หนาวนี้…รู้ไว้ก่อนอย่ารอให้ผิวแห้ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457705

หนาวนี้…รู้ไว้ก่อนอย่ารอให้ผิวแห้ง

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ลมหนาวมาเยือนแล้ว สาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย อาจเสี่ยงกับผิวแห้งได้ง่ายแต่สาวๆ ที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องผิว ก็มีโอกาสผิวแห้งได้เหมือนกัน หน้าหนาวจะเป็นช่วงที่อากาศแห้ง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อม เช่น การอยู่ในห้องแอร์นานๆ สาวๆ อย่ารอให้ผิวของเราแห้ง เราต้องเตรียมความพร้อมครีมบำรุงผิว หน้า มือ อย่าได้ขาด เพื่อการดูแลผิวได้อย่างถูกวิธี

แพทย์หญิงพนิดา จรรย์ศุภรินทร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จาก AddlifeAnti-Aging Center ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลว่า ผิวแห้ง คือสภาวะของผิวที่มีความไม่สบายตัว อาจมาด้วยอาการแห้งคัน แสบ แดง หรือลอกเป็นขุยๆ อาการจะเป็นมากหรือน้อยขึ้นกับระดับความแห้ง และความกว้างของบริเวณผิวที่มีอาการ ซึ่งสาเหตุโดยทั่วไปการเกิดผิวแห้ง มักเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างร่วมกัน โดยแบ่งคร่าวๆ ได้เป็น ปัจจัยภายนอก (External cause) และปัจจัยภายใน (Internal cause)

ปัจจัยภายนอก (External cause): สาเหตุของผิวแห้งส่วนใหญ่ มาจากปัจจัยภายนอก ข้อดีก็คือการแก้ปัญหาผิวแห้งที่เกิดจากปัจจัยภายนอกสามารถแก้ได้ง่ายกว่า ตัวอย่างปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดปัญหาผิวแห้ง เช่น อากาศและสิ่งแวดล้อม ผิวแห้งจะเกิดในช่วงที่มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำ ความชื้นในอากาศน้อย ส่งผลทำให้เกิดผิวแห้ง เช่น เวลาไปต่างประเทศอุณหภูมิติดลบ จะมีปัญหาผิวแห้งง่าย หรือสาวๆ ที่อยู่ในออฟฟิศ นั่งอยู่ในห้องแอร์นานๆ ก็ทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน อีกทั้งการอาบน้ำด้วยน้ำร้อนจัด การใช้สบู่ หรือสารทำความสะอาดผิวที่รุนแรงไปก็จะไปทำลายน้ำมันที่มีอยู่ตามธรรมชาติในชั้นผิว

ปัจจัยภายใน (Internal cause): ได้แก่ สุขภาพโดยรวม อายุ โรคประจำตัว เช่น มีประวัติเป็นผื่นแพ้ผิวหนังตั้งแต่เด็ก หรือคนที่มีภาวะการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ โรคเบาหวานก็มักพบมีผิวแห้งง่าย การกินยา ทายาบางชนิดก็มีผลทำให้ผิวแห้งเช่นกัน เช่น การกินยารักษาสิว หรือยาที่ลดการเกิดสิวบางตัว การขาดสารอาหารบางตัว เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี ซิงค์ ก็ทำให้ผิวแห้งเช่นกัน

ลักษณะของผิวแห้งจะมีอาการคัน เป็นอาการที่พบได้บ่อยในบริเวณที่มีผิวแห้ง ผิวมีความหยาบกร้าน จับดูแล้วไม่เรียบอาจแห้งลอกเป็นขุยๆ ถ้าเป็นมากอาจมีอาการแสบแดงเหมือนผิวหนังอักเสบ (Eczema) ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางผิวหนังตามมาได้ ตำแหน่งที่เกิดผิวแห้งได้บ่อย คือ ใบหน้า มือ แขน ขาล่าง อาการผิวแห้งโดยทั่วไปสามารถดีขึ้นได้ เมื่อมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือลดปัจจัยที่ทำให้เกิดผิวแห้งขึ้น แต่หากเมื่ออาการไม่ดีขึ้นเลยแม้ทำทุกวิถีทางแล้วมีอาการคันมากจนรบกวนการนอนหลับ อาการผิวแห้งมาพร้อมกับอาการอักเสบ เช่น แสบแดง ร้อนหรือบวม มีอาการคันมากเกาจนเป็นแผลมีลักษณะเสี่ยงต่อการติดเชื้อผิวที่แห้ง มีบริเวณกินพื้นที่กว้างมาก ผิวหนังหลุดลอกเป็นแผ่น หรือเป็นขุย ลักษณะเช่นนี้ควรรีบไปปรึกษาแพทย์

ทั้งนี้ ใครๆ ก็อาจเกิดภาวะผิวแห้งขึ้นได้ คนที่มีความเสี่ยงจะเกิดผิวแห้งได้ง่าย เช่น 1.คนที่มีอายุเกิน 40 ปี 2.เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังก็จะมีโอกาสสูญเสียความชุ่มชื้นได้มากขึ้น 3.อาศัยอยู่ในประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น หรืออยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน 4.คนที่ต้องทำงานที่ต้องสัมผัสน้ำ หรือสารเคมี เช่น พนักงานล้างจาน ช่างสระผม5.การทำงาน หรือมีกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องตากแดดเป็นเวลานาน ก็ทำให้ผิวแห้ง เสียความชุ่มชื้นได้ 6.การว่ายน้ำ โดยเฉพาะสระน้ำประเภทคลอรีน หากว่ายเป็นประจำ ผิวก็จะแห้งได้เช่นกัน

สำหรับข้อแนะนำและการดูแลเบื้องต้นสำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้ง มีดังนี้ 1.พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวแห้ง เช่น การอาบน้ำร้อนจัด การใช้สบู่หรือสารทำความสะอาดที่รุนแรงเกินไป 2.หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่หนาวจัด หรือร้อนจัดจนเกินไป 3.หลีกเลี่ยงการใช้ครีม หรือสารที่อาจทำอันตรายต่อชั้นผิว 4.ทาครีมบำรุงผิวที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ โดยการเลือกครีมที่ใช้ ควรเป็นครีมที่เน้นให้ความชุ่มชื้น ไม่ผสมน้ำหอมกลิ่นฉุน หรือสารเคมีที่อาจทำให้ผิวมีการระคายเคือง เช่น Paraben, Alcohol เป็นต้น 5.ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่พอเหมาะ 6.สารอาหารหลายชนิดช่วยให้ผิวแข็งแรง ยกตัวอย่างเช่น วิตามินเอ บี ซี แร่สังกะสี เป็นต้น

