อินเดียสั่งตำรวจสนามบินห้ามยิ้มแย้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567056

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 18:07 น.

อินเดียสั่งตำรวจสนามบินห้ามยิ้มแย้ม

ตำรวจอินเดียประจำสนามบินถูกสั่งห้ามยิ้มแย้มแสดงความเป็นมิตรมากเกินไป หวั่นเหตุก่อการร้าย

เอเอฟพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจของอินเดียที่ประจำการตามสนามบินแห่งต่างๆทั่วประเทศได้รับคำสั่งไม่ให้ยิ้มแย้ม หรือแสดงความเป็นมิตรมากจนเกินไปต่อบรรดาผู้โดยสาร เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุก่อการร้ายเช่นเดียวกับเหตุการณ์ 9/11 ในสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าส่วนหนึ่งนั้นมาจากที่ตำรวจในสนามบินมีท่าทีเป็นมิตรเกินไป

ขณะที่อินเดียน เอ็กซ์เพรสรายงานว่า กองกำลังความปลอดภัยของอินเดียที่ดูแลด้านความปลอดภัยในสนามบินได้รับคำสั่งให้เปลี่ยจาก “ยิ้มกว้าง” เป็น “ยิ้มพองาม” เพื่อให้เกิดความระมัดระวังมากขึ้น มากกว่าแสดงความเป็นกันเองกับผู้โดยสารมากเกินไป

 

 

เนื่องจากว่ามีการคาดกันว่าส่วนหนึ่งของการเกิดเหตุ 9/11 เนื่องจาก เจ้าหน้าที่สนามบินมีท่าทีเป็นมิตรกับผู้โดยสารมากเกินไป ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยกลางของอินเดียจะทำการอบรมเจ้าหน้าที่ในเรื่องการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้โดยสารด้วย

ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจการบินในอินเดียมีการขยายตัวขึ้นอย่างมากตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สืบเนื่องจากราคาค่าโดยสารเครื่องบินที่ถูกลง ขณะที่รายงานยังระบุว่า บางสนามบินในอินเดียจำเป็นต้องยกเครื่องมาตรฐานความปลอดภัย และการเพิ่มจำนวนของผู้โดยให้มากขึ้นเช่นกัน

คิมเชิญโป๊ปฟรานซิสเยือนเปียงยาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567045

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 16:24 น.

คิมเชิญโป๊ปฟรานซิสเยือนเปียงยาง

“โป๊ปฟรานซิส จะทรงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น” คิมจองอึนกล่าวทูลเชิญโป๊ปฟรานซิส เสด็จเยือนเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวยอนฮับรายงาน สำนักประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้มีการเปิดเผยว่า นายคิมจองอึน ผู้นำสูงของเกาหลีเหนือ ได้กล่าวเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริตสจักรโรมันคาทอลิก เสด็จเดินทางเยือนกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงถึงเจตจำนงของเกาหลีเหนือในการนำพาคาบสมุทรเกาหลีไปสู่สันติภาพอย่างแท้จริง

โดยทางสำนักประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้อ้างคำกล่าวของผู้นำคิมจองอึนว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะทรงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในระหว่างเยือนกรุงเปียงยาง

ทั้งนี้ คำกล่าวของผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ มีขึ้นระหว่างที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังเตรียมกำหนดการเดินทางเยือนสหภาพยุโรปของประธานาธิบดีมุนแจอิน ซึ่งในการนี้ปธน.มุน มีกำหนดการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาที่นครรัฐวาติกัน ในวันที่ 17 ต.ค. นี้ด้วย

นอกจากนี้ ปธน.มุน แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก จะกล่าวขอคำอวยพรจากสมเด็จพระสันตะปาปาให้ทรงอำนวยพรให้กระบวนการนำสันติภาพสู่คาบสมุทรเกาหลีเป็นไปอย่างราบรื่น

อย่างไรก็แม้ ที่ผ่านมาคริสต์จักรคาทอลิกในเกาหลีเหนือจะไม่ได้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ นิกายโรมันคาทอลิกทั่วโลก แต่จากข้อมูลของสำนักวาติกันคาดว่าจะมีชาวเกาหลีเหนือที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกอยู่ประมาณ 3,000 คน

ประกอบกับที่ผ่านมาสมเด็จพระสันตะปาปา ทรงเรียกร้องสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีหลายครั้ง เช่นเดียวกับคราวที่ผู้นำสหรัฐ และผู้นำเกาหลีจัดประชุมสุดยอดซัมมิตที่สิงคโปร์ โป๊ปฟรานซิสก็ทรงเรียกร้องให้การประชุมครั้งนั้นเป็นหนทางไปสู่อนาคตแห่งสันติภาพของทั้งสองเกาหลี

น้องหมาเดือดร้อน เดินขบวนต้านเบร็กซิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567037

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 15:24 น.

น้องหมาเดือดร้อน เดินขบวนต้านเบร็กซิต

บรรดาเจ้าของสุนัขต่างพาสุนัขนับพันตัว ร่วมเดินขบวนประท้วงค้านรบ.อังกฤษแยกตัวจากอียู เรียกร้องทำประชามติรอบ 2

รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา บรรดากลุ่มคนรักสุนัขต่างพร้อมใจนำเพื่อนสี่ขาของตน ออกมาเดินขบวนใจกลางกรุงลอนดอน เพื่อประท้วงรัฐบาลอังกฤษ จากการที่รัฐบาลอังกฤษเตรียมดำเนินการตามมาตรการออกจากสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ เบร็กซิต โดยกลุ่มผู้ประท้วงทั้งสองขาและสี่ขา ต่างเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษจัดการลงประชามติเบร็กซิตเป็นครั้งที่ 2

 

 

รายงานระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงต่างเรียกร้องให้ทางการอังกฤษยุติมาตรการเบร็กซิต เนื่องจากมาตรการดังกล่าวนอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อบรรดาน้องตูบสี่ขาด้วย

 

เนื่องจากจะขาดแคลนสัตวแพทย์ และบุคลากรด้านสัตวบาลที่เชี่ยวชาญจากสหภาพยุโรป รวมถึงราคาค่าอาหารสัตว์เลี้ยงจะแพงขึ้นกว่าปัจจุบันเนื่องจากมาตรการทางภาษีของยุโรปด้วย นอกจากนี้หากบรรดาเจ้าของจะนำสัตว์ของตนเดินทางไปยังยุโรปอาจต้องประสบกับปัญหา เนื่องจากหนังสือเดินทางสำหรับสัตว์เลี้ยงจะถูกทางการอียูยกเลิก

 

 

นอกจากนี้ตลอดเส้นทางที่ผู้ประท้วงสี่ขาต่างเดินขบวน มีการตั้งจุดให้เจ้าตูบปล่อยปัสสาวะ และอุจจาระในถาดที่มีรูปนักการเมืองอังกฤษผู้ที่สนับสนุนเบร็กซิตด้วย

ห้องสมุดสหรัฐได้หนังสือคืน หลังเลยระยะเวลายืมไปถึง 84 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567026

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 13:23 น.

ห้องสมุดสหรัฐได้หนังสือคืน หลังเลยระยะเวลายืมไปถึง 84 ปี

หนุ่มสหรัฐคืนหนังสือให้ห้องสมุด หลังแม่ของเขายืมไปเมื่อ 84 ปีก่อน

คุณเคยยืมหนังสือจากห้องสมุดนานแค่ไหน แต่เชื่อว่าคงไม่เท่ากับกรณีที่ห้องสมุด Shreve Memorial ในรัฐหลุยส์เซียน่า อย่างแน่นอน เนื่องจากทางห้องสมุดเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ได้รับหนังสือ The Spoon River Anthology คืน หลังจากที่หนังสือเล่มนี้ถูกยืมไปเมื่อปี 1934 หรือ 84 ปีที่แล้ว

รายงานจากสื่อสหรัฐระบุว่า หนังสือเล่มนี้เขียนโดยนักเขียนชื่อ Edgar Lee Masters ซึ่งเป็นหนังสือรวมบทกวีที่มีเนื้อหาว่าด้วยวิถีชีวิตผู้คนและความตาย โดยหนังสือเล่มนี่้ถูกยืมไปในปี 1934 ซึ่งขณะนั้นมารดาของเขามีอายุเพียง 11 ขวบ โดยการค้นพบหนังสือเล่มนี้มีขึ้นหลังจากที่ผู้เป็นลูกชายได้ทำความสะอาดบ้านหลังเก่าของมารดาซึ่งเธอเสียชีวิตไปแล้ว กลับพบหนังสือพร้อมกับบัตรยืมที่ระบุวันสิ้นสุดการยืมในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1935 เขาจึงตัดสินใจนำมาคืนที่ห้องสมุดตามที่อยู่ของบัตรยืมที่ระบุุไว้

ทั้งนี้ แม้ว่าจะส่งคืนหนังสือเล่มดังกล่าวเลยกำหนดไปถึง 84 ปี แต่ทางห้องสมุดก็ไม่ได้สั่งเก็บค่าปรับที่เลยระยะเวลาคืนแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า เหตุการณ์นี้ นับเป็นตัวอย่างให้หลายๆคนที่ยืมหนังสือจากห้องสมุดไป ให้นำหนังสือเหล่านั้นกลับมาคืนอีกครั้ง

โรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดของแคนาดา ระเบิดไฟลุกท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567017

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 12:34 น.

โรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดของแคนาดา ระเบิดไฟลุกท่วม

เกิดเหตุโรงกลั่นน้ำมันแห่งใหญ่ที่สุดของแคนาดาระเบิด

สำนักข่าวซีบีซีของแคนาดารายงานว่า เกิดเหตุโรงกลั่นน้ำมันเซนต์ จอห์น (Saint John oil refinery) ของบริษัทเออร์วิงออย ในเมืองเซนต์จอห์นของรัฐนิวบรันสวิก เกิดระเบิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นของแคนาดา

อย่างไรก็ดีในระหว่างเกิดเหตุนั้นมีพนักงานเกือบ 3,000 คนทำงานอยู่ภายในโรงกลั่น แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีรายงานพนักงานเสียชีวิต แต่มีรายงานพนักงาน 4 ราย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น

ด้านผู้บริหารของโรงกลั่นคาดว่า เหตุระเบิดดังกล่าวอาจมาจากระบบขัดข้องภายในส่วนของระบบกลั่นน้ำมันดีเซล และนับว่าเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงของบริษัท เนื่องจากแคนาดามีชื่อเสียงด้านระบบความปลอดภัยที่เข้มงวด

อย่างไรก็ดี ได้มีการแชร์ภาพของเปลวเพลิงขนาดใหญ่ และกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งสูงขึ้นเหนือท้องฟ้าจากโรงงาน ซึ่งส่งผลให้ทางกรมสิ่งแวดล้อมและกรมอนามัยของ New Brunswick กำลังตรวจสอบคุณภาพอากาศรอบโรงกลั่นด้านตะวันออกและ “ยังไม่ได้ระบุถึงความกังวลใด ๆ ต่อสุขภาพของประชาชน” สำหรับโรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังผลิตน้ำมันได้ถึง 3 แสนบาร์เรลต่อวัน

ภาพ : Reuters

 

ประธานอินเตอร์โพลลาออก หลังถูกจีนรวบสอบรับสินบน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/567008

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 11:57 น.

ประธานอินเตอร์โพลลาออก หลังถูกจีนรวบสอบรับสินบน

นายเหม็ง หงเว่ย ลาจากประธานอินเตอร์โพลแล้ว เหตุถูกทางการจีนคุมตัวสอบเอี่ยวรับสินบน

หลังจากที่การหายตัวไปของนายเหม็ง หงเว่ย วัย 64 ปี ประธานองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือ อินเตอร์โพล เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในระหว่างที่เขาเดินทางกลับบ้านเกิดในประเทศจีน จนกลายเป็นกระแสข่าวว่าเขาถูกทางการจีนควบคุมตัวนั้น

ล่าสุดทางการจีนได้ยืนยันว่านายเหม็ง หงเว่ย ประธานอินเตอร์โพลได้ถูกควบคุมตัวจริง โดยหน่วยงานด้านการต่อต้านคอรัปชั่นของจีนกำลังสอบสวนเขา โดยทางจีนกล่าวหาว่านายเหม็งพัวพันกับการรับสินบน อย่างไรก็ดีทางการจีนไม่ได้ให้รายละเอียดของการควบคุมตัวแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันทางอินเตอร์โพลก็ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ระบุถึงการลาออกจากประธานอินเตอร์โพลแล้ว และจะมีผลบังคับใช้ทันที หลังจากเกิดกรณีหายตัวไป โดยการนี้จะมอบหมายให้นายคิม จอง ยัง รับหน้าที่รักษาการประธานอินเตอร์โพลต่อไป

สำหรับการควบคุมตัวนายเหม็งนั้น มีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ทางการจีนกำลังดำเนินนโยบายปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีกรณีที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากจากที่จีนสั่งสอบและปรับภาษีของนักแสดงสาว ฟ่าน ปิงปิง

ทั้งนี้ นายเหม็ง หงเว่ย ก่อนที่เขาจะมารับหน้าที่ประธานใหญ่อินเตอร์โพลนั้น เขาเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลจีนมาก่อน โดยในปี 2004 เริ่มดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะ หลังจากนั้นได้รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการหน่วยยามฝั่งจีน

ยูเอ็นเตือน นานาชาติเหลือเวลารับมือหายนะโลกร้อนอีกเพียง 12 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566994

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 11:09 น.

ยูเอ็นเตือน นานาชาติเหลือเวลารับมือหายนะโลกร้อนอีกเพียง 12 ปี

สหประชาชาติเตือนว่าอุณหภูมิโลกอาจจะสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสภายในปี 2030

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือไอพีซีซี ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติรายงานสรุป หลังเสร็จสิ้นการประชุมที่มีขึ้นในกรุงโซลของเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า ธรรมชาติและมนุษยชาติยังคงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหากโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งการจะควบคุมไม่ให้โลกร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กว้างขวางและรวดเร็ว พร้อมเตือนว่า หากภาวะโลกร้อนยังดำเนินไปในอัตราปัจจุบัน โลกจะร้อนขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสภายในปี 2030-2052 ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่ตกลงกันไว้ในข้อตกลงปารีสก็อาจไม่เพียงพอ

ทั้งนี้รายงานสรุปดังกล่าวจะเป็นแนวทางทางวิทยาศาสตร์ให้แก่ผู้กำหนดนโยบายของแต่ละประเทศในการปฏิบัติตามข้อตกลงปารีสปี 2015 ที่มุ่งจำกัดอุณหภูมิโลกไม่สูงเกิน 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม และควบคุมไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส.

จีนลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ พัวพัน ช่วย ‘ฟ่าน ปิงปิง’ เลี่ยงภาษี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566984

  • วันที่ 09 ต.ค. 2561 เวลา 10:48 น.

จีนลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ พัวพัน ช่วย 'ฟ่าน ปิงปิง' เลี่ยงภาษี

ทางการจีนสั่งสอบเจ้าหน้าที่ทางภาษี ที่สอบสวนกรณีเลี่ยงภาษี ฟ่าน ปิงปิง เหตุบกพร่องทางวินัย

สื่อจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่ด้านภาษีที่เป็นผู้สอบสวนกรณีการหลบเลี่ยงภาษีของนักแสดงสาว ฟ่าน ปิงปิง จำนวน 5 ราย ซึ่งรวมถึงหัวหน้าสำนักงานภาษีเมืองอู๋ซี ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานของนักแสดงสาว ถูกทางการจีนลงโทษทางวินัย

โดยทางสำนักงานภาษีของมณฑลเจียงสู ให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการสอบสวนคดีหลบเลี่ยงภาษีของฟาน ปิงปิง รับผิดชอบในการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพ และได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ถูกเตือนอย่างเป็นทางการและเตือนด้วยวาจาในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ด้านแถลงการณ์ของสำนักบริหารภาษีจีนไม่ได้ให้รายละเอียดถึงการที่เจ้าหน้าที่รัฐถูกลงโทษดังกล่าาว กรณีของฟ่าน ปิงปิง เป็นกระแสที่ถูกกล่าวถึงอย่างมาก หลังจากที่มีการเปิดเผยว่าเธอถูกทางการจีนควบคุมตัว และทางการจีนได้สั่งให้นักแสดงสาวจ่ายค่าปรับย้อนหลังรวมแล้วสูงถึง 4,200 ล้านบาท ซึ่งเธอก็ได้ชำระค่าปรับดังกล่าวในเวลาเพียง 2 วันเท่านั้น

แต่แถลงการณ์ของสำนักงานบริหารการจัดเก็บภาษีของรัฐมิได้ให้รายละเอียดถึงสาเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องถูกลงโทษ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ภาษีได้สั่งให้ฟ่าน ปิงปิง จ่ายภาษีย้อนหลัง และค่าปรับเป็นเงิน 129 ล้านดอลลาร์ โดยเธอจะไม่ถูกจับกุมคุมขังหากว่าชำระเงินได้ตามเวลาที่กำหนด

ยังพุ่งไม่หยุด! ยอดเหยื่อแผ่นดินไหวอินโดฯเฉียด2,000แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566932

  • วันที่ 08 ต.ค. 2561 เวลา 18:45 น.

ยังพุ่งไม่หยุด! ยอดเหยื่อแผ่นดินไหวอินโดฯเฉียด2,000แล้ว

ยอดเหยื่อแผ่นดินไหวในอินโดนีเซียพุ่งเกือบ 2,000 ราย แล้วขณะที่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัยมีกว่า 7.4 หมื่นคน

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในจังหวัดสุลาเวสีกลางของอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นเป็น 1,948 รายแแล้ว โดยเพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 200 ราย

ขณะที่จำนวนผู้สูญหายเพิ่มขึ้นเป็น 835 ราย จาก 265 ราย และมีผู้ไร้ที่อยู่เพิ่มขึ้นกว่า 12,000 ราย เป็น 74,444 ราย

ทางการอินโดนีเซียระบุด้วยว่า จำนวนผู้บาดเจ็บสาหัสเพิ่มขึ้น 4 เท่า อยู่ที่ 10,679 ราย ขณะที่หน่วยปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือจะยังคงดำเนินการต่อไปจนถึงวันพฤหัสบดีนี้

รายงานข่าวระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิเมื่อวันที่ 28 ก.ย.นั้น เป็นผู้เสียชีวิตในเมืองปาลู เมืองเอกของจังหวัดสุลาเวสีกลาง รวมถึงเมืองต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งดองกาลาที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิอย่างหนัก

ภาพ เอเอฟพี

บราซิลเดือด! ลุ้นประธานาธิบดีใหม่ “ขวาจัด”มาแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566886

  • วันที่ 08 ต.ค. 2561 เวลา 10:08 น.

บราซิลเดือด! ลุ้นประธานาธิบดีใหม่ "ขวาจัด"มาแรง

คาด “โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งละตินอเมริกา” คว้าชัยเลือกตั้งบราซิล หวั่นกลับสู่ยุคทหาร

บราซิลเปิดฉากการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่แล้ววานนี้ โดยมี จาอีร์ โบลโซนาโร อดีตนายทหารระดับสูงสายอนุรักษนิยมขวาจัด ซึ่งชูนโยบายกำปั้นเหล็กกวาดล้างคอร์รัปชั่นและอาชญากรรม เป็นตัวเก็งที่คาดว่าจะคว้าชัยในครั้งนี้ ท่ามกลางกระแสต่อต้านของประชาชนบางส่วนที่กลัวว่าจะทำให้บราซิลกลับเข้าสู่ยุคการปกครองภายใต้ระบอบทหารอีกครั้ง

จากการสำรวจคะแนนความนิยมครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งพบว่า โบลโซนาโร คาดว่าจะได้คะแนนเสียงที่ 36% ทิ้งห่าง เฟอร์นันโด ฮัดดาด ตัวแทนจากพรรคแรงงาน หรือพรรครัฐบาลฝ่ายซ้าย ที่คาดว่าจะได้คะแนนไป 22%

รอยเตอร์สระบุว่า โบลโซนาโร เจ้าของฉายา โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งละตินอเมริกา เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางว่ามีความชื่นชอบและยกย่องการปกครองแบบเผด็จการทหาร รวมถึงมักจะแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงต่อทั้งผู้หญิง เกย์ และคนจน

ทั้งนี้ บราซิลเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำครั้งเลวร้ายที่สุดในช่วงที่ผ่านมา นำมาซึ่งความไม่พอใจต่อพรรคแรงงาน รวมถึงยังมีปัญหาคอร์รัปชั่นของอดีตประธานาธิบดี 3 ราย ที่ล้วนมาจากพรรคแรงงานทั้งสิ้น ส่งผลให้การเลือกตั้งในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเลือกตั้งที่เกิดการแบ่งขั้วมากที่สุดของบราซิล นับตั้งแต่ประเทศสิ้นสุดการปกครองภายใต้ระบอบทหารในปี 1985

ภาพ เอเอฟพี