได้แก่ บ้านพักพิงฯ เพื่ครอบครัวผู้ป่วยเด็ก, การสร้างและปรับปรุงห้องสันทนาการเด็กฯ และหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ฯ โดยมูลนิธิฯ ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้มากว่า 17 ปี และยังเดินหน้าขยายความช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง”

กิจกรรมวิ่งการกุศลในครั้งนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 6,000 คน แบ่งการแข่งขันออกเป็น2 ประเภท ได้แก่ มินิ มาราธอน 10.5 กม. ซึ่งแบ่งกลุ่มประเภท ชาย/หญิง ตามช่วงอายุ และ เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ 3 กม. นอกจากนี้ภายในงานยังมีการออกร้าน Family Funfair เพื่อให้นักวิ่งและครอบครัวได้ร่วมสนุกกับเกมส์และกิจกรรมต่างๆ พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย รวมทั้งได้ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายภายหลังการวิ่ง นำทีมโดยพี่โรนัลด์และผองเพื่อน อิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มจากแมคโดนัลด์ และพันธมิตรต่างๆ ที่ร่วมสนับสนุน ซึ่งนอกจากผู้เข้าร่วมงานจะได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ แล้ว ยังได้ร่วมกันทำบุญ เนื่องจากรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนในกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย

ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ รองปลัด กทม.,ไพสิฐ แก่นจันทร์, ดำรงค์ รื่นสุข กองการกีฬาสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว กทม. พร้อมด้วย คณะกก.มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ฯ วรพล วิริยะกุลพงศ์, กฤตยา อุ่นสากล,อภิรักษ์ โกษะโยธิน, มร.เฮสเตอร์ ชิว,ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร และ ลิน ค็อก

ศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน กล่าวถึงความร่วมมือของกรุงเทพฯ ว่า “กทม.ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านสถานที่จัดงาน และเส้นทางการวิ่ง จัดหน่วยปฐมพยาบาลสำหรับดูแลนักกีฬา อำนวยความสะดวกด้านรถสุขา ดูแลภาพรวมต่างๆ เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้อยากขอเชิญชวนทุกท่านให้เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายซึ่งนอกจากผู้ร่วมงานหรือนักวิ่งจะได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังได้บุญกุศลในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส สร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมอีกด้วย”

ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ จูงมือน้องแพรว, น้องภูมิ มาร่วมกิจกรรมพร้อมให้กำลังใจครอบครัวผู้ป่วยเด็กที่กำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบาก “ปกติตุ๊กสอนเด็กๆ ให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ทั้งการออกกำลังกายและชวนกันทำกิจกรรมจิตอาสา เน้นการเป็นแบบอย่างที่ดีมากกว่า เราออกกำลังกายให้เด็กๆ เห็น เราชวนเด็กๆ ไปทำจิตอาสาด้วยกัน เราถ่ายทอดผ่านการกระทำทำให้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต สำหรับคุณพ่อคุณแม่ของน้องๆ ที่ป่วยนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ เข้มแข็งนะคะ เพราะยิ่งท้อก็ยิ่งหมดแรง อย่างน้อยก็มีมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ที่ขาดแคลนที่พักเมื่อต้องพาลูกเข้ารับการรักษาตัวในกรุงเทพฯ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาลเลยค่ะ”

ร่วมแสดงความยินดีกับนักวิ่งชายชาวไทยที่เข้าถึงเส้นชัยเป็นคนแรก

ร่วมแสดงความยินดีกับนักวิ่งชายชาวไทยที่เข้าถึงเส้นชัยเป็นคนแรก
ผู้บริหารมูลนิธิฯ, ผู้บริหารแมคไทย, ผู้บริหารโรงพยาบาล และศิลปิน AF 12

ผู้บริหารมูลนิธิฯ, ผู้บริหารแมคไทย, ผู้บริหารโรงพยาบาล และศิลปิน AF 12
ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ จูงมือ น้องแพรว-น้องภูมิ ร่วมกิจกรรม

ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ จูงมือ น้องแพรว-น้องภูมิ ร่วมกิจกรรม
คุณแม่เข็นรถพาลูกร่วมกิจกรรม

คุณแม่เข็นรถพาลูกร่วมกิจกรรม
ครอบครัว “เจิมประสาทสิทธิ์”

ครอบครัว “เจิมประสาทสิทธิ์”
ครอบครัว “ยิ้มพงษ์”

ครอบครัว “ยิ้มพงษ์”

แหวกฟ้าหาฝัน : Lisbon เมืองหลวงตะวันตกสุดของประเทศบนภาคพื้นยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352999

แหวกฟ้าหาฝัน : Lisbon เมืองหลวงตะวันตกสุดของประเทศบนภาคพื้นยุโรป

แหวกฟ้าหาฝัน : Lisbon เมืองหลวงตะวันตกสุดของประเทศบนภาคพื้นยุโรป

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชอบยุโรปคงไม่มีเวลาใดที่เอนจอยกับค่าตั๋วได้เท่าปี 2018 นี้ ทั้งนี้เพราะปีนี้หลายสายการบินทั้งสายการบินตะวันออกกลาง จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น รวมทั้งสายการบินในกลุ่ม Star Alliance รวมทั้ง ThaiAirways ของไทย ต่างโหมกระหน่ำทำโปรโมชั่นกันอย่างไม่เกรงใจนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถช็อปตั๋วเครื่องบินราคาถูกถึง 18,000 เพื่อเดินทางไปยุโรป ปี 2018 จึงเป็นปีทองของการเดินทางจริงๆ ประเทศหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเคยไปถึงได้ลำบาก เพราะไม่มีสายการบินใดบินตรงไปลงเลย และราคาตั๋วเคยแพงมาก นั่นคือ โปรตุเกส อดีตจักรวรรดิใหญ่ยุโรปตะวันตกในคริสต์ศตวรรษที่ 15-16 นักท่องเที่ยวที่ชอบประวัติศาสตร์และพอจำได้จะรำลึกได้ว่า โปรตุเกสเป็นเจ้าแห่งจักรวรรดิที่สามารถครอบครองอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชีย รวมถึงโอเชียเนีย ในช่วงสองคริสต์ศตวรรษนี้จึงไม่มีชาติยุโรปตะวันตกใดที่จะยิ่งใหญ่เท่าโปรตุเกส แต่หลังจากนั้น พวกเขาก็เสียแชมป์ให้กับอังกฤษหรือดินแพนที่ได้ชื่อว่าไม่มีพระอาทิตย์ตกดิน ปี 2018 นี้ การเดินทางไปลิสบอนเมืองหลวงของโปรตุเกสก็เสียค่าใช้จ่ายถูกมากเช่นกัน เพียงแต่ไม่มีเครื่องบินบินตรงเท่านั้น

Lisbon Street

เมื่อตั๋วเครื่องบินถูก สังขารพร้อม ลิสบอนจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ควรไปอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวอาจซื้อทัวร์ไปสเปนและโปรตุเกสพร้อมกันหรือเดินทางเองตรงไปโปรตุเกสโดยแวะเมืองต่างๆ ตามแต่สายการบินที่เลือกก็ได้หากนักท่องเที่ยวมีไมล์สะสมกับการบินไทยจำนวนมากจากการบินสายการบินไทยหรือ Star Alliance อย่างสม่ำเสมอ หรือได้ไมล์จากบัตรเครดิตแล้วแลกไมล์ได้ และต้องการเดินทางโดยใช้ไมล์สะสมก็สามารถแลกไมล์กับการบินไทยพร้อมกับ Star Alliance ได้โดยเพิ่มไมล์เพียงแค่ 10,000 ไมล์จากเมืองที่การบินไทยมีเครื่องลงยุโรปโดยตรงเท่านั้น ค่าใช้จ่ายในการแลกไมล์กับการบินไทยในปัจจุบันก็เสียค่าใช้จ่ายลดลงกว่าเมื่อก่อนมาก จากหมื่นปลายๆ แล้วแต่สนามบินเหลือเพียงหลักพันเท่านั้น ทั้งนี้เพราะการบินไทยไม่คิดค่าน้ำมัน คิดแต่ค่าภาษีสนามบินเท่านั้น

Leg Room

นักท่องเที่ยวที่ใช้บริการสายการบินในกลุ่ม Star Alliance อาจเลือกใช้สายการบินแห่งชาติโปรตุเกสที่ชื่อ TAP เข้าลิสบอน เนื่องจากโปรตุเกสเป็นประเทศเล็ก ไม่มั่งคั่งเทียบกับประเทศอื่นในยุโรป และมีประชากรค่อนข้างน้อยเพียงแค่ 10 ล้านคน สายการบินแห่งชาติของโปรตุเกสจึงเป็นสายการบินเล็ก เครื่องบินที่ใช้ระหว่างประเทศอื่นๆ ในยุโรปกับลิสบอนก็เป็นเครื่องขนาดเล็ก แม้จะเป็นเครื่องใหม่ แต่มีลักษณะแตกต่างจากเครื่องบินอื่นๆ ทั่วไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่นั่งไม่สามารถที่จะปรับเอนได้ ไม่มีจอทีวี. และไม่มีที่วางของด้านหน้า นักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวหน่อย ถ้าต้องนั่งเครื่องนานทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับเมืองที่ต่อเครื่อง และสภาพที่นั่งคล้ายรถเมล์เช่นนี้อาจไม่ได้รับความสะดวกสบาย อย่างไรก็ดี สนามบินแห่งชาติที่เมืองหลวงของประเทศกลับมิได้เลวร้ายเท่ากับสภาพเก้าอี้บนเครื่อง การเดินทางเข้าเมืองก็มิได้ยากเย็น นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถสาธารณะเข้าสนามบินได้อย่างสะดวกสบายเฉกเช่นเดียวกันกับสนามบินของเมืองหลวงอื่นๆ ในยุโรป

Portugal map

ลิสบอนเมืองหลวงของโปรตุเกสที่มีนักบอลชื่อดัง คริสเตียนโน โรนัลโด ที่คนไทยชื่นชมสุดๆ นี้เป็นเมืองหลวงที่อยู่ทางทิศตะวันตกสุดของประเทศบนภาคพื้นยุโรป แม้ดั้งเดิมโปรตุเกสจะเป็นจักรวรรดิใหญ่ แต่พื้นที่ในปัจจุบันของโปรตุเกสกลับไม่ใหญ่เลยหากเทียบกับประเทศยุโรปอื่นๆ ซ้ำร้ายโปรตุเกสยังเป็นประเทศที่ไม่มั่งคั่งอีกต่างหากด้วย ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่พวกเขาเสียจักรวรรดิให้กับชาติยุโรปตะวันตกอื่นๆ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 17 อีกทั้งคนโปรตุเกสยังไม่สามารถพัฒนาอุตสาหกรรมได้เท่าเทียมกับประเทศยุโรปตะวันตกอื่นๆ จึงทำให้พวกเขากลายเป็นประเทศที่ค่อนข้างยากจน อย่างไรก็ดี ลิสบอนก็ยังเป็นเมืองหลวงที่มีความน่าสนใจ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวเอง ต้องมีขาแข็งแรงสักหน่อย เพราะเมืองสำคัญๆ ส่วนใหญ่ของโปรตุเกสมีพื้นที่เป็นเนินเขา ทางเดินเล็ก ต้องเดินขึ้นลงเขาแทบจะตลอดเวลา นักท่องเที่ยวที่อายุยังน้อย มีเงิน มีแรง และมีเวลาจึงควรรีบไปเที่ยวเสียก่อนจะเดินไม่ไหว

Seat in TAP

Seat in TAP
เครื่องดื่มขนาด 110 ซีซีที่เสิร์ฟบนเครื่อง

เครื่องดื่มขนาด 110 ซีซีที่เสิร์ฟบนเครื่อง

ซี.พี. เมียนมา จัดโครงการ ‘Milk for Kids’ ปี 2 มอบนมสดให้น้อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/352963

ซี.พี. เมียนมา จัดโครงการ ‘Milk for Kids’ ปี 2 มอบนมสดให้น้อง

ซี.พี. เมียนมา จัดโครงการ ‘Milk for Kids’ ปี 2 มอบนมสดให้น้อง

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

บริษัท เมียนมา ซี.พี. ไลฟ์สต็อก จำกัด หรือ ซี.พี.เมียนมา ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยบุคลากรจิตอาสากลุ่ม Doing Good Deed เดินหน้าทำความดีเพื่อสังคมในโครงการ “Milk for Kids” ปี 2 มอบนมสดพาสเจอร์ไรส์แก่เยาวชนในพื้นที่ใกล้เคียงสถานประกอบการของบริษัทในเขตย่างกุ้ง

วิรัต วงศ์พรภักดี กรรมการผู้จัดการ ซี.พี. เมียนมาเปิดเผยว่า ซี.พี. เมียนมา ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เพียว มิน เต็ง (H.E. U Phyo Min Thein) นายกย่างกุ้ง เข้าร่วมโครงการ“Milk for Kids” ปี 2 ที่บุคลากรชาวซี.พี. เมียนมา จิตอาสาร่วมกันมอบนมสดพาสเจอร์ไรส์ พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กๆ และเณรน้อยในโรงเรียนวัดอายุดิคะ(Ayudiga Monastery, Mingalar Don Township) ซึ่งเป็นโรงเรียนในวัดที่อุปการะเด็กกำพร้าและเด็กนักเรียนจากพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 500 คน

“โครงการนี้ได้ดำเนินการบริจาคนมสดพาสเจอร์ไรส์มาตลอดทุกสัปดาห์ต่อเนื่องกันเป็นเวลากว่า 1 ปีครึ่ง มีโรงเรียนที่อยู่ในการสนับสนุน 9 แห่ง มีเยาวชนได้ดื่มนมสดที่มีคุณภาพถึง 2,700 คนรวมปริมาณนมสดที่สนับสนุนไปแล้วกว่า 30,000 ลิตร โดยผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาจะยังคงเดินหน้าโครงการนี้ เพื่อสร้างความสุขและสุขภาพที่ดีให้กับเยาวชนเมียนมาอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ โครงการ “Milk for Kids” เป็นการต่อยอดแนวคิดของรัฐบาลเมียนมา ที่ต้องการส่งเสริมและพัฒนาโคนมเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพ ตลอดจนการสร้างพื้นฐานอาชีพหลักอีกอาชีพหนึ่งแก่เกษตรกร ในปี 2557 รัฐบาลเมียนมาและเครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงร่วมกันจัดตั้งฟาร์มวัวนมและโรงงานผลิตน้ำนมที่ทันสมัยขึ้น เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาฟาร์มตัวอย่างของกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์และชลประทานเมียนมา โดยได้รับบริจาคและสนับสนุนการจัดสร้างจาก นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ จากนั้นพนักงานซี.พี. เมียนมา ทั้งชาวเมียนมาและชาวไทยที่มีจิตอาสา ได้ร่วมกับลูกค้าและผู้มีจิตศรัทธา จัดระดมทุนเพื่อซื้อนมสดจากฟาร์มดังกล่าว โดยนำนมสดไปมอบให้กับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงสถานประกอบการของบริษัทในเขตย่างกุ้ง ทั้งโรงงานอาหารสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสัตว์สอดคล้องกับแนวนโยบายของเครือซี.พี. เรื่องการตอบแทนสังคม ด้านอาหารมั่นคงและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน

pet care : โรคไตในสัตว์เลี้ยง (ตอนที่2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353003

x

pet care : โรคไตในสัตว์เลี้ยง (ตอนที่2)

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สัปดาห์ที่แล้วเราได้พูดกันถึงอาการและสาเหตุของโรคไตวายกันไปแล้ว ซึ่งสาเหตุของโรคนั้น คือการได้รับสารพิษ สารเคมีในอาหาร หรือการได้รับยาบางชนิดในปริมาณสูงเป็นเวลานาน ได้แก่ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ที่ใช้รักษาการติดเชื้อที่ผิวหนัง และหูเป็นต้น ยาในกลุ่มลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตอรอยด์(Non-Steroidal Antiinflammatory Drugs) หรือ NSIADs ซึ่งใช้รักษาโรคกระดูก ข้อ และเป็นยาลดปวด ซึ่งเป็นอันตรายถ้าให้ร่วมกับยาขับปัสสาวะ โดยเฉพาะให้ในสัตว์อายุมาก

@ สัตว์ที่มีความเสี่ยงต่อโรคไตวายคือกลุ่มใด?

ไตวายเรื้อรังส่วนใหญ่มักเกิดในสุนัขอายุมาก สัตว์มีสภาวะร่างกายที่เสื่อมถอยลง ส่วนใหญ่พบในสุนัขที่ได้รับอาหารซ้ำๆ เป็นเวลานานๆ แทบจะตลอดชีวิต เช่นตับไก่ย่าง (ตับช่วยบำรุงเลือดก็จริง แต่ก็เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขจัดสารตกค้างและเป็นที่สะสมสารพิษในร่างกายไก่ ประกอบกับการปรุงรสที่เค็มและเข้มข้นจากผู้ปรุง) และในแมวที่กิน ปลาทูเข่ง (เป็นปลาทูที่ถูกต้มในน้ำเกลือแล้วเอามาวางเรียงใส่เข่งขายตามท้องตลาด) เป็นประจำทุกมื้อติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับเกลือและสารตกค้างที่ทำให้เกิดภาวะไตวายได้สูงมาก

@ อาการของโรคไตวายที่พบเป็นอย่างไร?

อาการของสัตว์ที่มีปัญหาเรื่องไตที่เราสังเกตได้ ที่ได้เกริ่นไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็คือ สัตว์จะซึม เบื่ออาหาร ร่างกายทรุดโทรม ผิวหนังเหี่ยวขาดความยืดหยุ่นเนื่องจากภาวะแห้งน้ำ
(dehydration) ขนแห้งหยาบน้ำหนักตัวลดอย่างรวดเร็วมีกลิ่นปาก อาเจียน และอาจเกิดการชักได้

@ การตรวจวินิจฉัย ทำได้อย่างไร? 

ในการตรวจวินิจฉัยนั้น นอกจากสัตวแพทย์จะสอบถามจากประวัติ และอาการแล้ว การตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยการตรวจเลือดและปัสสาวะ รวมถึงการทำอัลตราซาวนด์ จะเป็นการช่วยยืนยันสภาพความผิดปกติของไตได้เป็นอย่างดีครับ การตรวจดูค่าทางเคมีของเลือดตัวหลักๆ ได้แก่การตรวจดูค่า Creatinine และ BUN

Creatinine เป็นของเสียที่เกิดจากกล้ามเนื้อ สารนี้จะเกิดขึ้นทุกวัน และมีค่าคงที่ เท่าๆ กันทุกวัน ซึ่ง creatinine นี้ จะถูกกรองที่ไตและขับออกทางปัสสาวะ  แต่ถ้าไตทำงานผิดปกติ หรือเสื่อมลง จะทำให้การกำจัดสาร Creatinine จะลดลง ดังนั้นค่า Creatinine ในกระแสเลือดจะสูงกว่าปกติ (ค่าปกติในสุนัขประมาณ 0.5-1.4 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ในแมวประมาณ 0.7-1.8  มิลลิกรัม/เดซิลิตร)

BUN มาจากคำว่า “Blood Urea Nitrogen” ซึ่งมีความหมายว่า ไนโตรเจนจากสารยูเรียที่มีอยู่ในกระแสเลือดยูเรีย (urea) เป็นสารประกอบของของเสีย ซึ่งเป็นผลิตผลสุดท้ายจากการย่อยสลายโปรตีนโดยตับ เบื้องต้นของเสียจะอยู่ในรูปของแอมโมเนีย (NH3) และสร้างเป็นสารยูเรีย เพื่อขับออกมาโดยไตในรูปของน้ำปัสสาวะ น้ำปัสสาวะจึงมีกลิ่นเหมือนแอมโมเนีย ดังนั้นหากกินเนื้อสัตว์มากๆ ปัสสาวะก็มียูเรียมาก ไตก็จะทำงานหนัก หากไตทำหน้าที่บกพร่อง หรือทำงานหนัก สารยูเรีย และไนโตรเจน ก็จะค้างอยู่ในกระแสเลือด เมื่อตรวจเลือดจะพบว่า ค่า BUN สูงกว่าปกติ ซึ่งก็หมายถึงการทำงานของไตลดลง (ค่าปกติในสุนัขประมาณ 7-25 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ในแมวประมาณ 18-33 มิลลิกรัม/เดซิลิตร)

นอกจากนี้ การปัสสาวะและการตรวจค่าเลืออื่นๆเช่น ค่าเม็ดเลือดสมบูรณ์ (Complete blood count) และระดับโพแทสเซียมในเลือดก็จะช่วยให้การประเมินได้ผลที่แน่นอนมากขึ้นครับ

โรคไตในสุนัขและแมวยังไม่จบแค่นี้ สัปดาห์หน้าเรามาคุยถึงเรื่องวิธีการรักษาและการป้องกันโรคนี้กันครับ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เมืองลับแล’ ภูมิเมืองแม่หม้ายผู้รักสัจวาจา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353001

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : 'เมืองลับแล' ภูมิเมืองแม่หม้ายผู้รักสัจวาจา

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เมืองลับแล’ ภูมิเมืองแม่หม้ายผู้รักสัจวาจา

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมืองลับแล

จากเหตุการณ์ถ้ำหลวงนั้นมีเรื่องลี้ลับกล่าวถึงเมืองลับแล จึงทำให้นึกถึงตำนานเมืองแม่หม้ายที่รู้จักกันมานานว่าเป็นเมืองลับแล  ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ อาทิตย์นี้ได้ตามรอยหาภูมิสถานแห่งนี้ไปกับเพื่อนธรรมชาติ ซึ่งนำพาไปชุมชนโบราณแห่งนี้นัยว่าเดิมเป็นชุมชนโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย  ก่อนจะถูกทิ้งร้างนั้นได้มีการอพยพเทครัวชาวเชียงแสนมาตั้งรกรากเพิ่มเติม ความเป็นมาของคำว่า “ลับแล” นั้น สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้สันนิษฐานไว้ว่าเดิมชาวเมืองแพร่ เมืองน่าน หนีข้าศึกและความเดือดร้อนมาซุ่มซ่อนตั้งชุมชนอยู่บริเวณนี้ ด้วยเหตุเป็นที่ป่ารก หลบซ่อนตัวง่ายและ ภูมิประเทศอยู่ในหุบเขาที่มีเนินสลับกับที่ต่ำ คนต่างเมืองหากไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศแล้วจะหลงทางได้ง่ายจึงลี้ลับเหมือนเมืองลับแลคือเมืองที่มองไม่เห็น

ชาวพื้นเมืองลับแล

จนเล่าว่าคนมีบุญเท่านั้นจึงจะเข้าไปถึงเมืองลับแลได้  นอกจากนี้มีตำนานเล่าขานว่า ครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งเข้าไปหาของป่าและล่าสัตว์ในป่า ได้เห็นหญิงสาวสวยหลายคนเดินออกมาจากกลางป่า ครั้นมาถึงชายป่า นางเหล่านั้นก็เอาใบไม้ที่ถือมาไปซ่อนไว้ในที่ต่างๆ แล้วก็เข้าไปในเมือง ด้วยความสงสัยชายหนุ่มจึงแอบหยิบใบไม้มาเก็บไว้ใบหนึ่ง ตอนบ่ายกลุ่มหญิงสาวนั้นกลับมา ต่างก็หาใบไม้ที่ตนซ่อนไว้เมื่อพบแล้วก็ถือใบไม้นั้นเดินหายลับไป แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งหาใบไม้ไม่พบ เพราะชายหนุ่มนั้นแอบหยิบใบไม้มา นางจึงวิตกที่กลับไปไม่ได้ ชายหนุ่มจึงปรากฏตัวให้เห็นและคืนใบไม้ให้และมีข้อแลกเปลี่ยนคือ ขอติดตามนางไปด้วย

การแต่งกายชาวลับแล

ด้วยอยากเห็นเมืองลับแลที่คนกล่าวขานถึงแม่หม้าย หญิงสาวจึงยินยอมแล้วนางพาชายหนุ่มเข้าไปในเมืองลับแล ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าทั้งเมืองมีแต่ผู้หญิง นางอธิบายว่า คนในหมู่บ้านนี้ล้วนมีศีลธรรม ถือวาจาสัตย์ ใครประพฤติผิดก็ต้องออกจากหมู่บ้านไป ผู้ชาย ส่วนมากมักไม่รักษาวาจาสัตย์ ทำให้ต้องออกจากหมู่บ้านไปจนหมด แล้วนางก็พาชายหนุ่มไปพบมารดาโดยชายหนุ่ม เกิดความรักใคร่ในตัวนางจึงขออาศัยอยู่ด้วย มารดาของหญิงสาวก็ยินยอมแต่ให้ชายหนุ่มสัญญาว่าจะต้องอยู่ในศีลธรรม ไม่พูดเท็จ ชายหนุ่มแต่งงานอยู่กินกับหญิงสาวชาวลับแลจนมีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน

ชายหนุ่ม​ลับแล

วันหนึ่งขณะที่ภรรยาไม่อยู่บ้านนั้น ชายหนุ่มผู้เป็นพ่อเลี้ยงบุตรอยู่แล้วบุตรน้อยเกิดร้องไห้หาแม่ไม่ยอมหยุด ผู้เป็นพ่อจึงปลอบโกหกว่า “แม่มาแล้วๆ” มารดาของภรรยาได้ยินเข้าก็โกรธมากที่บุตรเขยพูดเท็จ  เมื่อบุตรสาวกลับมาก็บอกให้รู้เรื่อง  ฝ่ายภรรยาของชายหนุ่มเสียใจมากที่สามีไม่รักษาวาจาสัตย์ นางบอกให้เขาออกจากหมู่บ้านไปเสีย แล้วนางก็จัดหาย่ามใส่เสบียงอาหารและของใช้ที่จำเป็นให้สามี พร้อมทั้งขุดหัวขมิ้นใส่ลงไปด้วยเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็พาสามีไปยังชายป่า ชี้ทางให้แล้ว  นางก็กลับไปเมืองลับแล  ชายหนุ่มจำต้องเดินทางกลับบ้านตามที่ภรรยาชี้ทางให้ ระหว่างทางที่เดินไปนั้น เขารู้สึกว่าถุงย่ามที่ถือมาหนักขึ้นเรื่อยๆ และหนทางก็ไกลมาก จึงหยิบเอาขมิ้นที่ภรรยาใส่มาให้ทิ้งเสียจนเกือบหมด

ผ้าทอลับแล

ครั้นเดิน  ทางกลับไปถึงหมู่บ้านเดิมญาติมิตรต่างก็ซักถามว่าเหตุที่หายไปอยู่ที่ไหนมาเป็นเวลานานชายหนุ่มจึงเล่าให้ฟังโดยละเอียดรวมทั้งเรื่องขมิ้นที่ภรรยาใส่ย่ามมาให้แต่เขาทิ้งไปเกือบหมด เหลืออยู่เพียงแง่งเดียว พร้อมทั้งหยิบขมิ้นที่เหลืออยู่ออกมา ปรากฏว่าขมิ้นนั้นกลับกลายเป็นแท่งทองคำ ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจและเสียดาย จึงพยายามย้อนไปเพื่อหาขมิ้นที่ทิ้งไว้ ปรากฏว่าขมิ้นเหล่านั้นได้งอกเป็นต้นขมิ้นไปหมดแล้ว และเมื่อขุดดูก็พบแต่แง่งขมิ้นธรรมดาที่มีสีเหลืองทองแต่ไม่ใช่ทองเหมือนแง่งที่เขาได้ไป เขาพยายามหาทางกลับไปเมืองลับแลก็หลงทางวกวนไปไม่ถูก จึงละความพยายามกลับไปอยู่หมู่บ้านของตนตามเดิม

ทุเรียนหลิน-หลง ลับแล

ตำนานเมืองลับแลนี้ในหลายแห่งเล่าเหมือนๆกันจะต่างก็ตรงสิ่งของที่ใส่ให้กลับมา เมืองลับแลแห่งนี้ต่อมาตั้งเป็นอำเภอลับแล มีบุคคลสำคัญชื่อพระศรีพนมมาศ (ทองอิน) เป็นนายอำเภอลับแลในสมัยรัชกาลที่ ๕ ถือเป็นคนสำคัญที่สร้างความเจริญให้อำเภอลับแลเป็นอย่างมาก เป็นผู้วางผังเมืองลับแล สร้างฝายหลวง พัฒนาการศึกษารวมทั้งส่งเสริมการเกษตร เป็นผู้ต้นคิดทำ “ไม้กวาด” ติดผ้าแดงเป็นของที่ระลึก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ นั้นเคยเสด็จฯ มาอำเภอลับแล เมื่อพ.ศ. ๒๔๔๔ ปัจจุบันอำเภอลับแลเป็นแหล่งทอผ้าลับแล ปลูกสวนทุเรียนพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงบนเขาคือ หลิน-หลง ทุเรียนที่ตั้งตามชื่อนางหลิน อุประและนายหลงปันลาด ผู้ปลูกทุเรียนชนะการประกวด อำเภอลับแลนี้มีอาหารพื้นถิ่นเช่น ข้าวแคบ หมี่พัน กระบองทอด ขนมจีนเค็ม ข้าวพันผัก ที่หากินได้แห่งเดียว

ผ้าเมืองลับแล

พระศรีพนมมาศ

สาวลับแลแต่งกาย

สาวลับแลปัจจุบัน

หญิงลับแลในอดีต

Science Update : แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายเร็ว 3 เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/353008

Science Update : แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายเร็ว 3 เท่า

Science Update : แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายเร็ว 3 เท่า

วันอาทิตย์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คณะนักวิจัยต่างประเทศ 88 คน ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ ซึ่งพบว่า ช่วง 25 ปี มานี้ตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปี 2560 แผ่นน้ำแข็งที่ทวีปแอนตาร์กติกาบริเวณขั้วโลกใต้กำลังละลายเร็วกว่าเดิม โดยพบว่าละลายเร็วกว่าการศึกษาครั้งก่อนถึง 3 เท่า จากช่วงปี 2535-2554 แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายปีละเกือบ 84,000 ล้านตัน แต่ช่วงปี 2555-2560 กลับละลายปีละไม่ต่ำกว่า 241,000 ล้านตัน มากพอที่จะท่วมรัฐเท็กซัสได้สูงถึง 4 เมตร และทำให้มหาสมุทรทั่วโลกมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น 3/10 นิ้ว ฝั่งตะวันตกของแอนตาร์กติกาซึ่งเป็นจุดที่มีการละลายมากที่สุดขณะนี้อยู่ในภาวะใกล้ถล่มแล้ว คณะนักวิจัยชี้ด้วยว่า มีความเป็นไปได้ว่าเฉพาะแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกใต้เพียงแห่งเดียวอาจทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น 16 เซนติเมตร ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ยังไม่รวมแผ่นน้ำแข็งที่เกาะกรีนแลนด์และน่านน้ำอุ่นที่แผ่ขยายกินพื้นที่มากขึ้น