Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2564(2021)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘Digital Disruption’ กับแรงงานที่หายไป!

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621328

'Digital Disruption' กับแรงงานที่หายไป!

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.30 น.

“ดิจิตอล ดิสรัปชั่น” (Digital Disruption) ปรากฎการณ์ที่พลิกโฉมโลกและไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ตั้งแต่ระบบการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคมโดยเฉพาะอาชีพของคนไทยที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยคนไทยส่วนหนึ่งผันตัวเองตามความต้องการของตลาดแรงงาน เข้าสู่อาชีพในแวดวง “ไอที” และทำงานร่วมกับระบบเอไอ (AI : Artificial Intelligence)

ขณะที่ตัวแปรสำคัญทำให้ “ประเทศไทย” เข้าสู่โลกดิจิตอลเต็มตัว คือ การคืบคลานของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บนโลกใบนี้ทำให้เกิดปรากฎการณ์ “ช๊อก” ในหลายมิติ โดยเฉพาะในมิติของ “แรงงาน” ซึ่งสะเทือนไปทั่วโลก แม้กระทั่งประเทศไทยก็เช่นกัน 

ความท้าทายในภาวะคนไทย “ตกงาน”

ภาวะคนไทยตกงานซึ่งได้รับผลกระทบมาจาก “ดิจิตอล ดิสรัปชั่น” ตั้งแต่ปี 2558 และ มีตัวแปรกระตุ้นให้มีภาวะคนตกงานมากขึ้นในช่วง “โควิด-19” เข้ามาระบาดในไทย แต่กลับเป็น “ความท้าทาย” ก้าวสำคัญของไทย ในด้านเศรษฐกิจที่จะต้องพยายามทำให้ภาวะคนตกงานคลี่คลายท่ามกลางโรคโควิด-19 ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง 

“เมธี สุภาพงษ์” รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร BOT “พระสยาม” MAGAZINE ถึงผลกระทบจากโควิด-19 ในมิติของแรงงาน ซึ่งเพิ่มความท้ายทายให้แรงงานไทยในการพัฒนาทักษะของตนเองว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วงสำหรับแรงงานไทย หลังสถานการณ์โควิด 19 คลี่คลาย ผู้ว่างงานและผู้เสมือนว่างงานที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในช่วงวิกฤตอาจไม่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ทั้งหมด เพราะในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาด ธุรกิจเร่งปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทั้งในส่วนระบบดิจิทัล (digitalization) และระบบอัตโนมัติ (automation) มาใช้ จึงทำให้สร้างผลพวงสำคัญคือ “ทำให้ความต้องการแรงงานลดลง” ขณะที่ทักษะแรงงานที่โลกธุรกิจยุคใหม่ต้องการก็เปลี่ยนไป

รองผู้ว่าการ ธปท.ระบุว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกแรกในไทยเริ่มขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักทำให้ในไตรมาส 2 มีจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นจาก 4 แสนคน เป็น 7.5 แสนคน และ “ผู้เสมือน ว่างงาน” ซึ่งหมายถึงแรงงานที่มีชั่วโมงทำงานต่ำกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน มีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นจาก 2 – 3 ล้านคน เป็น 5.4 ล้านคน รวมทั้งมีแรงงานที่เสี่ยงจะตกงานเพิ่มสูงถึง 4.7 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้จะสะท้อนกลับไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจในมิติของการใช้จ่ายภาคครัวเรือน และประสิทธิภาพการผลิตของประเทศที่ลดลง (ข้อมูลของ “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” การกู้ยืมเงินภาคครัวเรือนในไตรมาส 2 ปี 2564 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมียอดคงค้างหนี้ครัวเรือนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.27 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 89.3% ต่อ GDP)

ข้อมูลของ ธปท.ยังพบว่า ผู้ประกอบการอาชีพอิสระที่มีจำนวน 8.2 ล้านคน คาดว่าจะมีแรงงาน 6 แสนคนอยู่ในสภาวะว่างงาน และ อีก 3 ล้านคน มีรายได้ลดลงอย่างรุนแรง ภาวะ “โควิด-19” ที่เข้ามาดิสรัปชั่นประเทศไทย ยังเกิดภาวะแรงงานในเมืองผันตัวไปเป็นแรงงานภาคเกษตรกรรมในต่างจังหวัด อันเป็นผลมาจากการว่างงาน โดยข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพบว่า ในเดือนมีนาคม ปี 2564 พบประชากรกลุ่มวัยทำงาน เป็นผู้ว่างงานกว่า 7.6 แสนคน และเป็นผู้เสมือนว่างงาน หรือทำงานในภาคเกษตรกว่า 4.3 ล้านคน และมีผู้ที่มีงานทำแต่ไม่ได้รับค่าจ้างกว่า 7.8 แสนคน

ในอนาคต เป็นตัวเลขกลมๆที่พอจะพยากรณ์ได้ว่า ในอีก 5-10 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยยังอยู่ในทางปฏิบัติเพียง 2 ทาง และ เป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องทำในปัจจุบัน คือ 1.พัฒนาทักษะแรงงานให้เข้าสู่ตลาดดิจิตอลให้เร็วที่สุด และ 2.ยืนหยัดสนับสนุนแนวทางพระราชดำริ “เกษตรพอเพียง” ให้มีรายได้อย่างทั่วถึง และ ทั้งองคาพยพ ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ 

แรงงานไทยส่วนหนึ่งไม่กลับคืนสู่ระบบจ้างงาน หายเข้าระบบ “กิ๊ก อีโคโนมี่”

“บทเรียน” สำคัญที่ทำให้แรงงานไทยส่วนหนึ่ง ไม่หวนกลับมาเป็นพนักงานประจำ คือ เมื่อบริษัทขนาดกลางถึงเล็กต้องปิดกิจการลงฉับพลันในภาวะโควิด-19 ทำให้ “ลูกจ้าง” ตระหนักถึง “ความไม่แน่นอน” ในการเป็นพนักงานประจำ และ เมื่อกลับไปยังบ้านเกิดของตนเอง ได้พบกับอาชีพเกษตรกรรม หรือ ค้าขายส่วนตัวในท้องถิ่น ซึ่งมีค่าครองชีพต่อวันเพียง 100 บาท ก็อยู่ได้ ด้วยการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชผักสวนครัวมารับประทาน และ ไม่อยากได้ในสิ่งที่เป็นของฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นก็ทำให้ชีวิตยังดำเนินต่อไปได้  โดยไม่ต้องหวนกลับมีชีวิตเป็นพนักงานประจำในเมืองหลวง ซึ่งมีค่าครองชีพที่สูง 

อย่างเช่น “เพียงพิศ ลิวงษ์” ผันชีวิตตัวเองจากพนักงานเสิร์ฟที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มาเป็นเกษตรกรที่ จ.ขอนแก่น และ เข้าโครงการ “จ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระยะที่ 1 (โครงการสร้างอาชีพ สร้างชีวิต สร้างชาติ)” ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงมีโอกาสเข้าอบรมหลักสูตรออนไลน์และพัฒนาทักษะต่าง ๆ อาทิ หลักสูตรเกษตรพอเพียง การออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ การวางแผนเกษียณอายุ และการวางแผนทางการเงิน เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับเพื่อนบ้านและการเข้าร่วมอบรมโครงการ “จ้างงานประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระยะที่ 1 (โครงการสร้างอาชีพ สร้างชีวิต สร้างชาติ)” จึงนำความรู้มาทำโรงเลี้ยงไก่ซึ่งประสบความสำเร็จ ทำให้ไม่ต้องกลับไปเป็นลูกจ้างนอกจังหวัดบ้านเกิด 

“ดิจิตอล ดิสรัปชั่น” ที่ถูกทับซ้อนด้วย “โควิด-19” เสมือนเป็นซับเซ็ททางคณิตศาสตร์ ซึ่งทำให้เกิดอาชีพใหม่ๆ และ เป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน จนเกิดกระแส “กิ๊ก  อีโคโนมี่” (Gig Economy) หรือ การทำงานอิสระ โดยผู้รับงานอิสระได้ค่าจ้างเป็นโครงการ เป็นชิ้นงาน และ จบไป ซึ่งในปี 2562 สำนักงานสถิติแรงงานพบว่า แรงงานในสหรัฐอเมริกาถึง 55 ล้านคน อยู่ในระบบกิ๊ก และ มีกว่า 35% ของแรงงานทั้งหมดในสหรัฐฯ ส่วนในประเทศไทยนั้นรูปแบบงานอิสระถูกนำมาหารายได้เสริมสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย และ รองรับคนที่ต้องถูกออกจากงานอย่างฉับพลันจากพิษโควิด-19 เพราะฉะนั้นพื้นที่งานของ “กิ๊ก อีโคโนมี่” จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แรงงานไทยส่วนหนึ่งไม่หันกลับไปเป็นลูกจ้างอีกต่อไป  

ผศ.ธารีทิพย์ ทากิ อาจารย์ประจำคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า ในยุคดิจิทัลที่ธุรกิจและหลายสิ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและอินเตอร์เน็ต ระบบเศรษฐศาสตร์กิ๊กได้เปลี่ยนแบบจำลองธุรกิจเดิมและยกระดับสัดส่วนทางเศรษฐกิจใหม่ ส่งผลให้ผู้รับจ้างอิสระรายครั้งหรือกิ๊กขายแรงงานผ่านทางแอพลิเคชั่น หรือ แพลตฟอร์มถือเป็นแหล่งหางานสำคัญ ที่รวบรวมงานจำนวนมากไว้ให้เลือกรับงานตามอัธยาศัย บุคคลทั่วไปสามารถรับงานได้รวมทั้งพนักงานงานประจำที่ทำงานเต็มเวลาก็สามารถเลือกรับงานในวันหยุด หรือนอกเวลาการทำงานได้เช่นกัน ธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดก่อนวิกฤตการณ์โควิด-19 เกิด คือ ธุรกิจแท๊กซี่บริการโดยรถส่วนบุคคลของ Uber และธุรกิจที่พักโดยบ้านหรือคอนโดส่วนบุคคลของ Airbnb ถือเป็นการเปลี่ยนรูปแบบจำลองของธุรกิจอย่างสิ้นเชิง 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่หมดสิ้นไป ธุรกิจรับจ้างอิสระรายครั้งหรือกิ๊กกลับเป็นที่สนใจและเติบโตขึ้นอย่างหยุดไม่อยู่ โดยเฉพาะธุรกิจขนส่งอาหารที่สร้างมูลค่ากว่า 94,385 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นร้อยละ 9.3 ในปี 2565

นายจ้างไทย SAVE ลูกจ้างช่วงโควิด-19   

“โควิด-19” ระบาดระลอก 1 และ 2  เป็นตัวแปรให้สหรัฐอเมริกาเกิดปรากฎการณ์ “การลาออกครั้งใหญ่” โดยการศึกษาของ Stanford พบว่า บริษัทหลายแห่งที่มีสภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่ดี หรือปฏิบัติกับพนักงานแบบไม่ดีนัก ทำให้คนอยากลาออกมากขึ้นเป็น 2 เท่า อย่างธุรกิจค้าปลีกของสหรัฐอเมริกาลาออกไปเกือบ 650,000 คน 

ด้วยเหตุนี้ในการระบาดของโควิดระลอกที่ 3 ในไทย เจ้าของกิจการจึงเลือกใช้วิธีไม่ปลดพนักงานแบบฉับพลันเหมือนช่วงแรกๆ และ ใช้วิธีลดจำนวนชั่วโมงทำงานลง และ พัฒนาศักยภาพแรงงานที่มีอยู่ในมือ โดย ดร.มณฑลี กปิลกาญจน์ พร้อมทีมงาน ได้แก่ พรชนก เทพขาม, นันทนิตย์ ทองศรี ธนาคารแห่งประเทศไทย และ พัชยา เลาสุทแสน สำนักงานสถิติแห่งชาติ นำเสนอบทความ “ผลกระทบโควิด-19 ต่อแรงงานไทย” ในนิตยสาร “พระสยาม” ของ ธปท. โดยระบุว่า ในวิกฤตย่อมมีโอกาส แม้จะมีคนไทยที่มีชั่วโมงการทำงานต่ำลง รวมถึงกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่ต้องการหางานกว่า 2.6 แสนคนในไตรมาสสอง หากมองว่าคนเหล่านี้จะมีเวลาเหลือมากขึ้นจึงเป็นโอกาสให้สามารถยกระดับทักษะ upskill และปรับทักษะ reskill 

โดยภาครัฐควรออกแบบนโยบายยกระดับศักยภาพแรงงานควบคู่ไปกับการให้เงินช่วยเหลือ ซึ่งจะไม่เพียงประคับประคองให้แรงงานอยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤต แต่จะทำให้แรงงานสามารถปรับตัวเข้ากับทักษะใหม่ ๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในยุคปกติใหม่ ผ่านการพิจารณาหลักสูตรให้เหมาะสมกับความต้องการของนายจ้าง และสามารถต่อยอดพื้นฐานทักษะของแรงงาน แล้วจึงจัดสรรสถาบันฝึกอบรมทั้งในห้องเรียนและออนไลน์ ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้แรงงานเข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งการออกแบบมาตรการเหล่านี้จะต้องอาศัยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงข้อมูลการศึกษา การทำงาน และการได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ 

รัฐจึงมีมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบ โดยมุ่งเน้นการโอนเงินเยียวยาในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ ซึ่งดำเนินการได้ครอบคลุม โดยผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ว่างงานจะได้รับเงินสิทธิประโยชน์และสำหรับผู้ประกันตนที่ยังมีงานทำแต่ได้รับผลกระทบจะสามารถใช้สิทธิ์เหตุสุดวิสัยซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิ์กว่า 800,000 รายในช่วงไตรมาสสอง สำหรับแรงงานนอกระบบประกันสังคมทั้งในและนอกภาคเกษตรต่างก็ได้รับเงินเยียวยาเช่นเดียวกัน ซึ่งแท้จริงแล้วแรงงานไทยยังอยู่ในระบบประกันสังคมเพียงหนึ่งในสามของแรงงานทั้งหมด ทำให้เมื่อเกิดเหตุวิกฤตภาครัฐจึงต้องใช้งบประมาณในการเยียวยาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการขยายขอบเขตโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคมให้แรงงานเข้าสู่ระบบประกันสังคมจะเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของประเทศได้ในระยะยาว

ในอีกด้านหนึ่ง แม้ว่า “ดิจิตอล ดิสรัปชั่น” จะทำให้โลกเปลี่ยน ไทยเปลี่ยน มีผู้คนมากมายในเมืองหลวงตกงาน แต่ในผู้คนมากมายเหล่านั้น ส่วนหนึ่งได้เริ่มชีวิตใหม่ในจังหวัดบ้านเกิด นี่เป็นข้อดีของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดจากการถูก “ดิจิตอล ดิสรัปชั่น” ซึ่งทำให้เกิดความอิสระในอาชีพใหม่ๆ บนพื้นที่ “กิ๊ก อีโคโนมี่” และ เกิดระบบการพัฒนาทักษะแรงงาน (up skill) เพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรรมดิจิตอลเต็มตัว รวมทั้งการทำให้คนไทยหวนกลับมาคิดถึง “เกษตรพอเพียง” และแรงงานส่วนหนึ่งได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับพื้นที่เกษตรกรรมของครอบครัวซึ่งทำให้เกิดความความสุขและความอบอุ่นในสังคมไทยมากขึ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของร้านสปาเมืองโอ่ง! เปิดสนามหญ้าหน้าบ้านช่วยพยุงหมอนวดหลังผ่อนคลายโควิด

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621324

เจ้าของร้านสปาเมืองโอ่ง! เปิดสนามหญ้าหน้าบ้านช่วยพยุงหมอนวดหลังผ่อนคลายโควิด

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.05 น.

เจ้าของร้านแฮร์สปาไทย เมืองราชราชบุรี ไอเดียมาแปลกเปิดสนามหญ้าหน้าบ้าน ช่วยพยุงอาชีพหมอนวดที่ตกงานช่วงสถานการณ์โควิด – 19 เมื่อโควิดผ่อนคลาย จึงมาเปิดในพื้นที่โล่ง โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี เย็นสบาย ลูกค้าที่มานวดยังได้แชมพูสมุนไพรฟรีแถมกลับไปด้วย 

หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่จังหวัดราชบุรี ได้ผ่อนคลายลง ผู้ประกอบการธุรกิจหลายแห่งเริ่มปรับปรุงและพัฒนากันอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจเดินทางเข้ามาในพื้นที่ 

อย่างที่ร้านแฮร์สปาไทย ตั้งอยู่เลขที่ 167/30 – 31 ถนนสมบูรณกุล อ.เมือง จ.ราชบุรี นางวงเดือน ยะปัญญา เจ้าของร้านแฮร์สปาไทย สปาการ์เด้นท์ ได้เกิดไอเดียเปิดสนามหญ้าหน้าบ้านนำไม้ดอกสด ไม้ประดับมาปลูกตกแต่งพื้นที่อย่างสวยงาม ด้วยบรรยากาศที่โล่งแจ้ง โปร่ง อากาศเย็นสบาย เพื่อเป็นการช่วยเหลือน้องๆ ที่มีอาชีพให้บริการนวดแผนไทยในสวนสวย เปิดให้บริการนวดมาเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนในพื้นที่ราชบุรี แวะมานวดกันอย่างคึกคัก บางคนมาขอดูสถานที่ก่อนและได้ตัดสินใจใช้บริการทันที เพราะมีบรรยากาศโปร่ง โล่งสบายไม่ได้อยู่ในห้องที่แออัด หรือห้องแอร์ มีบรรยากาศฟังเพลงเบา ๆ ทำให้ผ่อนคลาย

สำหรับผู้ที่มานวดก่อนเข้าจะมีบริการตรวจวัดอุณหภูมิ ล้างมือเจลแอลกอฮอล์เพื่อความปลอดภัยของโรค สอบถามลูกค้าหลายคนชื่นชอบเพราะบรรยากาศดี แปลกกว่าที่อื่น ๆ ได้ความรู้สึกดี และมีความสุข หลังจากที่หลายพื้นที่เป็นพื้นที่คุมเข้มโควิด 19 มานานนับปี 

นางวงเดือน ยะปัญญา เจ้าของร้านแฮร์สปาไทย สปาการ์เด้นท์ กล่าวว่า หน้าบ้านมีสนามหญ้า อากาศถ่ายเทสะดวกสบาย ปลอดภัย ได้นึกถึงน้องๆ อาชีพนวดแผนไทยก็เลยมาเปิดนวดสปาการ์เด้นท์ในสวนสวย หรือเรียกว่า นวดหลักร้อย วิวหลักล้าน ทุกท่านที่มาจะมีจุดคัดกรองความปลอดภัยของลูกค้า เป็นการส่งเสริมให้หมอนวดมีรายได้ เพราะช่วงยุคโควิดน้อง ๆ เหล่านี้ได้รับผลกระทบกันหมด ลูกค้าที่มาใช้บริการจะมอบผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสมุนไพรไทยทำเองที่ช่วยบำรุงรากผม มีแชมพูสมุนไพรดูแลเส้นผมทั้งหญิงและชายไว้มอบให้ฟรี ช่วงหลังนวดเสร็จก็จะมีน้ำดื่มสมุนไพรบริการให้ดื่มฟรีเพื่อสุขภาพที่ดีด้วย ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ใครที่มาใช้บริการแล้วจะมีชุดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยมาให้ลูกค้าเพื่อจับสลากเป็นของขวัญด้วย

นางวงเดือน กล่าวอีกว่า ครอบครัวไม่ได้มีความรู้ด้านการนวดแผนไทยมาก่อนแต่จะมีความรู้ด้านการผลิตแชมพูสมุนไพรไทยและแชมพูลดผมร่วง แชมพูรักษาหนังศีรษะ ผลิตจากน้ำมันเมล็ดกัญชงนำมาผลิตเป็นแชมพูทำให้ดูแลหนังศีรษะโรคสะเก็ดเงิน หรือเป็นคนที่มีผมเสีย ผมแตกปลายสามารถใช้ได้ด้วยความที่เป็นครูสอนเสริมสวย มีแนวคิดนำคุณค่าของสมุนไพรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ช่วยสร้างรายได้และอาชีพมาถึงทุกวันนี้

นางวีรสุดา ชิตชูตระกูล นักธุรกิจเจ้าของโรงแรม กล่าวว่า บรรยากาศดีมาก อีกอย่างคือปลอดภัยและยังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ช่วยคลายความเครียดด้วย เชิญชวนผู้สนใจหากมีโอกาสมาใช้บริการที่นี่กันเพื่อผ่อนคลายกัน สถานที่จะแตกต่างจากที่นวดห้องแอร์เยอะมาก เพราะว่าที่นี่ได้ธรรมชาติ นวดไปแล้วยังหลับสบายได้ รู้สึกปลอดโปร่งมากกว่า ร้านจะเปิดให้บริการลูกค้าตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น.ของทุกวัน  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เห็นแล้วทนไม่ไหวต้องช่วย! หนุ่มใหญ่พาเมียพิการนั่งพวงข้างหาปูปลาตามทุ่งนาขาย

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621320

เห็นแล้วทนไม่ไหวต้องช่วย! หนุ่มใหญ่พาเมียพิการนั่งพวงข้างหาปูปลาตามทุ่งนาขาย

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.42 น.

ชีวิตต้องสู้ที่น่าหดหู่ใจกับครอบครัวหนุ่มใหญ่วัย 57 ปีนำรถสามล้อพ่วงข้างพาเมียพิการเดินไม่ได้ ออกตระเวนหาปู หาปลาตามคูคลองและทุ่งนาช่วงฤดูเกี่ยวข้าว หวังนำไปขายเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 10 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้คนที่ไปวิ่งออกกำลังกายบริเวณถนนคลองชลประทาน ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี เห็นภาพที่น่าหดหู่ใจ เมื่อนายสังวาลย์ เพียรพิทักษ์ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199/3 หมู่ 3 ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี พานางนิ เส็งสาลี อายุ 55 ปีภรรยา ซึ่งพิการเดินไม่ได้นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างพร้อมกับหลานชายอีกคนได้ขับรถจักรยานยนต์สามล้อพ่วงข้างออกตระเวนใช้ตาข่ายดับปลาและจับปูนาจากแอ่งน้ำเล็กๆ ที่มีน้ำขังอยู่ จึงเป็นที่อาศัยของปลาตัวเล็กตัวน้อยนานาชนิด รวมทั้งปูนาในช่วงฤดูหน้าเกี่ยวข้าว ส่วนใหญ่จะเป็นปลาสร้อยขาว ปลาแก้มช้ำ ขอดเกล็ดนำไปขายกิโลกรัมละ 50 – 60 บาท

โดยมีนางนิ ภรรยาที่พิการนั่งขอดเกล็ดปลาอยู่บนรถจักรยานยนต์พ่างข้าง ส่วนหลานชายจะช่วยกันนำสุ่มและตาข่ายขึงดักปลาในลำคลองที่อยู่ใกล้กันได้ปลาวันละเกือบ 10 กิโลกรัมนำไปขายที่ตลาดเกือบทุกวัน นอกจากนี้ก็ยังหาเก็บขวดน้ำพลาสติกของเก่านำไปขายอีกด้วย

นางนิ เส็งสาลี หญิงพิการ เปิดเผยว่า ตนป่วยเดินไม่ได้สามีต้องพานั่งรถมาทำงานด้วยเพราะไม่มีใครดูแลโดยจะเป็นคนทำปลาที่หาจับมาได้เพื่อนำไปขายที่ตลาดหรือคนที่สนใจซื้อไปทำกับข้าว บางวันก็หาผักขาย เช่น ผักบุ้ง และยังหาเก็บของเก่าที่ถูกทิ้งไว้ริมข้างถนนเอาไปขาย ได้เงินไม่มากแต่ก็พอเลี้ยงตัวเองได้

ช่วงระหว่างหาปลาและปูนาอยู่นั้นได้มีผู้พบเห็นจนนายพรศักดิ์ กลมทุกสิ่ง เจ้าของร้านขายของชำและร้านขายแก๊สหุงต้มแห่งหนึ่งใน อ.เมืองราชบุรี ได้มอบสิ่งของผ่านดาบตำรวจวิเชียร มณีวิหก ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองราชบุรี นายพันธุ์ และนางจรรยา แก้วนุ้ย นำข้าวสารอาหารแห้ง ไข่ไก่ ปลากระป๋อง ซอสปรุงรสนำมามอบให้กับครอบครัวของนายสังวาล เพียรพิทักษ์ ที่บริเวณริมคลองชลประทานที่กำลังหาปลากันอยู่พร้อมกับสอบถามความเป็นอยู่และให้กำลังใจการทำมาหากินให้สู้ๆ อยู่ดูแลครอบครัวกันต่อไป 

สำหรับผู้ใจบุญที่อยากจะให้ความช่วยเหลือสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่นายสังวาลย์ เพียรพิทักษ์ หมายเลข 080 – 4169521 ได้ –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงตาบุญชื่น’ธุดงค์เท้าเปล่าจากภูเก็ต ถึงเพชรบุรีแล้ว

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621321

'หลวงตาบุญชื่น'ธุดงค์เท้าเปล่าจากภูเก็ต ถึงเพชรบุรีแล้ว

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.42 น.

หลวงตาบุญชื่น พระธุดงค์สายป่า วัย 72 ปี เดินธุดงค์ต่อเนื่องเป็นวันที่ 28 ล่าสุดเข้าเขตจังหวัดเพชรบุรีแล้ว

วันที่ 10 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโท พระธุดงค์สายป่า วัย 72 ปี ซึ่งเดินธุดงค์เท้าเปล่าจากจังหวัดภูเก็ต เพื่อไปยังจังหวัดนครพนมบ้านเกิด รวมระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร โดยวันนี้หลวงตาบุญชื่นเดินธุดงค์ต่อเนื่องมาเป็นวันที่ 28 แล้ว เริ่มออกจากวัดไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่เช้าตรู่ และเดินธุดงค์เข้าเขตอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

โดยตลอดเส้นทางพบว่ามีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่ทราบข่าว นำน้ำดื่มและนมมารอถวายหลวงตา ตลอดเส้นทาง ท่ามกลางการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ฯ โดยในค่ำคืนนี้หลวงตาบุญชื่น จะพักจำวัด ณ วัดชะอำคีรี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปเที่ยวเมืองสองแควพาแวะชิม ‘ขนมข้าวเหนียวขนุนชาววัง’ ที่บ้านหอกลอง

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621312

ไปเที่ยวเมืองสองแควพาแวะชิม 'ขนมข้าวเหนียวขนุนชาววัง' ที่บ้านหอกลอง

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.57 น.

ชวนชิมเมนูขนมข้าวเหนียวขนุนชาววัง บ้านหอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่สูตรต้นตำรับจากย่าทวดสืบทอดมาสู่ลูกหลาน พิถีพิถันในทุกขั้นตอนการทำและต้องเป็นออแกนิก รสชาติอร่อย หอมมัน เหมาะกับทานเป็นอาหารว่าง หรือจัดเบรก

ที่บ้านสวนปันสุข เลขที่ 196 หมู่ 2 ต.หอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พาไปชิมเมนูขนมไทยโบราณ อย่างเมนูขนมข้าวเหนียวขนุนชาววัง สูตรของแม่ไก่แห่งบ้านหอกลอง ซึ่งเป็นเมนูขนมไทย หรืออาหารว่างสมัยโบราณที่ปัจจุบันหาทานสูตรแท้ๆ ดั้งเดิมไม่ค่อยได้

นางมนัสนันท์ เพ็งสุวรรณ์ หรือแม่ไก่ อายุ 50 ปีเล่าที่มาที่ไปให้ฟังว่า ขนมข้าวเหนียวขนุนชาววังแห่งบ้านหอกลองนั้นตนได้สืบทอดสูตรมาจากยายทวดอีกที เป็นสูตรชาววังที่พิถีพิถันในการทำทุกขั้นตอนทุกอย่างเป็นอินทรีย์หมด เริ่มตั้งแต่ข้าวเหนียวที่นำมาทำเป็นข้าวเหนียวออแกนิกที่ปลูกเองแบบเกษตรอินทรีย์นำไปแช่น้ำค้างคืนทิ้งไว้ พอเช้ามาก็นำไปนึ่งให้สุก 

จากนั้นนำหัวกะทิมาเคี่ยวกับน้ำตาลน้ำอ้อยตัดเค็มด้วยเกลือชมพู เพราะเกลือชมพูจะให้ความเค็มแบบนัวร์ๆ และเป็นเกลือที่มีประโยชน์มากมายจากนั้นพอเคี่ยวน้ำกะทิได้งวดแล้วก็นำข้าวเหนียวที่นึ่งไว้ลงมาคลุกกับหัวกะทิเคล้ากันให้ทั่วแล้วพักไว้ให้ข้าวเหนียวขึ้นตัว จากนั้นนำขนุนซึ่งขนุนที่นี่จะปลูกแบบออแกนิกในสวนของตัวเองนำขนุนมาปลอกแกะเม็ดขนุนออกและฉีกเป็นเส้นๆ พอดีคำจากนั้นพักขนุนใส่จานไว้แล้วมาทำหัวกะทิราดโดยต้มหัวกะทิผสมน้ำตาลน้ำอ้อยและเกลือชมพู ผสมให้เข้ากัน

จากนั้นพักให้เย็นนำข้าวเหนียวที่มูลไว้มาใส่ใบตองเหมือนหอข้าวต้ม นำขนุนเส้นที่ฉีกไว้มาเรียงบนข้าวเหนียวมูลและปิดทับด้วยข้าวเหนียวมูลอีกชั้น ราดทับด้วยหัวกะทิเล็กน้อยไม่ให้เยิ้มเกิน จับนมใบตองเหมือนกับทำข้าวต้ม แต่ไม่ต้องนำตอกมามัด ทั้งไว้เป็นชิ้นแบบนั้น นำไปเรียงใส่ซึ้งนึ่งประมาณ 20 นาทีก็เป็นอันเสร็จจะได้ข้าวเหนียวขนุนชาวังที่ให้รสชาติอร่อย หวานมัน หอมกลิ่นขนุน จะทานกับชา กาแฟ หรือทานเป็นเมนูว่างก็ได้หมด

สำหรับใครที่สนใจอยากจะชิมเมนู ขนมข้าวเหนียวขนุนชาววัง บ้านหอกลอง หรือสนใจติดต่อนำไปออกร้าน หรือจัดเบรกเลี้ยงประชุม สัมมนา ในราคาชิ้นละ 8 บาทเท่านั้นก็สามารถติดต่อได้ สั่งออเดอร์ล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน ที่บ้านสวนปันสุข โทร 081-5325213 ได้  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันหยุด 3 วันพาเที่ยว ‘นาทีเดียวเที่ยว 3 จังหวัด’ ยอดภูสระดอกบัวที่อำนาจเจริญ

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621309

วันหยุด 3 วันพาเที่ยว 'นาทีเดียวเที่ยว 3 จังหวัด' ยอดภูสระดอกบัวที่อำนาจเจริญ

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.45 น.

อยู่ในช่วงวันหยุดติดต่อกัน 3 วัน วันนี้จะพาไปเที่ยว “นาทีเดียว เที่ยว 3 จังหวัด” เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวัดอำนาจเจริญ โดยไปตามถนนชยางกูร ระยะทาง 5 กิโลเมตรเข้าตัวเมืองอำนาจเจริญ เลี้ยวซ้ายสี่แยกใจกลางเมืองอำนาจเจริญ(หอนาฬิกา)สู่ถนนอรุณประเสริฐ ประมาณ 3 กิโลเมตร เข้าถนนสายรอง อำนาจ-ชานุมาน ราวๆ 20 กิโลเมตร ถึง ต.หนองไฮ อ.เสนางคนิคม ขึ้นภูเขาลัดเลาะไปตามถนนลูกรังผ่านสวนยางพาราและไร่มันสำปะหลัง 2 ข้างทางประมาณ 5 กิโลเมตร ก็ถึงยอดภูเขาสระดอกบัว  หรือ อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว 

สำหรับอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ ยโสธร และมุกดาหาร มีเนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ 1 แสน 4 หมื่น 4 พันกว่าไร่ หรือ 231 ตารางกิโลเมตร

ทั้งนี้ สภาพแวดล้อมของอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ยังคงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ปกคลุมด้วยป่าไม้นานาพันธ์ ที่แทรกตัวเติบโตขึ้นเป็นป่าบนภูหินผา ที่มีพื้นที่สูงต่ำ และลาดชัน ตลอดเส้นทางของการเดินทางเที่ยวชม โดยมีโขดหินหนาดใหญ่ตั้งตระหง่านบนลานโล่ง เกิดรูปลักษณ์แปลกตาน่าอัศจรรย์และสวยงามยิ่งนัก เป็นประติมากรรม ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้น ด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน 

นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว ยังมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ ประกอบด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ กิ่งไม้ ใบไม้ปกคลุมเกิดความร่มรื่น จึงเป็นแหล่งศึกษาพืชสมุนไพรทางธรรมชาติที่หลากหลายชนิดและยังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่แห่งนี้ เคยเป็นพื้นที่สีแดง เป็นฐานที่ตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีตที่ยังคงทิ้งร่องรอยเป็นอนุสรณ์ เพื่อรำลึกถึงอดีตของการต่อสู้ทางอุดมการณ์ ปรากฏให้เห็นตลอดเส้นทางธรรมชาติ ต้องเดินผ่านบริเวณพื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ อำนาจเจริญ ยโสธร และมุกดาหาร ซึ่งจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ยืนต้นตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ อันเป็นที่มาของคำว่า “นาทีเดียว เที่ยว 3 จังหวัด”

โดยเฉพาะ ไฮไลท์อยู่ที่ “กุมภลักษณ์” หรือแอ่งหินบนยอดเขาหลายสิบแอ่ง ที่มีขนาดกว้าง 3 -5 เมตรในแต่ละแอ่งจะมีน้ำเต็มปริ่มตลอด และเป็นที่น่าทึ่งถึงกับตะลึงอย่างยิ่ง ก็คือในแอ่งน้ำจะมีบัวขึ้นตามธรรมชาติ และทุกแอ่งหินก็จะมีดอกบัวผุดขึ้นเหนือน้ำ สร้างสีสัน สวยงาม รับแสงอาทิตย์ยามสายได้อย่างลงตัว ทั้งสีขาว ชมพู ชูช่อ ล่อยั่วยวนเชิญชวนให้ผู้พบเห็นอดใจไม่ไหวต้องยกกล้องขึ้นบันทึกภาพเก็บไว้ชม เป็นที่ระลึก ว่า ครั้งหนึ่งเคยเดินทางมาพิชิต ยอดเขาแห่งนี้ พร้อมพบเห็นแอ่งน้ำที่มีน้ำและสระบัวเต็มไปหมด ซึ่งออกดอกสวยงามตลอดปี โดยเฉพาดอกบัวแต่ละดอกอิงแอบรวมกันเป็นกลุ่มดุจสวนสวรรค์ของเหล่านางฟ้าก็ไม่ปาน อันเป็นที่มาของอุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว  ที่ซ่อนตัวอยู่บนยอดเขารอการมายืนของบรรดานักท่องเที่ยวตลอดเวลา 

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว หาโอกาสไปย้อนรอยประวัติศาสตร์พื้นที่สีแดงของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว จ.อำนาจเจริญ ซึ่งจะประทับใจไปอีกนาน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตื่นตา! ‘ถ้ำหินพญาชาละวัน’ สุดสวยงามกลางภูเขาหินปูนบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง

Posted on December 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621300

ตื่นตา! 'ถ้ำหินพญาชาละวัน' สุดสวยงามกลางภูเขาหินปูนบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.44 น.

ช่วงหยุดยาว 3 วันเที่ยวชมถ้ำภูเขาหินปูนอายุหลายล้านปีในพื้นที่ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง เมืองพิษณุโลก ชมความงามของหินงอก หินย้อย รูปทรงต่างๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะหินหินพญาชาละวัน ขนาดใหญ่ ที่วัดถ้ำม่วง

วันที่ 10 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มีภูมิทัศน์ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูนอายุหลายร้อยล้านปีจำนวนมากหรือหลายคนเรียกว่า กุ้ยหลินเมืองไทย นอกจากภูเขาหินที่สวยงามแล้วยังมีถ้ำต่างๆ ตามภูเขาหินในพื้นที่ ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามมหัศจรรย์ของธรรมชาติ หินงอก หินย้อย รูปทรงต่างๆ สวยงาม โดยเฉพาะที่ภูเขาหินปูน จะมีถ้ำมาจุด ที่น่าท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เช่นที่เขาหินปูนภายในวัดอัมรินทร์คูหา หรือวัดถ้ำม่วงหมู่ 4 ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าผาท่าพล ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ถ้ำ ของ วัดเขาถ้ำม่วง มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และพบหินรูปจระเข้ยักษ์ หรือพญาชาละวัน ที่จำศีลในถ้ำแม่ละอองน้ำทิพย์ 

พระครูสุภาจารประสิทธิ์ (ไสว) เจ้าอาวาส วัดอัมรินทร์คูหา วัดถ้ำม่วง บอกว่า หินรูปลักษณะ คล้าย พญาจระเข้ ตัวใหญ่ หรือบางท่านเรียกว่าหินพญาชาละวัน นอนจำศีลในถ้ำ แห่งนี้ มีลักษณะเป็น ชั้นหิน ที่เก่าที่สุด มีอายุมากที่สุด ในถ้ำหรือขุนเขาแห่งนี้ ก่อนที่จะเกิดเป็นหินปูน และหิน ชนิดอื่นๆ ในถ้ำและเขาถ้ำม่วงแห่งนี้ หินมีน้ำตาลเข้ม มีลักษณะผิวผุพรุน เนื้อหยาบ ซึ่งผิดกับผิวหินทั่วไป 

ในถ้ำนี้เป็นหินปูนและแกรนิตมีสีเทาอมขาว มีเนื้อแกร่งและผิวมัน และปรากฏมี ตาน้ำไหล ไหลซึมออกมาจาก ชั้นหิน ใต้ท้องหินพญาชาละวัน และหินปูนที่รองรับ หินพญาชาละวัน จนเป็นบ่อน้ำหินไหลซึมออกมาตลอดทั้งปีไม่มีวันเหือดแห้ง ชาวบ้าน เรียกกันว่าบ่อน้ำทิพย์ ในช่วงวันหยุดยาว 3 วัน เชิญนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติก็สามารถมาเที่ยวกันได้ใช้เวลาไม่นาน 2-3 ชั่วโมงก็สามารถเก็บความประทับใจอีกแห่งได้เช่นกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ้เล้ง’โร่ขอโทษปากไวเหยียดอาชีพแอร์ฯ-สจ๊วตเป็น’ขี้ข้าบนเครื่องบิน’

Posted on December 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621299

'เจ้เล้ง'โร่ขอโทษปากไวเหยียดอาชีพแอร์ฯ-สจ๊วตเป็น'ขี้ข้าบนเครื่องบิน'

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.41 น.

จากรณี”เจ้เล้ง”อารียฉัตร อภิสิทธิ์อมรกุล เจ้าของร้านเจ้เล้งดอนเมือง ได้อัดคลิปวิดีโอในช่วงหนึ่งพูดพาดพิงอาชีพแอร์โฮสเตส และสจ๊วตบอกว่าเป็น “ขี้ข้าบนเครื่องบิน” จนลุกลามเป็นดราม่าร้อนในทันที ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในโลกโซเซียลนั้น

ล่าสุด วันนี้ (10 ธ.ค.) เพจ “ร้านเจ้เล้ง ranjaeleng” โพสต์ข้อความด้วยว่า “จากกรณีที่ดิฉัน เจ้เล้ง นางสาวอารยา ลาภชีวะสิทธิฉัตร ได้อัดคลิปทำอาหารในวันที่ 13 กันยายน 2564 ซึ่งส่วนหนึ่งได้กล่าวพาดพิงถึงอาชีพแอร์โฮสเตสกับสจ๊วตตามเนื้อความดังคลิปนั้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อ เกียรติ ศักดิ์ศรี และคุณค่าของอาชีพนั้นๆ ดิฉันไม่ได้สบายใจในคำพูดที่ดิฉันกล่าวออกไปเลย ซึ่งพูดไปตามประสาคนปากไว โดยมิได้มีเจตนาดูหมิ่น หรือเหยียดบุคคล และอาชีพใดๆ ด้วยความโกรธเกลียดเลย

ดิฉันไม่มีคำใดมาแก้ตัว หรือคำอธิบายใดๆ นอกจากคำว่าขอประทานโทษจากใจจริง โดยต่อไปนี้จะมีสติในการสื่อสารให้มากยิ่งขึ้น พร้อมปรับทัศนคติและมุมมองในการอยู่ในโลกสังคมออนไลน์สมัยใหม่ จึงขอให้ทุกคนที่เจ้เล้งได้กล่าวพาดพิง รวมไปถึงชาวเน็ตที่คอมเมนต์ ให้อภัยและให้โอกาสเจ้เล้งได้พิสูจน์ตัวเองด้วยนะคะ”

ก่อนหน้านี้ เจ้เล้ง ได้ชี้แจงว่า ขอโทษหากทำให้กลุ่มแอร์โฮสเตส และสจ๊วตโกรธ และไม่พอใจ ตนไม่ได้มีเจตนาแบบที่พูดไปนั้น เนื่องจากตนได้คุยกับแอร์โฮสเตสสายการบินหนึ่งที่ถูกลดเงินเดือนเหลือ 9,000 บาท จนต้องหาอาชีพเสริม

ตนจึงออกมาพูดว่าไม่ว่าอาชีพทำบนดิน หรือบนฟ้า ในงานบริการทำงานหนักเหมือนกันแต่ได้ค่าตอบแทนที่ต่างกัน ในอดีตอาชีพของแอร์-สจ๊วต รายได้หลักหมื่นถึงแสน แต่ปัจจุบันรายได้ลดลงมาก จึงเปรียบเทียบว่าเด็กปัจจุบันทำงานอยู่ข้างล่าง ก็ยังได้เงินเดือนสูงกว่าแอร์และสจ๊วตในปัจจุบัน ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกหรือบูลลี่อาชีพนี้ เพราะตนเองก็ค้าขายและอยู่กับกลุ่มแอร์ฯ-สจ๊วตมานานแล้ว และใช้บริการสายการบินต่างๆ มานานแล้ว เข้าใจการทำงานอย่างดี ตอนนี้ได้ลบคลิปดังกล่าวออกไป และขอโทษที่ทำให้ทุกคนไม่สบายใจ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกาะสมุยคึกคักหยุดยาว 3 วันนักท่องเที่ยวแห่เที่ยวจนเรือเฟอร์รี่เต็ม

Posted on December 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621262

เกาะสมุยคึกคักหยุดยาว 3 วันนักท่องเที่ยวแห่เที่ยวจนเรือเฟอร์รี่เต็ม

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 11.26 น.

วันที่ 10 ธ.ค.64 บริเวณท่าเทียบเรือเฟอร์รี่ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรือเฟอร์รี่บริษัท ซีทรานเฟอร์รี่ จำกัด ได้นำรถยนต์พร้อมด้วยผู้โดยสารเดินทางจากอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มายังอำเภอเกาะสมุย โดยพบว่าการเดินทางเข้าเกาะสมุยมีปริมาณผู้โดยสารที่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคนไทยมีจำนวนที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารเรือเฟอร์รี่พร้อมเพิ่มเที่ยวเรือเพื่อรองรับการเดินทางที่เพิ่มขึ้น

การเดินทางเข้าเกาะสมุยของนักท่องเที่ยวจำนวนมากเนื่องจากตรงกับวันรัฐธรรมนูญ ที่มีวันหยุดยาววันศุกร เสาร์ อาทิตย์ การเดินทางเข้าเกาะสมุยทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยจะต้องสแกนแพลตฟอร์มสมุย เฮลธ์พาส เพื่อบันทึกข้อมูลส่วนตัว พร้อมการแสดงผลการเข้ารับการฉีดวัคซีนครบโดสตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด 

นอกจากนักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้าเกาะสมุยทางเรอเฟอร์รี่แล้วนักท่องเที่ยวยังเดินทางด้วยเครื่องบินเข้าเกาะสมุยเพิ่ม พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเกาะสมุยเพิ่มขึ้นจากสถิติการเดินทางเข้าเกาะสมุยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 โดยเรือเฟอร์รี่มีจำนวนผู้โดยสารเดินทางเข้าเกาะสมุยมากถึง 2,849 คนและเดินทางด้วยเครื่องบินจำนวน 1,006 คน 

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพบมีการเดินทางเข้าเกาะสมุยเพิ่มขึ้นผ่านรูปแบบ สมุย พลัส แซนด์บ๊อกซ์ และผ่านรูปแบบ เทส แอนด์ โก มีการจองเดินทางเข้าเกาะสมุยล่วงหน้าจำนวน 4,697 คน มีการจองห้องพักล่วงหน้า 31,239 คืน คาดว่าช่วงวันคริสมาสต์และวันปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวเข้าเกาะสมุยเพิ่มขีึ้น ซึ่งจะทำให้เกาะสมุยกลับมาคึกคักอีกครั้ง  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พะเยาอากาศเย็น! นักท่องเที่ยวชมความงามรับลมหนาวกว๊านพะเยาคึกคีก

Posted on December 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621259

พะเยาอากาศเย็น! นักท่องเที่ยวชมความงามรับลมหนาวกว๊านพะเยาคึกคีก

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.41 น.

วันที่ 10 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดพะเยาในช่วงเช้ามีหมอกอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปต่างพากันออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและแข็งแรงสู้กับอากาศที่หนาวเย็น ทั้งนี้ จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามาเที่ยวชมรับลมหนาวที่พัดผ่านร่างกายที่กว๊านพะเยาและชมความสวยงามของกว๊านพะเยาตลอดทั้งวัน  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,638 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
เชียร์เลิกฟรีวีซ่า 60 วัน นักวิชาการ มธ.ชี้สกัด นทท.คุณภาพต่ำ ทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทย

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d