คุณแหน : 3 ธันวาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457753

650935

คุณแหน : 3 ธันวาคม 2562

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ เสด็จฯทรงเป็นประธาน ในงานพระราชทานเพลิงศพ ศ.พิเศษ จุลสิงห์ วสันตสิงห์ ณ เมรุหลวง วัดเทพศิรินทราวาสวันที่ 15 ธ.ค.เวลา 17.00 น.และในวันเดียวกัน (15 ธ.ค.)เวลา 17.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯเสด็จฯเป็นประธาน ในงานพระราชทานเพลิงศพ ม.ร.ว.ถนัดศรีสวัสดิวัตน์ ศิลปินแห่งชาติ ณ เมรุ วัดเทพศิรินทราวาส (วัน-วัดเดียวกัน ต่างเมรุ และเวลา)…

ll จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการชุมนุมของครูนักเรียนและผู้ปกครอง ยืดเยื้อมานานกว่า 4 เดือน คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มีประกาศคำสั่งว่า เหตุการณ์นี้มีผลกระทบกับการเรียนการสอน อีกทั้งยังมีการนำเงินของ รร. ไปจัดซื้อที่ดินและกิจการโดยไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงสั่งให้ รร.กรุงเทพคริสเตียน อยู่ในความควบคุมของ สช.เป็นต้นไป… กู้ศักดิ์ สารกิติพันธ์ อดีตผอ.ใหญ่ รร. ผู้มีส่วนร่วมสร้างความเจริญ ออกมาแสดงความเห็นด้วยกับเหตุการณ์ดังกล่าว และย้ำว่าบุคลากรที่ สช.แต่งตั้งเข้ามาล้วนมีคุณวุฒิที่สามารถสร้างความเจริญได้ ส่วนศิษย์เก่าบางรายถามถึงว่าผู้หลักผู้ใหญ่จากหน่วยเหนือของ รร. คือสภาคริสตจักรในประเทศไทย สมควรมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วยหรือไม่…

ll เมื่อในอดีตเป็นเพียงกระทรวงไม่มีเรตติ้ง ที่พรรคการเมืองขั้วรัฐบาลไม่ให้ความสนใจ มาบัดนี้ กระทรวงพลังงาน กลายมาเป็นดาวเด่นของรัฐบาลปัจจุบัน นักการเมืองต่างเรียกร้องขอเข้ามาคุม กล่าวกันว่าเป็นเพราะปัจจัยหลัก 2 ประการ 1) คุมนโยบายพลังงานแห่งชาติ 2) ปตท. ซึ่งพอ EQUATE แล้วเป็นงบการเงินมากมายมหาศาล… จึงเป็นที่มาของศึกชิง ซีอีโอ ปตท.คนที่ 10 ตามวาระใหม่ คาดหมายกันว่า ซีอีโอคนใหม่นั้นจะมาจาก 1 ใน 6 ผู้สมัครเข้าชิงซึ่งเป็นคนในทั้งหมด แตกต่างกับครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้มีการให้น้ำหนักไปที่วิรัตน์ เอื้อนฤมิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไทยออยล์และ นพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ iRPC โดยฝ่ายแรกมีภาษีในด้านการเมืองเหนือกว่าเล็กน้อย…

ll ราชินี ถนนมหาราชมีอายุครบ 115 ปี ทุกปีในเดือนพ.ย. คล้ายวันประสูติอดีตท่านอาจารย์ใหญ่ ม.จ.อัจฉราฉวี เทวกุล ซึ่งเคยมีงานแสดงต่างๆ บนเวทีเหมือนในอดีตที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นจัดกีฬาสี เพื่อเสริมสร้างให้นักเรียนทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการนั่นเอง…

llยินดีกับ ดร.พิลาศพงศ์ ทรัพย์เสริมศรี ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น 1 ใน 13 คณะที่ปรึกษา รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อปลายเดือนก่อน…ส่วน อัญชุลี สิมะเสถียร ได้รับแต่งตั้งเป็น 1 ในคณะอนุกรรมาธิการการเงิน การคลัง สภาผู้แทนราษฎรโดยมี ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ประธานอนุกรรมาธิการฯ…

ll งานแต่งบุตรชาย วีรเศรษฐ์ วงศ์ศิริกุล กับธมนวรรณ ขีปนวัฒนา จัดพิธีทั้งแบบไทย จีน ท่ามกลางญาติพี่น้องเพื่อนๆ ที่รักใคร่ เมื่อเช้ากระทั่งบ่าย@สปอร์ตคลับ…หลังจากนั้นพ่อ-แม่ฝ่ายชาย สมเกียรติ-ศิริวรรณ วงศ์ศิริกุล จอง chaillai grace เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และไปไหว้พระที่วัดพระธาตุผาเงา เชียงราย 20-24 ธ.ค. ให้บุตรชาย-สะใภ้ ไปสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกด้วย…

ll งานเลี้ยงฉลองสมรสที่เพื่อนๆ ราชินี 64 อาทิ พล.ต.ญ.ชุลีกร ไชยศิริ นัดดาประยูร ธนะพุทธิ สุวรรณา เบญจดล มณทิชาวุฒิยางกูร จัดให้เพื่อนรัก ดร.สุภาพรรณ กับพายับ นามประเสริฐ จัดเรียบง่ายที่ร้านอาหาร “จันทร์เจ้าขา” ที่มีอาหารไทยรสชาติดีมาก…

ll ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ ศิริพร จันทรางศุ ที่สูญเสียคุณแม่ สมจินตนา พงษ์วิชา สวดพระอภิธรรมศพ ถึง 2 ธ.ค. กำหนดประชุมเพลิง 3 ธ.ค.17.00 น. ที่วัดสุทธาราม สำเหร่ (ตากสิน 19)…

ll บอกกล่าวแก่เพื่อนๆ ที่ยังไม่ทราบข่าวว่า สมโภชน์ อินทรานุกูล อดีตรองผู้จัดการใหญ่ไทยพาณิชย์และบิ๊กบอสบริษัทแซมโก้ ถึงแก่กรรมแล้ว…

ll ทนงตันติธีรวิทย์ กับภรรยาสุดรักไป cruise trip เมดิเตอร์เรเนียนเจ้าตัวเล่าว่า ทั้งเรือมีผู้โดยสาร 3,000 คน ลูกเรืออีก2,000 คน แต่มีคนไทยเพียงคู่เขา 2 คน…ความสุขเปี่ยมล้นจนยากจะบรรยายเป็นภาษาไทยได้ !!…ll

บารอนเนส

เอพี ไทยแลนด์ ชวนนิสิต-นักศึกษาปล่อยของ กับงานประกวดออกแบบพื้นที่รับนิวเจเนอเรชั่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457699

เอพี ไทยแลนด์ ชวนนิสิต-นักศึกษาปล่อยของ กับงานประกวดออกแบบพื้นที่รับนิวเจเนอเรชั่น

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนวัตกรรมการอยู่อาศัย โดย “เอพี ดีไซน์ แล็บ (APDesign Lab)” แล็บเพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาฯ ชวนนิสิต-นักศึกษารุ่นใหม่ปล่อยของ โชว์ไอเดียเด็ดไปกับการประกวดออกแบบ ภายใต้แนวคิด “NEW GEN NEW TREND” เฟ้นหาสุดยอดไอเดียที่ส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคตของกลุ่มนิวเจเนอเรชั่น โดยผลงาน “MULTIPLE LIVING SPACES IN CO-LIVING SPACE” ของนายธรณ์นนท์ พีระญาณ์โกเศส นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัลชนะเลิศ ด้วยไอเดียที่แก้ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ด้วยแนวคิดการใช้พื้นที่บนอากาศจนเกิดเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่นำมาซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากขึ้น

นายประจักษ์ ประภามณฑลผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บมจ. เอพี (ไทยแลนด์)กล่าวว่า “ความตั้งใจของเอพีในการจัดประกวดออกแบบห้องชุด เพื่อเปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาในสายวิชาชีพสถาปัตยกรรมและออกแบบตกแต่งภายใน ได้แสดงความสามารถหรือมุมมองความคิดใหม่ๆ ในการออกแบบพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย โดยไอเดียที่ได้รับรางวัลชนะเลิศทางเอพีจะนำมาสร้างจริง ซึ่งความท้าทายสำหรับน้องๆ ในการออกแบบนอกจากความคิดสร้างสรรค์แล้ว หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญต้องสามารถก่อสร้างและอยู่อาศัยได้จริงอย่างยั่งยืน ภายใต้งบประมาณค่าก่อสร้างที่กำหนด เราจะเห็นหลายงานประกวดที่เป็นไอเดียสุดล้ำแต่ท้ายสุดแล้วไม่สามารถทำได้จริงดังนั้น การประกวดครั้งนี้น้องๆ ทุกคนจะได้รับโจทย์ในการออกแบบบนพื้นฐานของการทำธุรกิจจริง ซึ่งมั่นใจว่าน้องกว่า 200 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่ได้รับรางวัล แต่เชื่อว่าทุกคนจะได้แนวคิดและองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่มีในตำราเรียนกลับไปอย่างแน่นอน”

นายพัชร ชยาสิริ ผู้อำนวยการเอพี ดีไซน์ แล็บ กล่าวว่า “เอพี ดีไซน์ แล็บมีบทบาทสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมด้านพื้นที่ให้กับที่อยู่อาศัยภายใต้การพัฒนาของเอพี ไทยแลนด์ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของคนเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ยิ่งโดยเฉพาะพื้นที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่เลี่ยงไม่ได้กับขนาดของพื้นที่ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากที่จะออกแบบให้ตอบสนองทั้งด้านการใช้งานและเอกลักษณ์ด้านการดีไซน์ เพราะถ้าหากดีไซเนอร์ไม่เข้าใจพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ก็จะใส่ทุกๆ ฟังก์ชั่นเข้ามาในห้อง ซึ่งบางสิ่งไม่มีความจำเป็นสำหรับผู้อยู่อาศัย ซึ่งเราตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่าเราจะเพิ่มมูลค่าให้กับทุกพื้นที่ด้วยวิธีคิดในการออกแบบได้อย่างไร ซึ่งกิจกรรม Design Contest ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่เอพี ดีไซน์ แล็บจะได้แบ่งปันองค์ความรู้เรื่องดีไซน์ให้กับนิสิต นักศึกษาที่กำลังจะก้าวสู่อาชีพดีไซเนอร์ ได้ฝึกคิดฝึกออกแบบบนโจทย์จริงที่ท้าทายในเรื่องพื้นที่และพฤติกรรมการอยู่อาศัยของคนกลุ่มนิวเจเนอเรชั่น”

ทั้งนี้ โจทย์ในการประกวดคือ การออกแบบห้องชุด 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “NEW GEN NEW TREND” การออกแบบพื้นที่แห่งโลกอนาคต ที่ปรับเปลี่ยนได้ และเติบโตไปตามผู้อยู่อาศัย ภายใต้งบประมาณในการก่อสร้าง 300,000 บาทซึ่งผลงาน “MULTIPLE LIVING SPACESIN CO-LIVING SPACE” ของนายธรณ์นนท์ พีระญาณ์โกเศส ได้รับรางวัลชนะเลิศและนำไปก่อสร้างจริง ด้วยแนวคิดในการออกแบบที่เชื่อที่ว่า เราต่างก็ต้องการพื้นที่ย่อยๆ ที่ซ้อนทับกันดังนั้น ธรณ์นนท์เลือกที่จะแก้โจทย์ข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ ด้วยแนวคิดการใช้พื้นที่บนอากาศจนเกิดเป็นพื้นที่ทับซ้อนที่นำมาซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากขึ้น เราจะเห็นที่ทำงานไม่ใช่เพื่อทำงานเพียงอย่างเดียว หรือที่นอนไม่ได้ใช้นอนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ส่วนรางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ นายปรัตกร อินทรกำแหง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นางสาวกรกนกวิมลนิมิตร นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นายธรณ์นนท์ พีระญาณ์โกเศสนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ชนะการประกวดDESIGN CONTEST เผยถึงความรู้สึกว่า “ขอบคุณทางเอพี ไทยแลนด์ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ามากสำหรับผม เพราะนอกจากจะได้ฝึกคิดพลิกแพลงวิธีการออกแบบจากโจทย์ที่ข้อจำกัดด้านพื้นที่และงบประมาณในการก่อสร้างให้ได้จริง ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างมากของนักออกแบบในอนาคต ที่สำคัญผมยังได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ที่ไม่มีในตำราคือ กระบวนการคิดแบบ Design Thinking ซึ่งพี่ๆ ดีไซเนอร์จากเอพี ดีไซน์ แล็บก็ได้ให้แง่คิดที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างมากในการต่อยอดไปสู่การทำงานจริง ซึ่งงานการออกแบบครั้งนี้ผมมองว่าในความเป็นจริง พื้นที่หนึ่งยูนิตในห้องสตูดิโอ เรายังสามารถแชร์ห้องกับเพื่อนได้อีก แล้วจึงค่อยๆ ออกแบบโดยมองว่าเราต่างก็ต้องการพื้นที่ย่อยๆ ที่ซ้อนทับกัน สามารถปรับเปลี่ยนให้รองรับกิจกรรมที่เกิดขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ทั้งต้องการมีพื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ส่วนรวมอยู่ภายในห้องอย่างเป็นสัดส่วน”

NEW GEN NEW TREND UNIT คือ ห้องชุด 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตารางเมตร จะได้รับการก่อสร้างจริงในโครงการ ASPIRE งามวงศ์วานถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “การออกแบบพื้นที่แห่งโลกอนาคต ที่ปรับเปลี่ยนได้ และเติบโตไปตามผู้อยู่อาศัย” โดยมี2 แนวคิดสำคัญในการออกแบบ ได้แก่1) ALL SPACE USED – ทุกสัดส่วนของพื้นที่ถูกใช้สอยอย่างคุ้มค่าเต็มไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งาน 2) Co-Living & PrivateSpace ส่วนรวมหรือส่วนตัวอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดให้สัมผัสประสบการณ์จริงแล้วที่โครงการ ASPIRE งามวงศ์วานคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่จากเอพี ไทยแลนด์พบยูนิตพิเศษส่งท้ายก่อนปิดโครงการราคาเริ่มต้น 1.99 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเข้าชมโครงการ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.1623 หรือ www.apthai.com

เช็คหน่อย ไทรอยด์ผิดปกติหรือไม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457707

เช็คหน่อย ไทรอยด์ผิดปกติหรือไม่

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“โรคไทรอยด์” คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ซึ่งทำหน้าที่ในการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย โดยมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในสัดส่วนประมาณ 5 ต่อ 1 หลายคนอาจเคยเห็นข่าวดาราดังๆ ที่เป็นโรคนี้ และมีอาการทางร่างกายที่แตกต่างกันไป นั่นเป็นเพราะโรคไทรอยด์มีหลายชนิด

รศ.พญ.ฉัตรประอร งามอุโฆษสาขาวิชาโรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึมภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า โรคไทรอยด์สามารถแบ่งได้ดังนี้ ١.ไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนเกิน หรือไทรอยด์เป็นพิษไทยรอยด์ชนิดนี้สามารถพบเจอได้ทุกช่วงวัย คนไข้จะมีอาการ มือสั่นใจสั่น ขี้ร้อน ขี้หงุดหงิด เหงื่อออกง่าย นอนไม่หลับ กินจุแต่น้ำหนักลดเหมือนมีการเผาผลาญอยู่ตลอดเวลา น้ำหนักตัวอาจลดลง 5-10 กิโลกรัมภายในระยะเวลา 1 เดือน แม้จะไม่ได้ออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามมีผู้ป่วยประมาณ 10% ที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มเนื่องจากกินอาหารในปริมาณที่มากกว่าพลังงานที่ร่างกายเผาผลาญไปทั้งนี้การรักษาทำได้ด้วยการกินยาต้านไทรอยด์ประมาณ 2 ปี ส่วนในระยะยาวหลังจากหยุดยาต้องมาตรวจอีกครั้ง เพราะหลายคนเมื่อหยุดยาก็มีความเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นใหม่ถึง 70%

٢.ไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนต่ำผู้ป่วยโรคไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนต่ำ มักจะมีอาการตรงกันข้ามกับไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนเกิน คือ ไม่ค่อยเผาผลาญน้ำหนักขึ้นง่าย อ้วนขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉื่อยชา ขี้หนาว ท้องผูก ง่วงบ่อย นอนเยอะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คนอ้วนจะต้องเป็นไทรอยด์เสมอไป เบื้องต้นสามารถสังเกตตัวเองได้จากพฤติกรรมในอดีตกับปัจจุบันว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน หากพบว่ามีความเสี่ยงควรไปตรวจเช็คเพื่อความแน่ใจ สำหรับการรักษาไทรอยด์ที่ผลิตฮอร์โมนต่ำนั้นจะง่ายกว่าไทรอยด์ที่ผลิตฮอร์โมนเกิน เพราะสามารถรักษาได้ด้วยการกินฮอร์โมนไทรอยด์เข้าไป เพื่อให้ฮอร์โมนกลับมาอยู่ในระดับที่สมดุล ร่างกายสามารถเผาผลาญได้ตามปกติ โดยส่วนใหญ่มักจะต้องกินไปตลอดชีวิต

٣.ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ ในกรณีที่พบก้อนที่ต่อมไทรอยด์ คนไข้มักกังวลว่าจะเป็นมะเร็งหรือเปล่า ซึ่งคำตอบคือไม่จำเป็นเสมอไป โดยการจะทราบผลว่าเป็นมะเร็งหรือไม่นั้นจะต้องทำการเจาะก้อนที่ต่อมไทรอยด์เพื่อนำเซลล์ไปตรวจ โดยที่ผ่านมาพบว่ามีเพียง 5% เท่านั้นที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง นอกนั้นก็เป็นเพียงก้อนธรรมดาที่ไม่ได้อันตรายอะไร ซึ่งหากก้อนดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หมอก็ไม่แนะนำให้ผ่าตัดเพราะบริเวณนั้นมีทั้งเส้นเสียง และเส้นเลือดจำนวนมาก แต่ก็ควรตามดูอาการอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง คือ ไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนเกินกับไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนต่ำนั้นไม่ได้มีสาเหตุของการเกิดโรคที่ชัดเจน แต่ในทางการแพทย์เชื่อว่ากรรมพันธุ์อาจมีส่วน โดยคนไข้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีครอบครัวที่เป็นโรคไทรอยด์เหมือนกัน สมมุติว่าคุณพ่อเราเป็นโรคไทรอยด์ เราก็อาจจะมีสิทธิ์เป็นไทรอยด์มากกว่าคนอื่น ขณะที่การรับประทานไอโอดีนในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไปก็อาจทำให้มีความเสี่ยงได้เช่นกัน

สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพ เกี่ยวกับโรคไทยรอยด์ ได้ทางสถานีรามาแชนแนล https://www.youtube.com/watch?v=_6BPhGT0jH ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพทั้งในด้านของการป้องกันและการรักษา โดยคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

มูลนิธิร่วมนํ้าใจต้านภัยเอดส์ ร่วมกับ โรงแรมสวิสโซเทลฯ จัดแฟชั่นโชว์การกุศล‘คิดถึงพ่อ….อย่างพอเพียง’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457677

มูลนิธิร่วมนํ้าใจต้านภัยเอดส์ ร่วมกับ โรงแรมสวิสโซเทลฯ จัดแฟชั่นโชว์การกุศล‘คิดถึงพ่อ….อย่างพอเพียง’

วันอังคาร ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรในหลวงรัชกาลที่ ๙ เนื่องในวาระวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ นี้ มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ ร่วมกับ โรงแรมสวิสโซเทลฯ กรุงเทพ รัชดา และหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงานแฟชั่นโชว์การกุศล ภายใต้ชื่องาน “คิดถึงพ่อ….อย่างพอเพียง” เมื่อวันอังคารที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๔.oo น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมสวิสโซเทลฯ กรุงเทพ รัชดา โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯเป็นประธานในงาน

สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เผยถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า “เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ และเป็นการกระตุ้นความรักความผูกพันของพ่อกับลูก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งของสถาบันครอบครัว อีกทั้งเพื่อนำรายได้ จากการจัดงานทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สมทบทุนเป็นค่าอาหารสามมื้อ ค่าอุปกรณ์การเรียนการสอน และสมทบกองทุนเพื่อการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย แก่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อให้การศึกษาแก่เด็กหญิงกำพร้า ที่บิดามารดาเสียชีวิตจากโรคเอดส์ และเด็กที่ถูกทอดทิ้งขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู ตลอดจนเด็กด้อยโอกาสจากทั่วประเทศ ให้ได้เรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๖ ปัจจุบันมีนักเรียนในอุปการะ ๔๓๐ คน”

ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ ยังกล่าวด้วยว่า “งานในวันนี้นอกจากจะได้รับเกียรติจาก ๑๐ ห้องเสื้อแบรนด์ไทย ได้แก่ LORRYA BY MONSIOUR, SUWANNEE BY SAM, SOMKID WEDDING & STUDIO, SISI BKK., PORINI, DAITONG, BLACK SUGAR, PUVASA, NIRAMON COUTURE และ MYRIAD GRAND MONDE ในการนำคอลเลคชั่นเสื้อผ้าล่าสุดของแต่ละแบรนด์มาร่วมเดินแฟชั่นโชว์เพื่อสร้างสีสันและความบันเทิงให้กับผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมการแสดงแฟชั่นโชว์การกุศลในครั้งนี้ ถึง ๖๐ ชุดแล้ว ทางคณะกรรมการจัดงานฯยังได้รับเกียรติจากศิลปินคู่พ่อลูกดารา, นักร้อง,นักแสดง, นางงาม, นายแบบ-นางแบบและแขกกิตติมศักดิ์คู่พ่อลูกมาร่วมเดินแฟชั่นโชว์ รวมทั้งการแสดงจากดาราศิลปินนักร้องคู่พ่อลูกร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ อาทิ คู่พ่อลูก เมทัล ลัม กับพ่อหรั่ง ร็อคเคสตร้า (ชัชชัย สุขขาว), เจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า กับคุณพ่อประยูร จิวบางป่า, มิค-บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ กับลูกสาวน้องปริม-รัตน์นรี หิรัญยัษฐิติ, ชาย-ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ กับลูกชายน้องทริสเท่น-ตฤณ หิรัญยัษฐิติ, เท่ห์-อุเทน พรหมมินทร์ กับลูกสาว-ลูกชาย น้องพริม พริมา-น้องไพร์ม, อดิศักดิ์ ภานุพงษ์ กับสองลูกชาย อดิพลิน-อดิทิพ ภานุพงษ์, สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล, ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ, ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพศรี, Miss Tiffany’s ๒๐๑๙ พร้อมรองฯ เป็นต้น”

สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่อยากจะร่วมบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนช่วยเหลือค่าอาหารสามมื้อ ค่าชุดนักเรียน ตลอดจนอุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆ แก่นักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณปวีณ์ธิดา โทร.๐๘๘-๗๕๗๓๙๒๐ หรือโดยวิธีการโอนเข้าบัญชีโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ธนาคารกรุงเทพสาขาบางกะปิ เลขที่ ๑๐๕-๔-๗๑๕๔๔-๔ หรือบริจาคได้ที่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเลขที่ ๕ หมู่ ๙ ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ๕๑๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๕๓-๐๙๒๔๔๔โทรสาร ๐๕๓-๐๙๒๔๔๔ โดยสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ ๒ เท่า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.chalermprakietschool.org และ https://www.facebook.com/clpk48school

สืบสานประเพณีสุดยิ่งใหญ่งานประเพณีมหกรรมเทศกาลปลาลุ่มน้ำสงคราม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457670

สืบสานประเพณีสุดยิ่งใหญ่งานประเพณีมหกรรมเทศกาลปลาลุ่มน้ำสงคราม 2562

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.56 น.

นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 พร้อมด้วย ส.ส. นครพนม  ทั้ง 4 เขต  นำข้าราชการ หัวหน้าหน่วยงาน เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานทั้งภาครัฐเอกชน ผู้นำชุมชน ท้องถิ่น และตัวแทนประชาชน ในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม รวม 9 ตำบล  ร่วมเปิดงานมหากรรมเทศกาลปลาลุ่มน้ำสงคราม ครั้งที่ 18 ประจำปี 2562  จัดโดยความร่วมมือของ จังหวัดนครพนม ร่วมกับอำเภอศรีสงคราม อบจ.นครพนม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ และชุมชนต่างๆ  เพื่อเป็นการสืบสานประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่น เกี่ยวกับ การอนุรักษ์ แหล่งน้ำพันธุ์ปลา เนื่องจากพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม  มีที่ตั้งติดกับลุ่มน้ำสงคราม ลำน้ำสาขาหลักแม่น้ำโขง เป็นที่เพาะพันธุ์ปลาน้ำโขง  ที่หล่อเลี้ยงชีวิตมายาวนาน ทำให้ ชาวบ้าน มีความผูกพันกับลุ่มน้าสงคราม และน้ำโขง จากอดีต สู่ปัจจุบัน  อีกทั้งยังมี อาชีพหลักคือ ประมงเลี้ยงชีพ และยังเป็นตลาดปลาน้ำโขงที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน  จึงได้ร่วมกันจัดงานประเพณีขึ้น มาต่อเนื่อง เพื่อเป็นการ ประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และยังเป็นการสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติ แหล่งน้ำ พันธุ์ปลา ให้มีความอุดมสมบูรณ์ เชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในปีนี้จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13 -19 พฤศจิกายน 2562  ณ บริเวณสนามที่ว่าการอำเภอศรีสงคราม

สำหรับไฮไลท์ ของงานนอกจากจะมีการร่วมฟ้อนรำศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวบ้านในพื้นที่ 9 ตำบล ในพิธีเปิดงานเมื่อคืนที่ผ่านมา  ที่ขาดไม่ได้ คือ การร่วมแรงร่วมใจกัน ประดิษฐ์หุ่นปลายักษ์ มาร่วมประชันความสวยงามทุกปี โดยชาวบ้านได้มีการ  ใช้แนวคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ทำหุ่นปลาขนาดยักษ์ มานานกว่า 10 ปี จากพื้นฐานหุ่นปลาธรรมดาร จนกระทั่งปัจจุบันมีการพัฒนา ให้เกิดความสวยงาม ทั้งการใช้วัสดุอุปกรณ์  สีสัน เน้นความสวยงาม สมจริง และยังสามารถพัฒนาให้หุ่นปลาขนาดยักษ์  หลากหลายชนิดพันธุ์ปลาน้ำโขง  สามารถขยับตัวได้ เสมือนแหวกว่ายไปในน้ำที่สวยงามลงตัว เป็นธรรมชาติ  ซึ่งมีการจัดขบวนแห่ รวม 9 ตำบล ร่วมการประกวด ประชันความสวยงาม โดดเด่น อวดสายตานักท่องเที่ยว ได้ชื่นชม ความสวยงามอลังการ ตื่นตา สร้างความประทับใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว เป็นอย่างมาก ควบคู่กับการแสดงขบวนแห่วิถีชีวิตประเพณีท้องถิ่น และซุ้มวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นชาวลุ่มน้ำสงคราม   ที่จะเป็นการกระตุ้น สร้างจิตสำนึกให้ ร่วมกัน อนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และพันธ์ปลาน้ำโขงนานาชนิด  ที่เสี่ยงสูญพันธ์

โดยในปีนี้เป็นปีแรก ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เข้ามาร่วมสนับสนุน เพราะการจัดงานมหกรรมปลา เป็นส่วนหนึ่ง ในการกระตุ้นการท่องเที่ยว รวมไปถึงการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติ แหล่งน้ำ พันธ์ ปลาน้ำโขงกว่า 300 ชนิด ที่กำลังถูกทำลาย ทั้งสภาพแวดล้อม และฝีมือมนุษย์ ดังนั้นการจัดงานมหากรรมเทศกาลปลา จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความเข้าใจให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เห็นความสำคัญของแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่สำคัญบังเป็นความภาคภูมิใจของชาว อ.ศรีสงคราม ที่จะได้ ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงาน ขึ้น แสดงออกถึง เอกลักษณ์ความโดดเด่น ของวัฒนธรรม ชาวลุ่มน้ำสงคราม โดยจะมีการจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ อาทิ การแห่หุ่นปลายักษ์  การแสดงวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น การจัดซุ้มสะท้อนวิถีชีวิต ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว คึกคักทุกปี และจะมีการสนับสนุนให้ยิ่งใหญ่ต่อเนื่องทุกปี

ลดความเครียดสุนัข-แมว ด้วยการแยกโซนรักษา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457533

ลดความเครียดสุนัข-แมว ด้วยการแยกโซนรักษา

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ สาขาเชียงใหม่ ใส่ใจการให้บริการ หวังลดความเครียดทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ด้วยการแยกโซนรักษาสุนัขและแมวออกจากกัน พร้อมปรับโฉมห้องตรวจสำหรับสัตว์เลี้ยงแบบใหม่ แยกพื้นที่การตรวจรักษาชัดเจน

นางสาวเมสินี วิสิฐนรภัทร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิดเผยว่า รพส.ทองหล่อ เราใส่ใจในการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีของสัตว์เลี้ยงมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งทางสาขาเชียงใหม่ จึงได้มีการแยกโซนรักษาสุนัขและแมวออกจากกันมาโดยตลอด และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันจึงได้มีการปรับโฉมพื้นที่บริการใหม่ ด้วยงบประมาณปรับปรุงที่ประมาณ 1 ล้านบาท ทั้งส่วนพื้นที่ของการตรวจรักษาตามอาการห้องสังเกตอาการติดเชื้อ เพื่อป้องกันการติดกันของสัตว์ป่วยที่เข้ามารับการรักษา

“ทาง รพส.ทองหล่อได้ปรับปรุงพื้นที่ตรวจรักษา ด้วยการแยกห้องสังเกตอาการติดเชื้อแต่ละอาการออกจากกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากสัตว์ป่วยที่เข้ามารับการรักษา โดยวอร์ดสังเกตอาการสำหรับสุนัขที่ปรับปรุงมีทั้งหมด 6 ห้องแยกเป็นอาการติดเชื้อท้องเสีย ติดเชื้อทางเดินหายใจ และติดเชื้อเห็บหมัด นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงพื้นที่ห้องตรวจอัลตราซาวนด์ ห้องตรวจผิวหนัง ห้องฝากเลี้ยงพิเศษแบบห้องกระจก สำหรับวอร์ดแมวป่วยก็มีการแยกห้องติดเชื้อตามอาการเช่นกันเดียวกับวอร์ดสังเกตอาการสำหรับสุนัข และแยกออกจากวอร์ดแมวฝากเลี้ยงที่อยู่ในห้องกระจกไม้” นางสาวเมสินีกล่าวและว่าหลังการปรับปรุงพื้นที่แล้ว เชื่อว่าจำนวนสัตว์เลี้ยงที่จะเข้ามารับบริการตรวจรักษา จะเพิ่มมากขึ้นทั้งในส่วนของสัตว์เลี้ยงรายใหม่และสัตว์เลี้ยงที่ส่งตัวมาจากรพส.อื่นทั้งในจังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง คือ เชียงราย แพร่ น่าน และลำปาง”

นอกจากนี้ ในส่วนของบริการรับฝากเลี้ยงแมวในห้องกระจกไม้นั้น ทางรสพ.ทองหล่อ สาขาเชียงใหม่ ยังคงมอบส่วนลด 50% กับผู้มาใช้บริการที่สาขาเชียงใหม่ รวมถึงบริการให้คำปรึกษาอาการของสัตว์เลี้ยงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วยผู้สนใจนำสัตว์เลี้ยงเข้ารับบริการ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-0799999 หรือ http://www.facebook.com/ThonglorPet และ Line: @jaothonglor

เมสินี วิสิฐนรภัทร

ทีมสัตวแพทย์ รพส.ทองหล่อ สาขาเชียงใหม่

กูรูภาษีร้อยล้านผุดไอเดียสร้าง ‘แฟ้มคัมภีร์ธุรกิจ’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457564

กูรูภาษีร้อยล้านผุดไอเดียสร้าง ‘แฟ้มคัมภีร์ธุรกิจ’

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“เพราะบัญชี เป็นหัวใจของกิจการ” คำพูดที่ “ครูอัส-อัสมา แวโน๊ะ” หรือที่ลูกศิษย์เรียกกันติดปากว่า “ครูอัส บัญชีอย่างง่าย” กูรูด้านบัญชีและภาษีที่ดังที่สุดในโลกออนไลน์ เน้นย้ำเพื่อให้เจ้าของกิจการ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้ามองเห็นถึงความสำคัญของการทำบัญชีและภาษีให้ถูกต้อง และจากการคร่ำหวอดในการแก้ปัญหาหลังบ้านให้เจ้าของกิจการ นักธุรกิจมานับพันคน จึงผุดไอเดียสร้าง “แฟ้มคัมภีร์ธุรกิจ” แฟ้มอัจฉริยะที่ปรึกษาทางบัญชี ภาษี และบุคคล แฟ้มที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ รวมถึงประหยัดค่าที่ปรึกษาได้หลายแสนบาทต่อปี ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในองค์กรได้หลายล้าน

ครูอัส-อัสมา แวโน๊ะ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจหลักในการทำบัญชี กูรูด้านบัญชีและภาษี ที่มีวิธีสอนจากเรื่องน่าปวดหัวให้กลายเป็นเรื่องง่าย มีการใช้ภาษาและยกตัวอย่างแบบที่เข้าใจทำตามได้ เพื่อให้คนที่แม้จะไม่มีความรู้ด้านบัญชีเลย สามารถเข้าใจการวางแผนภาษี และทำบัญชีได้ด้วยตัวเอง จนหลายบริษัทประหยัดเงินจากภาษีไปได้หลายล้านบาทก่อนจะมาสู่การสร้างแฟ้มอัจฉริยะ “แฟ้มคัมภีร์ธุรกิจ”ที่เหมาะกับทุกธุรกิจ ซึ่งจะช่วยตัดปัญหาจุกจิกในด้านงานเอกสาร ถือเป็นแฟ้มเล่มแรกที่รวบรวมเอกสารต่างๆ ทั้ง บัญชี ภาษี HR ที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ

“จุดเริ่มต้นของการทำ “แฟ้มคัมภีร์ธุรกิจ” จากการที่นอกจาก ครูอัส จะสอนบัญชี ภาษี ทางออนไลน์ หรือเปิดคอร์สพิเศษแล้ว จะมีเจ้าของธุรกิจหลายคนให้ครูอัสช่วยเป็นที่ปรึกษา ไปช่วยดูแลบัญชี และจัดการภาษี เราก็พบว่า ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเกิดขึ้นจากการทำเอกสารไม่ว่าจะเป็นการวางบิล ทำเบิก เอกสาร VAT หรือ เอกสารที่ต้องยื่นภาษี บางทีมีฝ่าย HR ฝ่ายบัญชี แต่ก็ยังพบว่า มีบางเอกสารที่มีปัญหา ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ก็จะมีปัญหามาให้ตามแก้ตลอด และก็พบว่า หลายบริษัทไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ใช้แบบฟอร์มเอกสารแบบไหน ทำจดหมายจะต้องเขียนอย่างไร หรือจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ก็มีบางที่จ้างที่ปรึกษามาช่วยด้วยเงินหลายบาท

จากการพบเจอปัญหาคล้ายๆ กัน ทำให้ครูอัสและทีม มาช่วยกันคิดว่า ถ้าเรามีอะไรที่เป็นต้นแบบให้ทำตามได้ คือ ให้รู้วิธีการทำ และมีตัวอย่างเอกสารให้สามารถทำตามได้ทั้งหมด รวมถึงมีคอร์สก็น่าจะช่วยลดปัญหาหลังบ้านเกี่ยวกับเอกสารไปได้ จึงเป็นที่มาของการรวบรวมทุกเอกสารที่ต้องใช้ในองค์กร รวมมาเป็น “แฟ้มคัมภีร์ธุรกิจ” หรือจะเรียกว่าเป็นแฟ้มที่ปรึกษาทางบัญชี ภาษี และ HR เพราะในแฟ้มจะประกอบไปด้วยแบบฟอร์มเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในแต่ละฝ่ายในองค์กร พร้อม VDO เทรนนิ่งคู่มือการใช้งานเอกสารทั้งหมด ทั้งเอกสารบัญชี ภาษี HR แบบมาตรฐาน ตัวอย่างบิลต่างๆ ตัวอย่างจดหมายค่าใช้จ่ายต่างๆ การอ่านงบการเงิน การทำ เอกสารเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง เงินเดือน โบนัส เบี้ยเลี้ยงการทำเอกสารแจ้งสรรพากร ฯลฯ”

ครูอัส ยังกล่าวอีกว่า สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจใหม่ และมองหาวิธีการในประหยัดภาษี หรืออยากจัดการงานเอกสาร การทำบัญชี ภาษี ครูอัสเชื่อว่า “แฟ้มคัมภีร์ธุรกิจ” จะเป็นแฟ้มอัจฉริยะที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้ทั้งหมด และจะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างราบรื่น หมดปัญหาด้านเอกสาร ประหยัดค่าที่ปรึกษาไปได้หลายแสนบาทต่อปี รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาในองค์กรได้หลายล้านบาททีเดียว ปัจจุบันเราส่งต่อแฟ้มคัมภีร์ธุรกิจ สู่องค์กรทั่วประเทศกว่า 1,000 เล่มแล้ว ในแฟ้มชุดนี้จะมีคู่มือเพื่อธุรกิจ ตัวอย่างแบบฟอร์มบัญชี / ภาษี / HR / เอกสารที่ยุ่งยาก MEMO ต่างๆ เป็นไฟล์ Word, Excel สามารถนำไปแก้ไขปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ รวมถึงมีคลิป VDO ที่ช่วยอธิบายการใช้งานในแต่ละขั้นตอน แบ่งเป็นหัวข้ออย่างละเอียด เข้าใจง่าย และพิเศษสุด เรามีเปิดให้เรียนกันต่อเนื่องในกลุ่มปิดทางเพจ บัญชีอย่างง่าย เพื่อเจ้าของกิจการ เพื่ออัพเดทข้อมูล หรือมีเอกสารให้ดาวน์โหลดเพิ่มเติม เพราะปัญหาบัญชี ภาษีเกิดขึ้นได้ทุกวัน

สนใจสามารถสั่งซื้อเป็นเจ้าของ “แฟ้มคัมภีร์ธุรกิจ” เล่มนี้ได้กับตัวแทนจำหน่าย ที่พร้อมจะให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด ในราคาลดพิเศษ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.094-8246244 หรือสอบถามปัญหาภาษีได้ที่ Line @bunchee.easy

กรมวิทย์ เตือนอันตราย กินขนมหรืออาหารผสมกัญชา ออกฤทธิ์ได้เหมือนการเสพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457539

กรมวิทย์ เตือนอันตราย กินขนมหรืออาหารผสมกัญชา ออกฤทธิ์ได้เหมือนการเสพ

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนกัญชาจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 การนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ ประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้นำไปผสมในอาหาร ขนมเครื่องดื่ม การออกฤทธิ์ของกัญชาจะเร็วหรือช้าขึ้นกับวิธีการที่นำกัญชาเข้าสู่ร่างกาย ชนิด ปริมาณสาระสำคัญและการตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละคนทั้งนี้ สามารถตรวจสารสำคัญของกัญชาได้ในปัสสาวะด้วยชุดสอบเบื้องต้นและยืนยันผล ด้วยเครื่องมือชั้นสูง ได้แก่ เครื่องแก๊สโครมาโตกราฟี-แมสสเปกโทรมิเตอร์ (GC-MS) ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่ากัญชาจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 สามารถนำกัญชาไปทำการศึกษาวิจัย และพัฒนาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และนำไปใช้ในการรักษาโรคภายใต้การดูแลและควบคุมของแพทย์เท่านั้น ในประเทศไทยยังไม่ได้รับการยกเว้น หรืออนุญาตให้ผลิต หรือนำเข้ากัญชาที่ผสมในอาหาร หรือเครื่องดื่มแต่มีบางประเทศ เช่น รัฐโคโลราโดสหรัฐอเมริกา แคนาดา อนุญาตให้นำกัญชาผสมในขนม อาหาร หรือเครื่องดื่มชนิดต่างๆ และประชาชนสามารถใช้ได้เองอย่างถูกกฎหมาย ในรูปแบบของ คุกกี้ บราวนี่ช็อกโกเลต ลูกอม อมยิ้ม เยลลี่ ขนมขบเคี้ยว หรือเครื่องดื่ม แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการควบคุมคุณภาพในการผลิต ไม่มีสารอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีการจำกัดปริมาณและต้องมีฉลากระบุปริมาณของสารไว้อย่างชัดเจนภายใต้กฎหมายควบคุม และบรรจุในภาชนะที่ป้องกันเด็ก เนื่องจากอาจเข้าใจผิดว่าเป็นขนม เพราะส่วนใหญ่จะมี สี กลิ่น รสน่ารับประทาน จนทำให้เกิดอันตรายได้

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า กัญชามีสารสำคัญตัวหนึ่งคือ ทีเอชซี ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง คือ มีฤทธิ์ต่อสมองและทำให้ร่างกายอารมณ์ และจิตใจเปลี่ยนแปลงไป ทีเอชซีจะออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้อารมณ์ดี หัวเราะและหัวใจเต้นเร็ว ต่อมาจะกดประสาททำให้ผู้เสพมีอาการมีนงง เซื่องซึมและง่วงนอน หากเสพเข้าไปในปริมาณมากๆจะหลอนประสาททำให้เห็นภาพลวงตาหูแว่ว ความคิดสับสน ควบคุมตนเองไม่ได้มีการนำมาใช้ในทางที่ผิดโดยการสูบ เคี้ยวหรือผสมกัญชาลงในอาหาร ในกรณีสูบกัญชาจะเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วภายใน 2-3 นาที และจะออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทได้สูงสุดถึง 1 ชั่วโมง แต่การรับประทานใช้เวลาในการออกฤทธิ์นานราวหนึ่งชั่วโมงหรือมากกว่า และจะถูกเปลี่ยนแปลงในร่างกาย และถูกขับออกทางปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ ในกรณีไม่เคยเสพกัญชาจะอยู่ในร่างกายได้นาน 2-5 วัน สามารถตรวจหาสารสำคัญของกัญชาได้ในปัสสาวะ ด้วยชุดทดสอบกัญชาเบื้องต้นและยืนยันผลโดยใช้เครื่องมือชั้นสูง ได้แก่ เครื่องแก๊สโครมาโตกราฟี-แมสสเปกโทรมิเตอร์ (GC-MS) ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้งที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักยาและวัตถุเสพติด

“การรับประทานอาหารที่ผสมกัญชา ออกฤทธิ์ได้เช่นเดียวกับการเสพ แต่ช้ากว่า จึงพบอาการข้างเคียงจากการใช้กัญชาในปริมาณเกินขนาดจนเกิดอันตรายได้ แต่อย่างไรก็ตาม การออกฤทธิ์จะขึ้นกับชนิด ปริมาณของสารสำคัญ และการตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละคนการรับประทานจะไม่ทำให้กลิ่นติดตัวเหมือนการสูบ จึงนิยมใช้ในสถานบันเทิง การผสมในอาหารส่วนใหญ่จะมีสี กลิ่น และรสที่น่ารับประทาน จะไม่สามารถสังเกตได้จากลักษณะภายนอกว่ามีกัญชาผสมหรือไม่ แต่อาจสังเกตที่สัญลักษณ์บนฉลากจะมีคำว่า cannabis, THC, CBD หรือ Hemp ต้องระมัดระวังและไม่รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า และให้ความรู้กับเยาวชนเพื่อป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นได้” นายแพทย์โอภาส กล่าวเตือน

ภัยเงียบสูบบุหรี่จัดระวังปอดรั่ว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/457535

ภัยเงียบสูบบุหรี่จัดระวังปอดรั่ว

วันจันทร์ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บุหรี่ ถือว่าเป็นตัวการสำคัญในการทำร้ายสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมามากมาย หนึ่งในนั้นคือ โรคปอดรั่วเป็นโรคที่เป็นภัยเงียบ สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่สูบบุหรี่หนัก วัยทำงานที่ได้รับมลภาวะทางอากาศ หรือวัยรุ่นโตเร็ว ผู้ป่วยมักไม่ปรากฏอาการจะรู้ตัวอีกทีเมื่อพบว่าเหนื่อย เจ็บหน้าอกหรือไอแห้งเฉียบพลันหากรักษาไม่ทันเวลามีโอกาสเสียชีวิตได้

นายแพทย์ผดุงเกียรติ ตั้งพิรุฬห์ธรรมศัลยศาสตร์ทรวงอกผ่าตัดส่องกล้องปอดโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่าโรคปอดรั่ว คือ ภาวะที่ถุงลมในปอดแตกทำให้อากาศรั่วเข้าไปแทรกอยู่ในช่องอกจนเบียดเนื้อปอดและหัวใจทำให้ปอดขยายตัวไม่เต็มที่ส่งผลต่อการหายใจ เป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาเร่งด่วนเพราะภาวะดังกล่าวเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากลมที่รั่วนั้นกดเบียดหัวใจอย่างรุนแรง อาการและสัญญาณเตือนของโรคปอดรั่วนั้นแตกต่างกันตามอายุ สำหรับคนไข้ที่อายุน้อย มักมาด้วยอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลันและไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ โดยที่ไม่มีอาการไข้หวัด น้ำมูกไหลเจ็บคอมาก่อน มีอาการไอแบบหาสาเหตุไม่ได้ แต่หากเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ หรือ สูบบุหรี่จัด มักมาด้วยอาการเหนื่อยหอบ ยิ่งคนที่สูบบุหรี่จัด ที่มีโรคถุงลมโป่งพองเรื้อรัง เนื้อปอดที่ไม่ดีอยู่เดิมถูกกดเบียดก็จะเหนื่อยง่ายและเหมือนหายใจไม่สุด ซึ่งอาการเจ็บหน้าอกจะต่างจากคนที่เป็นโรคหัวใจ ถ้าผู้ป่วยโรคหัวใจจะรู้สึกเจ็บแน่นๆ เหมือนมีอะไรมาทับมากด แต่ถ้าปอดรั่วจะมีอาการเจ็บแปล๊บในหน้าอกข้างใดข้างหนึ่งตามการหายใจ

ปอดรั่ว แบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ 1. ภาวะปอดรั่วแบบปฐมภูมิ (primary spontaneous pneumothorax : PS) คือ โรคปอดรั่วในคนที่ไม่ได้มีตัวโรคที่เนื้อปอดซึ่งมักเกิดในผู้ป่วยที่อายุ 18 ปีขึ้นไป จนถึง 30 ปี หรือช่วงวัยรุ่นที่ผอมสูงโตเร็วมักพบว่ายอดปอดส่วนบนเป็นถุงลมโป่งพองเฉพาะจุด ซึ่งปัจจุบันวงการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจนว่าเกิดจากอะไร แต่จากการวิเคราะห์ ที่มีความเป็นไปได้คืออาจเป็นจากพันธุกรรม หรือช่วงที่วัยรุ่นโตเร็วปอดกับช่องอกขยายตัวไม่สัมพันธ์กันทำให้ยอดปอดเกิดถุงลมโป่งพองอีกกลุ่มหนึ่งคือ คนที่เกิดภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) มีชื่อเรียกว่า โรคลมรั่วตามรอบเดือน (Catamenial pneumothorax) เป็นภาวะที่มีเซลล์เยื่อบุมดลูกฝังในช่องเยื่อหุ้มปอด ทำให้มีลมรั่วในขณะที่มีประจำเดือน พบได้ไม่บ่อยแต่ต้องไปรับการผ่าตัดและการรักษาด้วยฮอร์โมน2.ภาวะปอดรั่วแบบทุติยภูมิ(secondary spontaneous pneumothorax : SSP) มักเกิดในคนที่อายุมากกว่า 60 ปี มีพฤติกรรมสูบบุหรี่จัด และเกิดในผู้ป่วยที่มีโรคปอดอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ซึ่งมักพบว่าถุงลมโป่งพองจะเป็นแบบกระจาย เมื่อแตกออกมาลมรั่วเข้าช่องอก อาการรุนแรงกว่าปอดรั่วแบบปฐมภูมิ เนื่องจากการทำงานของปอดเสียไป

สำหรับในประเทศไทยพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มภาวะปอดรั่วแบบทุติยภูมิ จะมีจำนวนมากกว่าภาวะปอดรั่วแบบปฐมภูมิ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มทุติยภูมิคือ การสูบบุหรี่จัดจนเป็นสาเหตุให้เกิดถุงลมโป่งพองนอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มีผลกระทบทำให้ถุงลมโป่งพองได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์ด้วยอาการแบบเฉียบพลัน แนวทางการรักษาในอดีตครั้งแรกยังไม่ต้องผ่าตัด แค่ใส่สายระบาย 3-7 วันรูรั่วสามารถหายไปได้เอง แต่ปัญหาคือโอกาสเป็นซ้ำสูงถึง 30% ปัจจุบันเทคโนโลยีและวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับการผ่าตัดปอดรั่วที่ได้มีการพัฒนาด้านการผ่าตัดเป็นการผ่าตัดแผลเล็กแผลเดียวขนาดใกล้เคียงกับการใส่สายระบาย จึงมีผู้ป่วยต้องการผ่าตัดอาการปอดรั่วตั้งแต่ครั้งแรกมากขึ้น

การตรวจวินิจฉัยเริ่มจากเอกซเรย์ขั้นต้นเพื่อดูว่ามีลมรั่วหรือไม่ และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เพื่อหาตำแหน่งของถุงลมโป่งพองเพื่อวางแผนการผ่าตัด ในอดีตการผ่าตัดต้องลงแผลใหญ่ ใส่ที่ถ่างขยายซี่โครงเข้าช่องอกด้านข้าง แต่ปัจจุบันเป็นการผ่าตัดแผลเล็กขนาด 2-3 เซนติเมตร เข้าทางช่องซี่โครง โดยใช้กล้องร่วมกับอุปกรณ์ผ่าตัด (Video-Assisted Thoracic Surgery: VATS) และสามารถใช้อุปกรณ์ที่ตัดพร้อมกับเย็บได้ในเวลาเดียวกัน ระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว และจะมีสายระบายประมาณ 2 วัน หลังฟื้นตัวอาการดีขึ้นเอาสายออกสามารถกลับบ้านได้ สำหรับข้อควรระวังภายหลังการผ่าตัดคือในช่วง 2 สัปดาห์แรกห้ามคนไข้ยกของหนักเพราะอาจส่งผลกระทบทำให้แผลผ่าตัดภายในปริได้ ขณะที่แผลผ่าตัดภายนอกจะหายสนิทภายใน 1 สัปดาห์ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคลมรั่วตามรอบเดือน แนวทางการรักษาคือ แพทย์จะให้ฮอร์โมนหยุดประจำเดือนเสมือนเป็นวัยทองประมาณ 6-9 เดือน นอกจากนี้ ควรงดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแหล่งมลภาวะต่างๆ ไม่ควรวิ่งมาราธอน หรือออกกำลังกายภายนอกอาคารในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก และควรใส่หน้ากากป้องกันหากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร