นายแบงก์อิตาลีรอดคุก หลังยักยอกเงินในธนาคารช่วยคนจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566632

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 19:10 น.

นายแบงก์อิตาลีรอดคุก หลังยักยอกเงินในธนาคารช่วยคนจน

แบบนี้ก็ได้เหรอ? ศาลไม่สั่งจำคุก ผจก.แบงก์อิตาลีใจบุญ ยักยอกเงินลูกค้านับล้านยูโรเพื่อช่วยคนจน

นายจิลแบร์โต บาสเคียรา (Gilberto Baschiera) ผู้จัดการของธนาคารชื่อดังในอิตาลี ประจำสาขาหนึ่งในเมืองขนาดเล็กทางตอนเหนือของอิตาลี ได้กระทำการยักยอกเงินฝากของลูกค้าในสาขาของตนกว่า 1,100 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัญชีเงินฝากของลูกค้าระดับเศรษฐี เป็นจำนวนเงินรวมถึง 1 ล้านยูโร หรือราว 38 ล้านบาท เป็นเวลานานถึง 7 ปี

แล้วทำการโอนเงินเหล่านั้นให้กับบรรดาคนจนที่มีคุณสมบัติไม่ผ่านที่จะกู้สินเชื่อกับทางธนาคาร จนกระทั่งเขาถูกทางการจับกุมตัว

ซึ่งนายบาสเคียรา ก็ยอมรับกับเจ้าหน้าที่แต่โดยดีว่าเป็นผู้กระทำการดังกล่าว แต่ที่เขาทำไปนั้นไม่เคยยักยอกเงินดังกล่าวเข้ากระเป๋าตัวเองเลยแม้แต่น้อย มีแต่โอนเงินเพื่อช่วยคนจนทั้งสิ้น

“ผมคิดเสมอว่านอกเหนือจากการดูแลทรัพย์สิน งานของผมก็คือการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนด้วย” นายบาสเคียรา กล่าวผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในอิตาลี

สุดท้ายศาลได้ตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 2 ปี แต่เนื่องจากเป็นการกระทำผิดครั้งแรก และไม่พบว่าเขายักยอกเงินดังกล่าวเข้าบัญชีตนเอง ศาลจีงเมตตาผ่อนผันให้เขาไม่ต้องถูกจำคุก

ภาพประกอบข่าวไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

ประธาน “อินเตอร์โพล” หายตัวลึกลับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566634

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 18:33 น.

ประธาน "อินเตอร์โพล" หายตัวลึกลับ

“เหม็ง หงเว่ย” ประธานองค์การตำรวจสากล หายตัวลึกลับหลังเดินทางกลับประเทศจีน

สื่อต่างประเทศรายงานว่า ทางการตำรวจของฝรั่งเศสกำลังดำเนินการสอบสวนเป็นการด่วน หลังจากที่ภรรยาของนาย เหม็ง หงเว่ย ชาวจีน ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานของ องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization) หรืออินเตอร์โพล หรือที่เรียกกันว่า “ตำรวจสากล”

หลังจากที่ภรรยาของเขาซึ่งพำนักอยู่ที่เมืองลิยง ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเมืองเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่อินเตอร์โพล ได้แจ้งว่าได้ขาดการติดต่อกับนายเหม็งผู้เป็นสามีนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา

รายงานระบุว่านายเหม็งได้ปรากฎตัวครั้งสุดท้ายที่สำนักงานใหญ่อินเตอร์โพลในเมืองลิยง ช่วงปลายเดือนกันยายน ก่อนจะขาดการติดต่อระหว่างที่เดินทางไปประเทศจีน

ขณะที่ทางอินเตอร์โพลยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆในเรื่องนี้

สำหรับนายเหม็ง หงเว่ย วัย 64 ปี เคยมีบทบาทในการเมืองจีนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และผู้อำนวยการหน่วยยามฝั่งประเทศจีน จนกระทั่งเดือน พฤศจิกายน 2016 เขาก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานของอินเตอร์โพล

ย้อนรอยข่าวกรณีชุมชน-ศาสนา เมื่อสตรีอินโดฯถูกจำคุก เหตุร้องเรียนมัสยิดเสียงดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566626

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 18:29 น.

ย้อนรอยข่าวกรณีชุมชน-ศาสนา เมื่อสตรีอินโดฯถูกจำคุก เหตุร้องเรียนมัสยิดเสียงดัง

จากเสียงระฆัง สู่เสียงสวดอาซาน สำรวจกรณีตัวอย่างความขัดแย้งระหว่างศาสนากับชุมชนในอินโดนีเซีย

กรณีที่มีผู้อาศัยในคอนโดแห่งหนึ่งย่านพระราม 3 ร้องเรียนกับสำนักงานเขตบางคอแหลมว่า ได้รับผลกระทบจากเสียงของระฆังจากวัดใกล้เคียง จนกลายเป็นประเด็นใหญ่โตนั้นความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับศาสนานั้นไม่ได้มีกับเฉพาะในบ้านเราเท่านั้น

 

 

โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีในลักษณะคล้ายกันนี้จนกลายเป็นความรุนแรงขึ้นมาเช่นกัน ทางโพสต์ทูเดย์ออนไลน์จึงขอนำเสนอกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นในต่างประเทศไว้เป็นข้อพิจารณาแก่สังคม

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีเรื่องราวที่ถูกแชร์กันอย่างมากบนโลกออนไลน์ เมื่อสตรีชาวพุทธรายหนึ่งในเมืองเมดาน บนเกาะสุมาตรา ของอินโดนีเซีย ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 18 เดือน ด้วยข้อหาหมิ่นศาสนาอิสลาม จากการที่เธอร้องต่อศาลว่าได้รับผลกระทบจากการสวดอาซาน ของมัสยิดใกล้บ้านเธอ โดยเธอได้ร้องขอให้มัสยิดที่อยู่ใกล้บ้านเธอลดความดังของลำโพงลงในเวลาที่สวดละหมาด เนื่องจากเธอรู้สึกแสบแก้วหูทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังกล่าว

 

 

ข้อร้องเรียนดังกล่าวของเธอนั้นกลับส่งผลตรงกันข้าม เนื่องจากได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวมุสลิมซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของชุมชน จนนำไปสู่การก่อจลาจลระหว่างชาวพุทธ กับชาวมุสลิม จนส่งผลให้ชาวพุทธในชุมชนหลายคนต้องอพยพออกจากเมืองเนื่องจากเกรงจะถูกชาวมุสลิมทำร้าย

ความขัดแย้งดังกล่าวมีขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จนกระทั่งวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลของเมืองเมดานได้มีตัดสินให้นางเมเลียนา สตรีชาวพุทธผู้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมีความผิดฐานดูหมิ่นศาสนา

 

จากผู้รับผลกระทบ สู่จำเลยสังคม

แม้ว่าภายหลังจะมีรายงานว่าผู้พิพากษาสมทบของศาลเมืองเมดาน ที่ตัดสินคดีดังกล่าวจะถูกทางสำนักงานปราบปรามทุจริตของอินโดจับกุมในข้อหารับสินบนจากกลุ่มมุสลิมที่มีอิทธิพลในท้องถิ่นก็ตาม แต่สุดท้ายเธอก็ยังต้องถูกจำคุกอยู่ดีตามคำพิพากษาของศาล แม้ว่าเธอจะได้รับความช่วยเหลือทางคดีจากบรรดาองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนต่างๆก็ตาม

 

 

แต่ทว่า จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ทางกระทรวงศาสนาของอินโดนีเซีย ได้ออกประกาศเป็นข้อแนะนำทั้ง 6 ข้อ โดยขอให้ทางมัสยิดใช้เครื่องขยายเสียงอย่างเหมาะสมในระหว่างการปฎิบัติศาสนกิจ เพื่อหวังจะลดความขัดแย้งทางศาสนาในชุมชน

 

ข้อกำหนดดังกล่าวนั้นมีการประกาศไปทั่วมัสยิดทุกแห่งในอินโดนีเซีย ซึ่งแน่นอนว่าสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาชาวมุสลิมซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมากนัก

แต่การออกข้อกำหนดเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ของหน่วยงานรัฐในอินโดนีเซีย นับว่านับว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับประเทศที่มีพลเมืองชาวมุสลิมมากที่สุดในโลก ในการจัดการกับความขัดแย้งของศาสนสถานกับชุมชน และลดความเกลียดชังระหว่างศาสนา

 

วิถีสังคม VS วิถีศาสนา

ทั้งนี้ หากย้อนกลับมาที่กรณีคอนโดพระราม 3 สำหรับประเทศไทยซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธเช่นเดียวกับกรณีที่อินโดฯ การที่มีผู้ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากการตีระฆังของวัดนั้น

แต่ทว่าในกรณีดังกล่าว กระแสสังคมไทยจากหลายฝ่ายกลับมองว่ากรณีระฆังนี้เป็นการเหยียดหยามศาสนาพุทธ ถึงขั้นมองว่าอาจเป็นการเข้าข่ายการเหยียดหยามทางศาสนา ซึ่งหากคิดเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่อันตรายต่อสังคมไทยมาก ไม่ต่างจากกรณีของนางเมเลียน่า ซึ่งมันอาจเลวร้ายถึงนำไปสู่บ่อเกิดของความเกลียดชังในสังคมได้

 

 

สุดท้ายแล้วคำตอบของเรื่องนี้ คงไม่ใช่ที่ต้องหาว่าใครผิด ใครควรหยุดตี หรือใครควรย้ายออก แต่เราทุกคนในสังคมจะร่วมหาคำตอบให้กับวิถีชีวิตสมัยใหม่ กับประเพณีปฏิบัติทางศาสนาได้เหมือนกับกรณีอินโดฯหรือไม่

แล้ว..หากเปลี่ยนจากเสียงระฆัง เป็นเสียงสวดอาซานของมัสยิดล่ะ สังคมไทยจะมีปฏิกิริยาอย่างไร?

ภาพ : Bangkok Post , AFP

สองนักสิทธิ์ฯชาวคองโก-อิรัก คว้าโนเบลสันติภาพปี 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566624

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 16:41 น.

สองนักสิทธิ์ฯชาวคองโก-อิรัก คว้าโนเบลสันติภาพปี 2018

นายแพทย์ชาวคองโก และ สตรีนักกิจกรรมชาวอิรัก คว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จากผลงานต่อสู้กับความรุนแรงทางเพศในสงคราม

วันนี้ 5 ต.ค. ราชวิทยาลัยแห่งสวีเดนได้มีการประกาศรายชื่อของบุคคลผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2018 ในปีนี้ โดยรางวัลตกเป็นของนายแพทย์เดนิส มุกเวเก (Denis Mukwege) วัย 63 ปี สูตินรีแพทย์ชาวคองโก จากผลงานที่เขาทุ่มเทรักษาและช่วยเหลือสตรีที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศในช่วงสงครามกลางเมืองในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก นับตั้งแต่ปี 1999 และร่วมต่อสู้กับความรุนแรงทางเพศตลอดในช่วงสงคราม

 

ขณะเดียวกันราชวิทยาลัยสวีเดน ยังได้มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้กับ นาเดีย มูราด (Nadia Murad) วัย 25 ปี สตรีชาวอิรัก ซึ่งเธอเคยตกเป็นหนึ่งในหญิงที่ถูกลักพาตัวไปเป็นทาสกามช่วงสิงหาคมปี 2014 ในช่วงระหว่างที่อิรักถูกโจมตีโดยกลุ่มก่อการร้ายไอเอส และเธอรอดชีวิตจากการถูกบังคับให้เป็นทาสกามแก่นักรบไอเอสในช่วงที่ถูกลักพาตัว ก่อนจะสามารถรอดชีวิตออกมาและได้กลายเป็นนักกิจกรรมผู้ทุ่มเทให้กับการต่อต้านใช้ความรุนแรงทางเพศ

 

ทั้งนี้ การมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปีนี้ มีขึ้นท่ามกลางกระแส #Metoo ที่สตรีหลายคนออกมาต่อสู้กับความรุนแรงทางเพศ แต่อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์จากหลายฝ่ายว่า รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปีนี้อาจตกเป็นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ , ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน หรือ นายคิม จอง-อึน จากการที่ทั้งสามผู้นำเริ่มกระบวนการนำสันติภาพมาสู่คาบสมุทรเกาหลีมากขึ้น

“นครโอซากา” ตัดสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับ “ซานฟรานซิสโก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566619

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 16:21 น.

"นครโอซากา" ตัดสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับ "ซานฟรานซิสโก"

นครโอซากาของญี่ปุ่น ตัดสัมพันธ์ในฐานะเมืองพี่เมืองน้องกับนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐ เหตุไม่พอใจรูปปั้นรำลึกสตรีทาสกามทหารญี่ปุ่นช่วงสงครามโลก

นายกเทศมนตรีนครโอซากา ของญี่ปุ่นประกาศว่าจะยุติความสัมพันธ์ในฐานะเมืองพี่เมืองน้องที่มีมานาน 60 ปี ระหว่างนครโอซากา กับนครซานฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ หลังที่ทางการซานฟรานซิสโก ได้ติดตั้งรูปปั้นที่ได้รับบริจาคมา ซึ่งเป็นรูปปั้นที่อุทิศให้แก่สตรีทุกคนที่ต้องทนทุกข์กับความน่าสะพรึงกลัวของการตกเป็นทาสและการค้ากามของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ขณะที่นางลอนดอน บรีด นายกเทศมนตรีนครซานฟรานซิสโกระบุว่า  นายกเทศมนตรีของเมืองหนึ่งไม่สามารถยุติความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนสองเมืองได้ตามอำเภอใจ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ที่ดำเนินมานานกว่า 60 ปี

ทั้งนี้ หลังจากมีรายงานข่าวดังกล่าว ชาวเมืองโอซากาได้มีความเห็นหลากหลายต่อกรณีนี้ โดยส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนการตัดสัมพันธ์ดังกล่าว เนื่องจากทางนครโอซากาได้ยืนเรื่องร้องเรียนทางการซานฟรานซิสโกหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใดๆ

ขณะที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นเองเคยขอให้ซานฟรานซิสโกไม่รับรูปปั้นดังกล่าวที่สลักไว้ว่า ถึงสตรีและเด็กหญิงหลายแสนคนที่ตกเป็นทาสกามของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น

จำคุก 15 ปีอดีตปธน.เกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566600

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 13:43 น.

จำคุก 15 ปีอดีตปธน.เกาหลีใต้

ศาลเกาหลีสั่งจำคุก 15 ปี อดีตปธน.ลี เมียง-บัก พร้อมสั่งปรับนับร้อยล้านบาท ข้อหาทุจริต

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า ศาลแขวงกรุงโซลได้ตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 15 ปี ต่ออดีตประธานาธิบดีลี เมียง-บัก แห่งเกาหลีใต้ พร้อมสั่งปรับเป็นเงินจำนวน 13 พันล้านวอน หรือราว 361 ล้านบาท จากคดีทุจริต รับสินบน และการใช้อำนาจโดยมิชอบ

ทั้งนี้สำหรับนายลี ถูกจับกุมในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากการที่ถูกอัยการระบุว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก DAS ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ท้องถิ่นที่เชื่อว่ามีนายอีเป็นเจ้าของ และรับสินบนจากหน่วยงานสายลับ, ซัมซุง, หัวหน้ากลุ่มธนาคารของรัฐ และนักการเมือง

นอกจากนั้นนายลียังถูกตั้งข้อหาเคลื่อนย้ายเอกสารประธานาธิบดีอันเป็นความลับจากทำเนียบประธานาธิบดีไปยังอาคารที่พักส่วนตัวอย่างผิดกฎหมายหลังปลดเกษียณ และใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวอีกด้วย

โดยการตัดสินโทษครั้งนี้ของศาลเกาหลีใต้ มีขึ้นหลังจากกรณีของอดีตประธานาธิบดีปาร์ค กึน เฮ ซึ่งนับว่าเป็นนักการเมืองระดับสูงคนล่าสุดของประเทศที่ถูกตัดสินโทษดังกล่าว

 

จากคลองชองกเยชอน ถึง บลูเฮาส์

สำหรับนายลี เมียง-บัก เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระหว่างปี 2008 – 2013 และนับเป็นอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนที่ 4 ที่ถูกตัดสินจำคุก โดยก่อนหน้าที่นายลีจะได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้นำเกาหลีใต้นั้น เขาเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกรุงโซลระหว่างปี 2002 – 2006

โดยมีผลงานที่โดดเด่นอย่างมากจากการที่เขาฟื้นฟูคลองชองเกชอน ที่ไหลผ่านใจกลางกรุงโซล จากคลองที่มีสภาพเน่าเสีย ให้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงโซล ด้วยการสั่งย้ายทางด่วนที่สร้างอยู่เหนือคลองที่มีสภาพเน่าเสีย ให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับสาธารณชนด้วยเงินกว่าหลายล้านเหรียญ

ด้วยผลงานชิ้นโบว์แดงดังกล่าว ส่งผลให้ในเดือนตุลาคมปี 2007 นายลีได้รับเลือกให้เป็น “ฮีโร่แห่งสิ่งแวดล้อม” จาก นิตยสาร ไทมส์ พร้อมกับอดีตรองประธานาธิบดีของสหรัฐ อเมริกา อัลเบอร์ต อาร์โนลด์ กอร์ จูเนียร์

ด้วยความมุ่งมั่นของเขาในความตั้งใจปรับปรุงกรุงโซลครั้งใหญ่จากป่าคอนกรีต ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง ซึ่งไม่เพียงแค่เขาจะได้รับเสียงชื่นชมจากชาวโซลเท่านั้น แต่ยังได้เสียงชื่นชมจากชาวเกาหลีทั่วประเทศ

กระทั่งในเดือนตุลาคม 2007 เขาชนะการเลือกตั้ง ด้วยเสียง48.7 เปอร์เซ็นจากคะแนนเสียงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม จากผลการเลือกตั้งครั้งนั้น นับว่ามีจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่ไปลงคะแนนใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ จากการที่ก่อนหน้านี้เขาเผชิญกับข้อกล่าวหาที่ว่าได้เงินจากการปั่นราคาที่ดินของตนเองโดยผิดกฎหมายที่เขต ดูโกก ซึ่งเป็นเขตทีมีค่าครองชีพสูงของโซล

จีนเปิดตัว “สีจิ้งผิงโชว์” หวังจูงใจวัยรุ่นสนใจคอมมิวนิสต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566592

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 12:51 น.

จีนเปิดตัว "สีจิ้งผิงโชว์" หวังจูงใจวัยรุ่นสนใจคอมมิวนิสต์

ทีวีจีนเปิดเกมส์โชว์ แข่งตอบคำถามเกี่ยวกับปธน.สี จูงใจวัยรุ่นสนใจแนวคิดท่านผู้นำ

เดลิเมล์รายงานว่า สถานีโทรทัศน์รายใหญ่ของจีน ได้เปิดตัวรายการเกมส์โชว์แข่งตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติชีวิต และผลงานของประธานาธิบดีสีจิ้งผิง เพื่อหวังดึงดูดเยาวชนคนรุ่นใหม่ของจีนให้สนใจแนวคิดสังคมนิยมมากขึ้น

รายการดังกล่าวนั้นมีชื่อที่ว่า “Studying Xi in the New Era” หรือ “ความคิดด้านสังคมนิยมของสี จินผิง และคุณลักษณะความเป็นจีนยุคใหม่” เรียกสั้นๆว่า “ความคิดของสี จินผิง”

 

 

โดยตอนแรกของรายการได้ออกอากาศในช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผ่านสถานีโทรทัศน์ของมณฑลหูหนาน ซึ่งเป็นช่องทีวีที่มีผู้ชมมากที่สุดเป็นอันดับสองของจีน และเป็นที่รุ้จักกันดีในหมู่หนุ่มสาวชาวจีน  ซึ่งเกมส์โชว์นี้ถูกมองว่าเป็นความพยายามครั้งล่าสุดของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของจีน ในการใช้โฆษณาชวนเชื่อผ่านที่ทีวีของรัฐ

 

 

 

อย่างไรก็ดี ผลตอบรับของรายนี้กลับเป็นที่ไม่พอใจนักของชาวเน็ตในประเทศจีน โดยบรรดาผู้ใช้งานสังคมออนไลน์ในจีนต่างระบุว่ารายการนี้เหมือนกับยาพิษที่ทางการจีนจงใจป้อนให้ประชาชน และหลายคนต่างรอคอยดูเรทติ้งของรายการว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน

 

ด้านนักวิเคราะห์คาดว่า รายการนี้เป็นหนึ่งในความพยาบามล่าสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ต้องการจูงใจคนรุ่นใหม่ซึ่งโตท่ามกลางสื่อออนไลน์และ กระแสความนิยมต่างชาติ ให้หันมาสนใจพรรคคอมมิวนิสต์แทน

 

 

ขณะที่ศ.ด้านสื่อสารมวลชนจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ระบุว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เรตติ้งของรายการ แต่ประเด็นอยู่ที่การใช้กลยุทธโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลปักกิ่งอย่างมีนัยยะสำคัญ

เขากล่าวว่า ตัวอย่างที่เห็นชวนให้วิเคราะห์ว่า สี จินผิง ใช้วิธีการอย่างไรในการทำให้ตนเองปรากฏอยู่ในสื่อทุกหนทุกแห่ง ผ่านการนำเสนอที่เข้าถึงง่าย เพื่อขยายอิทธิพลทางความคิดด้านสังคมนิยม

 

 

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญของจีนเมื่อเดือนมีนาคมทีผ่านมานั้น มีการผนวกแนวคิดของปธน.สี ลงในรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งจะส่งผลให้หลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน สถานศึกษา หน่วยงานท้องถิ่น หรือแม้แต่สถานที่ทางศาสนา ล้วนต้องถ่ายทอดแนวคิดทางการเมืองให้กับประชาชนด้วยเช่นกัน

 

สาวน้อยสวีดิช ค้นพบดาบโบราณยุคไวกิ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566584

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 11:28 น.

สาวน้อยสวีดิช ค้นพบดาบโบราณยุคไวกิ้ง

สาวน้อยวัย 8 ขวบ ค้นพบดาบไวกิ้งอายุพันปี จากก้นทะเลสาบในสวีเดน

เดลิเมล์รายงานว่า เด็กหญิง Saga Vanecek หนูน้อยวัย 8 ขวบลูกครึ่งสวีดิช-อเมริกัน ได้สร้างการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญของสวีเดน จากการที่เธอได้เก็บดาบโบราณจากยุคไวกิ้ง ซึ่งมีอายุมากกว่า 1,000 ปีได้ ในระหว่างที่กำลังเล่นน้ำในทะเลสาบช่วงปิดเทอมฤดูร้อน

 

 

รายงานระบุว่าการค้นพบดังกล่าวมีขึ้นที่ทะเลสาบ Vidöstern lake ชานเมือง Tånnö จังหวัด Småland ของสวีเดน โดยหนูน้อย Saga เผยว่าระหว่างที่กำลังใช้เวลาพักผ่อนระหว่างวันหยุดฤดูร้อนนั้น เธอได้เดินทางไปทะเลสาบแต่ระหว่างนั้นตอนที่เธอกำลังเดินเล่นริมทะเลสาบนั้น เธอกลับไปสะดุดกับบางสิ่งบางอย่างที่จมอยู่ใต้โคลนตมของทะเลสาบ

จนกระทั่งเธอดึงมันขึ้นมากก็พบว่ามันเป็นดาบที่มีสภาพเก่ามาก โดยหลังจากที่เธอพบดาบดังกล่าว ครอบครัวเธอได้นำมันไปมอบให้กับทางพิพิธภัณฑ์ในท้องถิ่น

 

 

ซึ่งจากการประเมินเบี้ยงต้นของผู้เชี่ยวชาญพบว่า ดาบนี้น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 1,500 ปี หรือในช่วงยุคไวกิ้ง โดยขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังทำการบูรณะ ก่อนที่จะนำออกจัดแสดงที่ พิพิธภัณฑ์ Jönköpings Läns ทางใต้ของสวีเดนต่อไป

ทั้งนี้ ด้านเจ้าหน้าที่โบราณคดีในท้องถิ่นคาดว่า ช่วงที่หนูน้อย Saga พบดาบนั้น เป็นช่วงฤดูร้อนที่ระดับน้ำในทะเลสาบลดลงพอดี จึงทำให้มีการค้นพบดังกล่าว

 

อินโดฯประกาศรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566580

  • วันที่ 05 ต.ค. 2561 เวลา 10:30 น.

อินโดฯประกาศรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ

รบ.อินโดฯเตรียมขอเงินช่วยเหลือจากนานาชาติ เพื่อฟื้นฟูเหตุแผ่นดินไหว ส่วนยอดเสียชีวิตสูงเกิน 1,400 รายแล้ว

เดอะ จาร์การ์ต้าโพสต์รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียโดยกระทรวงการคลัง เตรียมหาทางในการขอความช่วยเหลือจากต่างชาติ ในการปรับปรุงและฟื้นฟูความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบนเกาะสุลาเวสี จนได้รับความเสียหายอย่างหนักจากคลื่นสึนามิซัดถล่ม

 

“มีหลายประเทศที่ระบุจำนวนเงินที่ให้ความช่วยเหลือ แต่เราจำเป็นต้องร่างกลไกในการรับความช่วยเหลือในรูปของเงินสด” รมว.คลังของอินโดระบุ

ซึ่งสำหรับเงินช่วยเหลือนี้ทางการอินโดฯ เตรียมทำไปใช้ในการฟื้นฟูเมือง ระบบสาธารณูปโภค และบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุสึนามิ

 

 

ขณะที่นายปูโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซียกล่าวคาดว่า ยังมีผู้เคราะห์ร้ายอีกหลายร้อยคนที่ถูกฝังอยู่ในซากหักพังของเมืองปาลู รวมทั้งที่เมืองดองกาลา และซิกี เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตกว่า 1,424  คนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นรายงานในเมืองปาลูและคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อวันศุกร์ที่แล้วจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

องค์กรยิวฉุน ม่านรูดไทยแต่งห้องคอนเซ็ปต์ “นาซี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/566535

  • วันที่ 04 ต.ค. 2561 เวลา 18:30 น.

องค์กรยิวฉุน ม่านรูดไทยแต่งห้องคอนเซ็ปต์ "นาซี"

สื่อนอกตีข่าว โรงแรมม่านรูดในไทย แต่งห้องด้วยรูปฮิตเลอร์ ด้านองค์กรชาวยิวชี้ไม่เหมาะสม

เดอะเยรูซาเล็มโพสต์รายงานเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุถึงกรณีที่พบว่ามีโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในแถบปริมณฑลของกรุงเทพฯ ได้มีการตกแต่งห้องในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับนาย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำนาซี ในสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งมีการสังหารชาวยิวในยุโรปจำนวนหลายล้านคน

 

โดยทางด้านองค์กรไซมอน วีเซนธัล เซนเตอร์ ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสิทธิของชาวยิว โดยนาย Rabbi Abraham Cooper ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการระบุว่า “กรุงเทพนั้นเป็นเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก … ซึ่งการอ้างว่าไม่รู้เรื่องนี้ คงฟังไม่ขึ้น สำหรับสถานประกอบการใด ๆ ในประเทศที่มีอารยธรรมใด ๆ ที่จะทำให้ฮิตเลอร์กลายเป็นบรรทัดฐานสำหรับห้องพักในโรงแรมได้”

 

 

“เราคาดหวังว่าทางการของไทยจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างรวดเร็วเพื่อปิดสถานประกอบการดังกล่าว” หรือไม่ก็สั่งให้มีการปรับปรุงห้องพักดังกล่าวในทันที” นายคูเปอร์กล่าว

นอกจากนี้ด้านเดอะซัน ของอังกฤษยังได้รายงานข่าวของโรงแรมแห่งนี้เช่นเดียวกันโดยได้มีการสัมภาษณ์ Efraim Zuroff จากองค์ไซมอน วีเซนธัล เซนเตอร์ ก็ต่างแสดงความไม่พอใจในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดยระบุว่าประเทศไทยนั้นขาดความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ยุคนาซี

 

อย่างไรก็ดี รายงานยังระบุว่าโรงแรมแห่งนี้ยังมีห้องพักที่ตกแต่งในแบบต่างๆให้เลือกพักด้วย ทั้งแนวญี่ปุ่น แนวสไปเดอร์แมน แนวคาวบอย และแนวอินเดีย