ภูมิธรรม ไฟเขียวเด็กเพื่อไทยร่วมม็อบอนาคตใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404543?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ภูมิธรรม ไฟเขียวเด็กเพื่อไทยร่วมม็อบอนาคตใหม่

14 ธันวาคม 2562 – 14:24 น.
เด็กเพื่อไทยร่วมม็อบอนาคตใหม่,ภูมิธรรมไฟเขียว
เปิดอ่าน 58 ครั้ง

เพื่อไทย ไฟเขียว สมาชิกพรรคร่วมม็อบอนาคตใหม่ พร้อมคุยอนาคตใหม่ หากถูกยุบ ชี้ อุดมการณ์เดียวกันร่วมกันได้

14 ธ.ค.2652-นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการนัดชุมนุมของพรรคอนาคตใหม่ในวันนี้ว่า ส่วนตัวเข้าใจพรรคอนาคตใหม่ที่ต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้ ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ต้องให้กำลังใจ และเห็นว่าการชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพ

ตามรัฐธรรมนูญเพราะการแสดงความเห็นภายใต้กฎหมายสามารถทำได้ และขอให้ผู้มีอำนาจเข้าใจ อย่ามองความเห็นต่างเป็นศัตรู เป็นความวุ่นวาย เชื่อว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย หากรัฐบาลก็ควรเรียบเรียงความสำคัญ และควรให้ความสำคัญกับปัญหาของบ้านเมืองให้มากขึ้น

ในส่วนของพรรคเพื่อไทย หากสมาชิกพรรค ส.ส. พรรคจะไปร่วมชุมนุมก็สามารถทำได้ตามสิทธิเพราะเป็นสิทธิแต่ละบุคคล  ส่วนที่มองว่าเหตุการณ์นี้จะกลายเป็นน้ำผึ้งหนดเดียวนั้น เห็นว่ามีหลายปัญหาที่สามารถทำให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้

ส่วนเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะส่งทีมกฎหมายไปช่วยพรรคอนาคตใหม่ และ ถูก รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม เตือนนั้น ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ห่วงใยกันในฐานะประชาชน เท่านั้นไม่ใช่การครอบงำตามที่ อ.วิษณุ เป็นห่วง

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงการที่พรรคอนาคตใหม่เตรียมพรรคสำรองหากถูกยุบพรรคว่าเรื่องนี้เป็นกระบวนการของพรรคอนาคตใหม่ที่จะต้องพิจารณาว่าจะเลือกพรรคใด ในส่วนของพรรคเพื่อไทยนั้นยังไม่รู้ว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบหรือไม่ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการที่จะต้องพูดคุยกันหากอุดมการณ์เดียวกันอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา

ธนาธร แก้ลำ ดัน พิธา หัวหน้าพรรคใหม่ ถ้าอนค.ถูกยุบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404539?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ธนาธร แก้ลำ ดัน พิธา หัวหน้าพรรคใหม่ ถ้าอนค.ถูกยุบ

14 ธันวาคม 2562 – 13:25 น.
ธนาธร,พิธา,หัวหน้าพรรคใหม่
เปิดอ่าน 648 ครั้ง

ธนาธร แก้ลำ ถ้า อนค. ถูกยุบ เตรียม 3 พรรคไว้รองรับ พลเมืองใหม่- สามัญชน -วิสัยทัศน์ใหม่ ดัน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เจ้าของโมเดลกระดุม 5 เม็ด หัวหน้าพรรคใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติและส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่กรณีกู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำนวน 191.20 ล้านบาท และถ้าพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบนั้น นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  เคยพูดขณะไปพบสื่อมวลชนไทย-ต่างประเทศ ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (เอฟซีซีที) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ว่า ถ้าพรรคอนาคตใหม่ต้องตั้งพรรคใหม่ โดยส.ส.ประมาณ 60 คน เป็นอย่างน้อย จาก 80 คน จะย้ายตามไปอยู่พรรคใหม่ด้วยกัน
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับพรรคการเมืองที่นายธนาธร เตรียมไว้รองรับ ส.ส. อาจเป็นพรรคใดพรรคหนึ่งใน 3 พรรค คือ 1. พลเมืองใหม่ 2. สามัญชน และ 3. วิสัยทัศน์ใหม่  โดยทั้ง 3 พรรคที่นายธนาธร เล็งไว้ มาจากคนในเครือข่ายของธนาธรและพรรคแนวร่วมฝ่ายค้านด้วยกันโฟกัสที่

สำหรับ พรรคพลเมืองใหม่ ชื่อนี้คนในอนาคตใหม่คุ้นเคยดี เพราะแรกทีเดียวเป็นพรรคที่อยู่ในใจนายธนาธร ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากพรรคพลเมืองใหม่ยังอยู่ระหว่างการเตรียมจัดตั้งพรรค โดยมีนายอภิมุข อิ่มมณี หัวหน้าพรรค ยื่นขอจัดตั้งพรรคเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561

ส่วน พรรคสามัญชน  มีนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ เป็นหัวหน้าพรรค และนายกิตติชัย งามชัยพิสิฐ อดีตแกนนำกลุ่มพอกันที เป็นเลขาธิการพรรค พรรคนี้ยื่นจัดตั้งพรรคกับกกต. เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2561

ส่วน พรรควิสัยทัศน์ใหม่ หลายคนคุ้นเคยดี เพราะเป็นพรรคที่ถูกมองไว้เป็นพรรคอะไหล่ของพรรคไทยรักษาชาติ ในช่วงที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรค ปัจจุบันพรรควิสัยทัศน์ใหม่ อยู่ระหว่างการยื่นจัดตั้งพรรค

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับหัวหน้าพรรคมีความเป็นไปได้มากสุดที่จะเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  เพราะหัวหน้าคนใหม่ ต้องมีภาพลักษณ์ใหม่และเป็นที่ยอมรับของสังคมมากขึ้น โดยนายธนาธร  จะดันขึ้นมาเป็นมือวางอันดับ 1 ในพรรคใหม่ ชูพรรคคนรุ่นใหม่ ต้องการให้สังคมเปลี่ยนแปลง และเป็นที่ยอมรับของสังคมทุกวัย

สำหรับนายพิธา เป็นหลานของนายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ คนใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จบปริญญาตรี สาขาการเงิน การธนาคาร ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจบปริญญาโท คณะการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และบริหารธุรกิจ ที่เอ็มไอที สโลน สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซ็ตส์ สหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าของบริษัทผลิตนํ้ามันรำข้าวดิบรายใหญ่ ของประเทศไทย ก่อนเข้าสู่เส้นทาง การเมืองเต็มตัวในการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

แม้จะเป็นมือใหม่การเมือง เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคอนาคตใหม่ แต่มีความโดดเด่น ถึงขั้นถูกวางตัวเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ของพรรคอนาคตใหม่

เส้นทางการเมืองของนายพิธา โดดเด่นไม่แพ้นายธนาธร  ต่างตรงที่การวางบทบาทในสภาและนอกสภาที่เรียบง่าย ไม่ก้าวร้าว มีข้อมูลอ้างอิงน่าเชื่อถือ จนถูกยกให้เป็น “ดาวสภาดวงใหม่” จากการยกโมเดล “กระดุม 5 เม็ด” ช่วยแก้ปัญหาเกษตรกร โดยเปรียบการติดผิดตั้งแต่เม็ดแรกก็จะผิดตลอดไป

เป๊ปซี่ โพสต์ อนาคตดับ – อนาคตสึก ศิษย์เอกงานเข้าแน่นวล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404556?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เป๊ปซี่ โพสต์ อนาคตดับ – อนาคตสึก ศิษย์เอกงานเข้าแน่นวล

14 ธันวาคม 2562 – 15:18 น.
กรรมการการเลือกตั้ง,กกต,ศาลรัฐธรรมนูญ,ศร,ยุบพรรค,พรรคอนาคตใหม่,อนค,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,เป๊ปซี่,เป๊ปซี่ เสริมสุข,เสริมสุข กษิติประดิษฐ์
เปิดอ่าน 106 ครั้ง

ลุ้น ธนาธร จะโดนข้อหาเพิ่ม – แถมเข้าซังเต เป๊ปซี่ ชี้ ยุบพรรค อนค. ตัดสิทธิ์ 10 ปี คัมมิ่งซูน หลวงพี่กองเชียร์ส้มจ๋างานเข้าแน่นวล

ความเคลื่อนไหวการเมืองหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ (ศร.) วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จากกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ให้ยืมเงินกู้ 191 ล้านบาท เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 โดย “ธนาธร” ปลุกมวลชนพร้อมติดแฮชแท็ก #ธนาธรไลฟ์ #กลัวที่ไหน #ไม่ถอยไม่ทน นัดกิจกรรม “ลุกขึ้นสู้ทวงชอบธรรม” ที่สกายวอล์ก ปทุมวัน วันนี้ (14 ธ.ค.) 5 โมงเย็น

ล่าสุด เป๊ปซี่ เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ Sermsuk Kasitipradit โพสต์ภาพข้อความ ระบุ นอกจากพรรค อนค. ถูกยุบแจ่มจันทร์นวลผ่อง จากคดีล้มล้างการปกครอง และเงินกู้ 191 ล้านบาท หน.อนค. และ กก.บห. ทั้งหมด 15 คน ยังถูกถอดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี

               ส่วนคดีกู้เงินอัปยศ อาจมีของแถมเข้าซังเตในข้อหาบริจาคเงินเกินจากที่กฎหมายกำหนด รอศาลรัฐธรรมนูญเคาะ

               จะโดนข้อหาเพิ่มไหมนัดปลุกระดม skywalk เย็นนี้ น่าจะชัดเจน หากป่วนจนบ้านเมืองนี้ไม่สงบ ต้องเตรียมใจไว้นะธร มีข่าว จนท. เตรียมพร้อมรับมือเต็มสูบ

               ส่วนหลวงพี่กองเชียร์ส้มจ๋า ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมเย็นนี้ ออกอาการอยากดังเต็มเหนี่ยวโพสต์ข้อความจาบจ้วงว่อนออนไลน์ คัมมิ่งซูนงานเข้าแน่นวล

เป๊ปซี่ โพสต์ อนาคตดับ - อนาคตสึก ศิษย์เอกงานเข้าแน่นวล

เป๊ปซี่ โพสต์ อนาคตดับ - อนาคตสึก ศิษย์เอกงานเข้าแน่นวล

เป๊ปซี่ โพสต์ อนาคตดับ - อนาคตสึก ศิษย์เอกงานเข้าแน่นวล

พปชร.ลั่น ประเทศไม่ใช่ของ ธนาธร แนะดูฮ่องกงเป็นตัวอย่าง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404499?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พปชร.ลั่น ประเทศไม่ใช่ของ ธนาธร แนะดูฮ่องกงเป็นตัวอย่าง

14 ธันวาคม 2562 – 11:52 น.
ธนาธรปลุกม็อบ
เปิดอ่าน 1,129 ครั้ง

“ธนกร” ซัด “ธนาธร” เห็นแก่ตัว ปลุกม็อบสร้างความขัดแย้งทั้งที่คนในประเทศกำลังมีความสุขกับเทศกาลปีใหม่ ลั่น ประเทศไม่ใช่ของ “ธนาธร” แนะหันดูฮ่องกงเป็นตัวอย่าง

14 ธ.ค.2562-นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เชิญชวนประชาชนออกมาชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ค ย่านปทุมวันว่า ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก หากการชุมนุมบานปลายใครจะรับผิดชอบ การกระทำของนายธนาธรเป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวที่สุด คำนึงถึงประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก บ้านเมืองสงบมานาน ประชาชนกำลังมีความสุข ยิ่งใกล้จะปีใหม่ ทำไมต้องมาเคลื่อนไหวอีก ที่ผ่านมาพรรคอนาคตใหม่นำปัญหาต่างๆ เข้าสู่การแก้ปัญหาในสภาฯ มาตลอด และนางพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ก็ยืนยันตลอดว่าจะไม่มีการปลุกม็อบลงถนน

แต่วันนี้นายธนาธรกลับออกมาปลุกระดม ทำไมไม่หาทางแก้ต่างคดียุบพรรคที่ศาลรัฐธรรมนูญ  การปลุกระดมมวลชนจะนำไปสู่ปัญหาเหมือนในอดีตที่จะทำให้บ้านเมืองเสียหาย อยากจะถามนายธนาธรว่า ประชาชนไม่ได้รับความเสมอภาคตรงไหน ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมตรงไหน ประเทศเป็นของคนไทยทุกคน ไม่ใช่ของนายธนาธร หากจะทำให้ประเทศชาติเสียหายประชาชนคงไม่ยอม

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าลึกๆ ในใจประชาชนคงไม่ต้องการเห็นประเทศเสียหายจากการชุมนุมประท้วงเหมือนอดีตที่ผ่านมา ล่าสุดเราได้เห็นความเสียหายอย่างย่อยยับที่ฮ่องกงมาแล้ว ซึ่งตนเห็นยุทธศาสตร์การเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่แล้วไม่สบายใจอย่างมาก ทุกอย่างเหมือนวางแผนมาอย่างเป็นระบบภายใต้ความเชื่อของคนแค่2-3 คน บ้านเมืองมีขื่อมีแป เราต้องเคารพกฏหมาย และการจัดชุมนุมดังกล่าวได้รับการอนุญาตถูกต้องหรือไม่

