อวสานแดงอุดร “อานนท์ แสนน่าน” ขุนพลลุงตู่ ขวัญชัยกบดาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495088

01 ธ.ค. 2564 |15:00 น.

อวสานแดงอุดร "อานนท์ แสนน่าน" ขุนพลลุงตู่ ขวัญชัยกบดาน

2 ป.เยือนอุดรฯ “อานนท์ แสนน่าน” นำคนเสื้อแดงแปรพักตร์รอรับ เปิดวังนาคินทร์คำชะโนด หนุนลุงตู่นั่งนายกฯอีกสมัย ด้านขวัญชัย ไพรพนา เก็บตัวเงียบ เฝ้ารอนายใหญ่กลับไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เหลือแค่คำเล่าขานอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง “อานนท์ แสนน่าน” นำอดีตสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดง สนับสนุนลุงตู่อยู่ต่ออีก 1 สมัย ขณะที่ขาใหญ่ ขวัญชัย ไพรพนา เก็บตัวเงียบ

10 กว่าปีที่แล้ว “อานนท์ แสนน่าน” ขยายหมู่บ้านเสื้อแดงทั่วอีสาน ประสาน ขวัญชัย ไพรพนา ปลุกกระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ และวันนี้ อานนท์จับมือแรมโบ้สานฝันลุงตู่

แดงอีสานแปรพักตร์ของ “อานนท์ แสนน่าน” ต้องฝ่าพายุเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ในการเลือกตั้งสมัยหน้า จึงขอนับหนึ่งที่วังนาคินทร์คำชะโนด อุดรธานี

วันที่ 1 ธ.ค.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.อุดรธานี

ท่ามกลางเสียงประชาชนที่มาให้กำลังใจ ต่างชูป้ายเชียร์ขอให้ลุงตู่อยู่ยาว, เรารักลุงตู่,รักลุงตู่หลายๆ เด้อ ในทุกจุดที่คณะของ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปทำภารกิจ

นี่คือผลงานของ อานนท์ แสนน่าน อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย และเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่นำอดีตสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดงอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียงมาต้อนรับลุงตู่

เป้าหมายหลักของ อานนท์ แสนน่าน คือการต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเยือนวังนาคินทร์คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เพราะวังนาคินทร์คำชะโนดแห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมขอพรขอบารมีองค์เจ้าปู่ศรีสุทโธนาคราช และองค์เจ้าย่าศรีปทุมมานาคินี ปีละหลายล้านคน


‘ทางใครทางมัน’

ดังที่ทราบกัน หลังเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 แดงอีสานสลายตัว “อานนท์ แสนน่าน” เลือกที่จะไปหนุนลุงตู่ ตามคำเชิญของแรมโบ้-เสกสกล บางกลุ่มยังทำงานกับ ส.ส.เพื่อไทย บางกลุ่มไปสังกัดพรรคก้าวไกล บางกลุ่มยืนหยัดอยู่กับม็อบสามนิ้ว

สำหรับขวัญชัย ไพรพนา ขาใหญ่แดงอุดรฯ เลือกที่จะเดินไปกับ ศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี จนผลักดันให้อาภรณ์ สาราคำ ภรรยาเป็น ส.ส.อุดรธานี และกรวีร์ สาราคำลูกชาย เป็น ส.อบจ.อุดรธานี

ปัจจุบัน ขวัญชัย มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ส.ส. อาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย (อ.หนองหาน, อ.ประจักษ์ศิลปาคม และ อ.เมืองอุดรธานี)

ส่วนชมรมคนรักอุดร องค์กรการเมืองของแดงอุดรที่เคยสร้างวีรกรรมไว้มากมาย เมื่อขวัญชัยยุติบทบาทแกนนำ จึงแปรสภาพเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมคนรักอุดร

ขวัญชัยยังเลือกที่จะอยู่กับคนแดนไกล ยึดวิถีนักเลือกตั้ง หันหลังให้ม็อบท้องถนน ขณะที่ “อานนท์ แสนน่าน” ที่เลือกไปอยู่กับลุงตู่ ดังนั้น คำว่าแดงอุดร จึงสลายตัวเองไปโดยปริยาย

อานนท์ แสนน่าน ลูกนาคาธิบดี อานนท์ แสนน่าน ลูกนาคาธิบดี

‘ลูกนาคาธิบดี’

ชั่วโมงนี้ “อานนท์ แสนน่าน” เจ้าพ่อหมู่บ้านเสื้อแดง ได้เปลี่ยนเป็น อานนท์ ลูกนาคาธิบดี (ลูกองค์เจ้าปู่ศรีสุทโธ) ไปเรียบร้อยแล้ว

ปลายปี 2562 อานนท์ร่วมมือกับแรมโบ้ สุภรณ์ หรือ เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานงาน จัดตั้งเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น เรารักประเทศไทย ตามโครงการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปี 2563 อานนท์ปักหลักที่ศูนย์เรียนรู้เมืองสมุนไพรคำชะโนด ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ขยายเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ที่ยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

แนวร่วมของอานนท์ประกอบด้วย องอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นไทย และศักดิ์ชาย พรหมโท ประธานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.)

