‘คุณหญิงกัลยา’ชูเรียนอาชีวะเกษตรช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลงพื้นที่เปิดงาน’เกษตรตะโกครั้งที่6’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621935

'คุณหญิงกัลยา'ชูเรียนอาชีวะเกษตรช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลงพื้นที่เปิดงาน'เกษตรตะโกครั้งที่6'

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.15 น.

13 ธันวาคม 2564 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานเปิดงาน “เกษตรตะโก ครั้งที่ 6” และวันสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2564  ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) ชุมพร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร โดยมีนายสมพร ปัจฉิมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร นำผู้บริหารส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ผู้นำชุมชน และประชาชนร่วมให้การต้อนรับ

ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร รวมถึงเป็นการสร้างความตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ที่ได้ทรงพระราชดำรัสพระราชทาน เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2532 เกี่ยวกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศ และของโลกที่มีความรุนแรงขึ้น โดยได้ตรัสเตือนพสกนิกรให้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และให้ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องปฏิบัติ มิใช่เพียงเพื่อประเทศไทยเท่านั้น หากเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของโลกด้วย

“ทั้งนี้ ขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจในการจัดงานนี้ โดยเฉพาะวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ที่ได้มีการจัดแสดงผลงานทางวิชาการ รวมทั้งการจัดนิทรรศการ เวทีให้ผู้เรียนแสดงออกถึงศักยภาพและทักษะทางวิชาการที่เป็นผลจากการเรียนรู้โดยการปฏิบัติจริงให้ปรากฎเป็นรูปธรรมในด้านวิชาชีพ ซึ่งนับว่าเป็นผลงานที่มีคุณค่ายิ่ง ทั้งยังเป็นการแสดงถึงศักยภาพแห่งความสำเร็จทางด้านการจัดศึกษา เพื่อประกอบอาชีพด้านการเกษตรของจังหวัดชุมพรอีกด้วย และขอชื่นชมทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจในการจัดงานครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา เกษตรกรชาวจังหวัดชุมพร และผู้เข้าร่วมชมงาน ที่จะได้นำความรู้ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพรให้ขับเคลื่อนไปได้อย่างยั่งยืน” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

สำหรับการจัดงาน “เกษตรตะโก ครั้งที่ 6” และวันสิ่งแวดล้อมไทย ประจำปี 2564 ในระหว่างวันที่ 5-16 ธันวาคม 2564 นี้ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร (วษท.ชุมพร) ได้ร่วมกับบริษัท นเรศวรร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จัดงานขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร สร้างความตื่นตัวและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือ รัชกาลที่ 9 กับการอนุรักษ์น้ำ, รัชกาลที่ 9 กับการอนุรักษ์ดิน ตลอดจนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน
 

‘ตรีนุช’เพิ่มโอกาสเด็กถิ่นทุรกันดาร เรียนอุดมศึกษาสายสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621916

'ตรีนุช'เพิ่มโอกาสเด็กถิ่นทุรกันดาร เรียนอุดมศึกษาสายสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.19 น.

วันที่ 13 ธันวาคม 2564 ที่หอประชุมอาคารบุญเล็ก โรงเรียนสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว มีพิธีลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ( MOU) ระหว่างสถาบันพระบรมราชชนกกับโรงเรียนเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษา เขตพื้นที่สุขภาพที่ 6 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธี มีนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ศ. (พิเศษ) ดร.นพ. วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก และ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตพื้นที่สุขภาพที่ 6 ร่วมพิธี  
 
นางสาวตรีนุช กล่าวตอนหนึ่งว่า การลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างสถาบันพระบรมราชชนก กับโรงเรียนเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษา เขตพื้นที่สุขภาพที่ 6 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดสมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และสระแก้ว ในวันนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมผ่านมา  ตนและนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษา และพัฒนาสุขภาพของผู้เรียนทุกช่วงวัย ซึ่งหนึ่งในโครงการภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว คือ  โครงการสถาบันพระบรมราชชนกสัญจร “สบช. สัญจร” ซึ่งเป็นโครงการที่สถาบันพระบรมราชชนก ได้มีส่วนช่วยกระจายโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนในท้องที่ห่างไกลทุรกันดาร  ได้เข้าถึงการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพเพิ่มมากขึ้น
 