วันนี้มีพ.ร.บ.ชุมนุมฯ โทษค่อนข้างแรง ไม่อยากเห็นประชาชนผู้บริสุทธ์ต้องตกเป็นเหยื่อ เพราะสุดท้ายแกนนำม็อบมักจะไม่รับผิดชอบอะไรเลย ที่สำคัญ ในบริเวณดังกล่าวยังมีการจัดคอนเสิร์ต เสมือนจงใจจัดชุมนุมใกล้ๆ เพื่อโมเมว่าคนเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากหรือไม่ ส่วนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคอนาคตใหม่นั้นตนไม่ขอก้าวล่วง แต่ไม่อยากเห็นพรรคอนาคตใหม่ใช้มวลชนกดดันจนถูกมองว่ากดดันศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

แบบนี้ลิดรอนสิทธิ์ สนธิญา จี้ ธนาธร ย้ายสถานที่จัดแฟลชม็อบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/404496?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

แบบนี้ลิดรอนสิทธิ์ สนธิญา จี้ ธนาธร ย้ายสถานที่จัดแฟลชม็อบ

14 ธันวาคม 2562 – 11:39 น.
สนธิญา สวัสดี,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,อนาคตใหม่,ลิดรอนสิทธิ์,แฟลชม็อบ,ชุมนุมบนสกายวอล์ค
เปิดอ่าน 697 ครั้ง

สนธิญา สมาชิก พปชร. ยืนหนังสือร้องตำรวจ สน.ปทุมวัน จี้ ธนาธร ย้ายสถานที่เหตุไม่เหมาะสม ย้ำชุมนุมบนสกายวอล์ค ลิดรอนสิทธิ์ประชาชนใช้เส้นทางสัญจร

ที่ สน.ปทุมวัน เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม 2562 นายสนธิญา สวัสดี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ รักษาการ ผกก.สน.ปทุมวัน เพื่อให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ย้ายสถานที่จัดกิจกรรมแฟลชม็อบชุมนุมบนทางเดินสกายวอล์ค แยกปทุมวัน ในเวลา 17.00-18.00 น.ของวันนี้ โดยมี พ.ต.ต.สมพร อุทัยวรรณ์ สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน เป็นผู้รับเรื่องแทน (อ่านข่าว กลัวที่ไหน “ช่อ” ร่ายกลอนปลุกม็อบธนาธรสู้)

คลิปที่ 2

นายสนธิญา กล่าวว่า วันนี้มาในนามส่วนตัว พร้อมยื่นเอกสารใน 2 ประเด็น ตนไม่ได้ห้ามไม่ให้ชุมนุม เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนที่สามารถกระทำได้ เพียงแต่อันดับแรกต้องการให้ย้ายสถานที่ชุมนุมจากสกายวอร์ค ไปยังโรงยิมเนเซียม สนามกีฬาแห่งชาติ ที่ห่างกันเพียง 100 เมตร เนื่องจากการชุมนุมบนสกายวอร์คอาจรบกวนผู้สัญจรไปมา หากเริ่มต้นการชุมนุมด้วยการลิดรอนสิทธิ์ผู้อื่นก็คงไม่เหมาะสม (อ่านข่าว ‘พ่อฟ้า’ นัดชุมนุมพรุ่งนี้5โมงเย็น)

ประเด็นต่อมา ตามที่ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มาตรา 7 ระบุห้ามไม่ให้ชุมนุมใกล้เขตพระราชฐานในรัศมี 150 เมตร ประกอบ มาตรา 8 ห้ามไม่ให้ชุมนุมกีดขวางทางเข้าออก ทั้งยังกำหนดโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับไว้ชัดเจน ซึ่งทางกลุ่มของนายธนาธร มีทีมกฎหมายที่ดี น่าจะทราบขั้นตอนการดำเนินการอยู่แล้ว ให้นึกถึงสิ่งที่ตามมาว่าจะเป็นเช่นไร ทั้งนี้หากยังคงรวมตัวกันบนสกายวอร์ค ก็จะมาแจ้งความเอาผิดภายหลังต่อไป

คลิปที่ 3

ยงยุทธชี้การเมืองไทยย้อนหลัง40ปี?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/376744?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ยงยุทธชี้การเมืองไทยย้อนหลัง40ปี?

24 มิถุนายน 2562 – 12:25 น.
ยงยุทธ ติยะไพรัช
เปิดอ่าน 2,578 ครั้ง

โดย…  สมัชชา หุ่นสาระ

“ยงยุทธ ติยะไพรัช” อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ มองการเมืองและภาวะรัฐบาลใหม่ในอีกมิติที่น่าพินิจและควรรับฟัง…

ยงยุทธบอกกับเครือเนชั่นหลังมีการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายกรัฐมนตรีว่า “ภาพรวมปัญหาของบ้านเมืองยังคงอยู่ การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายยังมีอยู่ ความสับสนด้านการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เท่าเทียมและไม่เสมอภาคยังเกิดขึ้น

จนวันนี้ขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศลดลงเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน การลงทุนนั้นมีการย้ายฐานการลงทุนออกจากไทยจนน่าจะเป็นเงื่อนไขปัญหาใหม่สำหรับอนาคตของประเทศ

เมื่อลองย้อนดูสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและมองไปยังอนาคต แม้เร็วๆ นี้ทหารจะกลับเข้ากรมกอง การใช้มาตรา 44 จะยุติในไม่กี่วันนี้ แต่มันคือม่านบังตา แปลว่าลืมนึกไปว่าการสร้างศัตรูสมมุติขึ้นมาจากคนในชาติเดียวกันยังมีอยู่ในวันนี้ เหมือนการมองเป็นคอมมิวนิสต์ในอดีต แต่วันนี้จะทำแบบนั้นไม่ได้

วันนี้สังคมเปลี่ยนไป เขตแดนอธิปไตยของชาติถูกทำลายด้วยระบบออนไลน์ กระแสสังคมวันนี้คนไทยรุ่นใหม่เข้าสู่โลกไร้พรมแดน การค้าการลงทุนก็ใช้โลกออนไลน์ค้าขายทั่วโลก

