‘สสส.’หนุนสร้างผู้นำสุขภาพในองค์กร หวังลดแรงงานไทยป่วย-ตายจาก‘NCDs’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621649

‘สสส.’หนุนสร้างผู้นำสุขภาพในองค์กร  หวังลดแรงงานไทยป่วย-ตายจาก‘NCDs’

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการพัฒนาหลักสูตรอบรมผู้นำสุขภาพในสถานที่ทำงาน เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมาณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. หวังคนไทยลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรค NCDs ลง 1 ใน 3 ภายในปี 2573

นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. สนับสนุนโครงการพัฒนาหลักสูตรอบรมผู้นำสุขภาพฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมทักษะและความรู้ให้กับผู้นำสุขภาพ (Health Leader) ในสถานที่ทำงานเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ในประชาชนวัยทำงาน ซึ่งโรค NCDs เป็นปัญหาใหญ่ในกลุ่มคนวัยทำงาน พบว่า ตลอด 2 ปี ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แรงงานไทยกว่า 38 ล้านคน (ข้อมูลไตรมาส 2 ในปี 2564 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน-BOI) ประสบความยากลำบากในการทำงาน

และมีอุปสรรคในการใช้ชีวิตให้มีสุขภาวะทั้งการกิน อยู่ การมีกิจกรรมทางกาย หรือแม้แต่สุขภาพจิต ดังนั้น “หลักสูตรอบรมผู้นำสุขภาพในสถานที่ทำงาน” ของเครือข่ายคนไทยไร้พุง จึงเป็นกุญแจสำคัญเพื่อสุขภาวะที่ดีของคนในองค์กรวัยทำงานที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ และเป็นผู้ดูแลกลุ่มวัยอื่นๆในครอบครัว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ สสส. ที่มุ่งสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการสร้างสังคมสุขภาวะ

นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า การส่งเสริมสุขภาวะประชาชน โดยเฉพาะวัยทำงาน เป็นภารกิจที่ สสส. ให้ความสำคัญ โดยปี 2561 โรคไม่ติดต่อที่เป็นสาเหตุการตาย 3 อันดับแรกได้แก่ โรคมะเร็งรวมทุกประเภท รองลงมาคือ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือด โดยประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs เท่ากับ 427.4 คนต่อประชากรแสนคน (ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562)

ซึ่ง สสส. ทำงานร่วมกับสมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อ เพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อระดับชาติ หวังให้บรรลุ 9 เป้าหมายโลกเกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อ ตามที่ประเทศไทยได้ให้คำมั่นสัญญาตกลงรับเป้าหมายไว้กับองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยตั้งเป้าให้ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อลง (เสียชีวิตก่อนอายุ 70 ปี) ร้อยละ 25 ภายในปี 2568 และเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) คือ ลดการตายก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อลง 1 ใน 3 ภายในปี 2573

รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ ประธานหลักสูตรอบรมผู้นำสุขภาพในสถานที่ทำงาน กล่าวว่า หลักสูตรนี้ประกอบไปด้วย
5 ชุดวิชา ได้แก่ 1.รู้จัก NCDs การตรวจประเมินและการจัดการเชิงป้องกัน 2.การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย 3.การส่งเสริมโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดีห่างไกลโรค 4.การพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร สร้างแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพ และ 5.การออกแบบและดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพในองค์กร ตามแนวคิด Design Thinking for Healthy Organization

โดยรูปแบบการอบรมเป็นแบบผสมผสาน มีการอบรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ การศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเอง และการจัดทำข้อเสนอโครงการที่จะนำไปใช้ในองค์กรของตน งานที่มอบหมายใช้ระยะเวลาอบรมรวม 60 ชั่วโมง โดยผู้ที่ผ่านการอบรมตามเกณฑ์ จะได้รับใบประกาศนียบัตรจากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และการให้คำปรึกษาต่อเนื่องเพื่อดำเนินโครงการที่เหมาะสมกับองค์กร ซึ่งในอนาคตก็จะมีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการสร้างเสริมสุขภาพพนักงาน

ศ.(เกียรติคุณ) พญ.วรรณี นิธิยานันท์ ประธานเครือข่ายคนไทยไร้พุงกล่าวว่า ขณะนี้มีองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจในการพัฒนาผู้นำสุขภาพให้เกิดขึ้น โดยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานเปิดตัวหลักสูตรกว่า 60 องค์กรทั้งหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานเอกชน โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา ฯลฯ ซึ่งองค์กรสามารถส่งบุคลากรเข้าร่วมโครงการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 8-18 ธันวาคม 2564 และสามารถลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ได้ที่ email : raipoong@gmail.com โดยจะมีเจ้าหน้าที่หลักสูตรติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม และอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการสมัคร ตลอดจนแจ้งรายละเอียดตารางเรียน และช่องทางการอบรมให้ทราบต่อไป

‘ศาลปกครอง’ประกาศเจตจำนงสุจริตในการบริหารราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621646

‘ศาลปกครอง’ประกาศเจตจำนงสุจริตในการบริหารราชการ

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางสมฤดี ธัญญสิริ เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง เปิดเผยว่า สำนักงานศาลปกครองได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญหาการทุจริตซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของชาติและมีผลกระทบต่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี จึงได้เข้าร่วมโครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ(Integrity and Transparency Assessment) หรือ ITA ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 เป็นต้นมา

และได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ITA มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพในการให้บริการ การอำนวยความสะดวกต่อประชาชนให้เข้าถึงบริการสาธารณะด้วยความเป็นธรรมอย่างมีมาตรฐาน รวมทั้งป้องกันประเด็นที่อาจเป็นความเสี่ยงหรือเป็นช่องทางที่อาจจะก่อให้เกิดการทุจริต การรับสินบน หรือก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน และสามารถยับยั้งการทุจริตหรือผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเท่าทันสถานการณ์

ดังนั้น เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ สำนักงานศาลปกครอง จึงขอประกาศเจตจำนงสุจริตในการบริหารราชการ เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดดังนี้ 1.อุทิศตนเพื่อผลสัมฤทธิ์ของงาน รับผิดชอบต่อหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีธรรมาภิบาล ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ตั้งไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่ชอบหรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน อามิสสินจ้าง หรือผลประโยชน์อื่นใดอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย

2.ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสพร้อมที่จะถูกตรวจสอบได้ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานของสำนักงานศาลปกครอง และจัดให้มีช่องทางรับฟังความคิดเห็นหรือข้อร้องเรียนของประชาชน 3.ปรับปรุงและพัฒนาวิธีการ ขั้นตอนการดำเนินงานและการให้บริการอย่างมีมาตรฐานเพื่อให้ประชาชน และผู้รับบริการสามารถเข้าถึงการอำนวยความยุติธรรมของศาลปกครองได้โดยสะดวกรวดเร็ว โปร่งใสและเท่าเทียม

และ 4. เสริมสร้างคุณธรรมในการปฏิบัติงาน และปลูกฝังให้บุคลากรสำนักงานศาลปกครองยึดมั่นในวัฒนธรรมของสำนักงานศาลปกครอง (TURST) ความพอเพียง และไม่ทนต่อการทุจริตในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ เพื่อแสดงถึงเจตจำนงที่แน่วแน่และให้ความสำคัญในการต่อต้านการทุจริต รวมถึงการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแท้จริง จึงได้มีประกาศสำนักงานศาลปกครอง เรื่อง มาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสำนักงานศาลปกครองอีกฉบับหนึ่งด้วย

เพื่อให้หน่วยงานภายในทุกหน่วยงานใช้เป็นกรอบทิศทางในการยกระดับการบริหารจัดการองค์กรของสำนักงานศาลปกครองให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ และเป็นแนวทางในการปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรมีคุณธรรม จริยธรรมปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนในหน่วยงาน และเพื่อส่งมอบการบริการด้านการอำนวยความยุติธรรมทางปกครองที่มีคุณภาพตามมาตรฐานด้วยความเป็นธรรมให้กับประชาชนต่อไป

สัมมนาออนไลน์‘ทำธุรกิจต้องรู้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621647

สัมมนาออนไลน์‘ทำธุรกิจต้องรู้’

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ขอเชิญร่วมงานสัมนนา (ออนไลน์) หัวข้อ “ทําธุรกิจต้องรู้วางแผนธุรกิจให้เติบโตและสร้างกลยุทธ์การปรับขยาย : อย่างไร เมื่อไหร่ ทำไม”ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 14 ธ.ค. 2564 เวลา 15.00-16.30 น. ผ่านโปรแกรมZOOM โดยหัวข้อที่จะร่วมพูดคุยในงานครั้งนี้คือ 1.เราจะสามารถประเมินการเติบโตและปรับขยายในอนาคตของธุรกิจได้อย่างไร 2.คำถามสำคัญเมื่อคุณกำลังพิจารณาที่จะขยายธุรกิจของคุณ และ 3.มาทำความรู้จักกับกลยุทธ์ “อย่างไร” “เมื่อไหร่” และ “ทำไม” ของการปรับขยายธุรกิจ

ซึ่งจะมีวิทยากร 2 ท่านประกอบด้วย “แซม” สุรวัฒน์ พรหมโยธินกรรมการบริหาร Bangkok Venture Club และผู้อำนวยการของศูนย์บริหารจัดการความยั่งยืนและส่งเสริมผู้ประกอบการแห่งศศินทร์ อุทิศตนเพื่อดูแลและสนับสนุนผู้นำและผู้ประกอบการในด้านความยั่งยืนทั่วประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก, รุ่งทิพย์มาลาสิทธิวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Protanica Co., Ltd. ผู้ผลิตและส่งออกผงโปรตีนจิ้งหรีดระดับพรีเมียมไปยังผู้ซื้อทั่วโลก โดยทำงานในอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารมามากกว่า 10 ปี Protanica ตั้งเป้าที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ผู้คนนับพันล้านคนต่อไปบนโลก

โดยมี Jenn Weidman ผู้บริหารSpace Bangkok เป็นผู้ดำเนินรายการและ Vibeke Lyssand Leirvag รองประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย รองประธานหอการค้าไทย-นอร์เวย์ และผู้บริหารบริษัท Felicia Design เป็นผู้สรุปภาพรวมและปิดงานสัมมนา ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียน
ได้ที่ https://ilo-org.zoom.us/j/95269975505?pwd=bnFESVcwc3pXZStxMXNFZkF1YWpEQT09

แจ้งการบำเพ็ญกุศลกวีร้อยกรองแห่งยุค ‘ประยอม ซองทอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621633

แจ้งการบำเพ็ญกุศลกวีร้อยกรองแห่งยุค 'ประยอม ซองทอง'

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.09 น.

สวธ.แจ้งการบำเพ็ญกุศลกวีร้อยกรองแห่งยุค ประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ.2548

12 ธ.ค.2564 นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า วงการวรรณกรรมและนักเขียนของประเทศไทยสุดเศร้า เมื่อได้รับรายงานว่า อาจารย์ประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์  พุทธศักราช ๒๕๔๘ ได้ถึงแก่กรรมด้วยเนื่องจากปอดอักเสบ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๗.๔๙ น.  ณ โรงพยาบาลศิครินทร์ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร สิริรวมอายุ ๘๗ ปี โดยทายาทได้แจ้งกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ ดังนี้ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วันอาทิตย์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๗.๓๐ น. และกำหนดสวดพระอภิธรรมศพ ๑๒ – ๑๘  ธันวาคม ๒๕๖๔ เวลา ๑๘.๐๐ น. ณ ศาลา ๖ (ชวลิตธำรง) วัดธาตุทอง ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งทายาทจะเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศล ๑๐๐ วัน และสวธ.จะดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพต่อไป

อธิบดีสวธ. เปิดเผยอีกว่า นอกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ เผยแพร่และถ่ายทอดผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน แล้ว ในยามที่ศิลปินฯ เสียชีวิต ยังให้การช่วยเหลือด้านต่าง ๆ นอกจากดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ แล้ว ยังมอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท และขอพระราชทานเพลิงศพให้ ตามระเบียบสวัสดิการของศิลปินแห่งชาติ

ประวัติโดยสังเขป อาจารย์ประยอม ซองทอง เกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ ที่จังหวัดนครพนม เป็นผู้ที่มีความสนใจและประทับใจกับคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองของไทย มาตั้งแต่เยาว์วัย ประยอม ซองทองได้แสดงความสามารถพิเศษด้านการประพันธ์ร้อยกรองอย่างโดดเด่นเมื่อครั้งเป็นนิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาเขียนร้อยกรองที่เต็มไปด้วยความฝันและจินตนาการของกวีที่อ่อนหวานและสะเทือนอารมณ์ ขณะเดียวกันก็แฝงความคิดเห็นต่อสภาพสังคมและเหตุการณ์บ้านเมืองไว้อย่างคมคาย ร้างผลงานเป็นอาชีพจนประสบความสำเร็จและเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนมาตลอดต่อเนื่องเป็นเวลากว่า ๖๐ ปี

อ.ประยอม ซองทอง ทุ่มเทเวลาในชีวิตให้กับการฝึกฝนเขียนคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองอย่างเอาใจใส่จริงจัง ลุ่มหลงกับเสน่ห์ภาษาในบทร้อยกรองที่ไพเราะงดงาม ผลงานจึงปรากฏสู่สาธารณะอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นนักกลอนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วไป ผลงานที่เป็นที่กล่าวขวัญและจดจำกันของนิสิตนักศึกษาและประชาชนในช่วงนั้น ได้แก่ “จะอยู่ไปไย…ถ้า..” “เพื่อและจาก…เพื่อนใจ” “ธารทอง” “ชีวิตเราถ้าเหมือนเรือ” “ไหนศรัทธาอันยืนยง” “กว่าโลกร้อง” “หิ่งห้อย” เป็นต้น ซึ่งนับเป็นบทร้อยกรองที่งดงาม แฝงจินตนาการและสะท้อนความผูกพันของชีวิตกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ความคิดความฝันประยอม ซองทอง หลั่งไหลมาต่อเนื่องยาวนาน

ปัจจุบันมีบทร้องกรองที่เป็นวัฒนธรรมไว้มากมายทั้งจากการรวมเล่มเฉพาะของตนและรวมกับนักกลอนร่วมสมัยทุกทุกชุดล้วนมีคุณค่าทางวรรณศิลป์ บ่งบอกถึงความเป็นอัจฉริยะทางด้านการประพันธ์ ทั้งยังเป็นผู้คอยให้คำแนะนำ สนับสนุนและส่งเสริมให้กำลังใจผู้สนใจการเขียนคำประพันธ์รุ่นหลังอย่างสม่ำเสมอ เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้คิดริเริ่มและประสานงานในการจัดตั้งกลุ่มนักกลอนร่วมสมัยเป็น “ชมรมนักกลอน” ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจและแนวทางการจัดตั้งชมรมวรรณศิลป์ทั้งในสถาบันและนอกสถาบันอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และสืบทอดการแสดงสักวาอย่างแน่วแน่มั่นคงมากว่า ๔ ทศวรรษ นายประยอม ซองทอง จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช ๒๕๔๘

ม.รังสิต โชว์ นิวออลีนแจ๊สในงาน ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ ที่ไอคอนสยาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621601

ม.รังสิต โชว์ นิวออลีนแจ๊สในงาน ดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ ที่ไอคอนสยาม

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 11.38 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ได้จัดงานแสดง “ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ต่อเนื่องมาหลายวัน และได้จัดแสดงที่ ลานริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ โดยมีศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.เป็นประธาน พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ คณะผู้บริหาร พร้อมประชาชน เข้าร่วมชมการแสดงกันกันอย่างคับคั่ง

สำหรับบรรยากาศในวันนี้ เป็นการแสดงดนตรีแจ๊สสไตล์นิวออลีน ของ วงแจ๊สออร์เคสตรา จาก มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ได้ขนนักดนตรีแจ๊ส มาร่วมบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ หลายบทเพลง เช่น Echo ยามเย็น Can’t you ever see และอีกหลายๆบทเพลง เพื่อส่งมอบความสุขให้กับคนไทย และเพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีคุณูปการต่อวงวิชาการการดนตรี และคนไทยเสมอมา สำหรับ วงแจ๊สออร์เคสตรา จาก มหาวิทยาลัยรังสิต นั้น เป็นหนึ่งในวงแจ๊สออร์เคสตรา ระดับนักศึกษารุ่นบุกเบิกในประเทศไทย โดยมี ผศ.เด่น อยู่ประเสริฐ ศิลปินศิลปาธร คณะบดีวิทยาลัยดนตรี เป็นผู้อำนวยเพลง และ ผศ.อานุภาพ คำมา เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยเพลงวงแจ๊สออร์เคสตรา ที่ผ่านมามีผลงานการแสดงในเทศกาลดนตรีแจ๊สทั้งในและต่างประเทศมามากมาย

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นสังคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง และเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ทรงเป็นต้นแบบของการสร้างความสุขแก่ผู้ฟัง ด้วยทรงนิพนธ์บทเพลงหลายบทเพลง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความสุข กระทรวง อว. เอง นอกจากจะทำหน้าที่ให้ความรู้ ทำวิจัย ทำนวัตกรรมและประดิษฐกรรมต่างๆ แล้ว ยังได้ทำงานศิลปะ โดยเฉพาะดนตรีที่มีอยู่มากมายหลากหลายประเภทในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ และสามารถเชื่อมโยงให้ชาวโลกได้ประจักษ์ในนักดนตรีไทยที่มีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้รับรู้ความเป็นไทยผ่านเสียงเพลง เสียงดนตรีที่เป็นสากลอีกด้วย

สำหรับการแสดงดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์ จะจัดที่ ลานริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม ไปจนถึงวันที่ 12 ธันวาคมนี้ และจะไปจัดแสดงที่ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันที่ 13-19 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น. ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรี ทั้งนี้ ทางผู้จัดงานได้ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 อย่างเคร่งครัด -(016)

‘หมอธีระวัฒน์’ลองฉีด’โมเดอร์นา’เข้าชั้นผิวหนัง ยันใช้ปริมาณน้อย-ภูมิเท่ากัน-ปลอดภัยกว่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621521

'หมอธีระวัฒน์'ลองฉีด'โมเดอร์นา'เข้าชั้นผิวหนัง ยันใช้ปริมาณน้อย-ภูมิเท่ากัน-ปลอดภัยกว่า

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.27 น.

วันที่ 11 ธันวาคม 2564 นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ระบุว่า “มาฉีดวัคซีนโควิด โมเดอร์นา เข้าชั้นผิวหนัง ที่ รพ the Senizens เป็น รพ แรกที่ให้ทางเลือกกับคนไทยให้มีความปลอดภัยสูงสุด

ทั้งนี้ เราทราบอยู่แล้วว่า วัคซีนโควิด เข้ากล้ามใช้ปริมาณมาก และกลไกการ กระตุ้นภูมิ อาจเบี่ยงไปในด้านการปะทุการอักเสบ โรคเดิมกำเริบหรือเกิดอาการใหม่ 

ในขณะที่การฉีดเข้าชั้นผิวหนังใช้ปริมาณน้อยมาก โมเดนา ใช้น้อยกว่าฉีดเข้ากล้าม 10 เท่า คือ 10 ไมโครกรัม แทนที่จะเป็น 100 ไมโครกร้ม ได้ภูมิเท่ากัน ปลอดภัยกว่า 

ขอบคุณ ท่าน อาจารย์ หมอ นิมิต ประสิทธิ์ดำรง  และครอบครัว และเจ้าหน้าที่ทุกท่านครับ-007

‘ประยอม ซองทอง’ศิลปินแห่งชาติ เสียชีวิตแล้วในวัย87ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621432

'ประยอม ซองทอง'ศิลปินแห่งชาติ เสียชีวิตแล้วในวัย87ปี

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.03 น.

11 ธันวาคม 2564 เฟซบุ๊ก “ประยอม ซองทอง” ได้แจ้งข่าวว่า “ขออนุญาตเรียนทุกท่านว่า วันนี้คุณพ่อได้จากไปอย่างสงบแล้วนะครับ ส่วนรายละเอียดการจัดงาน จะขอมาเรียนแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ

ขอบพระคุณมากครับ คุณแม่ ออม อ๊อป โอ๊ต และครอบครัว 10 ธันวาคม 2564

สำหรับ ประยอม ซองทอง เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2477 เป็นนักเขียน ที่มีชื่อเสียงจากการเขียนกลอน มีผลงานรวมเล่มตีพิมพ์เป็นจำนวนมาก และยังมีผลงานเขียนบทความรณรงค์การใช้ภาษา และบทความเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ในหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2548

ชวนร่วมกิจกรรมจิบชาชมวัง พร้อมชมไนท์ มิวเซียม 17-19 ธ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621319

ชวนร่วมกิจกรรมจิบชาชมวัง พร้อมชมไนท์ มิวเซียม 17-19 ธ.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.35 น.

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ขอเชิญร่วมกิจกรรมจิบชาชมวัง พร้อมชมไนท์ มิวเซียม 17 – 19 ธ.ค.นี้  

กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรม “จิบชาชมวัง” เสวนาวิชาการ สาธิตงานศิลปวัฒนธรรมและงานประณีตศิลป์ในราชสำนัก และเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน (Night at the Museum) ระหว่างวันที่ 17– 19 ธันวาคม 2564

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ดำเนินโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน กำหนดจัดกิจกรรม “จิบชาชมวัง” ประกอบด้วย กิจกรรมการเสวนาวิชาการ “จิบชาชมวัง (Tea Talks)” ณ เรือนชาลีลาวดี หออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี) เวลา 13.00 – 15.00 น.

วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม 2564 เรื่อง “หออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี) มรดกจากความทรงจำ”  วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2564 เรื่อง “ว่าด้วยชา ที่ชา และเครื่องกระเบื้องในสยาม”  วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2564 เรื่อง “สาม ก๊ก…วรรณกรรมจีนบนบานเฟี้ยมของเจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี)”

ทั้งนี้ ในการเสวนาฯ แต่ละวันจะมีของว่างพร้อมจิบชาในตำนานที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ไทย ได้แก่ ชาโร่วกุ้ย และชาต้าหงเผา ซึ่งเป็นหนึ่งในชนิดของชาบู๋อี๋ที่ปรากฏในจดหมายเหตุลาลูแบร์ และชาซงหลัวจากจดหมายเหตุลาลูแบร์เช่นกัน รวมถึงชาจือหลาน ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 โดยในช่วงค่ำตั้งแต่เวลา 17.30 น. – 19.00 น. มีบริการน้ำชาและของว่าง (มีค่าใช้จ่าย) พร้อมทั้งนำชมนิทรรศการภายในหออนุสรณ์เจ้าพระยายมราช (แก้ว สิงหเสนี) ซึ่งจัดแสดงประวัติเจ้าพระยายมราช เสนาบดีกรมนครบาล ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และผนังไม้จำหลักวรรณกรรม “สามก๊ก” และเก๋งจีนนุกิจราชบริหาร ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังจีน “ห้องสิน” ฝีมือของช่างชาวจีน ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการเสวนาสามารถลงทะเบียนได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2224 1402 และ 0 2224 1333 ทุกวันพุธ – อาทิตย์ เวลา 08.30 น. – 16.30 น. (สำรองที่นั่งทางโทรศัพท์เท่านั้นและรับจำนวนจำกัด)ฃ

กิจกรรมสาธิตงานศิลปวัฒนธรรมและงานประณีตศิลป์ ณ พระตำหนักแดง เวลา 13.00 –18.00 น. ในหัวข้อ “แป้งพวงแป้งร่ำ” และ “เครื่องแขวน” พร้อมชมนิทรรศการถาวรในพระตำหนักแดงที่มีการปรับปรุงใหม่ โดยจัดแสดงวิถีชีวิตของเด็กไทย ตั้งแต่การเกิด การโกนจุก จนถึงประเพณีการเรียนการศึกษาในช่วงวัยรุ่น โดยโบราณวัตถุสำคัญที่จัดแสดง อาทิ พระแท่นประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์   กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระแท่นบรรทมเพลิง (กระดานอยู่ไฟ) เครื่องเล่นของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร บ้านตุ๊กตาของเจ้าจอมเลียม ในรัชกาลที่ 5 

กิจกรรมเปิดพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน (Night at the Museum) เวลา 16.30 – 20.00 น. เปิดให้เข้าชมความงดงามของโบราณสถานภายในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ส่วนจัดแสดงนิทรรศการในพระที่นั่งต่างๆ โดยมีการนำชมเป็นรอบ ทั้งภาษาไทย และ ภาษาต่างประเทศ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และ เยอรมัน จำนวน 3 รอบ/วัน พร้อมชมการบรรเลงดนตรีไทย – สากล จากสำนักการสังคีต ในเวลา 18.00 – 19.00 น.  

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องแสดงผลรับรองการรับวัคซีนโควิด 19 อย่างน้อย 2 เข็ม สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2224 1402 และ 0 2224 1333

บอร์ดฯทบทวนเกณฑ์ประเมิน’เลขาฯสกสค.’ ใช้ของเดิม เกิน 60% ให้ผ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621206

บอร์ดฯทบทวนเกณฑ์ประเมิน'เลขาฯสกสค.' ใช้ของเดิม เกิน 60% ให้ผ่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.39 น.

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กลับมาใช้เกณฑ์การประเมินเดิมเป็น 60% ในการประเมินผลงานของ นายธนพร สมศรี เลขาธิการ สกสค.ตามเกณฑ์เดิม หลังจากที่นายธนพร ยื่นหนังสือคัดค้านเกณฑ์การประเมินเลขาธิการ สกสค. คณะกรรมการ สกสค. ต้องการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ต้องการให้การประเมินเป็นด้วยความโปร่งใส และตรงกับสภาพความเป็นจริง สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19

“นายธนพร ยื่นคัดค้านมาว่าไม่ได้มีการแจ้งเกณฑ์ประเมินให้ทราบล่วงหน้าว่าจะต้องผ่าน 75% ซึ่งที่ประชุมได้นำประเด็นนี้มาทบทวน และให้ความเป็นธรรม โดยให้ปรับมาใช้เกณฑ์ประเมินเดิม คือ จะต้องผ่านการประเมินที่ 60% ส่วนจะต้องเสร็จสิ้นเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการประเมินฯ นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่เลขาธิการ สกสค.คัดค้านเปลี่ยนกรรมการประเมินรายหนึ่ง แต่ที่ประชุมพิจารณาและเห็นว่ากรรมการรายดังกล่าว ไม่ได้มีความส่วนได้ส่วนเสีย จึงไม่มีการเปลี่ยนตัวกรรมการตามที่ยื่นคัดค้าน เนื่องจากกรรมการรายดังกล่าวมีคุณสมบัติครบและมีความเป็นกลาง” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้าน ดร.บัณฑิต ศรีพุทธรางกูร ประธานคณะกรรมการประเมินผลงานเลขาธิการ สกสค.กล่าวว่า มติบอร์ด สกสค.ออกมาอย่างไรคณะกรรมการฯ ก็ทำตามนั้น โดยคณะกรรมการฯ จะทำเกณฑ์และแจ้งให้เลขาธิการ สกสค.รับทราบ เมื่อรับทราบแล้วก็จะเร่งประเมินให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน

สจล.อนุมัติ‘สุชัชวีร์’ลาออกพ้นเก้าอี้อธิการบดี สะพัดลงชิงผู้ว่าฯกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/621127

สจล.อนุมัติ‘สุชัชวีร์’ลาออกพ้นเก้าอี้อธิการบดี สะพัดลงชิงผู้ว่าฯกทม.

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.16 น.

สจล.อนุมัติ‘สุชัชวีร์’ลาออกพ้นเก้าอี้อธิการบดี สะพัดลงชิงผู้ว่าฯกทม.

9 ธันวาคม 2564 สภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มีมติอนุมัติหนังสือลาออกของ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จากตำแหน่งอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หลังดำรงตำแหน่ง 2 สมัยเป็นเวลากว่า 6 ปี 7 เดือน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สร้างผลงานจนเป็นที่ประจักษ์จำนวนมาก อาทิ การจัดตั้ง “คณะแพทยศาสตร์และคณะทันตแพทยศาสตร์” เพื่อผลิตแพทย์ยุคใหม่ที่สามารถคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมสนับสนุนการรักษาได้ในอนาคต ตลอดจนก้าวทันการเปลี่ยนแปลงโลกยุคดิสรัปชัน (Disruption) “ศูนย์รวมนวัตกรรม KMITL GO FIGHT COVID-19” เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (COVID-19) “โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร” (KMCH) โรงพยาบาลวิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์แบบครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้การบูรณาการณ์ศาสตร์ความรู้หลากคณะร่วมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อเพิ่มโอกาสทางการรักษา ลดการนำเข้าเครื่องมือจากต่างประเทศ อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน รวมถึงระบบการแพทย์และสาธารณสุขไทยนับเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของการเป็น “รากฐานนวัตกรรมสร้างชาติ” หรือ “The Master of Innovation” ได้อย่างแท้จริง ฯลฯ

นอกจากนี้ ด้านสังคมยังสามารถบริหารสถาบันภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการ จัดตั้ง “ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 พระจอมเกล้าลาดกระบัง” รับนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แก่ นักศึกษา บุคลากร รวมถึงกลุ่มคนที่ทำงานเพื่อสาธารณะในพื้นที่ สจล. และบริเวณใกล้เคียง  

ช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่า ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ เตรียมลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะลงในนามพรรคใด