บำรุงราษฎร์เผยเทคโนโลยี FTRD ครั้งแรกในไทย รักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะเริ่มต้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622074

บำรุงราษฎร์เผยเทคโนโลยี FTRD ครั้งแรกในไทย   รักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะเริ่มต้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

                บำรุงราษฎร์ เผยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด FTRD ความหวังใหม่ในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้น โดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

                รศ.คลินิก นพ.ทศพล เกิดศิริชัยรัตน์ แพทย์ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้น มักไม่มีอาการ ส่วนใหญ่จะตรวจพบได้ด้วยการมาตรวจสุขภาพประจำปี ส่วนอาการในระยะหลังๆ ที่พอสังเกตได้จะมีน้ำหนักลด ทางเดินลำไส้อุดตัน ผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการท้องบวม ท้องอืด คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งหากตรวจพบมะเร็งในลำไส้ใหญ่ด้านขวา อุจจาระจะเป็นสีดำ แต่หากพบมะเร็งที่ลำไส้ใหญ่ด้านซ้าย อุจจาระก็จะเป็นสีแดง หรือมีภาวะซีด ซึ่งอาจจะพบจากการตรวจเลือดเพื่อสาเหตุอื่น

                “สิ่งที่ขอเน้นย้ำคือ กว่าร้อยละ 30-50 ของมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้ป่วยอยู่ในปัจจุบัน มีทางป้องกันและรักษาได้ ซึ่งรวมถึง ‘มะเร็งลำไส้ใหญ่’ หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่นๆ จะมีโอกาสรอดชีวิตสูงมาก โดยมะเร็งลำไส้ใหญ่จะเกิดขึ้นในลำไส้ จากนั้นมะเร็งจะกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง และสุดท้ายจะแพร่กระจายไปยังปอดและ/หรือตับ หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยขณะที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังปอดและ/หรือตับ จะมีโอกาสรอดชีวิตในเวลา 5 ปี อยู่ที่ร้อยละ 14 แต่หากตรวจพบในต่อมน้ำเหลือง อัตราอยู่รอดจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 72 ที่สำคัญหากมาตรวจสุขภาพเป็นประจำ ก็ได้ทราบตั้งแต่เนิ่นๆ โดยแพทย์จะได้ประเมินปัจจัยเสี่ยงจากพันธุกรรม ซึ่งอาจตรวจพบภาวะก่อนเป็นมะเร็ง หรืออาจตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรกที่มะเร็งยังอยู่ในลำไส้ใหญ่ และยังไม่แพร่กระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆ ผู้ป่วยก็จะมีโอกาสรอดชีวิตสูงถึงร้อยละ 90”

                ล่าสุด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้นำเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้น โดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องเปิดหน้าท้องเป็นครั้งแรกในประเทศไทย หรือเรียกว่า “Full-Thickness Resection Device” หรือ “FTRD” โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกๆ ที่มะเร็งยังอยู่ในลำไส้ใหญ่หรือมีขนาดไม่ถึง 3 เซนติเมตร ผ่านการส่องกล้องที่ยืดหยุ่น โค้งงอได้ ปลายกล้องติดอุปกรณ์ มีรูปร่างคล้ายหอยมือเสือที่ใช้คอนเซ็ปต์การทำงาน ‘ปิดก่อนตัด’ โดยแพทย์จะสามารถตัดก้อนเนื้อและปิดรอยตัดในลำไส้ใหญ่ได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้สามารถตัดชิ้นเนื้อมะเร็งได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ผู้ป่วยจะไม่มีแผลที่หน้าท้อง ลดการติดเชื้อและลดการเสียเลือดจากแผลที่ผ่าตัด เป็นการทำหัตถการผ่านทางทวารหนักคล้ายกับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทั่วไป ใช้เวลารักษาเร็วกว่าการผ่าตัด ผู้ป่วยจะฟื้นตัวเร็ว นอนพักที่โรงพยาบาล 1 คืน ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและอาการแทรกซ้อนได้อีกด้วย

                ปัจจุบัน บำรุงราษฎร์จะมีการประชุม Multidisciplinary Tumor Board ทุกสัปดาห์ เพื่อปรึกษาและกำหนดแนวทางการรักษาร่วมกัน ประกอบด้วยอายุรแพทย์ด้านโรคมะเร็ง ศัลยแพทย์ด้านโรคมะเร็ง แพทย์สาขาที่เกี่ยวข้อง พยาธิแพทย์ รังสีแพทย์ซึ่งรวมถึงรังสีวินิจฉัยและรังสีรักษา แพทย์เวชพันธุศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านมะเร็งระดับโมเลกุล พยาบาลวิชาชีพ และเภสัชกร รวมกว่า 30-50 ท่าน เพื่อมุ่งให้การดูแลรักษาให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ 

                “ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ๆ เกี่ยวกับโรคมะเร็ง ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟู ทำให้ปัจจุบันมีผู้ป่วยรอดชีวิตจากโรคมะเร็งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขอแนะนำให้มาตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 40 ปีสำหรับการตรวจค้นหามะเร็งกระเพาะอาหารระยะต้น และ 45 ปีสำหรับการตรวจค้นหามะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะต้น ทั้งนี้การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมนั้นจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งต้องพิจารณาระยะของโรคและปัจจัยอื่นร่วมด้วย โดยแพทย์พร้อมให้คำแนะนำและอธิบายถึงข้อดีและข้อจำกัดในการรักษาด้วยวิธีต่างๆ แก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย” 

                ข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์  https://www.bumrungrad.com/th/treatments/full-thickness-resection-device-ftrd

มธ. ปั้นฝันสตาร์ทอัพไทยสู่ยูนิคอร์น ภายใต้โปรเจค88SANDBOX

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622068

มธ. ปั้นฝันสตาร์ทอัพไทยสู่ยูนิคอร์น  ภายใต้โปรเจค88SANDBOX

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ครบรอบ 88 ปี ได้มีการเปิดตัวศูนย์กลางการเรียนรู้ทักษะผู้ประกอบการแห่งอนาคต โดยก่อตั้งโปรเจค “ 88SANDBOX “ Startup Ecosysterm แห่งใหม่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อสร้างสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก เปิดกว้างรับ ทุกเพศ ทุกวัย ครอบคุมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)  เปิดเผยว่าการเรียนการสอนในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียน ฝึกให้มีการปฏิบัติงานจริง ลองผิดลองถูกเพื่อให้เกิดความมั่นใจและมีอิสระทางความคิด โครงการนี้เราต้องการสร้างสตาร์ทอัพให้ประเทศไทยและให้กับโลก มีธุรกิจใหม่ๆที่เป็นนวัตกรรมและใส่ใจสิ่งแวดล้อม การมี“88 Sandbox”ขึ้นมาจะช่วยเพิ่มกำลังคนที่มีคุณภาพเป็นกำลังสำคัญให้กับประเทศ และช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนให้กับผู้ประกอบการรายใหม่ๆเพื่อจะค้นพบว่าทุกคนก็เป็นเถ้าแก่ได้จึงมีห้องปฏิบัติการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะการพัฒนาการโครงการใหม่ๆ

รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มธ. เผยถึงรูปแบบ 88Sandbox ว่าเป็นพื้นที่ในการเรียนรู้ทดลอง พัฒนา เพื่อมอบระบบนิเวศ ต่อยอดไอเดียปั้นสตาร์ทอัพใหม่ๆขึ้นมา เริ่มในปี 2565 โปรเจคนี้แบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลักๆ เริ่มต้นจากskill Space คือการยกระดับทักษะผู้ประกอบการผ่าน Learning Platform และIdea Market โดยเปิดกว้างให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วประเทศที่มีไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ในการประกอบธุรกิจใหม่ๆมานำเสนอ และเข้าร่วมเพื่อฝึกฝนทักษะที่จำเป็นโดยมีทั้ง Platform ออนไลน์และออฟไลน์

จากนั้นจะมีการจัด  Expro อีเวนต์สตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุด เพื่อให้มาเจอกัน มาสร้างทีม หาไอเดียร่วมกันมีการจับคู่คนที่เหมาะสมกัน  ส่วนที่ 3Pre-Hackathon การอบรมอย่างเข้มข้นเพื่อให้ทุกคนมั่นใจว่าไอเดียที่มีได้รับการเทรนอย่างใกล้ชิดจากพี่เลี้ยง(mentor) ซึ่งเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์โดยจะมีการลงมือทำจริง จากนั้นทุกทีมจะต้องเข้าสู่เวทีการแข่งขันที่เรียกว่า Hackathon ซึ่งจะมีนักลงทุน CEO สตาร์ทอัพ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจต่างๆเข้าร่วมอาทิ  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)0Rและองค์กรธุรกิจผู้สนับสนุนรายอื่นๆ เพื่อจะดูว่าไอเดียหรือธุรกิจของคนรุ่นใหม่ทีมไหนสามารถเป็นจริงได้        

“สำหรับทีมที่ผ่านการคัดเลือกทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะให้เงินลงทุนเริ่มต้นและเข้าไปถือหุ้นหาพี่เลี้ยงธุรกิจให้ โดยใช้พื้นที่ 88 Sandbox ซึ่งมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสตาร์ทอัพครบครันที่เราเรียกว่า Forest for Unicorn เพื่อผลักดันให้สตาร์ทอัพไทยไปสู่ระดับยูนิคอร์น นอกจากนี้ยังมีองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่มาเป็นพาร์เนอร์ อาทิ OR เพื่อพัฒนาธุรกิจและร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพด้วย  ในส่วนนักเรียนระดับมัธยมที่เข้าร่วมโปรเจคสามารถใช้ผลงานนี้เข้ายื่นต่อมธ.ในรอบ Porfolioได้ ถ้าเป็นนักศึกษาของมธ.ในโปรเจคที่สามารถระดมทุนได้ ทำยอดขายได้จริง เราเทียบโอนหน่วยกิตให้ 15 หน่วยกิต”

จิราพร  ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ OR หนึ่งในองค์กรที่เข้ามาสนับสนุน เปิดเผยถึงความร่วมมือในโปรเจคนี้ว่า“เรามีช่องทางให้ทั้งสถานีบริการน้ำมันเกือบ 2,000 สาขา คาเฟ่อเมซอน 3,500 แห่งและอีก 9 ประเทศ พร้อมเปิดรับสตาร์ทอัพ ที่มีความคิดสร้างสรรค์มาทดลองลงมือในพื้นที่ของเรา และพร้อมสนับสนุนทั้งทางด้านเงินทุนและกระบวนการ ร่วมเป็นผู้ลงทุน เริ่มต้นจากก่อตั้งสตาร์ทอัพ และพัฒนาไประดับยูนิคอร์น

OR มี 2 ช่องทางที่ให้การสนับสนุน คือ มธ.สร้างสตาร์ทอัพใหม่ส่งเข้ามาเรามีบริษัทที่ร่วมทุนชื่อ ORZON มีกองทุนเริ่มต้นให้ 25-50 ล้านดอลลาร์เป้าหมายภายใน 10 ปีจะต้องมีสตาร์ทอัพเพิ่มขึ้น 10 ราย อีกช่องทางหนึ่งคือสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตOR จะเข้าลงทุนโดยตรงอย่างกรณีบริษัท Flash Express เราร่วมลงทุนจนกลายเป็นยูนิคอร์นสัญชาติไทยแห่งแรก เพราะเราเห็นว่าเรามีหน้าที่สร้างโอกาส สร้างการพัฒนา ให้ทุน เพื่อพาเขาเติบโต เชื่อว่าสตาร์ทอัพสามารถค้นคิดวิธีการใหม่ ย่อมจะเกิดตลาดใหม่ๆ

ด้าน เรืองโรจน์ พูนผล หรือ กระทิง ฉายา “ The Godfather of Thai Startup หนึ่งในทีมพี่เลี้ยงของ “88SANDBOX “ ประเมินถึงโอกาสที่สตาร์ทอัพสัญชาติไทยจะพัฒนาไปสู่ระดับยูนิคอร์น มูลค่าธุรกิจ 1,000 ล้านดอลลาร์ว่า อีก 10 ปีต่อจากนี้ถือว่าเป็น “ยุคทอง” ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ปีหน้าประเทศไทยอาจมียูนิคอร์นเพิ่มขึ้นอีก 1-2 บริษัท

“บิลเกตส์ บอกว่าปีหน้าน่าจะพ้นโควิด ปีหน้าผมคิดว่าจะเป็นช่วง Golden age ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะทำยังไงให้พวกที่เป็นสตาร์ทอัพมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมให้เขาได้ฝึกฝน จะช่วยให้สตาร์ทอัพไทยก้าวกระโดด และช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก เพราะปีหน้าจะมียูยิคอร์น สัญชาติไทยที่เข้าตลาดมูลค่าราว20,000-30,000 ล้านดอลาร์ ตอนนี้เริ่มมีเงินทุนไหลเข้ามา ประเทศไทยมียังโอกาส เช่นอุตสาหกรรมการเกษตรและไบโอ”

สำหรับผู้ที่สนใจ สมัครเข้าร่วมโครงการ 88SANDBOX “ Startup Ecosystermสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/88Sandboxหรือhttps://line.ee/27BMhAp

‘พานาซี’ ดึงศาสตร์ Green Medicine เยียวยาโรคร้ายให้คนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622072

‘พานาซี’ ดึงศาสตร์ Green Medicine เยียวยาโรคร้ายให้คนไทย

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 ของการแพทย์ทางเลือก ของ  พานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์ และ โรงพยาบาลพานาซี ภายใต้การบริหารของ WMA (World Medical Alliance ) ผู้ที่มีความเชื่อในเรื่องนวัตกรรมการแพทย์เพื่อการป้องกัน หรือที่รู้จักกันในรูปแบบของ Preventive Medical สู่การพัฒนาอีกขั้น เมื่อนำศาสตร์แห่งการชะลอวัย  ด้วยการใช้ “นวัตกรรมของยาสีเขียว”

ศิริญา เทพเจริญ กรรมการบริหาร บริษัท เวิล์ด เมดิคอล อัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  เพราะพานาซี เราเชื่อในเรื่องการป้องกัน มากกว่าการรักษา เชื่อในการชะลอวัยมากกว่าการที่รอให้วัยมาสร้างปัญหาสุขภาพ จาก 11 ปี ที่ผ่านมา พานาซี จึงมุ่งมั่นตามหาสิ่งที่จะช่วยให้ร่างกายสึกหรอน้อยที่สุด ชะลอการเสื่อมของเซลล์ให้ได้มากที่สุด เทรนด์หนึ่งของโลกที่เราต้องยอมรับกันก็คือ “การลดการใช้ยาจากเคมี” และการหันเข้าสู่เทรนด์ออร์แกนิคมากขึ้น อีกทั้ง พานาซี เชื่อว่านวัตกรรมทางการแพทย์ ผนวกกับพื้นดินของประเทศไทยอันอุดมสมบูรณ์จะเป็นแหล่งการสร้าง Green Medicine หรือ ยาสีเขียว มีสารที่มีประโยชน์ที่สุด บริสุทธิ์ที่สุด และมีคุณค่ามากที่สุด ในโอกาสครบรอบปีที่ 12 ของพานาซี เราจึงมุ่งมั่นพัฒนา นวัตกรรม Preventive (การแพทย์เพื่อการป้องกัน)  สู่การใช้ Green Medicine ให้เข้ามามีบทบาทในการป้องกัน การเกิดโรคให้มากที่สุด และทางพานาซีของเราก็คิดว่าการพัฒนาในครั้งนี้เราเริ่มจาก 2 โรคร้ายที่มีสถิติการคร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดนั่นคือ โรคมะเร็ง และโรคนอนไม่หลับ

โรคมะเร็ง โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด  คนไทยป่วยด้วยโรคมะเร็งปีละ 130,000 คน เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ชั่วโมงละ 2 คน จึงทำให้พานาซีมุ่งมั่นใช้ศาสตร์การแพทย์แผนใหม่ ป้องกัน ดีกว่าแก้ไข เพื่อหาสิ่งที่ป้องกัน หรือยับยั้งความผิดปกติของเซลล์ นั่นคือ Green medicine หรือ ยาสีเขียว สารจากพืชที่ประเทศไทยของเรามี ไม่ว่าจะเป็น ขมิ้นชัน หรือ สาร CBD จากต้นกัญชง ผนวกกับนวัตกรรมการสกัดให้มีประสิทธิภาพดูดซึมได้อย่างดี และขั้นตอนของการรักษา แบบ Integrative herbs and cannabis cancer treatment คือการนำเอาข้อดีของการรักษาแบบตะวันตก เข้ามารักษาร่วมกับการรักษาแบบประเทศไทย Cancer center จึงถูกเปิดขึ้นเพื่อ ตอบโจทย์ ความต้องการของตลาด และความเข้าใจในความต้องการของผู้ป่วยมะเร็งอย่างดีที่สุด

โรคนอนไม่หลับ โรคเรื้อรังอีกโรคที่พานาซีเล็งเห็นความสำคัญ คนไทย 19  ล้านคน ป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับ ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นกับทุกเพศ ทุกวัย ถึงร้อยละ 30 – 40 ของประชากร และที่น่าห่วงยิ่งกว่านั้นคือ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนอนไม่หลับ ยังไม่ทราบว่าตัวเองป่วย จึงขาดความเข้าใจในการเยียวยารักษาอาการ และส่วนใหญ่ยังคงหายาทานเองหรือนำยานอนหลับมาทานแบบไม่ได้ปรึกษาแพทย์ จึงทำให้เกิดภาวะการติดยานอนหลับโดยไม่จำเป็น เวิล์ด เมคิคอล  อัลไลแอนซ์ จึงเริ่มโครงการ “รวมพลคนนอนไม่หลับ” เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเรื้อรังดังกล่าว เพื่อให้คนไทยเข้าใจปัญหา รู้วิธีการบำบัด และที่สำคัญคือแก้ปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับได้ในระยะยาว ซึ่งเป็นปัญหาหลักของการเกิดโรคอัลไซเมอร์

เพื่อฉลองการก้าวเข้าสู่ ปีที่ 12 ของ พานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์ และ โรงพยาบาลพานาซี ซึ่งเห็นความสำคัญของสุขภาพ ที่ได้จากการพักผ่อนที่เพียงพอ   เปิดให้ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาการนอนไม่หลับ ภัยเงียบที่มาทำร้ายเราแบบไม่รู้ตัว สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 30 มกราคม 2565 ที่ https://www.panacee.com   หรือ พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์  โทร.02-712-0333, 085-862-3333  

‘มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์’ปีที่ 12 ส่งต่อความห่วงใย ด้วยของขวัญจากใจเพื่อรอยยิ้มของเด็กไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622088

'มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์'ปีที่ 12 ส่งต่อความห่วงใย  ด้วยของขวัญจากใจเพื่อรอยยิ้มของเด็กไทย

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ส่งต่อรอยยิ้มกับโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์” ปีที่ 12 ที่จัดขึ้นโดย กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกองทัพบก และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)   ขอเชิญชวนคนไทยร่วมส่งมอบของขวัญปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี2565 แด่น้อง ๆ ใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เพื่อส่งต่อความสุข และเป็นกำลังใจให้น้อง ๆ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

บุษบา  จิราธิวัฒน์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะมีแนวโน้มสัญญาณที่ดีขึ้น แต่ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและจิตใจยังคงส่งผลให้ผู้คนไม่สามารถกลับมาดำรงชีวิตตามปกติก่อนหน้าได้ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในหลายจังหวัด ที่ผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 กลุ่มเซ็นทรัล มีความมุ่งมั่นในการดำเนินตามเจตนารมณ์ที่จะสานต่อความห่วงใยผ่านการส่งมอบของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่และวันเด็ก

 โดยในปีนี้ได้ร่วมมือกับกองทัพบก และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สานต่อโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์มิลเลี่ยนสมายล์” ปีที่ 12 ภายใต้แนวคิด FROM THE HEARTS TO THE SMILESของขวัญจากใจเพื่อรอยยิ้มของทุกคนโดยได้แบ่งธีมการส่งมอบรอยยิ้มเป็น 3 แนวคิด ได้แก่ Pay it Forward, Give it Forwardและ Share it Forwardเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการส่งต่อความรักความปรารถนาดี และความห่วงใย แก่เด็กและเยาวชนที่อาศัยอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส รวมถึงจังหวัดตาก เพื่อเป็นกำลังใจและร่วมสร้างรอยยิ้มให้น้อง ๆ เนื่องในเทศกาลปีใหม่และวันเด็ก2565 ที่กำลังจะมาถึง ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้

Pay it Forwardร่วมส่งต่อความสุขด้วยการมอบทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากจนพิเศษเข้ากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ทุนละ 2,500 บาทผ่านช่องทางwww.tham-dee.com/projects/scholarshipโดยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้
Give it Forwardร่วมส่งมอบรอยยิ้มผ่านของขวัญ   โดยสมทบทุนผ่านช่องทาง E-donation, QRcode ผ่านระบบ CENPAY, บริจาคคะแนน The 1เพื่อเป็นของขวัญ เริ่มต้น 10 คะแนน ตั้งแต่วันนี้-28 ธ.ค. 2564และ Thamdee Crowdfund Site หรือ โอนเข้าบัญชี มูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์ ธนาคารกรุงเทพ บัญชี ออมทรัพย์ สาขาสีลม เลขที่บัญชี 118-0-58203-1หรือกล่องรับบริจาคตามจุดประชาสัมพันธ์ จุดชำระเงิน และจุดแลกซื้อ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 ม.ค. 2565 รวม 168 จุดในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ    หรือให้ของขวัญด้วยตัวเองที่จุดรับของขวัญ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด

Share it Forwardร่วมสานต่อความห่วงใยผ่านการสนับสนุนตุ๊กตาและพวงกุญแจ Warbie Yama(วอร์บี้ ยามะ) เจ้านกจอมกวนกับคอลเลคชันพิเศษจากการออกแบบของศิลปินชื่อดัง นอร์ธ-อรุษ ตันตสิรินทร์ที่จุดแลกซื้อประชาสัมพันธ์ รวมถึงช่องทางออนไลน์ centraltham.com, tham-dee.com และgood goods โดยรายได้หลักหักค่าใช้จ่ายจะนำเข้าโครงการมิลเลี่ยนกิฟท์มิลเลี่ยนสมายล์ผ่านมูลนิธิ เตียง จิราธิวัฒน์

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล   ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เผยว่าการสำรวจพบว่าจากวิกฤตโควิด-19ส่งผลให้มีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาหลังเปิดเทอมใหม่แล้วกว่าร้อยละ10 และยังพบการเพิ่มขึ้นของการเป็นหนี้นอกระบบ รวมถึงส่งผลให้อัตราการเกิดภาวะเด็กกําพร้าสูงขึ้น ดังนั้น การได้รับทุนการศึกษา จึงถือเป็นโอกาสยิ่งใหญ่ที่มากกว่าการดึงเด็กๆ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแต่ยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายครอบครัวในการดําเนินชีวิตเพื่อให้เด็กนักเรียนได้มีโอกาสไปโรงเรียน มีค่าเดินทาง ค่าอาหาร พร้อมกับเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ทําให้ครอบครัวนั้นสามารถดําเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

ด้าน  พล.ต. ศุภสิทธิ์ ชิตท้วม ผู้อำนวยการสำนักจิตวิทยา กรมกิจการพลเรือนทหารบก กล่าวว่า กองทัพบกร่วมกับโครงการฯ เป็นปีที่ 12 แล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาเราเห็นถึงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มแก่ผู้คนของกลุ่มเซ็นทรัล โดยเฉพาะแก่เยาวชนใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตรงกับหลักปฏิบัติที่กองทัพบกยึดมั่น ในการให้ความช่วยเหลือพร้อมดูแลขวัญและกำลังใจของประชาชนคนไทยทุกคน  สำหรับคาราวานของขวัญในปีนี้ทางกองทัพบกจะช่วยนำลำเลียงไปส่งมอบต่อนั้น กองทัพบกหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยส่งเสริม และเป็นการมอบโอกาสให้เยาวชนที่ถือเป็นอนาคตของชาติได้เติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป 

สนใจสอบถามรายละเอียดที่เบอร์ 02 100 9794 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook FanpageCENTRALGROUPThailand หรือ Official Instagram CENTRALGROUP

สหพัฒน์ รณรงค์พนักงานรักษ์สิ่งแวดล้อม จัดโครงการ SPC Green Please

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622092

สหพัฒน์ รณรงค์พนักงานรักษ์สิ่งแวดล้อม  จัดโครงการ SPC Green Please

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ชัยลดา ตันติเวชกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในภารกิจที่บริษัทฯทำควบคู่กับการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด คือ การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมาได้มุ่งสร้างจิตสำนึกในด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานในองค์กร และชุมชนภายนอกองค์กรอย่างต่อเนื่อง สำหรับ SPC Green Please นับเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อมล่าสุดที่บริษัทฯ ได้จัดขึ้น เพื่อรณรงค์ให้พนักงานร่วมกันลดปริมาณขยะโดยนำขวดพลาสติกหรือพลาสติกใช้ครั้งเดียวมาทิ้งที่ตู้ทิ้งขวดพลาสติกที่ตั้งอยู่ภายในบริษัทฯ โดยจะมีการแยกส่วนขวด ฝา และฉลาก เพื่อรวบรวมส่งมอบให้กับโครงการ แยกขวด ช่วยหมอและ YOUเทิร์น ของปตท. นำไปเข้ากระบวนการรีไซเคิล ผลิตเป็นชุด PPE แบบใช้ซ้ำได้ เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ขาดแคลน ซึ่งตั้งแต่เริ่มโครงการ SPC Green Please บริษัทฯ สามารถรวบรวมขวดพลาสติกส่งมอบให้กับโครงการ แยกขวด ช่วยหมอ และ YOUเทิร์นได้ถึง 169 กิโลกรัม สามารถนำไปผลิตชุด PPE ได้ 550 ชุด โดยบริษัทฯ มีเป้าหมายในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตและการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ

“การจัดโครงการ SPC Green Please นอกจากจะได้ชุด PPE ไปเป็นเสื้อเกราะปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยจากโรคโควิด-19
และโรคติดเชื้ออื่นๆ แล้ว เรายังคาดหวังให้โครงการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้พนักงานเกิดความเคยชินในการคัดแยกขยะเพื่อนำไปรีไซเคิล ซึ่งหลังจากนี้อาจจะมีต่อยอด ขยายผล เพิ่มพื้นที่ และขยายเวลาการจัดโครงการนี้ต่อไป เพราะเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่กระแส แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน”

‘ดนตรีดลใจ 90ปี สัมพันธไมตรีไทย-สวิส’ โดยสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา 15 ธ.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622069

'ดนตรีดลใจ 90ปี สัมพันธไมตรีไทย-สวิส'   โดยสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา 15 ธ.ค. นี้

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสครบรอบ90 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและสมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 28พฤษภาคม2474 กระทรวงวัฒนธรรมและสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา  ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น จะนำเสนอการแสดงดนตรีในรูปแบบเสมือนจริง  “ดนตรีดลใจ ๙๐ ปี สัมพันธไมตรีไทย-สวิส – Inspired Melodies Celebrating 90 years of Thai-Swiss Relations” โดยจะเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงประพันธ์ขึ้นขณะประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มานำเสนอเป็นไฮไลต์ในโอกาสนี้ด้วย

 กิจกรรมสำคัญนี้เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือทางวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ของไทยและสมาพันธรัฐสวิส โดยการใช้ดนตรีเป็นสื่อกลางในการเชื่อมสายสัมพันธ์และนำเสนอศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองประเทศผ่านเสียงเพลง และผ่านการผสมผสานเครื่องดนตรีพื้นบ้านของทั้งสองประเทศที่บรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีคลาสสิก 

รายการแสดงจะประกอบด้วยการบรรเลงดนตรีกลุ่ม (Chamber Music) โดยคณาจารย์และนักศึกษาของสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา พร้อมทั้งศิลปินรับเชิญทั้งชาวไทยและสวิส กำกับการแสดงโดย ผศ.ดร.ชัญพงศ์ ทองสว่าง ซึ่งไม่เพียงแต่จะนำเสนอผลงานการประพันธ์ของคีตกวีของทั้งสองชาติเท่านั้น ยังจัดแสดงดนตรีที่เชื่อมโยงถึงทั้งสองประเทศ อาทิ บทเพลงโหมโรงวิลเลี่ยมเทลล์ ช่วงท้าย ของ โรสซินี (Rossini’s William Tell Overture – Finale) และบทเพลงร้องจากอุปรากรเรื่อง “สาวเดินละเมอ” ของเบลลินี (Bellini’s Arias from La Sonnambula) ที่บรรยายเรื่องราวและฉากที่สวยงามจากสวิตเซอร์แลนด์ บทเพลง “สวัสดีสวิตเซอร์แลนด์” ของ คาร์ล บลูม (Carl Blum’s Gruss an die Schweiz) ที่เพิ่งมีการค้นพบใหม่สี่ทำนองสวิสที่เรียบเรียงสำหรับวงเครื่องเป่าทองเหลืองห้าชิ้น อีกทั้งการบรรเลงแตรภูเขาสวิส และการร้องโยเดิล ร่วมกับการบรรเลงเครื่องดนตรีคลาสสิก

นอกจากนี้จะนำเสนอบทเพลงจากละครเวทีเรื่อง “เวียงฟ้า” ประพันธ์โดย อาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ศิลปินแห่งชาติที่ผสมเสียงประสานคลาสสิกตะวันตกและสำเนียงดนตรีไทยเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว โดยจะนำเครื่องดนตรีไทย มาบรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีคลาสสิก อีกทั้งการเลียนเสียงของขิมและระนาด ด้วยการเล่นฮาร์ซิคอร์ดและเปียโนฟอร์เต จะมาสร้างสีสันพิเศษให้กับการแสดงครั้งนี้

ขอเชิญรับชมการแสดง “ดนตรีดลใจ ๙๐ ปี สัมพันธไมตรีไทย-สวิส” ในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564 เวลา 19.00น. ผ่านทาง https://www.youtube.com/user/PGVIMChannel

ต้นคริสต์มาส รักษ์โลก ‘Circular Living X’mas Tree 2021’ เติมเต็มความสุขพร้อมชวนทุกคนร่วมรักษ์โลกไปด้วยกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622095

ต้นคริสต์มาส รักษ์โลก ‘Circular Living X’mas Tree 2021’  เติมเต็มความสุขพร้อมชวนทุกคนร่วมรักษ์โลกไปด้วยกัน

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กลับมามอบความสุขอีกครั้ง เมื่อบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ร่วมกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC สร้างสรรค์ต้นคริสต์มาสรักษ์โลก “Circular Living X’mas Tree 2021” เพื่อต้อนรับเทศกาลปีใหม่ที่กำลังมาถึง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Magic From The Universe ท่ามกลางบรรยากาศ Eco-Friendly ชวนให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในวิถีไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน (Eco-Friendly & Sustainable)ณ ดิสคัฟเวอรี่พลาซา สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม

ต้นคริสต์มาสรักษ์โลก “Circular Living X’mas Tree 2021” เติมเต็มและส่งมอบความสุขให้กับทุกคนด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครจัดทำขึ้นจากขวดพลาสติกขุ่น (HDPE) ใช้แล้วเช่น ขวดนม ขวดแชมพู นำมาสร้างสรรค์ด้วยไอเดียสุดเก๋ ให้กลายเป็นมนุษย์ต่างดาวหน้าตาน่ารักหลากหลายรูปทรง และนำมาประกอบกันเป็นต้นคริสต์มาส ที่มีความสูง 9 เมตร สูงเด่นเชิญชวนให้ทุกคนมาชมในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ภายหลังการจัดแสดง ขวดพลาสติกขุ่นเหล่านี้ สยามพิวรรธน์ และ GC จะนำไปส่งต่อให้กับ YOUเทิร์น ระบบบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจรที่ริเริ่มโดย GC เพื่อนำพลาสติกไปรีไซเคิลให้เป็นถังแดงสำหรับทิ้งขยะติดเชื้อ และเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมรักษ์โลกไปด้วยกัน จึงได้นำเอา YOUเทิร์น Drop Point ถังรับพลาสติกใช้แล้วมาตั้งที่ Siam Paragon และ Siam Discovery เพื่อนำขวดพลาสติกขุ่นไปรวมกับพลาสติกจากต้นคริสต์มาส ส่งมอบให้ YOUเทิร์นนำไปรีไซเคิลเป็นถังขยะติดเชื้อเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป นับเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าสูงสุด

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่าGC มุ่งดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน นำทรัพยากรมาใช้ให้คุ้มค่าสูงสุด เริ่มจากการคัดแยกพลาสติกใช้แล้วทั้งที่เป็นขวดพลาสติกขุ่น (HDPE) ขวดน้ำดื่ม (PET) และพลาสติกชนิดยืด เช่น ถุงพลาสติก ฟิล์มถนอมอาหาร เข้าสู่กระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำเพื่อสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ร่วมกับการปรับไลฟ์สไตล์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่คนไทยที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 4 ปี ปีนี้เรามีความพิเศษให้กับคนไทยในช่วงเทศกาลแห่งความสุขแบบ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จากขวดพลาสติกขุ่น (HDPE) โดยขวดพลาสติกขุ่นส่วนหนึ่งได้รับบริจาคมาจากพนักงานของสยามพิวรรธน์ และ GC เพื่อส่งมอบให้ YOUเทิร์นนำไปรีไซเคิลเป็นถังแดงสำหรับทิ้งขยะติดเชื้อใช้ประโยชน์ต่อไป เพราะเราเชื่อว่าหากต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ให้เริ่มต้นที่ตัวเราและคนใกล้ตัวก่อน แล้วจึงต่อยอดออกไปสู่ภายนอก GCหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดทำต้นคริสต์มาสจากขวดพลาสติกใช้แล้วครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นจิตสำนึก พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับคนในสังคม เพื่อโลกที่ดีขึ้นของเรา”

นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า สยามพิวรรธน์มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีแนวคิดที่จะขยายผลการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจด้าน Retail เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาค้าปลีกสู่ความยั่งยืน โดยมุ่งชู “สยามดิสคัฟเวอรี่” เป็น The Real ECO Lifestyle System หรือเป็นศูนย์การค้าแห่งการใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับระบบนิเวศ โดย ECO ในแบบฉบับของสยามดิสคัฟเวอรี่จะไม่ใช่จำกัดแค่เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งของการรักษ์โลก

“เราได้ดำเนินการเรื่องระบบนิเวศเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนมาโดยตลอดเรามี ECOTOPIA ที่สุดของแหล่งรวมสินค้าอีโค่สำหรับคุณ ครบครันหลากหลายเพื่อโลกที่ดีขึ้น เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ สินค้าออร์แกนิค เปิดให้ทุกคนเข้ามาค้นพบและเลือกสรรได้ที่อีโคโทเปียได้อย่างครบครัน จบในที่เดียวกว่า 300 แบรนด์ อีกทั้งยังเป็นคอมมูนิตี้สำหรับคนรักษ์โลกที่จะได้มาค้นพบประสบการณ์แบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อยู่บน ชั้น 3สยามดิสคัฟเวอรี่ อีกทั้งยังมีจุดรับขยะรีไซเคิล Recycle Collection Center ที่คนทั่วไปสามารถนำขยะมาทิ้งได้ เพื่อต่อยอดการแก้ไขปัญหาในการลดขยะพลาสติก หรือนำไปรีไซเคิลใหม่ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น”

ภายในงานนี้ GC ยังได้นำTRASHPRESSO เครื่องรีไซเคิลขยะพลาสติกเคลื่อนที่เครื่องแรกของประเทศไทยมาร่วมสร้างประสบการณ์อัพไซคลิ่งพลาสติกใช้แล้วให้เป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า อาทิ กระถางต้นไม้ ของตกแต่งบ้าน โดยตลอดทั้งกระบวนการใช้เวลาเพียง 5 นาที ผู้ที่สนใจร่วมสร้างประสบการณ์รักษ์โลกกับ TRASHPRESSO ได้ตั้งแต่ วันที่7-12 ธันวาคมนี้ นอกจากนี้สยามพิวรรธน์ ยังเติมเต็มสังคมเรื่องการให้กับโครงการ Citizen Of Love ชวนร่วมส่งความสุขผ่านของขวัญให้เด็กนักเรียนจากโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารห่างไกลความเจริญ เป็นการสร้างวงจรการมอบความสุขแบบยั่งยืนสู่สังคมและชุมชนอย่างแท้จริง โดยสยามดิสคัฟเวอรี่เพิ่มความพิเศษ เมื่อลูกค้าช้อปสินค้าครบทุก 1,000 บาท สยามดิสคัฟเวอรี่จะเติมเต็มความสุขมอบอุปกรณ์เครื่องเขียน และของขวัญที่มีประโยชน์ส่งต่อให้กับเด็กๆ อีกต่อหนึ่งทันที ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2564 ณ สยามดิสคัฟเวอรี่ ขอเชิญชวนมาเยี่ยมชมความมหัศจรรย์แห่งความสุขในรูปแบบรักษ์โลกได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 มกราคม 2565 ณ ดิสคัฟเวอรี่พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิ เอ็กซ์พลอราทอเรียม

เปิดมุมมอง ออย -ไอรีล กับชีวิตคิดบวก ที่พร้อมส่งต่อพลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622086

เปิดมุมมอง ออย -ไอรีล กับชีวิตคิดบวก  ที่พร้อมส่งต่อพลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“มะเร็งเต้านม” หากเอ่ยคำนี้มันช่างน่ากลัวในความรู้สึก เพราะนั่นคือมะเร็งร้ายอันดับ 1 ที่คร่าชีวิต   ผู้หญิงไทย แต่หากใส่ใจในการตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอ และมีการเตรียมการรับมืออย่างถูกต้อง รวดเร็ว รักษาทันทีเมื่อตรวจพบ ก็จะสามารถลดความรุนแรงของโรค และอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตลงได้มาก

ออย-ไอรีล ไตรสารศรี ผู้ก่อตั้ง “อาร์ต ฟอร์ แคนเซอร์” (ART for CANCER) จุดเริ่มต้นจากโครงการเล็ก ๆ ที่คอยส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็งในด้านกำลังใจและทุนทรัพย์ โดยใช้ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์เป็นสื่อกลาง ปัจจุบันได้ต่อยอดกลายเป็นกิจการเพื่อสังคมอยู่ภายใต้บริษัทอาร์ต ออฟ ไลฟ์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ปัจจุบันคุณออยเป็นผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ในระหว่างการรักษาในระยะที่ 4 แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และทัศนคติเชิงบวก เธอได้เล่าย้อนกลับไปเมื่อคราวที่ตรวจพบมะเร็งครั้งแรกว่า 

“ออยคลำเจอก้อนเนื้อที่หน้าอก และตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม ระยะที่ 2 ซึ่งได้ลามไปยังต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ขวา โดยตรวจพบก่อนเดินทางไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ เพียงแค่ 1 สัปดาห์ ในขณะที่อายุได้เพียง 27 ปี และเหตุการณ์นี้ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตได้เลย แต่เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องตั้งสติ และยอมรับ พร้อมเตรียมตัวเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาด้วยการผ่าตัด ให้เคมีบำบัด และฉายแสง โดยในระหว่างที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อย ๆ ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตก็ทำให้ได้เรียนรู้และเห็นความจริงของชีวิต ออยคิดว่า “มะเร็งสำหรับออย ก็คือปัญหา ๆ หนึ่งในชีวิต แต่ความยากของมันคือ เป็นปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งส่งผลต่อจิตใจ แต่เบื้องต้นเชื่อว่าเรื่องของทัศนคติ มุมมอง และวิธีการที่เราจะเผชิญหน้ากับปัญหาว่าจะอยู่กับมันยังไง รวมถึงการเรียนรู้ การปรับตัว และการยอมรับความจริง สิ่งเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นทัศนคติการจัดการที่ต้องมี ซึ่งภายหลังจากการพักรักษาตัวเป็นเวลา 1 ปี และโรคสงบไปกว่า 5 ปี ในปี 2560 มะเร็งได้กลับมาและลุกลามไปยังปอดทำให้ต้องมีการผ่าตัดปอดออกไปส่วนหนึ่ง และครั้งนี้ก็ไม่ได้มีการการันตีว่ามะเร็งจะจากไป”

“ระหว่างการรักษาตัวหลังจากการให้เคมีบำบัดครั้งสุดท้าย จุดเริ่มต้นของ ART for CANCER ก็ได้เกิดขึ้นเมื่อปี 2554 โดยโครงการมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ เริ่มจากการเปิดเพจชื่อเดียวกับโครงการ ขอบริจาคงานศิลปะจากเพื่อน ๆ รวมถึงการทำเสื้อ Cancel Cancer เพื่อนำมาจำหน่าย และนำรายได้ไปบริจาคให้ 3 มูลนิธิ คือ ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิรามาธิบดี และมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ นอกจากนี้ก็ยังได้รับผลตอบรับและได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากศิลปิน จิตอาสา ผู้ป่วยมะเร็ง รวมถึงองค์กรต่าง ๆ เป็นอย่างดี จากโครงการเล็ก ๆ เติบโตเป็นโครงการต่อเนื่องนาน 5 ปี ก่อนที่มะเร็งจะกลับมาเยือนอีกครั้ง จุดนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกครั้งในชีวิตเมื่อคิดว่าโครงการที่เราทำมากับมือจะหายหรือตายไปพร้อมกับเราไม่ได้หากเราไม่อยู่แล้ว จึงได้ทำการเปลี่ยนโครงการเล็ก ๆ เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ยั่งยืน และจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท ภายใต้ อาร์ต ออฟ ไลฟ์ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด หรือกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) โดยมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งและสร้างผลกระทบต่อสังคมในเชิงบวกให้มากขึ้น โดยมีจุดประสงค์ในการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยมะเร็งอย่างยั่งยืน ด้วยการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งในเรื่องของทุนทรัพย์ในการรักษา เสริมสร้างกำลังใจ รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับผู้ป่วย ซึ่งเราเชื่อว่ามันคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยและญาติสามารถรับมือกับโรคมะเร็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้”

นอกจากนี้ คุณออยกล่าวเสริมว่า “มะเร็งเต้านม ไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามผู้หญิงไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับ 1 อีกด้วย การตรวจคัดกรองจึงเป็นเรื่องสำคัญกว่าที่คิด หากเราพบเร็วและรู้แต่เนิ่น ๆ ก็มีโอกาสที่จะหายขาด ด้วยยา และเทคโนโลยีการรักษามะเร็งก็ดีขึ้น พัฒนาไปมากขึ้น   ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีอายุที่น้อยลงเรื่อย ๆ  อย่างออยพบในวัยเพียง 27 ปี การมีความรู้หรือทักษะ ก็เป็นอีกหนึ่งความสำคัญ ในระหว่างกระบวนการรักษา หากไม่มีความรู้ในโรคที่เราเผชิญอยู่ผู้ป่วยอาจเสียโอกาสในการรักษา อย่างออยได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากในการรักษา ทำให้ได้เรียนรู้และใช้ชีวิตอยู่กับมะเร็งมาเป็นเวลานาน ผ่านกระบวนการรักษามาหลายขั้นตอน ทำให้มองเห็นปัญหา และเกิดแรงบันดาลใจในการคิดและออกแบบ “สมุดบันทึกพิชิตมะเร็ง” ขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีความรู้พื้นฐานในโรคมะเร็ง อย่างน้อยให้เกิดความเข้าใจเมื่อคุยกับคุณหมอ ทั้งมีการจดบันทึก การเตรียมคำถามก่อนไปพบคุณหมอ และเก็บบันทึกเมื่อพบคุณหมอ เรียกได้ว่าสามารถวางแผนและติดตามผลได้อย่างเป็นระบบ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ป่วยเองแล้ว ยังช่วยสนับสนุนการทำงานของหมอ และทำให้การสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและหมอเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย 

ล่าสุด ได้เตรียมทำสมุดบันทึกพิชิตมะเร็ง ในเวอร์ชั่น 2 ซึ่งมีการพัฒนาข้อมูลต่าง ๆ ร่วมกับสถานวิทยามะเร็งศิริราช และบุคลากรทางการแพทย์ โดยจะพร้อมผลิตในต้นปีหน้า และมอบให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง 20,000 เล่ม พร้อมกับลงพื้นที่จัดกิจกรรมให้ความรู้ แต่หากในอนาคตสถานการณ์โควิดไม่ดีขึ้น อาจจะเปลี่ยนการจัดเป็นรูปแบบออนไลน์ เน้นการให้ความรู้ การรับมือกับมะเร็ง และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของมะเร็ง รวมไปถึงการมีส่วนร่วมในการดูแลตัวเอง และการมีส่วนร่วมในการรักษาของแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในการรักษาตนเอง และตอบโจทย์ตัวเขาเองในเรื่องของคุณภาพชีวิต ซึ่งออยคิดว่าสมุดบันทึกพิชิตมะเร็งที่จะส่งต่อในปีหน้านี้จะเป็นประโยชน์และช่วยพลิกชีวิตผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทยได้”

                “ออยอยากเห็นความยั่งยืนของการร่วมมือกันขององค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น การนำความรู้ของผู้ป่วยที่มีอยู่แล้วมารวบรวมแล้วนำมาส่งต่อทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ป่วยด้วยกัน  หรือ อย่างสมุดจดบันทึกพิชิตมะเร็งที่ออยจัดทำแจกผู้ป่วยที่เป็นแนวปฏิบัติให้รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนที่ป่วยแล้วต้องการอะไร มันเหมือนเป็นทางลัดให้เขา แทนที่เขาจะไปอ้อมเวลาเจอปัญหา คลำหาทางออก แต่เรามีเครื่องมือให้เขาที่เราได้คัดกรองมาแล้ว ช่วยทำให้มันลดขั้นตอนบางอย่างที่เขาอาจจะต้องหลงทาง หรือจะตั้งสติยังไง คือออยมองว่ามันเป็นสิ่งสำคัญจริง ๆ อยากให้หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ รวมถึงแพทย์ ช่วยให้สิ่งนี้ได้อยู่ต่อและส่งต่อไปค่ะ” 

สำหรับผู้ที่สนใจอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็ง หรือร่วมกิจกรรมต่าง ๆสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://artforcancerbyireal.com/ หรือเพจhttps://www.facebook.com/artforcancerbyireal หรือผ่านช่องทาง Line ได้ที่ @artforcancer ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษา และให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งทุกคนค่ะ

‘พระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 10 รัชกาล ฉบับการ์ตูน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622071

'พระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 10 รัชกาล ฉบับการ์ตูน'

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีนโยบายเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อสืบสาน รักษาและต่อยอดอย่างยั่งยืน  จึงได้จัดพิมพ์หนังสือ”พระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 10 รัชกาล ฉบับการ์ตูน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติให้ปรากฏแผ่ไพศาลและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจนานัปการของพระมหากษัตริย์ไทย เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

ซึ่งเนื้อหาของหนังสือมีสาระเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ไทยแต่ละรัชกาล ประกอบด้วยรัชกาลที่ 1 สร้างบ้านแปงเมือง รัชกาลที่ 2 ฟูเพื่องวรรณกรรม รัชกาลที่ 3 เลิศล้ำเศรษฐกิจ รัชกาลที่ 4 แนวคิดอารยะ รัชกาลที่ 5 วัฒนะสู่สากล  รัชกาลที่ 6 มากล้นการศึกษา รัชกาลที่ 7 ประชาธิปไตย รัชกาลที่ 8 นำไทยสามัคคี รัชกาลที่ 9 พระบารมีเปี่ยมล้นและรัชกาลที่ 10 ประชาชนเปี่ยมสุข

สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยมายาวนาน นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี  ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 239 ปีและมีพระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นครองราชย์สืบราชสันตติวงศ์ 10 รัชกาล ทุกพระองค์ทรงเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงสร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคงในบ้านเมือง ขจัดภัยข้าศึกศัตรูที่มารุกราน ทรงทะนุบำรุงแผ่นดินให้อุดมสมบูรณ์และยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้กินดีอยู่ดี นอกจากนี้ ยังทรงบำรุงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองเป็นหลักธรรมในการดำเนินชีวิตและทรงส่งเสริม สร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมให้เจริญงอกงามปรากฏเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ บ้านเมืองจึงร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยมาทุกรัชกาล

หนังสือ”พระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 10 รัชกาล ฉบับการ์ตูน” เป็นหนังสือที่จะทำให้เด็ก เยาวชนมีความสนใจศึกษา เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ได้อย่างเพลิดเพลิน และเข้าใจง่าย มีภาพสีสันสวยงาม มีการใช้ภาษาที่สละสลวยซึ่งจะสร้างความรับรู้และความเข้าใจพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ 10 รัชกาลที่ทรงสร้างความเจริญรุ่งเรือง จนกระทั่งชาติไทยมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงสืบมาจนถึงปัจจุบัน

 ทั้งนี้ วธ.จะแจกจ่ายหนังสือนี้ไปยังห้องสมุด โรงเรียน และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนได้อ่านเพื่อค้นคว้าหาความรู้ อีกทั้ง ยังได้จัดทำหนังสือนี้ในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book อี-บุ๊ก) สำหรับอ่านออนไลน์  โดยผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่ https://www.m-culture.go.th/adminli/ebook/B0180

คุณแหน : 15 ธันวาคม 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/622100

คุณแหน

วันพุธ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll เพื่อดันอุตสาหกรรมส่งออกอัญมณี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ไปเป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้า“Phuket Gems & Jewelry Fest by Bangkok Gems and Jewelry Fair” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล..

ll ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และ Ms.Lisa Futchek ร่วมเปิดสัมมนาออนไลน์โครงการ New Zealand STEM Webinar Series จัดโดยหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์,ม.โอทาโก นิวซีแลนด์ ร่วมกับกลุ่ม รร.วิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยทั้ง 12 แห่ง และ สนง.บริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ศึกษา สพฐ. เพื่อปั้นเด็กวิทย์สู่นักวิจัย-นวัตกร..

ll ยินดีกับ บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตรที่ได้รับรางวัล นักศึกษาเก่า ม.เชียงใหม่ดีเด่น ประจำปี 2564 สาขาบริหารรัฐกิจ..

ll นาถ ลิ่วเจริญ ซีอีโอกลุ่บริษัท CDG ต้อนรับ ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รอง ผอ.ดีป้า พร้อมผู้บริหารภาครัฐและเอกชนที่เข้ารับการอบรมในหลักสูตร Digital CEO #4 กว่า 80 คน มาเยี่ยมศึกษาดูงานเทคโนโลยีด้าน Digital Twins,Data Intelligence,Digital Citizen Services.

.ll ชื่นชมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นสำหรับช่วยผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์พักคอยวัดสะพาน คลองเตย ของ พระพิศาลธรรมานุสิษฐ เจ้าอาวาสวัดสะพาน..

ll วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ รวมกับ พล.ต.นพ.วานิช ปิยนิรันดร์,พงศ์ศักดิ์ฟูศิริ,อรวรรณ พยุหนาวีชัย,สุเมธ สุรบถโสภณ และคณะผู้แทนโครงการ BCC ครบรอบ 169 ปี รวมใจช่วยเหลือสังคมต้านภัยโควิด-19 ร่วมมอบเงินอาหารกล่องและน้ำดื่มสิงห์ ให้รพ.จุฬาลงกรณ์ โดยมี นพ.เพชร อลิสานันท์ ผช.ผอ.รพ.เป็นผู้แทนรับมอบ.

.ll วันเกิด ศิริรุ่ง สุขศรี ปีนี้ได้ทำบุญออนไลน์ช่วยคนพิการที่เจอผลกระทบโควิด-19 แล้วแต่งตัวสวยงามไปที่ทำงาน พร้อมได้แจกเงิน รปภ. และแม่บ้าน.

.ll เพื่อนๆ Digital CEO#3 ร่วมส่งไลน์ยินดีกับ วีระศักดิ์ วีระธรรมโมที่ได้แต่งตั้งเป็นผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน.

.ll วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ พร้อม รัชกฤต สงวนชีวิน บจ.สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น ร่วมลงนาม MOU ทางวิชาการพัฒนาองค์ความรู้งานวิจัยด้านพืชและเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร กับ ดร.สมบัติ ตงเต๊า กรมวิชาการเกษตร เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาการเกษตรสมุนไพรสู่การสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรและชุมชน..

ll เพื่อนๆ ปลื้มใจแทน ดร.ฉกาจ กิจวิสัยที่ได้รับเลือกเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2564.

.ll เทวินทร์ รัตนะวงศะวัต แจ้งข่าวดี สวนสัตว์เขาเขียว ได้ลูกยีราฟหนุ่มน้อยเกิดใหม่ ขอชวน FC ไปเยี่ยมชมสมาชิกใหม่และเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์ สวนสัตว์เปิดบริการทุกวัน 08.00-18.00 น. ..ll

น้องใหม่