พิษบัตร 2 ใบ “จาตุรนต์” คืนรังเพื่อไทย ปิดฉากเส้นทางใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496111

08 ธ.ค. 2564 |20:00 น.

พิษบัตร 2 ใบ "จาตุรนต์" คืนรังเพื่อไทย ปิดฉากเส้นทางใหม่

เส้นทางใหม่ไปต่อยาก “จาตุรนต์” หอบพี่น้องตระกูลฉายแสง และเพื่อนพ้อง นปช. กลับเพื่อไทย สาเหตุหลักมาจากกติกาเปลี่ยน จากบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ แถมท่อน้ำเลี้ยงตัน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อิทธิฤทธิ์บัตร 2 ใบ “จาตุรนต์” ถอยทัพ เส้นทางใหม่ไปไม่รอด ขนญาติพี่น้องตระกูลฉายแสงและผองเพื่อน นปช.สายเสี่ยเต้น กลับเพื่อไทย

แบกฝันใหญ่ “จาตุรนต์” หมายมั่นสร้างพรรคอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่สะดุดกติกาเปลี่ยน แถมท่อน้ำเลี้ยงไม่พอ ไปต่อยาก

บังเอิญเพื่อไทยไร้คู่ขัดแย้ง “จาตุรนต์” เลยปิดดีลกับคนแดนไกลไม่ยาก และชื่อชั้นคนเดือนตุลาตัวจริง ยังขายได้ในตลาดเจนวาย เจนแซด

2 สัปดาห์ที่แล้ว เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด คนสนิทของจาตุรนต์ ฉายแสง ได้เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า ได้กลับพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว

วันที่ 8 ธ.ค.2564 เศกสิทธิ์ได้แชร์ข่าวจาตุรนต์ยุติพรรคเส้นทางใหม่ ยกตระกูลคืนรังเก่าเพื่อไทย ก็มีแฟนคลับสอบถามว่า จะไปต่อกันยังไง อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ตอบว่า “กลับเพื่อไทยกันหมดครับ”

เมื่อ 20 มี.ค.2564 เศกสิทธิ์ เป็นคนแรกที่แจ้งข่าวการจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อพรรคเส้นทางใหม่ โดยระบุว่า จะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่

ย่างเข้าเดือน ส.ค.2564 จาตุรนต์ ฉายแสง ได้ยอมรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า มีการก่อตั้งพรรคการเมือง โดยไม่ระบุชื่อพรรค แต่ก็รับรู้กันทั้งประเทศคือ พรรคเส้นทางใหม่

‘ผิดหวังกติกาเปลี่ยน’

เดิมที “จาตุรนต์” จะเปิดตัวพรรคเส้นทางใหม่ ภายในเดือน ส.ค.2564 แต่บังเอิญโควิดระบาดหนัก จึงต้องเลื่อนออกไป และมีข่าวว่า ที่ทำการพรรคย่านปากเกร็ด ได้สร้างเสร็จแล้ว

ช่วงคิดก่อการพรรคเส้นทางใหม่ จาตุรนต์ และมิตรสหาย เชื่อการสร้างพรรคทางเลือกโดยกติกาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ยังพอมีที่ยืนให้คนรักประชาธิปไตย เหมือนพรรคขนาดกลางอย่างเสรีรวมไทย หรือประชาชาติ

ระหว่างรอเปิดตัวพรรคเส้นทางใหม่ สถานการณ์การเมืองเกิดเปลี่ยนกระทันหัน เมื่อรัฐสภาโหวตผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนกติกาเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเป็นบัตร 2 ใบ

ใครก็รู้ว่า กติกาบัตร 2 ใบ เอื้อต่อพรรคใหญ่ ฉะนั้นพรรคใหม่ของจาตุรนต์ คงไปต่อยาก หากดันทุรังเดินหน้าพาพรรคป้ายแดงลงสนาม น่าจะประสบชะตากรรมเดียวกับพรรคมหาชนในอดีต

ที่ทำการพรรคเส้นทางใหม่ เหงาร้างไปโดยปริยายที่ทำการพรรคเส้นทางใหม่ เหงาร้างไปโดยปริยาย

อีกด้านหนึ่ง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ก่อการคนหนึ่งของพรรคเส้นทางใหม่ ได้พยายามขับเคลื่อนคาร์ม็อบ ปูทางสร้างกระแสพรรคใหม่ แต่ก็ไม่บรรลุเป้าหมาย

ในที่สุด จาตุรนต์กับณัฐวุฒิ ก็พามิตรสหายอย่าง ก่อแก้ว พิกุลทอง, นพ.เหวง โตจิราการ, นิคม ไวยรัชพานิช ,วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ,ประภัสร์ จงสงวน, เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์, ฐิติมา ฉายแสง และวุฒิพงษ์ ฉายแสง กลับพรรคเพื่อไทย

ดีลคืนรังจบลงอย่างแฮปปี้ เมื่อ เฮีย พ.ประสานคนแดนไกล และเคลียร์พื้นที่ในพรรคเพื่อไทยให้จาตุรนต์ได้ลงตัว

‘ฉายแสงยังอยู่’

อนันต์ ฉายแสง บิดาของ “จาตุรนต์” ในวัย 93 ปี มีบุตร-ธิดา 4 คน ล้วนแต่รับมรดกเตี่ยคือเป็นนักการเมืองหมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง,ก้อย-กลยุทธ ฉายแสง ,โก้-วุฒิพงศ์ ฉายแสง และเปิ้ล-ฐิติมา ฉายแสง

ตระกูลฉายแสง แห่งฉะเชิงเทรา ยืนยงอยู่ในเวทีการเมืองมานานกว่า 50 ปี จนมาถึงยุคพรรคไทยรักไทย ตระกูลฉายแสง ก็ลงหลักปักฐานอยู่กับตระกูลชินวัตรเรื่อยมาแต่การเลือกตั้ง 2554 ในสนามแปดริ้ว ทั้งวุฒฺิพงศ์-ฐิติมา สอบตกหมด

การเลือกตั้งปี 2562 ตระกูลฉายแสงโชคร้าย พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ พลอยทำให้จาตุรนต์ ,วุฒิพงศ์ และฐิติมา ไม่ได้เป็น ส.ส.

อานิสงส์ของตระกูลฉายแสง ต้องออกจากสนามเลือกตั้ง จึงส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้เป็น ส.ส.แปดริ้ว 2 คน

อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายเดือน มี.ค.2564 มีการเลือกตั้งเทศบาล กลยุทธ ฉายแสง ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา สมัยที่ 6


ด้วยฐานการเมืองที่แข็งแกร่ง พรรคเพื่อไทยเชื่อว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า ตระกูลฉายแสง ยังเป็นเต็งแชมป์ในเขต 1 และเขต 4

แกะรอย “ผู้ว่าฯหมูป่า” กองหนุนธรรมนัส สู่สมรภูมิผู้ว่าฯ กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496105

08 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

แกะรอย “ผู้ว่าฯหมูป่า” กองหนุนธรรมนัส สู่สมรภูมิผู้ว่าฯ กทม.

สองปีก่อน ชื่อ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ถูกโยนขึ้นสังเวียนผู้ว่าฯ กทม. แกะรอยพบผู้กองคนดังแอบหนุน มาถึงปีนี้ มีข่าวผู้ว่าฯหมูป่าจะลุยสนามเมืองกรุงอีกครั้ง โดยตัวละคนคนเดิม เพิ่มเติมคือบิ๊กป้อมไฟเขียว คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เป็นอีกครั้งที่ชื่อ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ถูกโยนขึ้นมาบนเวทีเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในช่วงที่ประมุขค่ายพลังประชารัฐ กำลังค้นหาผู้อาสาสู้กับชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เต็งหนึ่งในเวลานี้

สองปีก่อน มีข่าว “ผู้ว่าฯหมูป่า” จะเป็นแคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. ค่ายพลังประชารัฐ สมัยที่ยังเป็นผู้ว่าฯพะเยา แถมมีภาคประชาชนพะเยาออกมาส่งเสียงสนับสนุน เวลานั้นสื่อทุกสำนักพุ่งเป้าไปที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯ

เหนืออื่นใด “ผู้ว่าฯหมูป่า” เคยเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่บ้านป่ารอยต่อฯ หลังเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯปทุมธานี ตามมาด้วยข่าวพลังประชารัฐจะส่งผู้ว่าฯหมูป่า ลงสนาม กทม.

เช้าวันที่ 7 ธ.ค.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคว่า ยังไม่ได้หาเลย กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเอาใคร

เมื่อนักข่าวถามจะเสนอชื่อ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี หรือไม่ บิ๊กป้อมตอบสั้นๆว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ ก็ต้องไปถามผู้ว่าฯหมูป่าดูเอง”

ย้อนไปช่วงที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ประกาศถอนตัวจากการลงสนามชิงผู้ว่าฯกทม. ก็มีข่าวปล่อยชิ้นหนึ่งออกมาจากคนในพลังประชารัฐว่า พรรคมี 3 ชื่อแคนดิเดตสำหรับสนามผู้ว่าฯ กทม. ได้แก่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ,ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร 3.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แต่ข่าวชิ้นนี้ก็เงียบหายไป

สำหรับกระแสข่าวเรื่องผู้ว่าฯหมูป่าล่าสุด ดูมีแนวโน้มจะเป็นจริงมากกว่าทุกครั้ง เนื่องจากน้องรัก พล.อ.ประวิตร กำลังเดินหน้าสร้างทีมงานให้ “ผู้ว่าฯหมูป่า” เพื่อการทำศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

‘จุดพลุยกแรก’

สำหรับฉายา “ผู้ว่าฯหมูป่า” นั้น ได้มาแต่สมัยที่ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ซึ่งปลายปี 2561 ได้เป็นผู้นำในปฏิบัติการช่วยเหลือเด็ก ทีมฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี่ ในถ้ำขุนน้ำนางนอน จนประสบความสำเร็จ เป็นข่าวดังไปทั่วโลก

หลังจากมีชื่อเสียงกลายเป็นขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯพะเยา ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562

หลังจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ ช่วงกลางเดือน ก.ค.2562 มีกระแสข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐได้ทาบทาม ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯพะเยา เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ลงแข่งกับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ถัดมา ระหว่างผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ ร่วมพิธีเวียนเทียนทางน้ำที่บริเวณท่าเรือวัดติโลกอาราม อ.เมือง จ.พะเยาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาประจำปี 2562 ได้แจ้งกับนักข่าวว่า “ผมไม่สามารถเล่นได้”เนื่องจากคุณสมบัติที่ไม่สามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้ ณรงค์ศักดิ์ยังมีทะเบียนบ้าน หรือภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่พะเยา ประกอบกับยังปฎิบัติหน้าที่เป็นผู้ว่าฯพะเยา และยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี

เวลาล่วงเลยผ่านมา 2 ปี ข่าวเสนอชื่อ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ลงสนามผู้ว่าฯ กทม. ก็วนกลับมาอีกครั้ง หนนี้ ตัวละคนคนเดิมที่เคยโยนชื่อผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์สู่เวที กทม. เป็นมือดีลดึงผู้ว่าฯหมูป่า ลงสนาม โดยประมุขบ้านป่ารอยต่อฯ เปิดไฟเขียว

‘พะเยาคอนเนกชั่น’

2 ปีที่แล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตกเป็นข่าวกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งคนทาบทามณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯพะเยา ลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งธรรมนัสแจ้งว่า ตนไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย

แถมเวลานั้น ภาคประชาชนชาวพะเยาได้ให้การสนับสนุน หากผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ จะลงสนามเลือกตั้ง กทม. เนื่องจากเป็นนักบริหาร นักวางแผน และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี

วันที่ 20 ก.ค.2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดพะเยา เพื่อติดตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่กว๊านพะเยา โดยมี ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยาสมัยนั้น ร่วมให้การต้อนรับ

ว่ากันว่า ผู้กองธรรมนัสได้พูดคุยกับผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ เรื่องพะเยาโมเดล แก้ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งทั้งคู่คุ้นเคยกันดี เพราะช่วงที่ผู้ว่าฯหมูป่า มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ พะเยา ผู้กองธรรมนัสได้เตรียมตัวลงเล่นการเมืองพอดี

กระทั่ง ร.อ.ธรรมนัส พ้นจากตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ และได้ทำหน้าที่เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐเต็มตัว ก็มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้ผู้กองธรรมนัสดูแลสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.

ช่วงเดือน ต.ค.2564 ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯปทุมธานี เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประวิตร ที่สำนักงานมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด นักข่าวถามบิ๊กป้อม ก็ได้คำตอบว่าไม่มีอะไร เขามาหาและแค่เข้ามาคุย มาแนะนำตัว ภายหลังรับตำแหน่งผู้ว่าฯปทุมธานี คนใหม่เท่านั้น

แม้ประมุขบ้านป่ารอยต่อจะแจกแจงว่า ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง แต่กระแสข่าว “ผู้ว่าฯหมูป่า” จะลงสนามผู้ว่าฯกทม.ในนามพลังประชารัฐ ก็ยังมีข่าวมาเป็นระยะๆ เหมือนเป็นการสร้างกระแสพาผู้ว่าฯหมูป่าสู่สมรภูมิเมืองกรุง

เปิดวาร์ป”คุณน้ำหอม”.. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496096

08 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

คนสวยกับการเมือง.. เป็นเรื่องคู่กันไปแล้วนาทีนี้ แต่สวยและดี มีน้ำใจ คงต้องไปเปิดวาร์ปทำความรู้จักกับ “คุณน้ำหอม” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 เมืองสงขลา ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม มาการันตีคุณภาพความงามและความเก่ง เรียกว่าสวยเก่งครบเครื่องกันเลยทีเดียว

“คุณน้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล ดีกรีนางงามสมิหลา เป็นที่กล่าวขาน

ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายถาวร เสนเนียม อดีต รมช.คมนาคม ต้องพ้นจากความเป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งเขาเป็น 1 ใน 5 แกนนำ กปปส. ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีในวันนี้ (8 ธ.ค.) 

เก้าอี้ส.ส.เขต 6 สงขลาที่ว่างลง..ลุกเป็นไฟ !!เสียงปี่กลองชิงชัย ส.ส.คนใหม่ปะทุขึ้นยังกับภูเขาไฟระเบิด

“เจาะประเด็นร้อน” โดย อักษร 8 ทิศ  ไม่รอช้าเพราะทราบข่าวมาว่าค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม ได้เตรียมส่งคนสวยระดับเคยสมัครเข้าชิงตำแหน่งนางงามเมืองสงขลา หรือที่เรียกกันติดปากว่า “นางงามสมิหลา” นั่นคือ คุณน้ำหอม – “สุภาพร กำเนิดผล” รองนายกฯ อบจ.สงขลา ภรรยาคนสวยและเก่ง..ของ “นายกฯชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.เขต 5 ประชาธิปัตย์ นั่นเอง 

"คุณน้ำหอม" สุภาพร กำเนิดผล" รองนายกฯ อบจ.สงขลา เตรียมลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลา สังกัดปชป.“คุณน้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล” รองนายกฯ อบจ.สงขลา เตรียมลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลา สังกัดปชป. 

"คุณนายน้ำหอม"   เคยลงสมัครประกวดมิสสมิหลา ภรรยาคนสวยของ  "เดชอิศม์ ขาวทอง" ส.ส.เขต 5 ประชาธิปัตย์“คุณนายน้ำหอม” เคยลงสมัครประกวดมิสสมิหลา ภรรยาคนสวยของ “เดชอิศม์ ขาวทอง” ส.ส.เขต 5 ประชาธิปัตย์

เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

เรื่องความสวยนั้น ต้องยกนิ้วให้คุณน้ำหอมว่าสวยจริง ๆ รอยยิ้มนี้หวานปานน้ำผึ้ง แววตาก็คมสะกดให้ทุกสายตาหันมอง แล้วยิ่งเวลาที่คุณน้ำหอมลงพื้นที่เยี่ยมเยียนเพื่อสอบถามทุกข์สุขของพี่น้องชาวสงขลา และชาวอสม.ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งสิ่งของต่าง ๆ เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

ทั้งในนามของส.ส.เดชอิศม์ และในนามรองนายกฯ อบจ.สงขลา ด้วยการแต่งชุดไทย ใครเห็นก็เป็นชื่นชอบ เพราะจากความสวยที่มีอยู่เพียบ พอแต่งชุดไทยเข้า ออเจ้า.. ก็ยิ่งสวยเพริ่ดเข้าไปอีก งานนี้คะแนนนิยมจากชาวบ้านในพื้นที่รับรองว่ามาตรึม  

เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

ยิ่งกว่านั้น ทราบมาว่าคุณน้ำหอม ขยันลงพื้นที่ออกเดินสายพบปะประชาชนในเขตเลือกตั้งมาหลายเดือนแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมาลงพื้นที่นะเออ.. และการลงพื้นที่ทุกครั้งนั้น ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มกำลังจากนายกฯชาย ผู้เป็นสามี เรียกว่างานนี้ ส.ส.เดชอิศม์ ออกแรงดันหนุนหลังภรรยาเต็มที่ 

เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.
เปิดวาร์ป"คุณน้ำหอม".. คนสวยสงขลา ลงชิงชัยศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.

ส่วนพรรคพลังประชารัฐนั้น ทราบมาเหมือนกันว่าศึกชิงเก้าอี้ส.ส.เขต 6 สงขลา พปชร.ไม่ขอแพ้ เพราะตัดสินใจส่งหนุ่มน้อยหน้าใส นามว่า โบ๊ต – “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” มาลงชิงศึกเลือกตั้งด้วยเช่นกัน ซึ่งดีกรีก็ไม่น้อยหน้าและยังเป็นคนมีฐานะการันตีจากสายศรีตรังการยาง

โบ๊ต - "อนุกูล พฤกษานุศักดิ์" เตรียมลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา ในนามพรรคพลังประชารัฐโบ๊ต – “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” เตรียมลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา ในนามพรรคพลังประชารัฐ

     
เช่นเดียวกับพรรคกล้า เตรียมส่ง  พงศธร สุวรรณรักษา หรือ  “ทนายอาร์ม”  มือกฎหมายจากถิ่นสงขลา ลงชิงชัยเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลาครั้งนี้เช่นกัน

พงศธร สุวรรณรักษา หรือ  ทนายอาร์ม ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลาในนามพรรคกล้า พงศธร สุวรรณรักษา หรือ  ทนายอาร์ม ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 6 สงขลาในนามพรรคกล้า

พร้อมกันนี้ พรรคกล้า ยังส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.ในส่วนเขต 1 ชุมพร อีกด้วย  โดยส่ง นายทศพล โชติคุตร์  หรือ “ผู้กำกับหนุ่ย” นายตำรวจติดตามนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าสมัยดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง

ดังนั้น ห้วงเวลานับจากนี้ คงต้องจับตาดูว่าคนสวยและเก่งแห่งค่ายประชาธิปัตย์ กับหนุ่มหน้าใส ค่ายลุงป้อม รวมถึงผู้สมัครหนุ่มจากพรรคกล้า  ใครจะชนะใจพี่น้องชาวสงขลา ซึ่งวันและเวลา รวมทั้งการขยันลงพื้นที่และความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างแท้จริง จะเป็นบทพิสูจน์ให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งผู้แทนของประชาชน

ไม่มี”ภาคประชาชน” อยู่ในสมการโครงสร้างอำนาจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/496045

08 ธ.ค. 2564 |13:00 น.

ไม่มี"ภาคประชาชน" อยู่ในสมการโครงสร้างอำนาจ

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ภาคประชาชน” 2 ฉบับ ไม่ผ่านรัฐสภา เพราะมีเนื้อหาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญ 2560

ภาคประชาชนชน โดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนมีไอลอว์ เป็นโต้โผแรกในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 จนได้บรรจุวาระพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาสาระสำคัญร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีแคมเปญ 5 ยกเลิก 5 แก้ไข เพื่อรื้อระบอบอำนาจของ คสช. เปิดทางร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

5 ประเด็นยกเลิก ประกอบด้วยยกเลิกช่องทางนายกฯคนนอกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง / ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของ คสช. /ยกเลิกแผนปฏิรูปประเทศ  / ยกเลิกท้องถิ่นพิเศษ ที่เปิดช่องผู้บริหารไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง แล.ยกเลิกนิรโทษกรรม คสช. พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขให้สอดรับกับประเด็นที่ขอยกเลิก เช่นกำหนดให้นายกฯต้องเป็น ส.ส. / ส.ว.มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แก้กระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ ยกเลิกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เขียนโดยคนของ คสช.ปลดล็อกวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้เสียงครึ่งหนึ่งของสภา ไม่ต้องมีอำนาจพิเศษของ ส.ว. แล้วตั้ง ส.ส.ร. 200 คน จากการเลือกตั้งทั้งหมด นับเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 ภาคประชาชนฉบับแรกที่ถูกตีตกจากรัฐสภา

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ภาคประชาชนฉบับที่2 เสนอโดยกลุ่มRe-solution มีข้อเสนอคล้ายกับร่างของไอลอว์คือการยกเลิก ส.ว. ให้รัฐสภาไทยใช้ระบบสภาเดี่ยว มีแต่สภาผู้แทนราษฎร มาจากการเลือกตั้ง 500 คน ไม่มีสมาชิกวุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระที่มาจากคสช.ทั้งหมดต้องพ้นตำแหน่งแล้วเลือกตั้งใหม่ตามกระบวนการซึ่งสุดท้ายจบที่การลงมติโดยเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎรให้ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ของ คสช. ที่วางอนาคตข้างหน้าไว้ 20 ปี
นายกฯต้องเป็น ส.ส.และพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯภายใต้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้  นอกจากนี้ยังเสนอกลไกต่อต้านรัฐประหาร กำหนดให้ปวงชนชาวไทยมีสิทธิและหน้าที่ในการต่อต้านการรัฐประหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะทหารที่ก่อการรัฐประหาร ห้ามไม่ให้ศาลพิพากษารับรองความสำเร็จของการรัฐประหาร
ที่สำคัญคือการเพิ่มกลไกพิเศษของรัฐสภามีคณะผู้ตรวจการกองทัพ คณะผู้ตรวจการศาล และคณะผู้ตรวจการองค์กรอิสระ ตรงนี้ถูกสมาชิกวุฒิสภา รุมอภิปรายว่า เป็นการให้อำนาจสภาผู้แทนราษฎรมากเกินไป จนอาจทำให้ขาดการถ่วงดุล โดยคณะผู้ตรวจการฯดังกล่าวให้มีสมาชิก 10 คนและต้องเป็น ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างน้อย 5 คน

 

ไม่มี"ภาคประชาชน" อยู่ในสมการโครงสร้างอำนาจ

แน่นอนว่าร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนทั้งสองฉบับ ที่มีข้อเสนอเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ ที่สำคัญตามรัฐธรรมนูญ 2560 ถูกมองว่า เป็นการเสนอแก้ไข แบบสุดโต่ง ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย สุดท้าย จึงไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ภาคประชาชน ยังมีความพยายามเสนอแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อไปตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าห้าหมื่นเข้าชื่อกันเพื่อเสนอกฎหมายได้

สหรัฐ กับการแสดงบทบาทนำจีน ด้วยมาตรการคว่ำบาตรโอลิมปิกฤดูหนาวแต่ส่อเหลว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495992

รามจักร

08 ธ.ค. 2564 |09:00 น.

สหรัฐ กับการแสดงบทบาทนำจีน ด้วยมาตรการคว่ำบาตรโอลิมปิกฤดูหนาวแต่ส่อเหลว

เป็นอีกความพยายามของสหรัฐที่ต้องการแสดงให้เห็นบทบาทนำต่อจีนและยิ่งจะขยายวงความขัดแย้งให้มากขึ้น เมื่อคว่ำบาตรจีน ด้วยการไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่จีน เมือการเมืองลามไปถึงการแข่งขันกีฬา ติดตามเจาะประเด็นร้อน โดย รามจักร

สหรัฐฯพยายามเพิ่มแรงกดดัน ต่อจีนในทุก ๆ ด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจการค้า การทูต การทหาร แม้กระทั่งในการกีฬา


ล่าสุดสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรจีนซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว โดยพยายามผลักดันให้องค์กรกีฬาต่าง ๆ ไม่เข้าร่วมการแข่งขัน แต่ในที่สุดก็มีองค์กรกีฬาเล็ก ๆ ที่คล้อยตามสหรัฐฯ

นอกนั้นก็ยังคงเข้าร่วมเหมือนเดิม เพราะการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในประเทศจีนนั้น เพียงเฉพาะคนจีนเข้าชมก็มีถึง 1,400 ล้านคนแล้ว และเมื่อรวมกับประชากรของกลุ่มประเทศองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ที่มีประชากรรวมกันกว่า 80% ของประชากรโลกนั้นเป็นความต้องการของบรรดานักกีฬาและองค์กรกีฬาทุกประเทศที่ต้องการใช้โอกาสนี้แสดงตนในเวทีกีฬาโอลิมปิก

แตกต่างกับการจัดในประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าในสหรัฐฯ หรือยุโรป ก็จะมีผู้เข้าชมน้อยกว่านี้มาก


การกีฬาปัจจุบันนี้ก็เป็นการค้าอย่างหนึ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ในทางการค้า โดยมีเกียรติภูมิตามมาเป็นของคู่กัน ยิ่งเป็นนักกีฬาด้วยแล้วการปรากฎตัวในเวทีโอลิมปิกที่มีผู้คนเข้าชมมหาศาลเช่นนี้ เป็นโอกาสที่หาได้ไม่บ่อยนัก


ดังนั้น ผลประโยชน์ร่วมกันของบรรดาผู้เกี่ยวข้องกับการกีฬาในการแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวจึงมีจำนวนมหาศาลและเป็นประโยชน์เฉพาะที่อยู่เหนือความต้องการที่จะด้อยเครดิตของจีนในวงการกีฬา
 

การคว่ำบาตรกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวของสหรัฐฯในครั้งนี้ จึงส่อว่าจะล้มเหลวตั้งแต่ต้นอีกเรื่องหนึ่ง

ระทึก 8/12/64 อนาคต “ถาวร” ลุ้นเลือกตั้งซ่อม เขต 6 สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495956

นายหัวไทร

07 ธ.ค. 2564 |21:00 น.

ระทึก 8/12/64 อนาคต "ถาวร" ลุ้นเลือกตั้งซ่อม เขต 6 สงขลา

“ศาลรัฐธรรมนูญ” นัดอ่านคำวินิจฉัยสถานภาพ 5 ส.ส.ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกปปส. ว่าพ้นจาก ส.ส.แล้วหรือยัง แต่ฟากฝั่งพรรคการเมือง พลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ เตรียมพร้อมส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม หากผลวินิจฉัยออกไปในทาง 2 ส.ส.ใต้หลุดเก้าอี้ เจาะประเด็นร้อน โดยนายห้วไทร


8 ธ.ค.64 เวลา 15.00 น.ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยสถานภาพของ ส.ส. 5 ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกปปส. ว่าพ้นจาก ส.ส.แล้วหรือยัง หลังถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 

คดีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนายชุมพล จุลใส ส.ส. ชุมพร นายอิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กรณีศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.317/2564 เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งนายชุมพล นายอิสสระ และนายณัฏฐพล 5 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา โดยศาลอาญาออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา และขังบุคคลทั้ง 5 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 

ย้อนกลับไปดูคดีนี้ เป็นคดีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่น ๆ จากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เฉพาะนายสุเทพ และนายชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้ายด้วย


คดีนี้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นสำนวนฟ้องแกนนำ 9 คนนำโดยนายสุเทพต่อศาลอาญา และต่อมาฟ้องเพิ่มเติมอีก 30 คน รวมเป็น 39 คน เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2561 จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีทุกคน


ต่อมา ส.ส.ทั้ง 5 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และ กกต.เห็นว่านายชุมพล นายอิสสระ และนายณัฏฐพล เป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล ส่วนนายพุทธิพงศ์ และนายถาวร เป็นบุคคลต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของบุคคลทั้ง 5 สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 ( 6 ) ประกอบมาตรา 98 ( 4 ) (6) และมาตรา 96 (2) และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายพุทธิพงษ์ นายถาวร และ นายณัฏฐพล สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170(4) ประกอบมาตรา 160 ( 6) (7) มาตรา 98 (4) (6) และมาตรา 96(2) 

โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว จึงยุติการไต่สวน และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 15.00 น.
     

ประเด็นของอิสระ ณัฏฐพล และพุทธิพงศ์ ไม่น่ามีปัญหา ถ้าพ้นจาก ส.ส.ก็ขยับลำดับถัดไปขึ้นมาได้เลย แต่สำหรับถาวร และชุมพล ถ้าพ้นจาก ส.ส.ก็ต้องเลือกตั้งซ่อม 
     

วันนี้จะขอกล่าวสำหรับเขต 6 สงขลาแทนถาวรนั้น สายข่าวเชิงลึกแจ้ง #นายหัวไทรว่า พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐได้ตัวผู้สมัครพร้อมแล้ว
     

ผู้เชี่ยวชาญบอกกับนายหัวไทรว่า เขต 6 สงขลา และเขต 1 ชุมพร น่าจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่
     

ถ้าคุณถาวรพ้นจาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะส่งคุณนายน้ำหอม /สุภาพร กำเนิดผล รองนายกฯอบจ.สงขลา ภรรยาของนายกฯชาย เดชอิศม์ ขาวทอง ลงสมัครรักษาฐานเดิม และออกเดินสายพบปะประชาชนในเขตเลือกตั้งมาหลายเดือนแล้ว ภายใต้การสนับสนุนเต็มกำลังของนายกฯชาย ที่ต้องออกแรงดันหลังภรรยาเต็มที่ 

คุณนายน้ำหอม สุภาพร กำเนิดผล รองนายกฯอบจ.สงขลา (สตรีเสื้อเหลือง) เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมสงขลา  คุณนายน้ำหอม สุภาพร กำเนิดผล รองนายกฯอบจ.สงขลา (สตรีเสื้อเหลือง) เตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมสงขลา

ส่วนพลังประชารัฐ ก็ไม่น้อยหน้า ได้ตัวดีมีฐานะจากสายศรีตรังการยาง “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” มาลงชิง ซึ่งเวลานี้ก็ออกงานสังคมต่อเนื่องเหมือนกัน 

พลังประชารัฐ เตรียมส่ง  "อนุกูล พฤกษานุศักดิ์" ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สงขลา พลังประชารัฐ เตรียมส่ง  “อนุกูล พฤกษานุศักดิ์” ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม สงขลา

น่าจับตายิ่งสำหรับคอการเมือง ถ้าถาวรพ้นจาก ส.ส.สนามเลือกตั้งนี้จะเป็นสนามเลือกตั้งซ่อมที่ดุเดือด  

เรื่อง : นายหัวไทร

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “บิ๊กตู่” เสริมดวงแก้โชคชะตา ปลูกไม้มงคลรับปีใหม่ราบรื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495957

07 ธ.ค. 2564 |21:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "บิ๊กตู่" เสริมดวงแก้โชคชะตา ปลูกไม้มงคลรับปีใหม่ราบรื่น

ซินแสเข่ง แนะ “บิ๊กตู่” ปลูกไม้มงคลต้นรวงผึ้งพระราชทานหน้าทำเนียบฯ เพื่อขอพรให้บ้านเมืองสงบ ลดปัญหาความขัดแย้ง ลุยอุดร พร้อมคู่หูบิ๊กป้อม สักการะพญานาคคำชะโนด พ่อปู่อือลือเสริมดวง แก้เคล็ดเดือนปะทะ เสริมความเป็นมงคล รับปีใหม่ให้ความราบรื่น มั่นคง

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติ บิ๊กตู่  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสริมดวง แก้ไขดวงชะตา

เตรียมรับศึกหนัก เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2564 เตรียมใจไว้เจอมรสุมรับศึกหนักทางการเมือง ที่จะมีผลกระทบเกิดขึ้น ก่อให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายไม่สมหวัง 

และต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม หากได้ทำในสิ่งที่เป็นมงคล เพื่อให้แก้ไขรับเหตุการณ์ได้ล่วงหน้าเชื่อว่า หนักจะกลายเป็นเบา หรือหากเบา ทุกอย่างจะคลี่ครายไปในทางที่ดี ประกอบกับ ความเชื่อในความศรัทธา

หากใครได้เดินทางไป คำชะโนด สักการะพญานาค และกราบไหว้ขอพรพ่อปู่อือลือ ที่จังหวัดบึงกาฬ ก็จะช่วยแก้ดวงเสริมชะตา ให้มีความมั่นคงเกิดขึ้น

ประกอบกับ ไตรมาสสุดท้ายของ นายกฯ บิ๊กตู่ ที่จะมีเปลี่ยนแปลงชีวิตใหม่รับปี 2565 ที่จะทำให้ตำแหน่งที่การงานราบรื่นและมั่นคงขึ้น 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "บิ๊กตู่" เสริมดวงแก้โชคชะตา ปลูกไม้มงคลรับปีใหม่ราบรื่น

ประกอบกับการส่งท้ายด้วย การปลูกต้นไม้มงคลต้นผึ้งรวงพระราชทาน ในบริเวณอาคารรัฐสภา เพื่อความสงบสุข ลดปัญหาควรมแตกแยก ของรัฐบาล และประชาชน เสริมดวงชะตา ให้ตำแหน่งหน้าที่การปฏิบัติงานให้ราบตื่น ให้มีความแข็งแกร่งมั่นคงเกิดขึ้นในการบริหารงาน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม ถึงเคล็ดลับเป็นเรื่องที่มีความเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ โอกาศดีประจวบเหมาะกับวันที่ 7 เป็นเดือนแห่งการปะทะ และได้ดำเนินการในสิ่งที่เป็นมงคล เพื่อจะได้เสริมดวง เสริมโชคชะตา 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "บิ๊กตู่" เสริมดวงแก้โชคชะตา ปลูกไม้มงคลรับปีใหม่ราบรื่น

ทั้งการเดินทางไปคำชะโนด บึงกาฬ ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ของคนอีสาน และได้ปลูกต้นไม้มงคล ก็ถือว่าเป็นช่วงจังหวะที่ดี ที่กำลังจะเจอมรสุมส่งท้ายปีอีกระลอก

และรับปีแห่งมงคลในปี 2565 ที่กำลังจะมาถึงในเดือนกุมภาพันธ์ ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ บิ๊กตู่ เตรียมปูทางรองรับ

สวนทางปิยบุตร “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ลุยยกเลิก 112 ไม่มีประนีประนอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495947

07 ธ.ค. 2564 |20:00 น.

สวนทางปิยบุตร “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ลุยยกเลิก 112 ไม่มีประนีประนอม

ม็อบไม่ฝ่อ เจ้าพ่อตาสว่าง “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” เดินหน้าเคลื่อนทัพคณะราษฎรยกเลิก 112 ลงสู่ท้องถนน ปักธง 12 ธ.ค.64 สวนทางปิยบุตรที่เสนอให้มีการเจรจาประนีประนอม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ม็อบคนรุ่นใหม่หายไปไหน “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” เจ้าพ่อตาสว่าง ไม่สนคำถามในหมู่เพื่อนมิตร เดินหน้ากิจกรรมจ้วดจ้าดประกาศศึก 12 ธ.ค.2564

แม้ ปิยบุตร แสงกนกกุล เสนอการประนีประนอม แต่ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ยังเชื่อมั่นในพลังประชาชน เคลื่อนทัพคณะราษฎรยกเลิก 112 (ครย.112) ลงสู่ท้องถนน

“สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ผู้จุดกระแสตาสว่าง ยกเลิก ม.112 มากว่า 10 ปี ไม่ขานรับแนวทางเจรจากับชนชั้นนำ

วันที่ 7 ธ.ค.2564 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม สี่แยกคอกวัว กรุงเทพฯ คณะราษฎรยกเลิก 112 (ครย.112) นำโดย สมยศ พฤกษาเกษมสุข และยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ตัวแทนกลุ่มทะลุฟ้า, กลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก

กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และกลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย ร่วมแถลงข่าวคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

พร้อมประกาศเดินหน้ารวบรวมรายชื่อ เพื่อเสนอยกเลิกกฎหมายมาตรา 112, เรียกร้องปล่อยตัวนักโทษการเมือง และยกระดับการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ ตลอดเดือนธันวาคมนี้

ก่อนหน้านั้น การเดินหน้ารวบรวมรายชื่อเสนอยกเลิก ม.112 มีคณะก้าวหน้าเข้าร่วมด้วย แต่วันนี้ มีแต่ สมยศ พฤกษาเกษมสุข และเครือข่ายนักกิจกรรมที่ชูธงปฏิรูปสถาบันฯ ที่เดินหน้าเคลื่อนไหวเสนอยกเลิก 112

‘จ้วดจ้าดประกาศศึก’

ที่มาของฉายาเจ้าพ่อตาสว่าง ของ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” นั้นได้มาสมัยที่มีวิวาทะเรื่องแนวทางต่อสู้ระหว่างแกนนำ นปช. กับกลุ่มแดงอิสระ หรือปีกซ้ายของขบวนการเสื้อแดง โดยแกนนำปีกนี้ได้แก่ สุรชัย แซ่ด่าน และสมยศ พฤกษาเกษมสุข

ปี 2552 สุรชัย แซ่ด่าน, สุนัย จุลพงศธร และ สมยศ พฤกษาเกษมสุข เดินสายทำกิจกรรม ตาสว่างทั้งแผ่นดิน เปิดเวทีอภิปรายเรียกร้องให้แก้ไข ม.112 โดยเรียกตัวเองว่า กลุ่ม 3 ส.ตาสว่าง

ก่อนหน้าจะเป็นเจ้าพ่อตาสว่าง สมยศเป็นเอ็นจีโอสายแรงงานปีกก้าวหน้า และได้อิทธิพลทางความคิดสังคมนิยมระดับหนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว สมยศ ชวนคนไทยมาเป็นคอมมิวนิสต์กันเถอะ โดย กล่าวถึงคนหนุ่มสาวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งเคยมีความคิด ความเชื่อในอุดมการณ์คอมมิวนิสต์มาก่อน และก็พ่ายแพ้ไป

หลังรัฐไทยใช้กฎหมาย ม.112 ดำเนินการจับกุมคุมขังแกนนำเยาวชนคนรุ่นใหม่ สมยศ จึงกระโจนมาเคลื่อนไหวรวบรวมรายชื่อประชาชนเสนอกฎหมายยกเลิก ม.112 ร่วมกับเยาวชนรุ่นลูกรุ่นหลาน จึงก่อเกิดองค์กรที่ชื่อ คณะราษฎรยกเลิก 112(ครย.112)

สัปดาห์ที่แล้ว สมยศโพสต์เฟซบุ๊ค เชิญชวนประชาชนผนึกกำลังสนับสนุนปัจจัยเพื่อการเคลื่อนไหวจ้วดจ้าดประกาศศึก โดยปักธงทำกิจกรรมในวันที่ 12 ธ.ค.2564 พร้อมยกระดับการต่อสู้ในทุกรูปแบบ

‘ประนีประนอม’

เจ้าพ่อตาสว่าง “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” เป็นนักปฏิบัติการ จึงเชี่ยวชาญยุทธวิธีบนท้องถนน ต่างจากปิยบุตร แสงกนกกุล ที่เป็นนักวิชาการซ้ายโรแมนติก

หลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชัดว่าการปราศรัยของอานนท์ รุ้ง ไมค์ เป็นการล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสั่งห้ามกลุ่มองค์กรลักษณะเดียวกันเคลื่อนไหวอีกต่อไปในอนาคต

วันที่ 3 ธ.ค.2564 ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้แถลงความเห็นแย้งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีล้มล้างการปกครองฯ พร้อมมีข้อเสนอไปถึงทุกฝ่ายเพื่อการประนี ประนอม และหาทางออกร่วมกัน

“ผมคิดว่าจำเป็นต้องปรับวิธีการรณรงค์เรียกร้องเสียใหม่ ผมเข้าใจดีว่า ก่อนหน้านี้ข้อเรียกร้องหรือการชุมนุมมีท่าทีอีกแบบหนึ่ง แต่พอโดนอำนาจรัฐกดปราบ สถานการณ์และท่าทีก็เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตาม ตรงนี้ไม่ใช่การห้าม ไม่ใช่การจำกัดเสรีภาพหรือถอย แต่เป็นเรื่องที่เราจะต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา การชุมนุมที่พุ่งสูงสุดเกิดขึ้นในสถานการณ์แบบหนึ่ง”

ข้างต้นนี้เป็นข้อเสนอถึงฝ่ายปฏิรูปสถาบันฯ เนื่องจากปิยบุตร มองว่า “..วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป กลไกรัฐบดขยี้เต็มที่ และข้อเรียกร้องไม่ได้รับการตอบสนอง การเดินแบบเดิมต่อไปไม่ต่างกับการเดินหน้าเข้าหากำแพง”

ปิยบุตรจึงเสนอทางออกให้มีการพูดคุยกัน “…เราจำเป็นต้องพิจารณาว่า ทำอย่างไรให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมยอมที่จะฟัง ยอมที่จะถกเถียงด้วยเหตุด้วยผล”

ขณะที่เจ้าพ่อตาสว่าง สมยศ พฤกษาเกษมสุข ยังยืนยันในการปักธงยกเลิก ม.112 ด้วยยุทธวิธีทุกรูปแบบ โดยไม่สนใจข้อวิจารณ์ที่ว่า การเดินแบบเดิม ไม่มีทางสำเร็จ

วัดใจป้อม “ชุมพล จุลใส” ลุ้นระทึก ศึกเลือกตั้งซ่อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495940

07 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

วัดใจป้อม "ชุมพล จุลใส" ลุ้นระทึก ศึกเลือกตั้งซ่อม

ลุ้นศาลชี้ขาด ส.ส. “ชุมพล จุลใส” เหนื่อยแน่ หากมีเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 คู่ปรับเก่าค่ายพลังประชารัฐเตรียมพร้อมลงสนาม ส.ส.ลูกหมี คงรอวัดใจลุงป้อม จะส่งผู้กองธรรมนัสลุยชุมพรหรือไม่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ได้กลิ่นเลือกตั้งซ่อม “ชุมพล จุลใส” ส.ส.ชุมพร เผชิญวิบากชีวิต มีสิทธิ์ต้องหลุดจากตำแหน่ง จึงเดินหน้าพาคนใกล้ตัวออกช่วยเหลือชาวบ้านถี่ยิบ

เลือกตั้งชุมพรรอบนี้ ตัวแทน “ชุมพล จุลใส” อาจต้องพบคู่ปรับเก่าค่ายพลังประชารัฐ ที่ได้น้ำเลี้ยงจากผู้กองธรรมนัส ซึ่งจะเป็นศึกใหญ่ของ ส.ส.ลูกหมี

“ชุมพล จุลใส” จึงรอวัดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะเคาะส่งผู้สมัคร ส.ส.ที่สนามชุมพรหรือไม่ หากไม่ส่งก็งานเบาหน่อย

วันที่ 8 ธ.ค.2564 ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดสมาชิกภาพของ ส.ส. 5 คน ซึ่งเคยเป็นอดีตแกนนำ กปปส. อันสืบเนื่องจากคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีก่อการร้ายของแกนนำ กปปส. เมื่อกุมภาพันธ์ 2564 และ 2 ใน 5 คือ ถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา และชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร จึงมีการคาดการณ์กันว่า อาจจะทำให้มีการเลือกตั้งซ่อมที่สงขลา และชุมพร

เฉพาะสนามชุมพร มีความสนใจยิ่ง เพราะ ส.ส.ลูกหมี หรือชุมพล จุลใส นั้นยึดพื้นที่การเมืองทั้งระดับชาติ และท้องถิ่นไว้เบ็ดเสร็จ แถมเป็นคนสนิทสุเทพ เทือกสุบรรณ และยังได้รับความเอ็นดูจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เดือนที่แล้ว ลุงป้อมยังยกทีมไปแจกของชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมในเขต อ.สวี จ.ชุมพร โดยมี ส.ส.ลูกหมี มาต้อนรับอย่างอบอุ่น จนกลายข่าวพาดหัวลูกหมีจะทิ้ง ปชป.ไปซบพลังประชารัฐ

‘ลุงป้อมไปชุมพร’

ย้อนไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2564 “ชุมพล จุลใส” ให้การต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ที่มาดูสภาพน้ำท่วมและแจกของบรรเทาทุกข์แก่ชาว อ.สวี

ที่น่าสนใจ ในวันดังกล่าว ชวลิต อาจหาญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร คู่ปรับเก่าของ ส.ส.ลูกหมี ก็ได้ร่วมต้อนรับลุงป้อมด้วย

การเลือกตั้งปี 2562 เขตเลือกตั้งที่ 1 ชุมพร ประกอบด้วย อ.เมืองชุมพร (ยกเว้น ต.วังใหม่ ต.บ้านนา ต.หาดพันไกร ต.บางลึก ต.ถ้ำสิงห์) และ อ.สวี (ยกเว้น ต.เขาทะลุ และ ต.เขาค่าย)

ผลการเลือกตั้ง ชุมพล จุลใส ประชาธิปัตย์ ได้ 42,683 คะแนน ชนะชวลิต อาจหาญ พลังประชารัฐ ได้ 32,219 คะแนน

วันนี้ ทนายแดงหรือชวลิต อาจหาญ ได้เปิดตัวพร้อมลงสมัคร ส.ส. หากมีเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 ครั้งที่แล้ว เสธ.แอ๊ด หรือพล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ ส.ว.เพื่อนรัก พล.อ.ประยุทธ์ ให้การสนับสนุนทนายแดง แต่ล่าสุด ทนายแดงได้เข้ามาอยู่ในค่าย ร.อ.ธรรมนัสแล้ว

ส่วนชุมพล จุลใส ยังไม่ได้ประกาศว่า ใครจะเป็นตัวแทนเขา ถ้ามีอุบัติเหตุทางการเมือง แต่คนชุมพรก็สังเกตเห็น ส.ส.ลูกหมี พาเลขาตาร์ท หรืออิสรพงษ์ มากอำไพ เลขานุการนายก อบจ.ชุมพร (นพพร อุสิทธิ์) ออกงานถี่ยิบ

อิสรพงษ์ มากอำไพ เป็นกำลังสำคัญของกลุ่มพลังชุมพรที่ทำให้ นพพร อุสิทธิ์ อดีตประธานสภา อบจ.ชุมพร 3 สมัย ได้เป็นนายก อบจ.ชุมพร ต่อจากลูกช้าง สุพล จุลใส พี่ใหญ่ของตระกูลจุลใส

ส.ส.ลูกหมี ประกบ พล.อ.ประวิตร วันที่ไปเยี่ยมชาวบ้าน อ.สวีส.ส.ลูกหมี ประกบ พล.อ.ประวิตร วันที่ไปเยี่ยมชาวบ้าน อ.สวี

หากมีเลือกตั้งซ่อมจริง ส.ส.ลูกหมี จะเจองานหนักหรืองานเบา ก็ขึ้นอยู่กับลุงป้อมจะเอายังไง จะส่งทนายแดงลุยหรือปล่อยให้เป็นเรื่องของลูกหมี โดยอ้างเรื่องมารยาททางการเมือง

‘พลังชุมพร’

ทุกวันนี้ “ชุมพล จุลใส” เคลื่อนไหวในนามกลุ่มพลังชุมพร ประกอบด้วยพี่ใหญ่ สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลังประชาชาติไทย ,นพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร และตัวเขา

ดังที่ทราบกัน บ้านใหญ่ชุมพรหรือจุลใสแฟมิลี่ มีจุดกำเนิดจากบ้านเขาน้อย ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร โดยผู้ใหญ่เหม็ง บุญธรรม จุลใส อดีต ส.อบจ.ชุมพร 4 สมัย เป็นประมุขบ้านใหญ่นาสัก

ผู้ใหญ่เหม็ง ผลักดันลูกช้างและลูกหมี เล่นการเมืองท้องถิ่น โดยสุพล เป็นนายก อบต.นาสัก อ.สวี และชุมพลเป็น ส.อบจ.ชุมพร ก่อนจะได้เลือกตั้งเป็น ส.ส.ชุมพร พรรค ปชป. เมื่อการเลือกตั้ง 2550

ล่าสุด นายกเปี้ยวหรือสุจิตรา อุสิทธิ์ (ภรรยานพพร อุสิทธิ์) น้องสาวของสุพล จุลใส และพี่สาวของชุมพล จุลใส เพิ่งได้รับเลือกเป็นนายก อบต.นาสัก สมัยที่ 2

กลุ่มพลังชุมพร องค์กรการเมืองหลักของบ้านใหญ่จุลใส และเป็นกองหนุนที่สำคัญของ ส.ส.ลูกช้าง และ ส.ส.ลูกหมี ซึ่งพวกเขาต้องลุ้นระทึกกับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 8 ธ.ค.2564

ประชาธิปไตย89 ปี ประเทศไทย มี “รัฐธรรมนูญ” 20 ฉบับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495906

07 ธ.ค. 2564 |15:00 น.

ประชาธิปไตย89 ปี ประเทศไทย มี "รัฐธรรมนูญ"  20 ฉบับ

เปลี่ยนแปลงการปกครอง 89 ปี ประเทศไทย มี “รัฐธรรมนูญ” 20 ฉบับ และยังสาละวนอยู่กับการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย

ประชาธิปไตย89 ปี ประเทศไทย มี "รัฐธรรมนูญ"  20 ฉบับ

นับแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 20 ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกาศใช้เมื่อวันที่  6 เมษายน 2560
ที่ผ่านมามีรัฐธรรมนูญ  ซึ่งให้อำนาจฝ่ายบริหารโดยไม่มีการถ่วงดุล ทำให้ฝ่ายบริหารมีความเฉียบขาดในการจัดการเรื่องต่าง ๆ ด้วยตนเอง  ทางหนึ่ง แม้ทำให้การแก้ปัญหาทำได้อย่างฉับไว แต่ก็นำมาซึ่งการใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิดโดยมีการสั่งลงโทษประหารชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปแล้วเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจตาม มาตรา 17 ของธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502ในยุค รัฐบาลของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จนถึงรัฐบาลของจอมพลถนอม กิตติขจร มาตรา 21 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2519 หลังพลเรือเอก สงัด ชะลออยู่ ทำรัฐประหารหลังเหตุการณ 6 ตุลา 19 และ มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ที่ให้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเหนืออำนาจของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการละม้ายคล้ายกับอำนาจสมัย สฤษดิ์ – ถนอม 
 

รัฐธรรมนูญ 20 ฉบับ มี 2ฉบับที่ กำหนดให้ฝ่ายนิติบัญญัติมาจากการเลือกตั้งคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 กำหนดให้มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนโดยตรง ส่วนสภาสูงซึ่งเรียกว่าพฤฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยอ้อม ขณะที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 กำหนดให้ทั้งสองสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน บังคับใช้มา 4 ปี ก็มีการแก้ไข  แต่การแก้ไขที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐสภา ถูกมองว่าเป็นการสมประโยชน์กันของฝ่ายการเมือง เพราะริเริ่มโดยพรรคพลังประชารัฐ แกนนำรัฐบาล เปลี่ยนจากการเลือกตั้ง แบบจัดสรรปันส่วนผสม
ที่ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคหลุดหายไป  
การคำนวณส.ส.พึงมี  เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยที่ขานรับด้วยตั้งเป้าชนะแบบแลนด์สไลด์ ในรูปแบบการเลือกตั้งที่พวกเขาถนัด 
 

ความพยายามในการแก้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ริเริ่มโดยภาคประชาชน 2 ครั้ง

ประชาธิปไตย89 ปี ประเทศไทย มี "รัฐธรรมนูญ"  20 ฉบับ

ครั้งแรกกลุ่มไอลอว์ หรือโครงการอินเตอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน โดยการเข้าชื่อของประชาชนกว่าแสนรายชื่อ เสนอรื้อระบอบอำนาจของ คสช. สร้างหนทางกลับสู่ประชาธิปไตยและเปิดทางให้เกิดการร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากการมีส่วนร่วมของประชาชน  ครั้งที่2 เกิดจากประชาชนแสนห้าหมื่นรายชื่อเสนอแก้รัฐธรรมนูญในนามรีโซลูชั่น เพื่อให้ ยกเลิก ส.ว.  /โละศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ /ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ คสช.และเสนอกลไกต่อต้านการรัฐประหารเป็นต้น แน่นอนว่าทั้งสองร่างของภาคประชาชนถูกปฏิเสธโดยรัฐสภา
ส่วนการแก้ไขโดยฝ่ายนิติบัญญัติครั้งแรก ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะพยายามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตั้งสสร.ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับ จบลวที่การตีความของศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่สามารถทำได้  ความพยายามครั้งที่สองของฝ่ายนิติบัญญัติจบลงที่ การแก้ระบบการเลือกตั้ง เป็นแบบบัตรสองใบ โดยไม่แตะโครงสร้างอื่น ทั้งอำนาจสว.ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ  และไม่ได้คืนอำนาจให้ประชาชน