คลายปมลึกแผนฝึกคอบร้าโกลด์ 65 โดย รามจักร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498389

รามจักร

25 ธ.ค. 2564 |00:53 น.

คลายปมลึกแผนฝึกคอบร้าโกลด์ 65  โดย รามจักร

การฝึกคอบร้าโกลด์ ยังมีปมลึก จากการพบปะกันระหว่างผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐฯและไทย ก็ได้เปิดเผยข่าวว่าสหรัฐฯต้องการให้ไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ในการต่อต้านกับภัยคุกคามในภูมิภาคนี้ ซึ่งความหมายชัดชี้ไปที่ประเทศจีน ติดตามที่เจาะประเด็นร้อน โดย รามจักร

หลังสหรัฐฯประกาศยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก เพื่อต่อต้านรัสเซีย จีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือแล้ว ก็ได้เพิ่มการกดดันทางการทหารในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะความต้องการที่จะเข้ามามีบทบาทในกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งเป็นศูนย์กลางของอินโด-แปซิฟิก โดยมีไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนอีกทีหนึ่ง


การขยายสถานกงสุลที่เชียงใหม่อย่างลึกลับและมีขนาดใหญ่โตลำดับต้นของโลกเกินความจำเป็นที่จะใช้ในการออกวีซ่าหรือการทำงานด้านวัฒนธรรม จนเป็นที่หวั่นเกรงว่าจะใช้เป็นศูนย์ข่าวกรองและปฏิบัติการทางการทหาร จากนั้นก็มีการขยายสถานทูตสหรัฐฯในกรุงเทพฯที่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับสถานทูตในเยอรมันซึ่งใช้เป็นศูนย์บัญชาการของกลุ่มนาโต้


ในขณะที่บุคคลสำคัญแทบทุกระดับของสหรัฐฯพากันหลั่งไหลเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่อพบปะหารือกับฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายทหารอย่างต่อเนื่อง


กระทั่งล่าสุดการพบปะกันระหว่างผู้บัญชาการทหารสูงสุดของสหรัฐฯและไทย ก็ได้เปิดเผยข่าวว่าสหรัฐฯต้องการให้ไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ในการต่อต้านกับภัยคุกคามในภูมิภาคนี้ ซึ่งความหมายชัดชี้ไปที่ประเทศจีน

เป็นสถานการณ์เดียวกันกับที่สงครามกลางเมืองในพม่า ซึ่งอยู่ในเทศกาลหน้าแล้งและกองทัพพม่าโดยการช่วยเหลือด้านอาวุธจากรัสเซียและอิหร่าน ได้เคลื่อนพลเข้าต่อตีกับกองกำลังของฝ่ายอองซาน ซูจี โดยเฉพาะในแนวด้านตะวันออกของแนวท่อแก๊สพม่า-จีนจากยะไข่-ยูนนาน ซึ่งพม่าได้ขอให้จีนส่งกำลังทหารหนึ่งแสนคนเข้ามาดูแลท่อแก๊สนี้เพื่อไม่ให้ถูกวินาศกรรม


และแล้วเมื่อต้นสัปดาห์นี้ก็มีข่าวว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จะมีการฝึกคอบร้าโกลด์ในประเทศไทยระหว่างสหรัฐฯกับไทยและมิตรประเทศ โดยสหรัฐฯจะส่งกำลังทหารกว่า 10,000 คนพร้อมอาวุธหนักและชีปนาวุธรวมทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากเข้ามาใช้ในการฝึกด้วย และข่าวนี้ก็แพร่หลายทั่วไปโดยเฉพาะประเทศในกลุ่มภูมิภาคซึ่งสนใจผลกระทบที่กำลังทหารจำนวนมากเคลื่อนเข้ามาในพื้นที่นี้
 

แต่ก่อนมาการฝึกคอบร้าโกลด์ สหรัฐฯจะส่งกำลังเข้ามาฝึกโดยทั่วไปแล้วไม่ถึง 1,000 คน มีบางปีเท่านั้นที่เกิน 1,000 คนเล็กน้อย ยกเว้นในปี 2557 ซึ่งเกิดวิกฤติทางการเมืองในประเทศไทย สหรัฐฯได้ส่งกำลังเข้ามาฝึกถึง 4,000 คนซึ่งนับว่ามากที่สุดแล้ว


ดังนั้น ข่าวการจัดส่งกำลังทหารกว่าหมื่นคนและอาวุธหนักจำนวนมากเข้ามาฝึกคอบร้าโกลด์ในปีนี้ จึงถูกประชาชนไทยจับตาด้วยความระแวดระวัง ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้ก็จับตาอย่างใกล้ชิด
 เพราะเมื่อสหรัฐฯส่งกำลังทหารเข้ามากว่าหนึ่งหมื่นคน ประเทศไทยก็ย่อมต้องส่งทหารเข้าร่วมการฝึกในระดับที่ใกล้เคียงกัน

เมื่อรวมกับกำลังทหารจากมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกด้วยแล้ว ยอดรวมของกำลังทหารที่ฝึกซ้อมรบในประเทศไทยก็ย่อมมีจำนวนกว่าระดับสองหมื่นคน มากกว่ากำลังทหารของสหรัฐฯในอิรักและซีเรีย และต้องนับว่ามีกองกำลังทหารสหรัฐฯและประเทศที่เข้าร่วมในประเทศไทยมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเวียดนามสิ้นสุดลง
 

การที่มีทหารเข้ามาฝึกซ้อมรบในขณะที่มีความขัดแย้งระหว่างประเทศและการเสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคนี้อย่างไม่หยุดยั้งนั้น ย่อมทำให้ทั้งรัสเซีย อิหร่าน จีน เกาหลีเหนือ รวมทั้งประเทศอาเซียนที่มีพื้นที่ติดกับประเทศไทย ไม่ว่าพม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก็ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อความมั่นคงของประเทศของตนและย่อมทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้สูงขึ้นโดยมีไทยเป็นศูนย์กลางของความตึงเครียดนั้น
 

ประวัติศาสตร์สงครามได้บอกไว้อย่างชัดเจนว่ากำลังทหารจำนวนมากที่เผชิญหน้าในสภาพที่มีความตึงเครียดเช่นนี้ อาจนำไปสู่สงครามที่ไม่คาดฝันได้
 

ยกตัวอย่างในยุคสงครามเซ๊กเพ็กในยุคสามก๊ก โจโฉยกกองทัพร้อยหมื่นไล่ตามตีกองทัพของเล่าปี่จากเมืองซินเอี๋ย-อ้วนเซีย เพื่อปราบเล่าปี่ให้ราบคาบ ในยามนั้นขงเบ้งได้วางแผนดึงกองทัพกังตั๋งเข้ารบกับโจโฉ เพื่อความปลอดภัยและการถนอมกำลังให้กับกองทัพเล่าปี่
 ขงเบ้งจึงกำหนดแผนการถอยทัพมุ่งโฉมหน้าไปยังเมืองกังเหล็ง โดยปล่อยข่าวว่าเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ มีผู้คนพรักพร้อม มีเสบียงอาหารที่ใช้สอยได้สิบปี และจะใช้เมืองกังเหล็งเป็นฐานที่ตั้งทำสงครามเชิงรับกับโจโฉ
 

โจโฉทราบข่าวก็ต้องการทำลายกองทัพเล่าปีเสียก่อนที่จะตั้งตัวได้ในเมืองกังเหล็ง จึงเร่งการตามตีโดยมิได้คำนึงว่าเมืองกังเหล็งนั้นตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแยงซีซึ่งเป็นแม่น้ำกั้นพรมแดนกับเมืองกังตั๋ง ซึ่งทางฝ่ายกังตั๋งได้ยินข่าวศึกเอิกเกริกอยู่ฝั่งเหนือแม่น้ำแยงซี จึงต้องสั่งเตรียมพร้อมรบเคลื่อนกำลังมาตั้งรับตลอดแนวฝั่งแม่น้ำแยงซี เตรียมพร้อมทั้งทัพบกและทัพเรือเพื่อป้องกันเมืองกังตั๋ง
 

ขงเบ้งนำทัพเล่าปี่ถอยหนีมาถึงเมืองกังเหล็งแล้วก็ลงเรือรบที่นัดหมายเล่ากี๋ให้มารับ หนีไกลไปตั้งหลักอยู่ที่เมืองกังแฮ ในขณะที่กองทัพของโจโฉและกองทัพของเมืองกังตั๋งตั้งเผชิญหน้าตรึงกำลังกันอยู่ และในที่สุดก็บานปลายกลายเป็นสงครามเซ๊กเพ็กที่โจโปแตกทัพเรือเสียไพร่พลไปหลายร้อยหมื่น
 

แต่ทว่าเมืองกังเหล็งก็พินาศวายวอดไปด้วยภัยสงคราม ดังนั้น คนไทยทั้งประเทศจึงต้องตั้งความระแวดระวังป้องกันบ้านเมือง อย่าให้มีสภาพเหมือนเมืองกังเหล็งเลย
 

ที่สำคัญกำลังทหารของรัสเซีย จีน อิหร่าน เกาหลีเหนือ พม่า ลาว และกัมพูชา ในปัจจุบันนั้นเหนือกว่ากองทัพกังตั๋งในยุคสามก๊กมากมายนัก มีหรือที่เมืองกังเหล็งจะไม่วอดวายกลายเป็นจุล
 ใครชักศึกเข้าบ้านในครั้งนี้

ทิศทางพัฒนา สายตาหมอพลเดช  “ปฏิรูปเศรษฐกิจยุคโควิด”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498330

24 ธ.ค. 2564 |21:35 น.

ทิศทางพัฒนา สายตาหมอพลเดช   “ปฏิรูปเศรษฐกิจยุคโควิด”

สถานการณ์โควิด-19 ทำลายระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกรวมทั้งประเทศไทย ธนาคารโลกและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินความรุนแรงของผลกระทบสำหรับประเทศไทยว่าหนักยิ่งกว่าวิกฤติ “ต้มยำกุ้ง” ปี 2540 ติดตามได้จากเจาะประเด็นร้อน โดย พลเดช ปิ่นประทีป

สถานการณ์โควิด-19 ทำลายระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศในโลกรวมทั้งประเทศไทย ธนาคารโลกและสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินความรุนแรงของผลกระทบสำหรับประเทศไทยว่าหนักยิ่งกว่าวิกฤติ “ต้มยำกุ้ง”  ปี 2540

การติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการดำเนินงานของแผนปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เต็มไปด้วยปัญหา อุปสรรคและความท้าทาย ทำให้ต้องมีการติดตามประเมินปัญหาผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจจากโรคระบาดโควิดและปรับปรุงมาตรการและแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของแผนปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจยังถือได้ว่าเป็นกรอบการพัฒนาที่มีคุณค่า หน่วยงานสามารถปรับประยุกต์ในสถานการณ์โควิดได้เป็นอย่างดี  

เป้าหมายของแผนนี้ มี 3 ประการ ได้แก่

1)ยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

2)กระจายความเจริญและความเข้มแข็งของภาคสังคม

3)ปรับบทบาท โครงสร้าง กลไกสถาบันบริหารจัดการเศรษฐกิจ

ส่วนตัวชี้วัดเป้าหมาย มี 4 อย่าง คือ

1)GDP 2.5%

 2)อันดับความสามารถแข่งขันเป็นที่ 25 ของโลก  IMD top 25  

3) ค่าสัมประสิทธิ์ความไม่เสมอภาค(Gini Coefficient)เท่ากับ 0.41  

4)อันดับประสิทธิภาพภาครัฐเป็นที่ 2 ของอาเซียน  IMD top 2 
ซึ่งข้อมูลความก้าวหน้าจากรายงานของรัฐบาลในรอบ มกราคม-มีนาคม 2564  พบว่าใกล้เคียงเป้าหมาย

 1)GDP 1.66(ปี2562)

 2)อันดับการแข่งขันของประเทศเป็นที่  29 (ปี 2563)

 3)ระดับความเหลื่อมล้ำ วัดจากค่าสัมประสิทธิ์จีนี เท่ากับ  0.420 (ปี 2562)

 4)อันดับประสิทธิภาพภาครัฐอยู่ที่ 23 ของโลก  และเป็นที่ 2 ของอาเซียน (ปี 2563)

สำหรับแผนปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจที่ปรับปรุงใหม่ กำหนดให้มีประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบสูง 5 เรื่องและกฎหมาย 7 ฉบับ ดังนี้

1.การสร้างเกษตรมูลค่าสูง   มีตัวชี้วัดเป้าหมาย คือ 1) GDP เกษตรขยายตัว 3.8%  2)มูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูป- เกษตรชีวภาพ-เกษตรเทคโนโลยี เป็น 20%  3)รายได้เงินสดสุทธิทางเกษตรเพิ่ม 5%ต่อปี

2.การท่องเที่ยวคุณภาพสูง มีตัวชี้วัดเป้าหมาย คือ 1)ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อวันเพิ่ม 10%ต่อปี  2)รายได้ท่องเที่ยวเมืองรองเพิ่ม 10%ต่อปี  3)ลำดับการแข่งขันท่องเที่ยวสุขภาพ ปลอดภัยและยั่งยืนสิ่งแวดล้อมของWEFอยู่ในกลุ่ม Top 50

3.โอกาส SMEในอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีตัวชี้วัดเป้าหมาย คือ 1)GDP-SME 42 %  2)อันดับการใช้เทคโนโลยี IMD อยู่ใน Top 36  3)มูลค่าการค้าอิเล็คทรอนิคSME เพิ่ม 1 เท่าตัว 4)Start Up เกิน 30 ล้าน เพิ่มขึ้น 20% ต่อปี


4.ศูนย์การค้าการลงทุนของภูมิภาค มีตัวชี้วัดเป้าหมาย คือ 1)อันดับความยากง่ายการประกอบธุรกิจ WB Top 20  2)จำนวนกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ เพิ่ม 20% ต่อปี  3)มูลค่าลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ Top 3 ของอาเซียน 

5.การพัฒนาศักยภาพคน  มีตัวชี้วัดเป้าหมาย คือ 1)คะแนนความสามารถพัฒนาทุนมนุษย์ WEF เพิ่ม 20%ต่อปี

6.การปรับปรุงกฎหมาย มีตัวชี้วัดเป้าหมายกฎหมาย 7 ฉบับ ได้แก่ 1)พรบ.คนเข้าเมือง 2522  2)พรบ.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว 2560 3)พรบ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 2542  4)ร่างพรบ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ พ.ศ…5)ร่างพรบ.ความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ…6)พรบ.ภาษีสรรพากร 2560 7)พรบ.การผังเมือง 2562

มีข้อเสนอแนะส่วนตัวจากผู้รายงานว่าควรเพิ่มตัวชี้วัดที่ประชาชนอยากรู้ เช่น  

1) ฐานข้อมูลกลางของเกษตรแปลงใหญ่ทั่วประเทศ ศูนย์เรียนรู้สมาร์ทฟาร์มเมอร์ เกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ  

2) สถิตินักท่องเที่ยวในประเทศและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศโดยเฉพาะท่องเที่ยวด้านสุขภาพ  

3) ฐานข้อมูลกลางสินค้าและบริการSME

4)สถิติการนำเข้าสินค้าประเภทอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสินค้าด้านความมั่นคง

5) โครงการOne Country One Platform(OCOP) ไปถึงไหน 6) ผลงานประจำปีของสำนักงานบูรณาการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ 7) เงินงบประมาณในรอบปี ที่ใช้เยียวยาและฟื้นฟูจากโควิด
………………………………………………………………………

Key Message


รายงานปฏิรูปประเทศ โดย ส.ว.พลเดช ปิ่นประทีป

-ฐานข้อมูลกลางเกษตรแปลงใหญ่-ศูนย์เรียนรู้สมาร์ทฟาร์มเมอร์-เกษตรอินทรีย์

-สถิตินักท่องเที่ยวในประเทศ และนักท่องเที่ยวสุขภาพชาวต่างประเทศ

-ฐานข้อมูลกลางธุรกิจSME 

-สถิติการนำเข้าสินค้าประเภทอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค 

-โครงการ OCOP – One Country One Platform

-ผลงานแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ การเยียวยาและฟื้นฟูจากโควิด

โจทย์หิน “อนุมัติ อาหมัด” แม่ทัพ พปชร. ล้มค่ายเดชอิศม์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498395

24 ธ.ค. 2564 |21:04 น.

โจทย์หิน "อนุมัติ อาหมัด" แม่ทัพ พปชร. ล้มค่ายเดชอิศม์

วิเคราะห์สมรภูมิสงขลา เดิมพันแรกของ “อนุมัติ อาหมัด” แม่ทัพปักษ์ใต้ค่ายบิ๊กป้อม หอบลูกเศรษฐีเมืองสะเดาลงสนาม เจอคนกันเอง เดชอิศม์ ขาวทอง รู้มือรู้ไม้กันมาก่อน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เปิดตัว “อนุมัติ อาหมัด” คนชักนำ อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ เข้าสู่พรรคพลังประชารัฐ และปูทางหาเสียงมานานแรมเดือน

นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ใจถึง “อนุมัติ อาหมัด” เพิ่งลาออกจาก ส.ว. เพื่อภารกิจลุยสนามเลือกตั้งให้พลังประชารัฐ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และสงขลา

เลือกตั้งซ่อมสงขลา เขต 6 “อนุมัติ อาหมัด” รับบทแม่ทัพภาคสนาม ส่วน สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน เป็นแม่ทัพใหญ่ที่ลุงป้อมส่งมาทดสอบฝีมือ

เมื่อวันเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา ที่ศาลาประชาคม อ.สะเดา จ.สงขลา มีผู้สมัครจาก 4 พรรคการเมือง พร้อมกองเชียร์สุดคึกคักยิ่ง เฉพาะ อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพรรคพลังประชารัฐนั้น เดินทางมาพร้อม อนุมัติ อาหมัด อดีต ส.ว.คนดังแห่งปลายด้ามขวาน

สองเดือนก่อน ทันทีที่ อนุมัติ อาหมัด ลาออกจาก ส.ว.แบบเงียบๆ ก็ไปปรากฏตัวต้อนรับคณะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ท่าเรือปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา อันเป็นฐานธุรกิจท่าเรือน้ำลึกของอดีต ส.ว.คนนี้

ฐานธุรกิจของอดีต ส.ว.อนุมัติ จะอยู่ในพื้นที่ อ.สะเดา และ อ.เทพา จึงรู้จักมักคุ้นกับอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดา บิดาของอนุกูล พฤกษานุศักดิ์

‘คนสะเดา’

“อนุมัติ อาหมัด” มุสลิมปาทาน เติบโตจาก อ.สะเดา จ.สงขลา เริ่มต้นธุรกิจด้วยทำการค้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์เพื่อการส่งออก จึงมั่นอกมั่นใจว่า เลือกตั้งซ่อมเที่ยวนี้ คนเขต 6 จะเลือกคนพื้นที่เป็น ส.ส.

