ไวพจน์ ยันไม่หลบซ่อนหมายจับ-ลุยทำหน้าที่ส.ส.ต่อ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402803?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ไวพจน์ ยันไม่หลบซ่อนหมายจับ-ลุยทำหน้าที่ส.ส.ต่อ

4 ธันวาคม 2562 – 20:15 น.
ผมไม่กังวลที่มีหมายจับ,หมายจับไวพจน์
เปิดอ่าน 37 ครั้ง

“ไวพจน์” ยันไม่หลบซ่อน หมายจับ-ลุยทำหน้าที่ส.ส.ต่อ เตรียมไปฟังคำพิพากษา ปีหน้า

รัฐสภา – 5 ธันวาคม 2562-​พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถูกศาลออกหมายจับ เพื่อให้เข้าฟังคำพิพากษาคดีล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา ปี2552 ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าร่วมประชุมสภาฯ เพียงสั้นๆ ว่า

“ผมไม่กังวลที่มีหมายจับดังกล่าว และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ต่อไป โดยจากนี้ผมจะไม่หลบซ่อนตัว ทั้งนี้เข้าใจว่าที่เขาต้องออกหมายจับเพราะต้องการให้ผมไปฟังคำพิพากษาเท่านั้น  ส่วนที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่15 มกราคม 2563  นั้นผมพร้อมจะเดินทางไปฟังคำพิพากษา” ก่อนจะเดินออกจากพื้นที่อาคาร ลงลิฟท์โดยสารไปยังชั้นจอดรถใต้ดินของอาคารรัฐสภาทันที.

ตามคาด สภาฯ​โหวตล้ม ญัตติกมธ.ม.44

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402801?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ตามคาด สภาฯ​โหวตล้ม ญัตติกมธ.ม.44

4 ธันวาคม 2562 – 19:48 น.
สภาฯ​โหวตล้มญัตติกมธม44
เปิดอ่าน 143 ครั้ง

ตามคาด “สภา” ​โหวตล้มญัตติกมธ.ม.44 พบ 6 ส.ส.โหวตหนุนมีเปลี่ยน “กันตวรรณ-ชัยวุฒิ” ไม่ขานคะแนน 

รัฐสภา – 4 ธันวาคม 2562 – ตามคาด “สภา” ​โหวตล้มญัตติกมธ.ม.44 พบ 6 ส.ส.โหวตหนุนมีเปลี่ยน “กันตวรรณ-ชัยวุฒิ” ไม่ขานคะแนน หลังตรวจสอบคะแนน “สุชาติ” ปิดประชุมทันที “ปิยบุตร” งงเร่งรีบปิด ไม่ทันพิจารณาญัตติ ศึกษาแก้รธน. เชื่อสัปดาห์หน้ามีเรื่องอื่นแทรก

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการลงมติกมธ.วิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของ หัวหน้า คสช.  ตามมาตรา 44  ด้วยการขานชื่อ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ฐานะประธานในที่ประชุม ขานคะแนนว่า เสียงเห็นชอบให้ตั้งกมธ. ฯ มีจำนวน 5 เสียง ไม่เห็นชอบ 244 เสียง และงดออกเสียง 6 เสียง ดังนั้นสภาฯ ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ.ฯ ดังกล่าวก่อนจะปิดประชุมตามข้อเสนอของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ​ ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้ญัตติด่วน ขอให้สภาฯ ตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาแนวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องถูกเลื่อนออกไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ส.ส.ที่ออกเสียงสนับสนุนในญัตติดังกล่าว 5 คน ได้แก่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง, นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ และมีพรรคอนาคตใหม่ 1คน คือน.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ส่วนที่งดออกเสียง 6คนได้แก่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ, นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ , พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี และนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ก่อนหน้านี้ปรากฎชื่อของ นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ที่ลงสมติสนับสนุนญัตติดังกล่าวนั้นได้แสดงตนต่อที่ประชุม แต่เมื่อลงมติพบว่าไม่ปรากฎการใช้สิทธิลงคะแนนแต่อย่างใด

ทั้งนี้นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ฐานะผู้เสนอญัตติด่วน ให้สภาฯ​ตั้งกมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังจากที่สภาฯ ปิดประชุมว่าตนเตรียมเอกสารที่จะอภิปรายเสนอญัตติ แต่ยังไม่ทันได้ใช้สิทธิ นายสุชาติสั่งปิดการประชุมโดยไม่มองว่ามีส.ส.ที่เตรียมทักท้วง ทำให้ตนเชื่อว่าในการประชุมสภาฯ สัปดาห์หน้าเขาอาจเสนอวาระอื่นแทรก.

เปิดชื่อ10 ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมแสดงตน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402798?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เปิดชื่อ10 ส.ส.ฝ่ายค้านร่วมแสดงตน

4 ธันวาคม 2562 – 19:15 น.
กมธม44 ฉลุย,เปิดชื่อ10 สสฝ่ายค้าน
เปิดอ่าน 311 ครั้ง

เปิดชื่อ10 ส.ส.ฝ่ายค้าน ร่วมแสดงตน ทำให้สภาฯ โหวตค้านญัตติตั้งกมธ.ม.44 ฉลุย

รัฐสภา – 4 ธันวาคม 2562 – ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการนับองค์ประชุมสภาฯ ก่อนที่จะนับคะแนนใหม่ในญัตติด่วน ขอให้สภา​ฯ ตั้งกมธ.วิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของ หัวหน้า คสช.  ตามมาตรา 44  ซึ่งผลการนับองค์ประชุมปรากฎว่ามีผู้แสดงตนต่อที่ประชุม 259  คนถือว่าเกินกึ่งหนึ่ง ทำให้สภาฯ ดำเนินการขอนับคะแนนใหม่ในญัตติดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า มีส.ส.ของพรรคฝ่ายค้าน ได้แสดงตนเพื่อนับเป็นองค์ประชุม จำนวน 10 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 3 คน ได้แก่ นายขจิต ชัยนิคม ส.ส. อุดรธานี , น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี, นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม., พรรคอนาคตใหม่ 2 คน ได้แก่ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรี และนายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน ได้แก่ นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ, นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ พรรคประชาชาติ 1 คนได้แก่ นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการนับคะแนนใหม่ในญัตติดังกล่าว ส.ส.ที่ไม่ได้แสดงตนนับเป็นองค์ประชุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของพรรคฝ่ายค้าน ไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนน ทำให้ผลเบื้องต้นของการลงมติใหม่ในญัตติดังกล่าว ของที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับการตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของ หัวหน้า คสช.  ตามมาตรา 44.

สภาฯไม่ล่มแล้ว มีส.ส.แสดงตน 259 เสียง คาดฝ่ายค้านร่วมช่วย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402792?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สภาฯไม่ล่มแล้ว มีส.ส.แสดงตน 259 เสียง คาดฝ่ายค้านร่วมช่วย

4 ธันวาคม 2562 – 18:38 น.
สภาล่ม,ประชุมสภา
เปิดอ่าน 224 ครั้ง

สภาฯ ไม่ล่มแล้ว มีส.ส.แสดงตน 259 เสียง ฝ่ายค้านจ่อยื่นศาลรธน.​ตีความข้อบังคับ 85 ปมนับ-ลงคะแนนใหม่

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 เมื่อเวลา 17.35 น. นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ซึ่งก่อนเข้าวาระปกติ ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงคำสั่งของศาลฎีกาที่ให้นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ทำให้มี ส.ส. สามารถทำหน้าที่​ จำนวน 498 คน และองค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งคือ 249 คน จากนั้นได้เข้าสู่การแสดงตน ก่อนการลงคะแนนใหม่ในญัตติด่วน ขอให้สภา​ฯ ตั้งกมธ.วิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของ หัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44

ทั้งนี้ก่อนการดำเนินการตามขั้นตอน ส.ส. จากหลายพรรคขอหารือเพื่อขอให้พิจารณาต่อการแสดงตนที่ไม่เป็นปัญหา รวมถึงการนับคะแนนใหม่ที่อาจขัดต่อข้อบังคับการประชุม ซึ่งบรรยากาศประชุมช่วงดังกล่าวได้หารือเพื่อโต้ตอบไปมา นานกว่า 40 นาที โดยนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ หารือว่า การแสดงตนผ่านเครื่องแสดงตนนั้นพบว่ามีปัญหาและไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นขอให้ทบทวนการแสดงตนผ่านเครื่องแสดงตน

ขณะที่นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ หารือให้ใช้องค์ประชุมตามที่ได้ลงลายมือชื่อเข้าร่วมประชุ ทั้งนี้กรณีที่มีส.ส.วอร์คเอาท์ระหว่างนับองค์ประชุมถือว่า ทำให้สภาเกิดความไม่สงบเรียบร้อย และทำผิดต่อประเทศ ทำให้ประเทศมั่นคงและผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113

ทั้งนี้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย หารือว่าหากสภาฯ ยังยืนยันเดินหน้า พรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความของข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 85 ขณะที่มีส.ส.พรรคเพื่อไทย หารือเช่นเดียวกันว่าขอให้ถอนญัตติลงคะแนนใหม่ ซึ่งนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะผู้เสนอให้นับคะแนนใหม่นั้น ยืนยันไม่ถอนสิ่งที่เสนอ ทำให้นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ใช้สิทธิกล่าวกับที่ประชุมว่าหากสภาฯ​ยืนยันจะเดินหน้านับคะแนนใหม่ จะไม่ขออยู่ร่วมในห้องประชุม ทำให้ นายนิโรธ ลุกขึ้นกล่าวว่า “จะให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ เพราะเป็นการตีกิน”

อย่างไรก็ตามในตอนท้ายนายสุชาติ วินิจฉัยในท้ายสุดว่า ตนในสภาฯ 10 สมัย เขียนข้อบังคับด้วยถ้อยคำที่ไม่เปลี่ยน ขณะที่ประเพณีปฏิบัติที่มีมา โดยนับคะแนนใหม่ คือการลงคะแนนใหม่ อีกทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้วินิจฉัยแล้ว ส่วนที่ส.ส.จะยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นสิทธิที่ทำได้​

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โต้แย้งนายสุชาติ ว่า ข้อบังคับที่ใช้มานาน ไม่ได้หมายความถูกต้องทั้งหมด ดังนั้นตนขอให้นำคำวินิจฉัยของนายชวนมาพิจารณาอีกครั้ง เพื่อให้เป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้เพื่อไม่ให้การทำงานในสภาฯ​ ที่มีเสียงปริ่มน้ำมีปัญหา อย่างไรก็ตามที่ส.ส.ระบุว่าจะดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญาสามารถทำได้ แต่อย่าลืมว่าช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยึดอำนาจ ถือว่าผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เช่นกัน แต่ที่ไม่ถูกเอาผิดเพราะนิรโทษกรรมตนเอง

ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน เสนอว่าหากจะให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อขอให้ใช้องค์ประชุมครั้งก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ดีนายสุชาติ ยืนยันคำวินิจฉัยเดิม และปฏิบัติตามข้อบังคับคือ ลงมติใหม่ และได้ดำเนินการตามขั้นตอน คือ นับองค์ประชุมก่อนจะลงคะแนนใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่นายสุชาติให้แสดงตนส.ส.พรรคฝ่ายค้านต่างทยอยออกจากห้องประชุม และบางส่วนยืนอยู่ด้านหลังห้องประชุม ขณะที่ผลการแสดงตน ปรากฎว่ามีผู้แสดงตนผ่านเครื่องทั้งสิ้น 259 คน และแจ้งด้วยวาจาอีก 2 คน รวมเป็น 261 เสียง ทั้งนี้เสียงของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่ตรวจสอบล่าสุดมี จำนวน 254 เสียง

‘มงคลกิตติ์’ เผย ‘บิ๊กตู่’ โอบกอดคอชวนกลับมาร่วมรัฐบาลอีก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402787?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

‘มงคลกิตติ์’ เผย ‘บิ๊กตู่’ โอบกอดคอชวนกลับมาร่วมรัฐบาลอีก

4 ธันวาคม 2562 – 18:10 น.
มงคลกิตติ์,่ นายกฯ,โอบกอด
เปิดอ่าน 247 ครั้ง

“มงคลกิตติ์” เผยบิ๊กตู่กอดคอชวนกลับมาร่วมรัฐบาลอีก แต่ขอเวลาตัดสินใจหลังปีใหม่2563 ระบุได้เสนอนายกฯนำ “ส.ส.ชาย-เพศทางเลือก” ฝึกทหารช่วงปิดสภาฯ

กลายเป็นภาพจำไปอีกยาวนาน ค่ำคืนงานเลี้ยงกระชับมิตรเมื่อวันที่ 3 พ.ย.2562 ในนาทีที่ผู้นำระดับประเทศไทย เดินเข้าทักทายพร้อมล็อคคอ หยอกล้อ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับนักการเมืองป้ายแดงฝีปากกล้าท้าชน อย่าง “เต้007” ชนิดที่ช่างภาพยังกดชัดเตอร์ไม่ทัน ขณะที่คนถูกกอดก็ตกใจเช่นกัน..

อ่านข่าว : สนธิรัตน์ เผยจัดใหญ่กระชับมิตร ส.ส.พรรคร่วม 19 ธ.ค.นี้

เกี่ยวกับเรื่องนี้  “เต้ 007” หรือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดเผยว่า เหตุผลที่ไปร่วมรับประทานอาหารกับพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อคืนนี้ เพราะ ได้รับเชิญจากเลขานายกรัฐมนตรี ซึ่งเชิญกลุ่มกิจสังคมใหม่ ที่มีทั้งนายชัชวาล คงอุดม พรรคพลังท้องถิ่นไทย นายดำรง พิเดช พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล พรรคประชาธรรมไทย และตน รวมกันเป็นกลุ่ม 7 เสียง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ได้พบกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แบบเป็นกันเอง

“บรรยากาศเป็นไปด้วยดี พล.อ.ประยุทธ์ได้ชักชวนให้กลับมาร่วมรัฐบาลกันอีก ซึ่งถือเป็นการเชิญจากนายกรัฐมนตรีโดยตรงเป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ เชิญผ่านร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ส่วนตัวจึงไม่ติดขัดที่จะตัดสินใจใหม่ ขอตัดสินใจหลังปีใหม่นี้ และจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในปลายปีนี้ “นายมงคลกิตติ์ กล่าว

“บิ๊กตู่” โอบกอดคอ “เต้007” ในงานเลี้ยงกระชับมิตร

นายมงคลกิตติ์  กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลยังมีเสียงปริ่มน้ำ 250 เสียงแบบนี้ จะไม่ส่งผลดีต่อประเทศ ดังนั้น ตนจะขอเป็นตัวตั้งตัวตีรวบรวมเสียงรัฐบาลให้ได้มากถึง 270 เสียง การตัดสินใจไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวล็อบบี้แจกกล้วยแลกเปลี่ยนผลประโยชน์

ส่วนภาพที่พลเอกประยุทธ์  ล็อคคอ หยอกล้อ นายมงคลกิตติ์ ยอมรับว่า ตกใจเหมือนกัน ก็รู้สึกวาบหวิว เพราะพ่อตัวเองก็ไม่เคยกอด แต่หากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิง ก็จะรู้สึกดีมากกว่านี้ โชคดีที่ตัวเองเล่นกล้ามเลยแข็งแรง เพราะนายกรัฐมนตรีเล่นแรง และเข้าใจว่านายกรัฐมนตรี คงจะดื่มไวน์มาบ้าง เพราะตัวหนัก ๆ

นายมงคลกิตติ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า  เมื่อคืนนี้ ตนได้เสนอนายกฯ ไปว่า ช่วงปิดสมัยประชุมสภา ตนได้ทำความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ ว่าปัจจุบันการเกณฑ์ทหารรับสมัครได้แค่ 30 % อีก 70% ยังขาดอยู่ และหากจะให้สมัครใจเป็นทหาร เราก็ยังมีเงินไม่พอที่จะจ่ายเงินเดือน และถ้ารับประจำเข้าไปอายุมากก็จะไม่พร้อมรบ เพราะคนที่พร้อมรบต้องอายุ 20-30 ปี

“ผมเองอายุ 38 ปี ถือว่ายังพร้อมรบอยู่ ผมจึงบอกว่าถ้าเป็นไปได้ช่วงปิดสมัยประชุมสภา ส.ส.คนรุ่นใหม่ที่เป็นชายไทย และส.ส.เพศทางเลือกอยากให้ไปฝึกทหารสัก 1 เดือน เพื่อให้พร้อมรบตลอดเวลา โดยไม่ได้เป็นการเข้าค่าย แต่เป็นการฝึกทบทวน ซึ่งเป็นการฝึกกำลังกายและใจ ร่างกายแข็งแรง หุ่นดี ไม่เป็นเบาหวาน มะเร็ง ไขมันมันอุดตันในเส้นเลือด เพราะการให้ฝึกทหาร จะทำให้ลดงบประมาณรายหัวของกระทรวงสาธารณสุข ถือว่าเป็นการลดรายจ่ายของประเทศไทย และทุกคนก็เป็นทหารกองหนุน” นายมงคลกิตติ์  กล่าว

นายมงคลกิตติ์  กล่าวอีกว่า เมื่อมีเหตุเภทภัยขึ้นมา บางทีก็ต้องถอดเสื้อ ส.ส. ออกไปเป็นทหาร ก็จะทำให้มีความพร้อม และอีกอย่างจะได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้เด็กม.ปลาย และเด็กเทคนิกทั่วประเทศ ว่าการเป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดเยอะซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าจะไหวหรือ ตนก็บอกว่าไหว

ขอบคุณภาพจาก..ณัฐภัทร พรหมแก้ว

คนเลี้ยงช้างเชียงใหม่ขอความเป็นธรรมเรื่องทำอาชีพ-ที่ดิน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402766?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

คนเลี้ยงช้างเชียงใหม่ขอความเป็นธรรมเรื่องทำอาชีพ-ที่ดิน

4 ธันวาคม 2562 – 16:58 น.
คนเลี้ยงช้างเชียงใหม่,คนเลี้ยงช้างจเชียงใหม่กมธสภาฯ
เปิดอ่าน 57 ครั้ง

 “คนเลี้ยงช้างจ.เชียงใหม่” ร้อง 3 กมธ.สภาฯ ขอความเป็นธรรมเรื่องทำอาชีพ-ที่ดิน

รัฐสภา – 4 ธันวาคม 2562 -ชมรมผู้ประกอบการอนุรักษ์ช้างภาคเหนือ 25 ปางช้าง เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน ต่อกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาฯ จำนวน 3 คณะ คือ กมธ.ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ และ กมธ.การท่องเที่ยว หลังจากที่ชาวบ้านในพื้นที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐคุกคามและข่มขู่

ทั้งนี้ในหนังสือร้องเรียนที่ยื่นต่อกมธ. ทั้ง 3 คณะ ระบุว่า ชมรมผู้ประกอบการกลุ่มอนุรักษ์ช้าง เจ้าของช้าง ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์เผ่ากะเหรี่ยงขอความเป็นธรรมในเรื่องสิทธิในการใช้ที่ดินในการประกอบอาชีพ ซึ่งทำอาชีพในพื้นที่หลายชั่วอายุคน และหลายครอบครัวร่วมกันเอาช้างมารวมกันตั้งศูนย์อนุรักษ์ช้าง ในพื้นที่ที่หมู่บ้านของตัวเอง เพื่อทำการดูแลช้าง และทำกิจการท่องเที่ยวโดยไม่มีการบังคับ

ชมรมผู้ประกอบการอนุรักษ์ช้างได้นำช้างออกจากธุรกิจขี่ช้างเข้าสู่โครงการอนุรักษ์เป็นจำนวนกว่า 100 เชือก รวมทั้งหมด 25 โครงการ ซึ่งโครงการต่างๆอยู่ในพื้นที่ อำเภอแม่แตง อำเภอแม่วาง และอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และด้วยที่ดินทำกินในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ผู้ประกอบการปางช้างแนวอนุรักษ์ รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ได้อาศัยอยู่มาเป็นเวลานาน แต่ไม่เคยมีใครครอบครัวไหนได้มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน แต่ปัจจุบันกลุ่มคนเลี้ยงช้าง ได้รับหนังสือจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ให้ออกจากพื้นที่ และบางปางช้างถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปในพื้นที่โดยไม่แจ้งล่วงหน้า  ดังนั้นกลุ่มคนเลี้ยงช้าง ขอให้กมธ.ฯ​บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน และให้ช้างมีพื้นที่อยู่อาศัยที่ถูกต้อง.

ชวน ชี้ ตำตรวจจับ ไวพจน์ ได้เลยโผล่สภาฯร่วมประชุม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402763?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชวน ชี้ ตำตรวจจับ ไวพจน์ ได้เลยโผล่สภาฯร่วมประชุม

4 ธันวาคม 2562 – 16:45 น.
องค์ประชุมสภาฯ,หมายจับไวพจน์
เปิดอ่าน 130 ครั้ง

 “ชวน” ชี้ องค์ประชุมสภาฯ เป็นภาระร่วมกัน 2 ฝ่าย- ชี้ “ตร.” จับ “ไวพจน์” ได้เลย ด้าน “ไวพจน์” โผล่สภาฯ ร่วมประชุม

รัฐสภา – 4 ธันวาคม 2562 -นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงบ่าย หลังจากที่เข้ารับการตรวจรักษาโรคที่โรงพยาบาล ถึงกรณีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าองค์ประชุมจะไม่ครบและทำให้สภาฯ​ล่มเป็นครั้งที่ 3  ว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ทั้งนี้การลงมติในญัตติด่วนที่ให้ตั้งคณะกรรมการธิการวิสามัญนั้นไม่ใช่ปัญหา

อย่างไรก็ตามการเข้าประชุมสภาฯ เป็นภาระร่วมกันทุกฝ่ายและเป็นภาระแรกของฝ่ายรัฐบาลเพราะถือเป็นฝ่ายเสียงข้างมาก ทั้งนี้ตนมองว่าหากสภาฯ ล่มบ่อยครั้งอาจกระทบภาพลักษณ์ของรัฐบาล รวมถึงทำให้ภาพลักษณ์ของคนที่ไม่เข้าประชุมเสียไปด้วย

“การประชุมสภาก็ถือเป็นความรับผิดชอบ หากฝ่ายไหนก็ตามจงใจเพื่อไม่ให้องค์ประชุมครบหลายครั้ง คนก็จะรู้ ครั้งสองครั้งอาจจะไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่ เพราะถือว่าเป็นสิทธิของเขาในการประท้วงในสิ่งที่เขาไม่เห็นด้วย แต่หากเกิดขึ้นหลายครั้งคนจะรู้สึกว่าเป็นความจงใจที่จะไม่ให้ทำงาน” นายชวน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานสภาจะขับเคลื่อนได้หรือไม่หากอนาคตฝ่ายค้านจะใช้การขอนับคะแนนใหม่บ้าง ประธานสภาฯ กล่าวว่า เป็นประเด็นที่ตนเตือนตั้งแต่แรกเพราะเสียงของรัฐบาลและฝ่ายค้านห่างกันไม่เกิน 25 เสียง ทั้งนี้การเสนอให้นับองค์ประชุม เพื่อฝ่ายหนึ่งจะแก้แค้นสามารถเสนอได้ แต่หากทำโดยไม่มีเหตุผล เชื่อว่าประชาบนจะจับตาดูพฤติกรรมของสมาชิก

เมื่อถามถึงกรณีที่ส.ส.พรรคฝ่ายค้านส่งเรื่องกมธ.ปราบโกง ให้ตรวจสอบความเป็นกลางในการทำหน้าที่ นายชวน กล่าวว่า ว่า ก่อนที่จะนับคะแนนใหม่ ตนถามย้ำหลายครั้ง ซึ่งรัฐบาลยืนยันตามข้อบังคับ ซึ่งตามข้อบังคับกำหนดว่าให้ ใช้วิธีการขานชื่อ โดยในวันดังกล่าวมีผู้ประท้วงว่าตนทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง แต่ในที่สุด คนที่ประท้วงตนก็ได้ส่งคนมาขอโทษ ทั้งนี้ จะตีความเข้าข้างฝ่ายใดไม่ได้ เพราะถ้าทำผิด ประธานต้องรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีศาลฎีกาออกหมายจับพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ  นายชวน กล่าวว่าตามรัฐธรรมนูญการให้เอกสิทธิในการคุ้มครองส.ส.กรณีที่ถูกดำเนินคดีต้องอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน สอบสวน แต่กรณีนี้เลยขั้นตอนนี้ไปแล้ว เพราะศาลได้ตัดสินคดีถึงที่สุดแล้ว อีกทั้งศาลได้ออกหมายจับแล้ว ซึ่งตอนนี้พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่ได้เข้ามาปรึกษาอะไร

เมื่อถามว่า หากพ.ต.ท.ไวพจน์ปรากฎตัว สามารถจับตัวได้เลยหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า “ใช่ครับๆ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมสภาฯ ตามปกติ โดยได้เดินเข้าไปยังห้องประชุมสภาฯ และนั่งในพื้นที่ของส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วย.

เพนกวิน บุกสภาฯมอบพจนานุกรมให้ ชวน ศึกษาความแตกต่าง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402744?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เพนกวิน บุกสภาฯมอบพจนานุกรมให้ ชวน ศึกษาความแตกต่าง

4 ธันวาคม 2562 – 16:03 น.
เพนกวิน บุกสภาก้าวร้าว
เปิดอ่าน 124 ครั้ง

“เพนกวิน” ลุย สภาฯมอบพจนานุกรมให้ “ชวน”  ได้ศึกษาความแตกต่างคำว่า “นับคะแนนใหม่- ออกเสียงใหม่” ด้าน “สมบูรณ์ -แทนคุณ” ป้องชี้ทำหน้าที่เป็นกลางแล้ว

4 ธ.ค.2562-ที่รัฐสภา กลุ่มนักศึกษาติดตามสถานการณ์บ้านเมือง นำโดย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง และปฏิบัติตามกฎหมาย

หลังจากเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาฯลงมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาผลกระทบจากการใช้ประกาศคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามที่ฝ่ายค้านเสนอ แต่ฝ่ายรัฐบาลได้ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ ซึ่งประธานสภาฯวินิจฉัยให้มีการลงคะแนนใหม่ ซึ่งตนเห็นว่า การดำเนินการของประธานสภาฯ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 2562 เพราะสมาชิกขอให้นับคะแนนใหม่ได้ แต่ไม่ใช่การออกเสียงใหม่ วันนี้จึงขอ มอบพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ให้แก่ประธานสภาฯ ได้ศึกษาคำว่าการนับคะแนนใหม่ กับการออกเสียงใหม่ ว่าแตกต่างกันอย่างไร

ด้าน นายสมบูรณ์ กล่าวภายหลังรับมอบหนังสือว่า ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับการประชุมถูกต้องแล้ว แต่ตนแปลกใจว่าส.ส.หลายคนกลับตีความข้อบังคับการประชุมไม่ถูกต้อง ไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมาย กลับใช้ความรู้สึก และความไม่รู้ โดยการไม่ศึกษาของตนเอง แล้วมาร้องเรียนว่าประธานสภาฯ ทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง

ภายหลังนายสมบูรณ์ แถลงข่าวเสร็จสิ้น นายพริษฐ์ ได้ขึ้นมาพูดบนโพเดี่ยมแถลงข่าวอีกครั้ง ว่าเรื่องข้อบังคับการประชุมสภาฯตนมีความเข้าใจดี เพราะสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มีข้อบังคับการประชุมเช่นเดียวกัน ซึ่งก็มีการลงมติแพ้ ชนะ เหมือนที่เกิดขึ้นในสภา ซึ่งทุกฝ่ายต้องยอมรับเช่นกัน

จากนั้น นายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานประธานสภาฯ ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ได้ขึ้นมาบนโพเดี่ยมแถลงข่าวตอบโต้ทันที ว่านายพริษฐ์ น่าจะไม่เข้าใจจึงได้นำข้อบังคับการประชุมสภาฯ ไปเปรียบเทียบกับข้อบังคับของสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ไม่แน่ใจว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่คนไหนชักใยอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ดังนั้น ตนจึงขอคืนพจนานุกรม ที่นำมาให้เพื่อให้กลับไปศึกษา รวมถึงจะมอบข้อบังคับการประชุมสภาฯให้ไปศึกษาด้วย

ระหว่างที่นายแทนคุณ แถลงข่าวอยู่นายพริษฐ์ ก็ยืนอยู่บนโพเดี่ยมด้วยอยู่ตลอดเวลา และพูดเป็นระยะว่า “ท่านพูดจบหรือยังครับ” อยู่หลายครั้ง กระทั่งนายแทนคุณ พูดว่า “ผมพูดได้ทั้งวัน” และทันทีที่นายแทนคุณ แถลงข่าวเสร็จ นายพริษฐ์ ก็จะขึ้นแถลงข่าวตอบโต้อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ได้เชิญตัวนายพริษฐ์ ออกจากพื้นที่แถลงข่าว นายพริษฐ์ จึงเดินไปที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าสภา เพื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกครั้ง

โดยนายพริษฐ์ ระบุว่า การที่นายแทนคุณ พาดพิงตนว่ามีใครเชิดอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น ถือเป็นการโจมตีที่น่าเกลียด พฤติกรรมแบบนี้น่าผิดหวัง และมีแต่จะเสียผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม เมื่อประธานสภาฯ ไม่รับหรือไม่อ่านพจนานุกรมดังกล่าวก็ไม่เป็นไร แต่ถึงอย่างไรท่านก็ต้องเดินผ่านประตูนี้ ตนจึงจะวางพจนานุกรมไว้ตรงนี้ จากนั้น นายพริษฐ์ ได้นำพจนานุกรมไปวางไว้ตรงโต๊ะประชาสัมพันธ์ด้านหน้าแทน

ปทส. ชง บช.ก. ทำคดี ปารีณา รุกป่าเอง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402738?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปทส. ชง บช.ก. ทำคดี ปารีณา รุกป่าเอง

4 ธันวาคม 2562 – 16:02 น.
ปารีณา,ปารีณา ไกรคุปต์,ปารีณารุกป่า,ทวี ไกรคุปต์,ฟาร์มไก่ปารีณา
เปิดอ่าน 120 ครั้ง

ปทส. ชงเรื่อง บช.ก. ขออนุมัติสอบสวน ปารีณา รุกป่าสงวน 46 ไร่ เผย ทวี ไกรคุปต์ เข้ามอบตัวตำรวจคาดเกิดจากความเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองถูกแจ้งจับด้วย

วันที่ 4 ธันวาคม 2562 พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รองผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รอง ผบก.ปทส.) เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ แจ้งความเอาผิด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ สร้างฟาร์มไก่เขาสน ในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ฐานบุกรุกเขตป่าไม้และป่าสงวนกว่า 46 ไร่ ว่า (อ่านข่าว เดือด ทวี ไกรคุปต์ บุกมอบตัว ปทส.)

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บก.ปทส. ได้ทำเรื่องส่งไปยัง กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อขออนุมัติการสอบสวนแต่เพียงฝ่ายเดียว และกำลังรอการตอบรับ ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงเดินหน้าสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ตลอด และไม่ได้หยุดนิ่ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับคดีไปแล้ว 2-3 ปาก ส่วนวันนี้ก็ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน แต่รายละเอียดยังคงอยู่ในสำนวน ส่วนเรื่องการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินข้อพิพาทนั้น อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของ กก.5 บก.ปทส. โดย พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ ผบก.ปทส. จะเป็นผู้พิจารณาสั่งการอีกครั้ง (อ่านข่าว ปารีณา ยังยิ้มได้ ถ่ายรูปชิลๆในฟาร์มไก่)

พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ปารีณา และผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว ตามความผิดมูลฐานของกฎหมายที่ดิน พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ รวม 3 ข้อหา ซึ่งเอกสารการแจ้งความระบุเพียงชื่อ น.ส.ปารีณา เพราะมีหลักฐานปรากฎในเอกสารการขออนุญาตเปิดโรงเลี้ยงไก่ และใบ ภ.ท.บ.5 เป็นต้น ส่วนกรณีที่ นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของ น.ส.ปารีณา ได้เดินทางมามอบตัวกับตำรวจนั้น ก็ไม่มีการแจ้งข้อหาอะไร เพราะไม่ได้เป็นบุคคลที่ถูกแจ้งความด้วย ซึ่งน่าจะเป็นความเข้าใจผิดของเจ้าตัวมากกว่า

จิรายุ ปูดรัฐบาลเจรจาไอเอ็มเอฟกู้เงิน ไร้เอกภาพบริหารศก.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/402737?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จิรายุ ปูดรัฐบาลเจรจาไอเอ็มเอฟกู้เงิน ไร้เอกภาพบริหารศก.

4 ธันวาคม 2562 – 15:30 น.
รัฐบาลเจรจาไอเอ็มเอฟกู้เงิน,แจกเงินชาวนา,จิรายุ ห่วงทรัพย์
เปิดอ่าน 226 ครั้ง

“จิรายุ” จองกฐิน “รัฐบาล” จับตาแจกเงินชาวนา ขอนแก่นเขต 7 ช่วงเลือกตั้ง  เย้ย รัฐบาลไร้เอกภาพบริหารเศรษฐกิจ ปูดเจรจาไอเอ็มเอฟกู้เงิน

 รัฐสภา – 4 ธันวาคม 2562 – “จิรายุ” จองกฐิน “รัฐบาล” จับตาแจกเงินชาวนา ขอนแก่นเขต 7 ช่วงเลือกตั้ง  เย้ย รัฐบาลไร้เอกภาพบริหารเศรษฐกิจ ปูดเจรจาไอเอ็มเอฟกู้เงิน ด้าน “อุตตม” ยันมาตรการศก. มาถูกทาง ตอบโจทย์แก้ปัญหา-พัฒนาประเทศ ระบุไอเอ็มเอฟ หนุนมาตรการกระตุ้นศก. ของรัฐบาล

ในการประชุมสภาฯ​ ช่วงกระทู้ถามสด นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.​พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสด นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลัง ถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.)โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง และเป็นเพียงการช่วยผู้ประกอบการ มากกว่าช่วยประชาชน

ทั้งนี้นโยบายต่างๆ อาทิ บ้านติดดาว, แจกเงินชาวนา ถือว่าเป็นโครงการซึ่งลอกนโยบายของพรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทย ซึ่งลอกแบบเซินเจิ้น แต่เป็นอภิมหาประชานิยม แต่กระบวนการวิธีคิดถือว่าช้า ทั้งนี้การแจกเงินเพื่อช่วยชาวนา ตนทราบว่ารัฐบาลยังไม่ได้นำเงินให้ชาวบ้านในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งจะเก็บไว้เพื่อแจกก่อนการเลือกตั้ง วันที่ 22 ธันวาคมนี้ใช่หรือไม่ ดังนั้นขอให้ระวังหากพบการแจกเงินช่วงเลือกตั้ง ตนจะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ

“มาตรการของรัฐบาล คือ การนำเงินภาษีของประชาชนมาแจก สถานการณ์ทางการคลัง ไตรมาสสุดท้ายของปี จัดเก็บภาษีไม่เป็นไปตามเป้าหมายและเรียกเงินกองทุน ผนวกในงบประมาณ รัฐบาลกำลัง บักโกรกจริงหรือไม่ และกรณีที่มีข่าวว่าไปคุยกับ ไอเอ็มเอฟ เพื่อเตรียมกู้เงินจริงหรือไม่” นายจิรายุซักถาม

ทั้งนี้ นายอุตตมชี้แจงว่า การกำหนดกลุ่มมาตรการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในหลากด้าน อาทิ เกษตรกร, กลุ่มร้านค้า, ประชาชน หรือการดูแลที่อยู่อาศัย เพื่อดูแลประชาชนและภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยหวังผลที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ การจ้างแรงงานเพื่อก่อสร้าง, ร้านวัสดุก่อสร้าง และมีเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ระบบทั้งนี้โครงการต่างๆ จะประเมินอีกครั้ง ทั้งนี้การออกมาตรการต่างๆ ได้หารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามการออกชุดมาตรการดูแล เพราะมีปัจจัยที่กระทบ ส่วนการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมให้เกิดการออมนั้นเป็นชุดมาตรการที่จะดูแลประชาชนให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาประเทศ และพัฒนาประเทศระยะยาว

“สถานการณ์การเงินการคลังประเทศ ยืนยันว่าสถานภาพที่แข็งแกร่ง เข้มแข็ง สะท้อนโดยชุดตัวบ่งชี้ทางเศรษฐกิจที่กำหนดเป็นกฎหมายและประเมินโดยองค์กรต่างๆ  เช่น ไอเอ็มเอฟ  ล่าสุดผลประเมินอย่างเป็นทางการ อาติเคิลสี่ ที่ประเมินว่าประเทศไทยมีสถานภาพการเงิน การคลังแข็งแกร่ง ทั้งนี้ไอเอ็มเอฟแนะนำให้ใช้มาตรการพิเศษ คือ มาตรการที่รัฐบาลออก สมควรและจำเป็นต้องทำ ส่วนรายงานได้เดือนตุลาคมที่ผ่านมา รายได้เกินเป้า 6.9พันล้านบาท แบ่งเป็น จัดเก็บเกินเป้าจากกรมสรรพากร จำนวน  4,200 ล้านบาท และจากรัฐวิสาหกิจ จำนวน  5,500 ล้านบาท” นายอุตตม ชี้แจง

ทั้งนี้นายจิรายุ ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า รัฐบาลใช้เงิน เพื่อจ่ายในมาตรการต่างๆ ประมาณ​ 8แสนล้านบาท แต่ได้เงินคืนมา 6,900 ล้านบาท ทั้งนี้ขอฝากไปยังรัฐบาลให้ทำงานอย่างเป็นเอกภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงกระทู้ถามสด ดังกล่าว น.ส.สิริกันยา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ถามต่อประเด็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตั้งข้อสังเกตว่าไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง และบางมาตรการซ้ำซ้อน โดยนายอุตตม ชี้แจงโดยยืนยันว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการช่วยเหลือประชาชนในส่วนต่างๆ ได้ประเมินถึงผลตอบแทนที่จะได้รับต่อจีดีพี อาทิ กองทุนหมู่บ้านจ่ายเงินไป 1.4 หมื่นล้านบาท คาดจะมีผล 0.37 ต่อจีดีพี, พักระหนี้กองทุน ลงเงินไป 5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีผล 0.13 ต่อจีดีพี เป็นต้น ทั้งนี้โครงการที่รัฐบาลดำเนินการผ่านการประเมินและหารือร่วมกัน โดยไม่มีความซำ้ซ้อน