ชลน่าน หวั่น ส.ว.หวงอำนาจไม่ร่วมมือแก้ รธน.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405618?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชลน่าน หวั่น ส.ว.หวงอำนาจไม่ร่วมมือแก้ รธน.

19 ธันวาคม 2562 – 19:14 น.
ชลน่าน,สวหวงอำนาจ,ไม่ร่วมมือแก้ รธน
เปิดอ่าน 42 ครั้ง

ชลน่าน หวั่น ส.ว.หวงอำนาจไม่ร่วมมือแก้ รธน. รับได้หาก พีระพันธุ์ นั่งประธาน หวังกมธฯตอบรับความหวังประชาชน

วันที่ 19   ธันวาคม 2562   นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ประชุมสภาเห็นชอบในการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ทุกพรรคการเมืองเห็นพ้องต้องกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาในทางปฏิบัติต้องแก้ไข  ส่วนใครจะมานั่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯซึ่งจากรายชื่อของคณะกรรมาธิการพบว่าเป็นหลายคนเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง

ส่วนกระแสข่าวที่ว่ารัฐมนตรีจะเสนอรายชื่อนายพีระพันธุ์   สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เข้ามาทำหน้าที่ประธานคณะกรรมาธิการนั้นก็ไม่มีปัญหา  เพราะเป็นคนที่มีประสบการณ์ ทั้งทางการเมืองและการบังคับใช้กฎหมาย   รวมทั้งมีความเป็นกลางทางการเมือง ที่ทุกพรรครับได้  ที่สำคัญไม่ว่าใครที่จะเข้ามานั่งในเป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดนี้ต้องมีความเป็นกลาง  สามารถนำความเห็นทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันทำงานได้  โดยสรุปหากไม่มีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ เชื่อว่าทางพรรคเพื่อไทยรับได้หากนายพีระพันธุ์เป็นประธานคณะกรรมาธิการ

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า การแก้ไขนั้นทางพรรคฝ่ายค้านเห็นควรให้มีการเปิดทางในการแก้ไขมาตรา 256 ไว้ เพื่อจะได้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หมายถึงการเปิดทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่กังวลว่าฝ่ายวุฒิสภาจะไม่เห็นด้วย ดังนั้นการแก้ไม่ง่ายเพราะวุฒิสภาคงไม่ยอมวางอำนาจง่ายๆ เพราะไปกระทบกับสิทธิประโยชน์และอำนาจของวุฒิสภา ดังนั้นเขาย่อมหวงแหนอำนาจเป็นธรรมดา จึงต้องดูท่าทีของวุฒิสมาชิกว่าจะมีท่าทีอย่างไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เปิดเมนู พรรคร่วมดินเนอร์ รวมพลัง สร้างชาติ ไร้หูฉลาม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405604?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เปิดเมนู พรรคร่วมดินเนอร์ รวมพลัง สร้างชาติ ไร้หูฉลาม

19 ธันวาคม 2562 – 18:10 น.
เปิดเมนูพรรคร่วมดินเนอร์,รวมพลัง สร้างชาติ,ไร้หูฉลาม
เปิดอ่าน 122 ครั้ง

“พรรคร่วม” ดินเนอร์ “รวมพลัง สร้างชาติ” เสิร์ฟเมนูอาหารจีน กระเพาะปลาผัดแห้ง หอยเชลล์พริกคั่ว ปลาเก๋าแดง นึ่งเต้าโซ่ ไร้เงา หูฉลาม”

19 ธ.ค.2562-เมื่อเวลา 17.00 น. บรรยากาศงานเลี้ยงสังสรรค์พรรคร่วมรัฐบาล นัดที่ 2 ภายใต้ชื่องานสัมมนา “พรรคร่วมรัฐบาล สร้างชาติ” เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เป็นเจ้าภาพในการจัดงานเลี้ยงดังกล่าว เพื่อเป็นการกระชับมิตร ซึ่งบรรดาส.ส.และรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาล เริ่มทยอยเดินทางมา อาทิ นายธาดาไชยเศรษฐ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย จังหวัด อุทัยธานี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

โดยเมนูอาหารในการจัดเลี้ยงประกอบด้วย กระเพาะปลาผัดแห้ง ขนมผักกาดผัดซอส กุ้ง-หอยเชลล์พริกคั่ว ไก่แช่เหล้า ปลาเงินทอด ซุปเสฉวนซีฟู๊ด ปลาเก๋าแดงนึ่งเต้าโซ่  ผักบ๊อกชอยผัดกระเทียม บะหมี่ ตุ๋นเป็ดอบใบชา  ส่วนของหวานเป็นบัวลอยแปะก๊วยน้ำขิง อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าเมนูอาหารในวันนี้ไม่มีเมนูหูฉลาม เหมือนรอบที่ผ่านมา แต่มี เมนูปลาเงินทอด มาแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยด้านหน้าสโมสรราชพฤกษ์ มีสื่อมวลชนเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์อยู่นอกรั้วจำนวนมาก เนื่องจากไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปยังบริเวณภายในสโมสรได้ ขณะเดียวกันการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง มาดูแลบริเวณโดยรอบสโมสรราชพฤกษ์

เพื่อไทย เชื่อ บิ๊กตู่ ไม่กล้าหักด่านประชาชน แก้ รธน.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405587?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เพื่อไทย เชื่อ บิ๊กตู่ ไม่กล้าหักด่านประชาชน แก้ รธน.

19 ธันวาคม 2562 – 17:11 น.
เพื่อไทย,บิ๊กตู่,ไม่กล้าหักด่านประชาชน แก้ รธน
เปิดอ่าน 71 ครั้ง

เพื่อไทย เชื่อ บิ๊กตู่ ไม่กล้าหักด่านประชาชน หวังกรรมาธิการเดินหน้าศึกษาแก้รธน.ตามกรอบเวลา 

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน   เปิดเผยว่า รายชื่อคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สภาแต่งตั้ง ถือว่ารับได้และมีความหลากหลายมากทางความคิด เป็นจุดดีของคณะกรรมาธิการ มีทุกสีทุกกลุ่มการเมือง ก็น่าจะเป็นคณะกรรมาธิการที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นกับผลการทำงานของคณะกรรมาธิการ

ทั้งนี้เชื่อว่าคณะกรรมาธิการทุกคนก็รักษาสถานภาพตัวเองอยู่แล้วและพร้อมที่ทำงานเพื่อประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน อะไรที่มันไม่ดีก็ต้องแก้ไข เรื่องนี้กรรมาธิการ เชื่อว่าคณะกรรมาธิการทั้ง 49 ท่าน เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถเป็นคนเก่งแต่ละด้าน และอะไรที่มันไม่ดี หรือไม่สนกระแสสังคมก็จะสะท้อนไปที่ตัวคณะกรรมาธิการเอง

นายสมคิด กล่าวด้วยว่า การทำงานของคณะกรรมาธิการจะเป็นการทำงานภายใต้การจับตามองของประชาชนทุกภาค และประชาชนจะติดตามในทุกขั้นตอนการทำงาน  ดังนั้นผลที่ออกมาจะพิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาประเทศ ว่าสุดท้ายคณะกรรมาธิการจะทำเพื่อประชาชนหรือไม่

“ภายหลังครบกำหนดระยะเวลาในการศึกษาที่ขอไปจากสภา เชื่อว่ารัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแน่นอน เพราะไม่เชื่อว่าจะดึงเวลาออกไปให้นานกว่านี้ เพราะประชาชนจับตามองอยู่ หากจะดึงเวลาเนิ่นนานออกไปรัฐบาลก็ต้องตอบคำถามประชาชน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะนั่งทับผลการศึกษาหรือแสดงอารมณ์โมโหเกรี้ยวกราด ก็ให้เห็นหัวประชาชนที่รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้บ้าง อย่าเอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่นักเลย”นายสมคิดกล่าว

พีระพันธุ์ ถก บิ๊กตู่ จ่อช่วยอุดช่องสัญญาทำรัฐเจ๊ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405573?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พีระพันธุ์ ถก บิ๊กตู่ จ่อช่วยอุดช่องสัญญาทำรัฐเจ๊ง

19 ธันวาคม 2562 – 16:46 น.
พีระพันธุ์ช่วยงานบิ๊กตู่,พีระพันธุ์เข้าทำเนียบฯ
เปิดอ่าน 88 ครั้ง

พีระพันธุ์ ดอดเข้าทำเนียบฯถก “บิ๊กตู่” หลังนั่ง “ที่ปรึกษานายกฯ” จ่อ ช่วยอุดช่องโหว สัญญาโครงการทำรัฐเสียหาย คนเอี่ยวลอยนวล แย้ม พร้อมนั่ง “ปธ.กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ

19 ธ.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อสักการะ ศาลพระภูมิ และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่า ตำแหน่งของตนถือเป็นที่ปรึกษานายกฯ ทั่วไป ไม่ได้มีการมอบหมายให้รับผิดชอบงานด้านใดเป็นการเฉพาะ และจากการหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ จะรับผิดชอบงานในด้านกฎหมายและการดูแลเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ อย่างไรก็ตาม ห้องทำงานของตนบนตึกบัญชาการ 1 ตอนนี้ยังไม่เรียบร้อย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีชื่อเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และมีแนวโน้มนั่งเป็นประธานกมธ.นั้น มีความชัดเจนแล้วหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ และจากการที่ได้พูดคุยกับนายกฯ ก็ไม่ได้หารือถึงเรื่องดังกล่าว มีเพียงการพูดคุยเรื่องงานภายในทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ตนได้เห็นชื่อตัวเองอยู่เหมือนกัน และไม่ทราบว่ามีที่มาอย่างไร จนนาทีนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลย

เมื่อถามว่า ชื่อนายพีระพันธุ์ ที่ปรากฎมาในสัดส่วนของครม. หากในที่ประชุม กมธ.มีมติเลือกให้เป็นประธานกมธ.ก็พร้อมทำหน้าที่ทันทีใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “ถ้าได้รับเลือกก็ทำได้อยู่แล้ว มันไม่ต่างกับกรรมาธิการอื่นๆ เหมือนกันหมด เราอยู่ในสภาฯมานานแล้ว ทำหน้าที่ประธานมาก็หลายคณะแล้ว”

เมื่อถามอีกว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายเรื่องงานในด้านกฎหมายในรายละเอียดอย่างไรบ้าง นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการมอบหมายให้ดูเรื่องไหนเป็นพิเศษ การที่ตนได้หารือกับนายกฯในวันนี้ อาจจะต้องมีการศึกษาต่อไปว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ ต้องปรับปรุงอะไรบ้างหรือต้องเพิ่มกฎหมายอะไรหรือไม่ รวมถึงกฎระเบียบทางราชการที่ยังมีช่องโหว่อยู่

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็มีคนติดต่อให้มาช่วยงานได้หรือไม่ ซึ่งไม่ใช่คนในแวดวงการเมือง และไม่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขในการที่จะต้องเป็นสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่ง เมื่อถามว่าทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้มีการทาบทามให้เป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ นายพีระพันธุ์ ปฏิเสธทันทีว่าไม่มี ไม่มีจริงๆ ขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้ไปสังกัดที่ไหน มีเพียงการติดต่อมาให้ช่วยรัฐบาล เพราะมีคนเห็นว่าตนยังไม่ได้ทำอะไร อยู่เฉยๆ ในเมื่อว่างๆ ก็มาทำตรงนี้ก่อน

เมื่อถามว่า ในเรื่องกฎหมายและการป้องกันการทุจริตนั้น คิดว่ามีประเด็นใดสำคัญที่ต้องลงไปดู นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าที่ผ่านมา หลายรัฐบาลก็พยายามแก้ไข ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายอานันท์ ปัญยารชุน ได้ออกกฎหมาย เรื่องการร่วมกิจการงานของรัฐ เพื่อดูแลโครงการใหญ่ ต่อมาได้ออกกฎหมายป้องกันการฮั้ว แต่ทุกวันนี้มันออกไปในเชิงเรื่องของสัญญา และใช้ช่องโหว่ของสัญญาที่มีการเซ็น จนกลายเป็นว่ารัฐผิดสัญญาตลอด เพราะฉะนั้น คิดว่าควรจะต้องมีอะไรมากำกับดูแลการทำสัญญาโครงการของหน่วยงานของรัฐ เพื่อไม่ให้มีช่องโหว่กันอีก ถ้าไม่ควบคุมส่วนนี้ ก็จะมีคดีอีก ซึ่งก่อนหน้านี้มันเริ่มมาจากความเสียหายหลักพันล้าน จนกลายเป็นหมื่นล้านแสนล้าน แล้วจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร คงจะต้องศึกษาและเสนอนายกฯต่อไป รวมถึงคดีที่รัฐถูกฟ้อง ตลอดจนกฎระเบียบราชการที่ไม่ใช่กฎหมาย เป็นระเบียบปฏิบัติทั่วไป หากมีช่องโหว่ก็ต้องปรับปรุงเช่นเดียวกัน

“วันนี้คุยกับนายกฯ ในเรื่องแบบนี้เท่านั้นเอง ยังไม่เจาะจงว่าเป็นโครงการไหน เพราะผมเพิ่งมา ท่านก็ให้ผมลองศึกษาดู แล้วมาหารือกันว่าจะต้องเสนอกฎหมายใหม่หรือไม่ หรือต้องแก้กฎหมายอะไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามทุจริต แต่ผมไม่ได้มาดูกฎหมายของรัฐบาล ผมเป็นที่ปรึกษานายกฯ ก็แล้วแต่นายกฯ จะมอบหมายและที่ได้คุยกับท่านเมื่อเช้า อย่างน้อยผมคิดว่าประเด็นเรื่องพวกนี้จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองโดยรวม เพราะทุกวันนี้มันหนักขึ้นเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบที่เปิดช่องให้เกิดการทุจริตแบบนี้ได้ง่ายๆ และหาคนรับผิดชอบไม่ได้ คนที่เกี่ยวข้องก็รู้ว่าสุดท้ายไม่ต้องรับผิดชอบ ก็สบายกันใหญ่ เราต้องหาทางแก้ไข” นายพีระพันธุ์ กล่าว

คลิปที่ 3

412 เสียงตั้งกมธ.ศึกษาปัญหาละเมิดสิทธิปชช.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405568?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

412 เสียงตั้งกมธ.ศึกษาปัญหาละเมิดสิทธิปชช.

19 ธันวาคม 2562 – 16:26 น.
ตั้งกมธศึกษาปัญหาละเมิดสิทธิปชช
เปิดอ่าน 57 ครั้ง

สภา 412 เสียงตั้งกมธ.ศึกษาปัญหาละเมิดสิทธิปชช.เห็นชอบ มีไม่ลงคะแนน 1 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง โดยตั้งกมธ. 49 คน พิจารณาในระยะเวลา 60 วัน

รัฐสภา – 19 ธันวาคม 2562 – ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร  วาระพิจารณาญัตติด่วน กลุ่มว่าด้วยขอให้สภาฯ​ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อตรวจสอบ ศึกษา ติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกประทุษร้ายของประชาชน หลังจากส.ส.อภิปรายแสดงความเห็น โดยไม่พบการคัดค้านการตั้ง กมธ. ที่ประชุมได้ลงมติ โดยเสียงข้างมาก 412 เสียง เห็นชอบ มีไม่ลงคะแนน 1 เสียง และงดออกเสียง 1 เสียง โดยตั้งกมธ. 49 คน พิจารณาในระยะเวลา 60 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับการอภิปรายในช่วงท้าย ได้เน้นหนักถึงปัญหาการละเมิดสิทธิเสรีภาพ และกระบวนการยุติธรรมที่มีปัญหาในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดย นาซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เกิดจากข้อผิดพลาดเรื่องการกำหนดนโยบายรัฐบาลทั้งอดีต และปัจจุบัน รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่มีการละเมิดสิทธิการเคลื่อนไหวการต่อสู้ เพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ การละเมิดสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนใต้ เกิดขึ้นซ้ำซาก ซึ่งเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้มีอำนาจ จึงขอฝากกมธ.ศึกษากรณีนี้ และทำความจริงให้ปรากฎในทุกเรื่อง

ด้าน นายอับดุลลายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ ของจังหวัดชายแดนใต้มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ และพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ทีบังคับใช้ในพื้นที่ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเสมอภาคในสิทธิและเสรีภาพ จึงต้องมีการสร้างความเข้าใจ สร้างความรู้สึกร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิดกันอีกต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือเรื่องของรถป้ายทะเบียน 3 จังหวัดใต้ เมื่อไปจอดพื้นที่อื่นแล้วโดนขีดข่วน ซึ่งถือเป็นการละเมิดอย่างหนึ่ง เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะแบบก็นี้มีการย้ายป้ายทะเบียนไปจังหวัดอื่น เกิดการสูญเสียรายได้ให้กับท้องถิ่น ความเสียหายเกิดขึ้นมหาศาลปีละเกือบร้อยล้านบาท ตนขอฝากว่าการพัฒนาในเขตพื้นที่เราก็ไม่อยากเสียโอกาส จึงอยากให้พิจารณาต้นเหตุของการใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น.

อมรัตน์ ยกเหตุดูถูกเพนกวิ้นหนุนตั้งกมธ.สอบละเมิด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405555?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

 อมรัตน์ ยกเหตุดูถูกเพนกวิ้นหนุนตั้งกมธ.สอบละเมิด

19 ธันวาคม 2562 – 15:28 น.
ชวน หลีกภัย,ประชุมสภา,กมธสอบเหตุละเมิดมนุษยชน
เปิดอ่าน 103 ครั้ง

อมรัตน์ ยกเหตุ ลูกน้องชวน ดูถูก เพนกวิ้น หนุนตั้งกมธ.สอบเหตุละเมิดมนุษยชน เจอ “ชวน” สวนรู้คนอยู่เบื้องหลัง หากอยากทราบ ขอให้พบส่วนตัว 

รัฐสภา 19 ธันวาคม 2562 – “อมรัตน์” ยกเหตุ ลูกน้องชวน ดูถูก “เพนกวิ้น” หนุนตั้งกมธ.สอบเหตุละเมิดมนุษยชน เจอ “ชวน” สวนรู้คนอยู่เบื้องหลัง หากอยากทราบ ขอให้พบส่วนตัว

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม​ฯ ช่วงพิจารณาญัตติด่วน กลุ่มว่าด้วย คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อตรวจสอบ ศึกษา ติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกประทุษร้ายของประชาชน

ตอนหนึ่งในการอภิปรายของ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวต่อพฤติกรรมคุกคามนักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งกล่าวพาดพิงคณะทำงานของนายชวน ระหว่างเข้ารับหนังสือของ นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ยื่นหนังสือและมอบพจนานุกรม หลังจากที่สภาฯ มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการลงมติใหม่ และลงคะแนนใหม่

ทั้งนี้คณะทำงานของนายชวน ใช้คำพูดดูถูกเยาวชน เช่น ใครอยู่เบื้องหลัง  และรับจ้างมา นอกจากนั้นในเหตุการณ์แฟลซม็อบ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการชุมนุมโดยสงบครั้งแรก ที่ประชาชนสะท้อนถึงความอึดอัดทางการเมือง ขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจรัฐ ให้ความเคารพต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ และตนสนับสนุนให้ตั้งกมธ.ฯ ศึกษาเรื่องดังกล่าว

จากนั้นนายชวน ชี้แจงว่า ตนได้รับรายงานจากคณะทำงานและทราบข้อเท็จจริงว่าในวันดังกล่าว มีนักการเมืองช่วยส่งสัญญาณยุอยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้ตนทราบรายละเอียดอีกประเด็นจากกลุ่มนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่เข้าให้กำลังใจตนเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 19 ธันวาคม ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นเดียวกับนักศึกษาที่มาแถลงข่าว ว่านักศึกษาคนนั้นมีความเกี่ยวโยงอย่างไรกับลูกของนักการเมืองคนหนึ่ง

ทำให้นางอมรัตน์ประท้วงและชี้แจงด้วยว่านักการเมืองที่นายชวนระบุ อาจหมายถึงคนที่อยู่พรรคเดียวกับตน แต่วันดังกล่าวนักการเมืองรายนั้นยืนต่อคิวเพื่อแถลงข่าวเท่านั้น ซึ่งนายชวน กล่าวตอบว่า ตนทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และตนไม่เคยพูดให้ร้ายใคร หากนางอมรัตน์อยากทราบข้อเท็จจริงขอให้มาพบตนเป็นการส่วนตัว

ฟอร์ดเส้นทางสีแดง เปิดระดมทุนตั้งพรรค ยันไม่ใช่พรรคสำรอง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405542?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ฟอร์ดเส้นทางสีแดง เปิดระดมทุนตั้งพรรค ยันไม่ใช่พรรคสำรอง

19 ธันวาคม 2562 – 15:19 น.
ฟอร์ด์เส้นทางสีแดง,ฟอร์ด์แดงระดมทุนตั้งพรรค
เปิดอ่าน 137 ครั้ง

“ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” จ่อตั้งพรรคการเมือง รวมตัวนักกิจกรรมคนเสื้อแดง ยันไม่ใช่พรรคสำรอง ขณะที่เจ้าตัวโพสต์เฟซบุ๊กขอระดมทุน ผู้สนับสนุนโอนเงินเข้าบัญชีได้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) -19 ธ.ค.2562 นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กล่าวภายหลังเข้าขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการจดจัดตั้งพรรคการเมืองต่อกกต. ว่า ตนต้องการจัดตั้งพรรคการเมืองของคนเสื้อแดง

โดยได้เตรียมไว้ 2 ชื่อคือ พรรคเส้นทางสีแดง และพรรคประชาชนอยากเลือกตั้ง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรคจำนวน 15 คน มายื่นขอจัดตั้งพรรคเส้นทางสีแดง จากนั้นจะไปหาสมาชิกให้ได้ครบ 500 คน ภายใน 180 วัน ตามที่กฎหมายพรรคการเมืองกำหนด อย่างไรก็ตาม ตนคาดการณ์ว่ารัฐบาลไม่น่าจะอยู่รอดถึงสิ้นปี 2563 โดยกลางปีหน้าก็น่าจะมีการเลือกตั้ง  ซึ่งคนเสื้อแดงพูดถึงเรื่องของการจัดการตั้งพรรคการเมืองมาตลอด แต่ก็ไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด ตนจึงขอเป็นตัวแทนที่จะเป็นผู้เริ่มก่อตั้งพรรคของคนเสื้อแดงอย่างแท้จริง แต่การทำหน้าที่ของพรรคก็จะถือว่าเป็นตัวแทนของคนไทยทุกสีเสื้อที่รักประชาธิปไตย

“ผมและเพื่อนๆที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองเราทำมาตลอด 9 ปี ไม่มีครั้งไหนที่ไม่ประสบความสำเร็จ นี่คือจุดแข็งของเรา โดยพรรคเราจะเป็นการรวมกลุ่มกันของนักกิจกรรมของคนเสื้อแดงทั้งหมด จึงไม่ต้องกลัวอะไรที่จะต้องเข้ามาสู่ระบบด้วยการตั้งพรรคการเมือง และคิดว่าถ้าถึงเวลาเลือกตั้งเราจะประสบความสำเร็จ ยืนยันว่าพรรคของเราไม่ใช่พรรคสำรองของใคร เพราะการเคลื่อนไหวของตัวผมเองที่ผ่านมาก็ไม่ได้เกี่ยวของกับพรรคการเมือง หรือนักการเมืองคนไหน แต่เราทำเพื่อคนไทยทุกสีเสื้อ” นายอนุรักษ์กล่าว

อย่างไรก็ตามนายอนุรักษ์ ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อผู้ร่วมก่อตั้งพรรคจำนวน 15 คน ว่ามีใครบ้างโดยเฉพาะแกนนำคนเสื้อแดง โดยระบุเพียงว่าส่วนใหญ่จะเป็นผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยกัน เช่นกลุ่มรณรงค์อยากเลือกตั้ง กลุ่มนักปั่นจักรยานเส้นทางสีแดง กลุ่มรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงเชื่อมั่นว่าด้วยชื่อของตัวเองจะสามารถระดมสมาชิกพรรคก่อตั้งพรรคได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้นายอนุรักษ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อว่า “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” แจ้งการจะเดินทางมาของทราบขั้นตอนการตั้งพรรคการเมือง พร้อมขอรับการสนับสนุนโดยให้ผู้ที่ต้องการสนับสนุนสามารถโอนเงินไปเข้าบัญชีของนายอนุรักษ์ ได้

ธนาธร-อนค.ลุยฟ้องกกต.-กก.วินิจฉัยยุบพรรค

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405541?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ธนาธร-อนค.ลุยฟ้องกกต.-กก.วินิจฉัยยุบพรรค

19 ธันวาคม 2562 – 14:51 น.
ธนาธร,กกต,ฟ้อง,อนาคตใหม่
เปิดอ่าน 87 ครั้ง

ลุ้น ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง 6 ม.ค.ปีหน้า ขณะที่คดีฟ้อง 7 กกต. เร่งรัดคดีหุ้นสื่อ รอฟังคำสั่ง 24 ธ.ค.นี้

19 ธันวาคม 2562 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และ “พรรคอนาคตใหม่”

ร่วมกันเป็นโจทก์ที่ 1-2 ยื่นฟ้อง นายเกรียงศักดิ์ ม่วงอ่อน ประธานคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคดียุบพรรค อนค. ,นายนิยต ดำรงประภักดิ์ ,นายสุชาติ เพชรอาวุธ ทั้งสองเป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน , พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. , นางสุกัญญา รัตนนาคินทร์ , พล.ท.สมชาย ชัยวณิชยา ,พ.ต.อ.ชนะชัย ลิ้มประเสริฐ ทั้งสาม เป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย , นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. , นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์

นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย , นายฉัตรชัย จันทร์พรายศรี , นายปกรณ์ มหรรณพ , นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ , นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ทั้งเจ็ดเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นจำเลยที่ 1-14 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 69 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 86

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 8 ก.ค.-11 ธ.ค.62 คณะกรรมการ กกต.จำเลยที่ 8-14 ได้แต่งตั้งจำเลยที่ 1-3 ให้เป็นประธานกับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อรวบรวมหลักฐานและแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร้องกล่าวหานายธนาธร หัวหน้าพรรคและพรรค อนค.โจทก์ที่ 1-2 ว่ากระทำฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองหรือไม่

โดยอ้างว่าโจทก์ที่ 1 ให้พรรคอนค.โจทก์ที่ 2 กู้ยืมเงินจำนวน 191,200,000 บาท โดยประธานและคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ จำเลยที่ 1-3 ทราบระเบียบแล้วแต่ไม่ได้กระทำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอน กลับร่วมกันทำรายงานการไต่สวนพร้อมทั้งสรุปสำนวนการสืบสวนและไต่สวนเสนอจำเลยที่ 4 เพื่อพิจารณาทั้งที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับโจทก์ทั้งสอง จึงถือได้ว่ายังไม่มีการไต่สวนตามกฎหมายและเป็นการละเว้นการกระทำอันมิชอบ

ขณะที่เลขาธิการ กกต.จำเลยที่ 4 ก็ทราบดีอยู่แล้วว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการหรือสั่งการให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดำเนินการแจ้งข้อกล่าวแก่โจทก์เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจำเลยที่ 4 ส่งสำนวนการสืบสวนและไต่สวนให้จำเลยที่ 5-7 ซึ่งเป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัย  อันเป็นการเร่งรัดคดีกลั่นแกล้งโจทก์ทั้งสองต่อไป

ส่วนจำเลยที่ 5-7 ก็มีมติเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลที่มีเขตอำนาจดำเนินการต่อไปและส่งสำนวนการสืบสวนและไต่สวนให้จำเลยที่ 8-14 ซึ่งเป็นคณะกรรมการ กกต.พิจารณาโดยไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้องเสียก่อน โดยหากจำเลยที่ 5-7 เห็นว่าสำนวนการสืบสวนหรือไต่สวนยังไม่ถูกต้องก็มีอำนาจส่งเรื่องกลับไปให้เลขาธิการ กกต.จำเลยที่ 4 ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายหรือมอบหมายให้จำเลยที่ 1-3 ดำเนินการ

ส่วนคณะกรรมการ กกต.จำเลยที่ 8-14 ก็ทราบอยู่แล้วว่าสำนวนการสืบสวนและไต่สวนยังไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับร่วมกันลงมติให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสองตามสำนวนการสืบสวนและไต่สวนดังกล่าว โดยมีมติเสียงข้างมากให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค อนค.โจทก์ที่สอง มติของจำนวนที่ 8-14

จึงเป็นผลมาจากการร่วมกันกระทำโดยจงใจละเมิดต่อกฎหมาย  และเป็นการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองที่ถูกริดรอนสิทธิที่จะรับทราบข้อกล่าวหา , ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา , เสนอพยานหลักฐาน หรือต่อสู้คดีตามสิทธิในกระบวนการยุติธรรม

โดยศาลรับไว้ในสารบบคดีหมายเลขดำ อท.185/2562 ซึ่งศาลกำหนดนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องว่าจะรับคำฟ้องนี้ไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ต่อไปหรือไม่ ในวันที่ 6 ม.ค.2563 เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ “นายธนาธร” หัวหน้าพรรค อนค. ก็ได้ยื่นฟ้อง กกต.ทั้งคณะ 7 คนไปเมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 เป็นคดีหมายเลขดำ อท.168/2562 ในความผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 69 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เช่นกัน

ทั้งนี้จากกรณีวันที่ 25 มี.ค. – 16 พ.ค.62 ดำเนินกระบวนการสืบสวนไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงกล่าวหาโจทก์ถือหุ้นในบริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด โดยการแสวงหาข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นกระแสความและเร่งรัดการลงมติและยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ “เลขาธิการ กกต.” ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมส่งเอกสารส่งศาลภายในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ และให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาชั้นตรวจฟ้องอีกครั้งวันที่  24 ธ.ค.นี้ เวลา  10.00 น.

สุทิน ยก โภคิน-บัญญัติ เหมาะสมปธ.กมธ.แก้รธน.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405525?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สุทิน ยก โภคิน-บัญญัติ เหมาะสมปธ.กมธ.แก้รธน.

19 ธันวาคม 2562 – 14:26 น.
ปธกมธแก้รธน
เปิดอ่าน 86 ครั้ง

“สุทิน” ยก “โภคิน-บัญญัติ” เหมาะสม ปธ.กมธ.แก้รธน. ยอมรับหมดทางสู้เสนอคนแข่ง จี้ “รบ.” จริงใจแก้รธน. ผ่านให้ตำแหน่งรองปธ.คนที่หนึ่ง ให้ฝ่ายค้าน

รัฐสภา – 19 ธันวาคม 2562 –นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการอภิปรายส.ส.​เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ในญัติด่วน ให้สภาฯ​ตั้งกมธ.ฯ มีผู้อภิปรายสนับสนุนให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธานกมธ.ฯ  ว่า ส่วนตัวมองว่านายพีระพันธุ์ เป็นเพียงผู้ที่มีความเหมาะสมระดับพอใช้ แต่ไม่ใช่บุคคลที่เหมาะสมที่สุด

อ่านข่าว-เสียงเอกฉันท์ 445 ตั้งกมธ.ศึกษาแก้รธน.ประชุมนัดแรก 24 ธ.ค.

ทั้งนี้ตนยอมรับในประสบการณ์ของนายพีระพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับจากสังคม แต่บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธานกมธ. ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นบุคคลที่มีความเป็นกลาง แม้ใจไม่เป็นกลาง แต่ต้องมีวุฒิภาวะ เป็นบุคคลที่มีความหิริโอตัปปะ  ส่วนตัวมองว่าบุคคลที่เหมาะสมเป็นประธานกมธ.ฯ​มากที่สุด คือ        นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย รองลงมาคือ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  

“หากจะลงมติสู้กัน ฝ่ายค้านคงสู้ฝั่งรัฐบาลไม่ได้แน่นอน เพราะเสียงข้างมากเป็นของกลุ่มพรรคร่วมรัฐบาล แต่เพื่อให้แสดงถึงความใจกว้างของฝั่งรัฐบาลรวมถึงความจริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรให้ตำแหน่งรองประธานกมธ.ฯ คนที่หนึ่ง ให้กับพรรคฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตามการพิจารณาเนื้อหาเพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น กลุ่มพรรคฝ่ายค้านเตรียมนำเสนอพิมพ์เขียวให้กมธ.ฯ​พิจารณา แต่จะมีรายละเอียดถึงเรื่ององค์คณะ และระยะเวลาที่แก้ไข ยังไม่ถึงขั้นลงรายละเอียด” นายสุทิน กล่าว.

โรม ย้ำกระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา หลังคดี จ่านิว ไม่คืบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/405519?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โรม ย้ำกระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา หลังคดี จ่านิว ไม่คืบ

19 ธันวาคม 2562 – 13:23 น.
รังสิมันต์​ โรม,โรมอภิปราย,กระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา
เปิดอ่าน 82 ครั้ง

“โรม” อภิปรายกลางสภาฯ ย้ำกระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา หลังคดี “จ่านิว” ไม่คืบ เชื่อสังคมมอง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” อยู่เบื้องหลัง 

รัฐสภา – 19 ธันวาคม 2562 -ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาญัตติด่วน กลุ่มว่าด้วยขอให้สภาฯ​ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อตรวจสอบ ศึกษา ติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกประทุษร้ายของประชาชน ซึ่ง ส.ส.​เข้าชื่อเสนอจำนวน 8 ญัตติ ทั้งนี้ มีบางญัตติที่ถูกจัดกลุ่มรวมกันนั้น ขอให้ศึกษาต่อประเด็นนักกิจกรรมทางการเมืองถูกประทุษร้าย และการละเมิดสิทธิของผู้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้ตอนหนึ่งของการนำเสนอญัตติ นายรังสิมันต์​ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งร่วมเสนอญัตติให้ตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริง กรณีกรลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง อภิปรายว่า กระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา เพราะเหตุการลอบทำร้ายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว โดยชายฉกรรจ์ ไม่สามารถจับกุมบุคคลก่อเหตุดำเนินคดีได้ โดยตนเชื่อว่าคดีดังกล่าวจะถูกดอง

อย่างไรก็ตามประชาชนในสังคมต้องการความปลอดภัย คู่กับการมีเสรีภาพต่อการแสดงออกทางการเมือง แต่เหตุการณ์ทำร้ายคนที่เห็นต่างทางการเมือง ซึ่งแสดงออกว่าาต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอย่างชัดเจน ตนมีข้อสังเกตสำคัญคือ คนก่อเหตุเลือกกระทำบุคคลที่แสดงการต่อต้าน คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ชัดเจน

โดยบุคคลที่กระทำการจะปิดบังใบหน้า และมีบุคคลพาหลบหนี ทั้งนี้ทุกเหตุการณ์ประทุษร้าย 13 ครั้ง แจ้งความกับตำรวจทุกครั้ง แต่จับได้เพียง 2 คดี ซึ่งเกิดจากผู้ก่อการปฏิบัติการฉายเดี่ยว ไม่มีระบบ ซึ่งตนขอตั้งสังเกตว่าหากปฏิการอย่างเป็นระบบกระบวนการยุติธรรมไม่สามารถจับกุมได้ ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ รองนายากฯ​มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายนายสิรวิชญ์ใช่หรือไม่  ส่วนการนำเสนอเรื่องดังกล่าาวไม่ใช่เฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้อกับคน 3 คน แต่เป็นปัญหาความยุติธรรมเป็นปัญหาระดับชาติ ท้องถิ่น และปาากซอย ที่เกิดขึ้นทั่วทุกแห่งของสังคม และเกิดขึ้นตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งแรก และการรัฐประหารครั้งแรก จนถึงรัฐประหารครั้งนี้

นายรังสิมันต์ อภิปรายแล้วเสร็จ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ทักท้วงต่อการอภิปรายผ่านประธานในที่ประชุม โดยขอให้อยู่ในกรอบตามเอกสารเสนอญัตติไม่ใช่การอภิปรายในลักษณะให้ความเห็นสนับสนุนญัตติ อีกทั้งการอภิปรายนำเสนอควรให้เป็นไปตามข้อบังคับ ทำให้นายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภาฯ​คนที่สอง ฐานะประธานที่ประชุม ชี้แจงว่า ตนต้องเปิดโอกาสให้ผู้สนับสนุนญัตติอภิปรายแทนผู้เสนอญัตติ คือ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ไม่เช่นนั้นจะถูกฝ่ายค้านมองว่าตนทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง อย่างไรก็ตามแนวทางที่นพ.ชลน่านระบุนั้นตนขอให้ยึดปฏิบัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ญัตติอีก 7 ญัตติ ผู้เสนอได้อภิปรายโดยย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พบว่าประชาชนถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และมีกรณีการอุ้มหายหลายกรณี ทั้งนี้มีรายงานจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แจ้งว่าจะสนับสนุนให้ตั้งกมธ.ตามญัตติที่เสนอ เพราะมองว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องที่มีผลกระทบกับประชาชนกว้างขวาง และไม่ใช่เรื่องที่กระทบต่อรัฐบาลหรือ อดีตคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)