ปารีสสั่งแบนรถยนต์วันอาทิตย์แรกของทุกเดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566529

  • วันที่ 04 ต.ค. 2561 เวลา 17:27 น.

ปารีสสั่งแบนรถยนต์วันอาทิตย์แรกของทุกเดือน

กรุงปารีสกำหนดเขตปลอดรถยนต์ในทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษ พร้อมรณรงค์ให้คนหันมาปั่นจักรยานมากขึ้น

นาง Anne Hidalgo นายกเทศมนตรีกรุงปารีสประกาศให้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลามคมนี้เป็นต้นไปจะเป็นส่วนหนึ่่งในโครงการ”ลมหายใจของกรุงปารีส” (Paris Breathe) โดยจะกำหนดให้วันอาทิตย์แรกของในแต่ละเดือน เป็นวันปลอดรถยนต์ หรือคาร์ฟรีเดย์ โดยก่อนหน้านี้นโยบายดังกล่าวได้บังคับใช้ในบางส่วนของเมืองแล้ว และกำลังจะขยายออกไปยังอื่นที่สำคัญอื่นๆของเมืองเช่นในเขตปกครองที่ 1, 2, 3 และ 4

ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวจะอนุญาตให้เพียงคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน หรือ สกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กเข้าในพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะใช้ในช่วงเวลาระหว่าง 10.00 น.จนถึง 18.00 น.นั้นจะไม่อนุญาตให้มีการใช้รถยนต์ในพื้นที่ดังกล่าว

แต่ก็มีข้อยกเว้นบางประการสำหรับรถส่งสินค้า รถแท็กซี่ สามารถวิ่งในพื้นที่ดังกล่าวได้แต่ต้องจำกัดความเร็ว ส่วนรถประเภทอื่นอย่างรถฉุกเฉินด้านการแพทย์ยังสามารถวิ่งได้ตามปกติ

ทั้งนี้ สำหรับกรุงปารีสนับว่าเป็นเมืองแห่งแรกๆในยุโรปที่มีการรณรงค์เรื่องคาร์ฟรีเดย์เป็นประจำทุกปี โดยจากการวิจัยของสถาบันวัปเปอร์ทัลของเยอรมนีพบว่า กรุงปารีสเป็นเมืองที่มีค่ามลพิษมากที่สุดเป็นอันดับ 13 ของบรรดาเมืองในยุโรป

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้กรุงปารีสได้ประกาศนโยบายแบนรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิล และดีเซลจากท้องถนนภายในปี 2030 โดยจะมีเฉพาะเพียงรถพลังงานไฟฟ้าเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาวิ่งในเมืองหลวงของฝรั่งเศส

โฆษกรบ.อินโดฯ รายงานข่าวแผ่นดินไหวไม่หยุดแม้ป่วยโรคร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566519

  • วันที่ 04 ต.ค. 2561 เวลา 16:16 น.

โฆษกรบ.อินโดฯ รายงานข่าวแผ่นดินไหวไม่หยุดแม้ป่วยโรคร้าย

อินโดฯชื่นชมโฆษกสำนักบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ รายงานเหตุแผ่นดินไหวสุลาเวสีตลอด 24 ชั่วโมง แม้ตนป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

แชลแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า นาย Sutopo Purwo Nugroho โฆษกประจำสำนักบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย ได้เป็นที่กล่าวยกย่องของชาวเน็ตอินโดอย่างมาก จากการที่เขาทำหน้าที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวคืบหน้าเหตุแผ่นดินไหว และสึนามิถล่มบนเกาะสุลาเวสีเกือบจะตลอด 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ทีผ่านมา จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 1,400 รายแล้ว แม้ว่าตนเองกำลังเผชิญกับโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายก็ตาม

 

สำหรับนายซูโตโปได้รับฉายาว่า มิสเตอร์โตโป (Mr Topo) จากการที่เขาทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลในการกระจายข่าวสารที่เกี่ยวกับเหตุแผ่นไหว

นายซูโตโป วัย 48 ปี ได้เผยต่อสื่อมวลชนผ่านสื่อสังคมไลน์เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ว่า เขาไม่อยากปิดเรื่องสุขภาพของตนเอง ซึ่งตอนนี้มะเร็งได้ลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายแล้ว และเขากำลังมีอ่อนแอ พร้อมขอโทษหากไม่สามารถตอบคำถามผู้สื่อข่าวได้ทุกคำถาม

 

โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เขาได้ทราบเรื่องการลุกลามของมะเร็งเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่าน และอาจมีชีวิตได้ไม่ถึง 3 ปี ซึ่งเขาให้คำมั่นกับภรรยาว่าจะลดการทำงานลง

แต่ทว่าเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติดังกล่าวขึ้น จีงเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องรายงานความคืบหน้า และข่าวสารที่ถูกต้องของทางการต่อสาธารณะ เช่นคราวเหตุแผ่นดินไหวบนเกาะลอมบอกของอินโดนีเซีย ไม่ไกลจากบาหลี เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เขาต้องเขียนายงานข่าวแจ้งต่อสาธารณะในขณะที่หลังจากเพิ่งรับเคมีบำบัดเสร็จเพียงไม่กี่นาที

 

ทั้งนี้จาร์การ์ต้าโพสต์เผยว่า นายซูโตโป เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าวได้ราว 8 ปี ประกอบกับตนมีทักษะด้านการเขียน จึงต้องการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับภัยพิบัติในลักษณะที่ประชาชนสามารถเข้าใจได้ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย

เผยโฉมไฮเปอร์ลูปโดยสารรุ่นแรกแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566492

  • วันที่ 04 ต.ค. 2561 เวลา 13:53 น.

เผยโฉมไฮเปอร์ลูปโดยสารรุ่นแรกแล้ว

เปิดตัวแคปซูลโดยสารไฮเปอร์ลูปเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก  สามารถวิ่งเร็วเกือบเท่าความเร็วเหนือเสียง

บริษัท Hyperloop Transportation Technologies (HTT) ของสหรัฐได้เปิดตัวแคปซูลโดยสารไฮเปอร์ลูปขนาดเท่าของจริงเป็นครั้งแรกที่เมืองคาดิซ ในประเทศสเปน เมื่อวันอังคาร (2 ต.ค.) ที่ผ่านมา

 

 

โดยแคปซูลต้นแบบนี้มีลักษณะคล้ายกับรถไฟความเร็วสูงที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยมีความยาว 105 ฟุต น้ำหนัก 5 ตัน ซึ่งทาง HTT ตั้งชื่อตัวแคปซูลดังกล่าวว่า Quintero One สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ราว 28-40 คน

 

 

ซึ่งตัวแคปซูลนี้จะถูกส่งต่อไปยังศูนย์วิจัยของ HTT ในเมืองตูลูสของฝรั่งเศส เพื่อประกอบชื้นส่วนต่างๆเพิ่มเติม ก่อนจะมีการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี 2019 ต่อไป ทั้งนี้ บริษัท HTT ตั้งเป้าว่าจะนำการเดินทางด้วยไฮเปอร์ลูปบริการในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในนครอาบูดาบี ของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ในปี 2020

 

สำหรับการเดินทางด้วยไฮเปอร์ลูปนั้นเป็นแนวคิดของเจ้าพ่อเทสล่าอย่างนาย อีลอน มัสก์ เป็นรูปแบบที่การเดินทางที่มีลักษณะคล้ายกับรถไฟ เคลื่อนที่โดยใช้แรงแม่เหล็ก แต่อยู่ภายในท่อสูญญากาศแบบปิดผนึกตลอดระบบ ซึ่งจะส่งผลให้ขบวนแคปซูลไฮเปอร์ลูปสามารถเดินทางได้เร็วขึ้นเนื่องจาก ไม่มีปัจจัยรบกวนจากแรงเสียดทานของอากาศที่เหมือนกับรถไฟความเร็วสูง จึงส่งผลให้สามารถเดินทางได้เร็วขึ้น

 

 

 

โดยในปัจจุบันมีบริษัทหลายเจ้าต่างแย่งชิงพัฒนาโครงการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นทั้งเทสลา และเวอร์จิ้นของมหาเศรษฐีริชาร์ด แบรนสัน ซึ่งนับว่าเป็นรูปแบบการเดินทางในอนาคตที่เป็นที่จับตามองและมีการแข่งขันสูงอย่างมาก

 

สื่อสหรัฐแฉ ตระกูลทรัมป์หนีภาษีกว่า 400 ล้านเหรียญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566487

  • วันที่ 04 ต.ค. 2561 เวลา 12:59 น.

สื่อสหรัฐแฉ ตระกูลทรัมป์หนีภาษีกว่า 400 ล้านเหรียญ

ปธน.ทรัมป์เผชิญข้อกล่าวหา หลีกเลี่ยงภาษีจากการดำเนินธุรกิจของครอบครัวตั้งแต่ปี 1990 เป็นจำนวนเงินสูงถึง 413 ล้านดอลลาร์

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับผลประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวนับตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 เป็นจำนวนเทียบเท่า 413 ล้านดอลลาร์ จากแผนการหลีกเลี่ยงภาษีที่อาจจะผิดกฎหมาย

โดยทางนิวยอร์กไทมส์ได้ออกมาระบุพร้อมเปิดเผยเอกสารและบันทึกที่เกี่ยวข้องกว่า 100,000 ฉบับ ที่ระบุว่านายทรัมป์ช่วยพ่อแม่ของเขาสร้างความมั่งคั่งด้วยการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งรวมถึงการให้ในรูปแบบของขวัญและการประเมินราคาสินทรัพย์ต่ำกว่าความเป็นจริง

ซึ่งทางนิวยอร์กไทมส์ยังระบุว่า ทรัมป์และพี่น้องตั้งบริษัทขึ้นมาอำพรางการโอนเงินสดจำนวนมากที่ได้รับจากบิดาของพวกเขาด้วย

ข้อกล่าวหาดังกล่าวของนิวยอร์กไทมส์นั้น ตรงกันข้ามกับก่อนหน้านี้ที่นายทรัมป์มักจะกล่าวว่า เขานั้นสร้างความร่ำรวยจากอาณาจักรธุรกิจที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือตนเอง หลังจากได้เงินกู้จากบิดาเพียง 1 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

ด้านนาง ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกหญิงประจำทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและว่าหน่วยงานด้านภาษีของสหรัฐได้รับรองธุรกรรมเหล่านั้นแล้ว

ทั้งนี้ หลังจากมีข้อกล่าวหาดังกล่าวจากสื่อใหญ่ ส่งผลให้ทางหน่วยงานด้านภาษีของรัฐนิวยอร์ก เริ่มดำเนินการสอบสวนข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตามด้านผู้เชี่ยวชาญทางภาษีของสหรัฐกล่าวว่า แม้การสอบสวนจะระบุว่าข้อกล่าวหานี้เป็นจริงก็ตาม ปธน.ทรัมป์อาจไม่ต้องรับโทษทางอาญาเนื่องจากหมดอายุความแล้ว แต่เขาอาจได้รับโทษทางแพ่งแทน

ศาลยูเออีสั่งจำคุกภรรยา 3 เดือน ฐานแอบเช็กโทรศัพท์สามี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566481

  • วันที่ 04 ต.ค. 2561 เวลา 12:22 น.

ศาลยูเออีสั่งจำคุกภรรยา 3 เดือน ฐานแอบเช็กโทรศัพท์สามี

ศาลในสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ จำคุกภรรยาข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัว ส่องแชทมือถือสามีระแวงแอบซุกกิ๊กอีก

เดลิเมล์รายงานว่า ศาลในรัฐราสอัลไคมาห์ ทางตอนเหนือของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ มีคำสั่งจำคุกภรรยารายหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือน ฐานละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของสามีด้วยการแอบเช็กโทรศัพท์ของสามีตนเอง

รายงานระบุว่า สามีของเธอเป็นผู้ร้องต่อศาลด้วยตนเอง โดยระบุว่าภรรยาของตนได้ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของเขาด้วยการแอบเช็กโทรศัพท์ของตนขณะตนเองหลับ ซึ่งจากคำให้การของสามีระบุว่า ภรรยาของตนยังได้แอบถ่ายโอนข้อมูลจากโทรศัพท์ของเขาไปยังโทรศัพท์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อสืบหาข้อมูลต่างๆ รวมถึงมีการแชร์ข้อมูลให้ญาติๆรับรู้อีกด้วย

อย่างไรก็ดี ทางภรรยาได้ตอบโต้สามีว่า ตัวสามีเป็นผู้ให้พาสเวิร์ดและอนุญาตให้เธอเช็กโทรศัพท์เอง หลังจากก่อนหน้านี้ที่เธอจับได้ว่าสามีแอบมีกิ๊ก

ทั้งนี้ สำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์นั้น มีกฎหมายเกี่ยวกับความเป็นนส่วนตัวทางไซเบอร์ที่ค่อนข้างเข้มงวด ซึ่งเมื่อหลังจากเกิดกรณีดังกล่าว ได้มีชาวโซเชียลมีเดียออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย ทั้งเข้าข้างทางฝ่ายภรรยา และเข้าข้างทางฝ่ายสามี

โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชีคคาลิฟาร์ เจ้าผู้ปกครองสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เพิ่งลงนามในกฎหมายอาชญากรรมไซเบอร์ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดถึงจำคุก 25 ปี

ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

เมียนาจิบถูกจับในข้อหาทุจริต 17 กระทง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566474

  • วันที่ 04 ต.ค. 2561 เวลา 11:26 น.

เมียนาจิบถูกจับในข้อหาทุจริต 17 กระทง

รอสมาห์ มันซอร์ ภริยาอดีตนายกฯมาเลย์ ถูกจับกุมพร้อมตั้งข้อหารวม 17 กระทง ฐานเอี่ยวฟอกเงิน”วันเอ็มดีบี”

สื่อมาเลเซียรายงานว่า นางรอสมาห์ มันซอร์ วัย 66 ปี ภริยาของนาย นาจิบ ราซัค อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ถูกนำตัวขึ้นศาลในกรุงกัวลาลัมเปอร์ในเช้าวันนี้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาจากความเกี่ยวข้องในคดีทุจริตของโครงการกองทุนพัฒนามาเลเซีย หรือ วันเอ็มดีบี เป็นจำนวน 17 กระทง โดยในจำนวนนี้ 4 กระทงมีอัตราโทษจำคุกสูงถึง 15 ปี

โดยทางศาลได้อนุมัติคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยตั้งเงินประกันตัวอยู่ที่ 2 ล้านริงกิต หรือราว 16 ล้านบาท พร้อมทั้งยึดหนังสือเดินทาง และห้ามติดต่อกับพยานที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เนื่องจากข้อหาดังกล่าวเป็นข้อหาร้ายแรง

ทั้งนี้ การเดินทางมาขึ้นศาลของเธอนั้น เป็นศาลเดียวกันกับที่ก่อนหน้านี้อดีตนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัด ได้เดินทางรับทราบข้อกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการกองทุนฉาวเช่นกัน

สำหรับนางรอสมาห์ ถูกจับกุมตัวไปเมื่อวานนี้ หลังจากไปให้ปากคำต่อคณะกรรมการปราบทุจริตของมาเลเซีย เกี่ยวกับเงินที่หายไปจากกองทุนวันเอ็มดีบี เช่นเดียวกับนายนาจิบ ซึ่งถูกตั้งข้อหาไปก่อนหน้านี้ถึง 32 กระทง โดยการรื้อฟื้นการสอบสวนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด ได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง พร้อมระบุว่าจะดำเนินการสอบสวนและตามเงินจำนวนที่หายไปจากกองทุนกลับคืนมาให้ได้

อย่างไรก็ดีการสอบสวนดังกล่าว มีบางส่วนของพรรคอัมโนของนายนาจิบระบุว่าเป็นกระบวนการกลั่นแกล้งทางการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ทาง ดร.มหาเธร์ กล่าวว่าการดำเนินคดีต่อนางรอสมาห์นั้นเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย

ไต้ฝุ่นกองเร็ยขึ้นเหนือจ่อถล่มญี่ปุ่น-เกาหลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566469

  • วันที่ 04 ต.ค. 2561 เวลา 10:31 น.

ไต้ฝุ่นกองเร็ยขึ้นเหนือจ่อถล่มญี่ปุ่น-เกาหลี

ไต้ฝุ่นกองเร็ยอ่อนกำลังลงแล้ว กำลังมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังเกาะโอกินาวะแล้ว

สำนักอุุตุนิยมวิทยาแห่งชาติญี่ปุ่นรายงานว่า ขณะนี้พายุไต้ฝุ่นกองเร็ยซึ่งมีความเร็วลมสูงสุดที่ 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังมีแนวโน้มขึ้่นเหนือไปเรื่อยๆ จนถึงทะเลเหลืองก่อนจะเปลี่ยนทิศทางไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือต่อไป

โดยลักษณะดังกล่าวคาดว่าหลังจากวันที่ 6 ตุลาคม พายุจะเริ่มพัดขึ้นสู่ตอนเหนือของญี่ปุ่น โดยพัดเข้าสู่พื้นที่เกาะคิวชู และต่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้งจะส่งผลให้มีผลกระทบต่อเกาหลีใต้ด้วย โดยไต้ฝุ่นจะทำให้เกิดสภาพอากาศเลวร้ายตั้งแต่ภาคตะวันตกไปจนถึงภาคเหนือของญี่ปุ่น ขอเตือนประชาชนให้เตรียมตัวรับมือกับกระแสลมแรง คลื่นสูง ดินถล่ม และน้ำท่วม

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ในเกาะโอกินาวะ ทางใต้ของญี่ปุ่นนั้นเพิ่งผ่านผลกระทบจากพายุจ่ามีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินระหว่างเกาะโอกินาวะ และแผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่นกว่า 200 เที่ยวบิน

ขณะเดียวกันด้าน กรมอุตุนิยมวิทยาของไต้หวันได้รายงานว่า ขณะนี้พายุกองเร็ยได้อ่อนกำลังเป็นกำลังปานกลางแล้ว โดยเมื่อเวลา 05.00 น. ของวันที่ 4 ต.ค.นี้ พายุมีจุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากกรุงไทเปราว 740 กิโลเมตร ซึ่งแม้ว่าพายุดังกล่าวจะเคลื่อนตัวออกห่างจากไต้หวันไปเรื่อยๆ แต่คาดในวันนี้ทางเหนือของเกาะไต้หวันจะได้รับผลกระทบจากพายุโดยจะส่งผลให้มีฝนตกหนักทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไต้หวัน

3 นักวิทย์ชาวอังกฤษ-สหรัฐ คว้าโนเบลเคมี 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566417

  • วันที่ 03 ต.ค. 2561 เวลา 18:20 น.

3 นักวิทย์ชาวอังกฤษ-สหรัฐ คว้าโนเบลเคมี 2018

นักเคมีชาวอเมริกันและชาวอังกฤษ ร่วมกันคว้ารางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปี 2018 จากผลงานด้านวิจัยพันธุกรรม

สถาบันรางวัลโนเบลแห่งสวีเดน ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปีนี้ โดยมีนักวิทยาศาสตร์จำนวน 3 รายได้รับรางวัลคือ ดร.ฟรานเซส เอช อาร์โนลด์ นักเคมีหญิงชาวอเมริกันวัย 62 ปี จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย จากผลงานวิจัยด้านการควบคุมวิวัฒนาการของเอ็นไซม์ และได้ปรับปรุงวิธีการดังกล่าวจนกลายเป็นวิธีพัฒนาเอ็นไซม์ตัวใหม่ ๆ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เช่น นำไปใช้ผลิตวัตถุทางเคมีด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับภาคขนส่งเพื่อโลกที่สะอาดขึ้น

 

ขณะที่นักวิจัยอีก 2 รายที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปีนี้เช่นเดียวกันคือ ศ. จอร์จ พี สมิธ วัย 77 ปี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมิสซูรี ของสหรัฐ และเซอร์เกรกอรี พี วินเทอร์ วัย 67 ปี อาจารย์ชาวอังกฤษ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์

โดยทั้งสองได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนาเฟจดิสเพลย์ เป็นวิธีนำเฟจซึ่งเป็นไวรัสของแบคทีเรียไปพัฒนาโปรตีนใหม่ ๆ ขณะที่เซอร์วินเทอร์นำเฟจดิสเพลย์ไปควบคุมวิวัฒนาการของแอนติบอดีเพื่อผลิตยาใหม่ ๆ ปัจจุบันเฟจดิสเพลย์ได้ผลิตแอนติบอดีสำหรับถอนพิษ ต้านฤทธิ์ของโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ร่วมถึงการรักษามะเร็ง

ไอเดียเจ๋ง! สถาบันการศึกษาในเชียงใหม่ สร้างห้องเรียนจากตู้คอนเทนเนอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566412

  • วันที่ 03 ต.ค. 2561 เวลา 17:35 น.

ไอเดียเจ๋ง! สถาบันการศึกษาในเชียงใหม่ สร้างห้องเรียนจากตู้คอนเทนเนอร์

ยลโฉมห้องเรียนรักษ์โลกในเชียงใหม่ ดัดแปลงตู้คอนเทนเนอร์ 17 ตู้ ทำห้องเรียนสุดเก๋

เว็ปไซต์เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมาโดยระบุถึงไอเดียสุดเจ๋งของสถาบันนานาชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (International Sustainable Development Studies Institute) หรือ ISDSI’s ซึ่งมีวิทยาเขตในจังหวัดเชียงใหม่ของไทย ได้มีการดัดแปลงตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้ขนส่งสินค้าทางเรือจำนวน 17 ตู้ มาเป็นอาคารเรียน

 

ภาพ : isdsi.org

และแน่นอนว่าตามชื่อของสถาบันซึ่งเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและการรักษ์สิ่งแวดล้อม ทางสถาบันจึงมีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์มาดัดแปลง ให้กลายเป็นอาคารเรียนในรูปแบบอนุรักษ์พลังงาน และเป็นการรีไซเคิลวัสดุที่เหลือใช้อย่างตู้คอนเทนเนอร์

 

ภาพ : isdsi.org

 

ทั้งนี้  สำหรับทั่วโลกนั้นมีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ในระบบขนส่งทางเรือทั่วโลกอยู่ราว 60% โดยทุกปีคาดว่ามีการบรรทุกสินค้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า 1.7 พันล้านตัน และคาดว่าทั่วโลกมีตู้คอนเทนเนอร์อยู่ราว 33 ล้านตู้ ซึ่งหากตู้เหล่านี้หมดอายุการใช้งาน ล้วนถูกทิ้งเป็นเศษเหล็กอย่างไร้ค่า

ทางสถาบันจึงดัดแปลงตู้ดังกล่าวให้เป็นอาคารเรียนขนาด 3 ชั้น ใต้ร่มไม้ขนาดใหญ่ พร้อมทั้งมีการบุฉนวนกันความร้อนจึงช่วยการลดใช้พลังงานของอาคารได้อีกทางหนึ่ง

ภาพ : isdsi.org

ที่มา : https://www.weforum.org/

อินโดฯ เจอภูเขาไฟบนเกาะสุลาเวสีระเบิดซ้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566404

  • วันที่ 03 ต.ค. 2561 เวลา 16:25 น.

อินโดฯ เจอภูเขาไฟบนเกาะสุลาเวสีระเบิดซ้ำ

ภูเขาไฟบนเกาะสุลาเวสี ระเบิดซ้ำ หลังเหตุสึนามิถล่ม

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุภูเขาไฟโซปุตัน ความสูง 1,784 เมตร ทางตอนเหนือของเกาะสุลาเวสี ของอินโดนีเซีย ปะทุพ่นกลุ่มควันและเถ้าถ่ายลอยสูงขึ้นสู่ท้องฟ้าถึงกว่า 4,000 เมตร โดยทางการได้แจ้งเตือนการเฝ้าระวังอยู่ในระดับที่สามแล้ว

 

 

การปะทุของภูเขาไฟครั้งนี้มีครั้งภายหลังจากเหตุแผ่นดินไหว และสึนามิถล่มชายฝั่งของเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสีเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา โดยขณะนี้ทางการได้สั่งอพยพชาวบ้านที่อยู่ในรัสมีรอบภูเขาไฟราว 6 กิโลเมตรออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

 

ทั้งนี้ สำหรับยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว และสึนามิพัดถล่มในเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสีนั้น ขณะนี้พุ่งสูงกว่า 1,407 รายแล้ว ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมโดยทางยูเอ็นคาดว่ามีประชาชนในพื้นที่เกือบ 2 แสนคน และบ้านเรือนของประชาชนกว่า 66,000 หลังได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว และการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

 

 

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต หรือผู้บาดเจ็บจากเหตุภูเขาไฟระเบิดดังกล่าว อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเหตุภูเขาไฟระเบิดดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุแผ่นดินไหวก่อนหน้านี้หรือไม่