เรามักพูดเสมอๆ ว่าเรามีประชาธิปไตยแบบไทยๆ เช่นกฎหมายความมั่นคง ค่านิยมทางการเมือง กฎหมาย ระบบการค้า ระบบสัมปทาน หากว่าไม่ยึดหลักสากล ไทยจะมีปัญหากับสังคมโลก เพราะคนต่างชาติกลัวและไม่กล้ามาติดต่อกับเรา

น่าห่วงว่าคนรุ่นใหม่ที่เรียนหนังสือ เรียนกฎหมายจะมองว่าการบังคับใช้กฎหมายในบ้านเมืองของเราไม่ใช่การบังคับใช้ทั่วไป บทบัญญัติบางเรื่องไม่มีผลบังคับใช้กับบางคน วันนี้มีความสับสนเพราะมีศรีธนญชัยจนเป็นมุมปัญหา อนาคตนั้นคนรุ่นใหม่จะพบว่าชีวิตจริงกับสิ่งที่เล่าเรียนมามันเป็นคนละอย่างกัน ตรงนี้เป็นอุปสรรคที่จะนำไทยไปสู่สากล”

          000 พรรคเพื่อชาติหาเสียงว่าจะเป็นเกาะกลางประชาธิปไตยและให้ทุกฝ่ายมาเจอกันเพื่อคุยและหาทางออก แต่วันนี้เหมือนว่าจะไม่มีใครใช้เกาะกลาง
การเมืองไทยวันนี้เหมือนย้อนหลังไป 40 ปี ประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทยที่พูดเสมอว่า ไม่มี, ครึ่งใบ, เต็มใบนั้น วันนี้ผลของรัฐธรรมนูญทำให้ประชาธิปไตยที่เป็นผลผลิตของการยึดอำนาจครั้งล่าสุด แม้จะอ้างว่าผ่านประชามติ แต่ที่ผ่านมาฝ่ายที่คัดค้านกลับโดนจับกุม

เมื่อการเมืองวันนี้ย้อนหลังไป 40 ปีแบบนี้เราจะกระโดดให้มาอยู่ในจุดเดิมอย่างไร เพราะเราถอยหลังไปไกลมาก มองแล้วจะพ้นกับดักนี้ลำบาก เช่น แก้รัฐธรรมนูญที่หลายพรรคไปร่วมตั้งรัฐบาลเสนอเงื่อนไขนี้ แต่มันทำได้ยาก หากจะทำได้ง่ายๆ คือฉีกรัฐธรรมนูญ แต่มันจะซ้ำเติมบ้านเมืองเพิ่มไหม

สถานการณ์การเมืองวันนี้ นักดาราศาสตร์บอกว่าหลุมดำนั้นคือสิ่งที่ดูดทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล วันนี้ผมห่วงอนาคตบ้านเมืองว่าจะตกหลุมดำ และที่ผ่านมาบางคนชอบพูดว่าทำทุกอย่างเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาขน รวมทั้งเพื่อประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อมองแล้วคนที่ชอบพูดเรื่องแบบนี้ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น

วันนี้หากนำประเทศเป็นตัวตั้ง ขอถามว่าภัยคุกคามวันนี้ใช่คอมมิวนิสต์เหมือนเมื่อก่อนไหม มันก็ไม่ใช่ ภัยคุกคามความมั่นคงวันนี้คือคนต่างชาติและคนไทยที่ต้องรบกันด้วยสงครามเศรษฐกิจและโลกออนไลน์ วันนี้ควรเลิกคิดว่าข้าศึกสมมุติที่เป็นภัยต่อความมั่นคงคือคนไทยด้วยกัน

หัวหน้า คสช.มักพูดถึงบางคนในทำนองเป็นภัยต่อบ้านเมือง สังคมรู้ว่าหมายถึงใคร การใช้กฎหมายฉบับเดียวกันกับคนหนึ่งแบบหนึ่ง และใช้กับอีกคนหนึ่งก็ใช้อีกแบบหนึ่งนั้น สังคมก็รู้ หรือใช้กฎหมายเพื่อเอื้อใครหรือนายทุนคนไหน สังคมก็รู้ มีกลุ่มทุนผูกขาดกี่รายในบ้านเมืองได้ประโยชน์จากการยึดอำนาจคราวนี้บ้าง ทุกคนก็รู้ เพราะมันมาจากการใชักติกาแบบไม่เป็นธรรม จนช่องว่างทางสังคมมันมีมากขึ้น หากปล่อยไว้นานๆ จะเอาไม่อยู่

วันนี้หากหันหน้ามาคุยกันแบบจริงจัง คือคืนความยุติธรรมให้ทุกฝ่าย ดำเนินคดีแบบเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ คนไหนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมก็คุยกันดีไหม ผมพูดในภาพรวมนะ

สมมุตินะ หากความไม่เป็นธรรมวันนี้มันเรื้อรัง วันหนึ่งหากสังคมอดทนไม่ได้ ไม่กลัวปืน ไม่กลัวกฎหมาย เพราะพวกเขามองว่าหลายอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่เป็นธรรมตรงนี้น่าห่วงนะ

  000 ทางออกควรเป็นแบบใด
พูดคุยแบบเปิดใจกับทุกฝ่าย เลิกใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ยึดหลักสากล อย่าให้อภิสิทธิ์กับบางคนและบางกลุ่ม นโยบายดีๆ ของรัฐบาลในอดีตที่เป็นผลดีกับสังคมก็ควรนำมาใช้ อย่ารังเกียจ

การปฏิรูปประเทศที่ตั้งหัวขัอไว้ตั้งแต่ยึดอำนาจ วันนี้คำคำนี้มีความหมายเดียวกับสิ่งที่สังคมเข้าใจหรือไม่ หรือเป็นนิยามที่ผู้ยึดอำนาจเข้าใจฝ่ายเดียว

การตั้งข้อหานักการเมืองทุจริตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ 5 ปีของการยึดอำนาจและ 4 ปีจากนี้ไป สังคมอยากฟังว่าการแก้ปัญหานี้เชิงรูปธรรมเป็นเช่นใด นอกจากอีเวนต์ การเปิดเพลง การแต่งกลอน และเราจะหนีคำว่าผลประโยชน์ทับซ้อนได้หรือไม่ เพราะรัฐบาลนี้มีที่มาแบบปิดกฎหมายและตั้งตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ นิรโทษกรรมตัวเอง ตั้งองค์กรอิสระ ขยายอำนาจตัวเอง ตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและมีรัฐบาลใหม่โดยสิ่งเหล่านี้ยึดโยงกับประชาชนไหม

ผลของการทำประชามติและการเลือกตั้งสร้างความสับสนให้สังคม เช่น คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ผมกลับบ้านที่ จ.เชียงราย ได้ยินชาวบ้านพูดว่า “เจ้าประคุณ ! อยากทำอะไรก็ทำ”

สังคมอยากแก้รัฐธรรมนูญเพราะมองแล้วมันคือปัญหาบ้านเมือง อยากได้เสรีภาพคืนมา หวังว่าหลังเลิกใช้มาตรา 44 ประชาธิปไตยจะกลับมา หากความหวังพังลงจะเกิดปัญหา

    000 มองความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อรัฐบาลนี้เช่นใด
ผมหวังว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น หวังว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยกลับมา

แต่เสถียรภาพรัฐบาลใหม่นั้น วันนี้หากไม่มีความเชื่อมั่นเกิดขึ้น รัฐบาลจะเสื่อมสภาพเอง และบ้านเมืองยังมีโอกาสที่วงจรอุบาทว์กลับมา

หากวันนั้นมันมีจริงเรื่องแบบนี้ไม่ต้องถามนักวิชาการเลย เพราะทุกคนคงจะรู้อยู่แล้วว่าเหตุเป็นแบบนี้ ผลก็ตัองออกมาแบบนี้

หากวันนั้นมีจริง ผมคงอุทานว่า “โอ้! อนิจจา”

p45

ดูแลแหล่งน้ำ แก้ปัญหา “ผักตบชวา”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/376743?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ดูแลแหล่งน้ำ แก้ปัญหา “ผักตบชวา”

24 มิถุนายน 2562 – 10:20 น.
รู้ลึกกับจุฬาฯ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,แหล่งน้ำ,น้ำท่วม,ผักตกชวา
เปิดอ่าน 2,900 ครั้ง

คอลัมน์… รู้ลึกกับจุฬาฯ

วลี “เก็บผักตบคนละ 3 ต้น” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรากฏขึ้นเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “สร้างรู้สื่อสาร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูฝน ปี 2562”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ฤดูร้อนปีนี้เขื่อนมีปริมาณน้ำน้อยอยู่ในขั้นวิกฤติ ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนฤดูน้ำหลากก็ต้องเตรียมตัวก่อนที่น้ำจะมาทำลายสิ่งกีดขวางต่างๆ เช่นผักตบชวาควรกำจัดออกเสีย ประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งควรช่วยกันเก็บคนละ 3 ต้น ไม่ต้องรอเงินจากภาครัฐ

ต่อประเด็นนี้ อาจารย์ ดร.กัลยา สุนทรวงศ์สกุล จากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าการดึงผักตบชวาออก 3 ต้น ไม่น่าจะกระทำได้โดยง่าย เพราะผักตบชวามีลักษณะเป็นแพพืชขนาดใหญ่ รากเกาะเกี่ยวกัน และดูดน้ำไว้ภายใน มีน้ำหนักมาก โดยปกติจะใช้เครื่องจักรในการกำจัด

“ที่นายกฯ พูดให้ดึงออกคนละ 3 ต้น ไม่น่าจะดึงได้หรอก ผักตบมันหนักเป็นสิบๆ ตัน แถมรากดูดน้ำมาก ต้องใช้เครื่องจักร รถแม็คโครตักขึ้นมา ที่นายกฯ พูดถูกคือในแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ เช่นเขื่อน จะมีผักตบชวาเยอะมาก”

ทั้งนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดของผักตบชวาเป็นปัญหาที่มีมาในประเทศไทยเป็นระยะเวลายาวนาน ตามประวัติดั้งเดิมของผักตบชวาระบุว่า ถูกนำเข้าจากเกาะชวาเมื่อปี 2444 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสประเทศอินโดนีเซีย หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการแพร่พันธุ์จนต้องเอาไปปล่อยในแม่น้ำลำคลองต่างๆ

ปัญหาผักตบชวามีระบุไว้ชัดเจนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อมีพระราชบัญญัติสำหรับกำจัดผักตบชวา พ.ศ. 2456 แสดงให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวมีมามากว่าหนึ่งร้อยปี สำหรับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เริ่มมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาปัญหาดังกล่าวตั้งแต่ปี 2520

อย่างไรก็ดี ปัญหาผักตบชวาไปไกลกว่าแค่เรื่องทัศนียภาพ เมื่อสังคมเมืองเริ่มพบกับปัญหาน้ำท่วม ซึ่งสันนิษฐานว่าผักตบชวาเป็นตัวการในการกีดขวางลำน้ำ

“ที่เราจะเห็นกันชัดคือลำน้ำไหนที่มีความนิ่ง น้ำไม่ไหล ไม่มีคนใช้เส้นทางน้ำนั้นสัญจรไปมา ก็จะเห็นผักตบชวาเยอะ คลองแสนแสบที่มีเรือเยอะแทบไม่มีผักตบชวาเลย แสดงว่าถ้าลำน้ำเส้นไหนมีการใช้งาน ก็จะมีการดูแลรักษา ไม่มีผักตบชวา”

อาจารย์กัลยาอธิบายว่า ปัญหาน้ำท่วมโดยมีสาเหตุมาจากผักตบชวาเข้าไปอุดตันทางไหลของน้ำ หรือทางระบายน้ำในเส้นทางน้ำเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งของหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในเมือง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาพื้นที่รองรับน้ำตื้นเขิน ขยะที่อุดตันท่อระบายน้ำ ฯลฯ

มิหนำซ้ำ สภาพสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้การใช้เส้นทางจราจรทางน้ำลดน้อยลง คนไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองไม่ได้มีความผูกพันกับการใช้แหล่งน้ำเช่นในอดีต ก็มีส่วนทำให้การอนุรักษ์แหล่งน้ำหายไปด้วย

“ถ้าเราตั้งวัตถุประสงค์การใช้แหล่งน้ำใหม่จะเป็นอีกแบบหนึ่ง เช่น ชาวบ้านในชนบทเขามีแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ผักตบชวาก็จะไม่ได้เป็นปัญหาเลย เพราะชาวบ้านเขาก็จะกำจัดกันเองอยู่แล้ว อาจารย์อยากเปรียบเทียบว่าผักตบชวามันก็เหมือนหญ้า เป็นวัชพืชที่ขึ้นอยู่ในน้ำ ถ้ามีก็ถอนหญ้าออก”

ทั้งนี้ อาจารย์กัลยาชี้ว่าการกำจัดผักตบชวาแบบรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ประหยัดและไม่ก่อให้เกิดสารพิษคือการเก็บผักขึ้นมาจากน้ำแล้วนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบต่างๆ เช่น ใช้เป็นอาหารสัตว์ ทำปุ๋ยหมัก หรือแปรรูปเป็นภาชนะ วัสดุต่างๆ เป็นต้น

การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนกว่าคือการสร้างทัศนคติและจิตสำนึกให้ชาวบ้าน คนในชุมชนใกล้แหล่งน้ำนั้นๆ มีจิตสำนึกรักและร่วมมือกันดูแลแหล่งน้ำ จะช่วยลดปัญหาผักตบชวาได้

เนื่องจากจิตสำนึกและวิถีชีวิตของคนไทยยุคปัจจุบันแยกระหว่างน้ำและบกชัดเจน ส่งผลให้การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำลำคลอง ของคนในเมืองเลือนหายไป กลายเป็นการโยนภาระให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาจัดการ

“เรื่องแหล่งน้ำ ถ้าเราส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากคลอง เช่น ให้ชาวบ้านร่วมมือกันช่วยกันเอาผักตบออกตั้งแต่แรกๆ สร้างความร่วมมือ หมั่นดูแล เกิดจิตสำนึกอนุรักษ์น้ำ มันก็จะเป็นฟังก์ชั่นนี้ไปเองว่าทุกคนต้องดูแลแหล่งน้ำ แต่ปัจจุบันเรากลายเป็นสังคมตัวใครตัวมัน ให้เป็นหน้าที่หน่วยงานเข้ามาดูแลจัดการเพียงอย่างเดียว หากเปลี่ยนทัศนคติได้ คนจะดูแลน้ำกันเอง ไม่มีปัญหาผักตบชวาเกิดขึ้น”

เร็ว-แรงทะลุนรก’กระบี่’ ส้มหล่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/376745?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เร็ว-แรงทะลุนรก’กระบี่’ ส้มหล่น

24 มิถุนายน 2562 – 09:45 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,เดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส ภาค 9,เร็ว-แรงทะลุนรก ภาค 9,ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
เปิดอ่าน 7,497 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

ท่ามกลางข่าวการเมืองเรื่องปวดหัว ‘ดับเครื่องชน’ มีข่าวดีสบายๆ มาเรียนให้ทราบว่า ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ‘เดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส’ ภาค 9 หรือชื่อไทยว่า ‘เร็ว-แรงทะลุนรก’ ภาค 9 จะยกกองถ่ายทำมาที่กระบี่ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ยาวนานไป 4 เดือน

นี่เป็นเรื่องน่ายินดีและถือว่าเป็นโชคดีสำหรับประเทศไทยมากๆ เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ดังมากหรือแรงมาก ผ่านมาแล้ว 8 ภาค ยกกองไปถ่ายทำในหลายๆประเทศ อย่างเม็กซิโก-ญี่ปุ่น ฯลฯ ทำให้มีคนติดตามไปเที่ยวชมโลเกชั่นหรือฉากการถ่ายทำกันมาก

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างโดย ‘ยูนิเวอร์แซล’ นำแสดงโดยพระเอกกล้ามโต ‘วิน ดีเซล’ และทุกตอนที่ออกฉายไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยมีแฟนๆ ชมกันมากมาย

ขณะนี้กองถ่ายทำได้ขนรถยนต์รุ่นใหม่ๆ พวกซูเปอร์คาร์ เครื่องมือต่างๆ และทีมงานมากระบี่แล้ว ซึ่งจะมีการถ่ายทำไปถึงภูเก็ต, พังงา, สุราษฎร์ธานี เมืองทะเลที่สวยงามของไทย

เรื่องนี้รัฐบาลต้องเปิดไฟเขียวและอำนวยความสะดวกเต็มที่ เพราะประเทศไทยมีแต่ได้กับได้ทางด้านสร้างเงิน-สร้างงาน-โรงแรม-การเดินทาง-อาหารการกิน รวมแล้วนับพันล้านบาท และเป็นการสร้างเสริมการท่องเที่ยวแบบ ‘ฟรี’ ด้วย

ที่ต้องระวังมีอย่างเดียวก็คือจะต้องขอความร่วมมือด้านเนื้อหา-สาระของหนังเรื่องนี้ว่าไม่ขัดต่อวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย และอย่าให้มีการทำลายธรรมชาติสภาพแวดล้อม

‘เร็ว-แรงทะลุนรก’ ภาค 9 จะออกฉายทั่วโลกปีหน้า ซึ่งฟันธงได้เลยว่าจะทำเงินมหาศาลและพร้อมกับสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยและต่อไปก็จะมีนักท่องเที่ยวมาอีกจำนวนมาก

เหมือนอย่างภาพยนตร์เรื่อง ‘เจมส์ บอนด์’ ที่มาถ่ายทำใช้ฉากเกาะตะปู-เกาะปันหยี จ.พังงา ซึ่งต่อมากลายเป็น ‘เจมส์ บอนด์ ไอส์แลนด์’ หรือเกาะเจมส์ บอนด์ ไปเลยจนบัดนี้

ประเทศไทยเรามีสิ่งดีๆ มากมาย ขอให้รู้จักใช้-รู้จักรักษาและนำมาสร้างงาน-สร้างเงิน

รัฐบาลต้องสนับสนุนแนวทางหาเงิน ไม่ใช่ดีแต่หาทางเก็บภาษีและเอาไปใช้อย่างไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างที่เห็นกันอยู่ โดยเฉพาะการคอร์รัปชั่น-เสียค่าโง่ ฯลฯ
อ๊อด เทอร์โบ


 ข่าวดีสำหรับเกษตรกร-ผู้ยากจน
 ขอความช่วยเหลือเงินสินเชื่อได้

นายขจรศักดิ์ เจียรธนากุล ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. แถลงถึงการดำเนินการของ บจธ. ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่า พ.ศ.2561-2580 สู่การปฏิวัติเพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความสุขของคนไทย เน้นสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการกระจายการถือครองทรัพย์สินให้มีความเป็นธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม

จึงขอเป็นสื่อกลางแจ้งให้ทราบดังนโยบายการดำเนินงานดังนี้


 ธนาคารที่ดิน
 เศรษฐกิจพอเพียง-เป็นธรรม

บจธ. ได้สนับสนุนให้องค์กรชุมชนหรือชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือ จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ มีการบริหารจัดการที่ดินรวมกัน ทั้งที่ดินทำกินและที่ดินสำหรับการอยู่อาศัยในรูปแบบแปลงรวม โดยให้จัดตั้งสหกรณ์การเกษตร จำนวน 4 แห่ง และ บจธ. ได้จัดซื้อที่ดินไปแล้ว จำนวน 157 แปลง เนื้อที่ประมาณ 703 ไร่ จากที่ดินทั้งหมดประมาณ 810 ไร่ เพื่อให้เกษตรกร จำนวน 499 ครัวเรือน เช่าซื้อที่ดินกับ บจธ. ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน ร้อยละ 3 ต่อปี ผ่อนระยะเวลาไม่เกิน 30 ปี เพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินเป็นของตนในรูปแบบนาแปลงรวม

ที่ผ่านมา บจธ. ได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิที่ดินของเกษตรกรและผู้ยากจนได้ ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรไปแล้วจำนวน 302 ราย ที่มีปัญหาที่ดินหลุดมือไปแล้ว โดยรวมประมาณ 2,394 ไร่ ทำให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินกลับคืนมาเป็นของตนเอง

ถือเป็นภารกิจหลักของเราในการบริหารจัดการที่ดิน โดยมีรูปแบบต่างๆ เช่น การจัดตั้งธนาคารที่ดิน โครงการต้นแบบบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร โครงการแก้ไขปัญหาสูญเสียสิทธิในที่ดินของเกษตรกรและผู้ยากจน โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน ในพื้นที่นำร่อง 5 ชุมชน และโครงการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาที่ดินจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาล

การจัดตั้งธนาคารที่ดินนั้น ถือเป็นกลไกสำคัญในการกระจายการถือครองที่ดินที่เป็นธรรมและยั่งยืน ทำให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและบริหารจัดการที่ดินเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับเกษตรกรและผู้ยากจนให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเพื่อให้องค์กรชุมชนเกษตรกรได้มีการบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน มีสิทธิในที่ดินทำกินและที่ดินสำหรับอยู่อาศัยในรูปแบบนาแปลงรวม

พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดิน กับที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ภายใต้ชื่อโครงการตลาดกลางที่ดิน โดยมีระบบเว็บไซต์ตลาดกลางที่ดินทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สนใจรับบริการ

นอกจากความช่วยเหลือทางการเงินอย่างสินเชื่อต่างๆ และทุนเพื่อการประกอบการด้านการเกษตรแล้ว ยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และมีส่วนงานที่ทำหน้าที่คัดกรองที่ดินและกลุ่มเกษตรที่มีคุณภาพให้แก่ทั้งสองฝ่าย พร้อมติดตามดูแลการใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อความมั่นใจว่าทุกฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรม ความสะดวก และประโยชน์สูงสุด

เกษตรกรและผู้ยากจนที่ต้องการรับการช่วยเหลือเงินสินเชื่อดังกล่าว สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ http://www.labai.or.th หรือส่งอีเมลที่ labai@labai.or.th หรือติดต่อได้ที่ โทร.0-2278-1244, 0-2278-1648 ต่อ 601, 602, 610 มือถือ 09-2659-1689


ขุมทรัพย์”พลังงาน”ต้นตอ”เสียสัตย์-แย่งเค้ก”ในพลังประชารัฐ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/376740?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ขุมทรัพย์”พลังงาน”ต้นตอ”เสียสัตย์-แย่งเค้ก”ในพลังประชารัฐ

24 มิถุนายน 2562 – 09:15 น.
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,กระทรวงพลังงาน,พลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 3,618 ครั้ง

คอลัมน์… กวาดบ้านกวาดเมือง โดย… ลมใต้ปีก

ไม่จบไม่สิ้นสำหรับการแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงานของ “กลุ่มพลัง” ต่างๆ ในพรรคพลังประชารัฐ แม้นายกรัฐมนตรีจะยืนยันว่า “นิ่งแล้ว” แต่ล่าสุดยังมีการ “ทบทวนใหม่” ในคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แม้รายชื่อ รอบแรกจะถูกส่งไปถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็ตาม แต่มีการอ้างว่า การคัดสรรคนไปเป็นรัฐมนตรีต้องผ่านกระบวนการของกรรมการบริหารพรรคให้ถูกต้อง จึงขอชื่อกลับมา “รับรองใหม่”

การรับรองใหม่ครั้งนี้ มีรายงานว่า ชื่อของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แห่งสามมิตร ที่ถูก “ตีตก” ไปในรอบแรกกลับโผล่เข้าไปใหม่ และ “ปักหมุด” ใส่มือนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หวังเบียดปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 อย่าง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ให้กระเด็นไปนั่งกระทรวงศึกษาธิการ ต้องตามไปดู ว่าอะไรที่ทำให้ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กล้าฝ่ากระแส “เสียสัตย์” ที่เคยประกาศเมื่อ 4 สิงหาคม 2561 ในเวที “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ของ ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ว่า “ผมจะไม่รับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลนี้”

“ก่อนพูดคุณเป็นนายคำพูด หลังพูดคำพูดเป็นนายคุณ” คือ อมตวาจา ที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี สอนนักการเมืองให้ “ยึดมั่น” ในคำพูด แม้ต่อมา สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ จะอ้างว่า “ได้ถอน” คำสัตย์ ที่ประกาศไว้ โดยประกาศถอนหลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม ในการให้สัมภาษณ์ต่อ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ในรายการ The Daily Dose แล้วก็ตาม

แต่นักการเมืองที่เป็นแบบอย่าง ไม่ควร “ชักเข้าชักออก” พร้อมจะพูดอะไรและถอนอะไรก็ได้ เพียงแค่เมื่อ “เวลาเปลี่ยนไป” เพราะเท่ากับเป็นการ “ไม่รักษาคำพูดกับประชาชน”

ผลประโยชน์ก้อนโตในกระทรวงพลังงาน แม้งบประมาณแผ่นดินในกระทรวงพลังงานมีไม่กี่พันล้านบาท เทียบไม่ได้กับกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีมากกว่า 2 แสนล้านบาท แต่กลับเป็นกระทรวง “เหลือ”ที่นักการเมืองไม่อยากนั่ง แต่เหตุไฉนจึงออกอาการ “แย่งชามข้าว”ในกระทรวงพลังงาน

นอกจากเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงพลังงาน มีเม็ดเงินรวมกว่า 4 แสนล้าน ยังมี “ขุมทรัพย์” ที่รอ “เสนาบดีคนใหม่” เข้ามาตัดสินใจเชิงนโยบายอีกหลายอย่าง อาทิ การเปลี่ยนหลุมรับซื้อน้ำมันที่ประเทศไทยใช้น้ำมันวันละ 183 ล้านลิตร หรือ 1.1 ล้านบาร์เรล โดยในตลาดค้าน้ำมันเป็นที่รู้กัน (พ่อค้าน้ำมันวิ่งเต้น ผู้ซื้อ) จ่ายค่าคอมมิชชั่น (kickback) บาร์เรลละ 3 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้ซื้อรายใหญ่ในประเทศไทยคือ ปตท. นั่นคือเหตุที่นักการเมืองพยายามครอบครอง ปตท. ที่ยังมีเรื่องการซื้อแหล่งพลังงานในต่างประเทศทั่วโลก ที่มักจะมี “เงินทอน” มหาศาล รวมถึงการเช่าเรือขุดเจาะและสำรวจแหล่งปิโตรเลียม

