‘นวลพรรณ ลํ่าซำ’คว้ารางวัลสตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458365

‘นวลพรรณ ลํ่าซำ’คว้ารางวัลสตรีผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ให้เกียรติเป็นประธานและมอบรางวัล “Influential Women Awards 2019” ให้แก่ นางนวลพรรณล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซีในงาน 2019 Asia CEO Summit & Awards Ceremony ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อมอบรางวัลให้แก่องค์กรที่มีการบริหารโดดเด่น รวมทั้งผู้บริหารองค์กรสตรีที่มีความโดดเด่นณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้

รางวัล “Influential Women Awards 2019” นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับสตรีผู้เป็นตัวแทนแห่งความสำเร็จ และเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด มีความเป็นผู้นำ เปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ และยึดถือหลักคุณธรรมทำงานสร้างประโยชน์แก่สังคม โดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง ได้กล่าวบนเวทีหลังขึ้นรับรางวัลว่า “แป้งขอขอบคุณจากหัวใจสำหรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ แป้งเชื่อเสมอว่า ถ้าเรามีความตั้งใจจริงซื่อสัตย์ในการทำงาน มีแพชชั่นในสิ่งที่ทำ มองโลกในแง่บวก และไม่ยอมแพ้ เราจะไปถึงความฝันได้สำเร็จ รางวัลนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้แป้งมุ่งมั่นทำงานต่อไป รวมถึงเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงอีกหลายคนกล้าที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และมุ่งมั่นเดินตามฝันของตัวเอง”

ชวนนักชิมลิ้มรสเมนูพิเศษกว่า 90 เมนู ด้วยผลิตผลโครงการหลวงจากยอดดอย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458364

ชวนนักชิมลิ้มรสเมนูพิเศษกว่า 90 เมนู ด้วยผลิตผลโครงการหลวงจากยอดดอย

วันศุกร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มูลนิธิโครงการหลวง โดยการสนับสนุนจากสยามพารากอน และกูร์เมต์ มาร์เก็ตชวนนักชิมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับเมนูเลิศรสด้วยผลิตผลโครงการหลวงจากยอดดอย คุณภาพพรีเมียม จาก 37 ร้านอาหารชั้นนำ ที่ตั้งใจรังสรรค์เมนูสุดพิเศษกว่า 90 เมนู ในงาน Royal Project Gastronomy @Siam Paragon ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ที่ สยามพารากอน

กว่า 50 ปีของการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ที่เริ่มต้นจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ทำให้เหล่าเกษตรกรชาวเขาบนพื้นที่สูงมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพสุจริต สามารถปลูกพืชผัก ผลไม้เมืองหนาวนานาชนิด ที่สร้างรายได้ทดแทนการปลูกฝิ่นช่วยรักษา ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และสภาพแวดล้อม ทำให้โครงการหลวงในปัจจุบันกลายเป็นศูนย์ศึกษาเรียนรู้การพัฒนาเกษตรบนที่สูงที่สำคัญ และเป็นแหล่งเพาะปลูกสุดยอดวัตถุดิบอาหาร ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความปลอดภัย

ด้วยเรื่องราวอันทรงคุณค่าของมูลนิธิโครงการหลวง ทำให้ปัจจุบันผลผลิตที่เกิดจากการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรชาวเขาในพื้นที่ 4 สถานีวิจัยเกษตรหลวง และ 35 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง ในเขต 6 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน พะเยาและตาก ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ ธัญพืช ชา กาแฟ สมุนไพร ผลิตผลจากปศุสัตว์ ประมง รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปอีกมากมาย ถือเป็นสุดยอดวัตถุดิบคุณภาพ และได้ส่งตรงสู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ กลายเป็นเมนูอาหารจานพิเศษของ 37 ร้านอาหารชั้นนำในสยามพารากอน ในงาน “Royal Project Gastronomy Festival @ Siam Paragon” (รอยัล โปรเจกท์ แกสโตรโนมีแอท สยามพารากอน) ซึ่งมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และกูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-31 ธันวาคม 2562 โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด

สำหรับงาน “Royal Project Gastronomy @Siam Paragon” ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก 37 ร้านอาหารชั้นนำภายในสยามพารากอน ได้แก่ ตะลิงปลิง, Signor Sassi,The Mandarin Oriental Shop, Another Hound Café, Mugendai Steakhouse, Boon Tong Kee, Sansab, Tudari, Midtown, Pot Ministry, บ้านไอซ์, Hua Seng Hong, Tenmatsu, Maisen, Nantsuttei, Iberry, Ros’Niyom, FlavorField, Mad About Juice, Coco Fresh Tea, Wang Jia Sha,Veganerie, Chez Shibata 365, Brix Dessert Bar, Suki Masa, Nara, Harrods Tea Room, Chilli Thai, The Ninth,ชิงช้า ชาลี, Nippon Kai, The Mango Garden,บางหวาน, ทองย้อย คาเฟ่, MX Cakes @ Bakery, Peppery Thai Bistro และ Ka-Nom

ทุกร้านต่างตั้งใจรังสรรค์เมนูเลิศรสสุดพิเศษ รวมกว่า 90 เมนู ที่มีครบทั้งอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่ม โดยปรุงขึ้นจากวัตถุดิบคุณภาพจากยอดดอยของโครงการหลวง อาทิไก่เบรส, ไก่กระดูกดำ, กุ้งก้ามแดง, ชากลิ่นพิเศษ, อะโวคาโด, ฟิก, เสาวรส เพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อยแบบเอ็กซ์คลูซีฟถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 14 ปีของศูนย์การค้าสยามพารากอน และช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี 2562

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสุดพรีเมียม พร้อมผักผลไม้เมืองหนาว รวมถึงชุดกระเช้าของขวัญที่คัดสรรผลิตภัณฑ์เด่นจากโครงการหลวง อาทิ ชา กาแฟ ข้าวกล้อง ฯลฯ มาจำหน่ายภายใน กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน อีกด้วย

‘เอส แอนด์ พี’ ฉลอง 46 ปี ส่งความสุขแบบไทยๆ ในเทศกาลปีใหม่ 2563

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458220

‘เอส แอนด์ พี’ ฉลอง 46 ปี ส่งความสุขแบบไทยๆ ในเทศกาลปีใหม่ 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) จัดงานฉลองครบรอบ 46 ปี เอส แอนด์ พี ส่งความสุขแบบไทยๆในเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่จะมาถึง ด้วยการจัดโชว์เค้กอลังการผสมผสานความเป็นไทย พร้อมขนทัพสินค้าของฝากของขวัญมาให้เลือกสรร โดยมี ภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท และ ทยา ทีปสุวรรณ ร่วมกันตีกลองสะบัดชัยในพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ตามธรรมเนียมประเพณีไทย จากนั้นร่วมพูดคุยสนทนาประวัติความเป็นมาของเอส แอนด์ พี พร้อมเรื่องราวความประทับใจและความผูกพันจาก ดาริกา ปุณณกันต์ และทยา ทีปสุวรรณ พร้อมด้วย มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร มาบอกเล่ากิจกรรมและความพิเศษภายในงานที่แตกต่างจากโปรโมชั่นหน้าร้านณ ลานเวิร์กแอนด์เพลย์ ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2562

วิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เผยในงานว่า “งานฉลองครบรอบ 46 ปี จัดขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ให้การสนับสนุนเอส แอนด์ พี ด้วยดีเสมอมา โดยในงานได้นำสินค้าของฝากของขวัญ มาให้ลูกค้าเลือกสรรในราคาสุดพิเศษ ทั้งเค้ก คุกกี้ แฮมเปอร์ นอกจากนี้ภายในงานยังได้สืบสานวัฒนธรรมความเป็นไทย ด้วยการจัดงานในรูปแบบที่สะท้อนถึงความสุขแบบไทยๆ ทั้ง 4 ภาค เพื่อให้ลูกค้าได้ชื่นชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีการแสดงต่างๆ ในแต่ละวัน ซึ่งจะมีศิลปินหมุนเวียนมามอบความสุขแบบไม่ซ้ำ อาทิ หนามเตย สะแบงบิน, ครอบครัวปุณณกันต์ กบ-สุวนันท์-น้องณดา-น้องณดล ปุณณกันต์ และ อินทัช ฤกษ์เย็น งานนี้ เอส แอนด์ พี ได้ตั้งใจมอบความสุขส่งท้ายปลายปีให้กับทุกคน อยากให้มีความสุขแบบไทยๆ กลับบ้านกันไป และส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับคนที่คุณรักและปรารถนาดีร่วมกันอย่างแท้จริง”

สำหรับกิจกรรมภายในงานมีบูธสินค้าราคาพิเศษมากมาย อาทิ สินค้าเค้ก คุกกี้ และแฮมเปอร์คอลเลคชั่นปี 2020 เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงเครื่องดื่มบลูคัพ ขนมอบ แซนด์วิช อบสดใหม่ทุกวัน กิจกรรมแต่งหน้าเค้ก D.I.Y การแสดงโชว์ศิลปะ 4 ภาค พร้อมอลังการกับเค้กมาสเตอร์พีซ “S&P Cake Story มหัศจรรย์ของดี 4 ภาค”สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยในแต่ละภาค ในรูปแบบงานแอนิเมชั่น 2 มิติ” ขนาด 1,500 ปอนด์ สูง 1.50 เมตรพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะที่นี่ที่เดียวอีกด้วย ส่วนบรรจุภัณฑ์คอลเลคชั่น 2020 ออกแบบโดยนำเสนอลวดลายสะท้อนความสุขแบบไทยๆ ทั้ง 4 ภาค นอกจากนี้ยังลายดอกไม้ไทย อาทิ ดอกคัทลียา ดอกกล้วยไม้ เป็นต้น ในกล่องรูปแบบต่างๆ อาทิ กล่องคุกกี้ลายหมอนขิด กล่องคุกกี้กระปุกออมสิน กล่องคุกกี้หนังสือ และอื่นๆ อีกมากมาย โดย เอส แอนด์ พี คำนึงถึงการออกแบบที่สามารถนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วนำกลับมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ให้คุ้มค่ามากกว่าแค่สะสมเพื่อความสวยงามอีกด้วย

เอส แอนด์ พี ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า เมื่อซื้อเค้ก 1 ปอนด์ขึ้นไป จำนวน 2 จาน รับส่วนลดทันที 20% ซื้อคุกกี้ 4 กระป๋องฟรีอีก 1 กระป๋อง (สินค้าแถมราคาที่เท่ากันหรือต่ำกว่า) สำหรับลูกค้าสมาชิก S&P Joy Card รับส่วนลด 15% เมื่อซื้อเค้กและคุกกี้ เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 มกราคม 2563 เฉพาะร้านเอส แอนด์ พี ที่ร่วมรายการ งดร่วมรายการกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ และบริการจัดส่งถึงบ้าน 1344

สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสฯ จัดทำรูปปั้น ‘โกษาปาน’ อนุสรณ์สถานแห่งมิตรไมตรี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458221

สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสฯ จัดทำรูปปั้น ‘โกษาปาน’ อนุสรณ์สถานแห่งมิตรไมตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จัดสร้างรูปปั้นขนาดครึ่งตัว“Kosa Pan : Le buste โกษาปาน อนุสรณ์สถานแห่งมิตรไมตรีที่ถนนสยาม” นำไปประดิษฐาน ณ ถนนสยาม เมืองแบรสต์ ประเทศฝรั่งเศส เพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณในวาระครบรอบ 11 ปี การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์ผู้ก่อตั้งสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสแห่งประเทศไทยโดยภายในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน อาทิ มร.ฌัก ลาปูฌ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย, พิกิฏ ศรีชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, คุณหญิงวงจันทร์พินัยนิติศาสตร์ อุปนายกสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสฯ, กอบลาภ โปษะกฤษณะ นายกสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์ฯ, เนาวรัตน์พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติและกวีรัตนโกสินทร์, อ.วัชระ ประยูรคำ ประติมากรชาวไทยผู้ปั้นเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน), รศ.ดร.กรรณิกา จรรย์แสง อาจารย์นักแปลและผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณกรรมฝรั่งเศส, อ.เกริกบุระ ยมนาค จิตรกรและศิลปิน, สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ อุปนายกสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ฯ และผู้ประสานงานโครงการ, อมาตย์ นิมิตภาคย์ ช่างภาพผู้คร่ำหวอดในวงการ รวมถึง ชาติชาย งามสรรพ์นักแสดงมากความสามารถ ฯลฯ ร่วมให้ความสนใจงานแถลงข่าวในครั้งนี้

รศ.ดร.ธิดา บุญธรรม อุปนายกสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสฯ และประธานโครงการกล่าวว่า สมาคมได้จัดทำรูปปั้นเพื่อรำลึกถึงเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ปูชนียบุคคล ซึ่งในปี พ.ศ.2562 เป็นวาระครบรอบ 333 ปี เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตแห่งราชอาณาจักรสยามที่ได้อัญเชิญพระราชสาส์น และเครื่องราชบรรณาการจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเพื่อนำไปถวายแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ณ พระราชวังแวร์ซายประเทศฝรั่งเศส ในครั้งนั้นคณะราชทูตสยามได้เดินทางโดยทางเรือไปเทียบท่าที่เมืองแบรสต์อยู่ทางภาคตะวันตกของฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2229 และด้วยไหวพริบปฏิภาณอันเฉลียวฉลาดหลักแหลมของเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน) ได้สร้างความประทับใจและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศสยามอย่างมากมาย อันถือเป็นปฐมบทแห่งความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ร่องรอยประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ฉันมิตรยังปรากฏในเมืองแบรสต์ เช่น ถนนสยาม (Rue de Siam) ถือเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานแห่งมิตรภาพที่ทางการเมืองแบรสต์ได้มอบเกียรติสูงสุดแก่สยามประเทศ โดยเมื่อปี พ.ศ.2285 ทางการเมืองแบรสต์ได้เปลี่ยนชื่อถนนแซงต์ปิแอร์ (Rue de St.Pierre) ถนนหลักของเมืองให้เป็นชื่อ ถนนสยาม เพื่อเป็นเกียรติแก่คณะราชทูตสยาม รวมไปถึงป้ายรถรางไฟฟ้าชื่อสถานีสยาม ตลอดจนหุ่นจำลองขบวนของคณะราชทูตสยามที่จัดแสดงในตูร์ ตองกี (Tour Tanguy) พิพิธภัณฑ์ประจำเมือง แสดงถึงความสำคัญของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในครั้งนั้น กว่าสามศตวรรษที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศฝรั่งเศสมีความแน่นแฟ้นและเชื่อมโยงกันในหลายมิติ ทั้งทางด้านการทูต การค้าการลงทุน ท่องเที่ยว รวมถึงด้านการศึกษาภาษาฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2532 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯได้เสด็จฯ เพื่อทรงดูงานด้านการศึกษา ณ เมืองแบรสต์ ทรงตระหนักว่า นอกจากเมืองแบรสต์มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว แบรสต์ยังเป็นศูนย์การศึกษาที่มีความเป็นเลิศด้านการสอนภาษาฝรั่งเศสให้กับชาวต่างชาติ

และเพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ และในโอกาสครบรอบ 333 ปี ของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อันน่าจดจำนี้ สมาคมครูภาษาฝรั่งเศสฯ และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือดำเนินการจัดสร้างรูปปั้นเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ขนาดครึ่งตัว โดยผู้ปั้น อ.วัชระ ประยูรคำ ประติมากรชาวไทย ผู้มีผลงานปั้นพระบรมรูป พระรูปและผลงานประติมากรรมมากมาย เพื่อนำไปประดิษฐาน ณถนนสยาม เมืองแบรสต์ นอกจากนี้ได้จัดทำหนังสือรูปภาพสีน้ำที่ระลึก “333 ปี จากวังนารายณ์สู่แวร์ซายสถาน” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของคณะราชทูตไทย ในรูปแบบหนังสือท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ตามเส้นทางของคณะราชทูตสยาม ตั้งแต่จากพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ถึงพระราชวังแวร์ซาย ประกอบด้วยผลงานภาพสีน้ำของ อ.เกริกบุระ ยมนาค ศิลปินวาดภาพเล่าความโดย สุพจน์ โล่ห์คุณสมบัติ นักเขียนสารคดีท่องเที่ยว และสุดท้ายนี้ทางสมาคมครูภาษาฝรั่งเศสฯ จะจัดงานพิธีเปิดอนุสาวรีย์เจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ณ ถนนสยาม เมืองแบรสต์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส เร็วๆ นี้”

ส่งท้ายปีชุดแต่งงานสุดงดงามตระการตา’วนัช เฟิร์ส’ในคอลเลคชั่นพิเศษ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458223

ส่งท้ายปีชุดแต่งงานสุดงดงามตระการตา’วนัช เฟิร์ส’ในคอลเลคชั่นพิเศษ

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.44 น.

กลับมาอีกครั้งกับสุดยอดคอลเลคชั่นชุดเจ้าสาวส่งท้ายปี 2019 “Czech bridal couture collection 2020 by Vanus First”  ซึ่งทาง ห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส ได้บินลัดฟ้าไปถ่ายแฟชั่นเซ็ตชุดแต่งงานไกลถึงสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศที่ได้รับการขนานนามว่าดินแดนแห่งเทพนิยาย ซึ่งสถานที่ถ่ายทำนั้นเต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างสุดอลังการ อาทิ ปราสาทปราก มหาวิหารเซนต์วิตุส และ สะพานชาร์ลส์  จึงก่อให้เกิดเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชุดเจ้าสาวคอลเลคชั่นนี้ขึ้นมา และมีหลายลุคให้เลือก ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยมของผู้หญิงที่ชื่นชอบความเรียบโก้ หรูหรา เซ็กซี่ แต่มีความแฟชั่นนิสต้าอยู่ในตัว ซึ่งในคอลเลคชั่นนี้นอกจากเลือกใช้ผ้าลูกไม้สุดพรีเมียมตามสไตล์แบบของเจ้าสาวตะวันตกแล้ว การเลือกใช้เทคนิคในการตัดเย็บขั้นสูงผสมผสานกับงานปักมือที่มีลวดลายสุดประณีตยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ วนัช เฟิร์ส ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับเหล่าเจ้าสาวที่ได้พบเห็นทุกครั้ง นอกจากงานฝีมือในการตัดเย็บที่ยอดเยี่ยมแล้ว งานดีไซน์ก็ไม่แพ้กันถึงแม้ว่าคอลเลคชั่นนี้จะใส่ความเป็นแฟชั่นนิสต้าเข้าไปในชุดเจ้าสาวเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเรเยอร์ หรือแม้แต่ดีเทลต่างๆ อย่าง ผ้าลูกไม้ซีทรูเนื้อพิเศษ ระบาย งานปัก งานซีทรูที่โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้ง แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังสามารถผสมผสานงานศิลปะอันสวยงามไว้ได้อย่างลงตัว ยิ่งทำให้ชุดเจ้าสาวดูมีเสน่ห์และน่าหลงใหลมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ก็เพื่อบอกตัวตนของเจ้าสาวแต่ละคนที่มีคาเเรคเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งแบบสวยหวาน เซ็กซี่ เรียบโก้ หรือแม้แต่แบบของสาวแฟชั่นนิสต้าในสไตล์ที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร เพื่อสร้างความประทับใจและภาพแห่งความทรงจำอันแสนพิเศษของเจ้าสาวไว้ได้อย่างไม่ลืมเลือน

สำหรับว่าที่เจ้าสาวท่านไหนที่กำลังมองหาชุดแต่งงานที่โดดเด่นหรูหราและเต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์ และต้องการร่วมสร้างสรรค์ชุดเจ้าสาวในฝันในแบบที่เป็นตัวเอง สามารถเข้ามาค้นหาแรงบันดาลใจพร้อมอัพเดทเทรนแฟชั่นชุดแต่งงานใหม่ๆกับทาง ห้องเสื้อ วนัช เฟิร์ส(บ้านเลขที่1 ซ.ลาดพร้าว50) ได้ทุกวัน หรือสามารถ นัดหมายเข้ามาชมผลงานจริงผ่านทางช่องทาง https://www.facebook.com/Vanus-First หรือโทร 02-085-3688, 091-750-1111   Line : @ vanusfirst

สวยแล้วต้อง ‘เฮง’ แค่สักคิ้วตามธาตุเสริมโหงวเฮ้งเปลี่ยนชีวิต ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458206

สวยแล้วต้อง ‘เฮง’ แค่สักคิ้วตามธาตุเสริมโหงวเฮ้งเปลี่ยนชีวิต ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.03 น.

เมื่อ “คิ้ว” เปรียบเสมือน “มงกุฎ” บนใบหน้า เป็นประตูแห่งขุมทรัพย์ที่ช่วยส่งเสริมลักษณะโหงวเฮ้งที่ดีให้กับใบหน้าอีกด้วย ดังนั้นไม่แปลกที่คนเราจะแต่งเติมปรับแต่งรูปหน้าใหม่ ซึ่งการศัลยกรรมก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงจุดบกพร่องของร่างกายเราให้เด่นขึ้นมา เช่นเดียวกับการ “สัก” ที่เพิ่มความสวยงามคมเข้มของรูปลักษณ์บนใบหน้าได้ และยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเสริมโหงวเฮ้งอย่าง “การสักคิ้ว” ก็ได้รับความนิยมของคนในยุคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนอกจากจะสวยงามแล้วยังส่งเสริมโหงวเฮ้งให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

คุณศศิธร ฉัตรมงคลลาภ  เจ้าของร้าน CHAN1 ACADEMY  เผยว่า ศาสตร์พยากรณ์จีนโบราณมีอยู่ 3 ศาสตร์ด้วยกัน 1.ศาสตร์ชะตาฟ้าดิน เป็นการพยากรณ์จากการเปลี่ยนแปลงของเคลื่อนย้ายของดวงดาว 2. ศาสตร์ชะตาคน การพยากรณ์จากวัน เดือน ปีเกิดของมนุษย์ 3. ศาสตร์ชะตาดิน การพยากรณ์ชัยภูมิที่อาศัยจากผืนดิน แสงและ ลม สำหรับศาสตร์ที่เรานำมาใช้ จะเป็นศาสตร์ในการสักคิ้วห้าธาตุเปิดชะตา คือใช้ความรู้ศาสตร์ชะตาคน โดยดูธาตุประจำปีเกิดแล้วจึงนำไปสักคิ้ว ด้วยรูปทรงลายเส้น สีสันเฉพาะธาตุทั้ง 5 คือ น้ำ ไม้ ไฟ ดิน และ ทอง

“ตามความเชื่ออภิมหาปรัชญาของจีน จะมีด้วยกัน 5 ธาตุ คือ ธาตุน้ำ ,ธาตุไม้, ธาตุไฟ ,ธาตุดิน และธาตุทอง ที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฤดูกาล เวลา รูปทรง ทิศทางรวมไปถึงสีสัน ทุกสรรพสิ่งล้วนมีการเกี่ยวโยงกันเป็นพลวัตเรียกว่า “วงจรธาตุ” ได้แก่ ธาตุน้ำจะส่งเสริมธาตุไม้ เช่น การทำไม้ให้เติบโตต้องใช้น้ำ ส่วนธาตุไม้จะส่งเสริมธาตุไฟ เพราะไม้เป็นเชื้อเพลิงให้ไฟ

ขณะที่ธาตุไฟส่งเสริมธาตุดิน ก็เพราะเมื่อเราเผาสรรพสิ่งใดๆก็ล้วนกลายเป็นเถ้าธุลีลงสู่ดิน  และธาตุดินจะส่งเสริมธาตุทอง  เพราะเมื่อดินสะสมเรียงตัวกันดีเป็นเวลานานก็จะเกิดเป็นโลหะแร่ธาตุอยู่ในนั้น   และท้ายสุดธาตุทองก็จะกลับมาส่งเสริมธาตุน้ำ เพราะเมื่อของแข็งโดนความร้อนก็จะต้องปรับเปลี่ยนเป็นของเหลวง

เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ เพราะหลักการนี้ถูกคิดค้นมามากกว่า 2 พันปีแล้ว แต่เริ่มใช้จริงเมื่อสมัยราชวงค์ฮั่น  ถือเป็นสัจธรรมที่ไม่มีความล้าสมัยและรายละเอียดประจำธาตุ ซึ่งมีความหมายปลีกย่อยอีกมายมายที่เกี่ยวเนื่องกัน  ฉะนั้นนี่จึงเป็นคำถามที่เราต้องคิดว่าควรทำอย่างไรให้สัมพันธ์กันลงตัวไม่ขัด ไม่ชง แก้ปรับและส่งเสริมกันได้

ฉะนั้นการสักคิ้วสไลด์ 5 ธาตุ ไม่ใช่คิ้วสวยอย่างเดียว ความสุขสมหวัง ไม่ติดขัด ไม่ชง ปรับทั้งสีและรูปทรง ให้เข้ากับรูปหน้าและตรงตามธาตุปีเกิดเฉพาะบุคคล ทุกอย่างมีความเกี่ยวเนื่องและสัมพันธ์กัน ทำให้มีโหงวเฮ้งที่ดี เสริมพลังความมั่งคั่ง ดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามา”

คุณศิริพรรณ​ ษาวรรณศิริ เจ้าของร้าน Peach3d  กล่าวว่า คิ้วบ่งบอกถึง ชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ วาสนา บารมี ความหนักแน่นมีพลังความมั่งคั่งส่งเสริมเกื้อหนุนการงาน การเงิน. ความปรองดองญาติพี่น้อง  รวมถึงความรัก  ดังนั้น “คิ้วที่ดี”  ควรมีขนคิ้วที่ละเอียดมีเส้นมันวาวถี่ห่างสม่ำเสมอ  หางคิ้วควรยาวเลยหางตาได้รูปกับใบหน้า  หว่างคิ้วกว้างสมส่วน คิ้วไม่ใกล้ตา ไม่สูง หรือต่ำเกินไป และห้ามมีตำหนิ บาดแผล คิ้วเว้าแหว่ง หรือสั้นกว่าหางตา เพราะจะทำให้เกิดการแตกแยกได้  ส่วน “คิ้วที่ไม่ดี” คือ คิ้วที่สั้นกว่าหางตากระจายไม่เป็นระเบียบ หรือคิ้วขาด เว้าแหว่ง ขนคิ้วหนาหยาบ คิ้วต่ำชิดตาและหัวคิ้วชิดกัน

“ปัจจุบันการสักคิ้วนิยมกันมากทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เพราะส่วนใหญ่ที่มาสักจะมีปัญหาเรื่องคิ้วบาง คิ้วแหว่งจึงต้องการแก้ไขรูปคิ้ว  ซึ่งการแก้ไขรูปคิ้วนั้นมีตั้งแต่การสักคิ้วห้าธาตุ คิ้วหกมิติ คิ้วสามมิติ คิ้วสไลด์ เพราะชีวิตจะราบรื่นหรือสะดุดก็ดูที่คิ้วก่อนเป็นอย่างแรก จึงทำให้คนนิยมสักคิ้วกันมากขึ้น”

สำหรับการสักคิ้วและจองคิวนัดสักนั้น คุณศิริพรรณ​ ษาวรรณศิริ และคุณศศิธร ฉัตรมงคลลาภ  เผยว่า การสักคิ้วแต่ละครั้งต้องใช้เวลาจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับรูปแบบ พื้นผิวหน้าและความต้องการของแต่ละคน   ปกติจะรับสักแค่วันละ 2 คนเท่านั้น เพราะเวลาสักต้องใช้สมาธิกับสายตาและข้อมือตลอดเวลาที่สัก ทำให้สายตาล้าหากเหนื่อยเกินไปจะทำให้มือที่สักไม่นิ่งและผลงานจะออกมาไม่สวยหรือไม่เป็นไปตามแบบที่ลูกค้าต้องการ  เมื่อทำไปได้สักระยะฝึกมือนานเป็นปีจึงเริ่มสมัครแข่งขันสักคิ้วตามเวทีต่างๆทั้งในประเทศและนอกประเทศ จนได้แชมป์นับครั้งไม่ถ้วนจึงหันมาเป็นผู้จัดงานแข่งเอง

“และเรา 2 คนเริ่มเปิดคอร์สสอนสักคิ้ว และเรียนเพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศ  ถ้ามีมาสเตอร์จากต่างประเทศมาเปิดสอนพวกเราก็ไม่ลังเลที่จะเข้าเรียนคลาสนั้นๆ  แต่ถึงแม้ว่าเราจะหันมาเป็นผู้จัดงานแข่งแล้ว งานสักอื่นๆเราก็ไม่ทิ้ง ยังคงฝึกมืออยู่ตลอด และทุกครั้งที่ว่างจากงานสักหรือการจัดแข่งขัน เราก็จะไม่หยุดเรียนรู้ ยังคงหาแหล่งที่เรียนอยู่ตลอดเวลาต่อให้บินไปเรียนที่ต่างประเทศเราก็พร้อมไปถ้าคลาสนั้นน่าสนใจ  และเรายังหาผลิตภัณฑ์ใหม่รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือในการสักไว้คอยบริการลูกค้าอยู่ตลอดเพราะหน้าใครๆ ก็รักเราจึงอยากมอบสิ่งดีๆแก่บนใบหน้าของเขาให้มากที่สุด”

วันสิ่งแวดล้อมไทย4ธันวาคม ‘เดอะมอลล์กรุ๊ป’ขอเชิญชวนส่งผลงานเข้าร่วมประกวด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458187

วันสิ่งแวดล้อมไทย4ธันวาคม ‘เดอะมอลล์กรุ๊ป’ขอเชิญชวนส่งผลงานเข้าร่วมประกวด

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.28 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในฐานะที่เป็นห้างสรรพสินค้าสีเขียว GREEN RETAIL แห่งแรกของประเทศไทย เดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย (4 ธันวาคม 2562) เชิญชวนนิสิต
นักศึกษา ประชาชน ร่วมประกวดสุดยอดนวัตกรรมทรงเกียรติระดับประเทศ ในหัวข้อ “นวัตกรรม
การจัดการพลาสติกเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย”
 ชิงถ้วยพระราชทาน
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล
รวมมูลค่า 1,000,000 บาท เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวด้านจัดการพลาสติกสู่ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย สามารถส่งผลงานเข้าประกวด ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2562  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.noplasticinnatureinnovation.com

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด (Miss Voralak Tulaphorn ; Chief Marketing Officer, The Mall Group Co., Ltd.) กล่าวว่า “บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะที่เป็นห้างสรรพสินค้าสีเขียว GREEN RETAIL แห่งแรกของประเทศไทย ที่ร่วมภาคีสมาชิกของ CLIMATE NEUTRAL NETWORK โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และรณรงค์เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการลดใช้ถุงพลาสติกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2550 และในปี 2561เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้มีแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน (Environmental Sustainability) เปิดตัวโครงการ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป โก กรีน” ประกาศตัวเป็นห้างสรรพสินค้ารายแรกที่งดบริการถุงพลาสติกเมื่อ 3 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา หากลูกค้ามีความจำเป็นใช้ถุงพลาสติก ขอความร่วมมือบริจาคเงิน 1 บาท/ถุงพลาสติก 1 ใบ เพื่อนำไปสนับสนุนโครงการด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนร่วมกับ WWF ประเทศไทย โดยเงินรายได้จากการบริจาคดังกล่าวได้นำมาจัดการประกวดนวัตกรรมทรงเกียรติระดับประเทศ ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมการจัดการพลาสติกเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย” เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวและสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาการจัดการพลาสติก ไปพร้อมกับเป้าหมายในการบริหารจัดการไม่ให้ขยะพลาสติกกลับสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยนวัตกรรมที่ชนะเลิศต้องสามารถเป็นต้นแบบในการจัดการปัญหาขยะพลาสติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาต่อยอดจนสามารถนำมาใช้ได้จริงในสังคม”

การประกวดนวัตกรรมการจัดการพลาสติกเพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและทะเลไทย ได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF ประเทศไทย), กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นิสิต นักศึกษา รวมถึงชาวต่างชาติ ไม่จำกัดประเภท ทีมละไม่เกิน 4 คน สามารถส่งผลงานนวัตกรรมเข้าร่วมประกวด ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2562

โดยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ จะได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 
500,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง รับโล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 200,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับสอง รับโล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท, ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้าย รับใบประกาศเกียรติคุณ พร้อมเงินรางวัลละ 20,000 บาท และผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 30 สุดท้าย รับใบประกาศเกียรติคุณ แห่งความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทะเลไทย

นอกจากนี้ ในวันสิ่งแวดล้อมไทย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมรณรงค์ใช้ถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติก
ด้วยโปรโมชั่นรักษ์โลกสุดพิเศษ เพียงช้อปสินค้าครบ 1,000 บาท ในแผนกกูร์เมต์  มาร์เก็ต ทุกสาขา รับฟรีกระเป๋าผ้าเอนกประสงค์สีสันสดใส เฉพาะวันที่ 4 ธันวาคม 2562 หรือสมาชิกบัตร M Card ใช้คะแนนM Pointแลกรับกระเป๋าผ้าหลากหลายสไตล์ ผ่าน M Card Application เช่น 232 คะแนน แลกรับกระเป๋าผ้าเอนกประสงค์,  472 คะแนน แลกรับกระเป๋า Grab Bag, 1,032 คะแนน แลกรับกระเป๋า Eco Bag  และ 1,752 คะแนน แลกรับกระเป๋า Canvas Bag ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่แผนกกูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา เดอะมอลล์งามวงศ์วาน, บางแค, บางกะปิ, นครราชสีมา, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์, บลูพอร์ต หัวหิน และโฮม เฟรช มาร์ท สาขา เดอะมอลล์ ท่าพระ และรามคำแหง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-310-2641

‘อาดิดาส’เผยโฉมรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 นวัตกรรมอวกาศแห่งอนาคตสู่จุดสูงสุดของนักกีฬา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458158

‘อาดิดาส’เผยโฉมรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 นวัตกรรมอวกาศแห่งอนาคตสู่จุดสูงสุดของนักกีฬา

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 15.31 น.

รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 ฉลองความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ เสริมตัวรองเท้าด้วยเทคโนโลยี Tailored Fiber Placement แล้วรวมกับพื้นบูสท์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อขีดสุดแห่งการตอบสนองและความนุ่มสบายพร้อมเผยแผนการนำบูสท์ขึ้นไปทดลองในอวกาศเพื่อการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคตโดยภารกิจขนถ่ายสัมภาระของนาซ่ารวมทั้งคิดค้นโปรแกรมฝึก “Train Like An Astronaut” ที่ช่วยพัฒนาขีดความสามารถของนักวิ่งไปสู่จุดสูงสุดรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 6 ธันวาคมนี้

อาดิดาส รันนิ่ง สร้างความฮือฮาอย่างยิ่งใหญ่ในวงการรองเท้าวิ่งอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 (Ultraboost 20) เพื่อฉลองการร่วมมือกับ ห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station U.S. National Lab) ซึ่งผ่านขั้นตอนการผลิตรองเท้าที่สอดคล้องกับหลักการสร้างกระสวยอวกาศ จึงทำให้ทุกชิ้นส่วนของรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานและเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาขึ้นไปอีกระดับโดยเฉพาะ

รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 ถือเป็นผลลัพธ์ที่มาจากการทดลองและการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจังมานับครั้งไม่ถ้วน รวมถึงการนำเอาความคิดเห็นจากนักวิ่งหลายพันคนมาปรับใช้จนได้ออกมาเป็นรองเท้าวิ่งที่มีคุณสมบัติการตอบสนองและความนุ่มสบายสูงสุด เพื่อให้นักวิ่งทุกคนมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในการก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

สำหรับตัวรองเท้าของ “อัลตร้าบูสท์ 20” นั้นได้มีการใช้เทคโนโลยี Tailored Fiber Placement (TFP) ในการทำตัวรองเท้าด้วยวัสดุไพรม์นิต (Primeknit) ซึ่งทำให้การตัดเย็บและการจัดวางโครงสร้างของเส้นใยมีความถูกต้องและแม่นยำในระดับมิลลิเมตร ส่งผลให้รองเท้าคู่นี้มีประสิทธิภาพในการใช้งานในระดับสูงสุดและมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ เพื่อให้ทุกการยกเท้าขึ้นและวางเท้าลงบนพื้น นักวิ่งทุกคนจะเป็นหนึ่งเดียวกับรองเท้า เพื่อที่จะสามารถปลดปล่อยพลังแห่งบูสท์ออกมาได้อย่างเต็มที่

นอกเหนือจากนี้ นักวิ่งทุกคนยังสามารถยกระดับศักยภาพของตัวเองขึ้นไปอีกหนึ่งขั้นด้วยรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 ที่มีบูสท์ (Boost) ซึ่งจะเก็บสะสมพลังงานในทุกย่างก้าวและคืนพลังส่งให้นักวิ่งทะยานออกไปข้างหน้า ในขณะเดียวกัน ชิ้นส่วน 3D Heel Frame ก็จะคอยพยุงส้นเท้าเอาไว้อย่างมั่นคง จึงทำให้รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 มีคุณสมบัติการใช้งานที่ผสมผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างการปรับเข้ากับรูปเท้าในขณะเคลื่อนไหวและการซัพพอร์ทที่ยอดเยี่ยม รวมถึงสุดยอดเทคโนโลยีต่างๆ ดังต่อไปนี้

Primeknit with TFP – การอัพเกรดครั้งสำคัญจากรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 19 ซึ่งในรุ่นใหม่นี้จะมีการใช้วัสดุไพรม์นิตและเทคโนโลยี Tailored Fibre Placement ที่ช่วยในการจัดวางเส้นใยได้อย่างแม่นยำในระดับมิลลิเมตร เพื่อให้ตัวรองเท้าสามารถมอบคุณสมบัติการซัพพอร์ทและการปรับเข้ากับรูปเท้าให้แก่ผู้สวมใส่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Optimized Boost – พื้นบูสท์ที่จะคอยกักเก็บพลังงานในทุกย่างก้าวและคืนพลังงานเพื่อส่งแรงกลับไปให้นักวิ่งในการพุ่งทะยานออกไปข้างหน้า

Stretchweb – พื้นรองเท้าชั้นนอกที่ปรับโครงสร้างและสามารถทำงานร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันกับพื้นบูสท์ ซึ่งพื้นรองเท้าชั้นนอกก็มีการใช้วัสดุยางคอนติเนนทัลที่ช่วยเสริมการยึดเกาะกับทุกพื้นผิวในระดับสูงสุดอีกด้วย

Torsion Spring – โครงสร้างด้านในพื้นรองเท้าที่ช่วยเสริมการซัพพอร์ทอย่างมั่นคงในจังหวะที่ลงเท้า พร้อมกับช่วยขับเคลื่อนให้นักวิ่งก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

มร.แซม แฮนดี้ รองประธานฝ่ายออกแบบจากอาดิดาส รันนิ่ง กล่าวว่า “นับตั้งแต่มีการเปิดตัวรองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์เป็นครั้งแรก รองเท้ารุ่นนี้ก็ได้ผลักดันทุกขีดจำกัดของรองเท้าวิ่งออกไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในทุกๆ ครั้งที่มีรุ่นใหม่ออกมาก็จะมีการพัฒนาที่เหนือกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับอัลตร้าบูสท์ 20 ที่เราพัฒนาขึ้นและเอาใจใส่ในการผลิตเป็นพิเศษ เพื่อให้รองเท้าคู่นี้สามารถส่งคืนพลังงานให้กับผู้สวมใส่ได้สูงขึ้นจากการผสมผสานและการทำงานร่วมกันระหว่างพื้นบูสท์และตัวรองเท้าที่ทำจากวัสดุไพรม์นิต ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยี Tailored Fibre Placement เข้ามาเสริม นั่นจึงทำให้เราสามารถสรุปได้ว่า รองเท้าคู่นี้มีการตอบสนองในทุกย่างก้าวและมีแรงส่งให้นักวิ่งพุ่งไปข้างหน้า ส่วนการออกแบบที่มีความสวยงามเป็นพิเศษนั้นก็มาจากความร่วมมือระหว่างอาดิดาสกับห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตก็จะมีผลงานใหม่ๆ ออกมาอีกเป็นจำนวนมาก อันสอดคล้องกับแผนการของเราที่จะพัฒนาเทคโนโลยีบูสท์ให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น”

เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2019 ที่ผ่านมา อาดิดาส ได้ประกาศร่วมมือกับ ห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ ในการศึกษาค้นคว้าและแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ รวมถึงวิสัยทัศน์ในการสร้างอนาคตของวงการกีฬาร่วมกัน

นอกเหนือจากการนำเอาเทคโนโลยีการสร้างยานอวกาศมาใช้ในการผลิตรองเท้าอัลตร้าบูสท์ 20 แล้ว การประกาศร่วมมือกันในครั้งนี้ยังได้ครอบคลุมถึงการนำเอาเทคโนโลยีบูสท์ไปทดลองที่สถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งเป็นที่ที่นักวิทยาศาสตร์จะทำการศึกษาการขึ้นรูปของเทคโนโลยีบูสท์โดยไม่มีแรงโน้มถ่วงของโลกมาเป็นอุปสรรคในขั้นตอนการผลิต ซึ่งการทดลองนี้อาจทำให้อาดิดาสสามารถพลิกโฉมเทคโนโลยีบูสท์ในอนาคตตามเป้าหมายก็เป็นได้ ดังนั้น รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 จึงได้มีการผลิตขึ้นและตกแต่งด้วยแผ่นสัญลักษณ์ของห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐ ประจำสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมมือกันเพื่อคิดค้นสิ่งใหม่ๆ นั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น การทำงานร่วมกันระหว่าง อาดิดาส และ สถานีอวกาศนานาชาติ ยังได้ทำให้อาดิดาสได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมสภาพร่างกายและจิตใจของนักบินอวกาศให้พร้อมต่อการอยู่อาศัยและปฏิบัติภารกิจในอวกาศ และด้วยข้อมูลส่วนนี้ที่นำไปประยุกต์ใช้กับ EXOS ห้องปฏิบัติการระดับโลกที่ศึกษาด้านสมรรถภาพร่างกายของมนุษย์ อาดิดาสจึงสามารถจัดโปรแกรมการออกกำลังกายให้กับนักวิ่งทั่วโลก ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้เผชิญหน้ากับความท้าทายต่อตนเอง พร้อมทั้งสัมผัสประสบการณ์การฝึกแบบเดียวกับนักบินอวกาศอีกด้วย ทั้งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบโปรแกรมการฝึก “Train Like An Astronaut” ได้ที่ https://bit.ly/2Ow4VJw

รองเท้าวิ่งอัลตร้าบูสท์ 20 จะวางจำหน่ายในจำนวนจำกัด ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2562 ในราคา 6,500 บาท ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยามพารากอน, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ https://www.adidas.co.th/goodbyegravity และร้านค้าอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศ

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ adidas.com/ultraboost หรือติดตามผ่านทางอินสตาแกรม @adidasThailand @adidasrunning ทวิตเตอร์ @adidasrunning และแฮชแท็ก #Ultraboost 20 #adidasISSNationalLab

เมืองไทยไร้ขยะ! เมืองไทยประกันภัย ร้อยดวงใจทำความดีเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458141

เมืองไทยไร้ขยะ! เมืองไทยประกันภัย ร้อยดวงใจทำความดีเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.29 น.

เมืองไทยประกันภัย ร่วมสืบสานปณิธานความดี จัดแสดงโครงการอาสารณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการลดปริมาณขยะอย่างยั่งยืน เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2562

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทประกันวินาศภัยที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน นำโดย นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้แก่ประชาชน ในกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2562 ณ ท้องสนามหลวง ภายใต้แนวคิด “เมืองไทยไร้ขยะ”

ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการบริหารจัดการขยะอย่างถูกต้อง และยั่งยืน ตามแนวคิด “Zero Waste” หรือ “การจัดการขยะเหลือศูนย์” ตามหลัก 3Rs คือ Reduce (การลดปริมาณขยะ) Reuse (การใช้ซ้ำ) และ Recycle (การนำกลับมาใช้ใหม่) โดยมุ่งสร้างความตระหนักถึงการจัดการขยะแบบครบวงจรให้กับพนักงานภายในบริษัทฯ และขยายผลไปสู่ชุมชนภายนอก เพื่อลดปริมาณขยะ ลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ ที่สำคัญคือ การร่วมใจกันรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อโลก

นอกจากนี้ ภายในบูธกิจกรรมของเมืองไทยประกันภัย ยังมีมุมจำหน่ายประกันภัยราคาพิเศษสำหรับประชาชน ด้วยแผนประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (P.A.) ปันยิ้ม” ราคา 99 บาท ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี อีกทั้งยังมีร้านขนมหวานคู่เมืองไทย จำหน่ายขนมไทยหาทานยากในราคาย่อมเยา อาทิ บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน, ปลากริมไข่เต่า, ข้าวเหนียวเปียกลำไย ฯลฯ

ทั้งนี้ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกรมธรรม์ฯ และขนมหวาน จะนำเข้าสมทบในโครงการเมืองไทยไร้ขยะ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อชุดถังแยกขยะ และการจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะอย่างถูกวิธี กับโรงเรียนทั่วประเทศ ตลอดทั้งปี 2563

สำหรับกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2562 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-14 ธันวาคม 2562 ณ ท้องสนามหลวง วันอาทิตย์-พฤหัสบดี เปิดเวลา 10.00-21.00 น. และวันศุกร์-เสาร์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 10.00-22.00 น. มาร่วมกันเป็นหนึ่งพลังสำคัญ เพื่อบ้านของเราจะเป็นเมืองไทยที่ไร้ขยะ และน่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม

GQ THAILAND สร้างปรากฏการณ์ที่สุดแห่งปี เชิญเหล่าเซเลบริตี้ร่วมประกาศผล “GQ MEN OF THE YEAR 2019”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458114

GQ THAILAND สร้างปรากฏการณ์ที่สุดแห่งปี เชิญเหล่าเซเลบริตี้ร่วมประกาศผล “GQ MEN OF THE YEAR 2019”

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 13.42 น.

GQ THAILAND สร้างปรากฏการณ์ที่สุดแห่งปี เชิญเหล่าเซเลบริตี้ร่วมประกาศผล “GQ MEN OF THE YEAR 2019”

GQ THAILAND เชิญเหล่าคนดังร่วมยินดีกับ 8 ผู้ทรงอิทธิพลแห่งปีสาขาต่างๆ ในงานประกาศผลรางวัลสุดยิ่งใหญ่ “GQ MEN OF THE YEAR 2019” พร้อมดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง ในค่ำคืนวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ณ The Artisans’ Royal Club ชั้น 1 เกษร วิลเลจ

นับเป็นปีที่ 3 แล้วที่ GQ THAILAND สื่อไลฟ์สไตล์และแฟชั่นแถวหน้าสำหรับผู้ชายที่นำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตที่เหมาะกับผู้ชายยุคใหม่ในทุกแง่มุม ภายใต้การบริหารโดย บริษัท เซเรนดิพิตี้มีเดีย จำกัด จัดงานประกาศผลรางวัล “GQ MEN OF THE YEAR” ขึ้น เพื่อมอบรางวัลแก่ผู้มีอิทธิพลและสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นในสาขาต่างๆ โดยปีนี้งานประกาศรางวัล “GQ MEN OF THE YEAR 2019” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในบรรยากาศโก้หรู ของ The Artisans’ Royal Club คลับสำหรับสุภาพบุรุษแห่งแรกของเมืองไทย โดยได้รับเกียรติจากศิลปิน นักแสดง และเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ สู่ขวัญ บุญกูล, โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล, ป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร, กรรณ สวัสดิวัสดิ์ ณ อยุธยา, เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, เฌอปราง อารีย์กุล, เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา, โต้ง-พิทวัส พฤกษกิจ, ลูกกอล์ฟ-คณาธิป สุนทรรักษ์, เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุล, เติร์ด-ลภัส งามเชวง, แจ็กกี้-จักริน กังวานเกียรติชัย ฯลฯ ร่วมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายแวดวง ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

คุณป๊อป-ณัฐวุฒิ แสงชูวงษ์ บรรณาธิการบริหาร GQ THAILAND กล่าวถึงการมอบรางวัลครั้งนี้ว่า “ผู้ที่ได้รับรางวัล GQ Men of the Year ในปีนี้ทั้ง 8 ท่านมีความโดดเด่นในด้านการสร้างผลงานที่มีคุณภาพ และได้รับการยอมรับในวงกว้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าพวกเขาคือมืออาชีพที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลงานให้ออกมาดีมากกว่าเป็นแค่คนดังในกระแส และนี่ยังถือเป็นครั้งแรกที่เรามีรางวัล Inspiration ซึ่งมอบให้กับ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่เป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์ทะเลไทย และรางวัล Lifetime Achievement ที่มอบให้แก่ คุณวิธิต อุตสาหจิต ผู้ก่อตั้งนิตยสาร ขายหัวเราะ ซึ่งบ่งบอกว่ารางวัล GQ Men of the Year ไม่ได้มอบให้แก่บุคคลในวงการบันเทิงเท่านั้น แต่ GQ ยังให้ความสำคัญกับแวดวงอื่นๆ ด้วยเช่นกัน”

ทั้งนี้ “GQ MEN OF THE YEAR 2019” จัดขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 ณ The Artisans’ Royal Club ชั้น 1 เกษรวิลเลจ โดยมีการมอบรางวัลทั้งหมด 8 สาขา ได้แก่ Actor of the Year ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, Woman of the Year ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, Artist of the Year ทอย-ธันวา บุญสูงเนิน, Live Act of the Year แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข, Breakthrough Actor แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์, Creative Mind ลี ชาตะเมธีกุล, Inspiration ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ และรางวัล Lifetime Achievement วิธิต อุตสาหจิต บรรณาธิการหนังสือการ์ตูนและนิตยสารในเครือบรรลือสาส์น

นอกจากร่วมยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล “GQ MEN OF THE YEAR 2019”  ในสาขาต่างๆ แล้ว แขกผู้มีเกียรติทุกท่านยังได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟในบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยความรื่นเริง คลอเคล้าเสียงดนตรีอันไพเราะและการแสดงสุดพิเศษตลอดค่ำคืน โดยสามารถติดตามภาพบรรยากาศภายในงานและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.gqthailand.com #GQTHAILAND และ #GQMOTY2019