เขต 6 ประกอบด้วย อ.สะเดา(ยกเว้น 2 ตำบล), อ.คลองหอยโข่ง และ อ.หาดใหญ่ (เฉพาะบางตำบล) เป็นเขตที่ ถาวร เสนเนียม ครองแชมป์มาหลายสมัย แต่ถาวร ก็ไม่ใช่คนพื้นเพแถวนี้

สำหรับโบ๊ต หรืออนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ลูกชายของอนันต์ พฤกษานุศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดานั้นทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีความประสงค์จะลงเล่นการเมืองมานานแล้ว จึงเสนอตัวต่อพรรคพลังประชารัฐ ผ่านอนุมัติ อาหมัด

การหาเสียงครั้งนี้ อนุกูล จึงชูสโลแกนคนบ้านเรา คนพื้นที่ เพราะคู่แข่งคนสำคัญคือ คุณนายน้ำหอม สุภาพร กำเนิดผล ภรรยาเดชอิศม์ ขาวทอง ไม่ใช่คนที่เกิดในพื้นที่เขต 6

‘โจทย์ยากของแม่ทัพ’

ดังที่ทราบ “อนุมัติ อาหมัด” เป็นแม่ทัพภาคสนาม ส่วน สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงานในฐานะรองหัวหน้าพรรค เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6 ไม่ใช่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค

อนุมัติ อาหมัด ลงพื้นที่หาเสียงแถว อ.คลองหอยโข่งอนุมัติ อาหมัด ลงพื้นที่หาเสียงแถว อ.คลองหอยโข่ง

แม้ระยะหลัง ร.อ.ธรรมนัส จะลงมาคลุกคลีในพื้นที่ภาคใต้ แต่ศึกเลือกตั้งหนนี้ ผู้กองธรรมนัสเป็นเพื่อนรักของเดชอิศม์ ขาวทอง จึงขอหลบไปอยู่ข้างหลัง ปล่อยให้อนุมัติ อาหมัด ลุยหาเสียงในพื้นที่แทน

ถ้ายังจำกันได้ เลือกตั้งสมัยที่แล้ว พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้ อนุมัติ อาหมัด เป็นแม่ทัพใหญ่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสบความสำเร็จได้ 3 เก้าอี้ ส.ส. จึงได้รับแต่งตั้งเป็น ส.ว.

การตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ส.ว.เพื่อมาลุยการเมืองให้บิ๊กป้อม สำหรับอนุมัติ อาหมัด ย่อมเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีเดิมพันสูง

ความจริงแล้ว สมัยเลือกตั้ง ส.ว.ปี 2557 อนุมัติ อาหมัด ได้รับเลือกเป็น ส.ว.สงขลา ด้วยคะแนน 133,459 คะแนน ก็ได้รับการช่วยเหลือจากนักการเมืองฝั่งประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นสุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา และ เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา (สมัยที่ยังเป็นนายกชาย ผู้กว้างขวางแห่งสงขลา)

ฉะนั้น สภาน้ำชาปักษ์ใต้วิเคราะห์สนามเลือกตั้งเขต 6 ฝ่าย ปชป.เป็นต่อ พปชร. เนื่องจากชื่อชั้นแม่ทัพนั้น ค่อนข้างข่มรัศมีกันอยู่ เป็นโจทย์หินของอนุมัติ อาหมัด ที่ต้องทุ่มเกินร้อยเพื่อลุ้นชัยชนะ

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “สิระ” เดือนมีนาคมปี 65 ชีวิตพลิกผันดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498362

24 ธ.ค. 2564 |18:47 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "สิระ" เดือนมีนาคมปี 65 ชีวิตพลิกผันดีขึ้น

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดรับปีใหม่ “สิระ” ถูกปลดพ้น ส.ส. ก่อนพ้นวาระรอบอายุเข้าเคราะห์ แต่ปี65เดือนมีนาคมชีวิตพลิกผันดีขึ้น แนะเปลี่ยนชื่อคำว่า “สิระ” ที่เป็นอุปสรรค มีแต่ทะเลาะเบาะแว้ง ขัดแย้ง ควรรู้จักการปล่อยวางอุปสรรคจะหมดไป

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิเคราะห์เจาะลึกศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก สิระ เจนจาคะ ส.ส. กรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคพลังประชารัฐ วัย 58 ปี

“สิระ” เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2507 ปีเถาะ ธาตุน้ำ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดทั้งที่เหลืออีกไม่กี่วันปัญหาจะผ่านพ้นวิกฤติชีวิตแล้ว 

กลับถูกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้ “สิระ” พ้นจากตำแหน่งสมาชิกภาพ ส.ส. ปลดฟ้าผ่ากลางอากาศ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2564 ตกยามขัดแย้งเป็นศัตรู ต้องคดีความให้รุนแรง และเดือนปะทะเบียดเบียนให้ได้รับความเดือดร้อน รอบอายุเข้าเคราะห์ ทำให้ได้รับในเหตุคำพิพากษาให้ได้รับความเดือดร้อนในตำแหน่งหน้าที่การงานเกิดขึ้น 

ในดวงชะตานั้น “สิระ” เป็นคนใจอ่อนใจดี มีครูบาอาจารย์อยู่ในตนเอง มีความพยายามมีความตั้งใจที่ยากจะทำอะไรให้สำเร็จก็จะตั้งเป้าหมายตนเองเอาไว้ เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง

แต่ด้วยความใจร้อน และมุทะลุ ไม่ยอมคนทั้งที่เป็นคนใจดี กลายเป็นเรื่องเบียดเบียนตนเองให้เดือดเนื้อร้อนใจ กับเรื่องไม่เป็นเรื่องเอามาเป็นเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อน 

เป็นคนที่รู้จักปรับตนเองได้ทุกสถานการณ์ แต่รอบอายุเข้าเคราะห์ตลอดปีที่ผ่านมามีแต่เรื่องทะเบาะเบาะแว้ง ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง

ปี 2565 หลังเดือนมีนาคม จะมีชีวิตเปลี่ยนแปลงที่ดี และที่สำคัญที่สุด ชื่อ “สิระ” ความหมายของทักษาโบราณ เป็นอุปสรรค อัปมงคลเป็นศัตรู หากจะแก้เปลี่ยนเพิ่มอำนาจ และบารมี ที่ใกล้เคียง คือ “จิระ” ชีวิตจะเปลี่ยนและมีโอกาศรับตำแหน่งต่อไปในอนาคตแน่นอน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม ถึงดวงชะตาของ “คุณสิระ” นอกจากจะเป็นคนดื้อเงียบแล้ว มีเจ้าทุกข์ชอบช่วยเหลือคนอื่น ยังเป็นบุคคลที่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นได้

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "สิระ" เดือนมีนาคมปี 65 ชีวิตพลิกผันดีขึ้น

“คุณสิระ” เป็นคนที่มีครูบาอาจารย์อยู่ในตนเอง มีเรื่องของบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องที่จะต้องทำงานสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่จะต้องร่วมงานกัน แต่ต้องไม่ใจร้อนและต้องรู้จัก การปล่อยวาง บ้าง อย่าเอาเรื่องคนอื่นเข้ามาในชีวิตให้ตนเองต้องเดือดร้อน 

“และปีนี้รอบอายุคุณสิระเข้าเคราะห์อีกเพียงเดือนเดียวจะพ้นเคราะห์หลุดจากดวงที่ถูกจองจำ แต่ถ้าได้เปลี่ยนชื่อเหมือนเกิดใหม่ แต่ต้องรู้จักปล่อยวาง ที่ทำให้มีเรื่องให้ได้รับความเดือดร้อน”ซินแสเข่ง กล่าว

มวยแทน “สันติ พร้อมพัฒน์” ลุยชุมพร เผชิญดีลลับลูกหมี-ลูกช้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498368

24 ธ.ค. 2564 |17:58 น.

มวยแทน "สันติ พร้อมพัฒน์" ลุยชุมพร เผชิญดีลลับลูกหมี-ลูกช้าง

ดีลลับดีลลวง “สันติ พร้อมพัฒน์” บุกชุมพรในฐานะมวยแทน สู้ไปจูบปากกันไป ผู้กองธรรมนัสหลบฉาก หวั่นกระทบสัญญาใจ พล.อ.ประวิตรกับตระกูลจุลใส คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

บ้านใหญ่เมืองมะขามหวาน “สันติ พร้อมพัฒน์” ล่องใต้เป็นแม่ทัพเลือกตั้งซ่อมชุมพรแบบไม่ทันตั้งตัว เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐกลับมติส่งผู้สมัคร ส.ส.ลุยสนามเขต 1

เหมือนเป็นมวยแทน “สันติ พร้อมพัฒน์” ก็รู้เบื้องลึกสัญญาใจที่ชุมพร ระหว่างลุงป้อมกับพี่น้องตระกูลจุลใส แต่ก็ต้องลุยหาเสียงรักษาพื้นที่

พูดถึงฝีไม้ลายมือ “สันติ พร้อมพัฒน์” ไม่เป็นรองใคร แต่ศึกชุมพรเที่ยวนี้ มีลับลมคมในเยอะ คงต้องเล่นไปตามบทที่ลุงป้อมเขียนสคริปต์ไว้

อาการชักเข้าชักออกของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เรื่องการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อมใน จ.ชุมพร มีให้เห็นเป็นระยะๆ ตั้งแต่เลื่อนการลงมติของกรรมการบริหารพรรค ไปจนถึงมติประหลาดๆ ส่งแค่สนามสงขลา ไม่ส่งชุมพร

พลันที่มีปฏิกิริยาจาก ชวลิต อาจหาญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 สมัยที่แล้ว ถึงขั้นประกาศลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ จุดประกายให้สมาชิกพลังประชารัฐก่อหวอดแอนตี้พรรคผ่านโซเชียล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค เห็นท่าไม่ดี จึงส่งซิกให้ พล.อ.ประวิตร เรียกประชุมด่วน

ในที่สุด คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ มีมติเป็นเอกฉันท์ ส่งชวลิต อาจหาญเป็นผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อม จ.ชุมพร โดยให้ สันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดชุมพร

“สันติ พร้อมพัฒน์” รวมถึงแกนนำพลังประชารัฐ ก็รู้ดีว่า มีสัญญาใจระหว่างตระกูลจุลใส กับลุงป้อม แต่สภาพแวดล้อมบีบให้พรรคต้องลงสนาม เสี่ยใหญ่เมืองมะขามหวานก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

‘แผนธรรมนัส’

จริงๆแล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นพี่เลี้ยงชวลิต อาจหาญ ไม่ใช่ “สันติ พร้อมพัฒน์” ดังที่รู้กัน การเลือกตั้งปี 2562 พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแม่ทัพเลือกตั้งชุมพรทั้ง 3 เขต หลังเกิดความขัดแย้งในพลังประชารัฐ พล.อ.กลชัย ก็ถอนตัวออกมา เหมือนกับ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล

ว่ากันว่า อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ เขต 2 และเขต 3 ได้ลาออกจากพลังประชารัฐตาม เสธ.แอ๊ด เหลือ ทนายแดง คนเดียว ที่ยังยืนหยัดอยู่กับพรรคเดิม

ทนายแดง หรือชวลิต อาจหาญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 จึงวิ่งหา ร.อ.ธรรมนัส พร้อมอาสาลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม กรณีที่ชุมพล จุลใส ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

ชวลิต อาจหาญ มีอาชีพทนายความ เคยเป็น ส.อบจ.ชุมพร และนายก อบต.วิสัยใต้ อ.สวี ก่อนจะเข้าสู่การเมืองระดับชาติ และทนายแดงได้เปิดตัวหาเสียงอีกครั้ง ตั้งแต่ทราบว่า ชุมพล จุลใส ต้องคำพิพากษาจำคุกในคดี กปปส. เมื่อเดือน มี.ค.2564

เกมเปลี่ยนกระทันหัน หลัง พล.อ.ประวิตร และผู้กองธรรมนัส ปิดดีลกับ สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พี่ชายของลูกหมี จึงเป็นที่มาของรายการอิหลักอิเหลื่อเรื่องส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสนามเลือกซ่อม

ลูกหมี ประกบ พล.อ.ประวิตร วันที่เดินทางมา อ.สวี จ.ชุมพร เมื่อช่วงน้ำท่วมลูกหมี ประกบ พล.อ.ประวิตร วันที่เดินทางมา อ.สวี จ.ชุมพร เมื่อช่วงน้ำท่วม

‘อนาคตชุมพร’

ไฟต์บังคับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับปากจะลงไปหาเสียงช่วย “สันติ พร้อมพัฒน์” และชวลิต อาจหาญ ที่ชุมพร แต่การเลือกตั้งซ่อมกับการเลือกทั่วไปสมัยหน้า ก็จะเป็นหนังคนละม้วนกัน

จะสวมเสื้อพรรคไหน เป็นเรื่องของอนาคต วันนี้ ลูกช้างและลูกหมี ได้ถักทอเครือข่ายไปทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ผ่านการเคลื่อนไหวของ อบจ.ชุมพร ที่บริหารโดยกลุ่มพลังชุมพร

เขต 1 อ.เมือง และอำเภอสวี (ยกเว้น ต.เขาทะลุ และ ต.เขาค่าย) เป็นฐานเดิมของชุมพล จุลใส ก็ต้องร่วมใจตระกูลจุลใสและมากอำไพ ส่งอิสรพงษ์ มากอำไพ เข้าสภาฯให้ได้

ลูกหมี ชุมพล จุลใส เป็นคนบ้านนาสัก อ.สวี แต่มาเป็นลูกเขยคนดังแห่ง ต.ท่ายาง อ.เมืองชุมพร ทุกวันนี้ ได้สร้างบ้านสร้างสำนักงานอยู่ที่ท่ายาง และอิสรพงษ์ก็เป็นญาติฝ่ายภรรยา

เขต 2 อ.ท่าแซะ, อ.ปะทิว และอ.เมือง(บางตำบล) เป็นฐานเสียงของ สราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร พรรค ปชป. และเสธ.แอ๊ด พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ ส.ว.คนดัง

สมบูรณ์ หนูนวล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ เขต 2 มือขวาของ เสธ.แอ๊ด ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเลือกตั้งนายก อบต.ที่ผ่านมา ลูกช้างได้สนับสนุนทีมนายก อบต.ในเขต อ.ท่าแซะ และ อ.ปะทิว ปรากฏว่า ทีม อบต.ของลูกช้างล้มแชมป์เก่าไปได้หลายตำบล ซึ่งเป็นการปูทางสร้างฐานสมัยหน้า

เขต 3 อ.หลังสวน อ.ละแม อ.พะโต๊ะ อ.ทุ่งตะโก และอ.สวี (บางตำบล) ฐานที่มั่นของลูกช้าง สุพล จุลใส และได้ต้อนรับคณะของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างเอิกเกริกมาแล้วเมื่อเร็วๆนี้

สัญญาใจระหว่างบิ๊กป้อมกับตระกูลจุลใส เป็นเรื่องของอนาคต แต่สำหรับวันนี้ ลูกช้างและลูกหมี ก็ต้องทำศึกเลือกตั้งซ่อมให้ชนะไว้ก่อน นี่คือเดิมพันแรกในวันที่ลูกหมี ไม่มีตำแหน่ง ส.ส.ชุมพร

“เลือกตั้งซ่อมชุมพร” พลังประชารัฐ ชักเข้า-ชักออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498341

24 ธ.ค. 2564 |15:21 น.

"เลือกตั้งซ่อมชุมพร" พลังประชารัฐ ชักเข้า-ชักออก

ประชุม3ครั้ง กรรมการบริหารพลังประชารัฐ แค่ตัดสินใจส่งผู้สมัคร “เลือกตั้งซ่อมชุมพร” สะบัดหนาว สะบัดร้อนไปทั้งพรรค

"เลือกตั้งซ่อมชุมพร" พลังประชารัฐ ชักเข้า-ชักออก

ดูเหมือนเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่าจะให้ความสำคัญกับเสียงเรียกร้องของสมาชิกพรรคในพื้นที่จังหวัดชุมพร จนนำมาสู่การตัดสินใจส่งชวลิต อาจหาญ ลงสู้ศึกเลือกตั้งเขต1 อีกครั้ง หลังจากถูกตัดหางมาก่อนหน้านี้   
การประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งที่2 ที่รัฐสภามีมติส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเขต 6สงขลาไม่ส่งเลือกตั้งซ่อมเขต 1 ชุมพรได้รับการอธิบายจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเกิดจากการพูดคุยกับ ชุมพล จุลใส อดีต สส.ที่ถูกสอยจะย้ายมาอยู่พลังประชารัฐในครั้งหน้า แต่ว่ามีข้อมูลใหม่ทำให้ต้องตัดสินใจทบทวนว่าเขาจะมาตามคำสัญญาหรือไม่ เพราะตระกูลจุลใส แนบชิดอยู่กับเลขาฯกปปส. และการไม่ส่งผู้สมัครที่มีคะแนนเกือบชนะลงแข่งขันเหมือนทิ้งโอกาสครั้งสำคัญในการแย่งชิงพื้นที่จากเจ้าถิ่น

"เลือกตั้งซ่อมชุมพร" พลังประชารัฐ ชักเข้า-ชักออก

ส่วนการเปิดตัวผู้อำนวยการเลือกตั้ง ทั้งที่ชุมพรและสงขลา ถูกตั้งข้อสังเกตว่าพลังประชารัฐส่งสุชาติ ชมกลิ่น และ สันติ พร้อมพัฒน์ ไปฆ่า ในพื้นที่ ที่ใครๆก็ดูออกว่าไม่มีทางชนะ เรื่องนี้ได้รับคำอธิบายว่าการมอบหมายในลักษณะนี้ เป็นเรื่องปกติที่เคยเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งซ่อมหลายๆครั้งที่ผ่านมา  หากใครยังจำได้ว่าการลงพื้นที่ ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี      
ก่อนหน้านี้ทั้งสุชาติ และ สันติ ร่วมอยู่ในบรรดา รัฐมนตรี ที่ไปคอยให้การต้อนรับเกือบทุกพื้นที่เป็นแก๊งค์ 6 รัฐมนตรี ที่พลเอกประยุทธ์ เรียกเข้าพบในห้วงแห่งการรบช่วงชิงการนำ แย่งชิงอำนาจภายในพรรคพลังประชารัฐ เมื่อเดือนตุลา ก่อการรัฐประหารหัวหน้าพรรคแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในการล็อบบี้กรรมการบริหาร ซึ่งเป็นสูตรในการจัดการแก๊งค์สี่กุมารก่อนหน้านี้

กำหนดการรับสมัคร เลือกตั้งซ่อมสงขลา ชุมพร สิ้นสุดวันที่ 27 ธันวาคมนี้ ยังไม่รู้ว่าจะมีประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐครั้งที่สี่หรือไม่  การประชุมสามครั้งที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่ากำลังมีปัญหาอย่างหนักเรื่องเอกภาพภายในพรรค  ยังไม่ต้องพูดถึงปัญหาการส่งผู้สมัครเลือกซ่อม ส.ส.กทม.เขตหลักสี่  เพราะจนป่านนี้ ก็ยังไม่มีการตัดสินใจจะส่งผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคพลังประชารัฐหรือไม่

ส่องสามสนามเลือกตั้งซ่อมส.ส. เวทีใดเเข่งเดือด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/498224

24 ธ.ค. 2564 |03:15 น.

ส่องสามสนามเลือกตั้งซ่อมส.ส.  เวทีใดเเข่งเดือด

นี่คือศึกศักดิ์ศรีของพรรครัฐบาล-พรรคฝ่ายค้าน-พรรคน้องใหม่ที่ต้องเก็บแต้มและเช็กเรตติ้งขั้นต้นก่อนที่ไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งใหญ่ ติดตามจากเจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

กลางเดือนจนถึงปลายเดือนมกราคมปีหน้าจะมีการเลือกตั้งซ่อมส.ส. ทำให้หลายพรรคต้องเปิดยุทธศาสตร์ปักธงชนิดยอมกันไม่ได้  ทั้งการเตรียมเลือกตั้งซ่อมส.ส.สามเขต คือชุมพร เขต1หย่อนบัตรเลือกส.ส.แทน “ชุมพล จุลใส” ,สงขลา เขต 6 ลงคะแนนเลือกผู้แทนฯหลังไม่มี “ถาวร เสนเนียม” ( สองเขตนี้หย่อนบัตร 16 ม.ค.2565) กทม.เขต9ที่ต้องเลือกตั้งซ่อมแทน”สิระ เจนจาคะ” จากพปชร.นั้น(เขตนี้น่าจะหย่อนบัตรช่วงปลายเดือนม.ค.-ต้นเดือนก.พ.2565)  ศึกนี้คือศึกศักดิ์ศรีของพรรครัฐบาล-พรรคฝ่ายค้าน-พรรคน้องใหม่ที่ต้องเก็บแต้มและเช็กเรตติ้งขั้นต้นก่อนที่ไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งใหญ่ 

พื้นที่”ชุมพร”นั้นแน่นอนตอนนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ประชันกับพรรค พปชร.ที่เพิ่งมีมติกลับลำเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ให้ส่งนายชวลิต อาจหาญ หรือทนายแดง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 ซึ่งในการเลือกตั้ง 24มี.ค.2562  ได้คะแนนเป็นอันดับ 2 รองจากชุมพล จุลใส หรือ ลูกหมี ที่ครั้งนั้นสังกัดค่ายประชาธิปัตย์ แต่เมื่อถูกตัดสิทธิทางการเมือง ปชป.จึงส่ง อิสระพงษ์ มากอำไพ มาเป็นมวยแทน พร้อมเผชิญกับคู่แข่งขันจาก พรรคกล้าและก้าวไกล อีกด้วย  

เขตนี้มองแล้ว”อิสระพงษ์  มากอำไพ” มวยแทนอดีตส.ส.ลูกหมี จากปชป.น่าจะเบียดเข้าวิน แม้แกนนำปชป.อาจช่วยไม่เต็มสูบแต่เชื่อว่าตระกูลจุลใสไม่ปล่อยให้คนอื่นมาคว้าพุงปลาไปกินเป็นแน่แท้และอาจเป็นไปได้ที่การช่วยเหลือแบบใต้ดินจากพปชร.จะส่งไปให้ตระกูลจุลใสในคราวนี้เพื่อเคลียร์รันเวย์ในการย้ายขั้วคราวหน้าเพราะ อิสระพงษ์จะเป็นหนึ่งในทีมงาน”ลูกช้าง-ลูกหมี”ที่จะมาแตะมือพปชร.ตามสัญญาใจที่ให้ไว้กับพลเอกประวิตร

พื้นที่ชุมพร เขต 1 จึงเป็นอะไรที่มีความสลับซับซ้อนกันอยู่ระหว่างเครือข่ายเจ้าของพื้นที่เดิมที่ว่ากันว่าจะย้ายไปอยู่กับพลังประชารัฐ ในขณะที่พลังประชารัฐก็ยับยั้งใบลาออกของชวลิต อาจหาญ หรือ ทนายแดง ในตอนต้นพร้อมกับมาเปลี่ยนใจกระทันหันส่งลงชิงชัย

ส่วน”สงขลา”นั้น พรรคกล้า-พรรคสีฟ้า-พรรคสีส้มเวอร์ชั่นสอง รวมทั้งพปชร.ส่งคนลงแข่งขัน โดยตัวเต็งน่าจะอยู่ที่พลังประชารัฐประชันปชป. โดยพรรคสีฟ้าส่ง”สุภาพร กำเนิดผล” รองนายกอบจ.สงขลา ชนกับ “อนุกูล พฤกษาอนุศักดิ์” สวมเสื้อพรรคพปชร. แต่พรรคแกนนำเรือเหล็กเปลี่ยนผอ.เลือกตั้งซ่อมจากเดิมที่”ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิการพรรครับเหมาดูแลการเลือกตั้งซ่อมมาหลายครั้ง แต่งวดนี้พ่อบ้านพปชร.ส่งไม้ให้”สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงานและคีย์แมนพรรคคนละสายกับผู้กองคนดังไปรับผิดชอบ เพราะทราบดีว่าผู้กองคนดังใกล้ชิด”เดชอิศว์ ขาวทอง” ส.ส.สงขลา พรรคปชป.ที่ตอนนี้เป็นรองหัวหน้าพรรคคุมภาคใต้ไปแล้ว  คงไม่อยากปะทะกันเอง และบนเกมการเมืองภายในพปชร.ยามนี้ก็ยิ่งลึกกว่าลึกเพราะเสี่ยเฮ้งขึ้นตรงกับ”ลุงตู่” แต่พ่อบ้านพปชร.อยู่สาย”ลุงป้อม” ดังนั้นหาก”เสี่ยเฮ้ง”ปักธงไม่ได้(พปชร.มีส.ส.สงขลาสี่คน) ก็จะกลายเป็นตราบาปไป และเขตนี้น่าจะฟัดกันสนุกระหว่าง พปชร.-ปชป.และการวัดบารมีของเสี่ยเฮ้ง-ผู้กองคนดัง

ขณะที่”กทม.”นั้น หลัง”สิระ” พ้นหน้าที่ส.ส.จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และส่อแววโดนตัดสิทธิทางการเมืองและมีคดีตามมาอีก ตอนนี้พบว่าค่ายพลังประชารัฐจะโยก”สรัลรัศมิ์  เจนจาคะ”มาเสียบแทน  อย่างไรก็ตามน่าจะประชันกับ”สุรชาติ เทียนทอง” อดีตส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย รวมทั้ง”พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ” จากปชป. เพราะสองคนนี้เคยแพ้สิระในงวดที่แล้ว และเมืองหลวงนั้นจะมีเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ในช่วงกลางปีหน้าด้วย  

สนามนี้คือดัชนีชี้วัดคะแนนนิยมในขั้นต้นของการเลือกตั้งส.ส.งวดหน้า ดังนั้นสามพรรคข้างต้นน่าจะมีชื่อว่าที่ผู้สมัครส.ส.ไม่พ้นสามคนนี้และรอดูว่าพรรคกล้า-พรรคก้าวไกล-พรรคไทยสร้างไทยจะส่งคนแข่งขันหรือไม่ (พรรคไทยสร้างไทยน่าจะหลีกในพื้นที่นี้เพราะสุรชาติเคยเป็นร่วมทำงานกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในช่วงที่คุณหญิงหน่อยเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย)

สนามเลือกตั้งซ่อมผู้แทนฯทั้งสามเขตนั้น หากให้ฟันธงแล้วพบว่าสงขลา-กทม.น่าจะสู้กันเดือด….ส่วนชุมพรนั้นชิลล์ๆกันไป

EU, Luxembourg grant nearly 1.45 mn euros to strengthen Lao national nutrition strategy

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40010588


More than 33,400 people in 46 target villages in the provinces of Vientiane, Borikhamxay and Xieng Khuang are expected to benefit from the strengthening of the Lao National Nutrition Strategy with funding from the European Union (EU), Caritas and the Government of Luxembourg.

EU, Luxembourg grant nearly 1.45 mn euros to strengthen Lao national nutrition strategy

The project will implement nutrition-related activities until March 2024 in selected areas such as Thoulakhom district of Vientiane province, Xaychamphon district of Borikhamxay province, and Phaxay district in Xieng Khuang province.

The objectives of the project include strengthening the capacity of local partners to contribute to Laos’ nutrition strategy, establishing a sustainable nutrition information management and supply chain (NIMSC), and creating links between local, national and other sectors for policy dialogue and advocacy.

The direct beneficiaries are 33,426 people in target villages, while 690 poor households will receive free water filters. A further 138 filters will be installed at demonstration sites within target areas and more people will benefits from the project directly and indirectly.

The implementing partners include the Association of Rural Mobilization and Improvement (ARMI) and four Provincial Lao Civil Societies Organisations (PLCSOs) selected through a sub-grant proposal.

The four PLCSOs are the Quality of Life Association that works in Xaychamphon district, the Association of People Living with HIV/AIDS that works in Xaychamphon district, the Gender Development Association which works in Thoulakhom district, and the Association for the Preservation of Environment and Development of Community that works in Phaxay district.

The project team will work in coordination with local governmental partners and project stakeholders.

Of the total budget approved by the donors, the EU provided 1,000,000 euros (69.11 percent), while Caritas and the Government of Luxembourg contributed 447,000 euros (30.89 percent).

The total budget for community activities identified in the MOU excludes administration and human resource costs of Caritas Lux and the cost of training project staff, including those of the PLCSOs. This equals 880,667 euros, of which the EU provided 608,629 euros (69.11 percent) and Caritas and the Government of Luxembourg contributed 272,038 euros (30.89 percent).

Caritas Luxembourg has worked in Xieng Khuang province since 2010, primarily in rural development, before expanding to the province of Vientiane and Borikhamxay in 2018.

There are four projects being implemented in the fields of health and nutrition, nutrition governance, agriculture and strengthening livelihoods, and disaster risk reduction.

The main donors of Caritas are the governments of Luxembourg, LuxDev, and the EU.

Published : December 30, 2021

By : Vientiane Times

China issues 1st white paper on export controls

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40010587


Document highlights commitment, actions to safeguard world peace and development

China issues 1st white paper on export controls

China has released its first white paper on export controls to give a full picture of the country’s position, system and practices in improving export control governance.

The 9,000-word document, China’s Export Controls, was issued on Wednesday by the State Council Information Office.

A statement from the Ministry of Commerce said that the white paper highlighted China’s commitment and actions to safeguard world peace and development as well as national security and international security.

The ministry said China will continue to promote law-based export controls in the future, stepping up efforts to improve supporting regulations for the Export Control Law and accelerating the formulation of a unified export control list.

More efforts will be made to carry out multilateral and bilateral exchanges and cooperation on export controls, widely publicize and implement related laws and policies, rigorously protect the legitimate rights and interests of all market players and create the conditions for fostering a business environment based on market principles, governed by law and meeting international standards.

In the next step, China will also work actively to build a coordinated export control compliance system guided by the government and led by business, the ministry added.

Export control is a common international practice in which a country prohibits or restricts the export of specific items, such as nuclear materials, to fulfill its international obligations, such as nonproliferation, while safeguarding its own national security and interests.

The ministry said that international export control efforts now face a number of challenges, mainly related to the abuse of export control measures and unreasonable discriminatory restrictions, attempts by countries to form small cliques and work against true multilateralism.

The white paper also highlighted the need to strengthen international coordination on export controls.

“China holds that all countries should firmly stand by the international system with the United Nations as the core and the international order based on international law, safeguard the authority of international treaties and mechanisms that uphold true multilateralism, refresh their security perspectives, and adopt a common, comprehensive, cooperative and sustainable outlook on global security,” the ministry said in the statement.

In particular, the ministry said major countries should fulfill their obligations and promote common international security in the field of export controls.

Major countries should not harm the legitimate rights and interests of other nations in the peaceful use of export-controlled items or prevent the peaceful use of scientific and technological achievements and advances to promote development, normal international science and technology exchanges and economic and trade cooperation, and the safe and smooth operation of global industrial and supply chains, said the ministry.

“China believes that in export control, the international community should move forward in a fair, reasonable and nondiscriminatory direction, uphold solidarity and cooperation, oppose discriminatory approaches, join hands in tackling global issues and create a brighter future for humanity,” the ministry said.

In October 2020, China promulgated the Export Control Law with detailed stipulations on export-control lists and measures.

Since the 1990s, China has formulated six regulations on export control, covering areas including biological, chemical, missiles and other military items to fulfill certain international obligations.

By OUYANG SHIJIA

Published : December 30, 2021

By : China Daily

Samsung Electronics invests in 3D avatar platform Ready Player Me

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40010586


Samsung Electronics has invested in Ready Player Me, a 3D avatar platform for the metaverse that allows users to explore virtual worlds with one consistent identity, according to a press release Wednesday.

Samsung Electronics invests in 3D avatar platform Ready Player Me

Samsung Next, Samsung Electronics’ subsidiary investing in startups with promising technologies, participated in a $13 million series A funding round led by a venture capital Taavet+Sten.

According to Ready Player Me, the funding will be used to grow its global presence as the default avatar system for metaverse. Ready Player Me, which currently supports more than 900 virtual worlds, is investing in a monetization model that helps developers to make money by selling NFTs and in-game avatar customization assets.

The investment will allow Samsung to accelerate its foray into the metaverse market. Samsung Next previously invested in a spatial computing startup Teleportal and creator tools developer Overwolf.

By Kim Byung-wook

Published : December 30, 2021

By : The Korea Herald