ยุคปัจจุบันที่นิยมทำกันคือการขอใบอนุญาตรับซื้อไฟฟ้า จากนโยบายรับซื้อกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเอกชน ในอดีต เรียกกันสูงถึง “เมกะวัตต์ละกิโล” ปัจจุบันทันทีที่มีการเก็งว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรีพลังงาน มือเดินงานของอดีตรัฐมนตรีอุตสาหกรรมชื่อ “ส.ท.” เริ่มเดินไปหานักลงทุนว่า “ใครอยากได้ใบอนุญาตรับซื้อไฟฟ้า ให้จ่ายมาก่อน” ถ้าเข้าก่อนจ่ายถูก ถ้าเข้าทีหลังจ่ายแพง

ยังมีเรื่องการเปลี่ยนแผนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP ฉบับใหม่ ที่มุ่งเน้นโรงไฟฟ้า จากก๊าซธรรมชาติมากกว่าเชื่อเพลิงอย่างอื่น ที่ทำให้นักลงทุน เตรียม “วิ่งเต้น” ขนานใหญ่

นี่คือ “ขุมทรัพย์”บางส่วนที่นักการเมือง “รุมตอม”กระทรวงพลังงาน จนยอม “พรรคแตก” เพราะผลประโยชน์ที่ยอมกันไม่ได้ และเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ การจะเลือกใครไปนั่ง เป็น “ปู่โสม”เฝ้าทรัพย์กระทรวงนี้ควรปราศจากข้อ กังขาของสังคม ตั้งแต่เริ่มต้น

ขยะบนดินสู่ทะเล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/376739?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ขยะบนดินสู่ทะเล

24 มิถุนายน 2562 – 07:47 น.
ขยะบนดินสู่ทะเล,ขยะ,ทะเล,องค์การสหประชาชาติ,สิ่งแวดล้อมทางทะเล
เปิดอ่าน 2,747 ครั้ง

บทบรรณาธิการ นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนได้ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยมีการลงนามรับรองปฏิญญากรุงเทพว่าด้วยการต่อต้านขยะทางทะเล ถือเป็นการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญในภูมิภาคอาเซียน ด้วยสาเหตุที่ว่าปัญหาขยะทางทะเลเป็นปัญหาที่มีลักษณะข้ามชาติเนื่องจากเขตแดนทางทะเลนั้นมีอาณาบริเวณที่กว้าง เมื่อขยะได้เคลื่อนออกจากผืนดินไปสู่น่านน้ำทะเลแล้วก็ยากที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะสามารถจัดการได้อย่างอิสระเพราะอาจรุกล้ำเขตน่านน้ำของประเทศอื่นได้ การแก้ปัญหาขยะทางทะเลจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและกลไกในระดับระหว่างประเทศ แลกเปลี่ยนข้อมูลแนวทางการรับมือหามาตรการป้องกันและควบคุมปริมาณขยะระหว่างกันเพื่อให้ปัญหาถูกขจัดและลุล่วงไปอย่างมีประสิทธิผล

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับขยะที่เคลื่อนจากแผ่นดินออกสู่ชายฝั่งทะเล เป็นสาเหตุให้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลได้รับความเสียหาย  ที่ผ่านมาประเทศในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก ซึ่งปัญหาขยะเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการดำเนินชีวิตของมนุษย์ และได้ก่อให้เกิดผลกระทบทำให้ทรัพยากรเสื่อมโทรมลง โดยเฉพาะระบบนิเวศชายฝั่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อห่วงโซ่อาหาร ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำและทรัพยากรชายฝั่ง เพราะขยะที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ที่สุดแล้วก็จะไหลลงสู่ทะเล ทำให้ในทะเลมีขยะจำนวนมากที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ บาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก รวมทั้งสิ่งแวดล้อมในทะเล เศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการท่องเที่ยวในภาพรวมเสียหายตามไปด้วย

ปัญหาเรื่องขยะในทะเลเป็นประเด็นระดับโลกที่องค์การสหประชาชาติให้ความสำคัญ เนื่องจากการจัดการทรัพยากรทางทะเลเป็น 1 ใน 17 เป้าหมายของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ในปัจจุบันทะเลทั่วโลกกำลังเผชิญกับขยะที่เคลื่อนจากแผ่นดินออกสู่ชายฝั่งและท้องทะเล ดังนั้นปฏิญญากรุงเทพว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเล ถือเป็นการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมครั้งสำคัญในภูมิภาคอาเซียน ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาไทยถูกจัดเป็นประเทศทิ้งขยะลงทะเลเป็นอันดับ 6 ของโลก ทำให้ประเทศไทยและเพื่อนบ้านในภูมิภาค ถูกจับตามองเป็นพิเศษในฐานะประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงทะเล อาจส่งผลกระทบ เช่น การท่องเที่ยว อาหารทะเล อุตสาหกรรมปิโตรเคมี จะถูกจับตาและอาจถึงขั้นบีบทางการค้าโดยใช้สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยเหมือนกับไอยูยูให้ใบเหลืองประมงไทยได้

ถือเป็นอีกวาระที่สำคัญของประเทศสมาชิกอาเซียนที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันแสดงบทบาทสำคัญเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมโลกด้วยการลดวิกฤติขยะทางทะเล เริ่มจากการรณรงค์อย่างต่อเนื่องในแต่ละประเทศ รวมถึงการสร้างยุทธศาสตร์ นโยบายระดับภูมิภาคร่วมกันในการกำจัดขยะรูปแบบต่างๆ  ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าพลังของอาเซียนที่เข้มแข็งและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันคือคำตอบที่จะช่วยให้ก้าวผ่านทุกความท้าทาย และสามารถวางรากฐานที่มั่นคงให้แก่อนุชนรุ่นหลังได้ สอดรับกับแนวทางประธานอาเซียนคนใหม่ที่ได้ประกาศแนวคิดหลัก “ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ด้วยความฝันที่จะให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยต่อยอดจากสิ่งดีๆ ที่อาเซียนได้สร้างกันมาในอดีต และมองไปสู่อนาคตเพื่อความสุขของชนรุ่นหลังที่จะเห็นภูมิภาคที่มีสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองต่อไปอย่างยั่งยืน