Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2564(2021)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ขนลุก! เจ้าของวังช้างอยุธยาฝัน’กองทัพผีหัวขาด’วนเวียนขอส่วนบุญ

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623140

ขนลุก! เจ้าของวังช้างอยุธยาฝัน'กองทัพผีหัวขาด'วนเวียนขอส่วนบุญ

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.07 น.

19 ธันวาคม 2564 เมื่อเวลา 08.00 น. ที่หมู่บ้านเพนียดหลวงคล้องช้าง หมู่ 3 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ ประธานชมรมพระคชบาลและผู้อำนวยการวังช้างอยุธยาแลเพนียด พร้อมครอบครัวได้จัดให้มีพิธีทำบุญและบวงสรวงศาลปะกำ พร้อมเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บรรพบุรุษ โดยมีผู้ที่สนิทคุ้นเคย และผู้ที่มีความศรัทธาและเชื่อถือเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลที่ทำจากช้าง มาร่วมจำนวนมาก โดยมีหลูปู่เสาร์ห้า จากสำนักสงฆ์อุดมสุข อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เกจิอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน สายครูบาศรีวิชัย มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

โดยได้ให้ช้างจำนวน 9 เชือก ร่วมใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งถวายพระภิกษุจำนวน 5  รูป จากวัดบรมวงศ์อิสรวราราม จำนวน 5 รูป มารับบิณฑบาตโดยใช้งวงหยิบอาหารถวายอย่างแสนรู้ จากนั้นเป็นพิธีบวงสรวงศาลปะกำ และบวงสรวงดวงวิญญาณ บรรพบุรุษ ทั้งคนและช้างที่ล่วงลับไปแล้ว 

นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เปิดเผยว่า การบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และศาลปะกำ เป็นพิธีกรรมที่วังช้างอยุธยาแลเพนียดทำกันมาเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้เป็นการครบรอบ 25 ปีของการมาอยู่ของช้างในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา และทั้งช้างและลูกควาญช้างเกิดขึ้นมามากมาย โดยตนเคยฝันเห็นคนจำนวนมาก คล้ายนักรบโบราณแต่ไม่มีศรีษะ เดินอยู่ภายในเพนียดคล้องช้าง และจะนั่งขุดหาอะไรบางอย่างที่โคนเสาตะลุง

ในฝันตนได้ขอเดินผ่าน ซึ่งทุกคนก็หลีกทางให้ ซึ่งการฝันเห็นกองทัพผีหัวขาดนี้  ตนฝันมาเป็นระยะ ตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์จัดหัวเสาตะลุง ซึ่งตามความเชื่อนั้น ผู้รู้เคยบอกว่าเสาตะลุง 1 ต้นก็จะมีการฝังหัวคนไว้ 1 หัว แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครยืนยัน

อย่างไรก็ตามการทำบุญครั้งนี้ นอกจากสาเหตุมาจากการที่ได้เคยฝันหรือฝันอยู่บ่อยๆแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัว และยังเป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย . 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวยงาม’ใบเมเปิล’ร่วงหล่นบนพื้น สีแดงสดทั่วพื้นที่ภูหินร่องกล้า

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623123

สวยงาม'ใบเมเปิล'ร่วงหล่นบนพื้น สีแดงสดทั่วพื้นที่ภูหินร่องกล้า

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.30 น.

19  ธันวาคม2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมันแดง ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก  นักท่องเที่ยวจำนวนมากได้เดินทางมาเที่ยวชมใบเมเปิล ที่อยู่หลังหน่วยฯ ที่กำลังผลัดใบเป็นสีแดงสดแล้วร่วงหล่นลงพื้นจนเป็นสีแดงสวยงามเหมือนพรหมแดง ทำให้นักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวต่างพาครอบครัวและเพื่อนมาเที่ยวชมและถ่ายภาพกันจำนวนมาก โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์แล้วจะแห้งเหี่ยวไปตามธรรมชาติ

ส.ต.ท.กุลบล พลวัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่า ในช่วงนี้นักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวแล้ว ช่วงนี้นักท่องเที่ยวยังจะได้ชม ต้นเมเปิล หรือ ชื่อที่ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ก่วมแดง ขณะนี้ใบสีแดงและสีเหลืองอ่อนมาเป็นใบสีแดงเต็มต้น และร่วงเต็มพื้นที่ดินตามป่าไม้สวยงาม

โดยจุดที่ต้นเมเปิลเปลี่ยนใบเป็นสีแดงขณะนี้พบมากบริเวณหน่วยพิทักษ์น้ำตกหมันแดง ที่มีต้นเมเปิลที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ บริเวณเส้นทางเดินป่าเข้าสู่น้ำตกหมันแดงระยะทางกว่าหนึ่งกิโลเมตรจะพบต้นเมเปิลแดงทั้งหมดร่วม 100 ต้นแดงพร้อมกันทั้งป่าทางเจ้าหน้าที่นำนักท่องเที่ยวไปชมได้ในช่วงนี้  นอกจากนี้บริเวณริมถนนก่อนถึงหน่วยหมันแดง ก็จะต้นเมเปิลน้อยใหญ่ ที่ใบเมเปิลเปลี่ยนสี ทั้งสีแดง สีเหลือง สีส้ม สลับกันสวยงาม

สำหรับน้ำตกหมันแดงอยู่ระหว่างภูทับเบิก กับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ห่างจากภูทับเบิก 11 กม. ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 18 กม. เส้นทางที่พบใบเมเปิลแดงเป็นทางราบเดินง่ายภายใต้ร่มไม้ที่หนาทึบ คาดว่าใบเมเปิลจะผลัดสีเป็นแดงสวยงามไปจนถึงถึงปีใหม่อย่างแน่นอน   

ส่วนต้นเมเปิลที่โรงเรียนการเมืองการทหาร ไฮไลท์ชมเมเปิลแดง ของอุทยานแห่งชาติภูหินภูหินร่องกล้านั้น ขณะนี้ยังไม่ได้พลัดใบเป็นสีแดงแต่อย่างใด นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวชมใบเมเปิล ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ก็สามารถมาเที่ยวชมกันได้ โดยนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านการฉีดวัคซีน 2 เข็ม หรือ มาตรวจ ATK บริเวณหน้าทางเข้าอุทยานฯ ตามมาตรการป้องกันโควิด. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คที่นี่!แพทยสภาแนะวิธีตรวจสอบง่ายๆคนไหน‘หมอ’จริง-ปลอม

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623118

เช็คที่นี่!แพทยสภาแนะวิธีตรวจสอบง่ายๆคนไหน‘หมอ’จริง-ปลอม

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.34 น.

เช็คที่นี่!แพทยสภาแนะวิธีตรวจสอบง่ายๆคนไหน‘หมอ’จริง-ปลอม

19 ธันวาคม 2564 เพจเฟซบุ๊ก “แพทยสภา” โพสต์ข้อความระบุว่า  #หมอชวนรู้ โดย แพทยสภา ตอนที่ 120 “แพทย์จริง แพทย์ปลอม และสาขาเฉพาะทาง ตรวจสอบง่ายๆ ได้ แบบ online ได้ที่ https://checkmd.tmc.or.th/

บทความโดย

นายแพทย์ภาสกร วันชัยจิระบุญ

ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา

กรรมการแพทยสภา

#แพทยสภา

#หมอชวนรู้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนาวอีกครั้ง! ยอดภูเรือ6องศา เลยอุณหภูมิลดลงช่วงปีใหม่อีก 1-2 องศา

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623117

หนาวอีกครั้ง! ยอดภูเรือ6องศา เลยอุณหภูมิลดลงช่วงปีใหม่อีก 1-2 องศา

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.24 น.

19 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเลย เช้าวันนี้อุณหภูมิลดลงจากเมื่อวาน 1-2 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มจะลดลงรับปีใหม่โดยเฉลี่ยลดลง 1-2 องศาเซลเซียส เกือบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่สูงอย่างอำเภอภูเรือ ด่านซ้าย นาแห้ว ที่เป็นอำเภอพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลย มากว่า400 แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยว

นายฑีฆาวุฒิ ศรีบุรินทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเรือ กล่าวว่าทางอุทยานฯ มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ยอดภูเรือ ซึ่งคาดว่าจะเป็นจำนวนมาก มีการคัดกรองการตรวจโควิดอย่างเข้มข้น ตามมาตราฐานกระทรวงสาธารณะสุขวันนี้อุณหภูมิที่ยอดภูเรือ ลดลง ยอดภูเรือวัดได้ 6 องศาเซลเซียส มีนักท่องเที่ยวขึ้นมารับลมหนาว เพื่อบนยอดเขาอากาศดีพร้อมได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามพร้อมทิวภูเขาที่ดุจเหมือนภาพวาด

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆเมื่อเช้าดังนี้ อ.เมืองเลย 15.3 องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 16.8 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 13.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน15.0 องศาเซลเซียส  , อ.ท่าลี่ 14.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูกระดึง 11.5 องศาเซลเซียส  , อ.ภูเรือ 14.0 องศาเซลเซียส  , อ.นาแห้ว12.0 องศาเซลเซียส  , อ.ปากชม 15.0 องศาเซลเซียส  , อ.นาด้วง 15.0 องศาเซลเซียส  ,อ.ภูหลวง 18.0 องศาเซลเซียส , อ.ผาขาว 17.4 องศาเซลเซียส , อ.เอราวัณ 14.0 องศาเซลเซียส , อ.หนองหิน 15.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 9.5 องศาเซลเซียส  , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 6.0 องศาเซลเซียส  ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 7.0 องศาเซลเซียส  ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 7.5 องศาเซลเซียส  ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 12.0 องศาเซลเซียส , อุณหภูมิต่ำสุดยอดหญ้าที่ อ.เมืองเลย= 12.6 องศาเซลเซียส. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : วิกฤตผู้อพยพทะลักยุโรป (จบ) สลายพรมแดนทำจริงไม่ง่าย

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623081

สกู๊ปแนวหน้า :  วิกฤตผู้อพยพทะลักยุโรป (จบ) สลายพรมแดนทำจริงไม่ง่าย

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 07.30 น.

ยังคงอยู่กับงานเสวนาเรื่อง “ถอดบทเรียนเบลารุสและซีเรีย : วิกฤตผู้อพยพกับการเมืองโลก” จัดโดย ศูนย์ยุโรปศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในตอนที่แล้ว (ฉบับวันที่ 18 ธ.ค. 2564) ได้กล่าวถึง เบลารุส ประเทศที่เป็นเส้นทางใหม่ในการอพยพจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเข้าไปยังประเทศในกลุ่ม สหภาพยุโรป (EU-อียู) ซึ่งเส้นทางนี้ที่เกิดขึ้นได้ดูจะเป็นเกมการเมืองระหว่างเบลารุสกับ EU ส่วนในตอนนี้ จะเป็นประเด็นที่ EU ถูกตั้งคำถามว่ายังยึดมั่นค่านิยม “ประชาธิปไตย-เสรีนิยม-สิทธิมนุษยชน” อยู่หรือไม่? จากท่าทีที่มีต่อผู้อพยพ

รศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ยุโรปศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าย้อนไปเมื่อปี 2558 ซึ่งขณะนั้น ออสเตรีย พบประชาชนรอต้อนรับผู้อพยพ แต่หลังจากนั้น ฮังการี ได้สร้างกำแพงกั้นจากเดิมที่เคยเปิดให้เป็นทางผ่าน ซึ่งขัดต่อหลักการของ EU ที่ต้องการให้การเดินทางในประเทศในกลุ่มนั้นเป็นไปอย่างเสรี อีกทั้งสมาชิก EU ทั้ง 27 ชาติ ต้องดำเนินการใดๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งรวมถึงการรับผู้อพยพด้วย

“เราจะเห็นว่ามันมีประเทศสมาชิกบางประเทศในยุโรปที่ไม่อยากแชร์โควตาการรับผู้ลี้ภัย ก็คือ ฮังการี โปแลนด์ สโลวาเกีย สาธารณรัฐเช็ก ดังนั้นยุโรปก็พยายามปฏิรูปมาตลอดในด้านกฎเกณฑ์ ก็มีการออกกติกาใหม่มาอีกในปี 2020 (2563) ก็เพื่อมาจัดการกับเหตุการณ์ที่คั่งค้างมาตั้งแต่ปี 2015 (2558) แต่ในปี 2021 (2564) มีผู้ลี้ภัยเข้ามาแบบผิดปกติในพรมแดนโปแลนด์ ลัตเวียและลิทัวเนียก็คือบริเวณนี้” รศ.ดร.ณัฐนันท์ กล่าว

รศ.ดร.ณัฐนันท์ กล่าวต่อไปว่า คลื่นผู้อพยพระลอกล่าสุดแปลกไปจากเดิมเพราะที่ผ่านมาการอพยพจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือเข้าไปยังประเทศในกลุ่ม EU จะใช้วิธีนั่งเรือข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ผ่านประเทศหน้าด่าน เช่น โมร็อกโก ตุรกี แต่ครั้งล่าสุด ผู้อพยพนั่งเครื่องบินไปลงที่เบลารุสเพื่อข้ามจากเบลารุสเข้าไปในพื้นที่ของกลุ่ม EU

ซึ่งเชื่อกันว่า ประธานาธิบดีเบลารุสอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนกา (Alexander Lukashenko-อ่านแบบภาษาเบลารุส) ปล่อยให้มีการโฆษณาชวนเชื่อกับผู้อพยพเพื่อให้มาใช้เบลารุสประเทศเป็นทางผ่านไปยัง EU โดยเข้าทางชายแดนที่ติดกับโปแลนด์และลิทัวเนีย เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของ EU เนื่องจาก EU มองว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีเบลารุสเมื่อปี 2563 ลูกาเชนกา ได้รับชัยชนะท่ามกลางข้อสงสัยในความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการจัดการเลือกตั้ง และเมื่อประชาชนออกมาชุมนุมประท้วง ลูกาเชนกา ก็สั่งให้ปราบปรามอย่างรุนแรง

แต่เมื่อมาถึงเบลารุสแล้ว ผู้อพยพก็อยู่ในสถานการณ์ “กลับไม่ได้-ไปไม่ถึง” ด้านหนึ่งเบลารุสไม่มีนโยบายรับผู้อพยพ แต่อีกด้านหนึ่งโปแลนด์ก็ปิดพรมแดน อีกทั้งประเทศอื่นๆ ยังส่งทหารมาช่วยตรึงกำลังบริเวณชายแดนดังกล่าวอีก อย่างไรก็ตาม ผู้อพยพต้องการเพียงใช้เส้นทางดังกล่าวผ่านเข้าไปยังประเทศกลุ่ม EU ชั้นใน เช่น เยอรมนี สวีเดน ไม่ได้ต้องการอยู่อาศัยในโปแลนด์หรือลิทัวเนียแต่อย่างใด ดังนั้นจึงเกิดมุมมองว่า โปแลนด์กับลิทัวเนียกำลังทำเพื่อ EU หรือไม่ เพราะทั้ง 2 ประเทศจะปล่อยผู้อพยพผ่านไปก็ได้

“เราเห็นการจัดการที่บรัสเซลส์ (เมืองหลวงของเบลเยียม ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ EU) โดนยึดอำนาจจากรัฐอย่างโปแลนด์ และ Baltic State ในการล็อกผู้ลี้ภัยแทน ขอพูดสถิติแบบเร็วๆ ตอนนี้ผู้ลี้ภัยตั้งแต่ปี 2015 อยู่ในเยอรมนี 32.4% อันดับ 2 คือสวีเดน 13% ซึ่งเราจะเห็นว่าถึงแม้สวีเดนเป็นอันดับ 2 แต่ด้วยขนาดของประเทศ สวีเดนรับภาระค่อนข้างหนัก”รศ.ดร.ณัฐนันท์ ระบุ

ขณะที่ ดร.ภาณุภัทร จิตเที่ยง อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เหตุผลของการอพยพนอกจากต้องการหลบหนีการประหัตประหารแล้ว ยังมีความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งยุโรปนั้นเป็นเป้าหมายของคนจากทั่วโลก เพราะในสายตาของคนนอกแล้ว คุณภาพชีวิตของคนที่อยู่ในยุโรปนั้นดูจะดีกว่าภูมิภาคอื่นๆ แต่ในความเป็นจริง ยุโรปเองก็มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ สถานะทางเศรษฐกิจของแต่ละชาติก็ไม่เท่ากัน เช่น ชาวโปแลนด์ต้องออกไปหางานทำในประเทศอื่นๆ ในยุโรป เป็นต้น

ส่วนประเด็นผู้อพยพถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองระหว่างประเทศอื่นๆ กับ EU นั้นก็ไม่ได้เพิ่งเกิดกับเบลารุส ก่อนหน้านี้มีบางประเทศเคยทำมาแล้ว เช่น ตุรกี ซึ่งต้องการเข้าเป็นสมาชิกของ EU และเรียกร้องให้เจรจากันไม่เช่นนั้นจะปล่อยให้ประเทศตนเองเป็นทางผ่านของผู้อพยพเข้าไปใน EU หรือ โมร็อกโก ที่เคยตอบโต้ชาติสมาชิก EU อย่าง สเปน ที่ให้ผู้นำของ ซาฮาราตะวันตก เข้าไปรักษาตัว ด้วยการปล่อยให้ผู้อพยพข้ามทะเลจากโมร็อกโกเข้าไปยังสเปน ซาฮาราตะวันตกเเป็นดินแดนที่โมร็อกโกอ้างสิทธิ์ แต่ก็มีข้อพิพาทกับฝ่ายที่ต้องการตั้งเป็นประเทศใหม่

ภาณุภัทร กล่าวต่อไปว่า ทาง EU เองก็พยายามสร้าง “พื้นที่กลางทาง” หรือหาประเทศอื่นๆ ไว้รับผู้อพยพแทนที่จะให้เข้าไปใน EU อาทิ มีการให้งบประมาณสนับสนุนตุรกี และเจรจาว่าหากตุรกีรับผู้อพยพไว้ ในอนาคตอาจได้รับการยอมรับจาก EU มากขึ้น หรือแม้แต่ชาติตะวันออกกลางอย่าง จอร์แดน EU ก็เคยไปเจรจาเพื่อให้ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้ผู้อพยพเข้าไปทำงานได้โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงยุโรป โดย EU จะสนับสนุนทั้งงบประมาณและการให้ธุรกิจต่างๆ เข้าไปลงทุน

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ผู้อพยพคือประเด็นเปราะบางของ EU” ถึงขนาดที่หลายชาตินำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองผลประโยชน์กับ EU ได้ โดยการเมืองภายในของประเทศในกลุ่ม EU เอง ก็จะพบพรรคการเมืองหรือผู้นำที่มีแนวคิดแบบฝ่ายขวาเข้าสู่อำนาจหรือได้คะแนนเสียงจากประชาชนมากขึ้น จากความรู้สึกในแง่ลบกับผู้อพยพของประชาชนในประเทศนั้นๆ กลายเป็นว่าในขณะที่ EU พยายามสลายพรมแดนภายในกลุ่มประชาคม แต่กลับกั้นพรมแดนระหว่าง EU กับภูมิภาคอื่นๆ

“วิกฤตครั้งนี้มันสอนให้เรารู้ว่า อย่างน้อย Migration (การอพยพ) จะกลายเป็น Political Tool (เครื่องมือทางการเมือง) ที่สำคัญอันหนึ่งแล้วจะอยู่กับเราไปตลอด แล้วมันจะยิ่งเข้มข้นขึ้นผ่านโควิด เพราะโควิดมันจะกลายเป็นอีก Criteria (เกณฑ์) คือการตรวจโรคจำเป็นอีก Criteria ที่ทำให้การย้ายถิ่นมันยากยิ่งขึ้น ต้องมีวัคซีนกี่เข็มไม่รู้ ไม่พอยังต้องมีวัคซีนพาสปอร์ตของประเทศนั้นๆ เสียด้วยซ้ำไปในการที่จะเดินทางเข้าไปได้

มันทำให้ความพยายามที่จะให้มีสิ่งที่เรียกว่า Common Value (คุณค่าหลัก) ที่ยุโรปพยายายามสร้างมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมามันกำลังสั่นคลอนหรือสูญสลายไปหรือเปล่า? เพราะเห็นการถดถอยของสิ่งนี้ผ่าน Brexit (อังกฤษถอนตัวออกจาก EU) ส่วนหนึ่งของ Brexit มาจาก Migration โดยเฉพาะจากโปแลนด์ ฉะนั้นสิ่งเกิดขึ้นคือพรมแดนในยุโรปที่ตอนนี้ไม่มี มันจะค่อยๆ กลับมาเกิดขึ้นมากขึ้นหรือเปล่า?” ดร.ภาณุภัทร ฝากประเด็นชวนคิด


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มหิดลสุขภาพดีวิถีใหม่’ เปิดโลกสุขภาวะ22ธันวานี้

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623071

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นับเป็นเวลา 7 ปีแล้วที่ เครือข่ายส่งเสริมสุขภาพในเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (Asean University Network-Health Promotion Network : AUN-HPN) ได้ก่อตั้งขึ้นมา จนปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยสมาชิก 38 แห่ง ใน 10 ประเทศอาเซียน และญี่ปุ่น โดยมีพันธกิจในการส่งเสริมสุขภาวะให้ประชากรในภูมิภาคฯ มีสุขภาพดีแบบองค์รวม ทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม โดยเริ่มต้นที่จากภายในรั้วมหาวิทยาลัย

รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพในเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (AUN-HPN) กล่าวว่า ด้วยหลักการ “Whole University”เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา AUN-HPN ได้มีความพยายามที่จะผลักดันแนวคิดเรื่องการส่งเสริมสุขภาวะให้ครอบคลุมทั้งในด้านสุขภาพ (Health) ความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) และความยั่งยืน (Sustainability) สู่การสร้างนโยบายจากในระดับประเทศสู่ระดับภูมิภาค

เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม ผ่านเครื่องมือการชี้วัด “Healthy University Rating Systems : HURS” ซึ่งกำหนดถึงเกณฑ์ของการมีสุขภาวะที่ดี โดยเป้าหมายของการมีสุขภาวะที่ดีในระดับ 5 ดาว จะต้องมีคะแนนอยู่ในระหว่าง 800-899 คะแนน ใน 6 หมวด คือ บุหรี่ แอลกอฮอล์ สารเสพติดการพนัน ความรุนแรง ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนในสถานศึกษา

“ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมาพบว่า นักศึกษาและบุคลากรส่วนใหญ่ของมหาวิทยาลัยสมาชิก AUN-HPN มีปัญหาทางสุขภาพจิตที่เกิดจากความวิตกกังวลที่เป็นผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบปัญหาทางสุขภาพที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีภาวะโภชนาการไม่เหมาะสม และขาดการออกกำลังกาย รวมทั้งปัญหาที่เกิดจากการใช้ชีวิตหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยไม่ได้มีการยืดเหยียดจนเกิดอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ และปัญหาสุขภาพตา” รศ.ดร.นพ.ภูดิท กล่าว

รศ.ดร.นพ.ภูดิท กล่าวต่อไปว่า ในประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เป็นแกนนำในการขับเคลื่อนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ ในฐานะผู้นำองค์ความรู้ และเป็นต้นแบบสำหรับมหาวิทยาลัยสมาชิก AUN-HPN โดยเป็นความมุ่งหวังมาตั้งแต่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยในการที่จะผลิตบัณฑิตโดยไม่มุ่งแต่ความเป็นเลิศทางวิชาการแต่จะเสริมสร้างให้บัณฑิตมีความสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ

รศ.ดร.ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในวันที่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 13.00-14.30 น. มหาวิทยาลัยมหิดล โดยความร่วมมือของ 6 ส่วนงานนำร่อง ได้แก่ กองทรัพยากรบุคคล สำนักงานอธิการบดี คณะเทคนิคการแพทย์คณะสัตวแพทยศาสตร์ สถาบันโภชนาการ สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม

กำหนดจัดงาน “มหิดลสุขภาพดีวิถีใหม่ (Healthy Mahidol in New Normal) ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ภายใต้หลักการของ “มหาวิทยาลัยแห่งความสุข” ซึ่งครอบคลุมในทุกมิติ อาทิ กาย ใจ สมอง จิตวิญญาณ การศึกษา การเงิน ครอบครัว การมีส่วนร่วมทางสังคม ฯลฯ ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online ซึ่งในแบบ Onsite จะมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ตลอดจนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนใส่หน้ากากอนามัย และปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างอย่างเคร่งครัด ส่วนแบบ Online จะได้มีการถ่ายทอดกิจกรรมผ่าน IPTV สู่ทุกวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้แก่ บางกอกน้อย พญาไท กาญจนบุรี นครสวรรค์ และอำนาจเจริญ เพื่อให้นักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยมหิดลได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ซึ่งสำหรับกิจกรรมในวันงานแบ่งออกเป็น 4 กิจกรรมหลัก คือ

1.“MU-Healthy Lifestyle” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่จะมีการสำรวจสุขภาพกลุ่มนักศึกษา เพื่อค้นหา “ผู้นำมหิดลสุขภาพดีวิถีใหม่” และ “ผู้นำวิธีคิดที่จะส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ” 2.“Healthy Body” เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพดีสู่วิถีปกติใหม่ ด้วยกิจกรรมที่สามารถเข้าร่วมผ่านแอปพลิเคชั่น “We Mahidol” 3.“สอนออนไลน์ให้สนุก” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นพี่เลี้ยงให้กับคณาจารย์เพื่อพัฒนาการสอนออนไลน์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักศึกษา และให้ได้ผลการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ

โดยจะมีการมอบรางวัลสำหรับอาจารย์ที่สามารถสร้างสรรค์รูปแบบการสอนออนไลน์จนสามารถใช้เป็นต้นแบบเพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปอีกด้วย และ 4.การรณรงค์ความปลอดภัย “Zero Tolerance Areas” ใน 6 หมวด คือ บุหรี่แอลกอฮอล์ สารเสพติด การพนัน ความรุนแรง ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนในสถานศึกษา ตามเกณฑ์ HURS ของ AUN-HPN

ผศ.ดร.วิลาสินี สุวรรณจ่าง รองคณบดีฝ่ายพัฒนาสุขภาวะ งบประมาณและการคลัง คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกิจกรรมในส่วนของ “Healthy Body” เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพดีสู่วิถีปกติใหม่ว่า จะเปิดให้นักศึกษาและบุคลากรได้ร่วมทำกิจกรรมด้วยการ “นับระยะก้าว” ตลอดเดือน ม.ค. 2565 แล้วส่งผลผ่านแอปพลิเคชั่น “We Mahidol” โดยมีการให้รางวัลเป็นแรงจูงใจ นอกจากนี้จะจัดให้มีหลักสูตร MU Health Literacy Curriculum เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจ และทักษะการสร้างเสริมสุขภาวะให้กับคนมหิดลต่อไปอีกด้วย

มหาวิทยาลัยมหิดล

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : คนเมิน‘กฎหมายคุมเหล้า’ ขาย‘กลุ่มต้องห้าม’สร้างปัญหา‘ยุวอาชญากร’

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623057

สกู๊ปพิเศษ : คนเมิน‘กฎหมายคุมเหล้า’  ขาย‘กลุ่มต้องห้าม’สร้างปัญหา‘ยุวอาชญากร’

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นเรื่องน่ากังวลเมื่อพบว่ามีเด็ก เยาวชนไทยเข้าสู่วังวน“คนขี้เมา” จำนวนมาก แถมแนวโน้มอายุน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งๆที่ทุกฝ่ายต่างก็ทราบกันดีว่า “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” นั้นเป็นต้นเหตุของปัญหาความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งกับผู้อื่น หรือแม้กระทั่งความรุนแรงต่อตัวเอง หลายต่อหลายคนต้องกลายมาเป็น“ยุวอาชญากร”

แม้ว่า“พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551” เขียนเอาไว้ชัดเจนว่าห้ามขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามขายให้กับคนเมาครองสติไม่ได้ แต่ล่าสุด ทางสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่เยาวชนผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครือข่ายได้ออกมาแฉตัวเลขว่ามีผู้ประกอบการผับ บาร์ ร้านค้าปลีกมากกว่า 99% เหล้า-เบียร์ให้กลุ่มคนต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าวกันอย่างไม่เกรงกลัว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว ผอ.สถาบันวิจัยวิทยาการสุขภาพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนักวิจัยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ระบุว่า กฎหมายของไทยค่อนข้างที่จะครอบคลุมตามประเด็นที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ ทั้งเรื่องการควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการจำกัดเวลาซื้อ ขาย การจำกัดอายุ เป็นต้น

แต่นั่นเป็นเพียงตัวอักษรเท่านั้น เพราะปัญหาจริงๆ ของเมืองไทยอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายมากกว่า !

ส่วนเรื่องภาษี เรื่องราคาซึ่งจะอยู่กับกระทรวงการคลัง ซึ่งเวลาตัดสินใจขึ้น หรือไม่ขึ้นภาษีนั้นจะไปมองเรื่องการหารายได้เข้ารัฐมากกว่าที่จะมองเรื่องสุขภาพ และมาตรการที่ต่างประเทศทำแต่ที่ประเทศเราไม่มีนั้นคือการกำหนดราคาขั้นต่ำของแอลกอฮอล์ตามหน่วยของแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ที่อยู่ในเครื่องดื่ม

ขณะที่เรื่องการออกใบอนุญาตจำหน่ายสุรา จะเห็นว่ากฎหมายไทยก็มีความแตกต่างจากกฎหมายของต่างประเทศค่อนข้างมาก โดยในต่างประเทศจะค่อนข้างชัดว่ามีการแบ่งร้านค้าปลีกกับร้านนั่งดื่มออกจากกัน แต่ประเทศไทยไม่ได้แบ่งเช่นนี้ แต่แบ่งตามปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งจริงๆ ระดับความเสี่ยงและการจัดการกับร้าน 2 ประเภทนี้จะแตกต่างกัน ไม่ได้แบ่งตามปริมาณการจำหน่าย ทำให้เกิดการลักลั่น เช่น หากเป็นร้านนั่งดื่มสามารถอบรมให้พนักงานห้ามเสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้คนเมาได้ รวมถึงการตรวจบัตรต่างๆ ในกฎหมายก็เขียนชัดว่าห้ามเสิร์ฟคนเมาที่ครองสติไม่ได้ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีกลไกบังคับใช้ ส่วนหนึ่งมาจากระบบการไม่มีใบอนุญาตอย่างที่ต่างประเทศใช้

ส่วนเรื่องเมาแล้วขับในไทยมีการสุ่มตรวจน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ และส่วนใหญ่กระจุกตัวในเมืองใหญ่ ส่วนต่างจังหวัดแทบไม่มีการตรวจเลย ดังนั้น ตนมองว่ากฎหมายที่มีครอบคลุมอยู่แล้ว เอาว่าเท่าที่มีอยู่ขอให้มีการบังคับใช้อย่างเต็มที่ก่อนดีกว่า

ด้าน นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงาน เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.)ก็ได้เปิดเผยว่า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา เมื่อปี 2560 พบว่าประเทศไทยมีผู้บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คิดเป็นร้อยละ 28.40 ลดลงจากปี 2557 ที่มีผู้ดื่ม 32.29% ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาพรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น จำนวนผู้ดื่มลดลง แต่กลุ่มที่ยังน่าเป็นห่วงคือกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี ที่ยังพบว่ามีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มากถึง 2,282,523 คน คิดเป็นร้อยละ 23.91 หรือ 1 ใน 4 ของเยาวชนทั้งหมด

ในแง่กฎหมายเจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้นต่อกรณีการขายเหล้าให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีหากมีการปรับปรุงกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้องแก้เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ควบคุมการโฆษณาแฝง ควบคุมกิจกรรมการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของธุรกิจสุรา กรณีที่มีความพยายามที่จะแก้กฎหมายให้สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถาบันอุดมศึกษาได้ การเพิ่มโอกาสให้มีการดื่มในโรงเรียนได้ การยกเลิกเวลาห้ามขายที่จะส่งผลให้ขายได้ตลอด 24 ชม. จะเป็นปัญหาอย่างยิ่งต่อสังคมไทยโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

ขณะที่ นายโยธิน ทองพะวา ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ระบุว่า เรื่องการคุ้มครองเด็กไม่ใช่แค่ช่วยเด็กที่ถูกทำร้ายเท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเด็ก สภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตราย ห่างจากอบายมุขจนทำให้เด็กเกิดความคุ้นชิน เช่น การใช้เด็กซื้อเหล้า บุหรี่ ซึ่งจะนำมาสู่พฤติกรรมอยากลอง เข้าสู่การเป็นนักดื่มหน้าใหม่ รวมถึงกรณีการที่อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อันตรายอาจจะทำให้เด็กโดนลูกหลงจากความรุนแรงในวงเหล้าด้วย

“การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีนั้นเป็นมาตรฐานการเลี้ยงดูขั้นต่ำตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก แต่ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะไม่ทราบ หรือยังไม่ตระหนัก เพราะยังพบปัญหาร้านค้าขายเหล้าให้เด็กอยู่ดังนั้นจึงต้องประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข้อกฎหมายนี้”

สำหรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ต้องอิงกับปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน เพราะในการระบาดหลายระลอกที่ผ่านมาจะเห็นว่าจุดเริ่มต้นของคลัสเตอร์ต่างๆ มาจากวงเหล้าในสถานบันเทิง เมื่อเกิดการระบาดแล้วต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับมาเปิดประเทศได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ สังคม ชีวิตจำนวนมาก

ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว

วันนี้เราเริ่มเปิดประเทศกันแล้ว ดังนั้นในช่วงปีใหม่ ก็ขอให้เฉลิมฉลองกันอย่างรับผิดชอบ เช่น ลดการรวมตัว ฉลองบ้านใครบ้านมัน เพื่อจำกัดวงให้เล็กที่สุด และส่วนตัวที่อยากจะเสนอ เกี่ยวกับเรื่องการจัดกิจกรรมต่างๆ ขอให้ผู้จัดจำกัดวงเล็กๆ คนที่พักร่วมกันก็ให้ทำกิจกรรมในกลุ่มเดียวกันตลอด เป็นต้น

ในโอกาสนี้นายเอ (นามสมมุติ) หนึ่งในเยาวชนก้าวพลาดที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นตัวจุดชนวนปัญหา เล่าประสบการณ์ชีวิตเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ฟัง โดยเอ่ยก่อนเลย ว่า “ถ้ามองย้อนกลับไปถ้าไม่ใช่เพราะเหล้าคงไม่มีใครกล้าทำอะไรรุนแรงแบบนี้ แต่มันเป็นตราบาปติดอยู่ในใจมาตลอดว่าเราเกือบจะฆ่าลูก หรือพ่อ หรือสามีของครอบครัวใด ครอบครัวหนึ่งไปเสียแล้ว สิ่งที่ผมสามารถทำได้เพื่อเป็นการเยียวยาสิ่งที่ติดอยู่ในใจได้คือ การได้ออกมาบอกเล่าประสบการณ์ก้าวพลาดนี้ให้กับคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะวัยรุ่น ต่อให้ต้องพูดล้านครั้ง ให้ล้านคนฟัง แต่มีเพียงแค่คนเดียวที่เข้าใจผมผมก็ถือว่าดีมากแล้ว ไม่อยากให้ใครก้าวพลาดแบบผม”

นายเอ เล่าว่า ตนอาศัยในบ้าน ในชุมชนที่มีความใกล้ชิดกัน ช่วยรุ่นพี่ ผู้ใหญ่ซื้อเหล้า บุหรี่ในหมู่บ้านเป็นประจำเลยมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ปกติมาก จากนั้นเมื่อเข้าเรียนในระดับอาชีวศึกษาถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเพราะใช้เหล้าและความรุนแรงเพื่อสร้างการยอมรับจากเพื่อนๆ โดยไปมีเรื่องกับคู่อริต่างๆ ไม่เรียนหนังสือจนติดศูนย์ทุกวิชา ต้องดร็อปเรียนกันทั้งกลุ่มรวมถึงพี่ชายฝาแฝดของตนด้วย ทั้งนี้หลังดร็อปเรียนยังไม่สำนึก มีอีโก้ไม่ทำงานแต่ใช้ความรุนแรงไปปล้นคนอื่นเพื่อเอาเงินมาซื้อเหล้ายาเลี้ยงตัวเองและเพื่อนๆ

จนเมื่ออายุ 17 ปี ตนและเพื่อนๆ ไปร่วมงานปาร์ตี้แล้วเจอคู่อริที่ร้านข้าวต้ม ตนยิงคู่อริแล้วกลับไปบอกเพื่อนๆ จากนั้นก็พากันยกพวกมาหวังจะทำร้ายซ้ำที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างนั้นทหารนายหนึ่งขับรถเบียดตนก็ได้ยิงทหารนายนั้นอีก และในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุยิงที่ร้านข้าวต้มจึงเข้ามาจับกุมเพื่อน ตนเห็นจึงได้เข้าไปช่วยและมีการยิงต่อสู้กันตนหนีได้ แต่หลังจากนั้น 7 วันก็เข้ามอบตัว

โดยสรุปมีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 6 คน โดยมี 5 คน เป็นเยาวชน ส่วนตนต้องเข้าไปอยู่ที่บ้านกรุณา ซึ่งมีสภาพหดหู่มาก เพราะรวมเอาเด็กที่ก่อคดีรุนแรงเข้ามาอยู่ร่วมกัน ในนั้นไม่มีใครถามไถ่ว่าจะเรียนต่ออะไร จะไปทำอะไร การจะอยู่ที่นั่นให้รอดจึงต้องใช้ความรุนแรง ความเป็นมนุษย์ถอยห่างออกไปทุกวัน

แต่เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมยังมีกิจกรรมให้ทำทั้งกีฬา ดนตรี ซึ่งตนก็เป็นตัวแทนนักกีฬากับพี่ ทำให้พอออกมาเห็นโลกภายนอกก็รู้สึกดีมากแม้เป็นเพียงอิสรภาพเพียงชั่วคราว จึงเริ่มหาข้อมูลบ้านกาญจนา ตอนบอกพ่อ-แม่ที่มาเยี่ยมตลอด 9 เดือน เป็นครั้งแรกที่ท่านยิ้มอย่างมีความสุขจริงๆ ไม่ใช่การฝืนเหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้พอมาอยู่ยังไม่ได้เชื่อมั่นว่าจะมีใครต้อนรับหรือขัดเกลา แต่ตอนเจอ“ป้ามล” ผูกแขนต้อนรับและบอกกับเราว่าไม่เป็นอะไร มาเริ่มต้นกันใหม่ทำให้รู้สึกตื้นตันใจ แต่ก็ใช้เวลากว่า 3 เดือน ถึงเปิดใจยอมรับ โดยที่นี่ให้อิสระต่างจากที่เดิมหมดเลย

วันนี้ นายเอพ้นโทษออกมาแล้ว พร้อมทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เพื่อสกัดปัญหา “ยุวอาชญากร” ไม่ให้ใครต้องเป็นเหยื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วต้องใปจบชีวิตในคุกอีกต่อไปธีรภัทร์ คหะวงศ์ธีรภัทร์ คหะวงศ์โยธิน ทองพะวาโยธิน ทองพะวา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฤดูแห่งการต่อสู้! เจ้า’งาเบี่ยง’เปิดศึกชนช้างจนหางขาด ทีมสัตวแพทย์วางแผนรักษา

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623085

ฤดูแห่งการต่อสู้! เจ้า'งาเบี่ยง'เปิดศึกชนช้างจนหางขาด ทีมสัตวแพทย์วางแผนรักษา

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 20.23 น.

18 ธ.ค.64 เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่เขาใหญ่ ได้โพสต์เมื่อวานนี้ ( 17 ธ.ค.) เล่าถึงเหตุการณ์ช้างเขาใหญ่เปิดศึกช้างชนช้างจนหางขาด ระบุว่า วันนี้ สัตวแพทย์ประจำศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุด่วน พบช้างป่าที่เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อว่า”งาเบี่ยง” เปิดศึกชนช้างกับช้างตัวอื่นจนหางขาด บนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขณะนี้สัตวแพทย์เตรียมวางแผนทำการรักษาด้วยธรรมชาติต่อไป คือใช้สมุนไพรให้กินตามควาญลำปางแนะนำมา ปลอดภัยกว่าเพราะกรณีแบบนี้เรื่องปกติ ฤดูแห่งการต่อสู้ของช้างหนุ่มๆทั้งหลายในป่าใหญ่เพื่อแย่งสาวๆ รอยแผลแห้งดี

ข่าว #ที่นี่เขาใหญ่
ขอบคุณข้อมูล/ภาพ : บดินทร์ จันทศรีคำ


Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘งานของนักบวชที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้’ โอวาทธรรม ‘พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต’

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623070

'งานของนักบวชที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้' โอวาทธรรม 'พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต'

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.09 น.

การบวชพระหรือบวชชีนี้เป็นการก้าวเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ สู่ร่มโพธิ์ร่มไทร สู่มรรคผลนิพพาน ที่พระบรมศาสดาได้ทรงดำเนิน และเผยแผ่ให้แก่สัตว์โลก ผู้ได้สะสมบุญบารมีมาพอเพียง ถ้าไม่ได้สะสมมาพอเพียง ถึงแม้อยากจะบวชก็จะไม่สามารถบวชได้ ผู้บวชได้จึงถือว่ามีบุญมีวาสนามีบารมีมาก จึงควรให้ความสำคัญต่อการบวช ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนักบวช

ตอนที่เป็นฆราวาสหน้าที่หลักก็คือ การให้ทานกับการรักษาศีล ๕ พอบวชแล้วหน้าที่หลักก็คือศีล ๘ และภาวนา ทานก็ให้หมดแล้ว ในบรรดาวัตถุข้าวของเงินทองบุคคลต่างๆ จึงไม่ควรกังวลกับการให้ทาน นอกจากว่ามีเหลือกินเหลือใช้ ไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพก็ให้ได้ แต่หน้าที่หลักของนักบวชอยู่ที่การรักษาศีล ๘ และการภาวนา ทำจิตใจให้สงบและเจริญปัญญา ให้รู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรมทั้งหลาย ว่าไม่เที่ยงแท้แน่นอน เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเราของเรา นี่คือหน้าที่หลักของนักบวช อยู่ตรงนี้

งานของนักบวชที่พระพุทธเจ้าทรงมอบให้ เรียกว่ากรรมฐาน เวลาบวชพระอุปัชฌาย์ต้องสอนกรรมฐาน ๕ คืออาการ ๕ ส่วนของร่างกายที่เห็นด้วยตา ได้แก่ผมขนเล็บฟันหนัง ที่มีอยู่ในร่างกายของทุกคน แต่ไม่ได้ทรงให้พิจารณาเพียง ๕ อาการนี้เท่านั้น แต่ทรงให้พิจารณาทั้ง ๓๒ อาการเลย เพียงแต่ว่าในเบื้องต้นทรงให้สอนแบบสั้นๆไปก่อน เริ่มต้นที่ผมขนเล็บฟันหนัง

ต่อไปก็ให้พิจารณาเข้าไปข้างในใต้ผิวหนัง เช่นเนื้อ เอ็น กระดูก ตับ ไต ปอด หัวใจ  ลำไส้ อาหารใหม่ อาหารเก่า และพวกน้ำต่างๆ เช่นน้ำเลือดน้ำหนองเป็นต้น เพราะอาการ ๓๒ เป็นความจริงของร่างกาย ไม่สวยไม่งาม ที่สัตว์โลกมักจะมองไม่เห็นกัน ที่ทำให้ติดอยู่กับการเวียนว่ายตายเกิดในกามภพ ก็คือความหลงติดอยู่ในรูปของร่างกายนี้เอง ว่าสวยว่างาม

นักบวชผู้ปรารถนาการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด จึงต้องพิจารณาร่างกายให้เห็นว่าเป็นปฏิกูล มีสิ่งสกปรกต่างๆ ที่ถูกขับถ่ายออกมาตามทวารต่างๆ เป็นอสุภะ ไม่สวยงาม น่าขยะแขยง มีผิวหนังปกปิดหุ้มห่อไว้ จึงทำให้มองไม่เห็น สัตว์โลกจึงมองเห็นว่าสวยงามน่ารักน่ายินดี จึงเกิดความกำหนัดยินดี เกิดราคะเกิดตัณหาขึ้นมา ทำให้ต้องดิ้นรนแสวงหาร่างกายมาเสพ มาไม่รู้กี่ภพกี่ชาติแล้ว ถ้าไม่ได้เจริญกรรมฐานพิจารณาอาการ ๓๒ นี้ ก็จะหลงติดไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด หน้าที่หลักของนักบวช คือการพิจารณาอาการ ๓๒ ของร่างกาย ให้เห็นว่าไม่สวยงามสกปรก มีสิ่งปฏิกูลขับออกมาตามทวารต่างๆตลอดเวลา นี่คืองานหลัก เป็นปัญญา เป็นวิปัสสนา เพื่อความรู้แจ้งเห็นจริง

ก่อนที่จะพิจารณาก็ให้ทำจิตใจให้สงบก่อน ด้วยหลักของสมถภาวนา จะใช้การสวดมนต์ไปก็ได้ จะนั่งหลับตาบริกรรมพุทโธๆไปก็ได้ หรือจะพิจารณาอาการ ๓๒ ไปก็ได้ เบื้องต้นก็กำหนดชื่อไปก่อน ท่องไปในใจ ผมขนเล็บฟันหนังเนื้อเอ็นกระดูกปอดหัวใจตับลำไส้ฯลฯ ใช้เป็นอารมณ์ของสมถะคือความสงบได้ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด ทำอะไร เราสามารถเจริญกรรมฐาน ๓๒ ได้อย่างต่อเนื่อง อย่าส่งจิตไปคิดเรื่องอื่น ให้อยู่กับกรรมฐาน ๓๒ นี้ อยู่กับพุทโธๆก็ได้ อยู่กับไตรลักษณ์ คืออนิจจังทุกขังอนัตตาก็ได้

หรืออยู่กับดินน้ำลมไฟก็ได้ เพราะร่างกายก็มาจากดินน้ำลมไฟ  ในที่สุดก็จะต้องกลับคืนสู่ดินน้ำลมไฟ ถ้าคิดพิจารณาอย่างนี้จะสงบเย็นสบาย จะเกิดปัญญา จะปลงจะปล่อยวาง จะดับกิเลสดับตัณหาได้ นี่คือเหตุที่พระบรมศาสดา ได้ทรงมอบให้พระอุปัชฌาย์ทุกรูปสั่งสอนกรรมฐาน ๕ ให้แก่กุลบุตรผู้ออกบวช ผู้ปรารถนาการหลุดพ้นจากความทุกข์

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระมหาสมปอง’ประกาศระงับยุ่งเรื่องการเมือง หลังผู้ใหญ่-ลูกเพจ ไม่สบายใจ

Posted on December 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/623010

'พระมหาสมปอง'ประกาศระงับยุ่งเรื่องการเมือง หลังผู้ใหญ่-ลูกเพจ ไม่สบายใจ

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.54 น.

วันที่ 18 ธันวาคม 2564  จากกรณีที่ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดังวัดสร้อยทอง ได้กราบลาพระพยอม กัลยาโณ พร้อมเผยฤกษ์สึกในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังจากสึกจะไปดูหนัง และอยากจะเข้าสู่แวดวงการเมือง

โดยพระมหาสมปองมองว่า เพราะทุกอย่างคือการเมืองทั้งหมด กระทั่งมีเหล่าคนการเมือง อาทิ วัน อยู่บำรุง และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว  รวมไปถึง  นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารั เข้ามาชักชวนว่า ยินดีหากจะมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย

ล่าสุด พระมหาสมปอง โพสต์ข้อความยืนยันไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยระบุข้อความว่า เนื่องจากลูกเพจและผู้หลักผู้ใหญ่ไม่สบายใจเรื่องการเมือง จึงขอระงับเอาไว้ก่อน ยังไม่ยุ่งการเมือง นะจ๊ะ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘พระมหาสมปอง’เนื้อหอม! ‘สิระ’นัดคุย 19 ธันวา ทาบทามร่วมพรรค พปชร. -007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,933,405 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

บิ๊กฝนหลวงลั่นมีศักดิ์ศรี ชิงขอลาออก แฉทิ้งทวน‘หลานผู้ใหญ่ โยงงบซ่อมเครื่องบิน
ไม่มีอะไรค้างคา! โยเกิร์ต ออกมาโพสต์ถึง พีเค กลางไอจี
รอมฎอน เซ็ง ประธานสภาฯ เมินตั้งทีมติดตามคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ทั้งที่มีข้อพิรุธ
LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
กพช.ไฟเขียว โครงสร้างค่าไฟใหม่4ปี 200หน่วยแรกไม่เกิน3บ.
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
ศุภนิมิตฯ ชูแนวคิด ‘ลงทุนในเด็กคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด’ ให้โอกาสเติบโตเป็นสมาชิกสังคมที่มีคุณภาพ
เคลียร์ใจ?! อนุทิน เข้าประชุมสภาฯ นั่งประกับข้างคุย ณัฏฐ์ชนน หลังปมร้อนส่อวืดเก้าอี้ ‘ปธ.กมธ.’ โควตาภูมิใจไทย
ลึกลับในสนามข่าว : 30 เมษายน 2569
เปิดรายชื่อ 9 ประธาน กมธ. สัดส่วน พรรคประชาชน ‘วีระยุทธ’นั่งพัฒนาเศรษฐกิจ ‘ไอซ์’ นั่งติดตามงบ

Recent Posts

  • ปักกิ่งสั่งแบน “ขายโดรน” ทั่วเมือง เริ่ม 1 พ.ค. คุมเข้มความมั่นคง-ต้องมีใบอนุญาตก่อนบิน
  • ศาลสูงสิงคโปร์กลับคำพิพากษา สั่งปรับ 3 แกนนำหญิงจัดเดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
  • RSF เผยเสรีภาพสื่อดิ่งเหวต่ำสุดในรอบ 25 ปี “ซาอุฯ-จีน-อิหร่าน” รั้งท้าย-ไทยอันดับ 92
  • ผลโพลชี้ชาวสวิสส่วนใหญ่หนุนจำกัดประชากรไม่เกิน 10 ล้านคน
  • โตเกียวระทึก! ชายถือค้อนทำร้ายวัยรุ่น เจ็บ 5 ราย พ่นสารปริศนาใส่ตร.ก่อนหลบหนี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d