คุณแหน : 26 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449669

650935

คุณแหน : 26 ตุลาคม 2562

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll งานฉลองสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย(Asian Insititute of Tecnology)ครบรอบการก่อตั้ง 60 ปี มีศิษย์เก่าสถาบันนี้ไปร่วมงานมากมาย อาทิ ทนง ตันติธีรวิทย์ ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอนนิศากร โฆษิตรัตน์ อุษา เกียรติชัยพิพัฒน์เป็นต้น โดยมี Professor Emeritus อดีตอธิการบดี AIT ร่วมงานด้วย…

ll ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. จัดแข่งกอล์ฟการกุศล กองทุนหมอเจ้าฟ้า ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 27ต.ค. ที่สนามเดอะรอยัลเชียงใหม่กอล์ฟคลับ ร่มหลวง…

ll วันก่อนเห็นอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ไปยืนชิม “ลูกชิ้นยืนกิน” อันเลื่องชื่อใกล้สถานีรถไฟบุรีรัมย์…อร่อยจริงจังหรือไม่ เรื่องนี้ต้องพิสูจน์…

ll ชาวราชินีรุ่น 63 มีนัดไปทำบุญให้เพื่อนร่วมรุ่นที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมงานสังสรรค์ที่โนโวเทลชั้น 2 สยามสแควร์ 14 พ.ย. โดยมี ม.ล.นิรมล ศรีธวัช ประสานงานยอดเยี่ยม…

ll วงการ สว.ขอต้อนรับ สองศรีพี่น้องที่เกษียณอายุราชการพร้อมกันทั้ง คุณครูมาลัย ไตรโยธีกับ พ.อ.พิเศษหญิง ประไพพรรณ ไตรโยธีแห่ง อ.อากาศอำนวย สกลนคร…

ll ถึงหน้าข้าวแช่อีกวาระแล้ว ปรีชา สันติวงศ์ ศิษย์เก่าวิศวะ จุฬาฯ ผู้ไปร่ำเรียนการทำข้าวแช่มาจากญาติชาววัง แล้วมาทำขายรสชาติละมุนละไม จนผู้บริโภคติดใจ เพราะพิถีพิถันในการจัดทำมาก ใครอยากรับทานเชิญสั่งได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป…

ll หลังจากรอหนังสืออนุญาตจากสถานทูตอังกฤษมานานหลายวัน บัดนี้ ดร.นิตยา นักระนาด มิลห์ ได้รับอนุญาตเรียบร้อยแล้ว และรีบบินด่วนไปอังกฤษทันที โดยลงที่อเบอร์ดีนก่อน แล้วต่อเครื่องไปคารวะศพบิดาของสามี สตีฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำก่อนเรื่องอื่นใดทั้งหมดทั้งสิ้น…

ll ข่าวเศร้า ดวงกมล วิจิตรพาหนการ ถึงแก่กรรม ตั้งสวดที่ศาลา 4 วัดเครือวัลย์วรวิหาร ถึง 30 ต.ค. กำหนดฌาปนกิจ 2 พ.ย.17.00 น….

ll ออกไปทำบุญแค่เดี๋ยวเดียว วิบูลย์-ศิริพร จันทรางศุ สุดช็อก เมื่อกลับมาพบน้ำท่วมบ้านกะทันหัน เนื่องด้วยแท็งก์น้ำในบ้านปล่อยน้ำ 1,500 ลิตรออกมาจนหมด…ฝนไม่ได้ตก แค่แท็งก์รั่ว…

ll ดร.ศิริพงศ์-ดร.ณัฏฐา หังสพฤกษ์ ไปทริปนาโกยาได้แวะสวนไฟกะพริบบรรยากาศปานประหนึ่งอยู่ในดิสโก้เธคด้วย ส่วนคู่ของ ภุชงค์-ดารณี ตัณฑ์ไพโรจน์ ไปทริปญี่ปุ่นเช่นกันแต่คนละเมือง โดยก่อนเดินทางได้ลงทะเบียนชิมช้อปใช้ ไปเรียบร้อยแล้ว…เก่งจริงๆ…

llสุดสัปดาห์นี้ รศ.ดร.นันทนา รณเกียรติ สมัครใจตรวจงานการบ้านนักศึกษาอยู่บ้าน กทม.ตัดใจไม่ไปชิวๆ ที่บ้านมวกเหล็กเช่นเคยเพราะมีแผนจะท่องเที่ยวกับเพื่อนร่วมรุ่นเขมะฯกลุ่มใหญ่ ณ แดนอาทิตย์อุทัย ตอนต้นเดือนหน้า…

ll เพราะ สมพิศ มะโน น้องสาว บินไปบอสตัน ต่อด้วยไปเยี่ยมบุตรชายคนโต ปวีณ มะโน ซึ่งเปิดร้านอาหารที่แอลเอ ทำให้คุณป้าเกษรา บุตรโพธิ์ ตามไปด้วยเมื่อวันวานพร้อมกำหนดการยาวเหยียด ทั้งเยี่ยมหลาน-ท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ และจะแวะหาเพื่อนรัก ดวงตา ทองตันไตรย์ ที่แคลิฟอร์เนีย เพื่อร่วมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ ก่อนบินกลับเมืองไทย 5 ม.ค.ปีหน้า…โปรดอย่าถามว่า “แมวไม่อยู่ หนูจะเริงร่าประมาณไหน”…หนูอย่าง พล.ต.ต.วีระ บุตรโพธิ์ตอบทันใดว่า เรื่องเริงร่าคงไม่เท่าไหร่ เกิดอาการ“เหงาหู” นานเกินไปมากกว่า !!…

llดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธาน บจ.คิง ฟูด กรุ๊ป (เคเอฟดี) ผู้นำเข้าแบรนด์อาหารและเบเกอรี่ ชื่อดังจากทั่วโลก ได้แก่ คริสปี้ ครีม,ซินนาบอน, บูลโกกิ บราเธอร์ส,พาย เฟสซ์, แจมบาร์ จูซ และ

บารอนเนส

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : หลากเมนูชวนหลอน ต้อนรับเทศกาล ‘ฮาโลวีน’ จาก 6 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449664

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : หลากเมนูชวนหลอน ต้อนรับเทศกาล ‘ฮาโลวีน’ จาก 6 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โรงแรมโซ โซฟิเทล แบงคอก“ช็อกโกแล็บ”

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์“แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ยังคงเอาใจผู้อ่านที่ชื่นชอบบรรยากาศของห้องอาหารโรงแรมขาประจำ เข้าสู่ปลายเดือนตุลาคม ต้อนรับอีกหนึ่งเทศกาลชวนเขย่าขวัญ ท้าทายความกล้าไปกับ “เทศกาลฮาโลวีน” ในคืนวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี ลองลิ้มชิมรสกับประสบการณ์สนุกสุดสยอง ลิ้มลองเมนูสร้างสรรค์ชวนเขย่าขวัญฉลองวันฮาโลวีนหลากหลายเมนู จาก 6 ห้องอาหารในโรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมโซ โซฟิเทล แบงคอก นำเสนอช็อกโกแลตฮาโลวีนคอลเลคชั่นพิเศษ So Spooky ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนปีนี้ ที่นำเอาคาแร็กเตอร์จากชื่อดังประจำเทศกาล มารังสรรค์ลงบนช็อกโกแลตแบบชิ้นต่อชิ้น ไม่ว่าจะเป็น แฟรงเกนสไตน์ แดร็กคูลา มัมมี่ช็อกโกแลตบอนบอนช็อกโกแลตแม่มดชั่วร้าย ช็อกโกแลตฟักทองสุดหลอน หรือจะเป็นช็อกโกแลตปราสาทผีสิง และช็อกโกแลตแมงมุมทารันตูล่าขนาดเท่าของจริง ในราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 45 บาท++หรือแบบกล่องบรรจุ 5 ชิ้น หรือ 9 ชิ้น ในราคาเริ่มต้นที่กล่องละ 225 บาท++ วันนี้-31 ต.ค. ที่ “ช็อกโกแล็บ” สอบถามโทร.02-6240000

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ“ดิ โอ๊ค บาร์”

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ นำเสนอเครื่องดื่มพิเศษที่สร้างสรรค์มาเพื่อต้อนรับคืนวันฮาโลวีนนี้ อาทิ Devil Shaker, Corse of Monster, Black Devil, Vampire Delight ฯลฯ พิเศษ เครื่องดื่มฮาโลวีนราคาแก้วละ 299 บาทสุทธิรวมขนมขบเคี้ยวไม่อั้น ดื่มด่ำกับค่ำคืนแห่งวันปล่อยผีใจกลางเมืองกรุง พร้อมสนุกสนานกับกิจกรรมมันส์ๆ อาทิ การเพ้นท์หน้าแปลงโฉมเป็นผีที่ชื่นชอบโดยช่างแต่งหน้าสุดชิค และบันเทิงไปกับดีเจจ๊อบที่จะมาสร้างความครึกครื้นในค่ำคืนนี้ ฯลฯ คืนวันพฤหัสบดีที่31 ต.ค. เวลา 18.00-24.00 น. ที่ “ดิ โอ๊ค บาร์” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-3099999 ต่อ 3249

โรงแรมเดอะคอนทิเน้นท์ กรุงเทพ “เมดินีิ”

โรงแรมเดอะคอนทิเน้นท์ กรุงเทพ นำเสนอเครื่องดื่มค็อกเทลและม็อกเทลสีเลือด 2 ชนิด ได้แก่ แม่นาค และ แวมไพร์ คิส มาร์ตินี่ ที่คิดค้นโดยบาร์เทนเดอร์มือฉกาจไว้รอให้ได้เพลิดเพลิน วันนี้-31 ต.ค. เวลา 19.00-20.00 น. และแพ็กเกจSpooky Free Flow ดื่มด่ำกับค็อกเทลสูตรพิเศษแบบแก้วต่อแก้วไม่อั้น และรับของว่าง Spook Snack ฟรี 1 รายการ ในราคาท่านละ 999 บาท++ พร้อมชมการแสดงดนตรีแนวแจ๊สที่มาบรรเลงเพลงให้สนุกแบบหลอนๆ และร่วมกิจกรรมประกวดแต่งกายสไตล์ฮาโลวีนและการแต่งหน้าสไตล์ผี ลุ้นรางวัล Gift Voucher มูลค่า 3,000 บาท คืนวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค. เวลา 20.00-22.00 น. ที่ “เอ็กซิส แอนด์ สปิน” และ “บางกอก ไฮทส์” นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารพิเศษ Spooky Free Flow Dinner หรือจะเลือกจานโปรดจากเมนูอลาคาร์ท อาทิ Bloody Beetroot รวมถึงพิซซ่าใยแมงมุงหน้าต่างๆ ในราคาท่านละ 999 บาท++ คืนวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค. เวลา 18.00-22.15 น.ที่ “เมดินี” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6867000

โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน“เดอะพูล บาร์”

โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน นำเสนอเมนูพิเศษฉลองปาร์ตี้สุดมันส์วันฮาโลวีน ไม่ว่าจะเป็น ทาปาส พาสต้าและของหวานอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมี ฮาโลวีนค็อกเทลและเบียร์พร้อมเสิร์ฟแบบเติมไม่อั้นกันอีกด้วย ในราคาท่านละ599 บาท++ เด็กอายุ 6-16 ปีท่านละ 299 บาท++ เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีเข้างานฟรี อิ่มอร่อยไปกับเมนูพิเศษต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน ที่เนรมิตให้เป็นอาณาจักรของแวมไพร์ เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมการเพ้นท์หน้าแปลงโฉมให้หลอนสุดขีดในวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค. เวลา 07.00-20.00 น. ที่ “เดอะพูล บาร์” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.099-4415154,02-1553333 ต่อ 5304

โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ “ฮันส์แมน ผับ”

โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ นำเสนออาหารค่ำ 3 คอร์สและเครื่องดื่ม เริ่มด้วยซุปฟักทอง ต่อด้วยเมนูจานหลักอย่าง สเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลีย ทานคู่กับบีทรูท ฟักทองอบ กระเทียมทอด พิวเร่บีทรูท พร้อมซอสเกรวี่สูตรพิเศษ และปิดท้ายด้วยของหวานแสนอร่อย ขนมปังพุดดิ้งเนยที่เสิร์ฟพร้อมกับซอสวานิลลาและไอศกรีมวานิลลา ในราคาท่านละ 1,050 บาท++ พบกับความน่าสะพรึงกลัวของเหล่าวิญญาณ และสนุกสุดเหวี่ยงแบบขนหัวลุกตลอดค่ำคืน ฮาโลวีนปาร์ตี้ธีมบ้านผีสิง คืนวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค. ที่ “ฮันส์แมน ผับ” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2540404 ต่อ 7777

โรงแรมอวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ “เบนิฮานา”

โรงแรมอวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ นำเสนอชุดฮาโลวีนเทปันยากิ ในราคาท่านละ 1,250 บาท++ แต่งตัวให้สุดหลอนแล้วมาเต็มอิ่มกับชุดฮาโลวีนเทปันยากิที่ทั้งอร่อยและคุ้มจนต้อนสะพรึง พร้อมลุ้นรับรางวัลแต่งกายโดนใจกรรมการ ที่นั่งจำนวนจำกัด คืนวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค. เวลา 17.00-22.30 น. ที่ “เบนิฮานา” สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-7182000-1

ร่วมปราบเหล่าร้าย ในค่ำคืนลึกลับไม่หลับใหล พร้อมเต็มอิ่มกับประสบการณ์สนุกสุดสยอง ลิ้มลองเมนูสุดสะพรึงชวนเขย่าขวัญ ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 26 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449661

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 26 ตุลาคม 2562

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“IKEA Halloween Menu” ชวนชิมเมนูพิเศษสุดสยองต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน อาทิ แดร็กคูลาโซดา เติมความสดชื่นกับเครื่องดื่มเปรี้ยวอมหวานของน้ำมะนาวผสมไซรัปลินกอนเบอร์รี่ พร้อมด้วยแยมสตรอเบอร์รี่และเจลลี่สีเลือดให้เคี้ยวเล่นเพลินๆ ในราคา 29 บาท ไอศกรีมสุสานสุดเฮี้ยน หวานเย็นขนหัวลุกกับไอศกรีมวานิลลาตกแต่งแบบหลอนๆ เป็นสุสาน ท็อปปิ้งด้วยเจลลี่หนอน บิสกิต RIP และครัมเบิ้ลเคี้ยวกรุบในราคา 59 บาท และฮาโลวีนคัพเค้ก ให้สายหวานได้อร่อยแบบหลอนๆ ออกแบบจัดเต็มทั้งรสชาติ และการตกแต่งแฟนตาซีเข้ากับบรรยากาศวันปล่อยผี วันนี้-31 ต.ค. ที่ IKEA Caféอิเกีย บางนา และอิเกีย บางใหญ่

“Halloween Spooktacular” ชวนชิมพาเหรดขนมเค้กผีกุ๊กกู๋ คัพเค้กเรดเวลเว็ตสุดชิค ช็อกโกแลตแสนอร่อยนานาชนิด และเครื่องดื่มสุดพิเศษ ฉลองเทศกาลฮาโลวีน วันนี้-31 ต.ค. พร้อมพบกับกิจกรรมพิเศษ รับส่วนลดทันที 50% ต่อ 1 บิล สำหรับอาหาร เบเกอรี่ที่ร่วมรายการ และเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์เท่านั้น เพียงจัดเต็มกับคอสตูมฮาโลวีน พร้อมถ่ายภาพแชร์ลงใน IG หรือ Facebook โดยเช็คอินร้าน Café Kantary ตามด้วย #cafekantary เฉพาะวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค.ที่ร้านคาเฟ่ แคนทารี สาขาอยุธยา, เกาะยาวน้อย, โคราช, ภูเก็ต, ปราจีนบุรี, ศรีราชา และระยอง โทร.1627

“Haunted Halloween” ชวนชิมแพนเค้กแบรนด์ดังระดับโลกเมนูพิเศษต้อนรับเทศกาลฮาโลวีน อาทิ Haunted Web Kid Combo แพนเค้กบัตเตอร์มิลค์เนื้อหนานุ่มที่มีลายสไปเดอร์เว็บ ท็อปด้วยวิปครีมแสนอร่อยสีพิเศษ เสิร์ฟพร้อมสครัมเบิ้ลเอ้ก เบคอนกรอบ และไส้กรอก ในราคา 195 บาท หรือจะเอาอร่อยเบาๆ ไปกับHaunted Hot Chocolate ช็อกโกแลตร้อนๆ ท็อปด้วยวิปครีมราดช็อกโกแลต ในราคา 85 บาท ทานคู่กับ Haunted Web Cakesแพนเค้กชิ้นโตหนานุ่ม ลายสไปเดอร์เว็บ เสิร์ฟจัดเต็ม 2 ชิ้นให้อร่อยจุกในราคา 195 บาทวันนี้-31 ต.ค. ที่ร้านไอฮ็อป ชั้น L1 โซน Foodwalk ศูนย์การค้าเมกาบางนา โทร.065-7281759

ชวนชิม

“Subway Buy 1 Get 1 Free” ชวนชิมแซนด์วิชร้อนๆ ที่สามารถเลือกสไตล์ของตัวเอง ได้ตั้งแต่ขนมปังนานาชนิด ผักสดใหม่ และเนื้อชิ้นใหญ่ ด้วยที่นั่งสุดกว้างขวางในบรรยากาศเป็นกันเอง โปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดสาขาใหม่ เมื่อซื้อชุดมีลดีลชนิดและขนาดใดก็ได้ รับฟรีอีก 1 ชิ้น ทันที โดยสามารถรับคูปองได้ที่จุดประชาสัมพันธ์ภายในศูนย์การค้าหรือเพียงกดไลค์เฟซบุ๊คเพจ http://www.facebook.com/subwaybyaboutpassionวันนี้-30 พ.ย. ที่ร้านซับเวย์ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

“All Beef Burger” ชวนชิมเบอร์เกอร์เนื้อพรีเมียมนำเข้าจากออสเตรเลีย ชีสเต็มแผ่นจากนิวซีแลนด์ มาพร้อมความคุ้มค่าครบชุดกับเฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง และโค้กเย็นฉ่ำขนาด 16 ออนซ์ กับหลากหลายชุดราคาพิเศษ อาทิ ชุดดับเบิ้ลชีสเบอร์เกอร์เพียง 129 บาท จากปกติ 159 บาท, ชุดดีลักซ์ชีสเบอร์เกอร์เพียง 129 บาท จากปกติ 155 บาท, ชุดบิ๊กแมคเพียง 129 บาท จากปกติ 175 บาท, ชุดดับเบิ้ลบิ๊กแมคเพียง 159 บาท จากปกติ 205 บาทชุดทริปเปิ้ลบีฟชีสเบอร์เกอร์เพียง 159 บาท จากปกติ 215 บาทวันนี้-19 พ.ย. หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาที่ร่วมรายการ และแมคดิลิเวอรี โทร.1711

“Tasteful Selections” ชวนชิมเมนูเด็ดจัดเต็มสูตรลับความอร่อยที่สีฟ้าล้วนทำเอง อาทิ วุ้นเส้นน้ำต้มยำสูตรมะนาว ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุปเครื่องน้ำต้มยำ ให้รสชาติจัดจ้านกลมกล่อม อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม มาพร้อม 3 เมนูครบเครื่อง กับเมนู Seafood Combo สูตรมะนาวจัดเต็มเพิ่มเครื่องทั้งกุ้ง กั้ง และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และเย็นตาโฟเมนูเด็ดที่ต้องแนะนำ ปรุงรสอย่างพิถีพิถัน ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง ลูกชิ้นเต้าหู้ ฮื่อก๊วย เกี๊ยวปลา ทีเด็ดความอร่อยอยู่ที่ซอสเย็นตาโฟสูตรต้นตำรับ และเมนู Yentafo Seafood สูตรแซ่บ เย็นตาโฟรสชาติกลมกล่อมกำลังดี ครบเครื่องความอร่อย จัดเต็มเพิ่มเครื่องทั้งกุ้ง กั้ง และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ พิเศษ เพิ่มเงินเพียง 99 บาท จากปกติ 165 บาท เลือกจับคู่เมนูเครื่องดื่มสุดจี๊ด 1 แก้ว อาทิ ชามะนาวน้ำผึ้ง, น้ำมะนาวโซดา, ฟรุตพันซ์ และเมนูทานเล่นสุดฮิต 1 จานอาทิ เกี๊ยวกรอบ, เปาะเปี๊ยะสด วันนี้-30 พ.ย. ที่ร้านสีฟ้าทุกสาขาที่ร่วมรายการ โทร.02-6550251

ชวนช็อป

“Renim Project” ชวนช็อปสินค้าแฟชั่นแนวสตรีทแวร์จากถุงปูนหลากหลายสไตล์ อาทิ เสื้อผ้า, กระเป๋า, หมวก ฯลฯ ออกแบบโดยดีไซเนอร์ไทยที่ใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด สนับสนุนโครงการโดยเอสซีจี มีวางจำหน่ายที่ร้าน Absolute Siam Store Siam Center, ร้าน Cazh Siam Discovery, ร้าน Cazh Iconsiam และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม, ลาดพร้าว และห้างสรรพสินค้าเซน

“KBank Knockout Deals” ชวนช็อปสินค้าผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย สำหรับสมาชิกบัตร M Cardรับส่วนลดเพิ่ม 18% จากปกติ 12.5% เมื่อใช้คะแนนสะสม M Point แลกเท่ากับยอดซื้อ รับส่วนลดเพิ่มอีก 20% เมื่อใช้คะแนนสะสม KBank Reward Point แลกเท่ากับยอดซื้อและรับบัตรกำนัล 200 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทยครบ 2,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป วันนี้-3 พ.ย. ที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และบลูพอร์ต หัวหิน

“Chiangmai Flora 2019” ชวนช็อปผลิตภัณฑ์ดอกไม้สดดอกไม้แห้งจากมูลนิธิโครงการหลวงในราคาพิเศษ พร้อมชมทุ่งดอกไม้ผ่านมุมมองใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อนกับเหล่าดอกไม้และพืชนานาพันธุ์บานสะพรั่ง พบกับม่านน้ำตัวอักษรสุดไฮเทคสูงกว่า 6 เมตร ฟังเสียงจากพรรณไม้ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ เวทีจำลองม่อนดอยสรรค์สร้างด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด สนุกสนานกับกิจกรรมเวิร์กช็อปมากมาย และรับแจกกล้าไม้มงคลฟรี ระหว่างวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. ที่บริเวณลานกิจกรรม ชั้นจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

ชวนใช้

“Ajinomoto Cooking Club” ชวนใช้คอร์สเรียนสำหรับผู้ที่สนใจด้านการทำอาหารโดยอายิโนะโมะโต๊ะคุกกิ้งคลับ อาทิ เมนูบักกุ๊ดเต๋ ในพุธที่ 13 พ.ย. สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร และเมนูข้าวหน้าแกงกะหรี่ญี่ปุ่นหมูตุ๋น, เมนูข้าวผัดแหนม+โป๊ะแตก, เมนูปีกไก่ทอดพะโล้โรยงา+ซุปเปอร์พะโล้ ในเสาร์ที่ 2, 9, 16 พ.ย. สำหรับบุคคลทั่วไป อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เพียงนำซองเปล่าผลิตภัณฑ์อายิโนะโมะโต๊ะรวมมูลค่า 100 บาทขึ้นไปมาแสดงในวันเรียน ที่ชั้น 15 ตึกอายิโนะโมะโต๊ะ อาคารศรีอยุธยา ลงทะเบียนเรียนผ่านทาง http://www.ajinomoto.co.th/th/cookingclub

“Because Pets Are Family” ชวนใช้แพ็กเกจห้องพักริมชายหาดกุยบุรีอันเงียบสงบและให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมร่วมกิจกรรมสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ คอร์สสอนทำอาหารสำหรับสุนัขและแมวและคำแนะนำด้านโภชนาการสัตว์เลี้ยง ในวันเสาร์ที่ 2,9 พ.ย. ถ่ายภาพครอบครัวกับเจ้าขนฟูตัวโปรด หรือถ่ายภาพเดี่ยวสัตว์เลี้ยง ในวันเสาร์ที่ 16, 23 พ.ย. ที่ครอสทู กุยบุรี รีสอร์ต จ.ประจวบคีรีขันธ์ โทร.084-4665553

“Limelight Health Fair 2019” ชวนใช้สถานที่ออกกำลังกาย อุปกรณ์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการออกกำลังกายอาหารเสริมการออกกำลังกาย อาหารคลีนจากร้านชั้นนำ โปรโมชั่นพิเศษสุดในงานแฟร์เกี่ยวกับสุขภาพ อาทิ Big Gym, Workout, Dynamic Club, 3D Scan, Aqua Gym, Hivetel, Train D, Veloc, 360 องศาฟิตเนส, Phuket Fitness & Muay Thai, Mr Juice, Hivetel Food, D Veggies ฯลฯ วันนี้-27 ต.ค. ที่ลานกิจกรรม ชั้น 1ศูนย์การค้าไลม์ไลท์ อเวนิว ภูเก็ต โทร.076-682900

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนสุขอุทัย ราชธานีแห่งแรกของชนชาติไทย อายุกว่า 7 ศตวรรษ มีพระมหากษัตริย์สืบเนื่องยาวนานเกือบ2 ศตวรรษ หลักฐาน อารยธรรมความเจริญสะท้อนอยู่ในศิลปะสถาปัตยกรรมทรงคุณค่าหลงเหลือให้ศึกษามาจนปัจจุบัน ในวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค. เวลา 17.00-17.15 น.ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

“MBK Center Tattoo Contest 2019” ชวนชมโชว์การสักจากศิลปินที่มีชื่อเสียงชาวไทย การประกวดรอยสัก 12 ประเภท การประกวด Sexy Lady Tattoo การออกบูธร้านสักกว่า 80 ร้าน และกิจกรรมไฮไลท์อีกมากมาย พร้อมเพลิดเพลินกับมินิคอนเสิร์ตจากวงไททศมิตรและวงนูเมทัล โชว์ศิลปะมัดเชือกฮิบาริ โชว์การแสดงจักกลิ้งผาดโผน โดยศิลปินหนุ่มบอมจากเวที Thailand’s Got Talent ในวันเสาร์ที่ 26 ต.ค.ที่ลานกิจกรรมเอ็มบีเคอเวนิว โซนเอบี ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์

“Jungceylon Halloween 2019” ชวนชมการประกวดแต่งกายผีแฟนซีชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 5,000 บาท ชมการแสดง Hero Zombies Flash Mob และคารานวานผีนานาชาติที่จะมาเดินสายแจกของหวาน Trick or Treat พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปแต่งหน้าสไตล์ผีสุดสยองขวัญฟรี และกิจกรรมรับบริจาคโลหิต พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่แต่งกายได้เข้ากับบรรยากาศเทศกาลวันฮาโลวีน รับของที่ระลึกฟรีทันที ในวันพฤหัสบดีที่ 31 ต.ค.ที่ชั้นจี โซนภูเก็ตสแควร์ ฮอลล์ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

มูลนิธิชัยพัฒนา ผนึกกำลังเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลก ครั้งที่ 10

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449640

มูลนิธิชัยพัฒนา ผนึกกำลังเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลก ครั้งที่ 10

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล และผศ.ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ

มูลนิธิชัยพัฒนา โดยโครงการศึกษาวิจัยสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมกับ เครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมไทย ผนึกกำลังเป็นเจ้าภาพการจัดงานประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลก ครั้งที่ 10หรือ 10th World Environmental EducationCongress (WEEC2019) ระหว่างวัน 3-7 พฤศจิกายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการของผู้เข้าร่วมประชุม นักวิชาการจากทั่วโลก และปราชญ์ท้องถิ่น ตลอดจนเยาวชนในประเทศที่กำลังพัฒนาได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันกำหนดวิธีการที่จะจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานประชุม WEEC2019เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในสังคม โดยต้องยอมรับว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นถือเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ทั้งนี้การปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ภาระหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่จะต้องเกิดความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม

“สืบเนื่องจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญ ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยได้พระราชทานพระราชานุมัติให้มูลนิธิชัยพัฒนา ภายใต้การดำเนินงานของโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้าร่วมจัดการประชุมนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา World Environmental Education Congress ครั้งที่ 10 โดยมุ่งหวังว่าการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยวิธีทางธรรมชาติ ช่วยธรรมชาติผ่านเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ จะเป็นหนึ่งในการจุดประกายให้เกิดการตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการพัฒนาต่อยอดความรู้ในอนาคต”

การประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วน อาทิ คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สถาบันโลกร้อนศึกษาโดยมูลนิธินภามิตรสำนักงานเครือข่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาโลกสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และมูลนิธิพลังที่ยั่งยืน รวมถึง ส่วนงานภาครัฐบาลและเอกชนที่ได้ให้การสนับสนุน ได้แก่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) C Asean บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท อินโดรามาเวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีทีดับบลิวจำกัด (มหาชน) บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรีจํากัด (มหาชน) บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ท็อปกัน จำกัด ภายใต้การอำนวยการจัดงานประชุมโดย บริษัทเอ็น.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นเนล อีเว้นท์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์วิชาการทางสิ่งแวดล้อมอันนำไปสู่การหาแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงเพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการและร่วมกันหาแนวทางจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาคและระดับโลก ภายใต้หัวข้อ“Local Knowledge, Communication and Global Connectivity”

“การประชุมครั้งนี้ ยังมุ่งหวังการสร้างความร่วมมือทางวิชาการของผู้เข้าร่วมประชุม นักวิชาการจากทั่วโลก และปราชญ์ท้องถิ่น ตลอดจนเยาวชนในประเทศที่กำลังพัฒนาได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันกำหนดวิธีการที่จะจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งแนวทางการบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้สิ่งแวดล้อมผ่านรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายไปยังกลุ่มเป้าหมายทั่วโลก เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายในการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่ร่วมกันกำหนดขึ้นจะได้รับการเผยแพร่ไปยังผู้ปฏิบัติการ ผู้บริหารและนักวางแผน ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสอันดีที่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกจะได้เยี่ยมชมเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งทรงคุณค่าสำหรับการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและเป็นการเผยแผ่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้านการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนไปยังนานาอารยประเทศ

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานประชุม WEEC2019 กล่าวว่า การประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลก ครั้งที่ 10 จะจัดประชุมในหัวข้อ Local Knowledge, Communicationand Global Connectivity โดยมีหัวข้อย่อย 3 หัวข้อ ได้แก่ THEME 1: Local Sphere THEME 2 Environmental Education and Communication Sphere และ THEME 3 Global Connectivity Sphere Sub-theme ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

นอกจากนี้ ในงานจะมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานทุกภาคส่วนในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างจิตสำนึกและความตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมในทุกลำดับขั้นตอนของการทำงาน รวมถึงนิทรรศการประชาสัมพันธ์สินค้าใส่ใจสิ่งแวดล้อมจะจัดแสดงเผยแพร่ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมจัดจำหน่ายภายในงานให้กับผู้สนใจ รวมทั้งมีกิจกรรมทัศนศึกษาเชิงวิชาการและวัฒนธรรม (Technical and Cultural Excursion) ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นเวลา 1 วันเพื่อให้ผู้ลงทะเบียนร่วมทัศนศึกษาเลือกเยี่ยมชมโครงการส่งเสริมสิ่งแวดล้อมศึกษา ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติหรือระบบนิเวศต่างๆ หรือเยี่ยมชมวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ตลอดจนเยี่ยมชมด้านวัฒนธรรมท่องเที่ยววิถีไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของการจัดประชุมและการจัดแสดงนิทรรศการกิจกรรมต่างๆ คือ กลุ่มผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน นักวิจัยนักวิชาการ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรอิสระ ครู นักเรียน นักศึกษาจากสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงประชาชนผู้สนใจทั้งจากประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชีย ที่มีความสนใจและให้ความสำคัญหรือเกี่ยวข้องกับ
สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจจากหน่วยงานต่างๆ และภาคมหาวิทยาลัย และยังมีการนำเสนอผลงานด้านวิชาการ Poster Presentation และมีArt Gallery นำเสนอผลงานภาพวาดด้านสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมประชุมนำเสนอผลงานสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมได้ในอัตราราคาพิเศษลด 50% สำหรับนักเรียน นักศึกษา อัตราค่าลงทะเบียน 5,000 บาท พร้อมอาหารกล่อง ส่วนครู อาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ อัตราค่าลงทะเบียน 10,000 บาทพร้อมอาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์และอาหารว่างนอกจากนี้ หากนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจที่ไม่ได้นำเสนอผลงาน แต่มีความประสงค์จะเข้าร่วมฟังการประชุม สามารถลงทะเบียนจองที่นั่งได้ในราคาเพียง 350 บาทต่อวัน หรือ 1,000 บาท สามารถเข้าร่วมงานได้ 3 วัน และพิเศษสำหรับการลงทะเบียนกลุ่มสำหรับผู้นำเสนอผลงานทุกระดับ ลงทะเบียน 5 ท่าน รับส่วนลด 50% สำหรับท่านที่ 6 และผู้ที่เข้าฟังโดยไม่ได้นำเสนอผลงานใดๆ ลงทะเบียนแบบกลุ่มสำหรับ 5 ท่าน และท่านที่ 6 ไม่เสียค่าลงทะเบียนสมัคร ส่วนประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆ ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อย่อยในการประชุมแต่ละวัน หรือ สอบถามอัตราค่าสมัครลงทะเบียน ติดต่อ http://www.facebook.com/weec2019 หรือ http://www.weec2019.org และ weec2019@gmail.com

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ถนนอู่ทองใน ดุสิต กทม. 10300 email : dek_senate@hotmail.co.th หรือ Facebook: กมธ.พัฒนาสังคมหรือ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็กฯ วุฒิสภา โทร.02-831-9225-6 แฟกซ์ 02-831-9226 

อยู่กับโรคร้ายด้วยใจที่สงบ คิดว่าเขามาพึ่งพาอาศัยเรา เราก็ต้องใจกว้างให้เขาอยู่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449680

อยู่กับโรคร้ายด้วยใจที่สงบ คิดว่าเขามาพึ่งพาอาศัยเรา เราก็ต้องใจกว้างให้เขาอยู่

วันเสาร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ไม่รู้จะเครียดไปทำไม เพราะเคยเครียดจนจะเป็นบ้าแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น คิดว่ามันเป็นไปตามเหตุปัจจัย เราอาจจะมีเวรมีกรรมมาก่อน ก็ใช้เวรใช้กรรมไป แล้วก็ไม่ต้องสร้างเวรสร้างกรรมเพิ่มเติมให้กับตัวเรา คิดได้แบบนี้ชีวิตก็สงบ และเยือกเย็นขึ้น

แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย จะพาคุณไปสนทนากับ คุณติ๋ม-คุณเพ็ญพร ไพฑูรย์ อดีตนางแบบชื่อดังที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย เมื่อ 40 ปีมาแล้ว หลายคนยังคงคิดถึงเธอ หลายคนคิดว่าเธอไปอยู่ต่างประเทศ แต่จริงๆ เธอยังอยู่ในเมืองไทยอยู่ในอพาร์ทเมนต์ห้องเล็กๆ กับคุณแม่อายุ 90 ปีทั้งๆ ที่ตัวเธอเองก็มีปัญหา เพราะถูกโรคภัยไข้เจ็บหลายโรครุมเร้า แต่ถึงกระนั้นเธอยังยิ้มให้ชีวิตได้ แม้บางครั้งยิ้มอาจจะเจื่อนๆ ไปสักหน่อย แต่ก็ยังยิ้มได้ เพราะยิ้มแล้วโลกสดใส

l พี่ติ๋ม หายไปจากวงการทีวี วงการนางแบบ และหายไปจากสังคมไทยนานมาก มากเสียจนหลายคนนึกว่าพี่ไปอยู่ต่างประเทศ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยเถอะครับทำไมเงียบหายไป

ไม่รู้จะบอกอย่างไรดี เอาเป็นว่าทุกวันนี้ก็ยังอยู่เมืองไทย อยู่ตามสภาพที่เราพอใจ แม้อาจจะไม่สุขสบายมากนัก แต่ก็ต้องพอใจกับความเป็นอยู่ของเรา พี่ไม่อยากรบกวนใคร ไม่อยากให้ใครมองเราด้วยสายตาสงสารหรือสมเพช พี่ไม่ได้เดินแบบ เดินแฟชั่นโชว์มาหลายสิบปีแล้ว น่าจะมากกว่า 25 ปีได้แล้ว มันเบื่อกับเรื่องที่ต้องแต่งตัวไปเดินให้ใครดู ไม่ได้ไม่ชอบการแต่งตัวนะ พี่ชอบแต่งตัวมากชอบประดิดประดอยเสื้อผ้าด้วยตัวเอง เพราะเป็นคนชอบทำเสื้อผ้า แต่เพราะความเบื่อก็เลยพาตัวห่างออกมาแล้วก็ไม่ชอบเล่นละคร หรือเล่นหนังเลย ไม่ชอบท่องบทไม่ชอบบทตบกัน ด่ากัน ไม่ชอบเลย ไม่ชอบจริงๆมันเหมือนคนบ้า บ้าเนอะ อยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาด่ากัน มาตบกันพี่รู้ว่ามันเป็นเรื่องการแสดง แต่เราไม่ชอบ เราก็เลยต้องถอยห่างออกมา ทุกวันนี้ก็วาดรูปบ้าง วาดไปตามสไตล์ที่ชอบพี่ชอบหลายสไตล์ เช่น Abstract และภาพลายกนกภาพวิวทิวทัศน์ ภาพ nude ภาพผู้หญิง ภาพดอกไม้ แต่

ตอนนี้กลับมาชอบวาดลายกนก เพราะเป็นความชอบที่มีมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ แต่ที่ไม่ได้เดินหน้าในเรื่องภาพลายกนกมากมาย ก็เพราะพี่เห็นว่าคนอื่นๆ โดยเฉพาะพวกระดับอาจารย์ที่เก่งๆ เขาวาดภาพลายกนกได้สวยงามากกว่าพี่เลยดูของคนอื่นดีกว่า เพราะเราคงแข่งกับเขาไม่ได้ เช่น อาจารย์ช่วง มูลพินิจ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์อาจารย์เฉลิมชัยนี่เป็นรุ่นน้องที่เพาะช่างนะ สนิทกันมากเลย แต่ตอนนี้ก็วาดรูปได้ยากลำบากพอสมควร เพราะนิ้วมือล็อก หมอบอกว่าเป็นโรคไกปืน นิ้วมันล็อก เคลื่อนไหวได้ไม่ถนัดมากนัก ส่วนเรื่องทำเสื้อผ้า ทำหมวกเก๋ๆ ก็ไม่ค่อยได้ทำแล้ว เพราะไม่มีทุนจะทำ ทำแล้วขายยากมาก มีแต่คนอยากได้ของดีๆ สวยๆ แต่จะเอาราคาถูกๆ เราไม่ทำดีกว่า ส่วนรูปที่วาดๆ ไปแล้ว แทนที่จะขาย ก็กลับให้เขาไปฟรีๆ บางคนบอกจะให้เงิน แต่พอเอาภาพไปแล้ว ก็ไม่ให้เงิน เราก็ไม่อยากไปทวงให้เสียความรู้สึก ไม่ให้ก็ไม่เอา แต่บางคนเราก็เต็มใจให้นะ ยกไปให้เขาถึงบ้าน ถึงร้านก็มากมายไป

l ย้อนกลับไปคุยเรื่องรูปภาพลายกนก ตอนนี้พี่ติ๋มวาดภาพอะไรครับ

มีภาพหน้าคน หน้าผู้หญิงก็มี แต่ที่ยังวาดไม่เสร็จ จริงๆ ก็วาดยังไม่เสร็จอีกหลายรูป แต่มีรูปหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะวาด แต่วาดออกมาก็คือภาพนี้ (ชี้ไปที่ข้างหลัง) นี่คือภาพพญานาคในน้ำ มีอยู่คืนหนึ่งฝันเห็นพญานาค พอตื่นขึ้นมาก็วาดไปตามจินตนาการในฝัน วาดไปตามที่นึกได้จากฝัน ไม่มีแบบ อันที่จริงตอนที่ขึ้นต้นวาดรูปนี้ไม่ได้นึกถึงพญานาคมากนัก คิดถึงเรื่องราวของต้นไม้ใต้น้ำที่พลิ้วไหวไปตามกระแสน้ำมากกว่า แต่แล้วก็กลับนึกถึงพญานาคขึ้นมา

l อ๋อ ภาพนี้หรือครับ ถ้าพี่ติ๋มไม่บอกว่าเป็นพญานาค ผมเข้าใจว่าเป็นภาพเหมือนต้นสาหร่ายหางกระรอกใต้น้ำ แต่พอพี่บอกว่าเป็นพญานาคก็ดูแล้วใช่จริงๆ เพราะเป็นตัวยาวๆ มีเกล็ดวาวๆดูเหมือนใบของสาหร่ายเมื่อต้องกับคลื่นน้ำ ดูเป็นประกายวาวๆ

ใช่ รูปนี้ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นพญานาค เพราะตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะวาดพญานาคเลย แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นเหมือนพญานาค เห็นไหม มีหัว มีลำตัว มีเกล็ด และมีหางอยู่ตรงโน้น ตอนแรกจะวาดปะการังใต้น้ำด้วยซ้ำไป แต่วาดไปวาดมากลายเป็นแบบนี้ (หัวเราะ) เห็นไหม เหมือนพญานาคเลย แต่วาดยังไม่เสร็จ สีหมดเลยต้องปล่อยค้างไว้ก่อน

l พี่ติ๋มจบเพาะช่างใช่ไหมครับ จึงทำให้วางรูปเก่ง และมีแนวคิดประดิดประดอยสารพัดชนิดทั้งเสื้อผ้าเก๋ๆ เท่ๆ และหมวกที่หลายคนชอบมาก เพราะมีสไตล์ที่เท่มาก แต่เป็นเท่แบบอ่อนหวานมีลูกเล่นมากมาย มีลูกไม้สวยๆ ประดับอย่างลงตัว

พี่เรียนเพาะช่าง แต่ไม่จบ เรียนได้ปีเดียว ตอนนั้นที่บ้านพี่ติ๋มมีปัญหาเรื่องเงิน พ่อแม่แยกทางกัน พ่อมีเมียใหม่ ที่บ้านมีลูกหลายคน แม่คนเดียวส่งเสียให้ทุกคนได้เรียนไม่ไหวหรอก พี่เลยออกมาทำงาน แล้วพี่ก็ช่วยแม่ส่งน้องเรียนต่อ พี่คิดว่าให้น้องเรียนต่อดีกว่าพี่เรียนเองเพราะในสมัยนั้นพี่ทำงานได้แล้ว พี่เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัวอีกคนหนึ่ง เลยให้น้องได้เรียนต่อไปดีกว่า ก็เลยส่งน้องเรียนจนจบมหาวิทยาลัยศิลปากร บางคนก็เรียนจบอาชีวศิลป์ ช่างศิลป์ ส่วนตัวเองนั้นเป็นคนชอบวาดรูป ชอบมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลย อยู่ ป. 1 ก็ชอบวาดรูปมาก

l อ้าว ผมเข้าใจมาตลอดว่าพี่ติ๋มจบเพาะช่าง เพราะเวลาดูงานต่างๆ ของพี่แล้ว มันแสนจะวิจิตร มีสิ่งละอันพันละน้อยประดับประดาเก๋ไก๋มาก ไม่ว่าจะเสื้อผ้า หมวก แม้กระทั่งชุดว่ายน้ำที่ดูแล้วสวยงามไม่โป๊จนอุจาดลูกตา

พี่ติ๋มเชื่อว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านวาดเขียน และงานศิลป์มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก พวกเย็บปักถักร้อยนี้ชอบมาก ทำเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยเรียนจากที่ไหนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว คิดขึ้นมาเอง แล้วก็ลงมือทำเลย ดีบ้างไม่ดีบ้างก็ว่ากันไป แต่ทำแล้วหลายคนชมว่าสวย เราก็ดีใจ เพราะเขาให้คุณค่ากับงานของเรา เราก็ทำไปเรื่อยๆ เมื่อมีเวลา และอยากจะทำ

l ขออนุญาตถามพี่ติ๋มแทนกลุ่มคนที่อายุไม่เกิน 35-40 ปี โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้จักพี่ติ๋มมากนัก พี่เดินแบบครั้งแรก หรือเล่นละครครั้งแรกกี่ปีมาแล้ว ต้องถามว่ากี่สิบปีมาแล้วมากกว่า สมัยนั้นเมืองไทยมีนางแบบไม่มากนัก เรียกว่ามีไม่เกินจำนวนนิ้วมือ

อุย! นานมากเลย นานจะจำไม่ได้ชัดเจนว่าปีไหน แต่ที่จำได้ดีคือเดินแบบแฟชั่นโชว์ครั้งแรกให้กับร้านเจิม ร้านนี้สมัยก่อนอยู่ที่สยามสแควร์ เจ้าของคือพี่ไข่ (สมชายแก้วทอง) ดีไซเนอร์ชื่อดังสุดๆ ของเมืองไทย ถ้าจำไม่ผิดร้านนี้อยู่แถวๆ โรงหนังสยาม หรือลิโด เป็นร้านเล็กก็จริงแต่เสื้อผ้าสวยมาก แต่ตอนหลังพี่ไข่เปลี่ยนชื่อร้านเป็นชื่อไข่

l ผมรู้จักพี่ติ๋มครั้งแรกจากการเป็นแบบบนปกนิตยสารลลนา พี่ช่วยเล่าเรื่องการเป็นปกนิตยสารชื่อดังในยุคนั้นให้ฟังด้วยครับ

พี่ได้ขึ้นปกลลนา ของอาจารย์สุวรรณี สุคนธาเพราะว่าวันหนึ่งพี่ไปงานศพของน้ำพุ (ลูกชายอาจารย์สุวรรณี) ตอนแรกพี่ไม่รู้จักอาจารย์หรอก ไม่รู้ด้วยว่าเป็นบรรณาธิการของลลนา แต่เนื่องจากน้องสาวพี่เป็นแฟนกับน้ำพุ เขาเรียนช่างศิลป์ด้วยกัน แล้ววันหนึ่งน้องสาวพี่ก็ร้องไห้มาหา พี่ถามว่าทำไม เกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าน้ำพุตายแล้ว พี่จึงไปงานศพของน้ำพุ เมื่อไปถึงศาลาที่สวดศพ อาจารย์สุวรรณีก็ถามน้องสาวพี่ว่า คนนี้คือใครแล้วก็ได้คุยกัน จากนั้นอาจารย์ก็ชวนให้ถ่ายปกของลลนา

l ผมจำได้ว่านางแบบที่ขึ้นปกนิตยสารสมัยก่อนจะต้องสวยหวาน แต่สำหรับพี่ติ๋มแล้ว ทุกคนบอกตรงกันว่า เฉี่ยว เปรี้ยว เท่ มากกว่าสวยหวาน ในยุคนั้นถือว่าแปลกมากครับ ใช่ไหมครับกับการเป็นนางแบบบนปกนิตยสารที่มี looked เปรี้ยวมาก

ตอนนั้นไม่คิดอะไรมากเลย พอบอกว่าขึ้นปกแล้วได้เงิน พี่ก็ไม่ถามมาก เพราะอยากได้เงินไปเลี้ยงครอบครัว แล้วสมัยนั้นการเป็นปกนิตยสารก็ไม่ได้เงินมากมายนัก ส่วนใหญ่ไม่ได้เงินด้วยซ้ำไป กว่าจะได้เงินเป็นเรื่องเป็นราว พี่ต้องถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารตั้งไม่รู้จะกี่สิบฉบับ เรียกว่าเป็นร้อยก็ได้กระมัง แต่สมัยนั้นการได้ขึ้นปก ก็เท่ากับเป็นการโฆษณาตัวเอง เพื่อจะได้ก้าวไปเป็นนางแบบบนเวทีแฟชั่นโชว์ หรือไปเป็นนางเอกละครทีวี และภาพยนตร์จอเงิน พี่บอกตรงๆ สมัยก่อนเหนื่อยมากเหนื่อยจริงๆ แล้วที่ได้เล่นละครทีวีเรื่องแรกคือ ดวงตาสวรรค์เล่นเป็นตัวเอก ซึ่งดูเป็นตัวร้ายมาก ช่วงนั้นก็เหนื่อยมากถ่ายละครตั้งแต่ 8 โมงเช้ายันเที่ยงคืน ได้เงินไม่กี่ร้อยบาทเอง คือสมัยก่อนนั้น นางเอกละครทีวีได้เงินน้อยมาก แต่ได้ชื่อเสียง แล้วเอาชื่อเสียงไปใช้ในวงการแฟชั่น และวงการบันเทิงต่อไป พี่ติ๋มเหนื่อยและไม่ชอบการเล่นละคร ไม่ชอบท่องบท ไม่ชอบบทร้ายๆ บทแรงๆ พี่ว่าเหมือนคนบ้าเลย อยู่ก็ด่ากัน ตบกัน ร้ายใส่กันสารพัด เดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ พี่อายตัวเอง แล้วก็คิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ พี่เลยออกจากวงการตอนอายุ 24 ปี แล้วก็ไปเปิดร้านทำเสื้อผ้า

l ร้านเสื้อผ้าของพี่ติ๋มได้ชื่อว่าทำเสื้อผ้าได้เท่ เก๋มาก มีดอกไม้ ลูกไม้ ลวดลายประดิดประดอยจนเป็นเอกลักษณ์ของเพ็ญพร ไพฑูรย์ และที่สำคัญคือพี่ติ๋มมีชื่อมากในเรื่องการทำหมวกที่แสนจะเก๋มากๆ

พี่ติ๋มได้พรสวรรค์ด้านเย็บปักถักร้อยมาจากสวรรค์จริง ๆ ไม่เคยเรียน แต่ชอบทำ ทำแล้วสนุก ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ก็ชอบทำ ขายไม่ได้ก็แจก (หัวเราะ)

l ตอนนี้พี่ติ๋มไม่ได้ทำเสื้อ ไม่ได้ทำหมวกแล้ว พี่ติ๋มทำอะไรนอกจากวาดรูปครับ

ดูหมอด้วยไพ่ยิปซีค่ะ พี่ติ๋มดูไพ่ยิปซีเพื่อหารายได้พี่รับดูไพ่ทั้งโดยการดูแบบตัวต่อตัว แต่ขอเฉพาะคนที่ไว้ใจได้เท่านั้นนะ คือคนที่ไว้ใจได้มารับพี่ไปดูให้ที่บ้าน พี่ก็ไปนะคะหรือจะมาดูที่อพาร์ทเมนต์ที่พี่อยู่ก็ได้แต่ต้องโทรศัพท์นัดล่วงหน้า หรือหากไม่สะดวกเดินทาง ก็สามารถดูผ่านโทรศัพท์ได้ โดยผู้ดูต้องเลือกไพ่ด้วยตัวเอง แล้วบอกมาทางโทรศัพท์ว่าจะเลือกไพ่ใบไหน คือเราจะวางไพ่บนโต๊ะ แล้วบอกเขาว่า มีไพ่กี่ใบ แล้วให้เขาเลือก เช่นเขาบอกว่าเลือกไพ่ใบที่ 3 จากด้านซ้าย ใบที่ 2 จากด้านขวามือของพี่เป็นต้น แต่บางคนมาดูแล้วก็จะมาปล้นเราอีก คิดว่าเรารวย โถ คุณขา ไม่มีเงินให้ปล้นหรอกค่ะ แค่อยู่ทุกวันนี้ก็ยังจะลำบากเหลือเกินแล้วค่ะ มีบางคนที่รู้จักกัน แล้วเขาอยากช่วยเหลือพี่ เขาก็เชิญไปที่บ้านของเขา ไปดูไพ่ยิปซีให้กับเพื่อนๆ ของเขาในงานเลี้ยงสังสรรค์  เลี้ยงรุ่น เป็นต้น แต่ขอย้ำว่าอย่ามาหลอกลวงกันนะคะ ดิฉันกลัวจริงๆ บางคนมาดูไพ่เสร็จแล้วจะขอยืมเงินพี่อีก พี่ก็บอกว่าไม่มีจริงๆ แต่ถ้ามีก็จะให้ ทุกวันนี้พี่เองก็ลำบากพอประมาณ แต่ก็ไม่ต้องการรบกวน หรือเป็นภาระให้ใคร ไม่อยากให้ใครมาสมเพชเวทนาหรือสงสาร เพราะมันดูแล้วแย่กับตัวเอง แต่ถ้าพี่มี พี่ก็ให้นะคะ

ทุกวันนี้ก็หาเลี้ยงชีพด้วยการดูไพ่ยิปซี ส่วนเสื้อผ้ากับหมวกนั้นเลิกทำแล้วค่ะสำหรับผู้ที่ต้องการดูหมอด้วยไพ่ยิปซี สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัทพ์ 081-6420242  หรือถ้าหากต้องการเหมาให้ไปดูในงานเลี้ยงก็ยินดีนะคะ แต่บางวันก็ไม่สามารถไปดูได้ เพราะต้องไปหาหมอ เนื่องจากพี่มีโรคภัยไข้เจ็บหลายโรค เช่น นิ้วล็อก หรือนิ้วเป็นโรคไกปืนมีปัญหาเรื่องปอด เพราะเป็นภูมิแพ้มานาน แล้วมีช่วงหนึ่งที่เล่นละครทีวี เขาบอกให้เราต้องสูบบุหรี่ให้เป็นเพื่อเข้าฉากให้สมจริง เราก็ต้องสูบบุหรี่จนกลายเป็นมีปัญหาเรื่องปอด นอกจากนั้นยังมีโรคต่อมไทรอยด์โต ตอนนี้มันโตเท่าลูกมะพร้าวขนาดย่อมๆ แล้วค่ะ เลยทำให้เครียดอยู่พักหนึ่ง ไม่ยอมกินข้าวกินปลา เพราะโกรธที่หมอรักษาผิดแต่มีคนบอกว่าให้ฟ้องหมอ ฟ้องโรงพยาบาลที่รักษาเราผิดจนทำให้เรากลายเป็นแบบนี้ แต่พี่ไม่อยากฟ้องใครทั้งนั้น ทุกวันนี้ก็ต้องไปหาหมอเป็นระยะๆ ไปเอายามากิน มีบางวันปัญหาโรคปอดทำให้หายใจไม่ออก ก็ต้องมีออกซิเจนติดไว้ในถังประจำบ้าน เพราะเวลาหายใจไม่ออก ก็ต้องอัดออกซิเจนเข้าไปทันที ไม่อย่างนั้นก็ตายไปแล้ว แต่ถึงแม้จะมีโรคภัยไข้เจ็บ พี่ก็พยายามไม่เครียดนะ เพราะเคยเครียดมาแล้ว ก็ไม่ดีขึ้น ก็เลยอยู่กับมัน คิดว่าเขามาอาศัยเราอยู่ แล้วเขาก็เข้ามาอยู่กับเราแล้ว ก็เลยต้องอยู่กับเขาให้ได้ แต่ก็บอกกับเขาว่า เมื่อมาอยู่แล้ว อย่าทำให้ฉันเจ็บปวดมากจนรับไม่ไหวนะ เพราะหากฉันรับไม่ไหว ฉันไม่อยู่แล้ว เธอก็อยู่ต่อไปไม่ได้นะจ๊ะ (หัวเราะ)

l ช่วงหลังๆ นี้ มีใครมาติดต่อพี่ติ๋มไปเล่นละครทีวี หรือเดินแบบบ้างไหมครับ

ก็มีบ้างนะคะ มีชวนไปเล่นละครทีวี แต่พี่ไม่รับเพราะคิดว่าเราไม่สวย ไม่น่าดูเหมือนสมัยก่อนแล้ว เดี๋ยวนี้ผอมมาก น้ำหนักลดลงไปเหลือแค่ 35 กิโลกรัมเท่านั้น สมัยสัก 20 ปีที่แล้ว ยังคิดว่าเราดูดีกว่านี้ ตอนนั้นพี่หนัก 45 กิโลกรัม พี่คิดว่ากำลังดี ดูดีกว่าตอนนี้มากในยุคนั้นยังไปขึ้นปกนิตยสารอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เราไม่สวยพอแล้ว ตอนนี้เราผอมมาก แถมยังมีปัญหาไทรอยด์ที่คอซึ่งมีลูกโตปรากฏให้เห็นอีก เราก็เลยไม่มั่นใจ แต่ก็ยังชอบแต่งตัวสวยอยู่นะ เพราะเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เราอารมณ์ดี นอกจากโรคไทรอยด์โต พี่ยังมีปัญหาประสาทที่ปลายเท้าชา ส่วนโรคซึมเศร้านั้น เคยเป็นแต่รักษาจนหายแล้ว แต่ยังต้องกินยาอยู่บ้าง มีบางยุคพี่กินยาเป็นกำมือ กินจนเหมือนอาหารประจำวันเลย

l ขออนุญาตถามเรื่องไพ่ยิปซีต่อครับ ถามแทนผู้ชมรายการแนวหน้าวาไรตี้ และผู้อ่านแนวหน้าว่าพี่คิดค่าดูหมออย่างไรครับ

คิด 500 บาทต่อครั้งต่อคนค่ะ แต่บางคนเขาใจดี เขาก็ให้เรามากกว่านั้น เช่นบางคนเห็นเราป่วยก็ให้เรา 1 พัน 2 พันบาทก็มี แต่พี่ก็จะบอกเขาว่า ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินก็ไม่ต้องให้เยอะนะ เก็บเงินไว้เถอะ แต่ก็ขอบคุณที่มีใจเมตตา แต่พี่ไม่ต้องการให้ใครเดือดร้อน เพราะบางคนเขาก็เดือดร้อนเรื่องเงินเช่นกัน จริงๆ แล้วพี่ติ๋มมาจากครอบครัวที่ไม่อบอุ่น พี่เป็นคนเก็บกด แต่สิ่งที่พี่ระบายออกก็คือด้วยการวาดภาพ ด้วยการทำงานการฝีมือ ด้วยการแต่งตัวไปตามแบบที่เราอยากจะทำ เพราะความเก็บกดนี้แหละที่ทำให้เราทำงานวาดภาพออกมาเป็นแบบ abstract มีบางทีเครียดๆ ก็สะบัดพู่กันแต้มสีต่างๆ ลงบนเฟรม แล้วก็ได้ภาพที่ดูไปดูมาก็สวยดี เช่นภาพดอกไม้ช่อนี้ จริงๆ มันคือภูเขาไฟที่ระเบิดพ่นลาวาออกมา แต่ดูแล้วกลายเป็นช่อดอกไม้สารพัดสีสัน ความเก็บกดของคนมันมีทางระบายหลายแบบ บางคนระบายด้วยความโหดร้าย แต่พี่ไม่ชอบอะไรที่มันรุนแรงโหดร้ายก็เลยออกมาแบบที่พี่เป็น หลายปีมานี้ พี่อาศัยการสวดมนต์บทต่างๆ เพื่อให้ใจสงบ และพี่ก็ไม่หวังร้าย ไม่คิดร้ายกับใครใครจะร้ายก็ให้เขาร้ายไป เราไม่ร้ายด้วย คนที่ไม่รู้จักเราจริงๆ อาจจะนึกว่าพี่เป็นคนเหวี่ยง เป็นคนวีน เป็นคนร้าย แต่คนที่รู้จักเราดี เขาจะบอกว่าเราเป็นคนเฉยๆ ส่วนเรื่องการแต่งตัวเปรี้ยว หรือแต่งตัวสวยตามสไตล์ของพี่ก็เป็นเพียงการระบายความเครียดของจิตใจออกมาในแบบนั้น จริงๆ แล้วพี่ไม่ใช่คนช่างพูด ไม่ชอบพูดกับคนมากนัก เพราะไม่รู้จะพูดอะไร อายด้วย พูดมากก็เรื่องมากบางคนหาว่าพี่หยิ่งเพราะสวย จริงๆ เราไม่เคยคิดว่าเราสวยเลย แต่เราไม่ชอบพูด เพราะเราเครียดจนไม่อยากจะพูดกับใคร ก็จึงแสดงออกด้วยการแต่งตัว

l สุดท้ายอยากให้พี่ติ๋มฝากข้อคิดถึงใครก็ตามที่กำลังหดหู่ สิ้นหวังกับชีวิต จนคิดว่าไม่อยากอยู่บนโลกนี้ต่อไป เพราะพี่ติ๋มผ่านฉากที่เลวร้ายของชีวิตมาแล้ว แล้วก็สามารถยิ้มกับชีวิตได้

ไม่รู้จะบอกอะไร ไม่มีอะไรพูด พี่ก็ไม่ใช่คนเข้มแข็งมากนัก แต่พี่บอกกับตัวเองว่า ต้องอยู่ให้ได้ และต้องมีความสุขกับชีวิตเท่าที่จะทำได้ เครียดไปก็เท่านั้น ทำใจแล้วยอมรับความจริงว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด มันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องอยู่กับมันด้วยสติ เครียดมากๆ ก็สวดมนต์ สวดไปเถอะ กี่สิบกี่ร้อยจบก็ได้ สวดไปเรื่อยๆ แล้วพี่ติ๋มบอกกับเจ้าก้อนโตๆ ที่คอตลอดเวลาว่า ไม่มีที่อยู่ก็อยู่
กับฉันได้ แต่อย่าโตมากไปกว่านี้เลยนะ เดี๋ยวมันจะโตกว่าหน้าของฉัน เธออยากอยู่ก็อยู่ไป เวลาฉันไปนอกบ้าน ฉันก็จะปิดเธอไว้ก็แล้วกัน ขอร้องว่าอย่าทำให้ฉันเจ็บจนอยู่ต่อไปไม่ได้ ฉันกับเธออยู่ด้วยกันได้ ฉันไม่โกรธเธอ เพราะเธอก็ต้องการมีชีวิตอยู่ ฉันก็ต้องการมีชีวิตเช่นกัน ถ้าเช่นนั้น เราก็พึ่งพาอาศัยกันและกันก็แล้วกันนะ

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการแนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวัน อาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์TNN 2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และสามารถรับชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

สภาสตรีแห่งชาติฯจัดถกคกก.อำนวยการ แจง‘งานกาชาด-กฐินพระราชทาน’ปี 62

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449638

สภาสตรีแห่งชาติฯจัดถกคกก.อำนวยการ แจง‘งานกาชาด-กฐินพระราชทาน’ปี 62

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.27 น.

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562  เวลา 13.00 น.  ณ ห้องประชุมพระกรุณานิวาสน์ 1 ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์   เป็นประธานเปิดการประชุม คณะกรรมการอำนวยการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติณ สมัยที่ 26 (พ.ศ. 2561-2564) ครั้งที่ 5/2562

โดยมี นางยุวดี นิ่มสมบุญ ที่ปรึกษาประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ สมัยที่  26 และ นางรชตพร  โตดิลกเวชช์  ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติ  ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และรองประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ประกอบด้วย  นางสุกัญญา ประจวบเหมาะ  อาจารย์ ศรีวรรณ สายฟ้า นางมลสุดา ชำนิประศาสน์ และอาจารย์สมจิตร ศิริเสนา เลขาธิการสภาสตรีแห่งชาติฯ      พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการ  คณะกรรมการบริหาร เข้าร่วมประชุม อย่างพร้อมเพรียงกัน

สำหรับวาระการประชุมประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ แจ้งเรื่องการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการจัดทำโครงการ “สืบสานอนุรักษ์ศิลป็ผ้าถิ่นไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน”

โดยได้จัดทำบันทึกลงนามความร่วมมือครั้งแรกร่วมกับกรมพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 17  ตุลาคม 2562  และเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2562 ระหว่างจังหวัดอุดรธานีโดยผู้ว่าราชการจังหวัดและสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดอุดรธานี สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติอุดรธานี สมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดอุดรธานี สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย- อุดรธานี สมาคมสตรีอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

นอกจากนี้ เป็นการแจ้งความคืบหน้า 1.การจัดงานกาชาดประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 15- 24  พฤศจิกายน 2562  ณ สวนลุมพินี 2. กฐินพระราชทานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ให้สภาสตรีแห่งชาติฯ ตามที่ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น.

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติฯ จึงขอเรียนเชิญ องค์กรสมาชิก และเครือข่าย ร่วมเดินทางไปงานกฐินพระราชทาน สภาสตรีแห่งชาติฯ ตามรายละเอียดข้างต้น ทั้งนี้สามารถโอนเงิน ร่วมทำบุญได้ที่ สภาสตรีแห่งชาติ ธนาคารกรุงไทย  0211363243

แฟนคลับถูกใจสิ่งนี้! เต้-ตี๋ ชวนหนุ่มหน้าใส มิว-กลัฟ อัปเดทคอลเลคชั่น Coach x Michael B. Jordan

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449627

แฟนคลับถูกใจสิ่งนี้! เต้-ตี๋ ชวนหนุ่มหน้าใส มิว-กลัฟ อัปเดทคอลเลคชั่น Coach x Michael B. Jordan

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 14.42 น.

ยกระดับความฟินให้เหล่าแฟนคลับซีรี่ส์ชื่อดัง “เดือนกี้ยวเดือน” ถึงขีดสุด เมื่อสองหนุ่ม เต้ – ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์ และ ตี๋ – ธนพล จารุจิตรานนท์  โคจรมาพบกับสองหนุ่มหน้าใส มิว – ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ และ กลัฟ – คณาวุฒิ           ไตรพิพัฒนพงษ์ จากซีรี่ส์ “เกลียดนักมารักกันซะดีๆ” งานนี้ 4 หนุ่มพร้อมใจแท็กทีมแจกความสดใสพร้อมร่วมอัปเดตเทรนด์แฟชั่นดีไซน์สร้างสรรค์ไม่ซ้ำใครจากแบรนด์ “COACH” (โค้ช) คอลเลคชั่น “Coach x Michael B. Jordan (ไมเคิล บี. จอร์แดน)” จัดโดยกลุ่มบริษัท แปซิฟิกา ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์ โค้ช (ประเทศไทย) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2562 ณ COACH ชั้น 1 โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

โดยหนุ่ม เต้ – ดาวิชญ์ กรีพลฤกษ์  ดูจะตื่นเต้นกับคอลเลคชั่นนี้เป็นพิเศษ กล่าวว่า “เต้เป็นแฟนคลับทั้งโค้ชและนารูโตะ โค้ชเป็นแบรนด์ที่เท่ เรียบ หรู พอมาเจอกับนารูโตะซึ่งเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมเบอร์ต้นๆ ของโลก เป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก แมตช์กันได้อย่างลงตัว ต้องชื่นชมดีไซน์เนอร์  แต่ละชิ้นมีดีเทลเฉพาะตัวเช่น แขนเสื้อแจ็กเกตที่สามารถถอดออกได้ บอกเลยว่าใครใส่ก็เท่มากๆ ครับ”

ส่วน ตี๋ – ธนพล จารุจิตรานนท์ เผยว่า “ผมเป็นแฟนคลับการ์ตูนารูโตะมาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้ดีใจมากที่ได้ใส่คอลเลคชั่นนี้ก่อนใคร โดยเฉพาะเสื้อแจ็กเกตที่ผมใส่อยู่นี้มีลายนารูโตะกำลังปล่อยกระสุนวงจักรเท่มากๆ และยังเป็นแบบ Unisex ที่ใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เหมาะที่จะใส่เป็นคู่กับคนรู้ใจมากๆ ครับ “

ด้านหนุ่ม มิว – ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ กล่าวว่า “รู้สึกเหมือนได้หลุดเข้ามาอยู่ในโลกของการ์ตูนที่เรารัก ผมติดตาม    นารูโตะมาตั้งแต่ต้นจนจบ สำหรับคอลเลคชั่นนี้ชอบไอเดียสร้างสรรค์เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ เป็นอะไรที่ลงตัวมากๆ ใครที่เป็นแฟนคลับการ์ตูน นารูโตะ ยิ่งไม่ควรพลาดครับ ถ้าได้เห็นคอลเลคชั่นนี้ ที่มีไอเท็มหลากหลายทั้งเสื้อยืด, เสื้อแจ็กเกต, กระเป๋าเป้, กระเป๋าคาดเอว, และรองเท้าสนีกเกอร์ให้ได้เลือกช็อปจะต้องฟินเหมือนผม”

แฟนคลับ นารูโตะ และไมเคิล บี. จอร์แดน ถ้าไม่อยากเอ้าท์รีบตามไปช็อปไอเท็มเด็ด คอลเลคชั่นพิเศษ  “Coach x Michael B. Jordan (ไมเคิล บี. จอร์แดน)” ได้ที่ช็อป COACH ชั้น 1 โซนเอเทรียม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ครั้งที่ 22 ภายใต้หัวข้อ‘มือที่สร้าง งานที่สรรค์’น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449466

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน‘คิดถึง…สมเด็จย่า’ครั้งที่ 22 ภายใต้หัวข้อ‘มือที่สร้าง งานที่สรรค์’น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยทรงงานด้วยสองพระหัตถ์ สร้างงานสร้างอาชีพ สร้างความสุขให้ปวงชนชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพในปี 2562 นี้ บริษัท สยามพิวรรธน์จำกัด ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22 ภายใต้หัวข้อ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานเปิดงาน ในวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2562 เวลา 17.30 น.

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ เลขาธิการ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการจัดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22ว่า “ในความทรงจำของพสกนิกรไทยทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานเพื่อประโยชน์สุขให้กับผืนแผ่นดินอย่างมากมาย ทั้งสองพระหัตถ์ทรงงานอย่างหนักด้วยความห่วงใยในทุกข์สุขของราษฎรไทยอยู่เสมอ เสมือนดั่งมือที่คอยช่วยเหลืออุ้มชู ประคองให้สามารถพลิกฟื้นผืนดินให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนสามารถเลี้ยงดูตัวเอง ครอบครัว และประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน

สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ นอกเหนือจากการนำเสนอพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบันของ
ผืนแผ่นดินในภาคเหนือและดอยตุงแล้ว ยังเชิญศิลปินช่างภาพถ่ายรูปมือของคนทำงานที่ดอยตุง เช่น คนปลูกกาแฟ คนคั่วกาแฟ คนทำกระดาษสาคนปั้นดิน คนปลูกดอกไม้ คนทำสวน คนทอผ้า และปักผ้า โดยไม่เน้นหน้าของคนทำงาน แต่เน้นที่มือสื่อให้เห็นว่าจากพระหัตถ์ของสมเด็จย่าที่ช่วยเหลือประชาชน ทำให้ประชาชนมีอาชีพ สร้างรายได้ และใช้มือนี้สานต่องานที่พระองค์ท่านได้ทรงเริ่มไว้ สร้างสรรค์เป็นงานและอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน”

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “สมเด็จย่า ทรงมีพระราชปณิธานที่จะสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้านให้ชุมชนดอยตุง ซึ่งในอดีตขาดต้นทุนชีวิต จึงต้องพึ่งพายาเสพติดและงานผิดกฎหมายในการดำรงชีวิต ทรงเล็งเห็นว่ารากเหง้าของปัญหาเหล่านี้ คือ ความยากจนและขาดโอกาส จึงแก้ไขปัญหาพื้นฐานอย่างรอบด้าน ทั้งความเจ็บป่วย ความยากจน และความไม่รู้ โดยยึดคนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่สมดุลกับความมั่นคงทางสังคมและความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ โดยใช้ธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์ “ดอยตุง” (DoiTung) เป็นกลไกหลักในการดำเนินงานและกรอบแนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน หรือ “3S Model” (สามเอส โมเดล) เป็นแกนหลักในการดำเนินงาน ซึ่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เรียนรู้และประยุกต์จากหลักการทรงงานและแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยแบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ ได้แก่ อยู่รอดพอเพียง และยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องอย่างยิ่งกับ“เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (SDG Goals) ของสหประชาชาติ

ปัจจุบัน โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ซึ่งเกิดจากสองพระหัตถ์ของสมเด็จย่า จึงไม่ใช่เพียงต้นแบบด้านการแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติดเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืนให้หลายประเทศ ทั้ง เมียนมา อัฟกานิสถาน และอินโดนีเซีย และยังมีคณะศึกษาดูงานเดินทางมาที่ดอยตุงมากมายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาเรียนรู้และนำกลับไปประยุกต์กับบริบทของเขา และที่สำคัญมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังใช้ศักยภาพที่มีส่งเสริมและต่อยอดธุรกิจเพื่อสังคมอื่นๆ ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จย่าอีกทางหนึ่ง”

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล, ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ และ เกตุวลี นภาศัพท์

นิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า” ครั้งที่ 22จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์”นำเสนอพระราชประวัติตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงเป็น “เด็กหญิงสังวาลย์” ไล่เลียงมาจนถึง “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” และเรื่องราวพระราชกรณียกิจ โครงการในพระราชดำริที่ช่วยให้วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ด้วยพระราชปณิธาน “ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง” โดยทรงจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขาไทย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปีพ.ศ.2515 กระทั่งเปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ” ในปัจจุบัน

ภายในงานยังจะได้พบกับภาพถ่ายเล่าเรื่องราวของดอยตุงด้วยคอนเซ็ปต์ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” ผ่านมุมมองของศิลปิน 2 ท่าน ได้แก่ กันต์ สุสังกรกาญจน์ และ วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อป “เวลาเป็นของมีค่า” ยกบรรยากาศงานเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงมาจำลองไว้ในงาน ได้แก่ เวิร์กช็อปการชงกาแฟดริปและเทคนิคการวาดฟองโฟม (ไม่มีค่าใช้จ่าย)วันธรรมดา วันละ 2 รอบ ได้แก่ เวลา 17.00 น. และ 19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 3 รอบ ได้แก่ 11.00 น./15.00 น./17.00 น. กิจกรรมเวิร์กช็อปวาดลวดลาย ตกแต่งจานเซรามิก (มีค่าวัสดุอุปกรณ์) แบ่งเป็น 3 รอบ ได้แก่ 12.00 น./ 15.00 น./18.00 น. กิจกรรมศิลปะ (มีค่าวัสดุอุปกรณ์) แบ่งเป็นศิลปะบนถุงผ้า เพ้นท์หรือปัก/ศิลปะบนกระดาษสา เพ้นท์หรือตกแต่งด้วยดอกไม้แห้ง/ศิลปะการทำตุงหรืองานถักร้อย แบ่งเป็น4 รอบ ได้แก่ 11.00 น./13.00 น./16.00 น./19.00 น. และกิจกรรมจัดต้นไม้ในแก้วและสวนถาด(มีค่าวัสดุอุปกรณ์) แบ่งเป็น 4 รอบ ได้แก่ 11.00 น./14.00 น./17.00 น./20.00 น. พร้อมด้วยการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพแบรนด์ดอยตุง โดยฝีมือคนในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย อาทิ หัตถกรรมแบรนด์ Doi Tung Lifestyle และ Doi Tung Café กับกาแฟอาราบิก้า 100%คุณภาพพรีเมียม รวมทั้งร้านต้นไม้ดอยตุง ที่นำต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงจากศูนย์เพาะเลี้ยงต้นไม้ที่ดอยตุง จ.เชียงราย

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล สาธิตการชงกาแฟดริป โดยมี ปราการ ไรวา ร่วมชิม

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล สาธิตการชงกาแฟดริป โดยมี ปราการ ไรวา ร่วมชิม
กันต์ สุสังกรกาญจน์

กันต์ สุสังกรกาญจน์
ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ เพ้นท์เซรามิก

ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ เพ้นท์เซรามิก
ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ร่วมเพ้นท์ภาพบนกระดาษสา

ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ร่วมเพ้นท์ภาพบนกระดาษสา

‘จิ๊บ-ปกฉัตร’แนะคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนความชอบให้เป็นอาชีพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449427

‘จิ๊บ-ปกฉัตร’แนะคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนความชอบให้เป็นอาชีพ

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
พิธีกรและนักแสดงสาวมากความสามารถ จิ๊บ-ปกฉัตร เทียมชัย แนะเยาวชนรุ่นใหม่ เปลี่ยนความชอบให้เป็นอาชีพอยู่วงการไหนก็พุ่งในยุคจิ๊บ-ปกฉัตร เทียมชัย กล่าวภายในงานเสวนา “ทักษะในอนาคตของแรงงานในประเทศไทย In the next 10 year” จัดโดยDPU X มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ในฐานะรุ่นพี่ที่อยู่ในวงการบันเทิงมา 15 ปี เด็กรุ่นใหม่อาจเติบโตยากในวงการบันเทิง เนื่องจากมีการแข่งขันกันสูงคนที่จะอยู่ได้ต้องมีคาแร็กเตอร์เป็นของตัวเอง มีความสามารถทั้งในจอและนอกจอ รวมถึงขณะนี้มีเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligent) หรือปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาแทรกซึมทุกวงการอาทิ ในวงการบันเทิง ใช้แอนิเมชั่นทำหนัง ดังนั้นจำเป็นต้องเรียนรู้และศึกษาการทำงานของAI ให้ถี่ถ้วน เพื่อให้เราอยู่เหนือกว่าเทคโนโลยี

“ซึ่งชัดเจนว่าเทรนด์ของทุกสายอาชีพในอนาคตที่สังคมต้องการ คือความเป็นตัวเองที่ชัดเจนขึ้น คุณค่าจะอยู่ตรงความสามารถในการทำงานที่ตอบโจทย์ความเป็นมนุษย์ได้ขณะที่วงการต่างๆ เริ่มซบเซา แต่วงการ E-sport เติบโตอย่างรวดเร็ว ในต่างประเทศมีการแข่งขันอย่างเปิดกว้างและใหญ่โต ค่ายเกมแต่ละค่ายทุ่มทุนมหาศาล ส่วนในไทยกำลังริเริ่มสร้างวงการดังกล่าว เด็กไทยที่เล่นเกมเก่งเตรียมตัวให้พร้อม ในอนาคตอันใกล้ น้องๆ อาจจะกลายมาเป็นนักกีฬา Pro Player และGame Caster ซึ่งการนำความชอบมาเปลี่ยนเป็นอาชีพแบบนี้ จะทำให้สามารถสร้างรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ดังนั้นทุกคนต้องรีบหาตัวเองให้เจอ

โดยส่วนตัว เป็นคนชอบแต่งตัว ทำให้เกิดไอเดียทำ Personal Stylist เป็นการออกแบบการแต่งตัวตามบุคลิกของลูกค้า ซึ่งในต่างประเทศเป็นที่นิยมมาก ส่วนในไทยลูกค้ายังมีเฉพาะกลุ่ม และมองว่าการนำความรู้ที่มีหรือการนำความชอบมาช่วยคนแต่งตัวเป็นการแสดงคุณค่าของเรา”

ซีอีโอแอพฯ‘QueQ’ ซุ่มเสริมเขี้ยวเล็บ ลงคลาสผู้บริหารเมืองนวัตกรรม CCIO รุ่น 2

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449429

news_default

ซีอีโอแอพฯ‘QueQ’ ซุ่มเสริมเขี้ยวเล็บ ลงคลาสผู้บริหารเมืองนวัตกรรม CCIO รุ่น 2

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่อคิดอยากจะจองคิวล่วงหน้า คงต้องนึกถึงแอพพลิเคชั่น QueQ แต่ถ้านึกถึงเจ้าของแอพฯ ก็ต้องนึกถึง โจ้-รังสรรค์ พรมประสิทธิ์ ซีอีโอแห่งบริษัท คิวคิว (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง เจ้าของแอพพลิเคชั่น“ระบบจัดการคิวอัจฉริยะ” หรือแอพฯ QueQ อำนวยความสะดวกด้านการจองคิวร้านดัง ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก แก้ปัญหาความแออัด ลดการใช้เวลาในการรอคิว ล่าสุดได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นสู่ระบบการจองคิวพบแพทย์ของคนไข้ในโรงพยาบาลเท่านั้นไม่พอ ยังแอบซุ่มเสริมเขี้ยวเล็บลงคลาสอบรมหลักสูตร “ผู้บริหารเมืองนวัตกรรม (Chief City Innovation Officer: CCIO) รุ่น 2”ที่จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อเตรียมนำความรู้ต่อยอดฟีเจอร์การใช้งานใหม่ๆ พลิกโฉมการจองคิวแบบเดิมๆ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองในการพัฒนาเมืองให้พร้อมต่อการเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมที่สมบูรณ์ เพื่อแก้ปัญหาเครือข่ายธุรกิจบริการทั้งภาครัฐและเอกชนให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