“ดิฉันยินดีที่ได้มาเป็นประธานในวันนี้ และขอชื่นชมทุกฝ่ายที่จะร่วมมือกันมอบโอกาสที่ดี ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษา เขตพื้นที่สุขภาพที่ 6 ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมสถาบันพระบรมราชชนก โดยอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก ที่มีแนวคิดในการจัดทำโครงการ สบช.สัญจร ในการส่งมอบโอกาสดี ๆ ให้แก่นักเรียนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาบุคลากรของชาติให้มีโอกาสได้รับการศึกษา มีความรู้ทางสุขภาพที่ครอบคลุม เพื่อดูแลตนเอง ครอบครัว สังคม และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไปในอนาคต”  รมว.ศธ.กล่าว
 
  ทั้งนี้ โครงการ สบช.สัญจร มีวัตถุประสงค์ในการสร้างความร่วมมือทางวิชาการและสร้างเครือข่ายทางการศึกษาระหว่างสถาบันกับสถานศึกษาต่าง ๆ ในทุกเขตสุขภาพ เพื่อการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนในท้องถิ่นที่ห่างไกล ท้องถิ่นทุรกันดารได้เข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในสาขาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่สถาบันพระบรมราชชนก โดยในปีการศึกษา 2565 นี้ สถาบันฯได้จัดสรรที่นั่งให้แก่นักเรียนได้เข้าศึกษาในคณะพยาบาลศาสตร์ จำนวน 4 คน และคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ จำนวน 1 คนต่อโรงเรียน มีเป้าหมายครอบคลุมโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 900 โรงเรียน
นอกจากนี้ นางสาวตรีนุช ยังได้ร่วมประชุมปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยมอบนโยบายให้แก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) และ ผู้บริหารสถานศึกษาในจังหวัดสระแก้วในการติดตามประเด็นต่าง ๆ อาทิ โครงการโรงเรียนคุณภาพ ห้องเรียนคุณภาพ บ้านพักครู ความปลอดภัยในสถานศึกษา ปัญหาเด็กตกหล่น และกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning รวมถึงการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ว่า คุณภาพการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งตนตั้งใจยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น และตนทราบดีว่า ผู้บริหาร และครู ตั้งใจทำงาน แต่การทำงานก็อาจจะมีช่องโหว่หรือรูรั่วเกิดขึ้น ดังนั้น หากมีปัญหาก็ให้แจ้งมาที่กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งตนพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนและร่วมอุดรูรั่วนั้นๆ
 

osk90 แต่งชุดนักเรียนย้อนเวลา50ปีร่วมกิจกรรมรับน้องสู่แดนสวนฯ64 เป็นปีที่ 10

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621866

osk90 แต่งชุดนักเรียนย้อนเวลา50ปีร่วมกิจกรรมรับน้องสู่แดนสวนฯ64 เป็นปีที่ 10

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.52 น.

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564  ที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เขตพระนคร นายกาญจนะ ม่วงศิริ  (รหัสประจำตัวนักเรียนสวนกุหลาบฯ  18218) ประธานบริษัท เอเชียเด้นท์ ประธาน มาร์เบลก จำกัด  ประธาน osk90 นำบรรดาศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 90 ที่เข้าเรียนระหว่างปี พ.ศ.2514-2518 จำนวน 68 คน มาเป็นตัวแทนปีนี้ในการต้อนรับรุ่นน้องศิษย์ปัจจุบัน ม.1  (รุ่น SK 145) เข้าสู่แดนสวนฯ ซึ่งปกติจะจัดกิจกรรมดังกล่าวในวันแรกของภาคเรียนที่ 1 แต่สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนมาจัดในวันนี้ ท่ามกลางมาตรการการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจวัดอุณหภูมิทุกคนที่จะเข้ามาภายในโรงเรียน เจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อฯ สวมใส่หน้ากากอนามัย

โดยกิจกรรม “มหัศจรรย์วันสุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย”เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกโดยศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่น 81 พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ วัฒนสุคนธ์ ประธานรุ่น osk81 เป็นผู้ริเริ่มจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2555 ที่จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 10 ปี

กิจกรรมในวันนี้กำหนดให้ศิษย์เก่าในรุ่น(osk90)ทุกคนที่มาร่วมงานแต่งเครื่องแบบชุดนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ร่วมกันเข้าแถวเคารพธงชาติและสวดมนต์ในยามเช้าพร้อมกับนักเรียนสวนกุหลาบฯ ศิษย์ปัจจุบัน บริเวณสนามหญ้าหน้าเสาธงและตึกยาวของโรงเรียน

เพื่อเป็นการย้อนอดีตรำลึกถึงวันแรกที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้

พร้อมกับให้น้องศิษย์ปัจจุบันได้มองเห็นพี่ ๆ ศิษย์เก่าฯ ที่แต่ละท่านประสบความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงาน สร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง ครอบครัวและสถาบัน เป็นตัวอย่างให้น้องๆ ได้ภาคภูมิใจในการได้มาเป็นนักเรียนสวนกุหลาบฯ สถาบันที่ผลิตบุคลากรที่ดีกับประเทศชาตินี้มาเป็นเวลายาวนาน ดั่งคำกล่าวว่า”ความเป็นสวนกุหลาบนั้นเป็นตลอดชีวิต”

ศิษย์เก่าสวนกุหลาบฯ osk90 ที่เป็นบุคคลรู้จัก อาทิ เช่น พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ เนวิน ชิดชอบ วัฒนา เมืองสุข วีระ สมความคิด สมชัย ศรีสุทธิยากร สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล  ดร. ธนศักดิ์ วหาวิศาล เป็นต้น

พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ ผู้ริเริ่มจัดกิจกรรม  “มหัศจรรย์วันสุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย”ที่มาร่วมกิจกรรมวันนี้ด้วย กล่าวว่า บรรยากาศอบอุ่นมาก ดีใจที่มีการสานต่อกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 แล้ว ขอฝากให้น้องๆ สานต่อประเพณีนี้สืบต่อไป

ส่วนในช่วงบ่ายวันเดียวกันจะมีการจัดกิจกรรมรับน้องสวนฯละอ่อน โดยรุ่นพี่ๆ ที่เพิ่งเรียนจบออกไป

‘เลขาธิการ สกสค.’รอเกณฑ์ประเมินใหม่ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมขอพึ่งศาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621791

'เลขาธิการ สกสค.'รอเกณฑ์ประเมินใหม่ หากไม่ได้รับความเป็นธรรมขอพึ่งศาล

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.10 น.

13 ธ.ค.64 นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทสงการศึกษา (เลขาธิการ สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการ สกสค. ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเมื่อเร็ว ๆนี้ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติแก้ไขหลักเกณฑ์การประเมินผลงานของเลขาธิการ สกสค. ตามที่ตนได้ยื่นหนังสือคัดค้านไปแล้วนั้น  ขณะนี้ ตนได้รับแจ้งมติดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว โดยคณะกรรมการ สกสค.ได้แก้ไขเกณฑ์การการประเมิน จากเดิมที่กำหนดให้ผ่าน 75% แก้เป็น 60%   ส่วนการประเมินสมรรถนะซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในสัญญาจ้างและแผนการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสศ. ซึ่งยังคงประเมินสมรรถนะอยู่ แต่ไม่นำมาคิดเป็นคะแนนผ่าน เหตุผลที่ยังประเมินโดยอ้างถึงคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องของความโปร่งใส คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งตนก็ยินดีและรับได้กับการแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ตนได้รับแจ้งว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการบอร์ด สกสค.ในวันที่ 22 ธันวาคม นี้อีกครั้ง

นายธนพร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ตนได้ยืนหนังสือคัดค้านกรรมการประเมินผลงานฯ รายหนึ่งไปแล้ว เพราะเคยเป็นกรรมการสืบข้อเท็จจริงเรื่องที่ตนเคยถูกกล่าวหาว่าทุจริตในการสรรหา ผอ.สกสค.ใน 3 จังหวัด ทั้งๆที่เกณฑ์อยู่ในขั้นตอนของการรับสมัคร  และช่วงที่ตนไปให้ปากคำกรรมการคนดังกล่าวก็ใช้คำถามที่ตนรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมและไม่เป็นกลาง แต่ถ้าบอร์ด สกสค. มีมติยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนตัวกรรมการประเมินฯคนดังกล่าวออก ตนก็จะไม่ยื่นคัดค้านกรรมการรายดังกล่าวอีก เพราะได้ยื่นคัดค้านไปแล้วถึง 2 ครั้ง  เมื่อบอร์ด สกสค.มีมตืยืนยันที่จะไม่เปลี่ยนตัว เพราะตนก็เคารพมติของคณะกรรมการ สกสค. แม้ไม่เห็นด้วย แต่ถ้าผลการประเมินตนออกมาไม่เป็นธรรม  คณะกรรมการ สกสค.ก็ต้องรับผิดชอบด้วย  และตนจะดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย ต้องพึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งศาลปกครอง ศาลแรงงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น ขอใช้สิทธิ์อย่างเต็มที่

นายธนพร กล่าวต่อว่า การปรับเกณฑ์ประเมินฯดังกล่าว จะปรับแก้ทั้ง 3 ตำแหน่ง ทั้งเลขาธิการ สกสค. เลขาธิการคุรุสภา และผู้อำนวยการองค์การค้า เพราะเป็นเกณฑ์การประเมินเดียวกัน และกรรมการเป็นกรรมการประเมินก็ชุดเดียวกัน เพราะหากแก้เฉพาะเลขาธิการ สกสค. อีก 2 องค์กรก็จะมีปัญหาตามมาภายหลังได้

 “ตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะรับมติเกณฑ์การประเมินฯใหม่หรือไม่ ต้องรอดูก่อน เพราะวันที่ 14 ธ.ค.นี้ คณะกรรมการประเมินฯจะประชุมแก้ไขเกณฑ์ใหม่ตามมติบอร์ด สกสค. หลังจากที่คณะกรรมการประเมินฯแจ้งเกณฑ์ฯใหม่มาให้ผมแล้ว ผมก็ต้องดูรายละเอียดเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญดูข้อกฏหมายและมาตรฐานการประเมินและดูความถูกต้องก่อน ถ้าไม่มีสอดไส้อะไรที่เป็นเรื่องน่ากังวล ถ้าเกณฑ์เป็นธรรมที่วิญญูชนรับได้ผมก็รับได้ เพราะผมก็อยากประเมิน ผมอยากโชร์ผลงานให้สังคมได้เห็นว่า สกสค.ในยุคผมนั้นโปร่งใสทันสมัยอย่างไรและใส่ใจในการบริการอย่างไร” นายธนพร กล่าว

‘วิศวะฯมข.’จับมือ‘กฟผ.’ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านพลังงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621653

‘วิศวะฯมข.’จับมือ‘กฟผ.’  แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านพลังงาน

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัดโครงการงานวันภูมิปัญญาไฟฟ้าอีสาน ประจำปี 2564 และ ENKKU-EGAT Open House ในหัวข้อ 2S with 2E (Smart & Sustainable Solution with Green Energy & Emerging Technology) ภายใต้โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง กฟผ. และ มข. ซึ่งกิจกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ คณาจารย์เจ้าหน้าที่ นักศึกษา บุคลากรจาก กฟผ.ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านพลังงานระหว่างกันณ ห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้น 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น และระบบการประชุมออนไลน์

รศ.ดร.รัชพล สันติวรากร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาสังคมขณะนี้ ได้แก่ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านทางการแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขและเครื่องมือแพทย์ ด้านเทคโนโลยี AI ปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลายหุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับ สมาร์ทฟาร์ม อุตสาหกรรมการเกษตร และด้านพลังงานสีเขียว พลังงานทดแทนการประหยัดพลังงานต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาโลกร้อน

ซึ่งนวัตกรรมของ มข. ที่ผลิตออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมและพัฒนาประเทศ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ รถจักรยานยนต์อีวีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังงานสีเขียว คงคาร์บอนต่ำ ปัจจุบันมีต้นแบบใช้งานแล้ว 12 คัน โดยมีแนวโน้มที่จะวางแผนให้บริการนักศึกษาอย่างครอบคลุม ในการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแทนรถจักรยานยนต์ส่วนตัว นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัตโนมัติ หรือ AI เพื่อช่วยดูแลสมาร์ทฟาร์ม เป็นชุดคิดขนาดเล็กดูแลการปลูกพืชให้เกษตรกรสะดวกสบายต้นทุนต่ำและได้ผลผลิตสูง

รศ.ดร.รัชพล กล่าวต่อไปว่า นักวิจัย นักวิชาการ ต้องร่วมมือกับเอกชนเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก เอาความรู้ไปใช้บริหารงานต่างๆ ภาระงานสอนอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ ต้องลงพื้นที่เพื่อร่วมมือกับภาคประชาชนแก้ไขปัญหา จึงจะสามารถดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ส่วน กฟผ.ก็เป็นหน่วยงานพันธมิตรมีสัมพันธ์แนบแน่นที่มีบันทึกข้อตกลงร่วมกันยาวนานกว่า16 ปี แล้ว

โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้พัฒนาบุคคล ทีมนักวิจัย และเทคโนโลยี ตอบโจทย์กฟผ. เช่น นวัตกรรมปัญหาภัยแล้ง ปัญหาการจัดการน้ำ ฝุ่นในโรงงานผลิตไฟฟ้าน้ำพอง เพื่อกระตุ้นให้เกิดพลังงานทดแทน เพื่อช่วยให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นอย่างยั่งยืนตอบโจทย์การจัดงานในวันนี้ การแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาดและยั่งยืน และใช้พลังงานสีเขียวบวกเทคโนโลยีเกิดใหม่

นายพลศรี สุวิศิษฏ์อาษา รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากแนวโน้มทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งส่งผลต่อการผลิตและการบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้า รวมถึงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก บริบทด้านพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ นโยบายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในส่วนภาคพลังงานไฟฟ้าที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน (Transformation) ด้วยการนำเอานวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้งานมากขึ้นจึงเป็นที่มาของการจัดงานครั้งนี้ซึ่งคาดหวังว่าจะเกิดประโยชน์ต่อวงการพลังงานและดูแลสิ่งแวดล้อมของชาติ

‘กสม.’ผนึกกำลัง12มหา’ลัยภูมิภาค ขับเคลื่อนงานส่งเสริม-คุ้มครองสิทธิฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621652

‘กสม.’ผนึกกำลัง12มหา’ลัยภูมิภาค  ขับเคลื่อนงานส่งเสริม-คุ้มครองสิทธิฯ

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในทุกภูมิภาคจัดตั้งศูนย์ศึกษาและประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค ขึ้นมารวม 12 แห่ง เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ส่งเสริมให้ประชาชนได้รับความรู้ ความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนและได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างทั่วถึง

โดยเมื่อวันที่ 2-3 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมา น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นางปรีดา คงแป้น ผศ.สุชาติ เศรษฐมาลินี น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์ น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนภารกิจด้านส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน ภายใต้ศูนย์ศึกษาและประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค ร่วมกับเจ้าหน้าที่และคณาจารย์จากศูนย์ศึกษาและประสานงานฯ ทั้ง 12 แห่ง

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ วางกรอบการดำเนินงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงานระหว่างศูนย์ศึกษาและประสานงานฯในแต่ละภูมิภาค ซึ่งจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสำรวจสถานการณ์แต่ละภูมิภาคในเบื้องต้น พบว่า สถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมใช้และจัดการฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การขาดการมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาขนาดใหญ่

ข้อพิพาทกรณีที่อาศัยที่ทำกินของประชาชนทับซ้อนที่ดินของรัฐ ปัญหาการไร้สิทธิและสถานะทางทะเบียน สิทธิในกระบวนการยุติธรรมจากการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคง และสิทธิแรงงาน ทั้งนี้ นโยบายหลักประการหนึ่งในการทำงานของ กสม. ชุดปัจจุบัน คือ มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองสิทธิฯ และได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที

ดังนั้น การดำเนินงานในระดับภูมิภาคจึงเป็นภารกิจสำคัญภารกิจหนึ่งที่ กสม. มุ่งขับเคลื่อนให้เกิดการทำงานร่วมกันกับภาคีเครือข่ายทั้งสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การส่งเสริมความรู้และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน ที่ถูกละเมิดสิทธิได้อย่างรวดเร็ว และสอดคล้องกับบริบทปัญหาของแต่ละภูมิภาคซึ่งแตกต่างกัน

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาและประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค 12 แห่ง ซึ่งร่วมขับเคลื่อนงานกับ กสม. มีที่ตั้ง ณ สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จังหวัดปัตตานี 2.มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 3.มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี 4.มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

5.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 6.มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี 7.มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี 8.มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 9.มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา 10.มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต 11.มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี และ 12.มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา