อบรม’วัยคะนอง’..ป้องกันภัย’แว้นป่วนเมือง’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/382951?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อบรม’วัยคะนอง’..ป้องกันภัย’แว้นป่วนเมือง’

9 สิงหาคม 2562 – 09:17 น.
สายตรวจระวังภัย,เด็กแว้น
เปิดอ่าน 1,498 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย   โดย…  ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ 

ปัญหาเด็กแว้นป่วนเมืองยึดถนนหลวงเป็นสนามประลองความเร็วแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในทางสาธารณะสะสมมายาวนาน ทำให้ “แม่ทัพสีกากี” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับสั่งเป็นนโยบายเข้มงวด ให้แต่ละโรงพักดำเนินการป้องกันปราบปรามให้หมดสิ้น หากพื้นที่ไหนปล่อยปละละเลยหัวหน้าสถานี ตั้งแต่ ผู้กำกับการ (ผกก.) ถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) ต้องรับผิดชอบถูกคาดโทษ

หลังนโยบายเด็ดขาดที่ ผบ.ตร.สั่งการออกมา สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ก็รับลูกสนองนโยบายทันที ด้วยการจัดโครงการ “อบรมป้องกันภัยจากการแข่งรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ” โดยมี พ.ต.อ.ถาวร ดุลยวิทย์ รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อม พ.ต.อ.วีระยุทธ์ ประสานนามผกก.สภ.ไทรน้อย ที่วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี ต.ราษฎร์นิยม อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อให้ความรู้สร้างความเข้าใจด้านกฎหมาย บทลงโทษ ผลกระทบ พิษภัย ที่จะเกิดขึ้นกับเยาวชน

พ.ต.อ.วีระยุทธ์ บอกว่า ทาง สภ.ไทรน้อย ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่ออบรมให้ความรู้แก่เยาวชนและนักศึกษาในกลุ่มเสี่ยง ปรับทัศนคติให้เยาวชนและนักศึกษาตระหนักถึงอันตรายและอัตราโทษของการแข่งรถในทางสาธารณะ ถือเป็นการป้องปรามกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ต้นทางให้มีความรู้ความเข้าใจ เกรงกลัวต่อการทำผิดกฏหมาย ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงไปถึงผู้ปกครองด้วย หากปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนในความปกครองออกไปรวมกลุ่มแว้นป่วนเมือง ที่ผ่านมาหากถูกจับถูกดำเนินคดีแล้ว ศาลจะสั่งลงโทษด้วยการริบรถและเสียค่าปรับทุกคดี เพื่อไม่ให้ไปก่อความเดือดร้อนหรืออันตรายให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ อีก จึงขอเตือนไปยังกลุ่มเยาวชนที่คิดจะใช้ถนนหนทางเป็นสนามประลองความเร็วด้วยว่า ผลจากความคึกคะนองชั่วคราวจะไม่คุ้มเลยถ้าถูกจับดำเนินคดีขึ้นมา เพราะไม่ใช่แต่ตัวเองที่จะเดือดร้อน แต่โทษยังมีไปถึงผู้ปกครองอีกด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ถาวร กล่าวเสริมว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่ของ ภ.จว.นนทบุรี เฝ้าระวังติดตามกลุ่มที่สนับสนุนส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มหรือนัดหมายมารวมตัวเพื่อไปแข่งขันรถบนทางสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นแอดมินจากเพจต่างๆ รวมไปถึงร้านที่ขายอุปกรณ์หรืออะไหล่ดัดแปลง ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตาและเข้าไปขอความร่วมมือเป็นการป้องปรามก่อนในชั้นแรก แต่หากพบว่ายังมีลักลอบหรือไม่เคารพกฎหมายก็จะดำเนินการในขั้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ฝ่ายสนับสนุนเหล่านี้ไปยุยงส่งเสริมสร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมหรือผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจัง

ขณะที่ นายธำรงค์ สว่างเดือน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี กล่าวว่า โครงการมีประโยชน์ที่จะทำความรู้ความเข้าใจกับเยาวชนและนักศึกษา ให้ตระหนักถึงสิทธิของการใช้รถใช้ถนนในทางสาธารณะ อัตราโทษตามกฎหมายที่จะทำให้ตัวเอง ครอบครัวหรือผู้ปกครองได้รับผลกระทบอย่างไร รวมไปถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากความประมาทและคึกคะนอง ซึ่งที่ผ่านมาทางวิทยาลัยก็มีมาตรการเข้มงวดกวดขันกับนักศึกษาที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทางมาเรียนอยู่แล้ว หากพบว่ามีนักศึกษาขับขี่รถจักรยานยนต์ที่แต่งซิ่ง ท่อดัง อุปกรณ์ไม่ครบ จะมีฝ่ายปกครองเรียกมาอบรมตักเตือนให้แก้ไข หากไม่ปฏิบัติตามก็จะไม่อนุญาตให้นำรถเข้ามาในวิทยาลัยโดยเด็ดขาด

การแก้ไขปัญหาเด็กแว้นลำพังตำรวจกวดขันอย่างเดียวคงเห็นผลได้ยาก แต่หากได้ทั้งครอบครัวและโรงเรียนเอาใจใส่ก็คงเห็นผลได้ไม่ยากนัก..!!

บิ๊กป้อม ร่วมงานประชุมใหญ่ พปชร.-แกนนำ-ส.ส.พรึบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405853?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กป้อม ร่วมงานประชุมใหญ่ พปชร.-แกนนำ-ส.ส.พรึบ

21 ธันวาคม 2562 – 10:44 น.
ประชุมใหญ่พปชร
เปิดอ่าน 31 ครั้ง

“บิ๊กป้อม” ร่วมงานประชุมใหญ่ พปชร. -แกนนำ-ส.ส. พรึบ “นายทะเบียน” แจง มีสมาชิกพรรค 3.3 หมื่นคน จ่อหาเพิ่มเพื่อตั้งเป็นตัวแทนประจำเขตเลือกตั้ง

มิราเคิล แกรนด์  – 21  ธันวาคม 2562 –“บิ๊กป้อม” ร่วมงานประชุมใหญ่ พปชร. -แกนนำ-ส.ส. พรึบ “นายทะเบียน” แจง มีสมาชิกพรรค 3.3 หมื่นคน จ่อหาเพิ่มเพื่อตั้งเป็นตัวแทนประจำเขตเลือกตั้ง “สุริยะ” นั่งรถพยาบาลเข้าร่วมประชุม หลังรักษาอาการกระดูกทับเส้นประสาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคพลังประชารัฐ ที่มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหัวหน้าพรรค จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี พ.ศ.2562 เพื่อพิจารณาวาระงานต่างๆ รวมถึงพิจารณาการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จากเดิมที่มีจำนวน กรรมการบริหารพรรค 24 คน จะปรับเพิ่มเป็น 33 คน

โดยบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมเป็นเกียรติของการประชุม ขณะที่แกนนำพรรค อาทิ นายสนธิรัตน์​ สนธิจิราวงศ์ รัฐมนตรีว่าการพลังงาน ฐานะเลขาธิการพรรค , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ,​นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล, นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะนายทะเบียน  เข้าร่วมพร้อมกับส.ส., สมาชิกพรรค, ตัวแทนสาขาพรรคและตัวแทนประจำจังหวัด กว่า 300 คนเข้าร่วมประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเดินทางเข้าร่วมประชุมของนายสุริยะนั้น ใช้การเดินทางมาโดยรถพยาบาลของโรงพยาบาลกรุงเทพ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการรักษาอาการกระดูกทับเส้นประสาท และต้องนั่งรถเข็นคนไข้แบบพิเศษตลอดเวลา ทั้งนี้นายสุริยะ ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า การประชุมดังกล่าวถือว่าสำคัญ ตนต้องเดินทางเข้าร่วม ส่วนเหตุที่ตนเกิดอาการป่วยเพราะคาดว่าได้รับแรงกระเทือนระหว่างการเดินทางลงพื้นที่หลายจังหวัดต่อเนื่อง

จากนั้นที่ประชุมได้เริ่มขึ้น โดยนายวิเชียร ฐานะนายทะเบียนพรรรคได้รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ต่อที่ประชุมว่าจากผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม2562 พรรคได้รับคะแนนเลือกตั้ง 8.4 ล้านคะแนน ทำให้ได้ ส.ส.รวม 117 คน แบ่งเป็นส.ส.เขต 97 คนและส.ส.บัญชีรายชื่อ 20 คน ส่วนจำนวนสมาชิกพรรค สรุกเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 33,325 คน ครอบคลุมทุกภูมิภาค และในรอบปีมีผู้ที่ลาออกรวม 217 คน ขณะที่การตั้งสาขาพรรคนั้น ได้ทำครบทุกภาค ต่อจากนี้พรรคเตรียมหาสมาชิกพรรคให้ได้ทุกเขตเลือกตั้งเพื่อเตรียมตั้งเป็นสมาชิกพรรคประจำเขตเลือกตั้งต่อไป

สิระ ขึ้นป้ายใหญ่หน้าบ้าน ลั่นใครถูกรังแกมาหาผม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405846?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สิระ ขึ้นป้ายใหญ่หน้าบ้าน ลั่นใครถูกรังแกมาหาผม

21 ธันวาคม 2562 – 10:36 น.
สิระ เจนจาคะ,ใครถูกรังแกมาหาผม
เปิดอ่าน 66 ครั้ง

สิระ เจนจาคะ สวมบทมือปราบ ขึ้นป้ายใหญ่หน้าบ้านรับเรื่องร้องทุกข์ แจ้งเบาะแสบ่อนพนัน-ขรก.โกง ย้ำส่งเสริมคนดี ลั่นใครถูกรังแกมาหาผม วอนช่วยกันเพื่อสังคมน่าอยู่

วันที่ 21 ธ.ค. 2562 เมื่อเวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณบ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ หลักสี่ ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานของ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่บริเวณหน้าบ้าน โดยข้อความระบุว่า “รับทุบ บ่อนการพนัน ร้องเรียนข้าราชการโกง ส่งเสริมคนดีทั่วประเทศ ใครถูกรังแกมาหาผม โปรดแจ้งมาได้ที่ 087-629-5555”

ทั้งนี้ได้มีการสอบถามไปยังนายสิระ โดยเจ้าตัวระบุว่า ทุกวันนี้ประชาชนไม่มีที่พึ่ง ยิ่งคนที่ไม่มีเงิน ไม่มีความรู้ มักจะถูกข้าราชการประพฤติมิชอบ เอาเปรียบอยู่เยอะ แถมปัจจุบันบ่อนการพนันยังขึ้นเป็นดอกเห็ด มอมเมาเยาวชน และทำให้สถาบันครอบครัวมีปัญหา เป็นที่มาของเหตุอาชญากรรมในสังคม แต่ประชาชนก็ไม่ยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเกรงกลัวอิทธิพลผิดกฎหมายของพวกทำธุรกิจใต้ดิน

นายสิระ กล่าวต่ออีกว่า ตนในฐานะที่อดีตเคยผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาหลายรูปแบบ เมื่อวันนี้มีโอกาสเข้ามาเป็นผู้แทนของประชาชนก็อยากที่จะทำให้สิ่งเลวร้ายพวกนี้หมดไปจากสังคมโดยเร็ว ประชาชนจะได้มีความสุขขึ้น ใกล้จะปีใหม่ ตนก็อยากจะให้ปีใหม่ปีหน้าสังคมไทยมีแต่สิ่งดีๆ อบายมุขและข้าราชการชั่วๆ ลดน้อยลงไปบ้างก็ยังดี

“ผมขอให้ประชาชนทุกคนหากพบเห็นเบาะแสการพนัน ยาเสพติด หรือถูกข้าราชการรังแก ข่มเหง ขอให้แจ้งมาที่ตน ไม่ต้องเกรงกลัวอำนาจของใคร ผมอยากจะฝากคนไทยทุกคนว่า ถ้าเราร่วมมือกันทำคนละเล็กคนละน้อย หลายๆร้อยมือ สังคมเราก็จะน่าอยู่มากขึ้น คิดซะว่าทำเพื่อลูกหลานของเราที่จะเติบโตมามีคุณภาพชีวิตที่ดี ผมฝากนิดหนึ่งว่า ถึงจะไม่ชอบผม ก็อย่าโทรมาป่วนกัน เบอร์ติดต่อที่ผมให้คือเบอร์ตรง ผมต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้จริงๆ หากท่านไม่ช่วยผมไม่ว่า แต่อย่าเอาเท้ามาราน้ำ” นายสิระ กล่าว

พปชร. จ่อเสริม กก.บห.ตั้ง สุชาติ-ไผ่-สัมพันธ์-ไพบูลย์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405812?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พปชร. จ่อเสริม กก.บห.ตั้ง สุชาติ-ไผ่-สัมพันธ์-ไพบูลย์

20 ธันวาคม 2562 – 19:10 น.
พปชร,จ่อเสริม กกบห,จ่อเสริม กกบหตั้ง สุชาติ-ไผ่-สัมพันธ์-ไพบูลย์
เปิดอ่าน 186 ครั้ง

พปชร. ประชุมใหญ่ จ่อ เสริมทัพ กก.บห. สมศักดิ์-สุริยะ-ธรรมนัส-วิรัช-สุชาติ-ไผ่-สัมพันธ์-ไพบูลย์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ ว่า สำหรับการประชุมใหญ่สามัญ พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ประจำปี 2562 ในวันที่ 21 ธ.ค. เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.ที่โรงแรมมิราเคิล แกรด์ คอนเวนชั่น โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค จะเข้าร่วมประชุมด้วย

ขณะที่วาระการประชุมที่สำคัญๆ อาทิ การพิจารณาแก้ไขข้อบังคับพรรคคณะกรรมการบริหารพรรค (ก.ก.บห.)โดยเพิ่มเติมตำแหน่งในกก.บห.และพิจารณาแต่งตั้งกก.บห.เพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันมี 23 คน โดยมีรายงานข่าวว่าจะแต่งตั้งเพิ่มรวมแล้วทั้งหมดประมาณ 30 คน ขณะที่ข้อบังคับพรรคกำหนดมีได้ถึง 45 คน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายชื่อกก.บห.ที่จะแต่งตั้งเพิ่มเติมในเบื้องต้นนั้น อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุสาหกรรม และส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และส.ส.บัญชีรายชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล และส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสุชาติ ชมกลิ่น ประธานส.ส. และส.ส.ชลบุรี นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส. ตรัง นายวันชัย ปัญญาศิริ ส.ส.สงขลา​ นายไผ่​ ลิกค์​ ส.ส.กำแพงเพชร นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนางประภาพร อัศวเหม สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น โดยจะมีการเสนอที่ประชุมพิจารณาต่อไป
ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค ถึงเวลานี้น่ายังไม่มีการขยับเปลี่ยนตัว หลังมีกระแสข่าวจะเปลี่ยนจากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท เมื่อพล.อ.ประวิตร ออกมายืนยันขณะนี้ยังไม่ปรับเปลี่ยน และมีการส่งสัญญาณจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลยังไม่อยากให้มีการเปลี่ยนตัวกลางคันท่ามกลางสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน หลังนายสนธิรัตน์เข้าพบนายกฯและพล.อ. ประวิตร

ราชกิจจาฯลงคำพิพากษายกฟ้องทักษิณคดีกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดาฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405788?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ราชกิจจาฯลงคำพิพากษายกฟ้องทักษิณคดีกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดาฯ

20 ธันวาคม 2562 – 16:59 น.
ราชกิจจาฯเผยแพร่คำพิพากษา,ยกฟ้องธกรุงไทย,ปล่อยกู้กฤษดามหานคร
เปิดอ่าน 2,054 ครั้ง

เว็ปไซตฺ์ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกานักการเมืองที่ยกฟ้อง ทักษิณ ชินวัตร คดีปล่อยกู้สินเชื่อกว่าหมื่นล้านของ ธ.กรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร

วันที่ 20 ธ.ค. 62 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่ร่วมกันทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อ ธ.กรุงไทยฯ ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มี นายทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 27 คน เป็นจำเลย เป็นเหตุให้ธนาคารกรุงไทยได้รับความเสียหายเป็นเงิน 10,054.46 ล้านบาท

โดยศาลยกฟ้องนายทักษิณ  ซึ่งศาลฯวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 กระทำผิดหรือไม่ องค์คณะเสียงข้างมาก เห็นว่าตามทางไต่สวนแม้จะได้ความจากนายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ หนึ่งในห้าคณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อธนาคารกรุงไทยว่า นายชัยณรงค์ ได้รับโทรศัพท์จาก ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ์ อดีตประธานกรรมการบริหารธ.กรุงไทย 1 ใน 5 คณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อธ.กรุงไทย จำเลยที่ 2 แจ้งว่าโครงการขออนุมัติสินเชื่อของบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด จำเลยที่ 19 (บริษัทในเครือกฤษดามหานคร) “ซุปเปอร์บอส” ตกลงแล้วอย่าสอบถามข้อมูลมากนัก และขอให้พิจารณาไปโดยเร็ว ซึ่งมีลักษณะเป็นการสั่ง และคำว่า” ซุปเปอร์บอส” น่าจะหมายถึงนายทักษิณ จำเลยที่ 1 ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะเกิดเหตุ แต่พยานเห็นว่าที่ดินซึ่งจำเลยที่ 19 อ้างทำโครงการขนาดใหญ่พื้นที่จำนวนมากถึง  4,000 ไร่ น่าจะมีปัญหาในการรวบรวมที่ดินแต่ละแปลง ดังนั้นโครงการดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ และบริษัทโกลเด้นฯ จำเลยที่ 19 ก็ยังมีภาระสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่นอีกจำนวนมาก ไม่อยู่ในสถานะชำระหนี้ได้ พยานจึงได้โต้แย้งการอนุมัติสินเชื่อ แต่ในที่ประชุมไม่มีบันทึกการโต้แย้ง ถ้ามีการโต้แย้งจริงจะอนุมัติสินเชื่อให้ได้อย่างไร ซึ่งการอนุมัติคณะกรรมการต้องเห็นชอบทั้ง 5 คน
นอกจากนี้ นายชัยณรงค์ เคยให้ถ้อยคำต่อคตส. ว่า คำว่า” ซุปเปอร์บอส” หมายถึงจำเลยที่ 1 หรือคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยาจำเลยที่ 1 อันเป็นคำให้การที่ขัดแย้งกัน อีกทั้งการเบิกความเกี่ยวกับคำว่า “ซุปเปอร์บอส” หรือ” บิ๊กบอส” หมายถึงจำเลยที่ 1 เป็นเพียงการคาดเดาไปตามความเข้าใจของนายชัยณรงค์เอง ซึ่งนายชัยณรงค์ไม่เคยรู้จักจำเลยที่ 1 เป็นการส่วนตัว เพียงแต่อ้างว่าจำเลยที่ 2 โทรศัพท์มาบอกว่า” ซุปเปอร์บอส” ตกลงแล้วอย่าถามข้อมูลมากนักและขอให้พิจารณาไปโดยเร็ว จึงเป็นกรณีที่นายชัยณรงค์รับฟังมาจากจำเลยที่ 2 อีกชั้นหนึ่ง ดังนั้น ซุปเปอร์บอสจะเป็นผู้ใดคงมีเพียงจำเลยที่ 2 เท่านั้นที่จะยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ หรืออาจเป็นข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่ 2 เองก็เป็นได้ พยานปากนายชัยณรงค์ซึ่งเป็นพยานที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าว จึงควรรับฟังด้วยความระมัดระวัง
ส่วนพยานปากนายอุตตม สาวนายน 1 ใน 5 คณะกรรมการพิจารณาสินเชื่อธ.กรุงไทย ก็ได้ความเพียงว่าก่อนการประชุมนายชัยณรงค์ได้สอบถามที่หน้าห้องประชุมเพียงว่าจำเลยที่ 2 ได้โทรศัพท์มาถึงนายอุตตมหรือไม่ ซึ่งนายอุตตมตอบว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้โทรศัพท์มาหาตน การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้จำเลยที่ 19 ในส่วนของนายอุตตมจึงไม่ได้เกิดจากจำเลยที่ 2 โน้มน้าวให้อนุมัติ เพราะได้รับคำสั่งจากจำเลยที่ 1 พยานหลักฐานของโจทก์ที่ไต่สวนมายังไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 สั่งการผ่านจำเลยที่ 2-4 ให้อนุมัติสินเชื่อดังกล่าว จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดตามฟ้องพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 และถอนหมายจับในคดีนี้

  รายละเอียดคำวินิจฉัย อ่านที่นี่

เฉลิม เพิ่มชื่อซักฟอกบิ๊กป๊อก ลั่นปล่อย รบ.บริหารต่อไปไม่ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405778?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เฉลิม เพิ่มชื่อซักฟอกบิ๊กป๊อก ลั่นปล่อย รบ.บริหารต่อไปไม่ได้

20 ธันวาคม 2562 – 15:53 น.
เฉลิม เรียกประชุมคกกนัดแรก,ลั่นปล่อย รบบริหาร ปทต่อไม่ได้
เปิดอ่าน 119 ครั้ง

เฉลิม เรียกประชุม คกก.กิจการพิเศษนัดแรก อภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุพงษ์ เพิ่มอีกคน จากเดิม 4 คน ลั่น ปล่อย รบ.ทุจริตบริหารประเทศต่อไม่ได้อีก

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่พรรคเพื่อไทย  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรค พท. เป็นประธาน ได้มีการประชุมกันนัดแรก

ทั้งนี้  ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้แถลงกับสื่อมวชนไปก่อนหน้านี้ ว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 4 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ 2.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และ 4.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น หลังจากประมวลภาพแล้วได้ข้อสรุปว่าเราจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเพิ่ม คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีชุดนี้สำคัญผิด ไปบอกว่าเพิ่งเป็น ครม.ได้ 6 เดือน แต่แท้จริงเป็นมา 5 ปีกว่า โดยใช้อำนาจของ คสช.ตามมาตรา 44 ทำให้ไม่มีใครสามารถยื่นญัตติอภิปรายได้
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายดอนให้สัมภาษณ์จากต่างประเทศทำนองว่าที่ถูกยื่นอภิปรายน่าจะมีลับลมคมใน ถูกเพ่งเล็งเพราะไปติดตามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนั้น นายดอนเข้าใจผิด การติดตามผู้ต้องหาเป็นเรื่องของอัยการสูงสุดและตำรวจสากล

นอกจากนี้ นายดอนไม่มีหน้าที่ออกเอกสารสองฉบับจากกระทรวงการต่างประเทศ ยื่นผ่านนายวิษณุเพื่อให้ยื่นถึง พล.อ.ประยุทธ์เพื่อให้ถอนฟ้อง บ.ฟิลิปมอร์ริส ดังนั้นเข้าใจหรือยังว่าโดนเพราะอะไร ส่วนนายวิษณุที่ชอบทำท่าเก้ๆ กังๆ พูดยียวนตามสไตล์นั้น ก่อนหน้านี้ที่ไปเรียกข้าราชการ 29 คนที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีของบ.ฟิลลิปมอร์ริสซึ่งหนีภาษี ถามนายวิษณุว่าใช้อำนาจอะไร และที่นายวิษณุพยายามพูดครอบงำว่าเป็นเรื่องของ WTO แต่จริงๆแล้วเป็นเรื่องของบริษัทที่สำแดงราคาเท็จ หวังหลีกเลี่ยงภาษีอากร แม้ว่าจะพยายามช่วยกันทุกอย่างแต่ท้ายที่สุดก็ช่วยไม่สำเร็จเพราะไม่มีใครคล้อยตาม นายวิษณุอย่าคิดว่าเรียนกฎหมายมาคนเดียว ส่วนที่รัฐบาลเคยแก้ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ผ่าน สนช.โดยไม่ใช้มาตรา 44 ทำให้บ.ฟิลลิปมอร์ริสเสียค่าปรับลดลงอย่างน่าใจหายจาก 2 หมื่นกว่าล้านเหลือเพียง 1200 ล้านบาทนั้น คณะทำงานจะรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อนำไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเหล่านี้ต่อไป เพราะเป็นรัฐบาลที่สร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมือง
“คณะกรรมการกิจการพิเศษมองว่าไม่สามารถปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้ บริหารประเทศได้อีกต่อไป เรามีหลักฐานเชื่อได้ว่ารัฐบาลบริหารราชการส่อไปในทางทุจริต ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านหากมีหลักฐาน จะเสนอชื่อบุคคลที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามาเพิ่มเติม ทางคณะกรรมการก็ไม่ขัดข้องเพราะถือเป็นสิทธิ์” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ชาวบ้านตะเพิด​ ‘ศรีนวล’ ให้พ้นเก้าอี้ ส.ส. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405760?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชาวบ้านตะเพิด​ ‘ศรีนวล’ ให้พ้นเก้าอี้ ส.ส.

20 ธันวาคม 2562 – 15:20 น.
นางสาวศรีนวล​ บุญ​ลือ,ตะเพิดพ้นเก้าอี้,สสเขต8เชียงใหม่
เปิดอ่าน 3,561 ครั้ง

เชียงใหม่- ชาวบ้านเขต 8 รวมตัวขับไล่ “ศรีนวล” ลาออกจาก ส.ส. ชูป้ายด่ารุนแรง​”เหินฟ้า”อดีตส.ส.สอบตกท้าลาออกลงสมัครแข่งเชื่อชนะขาดพบปฏิทิน”แม้ว-ปู”อวยพรปีใหม่โผล่

เมื่อเวลา​ 13.30​ น.วันที่ 20 ธ.ค. 2562  ผู้​สื่อข่าว​รายงานว่า​ ที่หน้าเทศบาลตำบลแม่วาง อ.แม่วาง จ.​เชียงใหม่​ ​ชาวบ้านเขตเลือกตั้งที่ 8 ประกอบด้วย อ.จอมทอง อ.ดอยหล่อ อ.สันป่าตอง และ อ.แม่วาง รวมตัวประท้วงขับไล่​ นางสาวศรีนวล​ บุญ​ลือ​ ส.ส.เขต​ 8​ เชียงใหม่​ ว่าที่ส.ส.ใหม่ของพรรคภูมิใจ​ไทย​ อดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่

   อ่านข่าว :   ศรีนวล ยืนยันซบ ภท. – 2 ส.ส.จันทบุรี เข้า ชทพ.

คลิปที่ 2

​ในการประท้วงขับไล่​มีประชาชน​จาก​ อ.แม่วาง​ อ.จอมทอง​ อ.ดอยหล่อ​ และ​ อ.สันป่าตอง​ มารวมตัวประมาณ​ 300​ คน​ ได้มีการนำแผ่นป้ายด่าทอ​ ระบายความรู้สึกและแสดงความรู้สึกต่อความไม่พอใจ ต่อการกระทำของน.ส.ศรีนวล ที่ดำเนินกิจกรรมการเมือง ช่วงก่อนหน้านี้จนกระทั่งมีการย้ายข้างไปร่วมกับพรรค ร่วมรัฐบาล

โดยมีตัวแทนประชาชนทั้ง 4 อำเภอหมุนเวียนพูด ระบายความรู้สึก พร้อมกับเรียกร้องให้ น.ส.ศรีนวล ลาออกจาก ส.ส.แล้วมาลงเลือกตั้งใหม่ หากมั่นใจในตัวเองอย่างที่เคยบอกว่า น.ส.ศรีนวล ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็น ส.ส.ด้วยผลงานของตนเอง โดยมีการคุมเข้มรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ อย่างเต็​มที่

โดยในการขับไล่ครั้งนี้มี​ นายพิชิต​ ตามูล​ หรือดาบชิต​ อดีตแกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่​ มาเป็นแกนนำในวันนี้​

นอกจากนี้ยังมีนายธนเชษฐ์​ นามวงศ์​ หรือ​ เหินฟ้า​ หน้าเลื่อม​ ศิลปินล้านนา​ และอดีตผู้สมัคร​ส.ส.​เขต​ 2​ เชียงใหม่​ พรรคเสรีรวมไทย​ มาร่วมขับไล่และได้ให้สัมภาษ​ณ์กับผู้สื่อข่าวว่า​ เตรียม​จัดวิ่งไล่น.ส.ศรีนวล​ ในวันที่​ 4​ ม.ค​.ที่ตลาดทุ่งฟ้าบด​ อ.สันป่าตอง​ จ.เชียงใหม่

        “ผมขอท้า​น.ส.ศรี​นวล​ ลาออกแล้วมาลงสมัครแข่งกับผม​ หากมั่นใจว่าคะแนนเสียงที่ได้มาจากชาวบ้านในพื้นที่​ ไม่ใช่เพราะพรรค​ และผมเชื่อว่าผมชนะแน่นอน” นายธนเชษฐ์ กล่าว

ด้านนายพิชิต​ ตามูล​ หรือดาบชิต​ ได้เปิดเผยว่า สำหรับวัตถุประสงค์ของการรวมตัวกันในวันนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นการแสดงออกของภาคประชาชน ซึ่งประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงและวันนี้ได้มาใช้สิทธิ์ใช้เสียงของเขา ซึ่งการกระทำของนางสาวศรีนวลในการที่จะย้ายขั้วพรรคการเมืองไม่ใช่ความผิดอะไรมากมาย

นายพิชิต  กล่าวอีกว่า แต่คำพูดของ นางสาวศรีนวล ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ซึ่งภาษาที่มันสื่อออกมา เหมือนกับเป็นการพูดถากถางเยาะเย้ยกับประชาชนในลักษณะนั้น ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าโดนดูถูกในความเป็นมนุษย์ของเขา โดยเฉพาะคำพูดที่ว่าประชาชนในเขต 8 เชียงใหม่ สนับสนุนให้นางสาวศรีนวลย้ายพรรคการเมือง

“ผมว่ามันเป็นการทำร้ายความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ทำให้ในวันนี้พี่น้องในอำเภอแม่วาง จอมทอง ดอยหล่อ สันป่าตอง ถึงได้มารวมตัวกันเพื่อแสดงออก ผ่านสื่อต่างๆเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นนั้น แสดงให้เห็นว่า นางสาวศรีนวลไม่เหมาะที่จะเป็น ตัวแทนของประชาชนในพื้นที่อำเภอเขต 8 จังหวัดเชียงใหม่อีกต่อไป “นายพิชิต กล่าว

ผู้​สื่อข่าว​ราย​งานว่า​ พบมีการนำปฏิทิน​ปีใหม่ 2563 ที่มีภาพสองอดีตนายกรัฐมนตรี  นายทักษิณ​ ชินวัตร​ และนางสาว​ยิ่ง​ลักษณ์​​ ชิน​วัต​ร​ ​มาแจกด้วย​ โดยคาดว่าการชุมนุมจะสิ้นสุดลงในเวลา​ 16.​00 น. ของวันที่ 20 ธ.ค.2562

ทั้งนี้ จากการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 8 จ.เชียงใหม่ ที่ประกอบไปด้วย 4 อำเภอ คือ อ.สันป่าตอง อ. แม่วาง อ. จอมทอง และอ.ดอยหล่อ  ของวันที่ 26 พ.ค. 2562  จากจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 377 หน่วย

 

ผู้มีสิทธิ์จำนวน  163,823 คน  มาใช้สิทธิ์จำนวน 144,271 คน คิดเป็น 88.06%  ผลปรากฏว่า นางสาวศรีนวล บุญลือ ผู้สมัครหมายเลข 9 จากพรรคอนาคตใหม่ ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนถล่มทลายสูงถึง 75,819 คะแนน  ขณะที่นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ  ผู้สมัครหมายเลข4 จากพรรคพลังประชารัฐ ได้ 27,781 คะแนน

 

 ข่าว/ภาพ โดย ​เกรียงไกร​ รัตนา  ศูนย์เหนือ จังหวัดเชียงใหม่​ 

อุตตม เผยกำลังหารือ ออกสลากหาเงิน1.8หมื่นล.ผลิตหมอนยาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405734?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

อุตตม เผยกำลังหารือ ออกสลากหาเงิน1.8หมื่นล.ผลิตหมอนยาง

20 ธันวาคม 2562 – 13:56 น.
อุตตม ขานรับแนวคิดธรรมนัส,ออกสลากหาเงิน18หมื่นล,ผลิตหมอนยาง
เปิดอ่าน 199 ครั้ง

อุตตม เผยกำลังหารือแนวคิด ธรรมนัส ออกสลากหาเงิน 1.8 หมื่น ล.ผลิตหมอนยางประชารัฐ ระบุ โครงการจะต้องมีความชัดเจนและสร้างประโยชน์ที่ชัดเจน

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เสนอให้ออกสลากการกุศล เพื่อนำไปผลิตหมอนยางประชารัฐ 30 ล้านใบ มูลค่า 18,000 ล้านบาทว่า  ทาง ร.อ.ธรรมนัส ได้เข้ามาหารือเบื้องต้นถึงแนวทางดังกล่าวแล้ว ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกสลากการกุศลเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือภาคการเกษตร โดยขณะนี้สำนักสลากอยู่ระหว่างหารือกับอ.ต.ก.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพิจารณาตามข้อกฎหมายว่าสามารถทำได้หรือไม่
นายอุตตม กล่าวว่า คงต้องหารือกันก่อนว่าจะทำได้หรือไม่ โดยต้องดูว่าโครงการเป็นประโยชน์ไหม แม้ว่าที่ผ่านมาในการออกสลากจะไม่เคยนำไปใช้ในการช่วยเหลือเกษตรกรหรือทางเศรษฐกิจ ก็ต้องดูว่าสิ่งใหม่ๆ ที่จะทำนี้สามารถทำได้หรือไม่ มองว่าอาจทำได้หากเกิดประโยชน์ มีความรัดกุม ไม่เกิดความเสียหาย และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ก็อยู่ในข่ายที่จะสามารถพิจารณาให้สามารถทำได้
“ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างหารือ คิดว่าได้ข้อสรุปในไม่ช้า ซึ่งโครงการจะต้องมีความชัดเจนและสร้างประโยชน์ที่ชัดเจน และเมื่อทุกอย่างชัดเจนจะเข้าสู่ขั้นตอนกฎหมายที่จะออกสลาก คือ เสนอ ครม. “นายอุตตมกล่าว
นายอุตตม    กล่าวต่อว่า หากต้องออกสลากมาใช้ในโครงการผลิตหมอนยางประชารัฐ ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่มีเงินแล้วจึงต้องหาเงินด้วยการออกสลากโดยยืนยันว่าเงินยังมีอยู่ แต่ร.อ.ธรรมนัสประสงค์ดีรับผิดชอบในเรื่องเกษตรก็มาหารือว่ามีกลไกอะไรบ้างที่จะหาเงินมาช่วยเหลือได้นอกเหนือจากใช้งบประมาณ

“ขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างหารือ คิดว่าได้ข้อสรุปในไม่ช้า ซึ่งโครงการจะต้องมีความชัดเจนและสร้างประโยชน์ที่ชัดเจน และเมื่อทุกอย่างชัดเจนจะเข้าสู่ขั้นตอนกฎหมายที่จะออกสลาก คือ เสนอ ครม. “นายอุตตมกล่าว
นายอุตตม    กล่าวต่อว่า หากต้องออกสลากมาใช้ในโครงการผลิตหมอนยางประชารัฐ ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไม่มีเงินแล้วจึงต้องหาเงินด้วยการออกสลากโดยยืนยันว่าเงินยังมีอยู่ แต่ร.อ.ธรรมนัสประสงค์ดีรับผิดชอบในเรื่องเกษตรก็มาหารือว่ามีกลไกอะไรบ้างที่จะหาเงินมาช่วยเหลือได้นอกเหนือจากใช้งบประมาณ

กมธ.เกษตรฯวุฒิ ลุยพื้นที่ติดตาม บางระกำโมเดล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405738?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กมธ.เกษตรฯวุฒิ ลุยพื้นที่ติดตาม บางระกำโมเดล

20 ธันวาคม 2562 – 13:55 น.
พลอฉัตรชัย สาริกัลยะ,ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี,บางระกำโมเดล,กมธเกษตรฯ
เปิดอ่าน 125 ครั้ง

กมธ.เกษตรและสหกรณ์ และวุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตาม โครงการบางระกำโมเดล จ.พิษณุโลก ภายใต้การปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เร่งทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ติดตามการทำงานตามนโยบายรัฐบาล ผ่านโครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน โครงการบางระกำโมเดล โครงการเกษตรแปลงใหญ่ และโครงการพัฒนาศักยภาพขบวนการผลิตสินค้า พื้นที่พิษณุโลก ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

คลิปที่ 2

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ  ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พร้อมคณะกรรมาธิการการเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก เพื่อติดตามโครงการ การจัดหาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทาน จากตัวแทนจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ติดตามการทำงานตามนโยบายของรัฐบาล ที่กำหนดบทบาทหน้าที่ไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ให้ฝ่ายนิติบัญญัติ วุฒิสภามีหน้าที่ในการติดตามการปฏิรูปประเทศ และแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แม้สมาชิกวุฒิสภาจะไม่มีอำนาจในการสั่งการแบบรัฐบาล แต่จะเป็นส่วนเสริมในการผลักดันสะท้อนปัญหาต่อฝ่ายบริหารให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่

ซึ่งจากการลงพื้นที่ บ้านแม่ระหัน ตำบลบ้านกร่าง จ.พิษณุโลก เพื่อดูสภาพพื้นที่และการบริหารจัดการน้ำ โครงการบางระกำโมเดล ที่ได้ริเริ่มไว้ตั้งแต่สมัย พล.อ.ฉัตรชัย ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งปี 60-62 ได้จับเข่าคุยกับเกษตรกรในพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหา โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อย คือ กลุ่มผลิต กลุ่มปัจจัยการผลิต กลุ่มสหกรณ์ และกลุ่มปฏิรูป และได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าภาพรวมของปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยโดยเฉพาะ 4 เขื่อนหลัก เขื่อนภูมิพล 42%เขื่อนสิริกิติ์ 52% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 28% และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน  มีปริมาณน้ำประมาณ 48% เท่านั้น เนื่องจากฝนไม่ตกตามฤดูกาลและปริมาณฝนต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ซึ่งพล.อ.ฉัตรชัย ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมการในด้านการบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือ ไว้รองรับภัยแล้งในปี 2563 และอาจจะใกล้เคียงกับการเกิดวิกฤตภัยแล้งในปี 2558

ขณะที่การลงพื้นที่ดูนาแปลงใหญ่ จ.พิษณุโลกมีการดำเนินการทั้งหมด 331แปลง มีเกษตรกรเข้าร่วม 1,720 ราย พื้นที่ 41,382 ไร่ ลดต้นทุนการผลิตได้ 848 บาทต่อไร่ สร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร 2,000.-บาทต่อไร่ หลังมีการริเริ่มดำเนินการในขั้นต้นไว้แล้ว อยากให้หน่วยงานหาแนวทางดำเนินการต่อไปในขั้นกลางและขั้นปลาย โดยชุมชนจะต้องเข้ามาบริการจัดการด้วยตัวเอง ผู้จัดการต้องไม่ใช่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และต้องมีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาใช้ ซึ่งรัฐบาลอาจจะต้องเปิดให้เกษตรกรกู้เพิ่มเติม รวมทั้งต้องบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะในปี 63 ที่กำลังรองบประมาณที่จะมาถึง เพื่อให้งานทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย  ยังฝากกำชับส่วนราชการว่า รัฐบาลมีนโยบายออกมามากมาย แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบรายละเอียด จึงขอให้เร่งประชาสัมพันธ์งานต่างๆให้เข้าถึงประชาชนและเกษตรกรได้รับรู้ด้วย

A sea of yellow awaits visitors in Phayao #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/travel/30379685?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

A sea of yellow awaits visitors in Phayao

Dec 21. 2019
By The Nation

1,050 Viewed

Lush blossoms of sunn hemp on a 100-rai field in the Dok Khamtai district of Phayao province have been a treat for tourists coming from all over the country to experience its seasonal beauty.

A sea of bright yellow flowers greets the visitors with the hills in the distance serving as a backdrop.

The locals had planted the sunn hemp to help improve the quality of the soil and to sell the seeds.

The hemp is entering its blooming period and will bloom again before the seeds are ripe to be collected.

The field is easy to access, encouraging hundreds of tourists every day to visit one of the most beautiful spots in Phayao until the end of the year.