ก่อนหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะมาเยือนเมืองอุดรฯ เสกสกล อัตถาวงศ์ ได้เดินทางมาเป็นประธาน ทำพิธีการบวงสรวงเจ้าปู่ศรีสุทโธ และเจ้าย่าศรีปทุมมา หวังให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปอย่างสงบร่มเย็น และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่บริหารประเทศอย่างยาวนาน

ในฐานะลูกองค์เจ้าปู่ศรีสุทโธ “อานนท์ แสนน่าน” จึงทำป้ายไวนิลและสติกเกอร์มีข้อความว่า คนอุดรธานีรักลุงตู่ ขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก 1 สมัย

ผู้กองห้าว “สมศักดิ์” จุก คนสนิทเมืองน่านถูกเขี่ยทิ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494937

30 พ.ย. 2564 |19:00 น.

ผู้กองห้าว "สมศักดิ์" จุก คนสนิทเมืองน่านถูกเขี่ยทิ้ง

ผู้กองธรรมนัสจัดทัพ ข้ามหัว “สมศักดิ์” พาลุงป้อมไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เมืองน่าน โละทิ้งคนเก่า ไม่เอา สจ.ทุ่งช้างคนสนิทแกนนำกลุ่มสามมิตร คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ไปด้วยกันยาก “สมศักดิ์” เจอเกมผู้กองคนดัง จัดทัพ ส.ส.น่าน พลังประชารัฐ โดยไม่ปรึกษาหารือ เขี่ยทิ้งที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว “สมศักดิ์” แม่ทัพเหนือจัดทัพผู้สมัคร ส.ส.น่าน ทั้ง 3 เขต แม้จะพ่ายแพ้แต่คะแนนก็ไม่ขี้เหร่ โดยเฉพาะอดีต ส.จ.ทุ่งช้าง คนสนิทประมุขสามมิตร คะแนนดีมีอนาคต

วันก่อน “สมศักดิ์” แกนนำสามมิตรจุกอก ผู้กองพาลุงป้อมไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.น่าน 3 คน โดยไร้เงาผู้สมัครคนเดิม

วันที่ 29 พ.ย.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ควง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ไปเมืองน่าน เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.น่าน 3 เขต ได้แก่ สักก์สีห์ พลสันติกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1, พิชิต โมกข์ศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 และฉัตรชัย จิตตรง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3

ข่าวนี้ทำเอาค่ายสามมิตรลุกเป็นไฟ เพราะคุณดร งามธุระ อดีตผู้สมัคร ส.ส.น่าน พลังประชารัฐ สมัยที่แล้ว ซึ่งมีผลงานดี กลับไม่มีชื่อเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.น่าน

เหนืออื่นใด คุณดร งามธุระ ยังมีตำแหน่งคณะที่ปรึกษารัฐมนตรียุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยังตามรัฐมนตรีไปหาเสียงที่เมืองน่านอยู่เลย

‘หักดิบสามมิตร’

ช่วงเลือกตั้งปี 2562 “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รับบทแม่ทัพเหนือ คู่กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คณะทำงานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ

วันที่ 28 ธ.ค.2561 สมศักดิ์ เทพสุทิน พร้อมคณะ เดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ จ.น่าน และเปิดตัว อานนต์ ตันตระกูล ว่าที่ผู้สมัครเขต 1 ,ประเสริฐ เจริญดี ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 และคุณดร งามธุระ ว่าที่ผู้สมัครเขต 3

เนื่องจากสมศักดิ์คุ้นเคยกับ สจ.ดร หรือคุณดร งามธุระ มาแต่สมัยเลือกตั้งปี 2554 สมัยที่กลุ่มมัชฌิมา ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และปีนั้น สมศักดิ์ ส่ง ส.จ.ดร ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 ลงแข่งกับวัลลภ สุปริยศิลป์ พรรคเพื่อไทย แต่อดีต สจ.ทุ่งช้าง ประสบความพ่ายแพ้

ปี 2561 กลุ่มสมศักดิ์มาสังกัดพลังประชารัฐ สจ.ดร จึงเป็นแม่ทัพพลังประชารัฐ เมืองน่าน จัดทีมผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งผลเลือกตั้ง ส.ส. ผู้สมัครทั้งสามพ่ายทีมเพื่อไทย

เฉพาะเขต 3 (ปัว,เชียงกลาง,สองแคว,ทุ่งช้าง,เฉลิมพระเกียรติ และอ.บ่อเกลือ) ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ เพื่อไทย ได้ 31,659 คะแนน ส่วน สจ.ดร หรือคุณดร งามธุระ ได้ 22,640 คะแนน

หลังจัดตั้งรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม ได้แต่งตั้ง คุณดร งามธุระ เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม และหวังที่จะให้ สจ.ดร ลงสนามเมืองน่านอีกครั้ง

ทุกครั้งที่สมศักดิ์ ในฐานะรัฐมนตรียุติธรรม มีภารกิจในพื้นที่ จ.น่าน ก็จะหิ้ว สจ.ดร มาลงพื้นที่ เหมือนปูทางสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

‘ทีมใหม่ผู้กอง’

ผ่านศึกเสือเหนือใต้มาโชกโชน “สมศักดิ์” คงไม่นึกไม่ฝันว่า จะถูกลูบเหลี่ยมลูบคม จากคนในพรรคเดียวกัน

ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะบินขึ้นไปเมืองน่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ก็เดินทางไปประชุมพรรคที่ จ.น่าน สองสามครั้งแล้ว

ผู้กองธรรมนัส ได้จัดวางผู้สมัคร ส.ส.น่าน เป็นคนหน้าใหม่ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย สักก์สีห์ พลสันติกุล อาจารย์วิทยาลัยชุมชนน่าน , พิชิต โมกข์ศรี อดีตผู้สมัครนายก อบจ.น่าน และฉัตรชัย จิตตรง นักธุรกิจในท้องถิ่น

ที่น่าจับตาในกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.น่าน พลังประชารัฐ ชุดผู้กองธรรมนัสคือ ป.พิชิต หรือ พิชิต โมกข์ศรี อดีตปลัดเทศบาลเมืองน่าน ที่เคยลงสมัครนายก อบจ.น่าน แต่พ่ายแพ้แก่แชมป์เก่า เพื่อไทย

แม้ตัวผู้สมัครหน้าใหม่ อาจจะดีเด่นดัง แต่ทำไมผู้กองธรรมนัส ไม่ยกหูปรึกษาหารือสมศักดิ์ เทพสุทิน เสียหน่อย จู่ๆ ก็โละทีมเก่าของแกนนำกลุ่มสามมิตรทิ้งไปเลย

สถานการณ์ในพลังประชารัฐ นับวันจะร้าวลึก ยากที่จะหันหน้ามาพูดคุยกันได้ ตราบใดที่ลุงป้อมยังถือหางผู้กองธรรมนัสอยู่

เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน “กรรมการมหาเถรสมาคม” ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494810

30 พ.ย. 2564 |18:00 น.

เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน "กรรมการมหาเถรสมาคม" ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

ใครเป็นใคร หลุดหรือไม่หลุดใน “กรรมการมหาเถรสมาคม” ชุดปัจจุบัน ครบ 2 ปี ก่อนหมดวาระ และ แต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่

ดำรงตำแหน่งครบวาระ 2 ปีแล้ว สำหรับคณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) องค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทย ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 เนื่องจากการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรฯ ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ระบุว่า มหาเถรสมาคม ประกอบด้วยสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูป ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือ ภิกษุ ซึ่งมีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสม โดยเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย จะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้ ซึ่งคาดว่า จะมีการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ ภายในวันที่ 5 ธ.ค.2564

เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน "กรรมการมหาเถรสมาคม" ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

การจัดตั้งมหาเถรสมาคมครั้งแรก

มหาเถรสมาคม เป็นถ้อยคำที่ใช้ครั้งแรก ในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) อันตราขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คำว่า “เถระ” หมายถึง “พระผู้ใหญ่” ตามพระวินัยกำหนดว่า พระมีพรรษาตั้งแต่สิบขึ้นไป เรียกว่า “พระเถระ” โดยตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) มาตรา 4 ให้เรียกสมเด็จเจ้าคณะใหญ่ และพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ตำแหน่งต่าง ๆ ว่า “มหาเถระ” และมหาเถระเหล่านี้ จะประชุมกันเพื่อถวายความเห็นแก่พระมหากษัตริย์ ในเรื่องพุทธศาสนาตามที่ทรงปรึกษา ที่ประชุมนี้เรียกว่า “มหาเถรสมาคม” โดยต้องมีมหาเถระอย่างน้อย 5 รูปมาประชุม จึงจะเป็นองค์ประชุม พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) ไม่ได้ใช้บังคับทันที แต่จะมีประกาศให้ใช้บังคับในมณฑลต่าง ๆ เป็นรายมณฑลเรื่อยไป จนทั่วประเทศสยาม (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ประเทศไทย)

กรรมการมหาเถรสมาคม

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 กำหนดให้
    

  1. สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง
  2. กรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูป ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือพระภิกษุ ซึ่งมีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ รวมกรรมการมหาเถรสมาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 21 รูป กรรมการมหาเถรสมาคม ตามข้อ 2 มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี
เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน "กรรมการมหาเถรสมาคม" ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

โครงสร้างกรรมการมหาเถรสมาคม

สำหรับกรรมการมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน นับเป็นกรรมการมหาเถรฯ ชุดแรก ในรัชสมัยรัชกาลที่ 10 โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการมหาเถรฯ 20 รูป เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2562 

  1. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร ป.ธ.6) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม (ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม)
  2. สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.ธ.9) วัดบวรนิเวศวิหาร
  3. สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย ป.ธ.8) วัดเทพศิรินทราวาส
  4. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.9) วัดไตรมิตรวิทยาราม
  5. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร ป.ธ.3) วัดยานนาวา
  6. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน ประโยค 1-2) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
  7. สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช ป.ธ.6) วัดไตรมิตรวิทยาราม
  8. พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.9) วัดปากน้ำ
  9. พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.9) วัดปากน้ำ
  10. พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9) วัดประยุรวงศาวาส
  11. พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร ป.ธ.5) วัดเครือวัลย์
  12. พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7) วัดปทุมคงคา
  13. พระวิสุทธาธิบดี (เชิด จิตฺตคุตฺโต ป.ธ.9) วัดสุทัศนเทพวราราม
  14. พระพรหมมุนี (บุญเรือง ปุญฺญโชโต ป.ธ.4)วัดพระศรีมหาธาตุ
  15. พระธรรมไตรโลกาจารย์ (พูนศักดิ์ วรภทฺทโก ป.ธ.8 ,ดร.) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
  16. พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย ป.ธ.7) วัดปทุมวนาราม
  17. พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล ป.ธ.5) วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
  18. พระธรรมปริยัติโมลี (อาทร อินฺทปญฺโญ ป.ธ.9) วัดบพิตรพิมุข
  19. พระธรรมปาโมกข์ (สุนทร สุนฺทราโภ ป.ธ.4) วัดราชผาติการาม
  20. พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต ป.ธ.9 ,ดร.) วัดราชาธิวาสวิหาร
  21. พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท ป.ธ.9) วัดอรุณราชวราราม

หน่วยงานในปกครองมหาเถรสมาคม

  • เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
  • สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต
  • เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ
  • เจ้าคณะใหญ่หนกลาง สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
  • เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
  • เจ้าคณะใหญ่หนใต้ พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปญฺญาวุโธ) วัดกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง
  • เจ้าคณะภาค
  • เจ้าคณะจังหวัด
  • เจ้าคณะอำเภอ
  • เจ้าคณะตำบล
  • เจ้าอาวาส
  • ทุกวัดธรรมยุตและมหานิกาย

กรรมการมหาเถรสมาคม ที่หมดวาระแล้ว สามารถรับการแต่งตั้งใหม่อีก ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ซึ่งระบุว่า กรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
 

วงใน ว่ากันว่า การแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ ที่คาดว่า จะมีการประกาศแต่งตั้งไม่เกินวันที่ 5 ธ.ค.2564 นี้ มี Big Surprise ที่คาดไม่ถึง ไม่น่าจะหลุด แต่ก็หลุด และ รวมทั้งต้นตอ ที่เกิดข่าวลือสะพัด ก็น่าจะหลุดโผไปด้วยเช่นกัน 

เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน "กรรมการมหาเถรสมาคม" ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

ที่มา : มหาเถรสมาคม ,วิกิพีเดีย

บิ๊กป้อมไม่สนใจ ข่าวความเคลื่อนไหว “ย้ายพรรค”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494895

30 พ.ย. 2564 |15:00 น.

บิ๊กป้อม ไม่สนใจ ข่าวความเคลื่อนไหว ใครจะ “ย้ายพรรค” ขณะที่แกนนำกลุ่มสามมิตรยัน ยังไม่ใช่เวลาจะมาพูดกันตอนนี้

บิ๊กป้อมไม่สนใจ ข่าวความเคลื่อนไหว  "ย้ายพรรค"

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์เหมือน ปัดความรำคาญ  หลังมีข่าวกดดัน เรื่องการย้ายพรรคของกลุ่มสามมิตร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  จะว่าไปแล้ว ข่าวทำนองนี้ ไม่ได้เพิ่งมีเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากพรรคพลังประชารัฐ เริ่มลงหลักปักฐาน เดินหน้าในสมรภูมิการเมือง ต่อไปก็ปรากฏความเคลื่อนไหว หาตำแหน่งแห่งที่ ของคนภายในพรรคมาอย่างต่อเนื่อง 
สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตรระบุว่านี่ ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะมาพูดเรื่องการย้ายพรรค วาระรัฐบาล เหลืออีกกว่าหนึ่งปี การนำเรื่องของการเลือกตั้งหรือการโยกย้ายต่างๆ มาพูดตอนนี้ไม่เป็นผลดีกับประเทศในภาพรวม เ รื่องการเมืองยังไม่ควรเอามาพูดกันในเวลานี้  ตีความตามตัวอักษร สรุปว่า ไม่ได้ปิดประตูเรื่องการย้ายพรรค เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม  ส่วนใครจะปล่อยข่าวผ่านสื่อฉบับไหน เป็นอันเข้าใจได้ แต่ขอบอกว่าไม่เป็นธรรมชาติ 
บิ๊กป้อมไม่สนใจ ข่าวความเคลื่อนไหว  "ย้ายพรรค"

ข่าวความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ปรากฏให้เห็นตลอดมานับจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อกันยา แต่โครงสร้างของพรรคพลังประชารัฐมิได้มีการขยับขยาย  ตำแหน่งหลักๆ ทั้งเหรัญญิก และ เลขาธิการพรรค คนหน้าเก่ายังคงยืนบัญชาการ 
นี่เป็นผลทำให้เกิดแรงกระเพื่อมตามมา ลือกันถึงขั้นว่า จะมีการแยกทางระหว่าง  ป. ประวิตร กับ ป.ประยุทธ์  แม้จะมีคำยืนยัน เราจะแยกกันได้ ก็ต่อเมื่อตายจากกันเท่านั้น  แต่นั่นก็มิอาจทำให้ ทุกบริบทของความเคลื่อนไหว ภายในพรรคพลังประชารัฐ ถูกตั้งสมมติฐาน ว่ามาจากความไม่ลงรอยกันของสอง ป.
 

การลงพื้นที่ จังหวัดน่าน ของพลเอกประวิตร เป็นอีกก้าวสำคัญ ทางการเมือง ที่เหยียบเข้า ไปในหัวใจของพรรคเพื่อไทยฝ่ายตรงข้าม จึงไม่แปลกใจที่เจ้าของพื้นที่ จะส่งเสียงตามมาในฐานะหัวหน้าพรรคคู่แข่งทางการเมือง อย่างเพื่อไทย  แปรเจตคติ การลงพื้นที่ ของพลเอกประวิตร  เป็นการหว่านนโยบาย หวังผลในการเลือกตั้งครั้งหน้า  พรรคพลังประชารัฐรุกไล่ทุกพื้นที่  ยิ่งเมื่อปรากฏผลการเลือกตั้ง อบต. ยิ่งเห็นแต้มต่อยิ่งเห็นความฮึกเหิมทางการเมือง  ใครที่ทำให้ผู้มีอำนาจในพรรคขัดเคือง ก็ต้องถูกปล่อยข่าวสกัดความเคลื่อนไหวเป็นธรรมดา 

ดอกผล อบต. “พิธา” ฝันไกล โมเดลส้มสลายแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494883

30 พ.ย. 2564 |14:00 น.

ดอกผล อบต. "พิธา" ฝันไกล โมเดลส้มสลายแดง

อบต.ก้าวหน้าเบ่งบานที่อีสาน “พิธา” ก้าวไกลรับอานิสงส์ ปรากฏการณ์รากหญ้าสีส้ม ต่อยอดเลือกตั้ง ส.ส. แชมป์เก่าเพื่อไทยประมาทก็ถูกเจาะรายเขต คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ชัยชนะเป็นหย่อมๆของคณะก้าวหน้า 13 จังหวัดภาคอีสาน ส่งผลดีแก่ “พิธา” และพรรคก้าวไกล เทศบาลก้าวหน้า และอบต.ก้าวหน้า เสมือนกองโฆษณาปูทางสร้างพลพรรคสีส้ม

“พิธา” มีความคาดหวังสูงต่อการเปลี่ยนแปลงในสนามเลือกตั้งอีสาน ผลการเลือกตั้ง อบต. ที่ผ่านมา สะท้อนภาพกระแสสีส้มเริ่มเบ่งบานในกลุ่มคนรากหญ้า

พรรคก้าวไกลโดยการนำของ “พิธา” ไม่ใช่แค่ภาพพรรคคนเมือง ชัยชนะเกือบ 30 อบต.ของคณะก้าวหน้าในภาคอีสาน เป็นจุดเริ่มต้นของการสลายสีแดงให้กลายเป็นสีส้ม

คณะก้าวหน้าแถลงผลการเลือกตั้ง อบต. สรุปว่าได้เก้าอี้นายก อบต. รวมทั้งสิ้น 38 ที่นั่ง จากทั้งหมดที่ส่งลง 196 ที่นั่ง หรือคิดเป็น 19.4% ของจำนวนที่ส่งทั้งหมด

ใน อบต. 38 แห่งที่คณะก้าวหน้าจะได้เป็นคณะบริหารนั้น อยู่ในพื้นที่ 13 จังหวัดภาคอีสานได้แก่ 1.กาฬสินธุ์ 2.ขอนแก่น 3.ชัยภูมิ 6.นครราชสีมา 7.บึงกาฬ 8.มหาสารคาม 9.ร้อยเอ็ด 10.ศรีสะเกษ 11.หนองคาย 12.หนองบัวลำภู 13.อุดรธานี

ส่วนภาคเหนือ 4 จังหวัดคือ เชียงใหม่,น่าน,พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง 2 จังหวัดคือ นครปฐม และสุพรรณบุรี

อีกด้านหนึ่ง คณะก้าวหน้าประสบความล้มเหลวในสนามเลือกตั้ง อบต. โซนปริมณฑลกรุงเทพฯ และโซนอุตสาหกรรมภาคตะวันออก

การปรากฏตัวของ อบต.ก้าวหน้า ใน 13 จังหวัดภาคอีสาน ย่อมทำให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล มองเห็นความหวังในการปักธง ส.ส.เขต ในสนามเลือกตั้งที่มี ส.ส.มากถึง 133 คน

‘ฐานเสียงรากหญ้า’

นับแต่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส่งไม้ต่อให้ “พิธา” ก็หันมาขับเคลื่อนคณะก้าวหน้าเต็มตัว เริ่มจากสมรภูมินายก อบจ. ที่ประสบความล้มเหลว ธนาธรก็ขยับมาลุยเลือกตั้งเทศบาล ได้รับชัยชนะ 16 เทศบาลตำบล

เฉพาะภาคอีสาน มี 2 จังหวัดที่เป็นเป้าหมายของแกนนำคณะก้าวหน้าในการร่วมบริหารเทศบาลอย่างร้อยเอ็ด 3 เทศบาลคือ เทศบาลตำบลอาจสามารถ อ.อาจสามารถ, เทศบาลตำบลดงสิงห์ อ.จังหาร และเทศบาลตำบลขวาว อ.เสลภูมิ

อุดรธานี 3 เทศบาลคือ เทศบาลตำบลศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ เทศบาลตำบลบ้านยวด อ.สร้างคอม และเทศบาลตำบลปะโค อ.กุดจับ

โมเดลเทศบาลก้าวหน้า กลายเป็นเครื่องมือที่เจาะฐานการเมืองระดับรากหญ้า และออกดอกออกผลในการเลือกตั้งนายก อบต.

ไม่แปลกที่คณะก้าวหน้า จะได้เก้าอี้นายก อบต.ที่ร้อยเอ็ด 8 แห่ง ,อุดรธานี 5 แห่ง, หนองบัวลำภู 5 แห่ง และศรีสะเกษ 4 แห่ง

ปรากฏการณ์หนึ่งในสนามเลือกตั้ง อบต.อีสาน ระหว่างการหาเสียงของคณะ อบต.ก้าวหน้า ก็มีชาวบ้านพูดถึง “พิธา” และพรรคก้าวไกลมากขึ้น

‘เพื่อไทยหนาว’

ต้นเดือน ต.ค.2564 “พิธา” เดินทางมาที่ จ.ขอนแก่น ทำอีเวนท์ปักธงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 เนื่องจากการเลือกตั้ง 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส.เขต 1 คนที่ภาคอีสานคือ ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 แต่ ส.ส.คนนั้น ได้ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่แล้ว

เดิมที ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ มีภาพเป็นตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ จึงได้แต่กระแส ไม่สามารถสร้างฐาน ส.ส.เขตในภาคอีสานได้มากมายเหมือนในกรุงเทพฯ

ทักษิณ ชินวัตร และพรรคการเมืองในเครือข่ายยึดครองสนามเลือกตั้งอีสานมานานเกือบ 20 ปี จึงมีความได้เปรียบพรรคก้าวไกล

จากผลการเลือกตั้งเทศบาล และ อบต. พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนรากหญ้าก็เริ่มเชื่อมั่นในแนวคิดและอุดมการณ์ของกลุ่มธนาธร ซึ่งรวมถึงพรรคก้าวไกลด้วย

เสือซุ่ม “สมศักดิ์” เจอขาใหญ่ขวาง รอจังหวะเปลี่ยนเกม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494796

29 พ.ย. 2564 |19:00 น.

เสือซุ่ม "สมศักดิ์" เจอขาใหญ่ขวาง รอจังหวะเปลี่ยนเกม

ค่ายพลังป้อมป่วนไม่เลิก “สมศักดิ์” โดนขาใหญ่ชิงขึ้นแม่ทัพเหนือ ปล่อยข่าวแอบสอย ส.ส.ซุ้มสามมิตร รอวัดใจหัวหน้าพรรค ก่อนเปลี่ยนเกมเล่น คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เสือซุ่มมังกรซ่อน “สมศักดิ์” เจอข่าวปล่อยกลุ่มสามมิตรย้ายกลับค่ายเพื่อไทย ร้อนถึงคนใกล้ตัวต้องออกมาแถลงว่า ยังไม่หนีลุงตู่ลุงป้อมไปไหน

ชั่วโมงนี้ กลุ่มสามมิตรของ “สมศักดิ์” อาจไม่มีบทบาทมากนักในพลังประชารัฐ เพราะสายผู้กองธรรมนัสดาหน้าเข้ายึดพรรคไปเรียบร้อย แถมเจอเพื่อนแอบมาตกปลาในบ่อสามมิตรอีกต่างหาก

38 ปี บนถนนการเมือง “สมศักดิ์” อยู่มา 6 พรรค มีประสบการณ์โชกโชน มีหรือจะไม่รู้เกมขาใหญ่ คิดอยากคุมภาคเหนือคนเดียว

นับแต่มีข่าว กลุ่มสามมิตร ย้ายกลับพรรคเพื่อไทย สมศักดิ์ เทพสุทิน ยังไม่พูดอะไร นอกจาก อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะออกมาปฏิเสธข่าวว่าไม่เป็นความจริง

เสี่ยแฮงก์บอกว่า ไม่มีกลุ่มสามมิตรแล้ว มีแต่คนที่ทำงานการเมืองอยู่พรรคพลังประชารัฐส่วนใหญ่ตนไม่ค่อยพูดเรื่องการเมืองอยู่แล้ว เป็นคนไปตรงไปตรงมา ถึงได้มีข่าวน้อย

กลุ่มสามมิตรเกิดขึ้นในช่วงก่อร่างสร้างพรรคพลังประชารัฐ โดย สมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อปีที่แล้วกลุ่มสามมิตร ได้ร่วมมือกับกลุ่มมุ้งต่างๆ เบียดขับกลุ่ม 4 กุมาร ออกจากพรรคไป โดยชู พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค

สถานการณ์ของสามมิตรง่อนแง่น เมื่อ พล.อ.ประวิตรเขย่าโครงสร้างพรรคใหม่ มอบให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนสมศักดิ์ถูกปลดจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งตอนหลัง พล.อ.ประวิตรตั้งสมศักดิ์เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเป็นการปลอบใจ

‘ชิงแม่ทัพเหนือ’

สมัยเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว “สมศักดิ์” เป็นแม่ทัพใหญ่ภาคเหนือ ร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยพื้นที่เหนือตอนล่าง สมศักดิ์รับผิดชอบเป็นหลัก ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ดูแลพื้นที่เหนือตอนบน ยกเว้นเพชรบูรณ์ เป็นเรื่องของสันติ พร้อมพัฒน์

ผลเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พลังประชารัฐ กวาด ส.ส.โซนเหนือตอนล่างมาเป็นกอบเป็นกำ ไล่มาตั้งแต่สุโขทัย,ตาก,กำแพงเพชร,พิจิตร,พิษณุโลก,นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ ส่วนโซนเหนือตอนบน ได้แค่ ส.ส.พะเยา 2 คน

ช่วงหลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ จึงพยายามแผ่บารมีคุม ส.ส.โซนเหนือตอนล่าง ได้ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เป็นมือทำงาน ดึง ส.ส.ตาก ,พิจิตร และพิษณุโลก มาอยู่ในสังกัดผู้กอง

แม้วันนี้ ร.อ.ธรรมนัส จะไม่มีหัวโขนรัฐมนตรี แต่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค และเป็นน้องรักของลุงป้อม จึงทำให้ ส.ส.พลังประชารัฐ โซนเหนือตอนล่าง 6-7 คน ยังเดินตามผู้กองอยู่

การจัดทัพพลังประชารัฐสมัยหน้า ร.อ.ธรรมนัส คงอยากดูแลภาคเหนือทั้งหมด แต่สะดุดตรงที่กลุ่มสามมิตรยังอยู่ สนามสุโขทัย สมศักดิ์ดูแลเองอยู่แล้ว และมี อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 ที่ยังไปมาหาสู่กับกลุ่มสามมิตร

สนามกำแพงเพชร กลุ่มวราเทพ รัตนากร และกลุ่มไผ ลิกค์ ดูเหมือนจะเป็นเนื้อเดียวกัน แต่เอาเข้าจริง 3 ส.ส.กำแพงเพชร สายวราเทพก็อยู่กับกลุ่มสามมิตร มีเพียง ส.ส.คนเดียวที่ไปทางฝั่งธรรมนัส

ส่วนสนามนครสวรรค์ และพิจิตร ส.ส.พลังประชารัฐส่วนใหญ่ก็แยกไปอยู่ในสาย ร.อ.ธรรมนัส และหิมาลัย ผิวพรรณ

ส.ส.พลังประชารัฐสายเหนือ จึงประกอบด้วยกลุ่มสามมิตร-กลุ่มวราเทพ ,กลุ่มธรรมนัส และกลุ่มสันติ พร้อมพัฒน์ การจัดทัพครั้งใหม่ก็ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประวิตร จะสร้างสมดุลอย่างไร ไม่ให้พรรคแตก

‘สามมิตรจะไปไหน’

“สมศักดิ์” เล่นการเมืองตั้งแต่อายุ 25-26 ปี เคยสังกัดพรรคกิจสังคม, พรรคไทยรักไทย, พรรคมัชฌิมาธิปไตย ,พรรคภูมิใจไทย และย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเนื้อแท้กลุ่มสามมิตร มีอยู่ 4 ตระกูลคือ เทพสุทิน, จึงรุ่งเรืองกิจ, นาคาศัย และนิติกาญจนา

ขุมกำลัง 4 ตระกูลนี้ มี ส.ส.อยู่ในมือประมาณ 15 คน รวมถึงกลุ่มกำแพงเพชรสามัคคี ของวราเทพ รัตนากร

ส.ส.พลังประชารัฐสายอีสาน 2-3 คน รวมถึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ที่เคยอยู่กับกลุ่มสามมิตร เลือกตั้งสมัยหน้าก็ยังไม่แน่ใจว่า จะอยู่บ้านหลังเดิมหรือไม่

ว่ากันตามตรง สมศักดิ์ เทพสุทิน และวราเทพ รัตนากร ต่างก็คุ้นเคยกับเจ๊แดง-เยาวภา วงษ์สวัสดิ์ เรื่องจะกลับพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น และไม่ต้องวานให้ลูกน้องใครบางคนไปแจกข่าวกรุยทาง

ดังนั้น สถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การบริหารจัดการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของ “สมศักดิ์” และพันธมิตร

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “กลุ่ม 3 มิตร” เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494791

29 พ.ย. 2564 |19:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "กลุ่ม 3 มิตร" เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “กลุ่ม 3 มิตร” ใกล้อัสดงการเมืองแล้ว จับตานักการเมืองเก๋า “สุริยะ สมศักดิ์ อนุชา” พลิกชีวิตทิ้งไพ่ใบสุดท้ายสิ้นปี 2564 เริ่มต้นเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ ถึงจะได้ปีที่ดีเสริมดวง แต่ปี 65 มีแต่เรื่องปัญหามรสุม ความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้ง อาจวางมือทางการเมือง

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤตวิเคราะห์ดวงการเมืองผู้นำ “กลุ่ม 3 มิตร” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย เจอมรสุมท้ายปี บวกรอบอายุเข้าเคราะห์ เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อนอัสดงการเมือง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "กลุ่ม 3 มิตร" เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เกิดวันที่ 10 เดือนธันวาคม 2503 คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน วันพฤหัสที่ 13 เดือนมกราคม 2498 ติดปี 2497 คุณอนุชา นาคาศัย วันศุกร์ที่ 15 เดือนเมษายน 2503 ปลายปีนี้เจอมรสุมหนัก ถึงเดือนมกราคม 

แต่รอบอายุที่มีผลกระทบเกิดขึ้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงปี 2566 กับปัญหาความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง มีเรื่องให้อึดอัดใจ ไร้สาระไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราวเกิดขึ้น ตลอดปี 2565 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "กลุ่ม 3 มิตร" เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

ทุกวันนี้เฉพาะนักการเมืองเก๋า ก็ถือสุดยอดทางการเมืองแล้ว โอกาศที่หวังจะได้ตำแหน่งสูงกว่านี้คงยาก ด้วยเหตุนี้ในปี 2565 ถ้าใช้ชีวิตเพื่อช่วยสังคม เปลี่ยนแปลงชีวิต เสริมชีวิต ธุรกิจ การงานก็จะไปได้ดี

ซินแสเข่ง วิเคราะห์เพิ่มเติมดวงตามราศีปีเกิด “กลุ่ม 3 มิตร”  ของคุณสุริยะ และคุณสมศักดิ์ เพราะพื้นฐานดวงชะตาจุดหมายสุดท้าย ของการเมือง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "กลุ่ม 3 มิตร" เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

เพราะดวงชะตาตกเหตุให้เกิดความไม่ปรองดอง แตกแยก วุ่นวาย สับสน เป็นทุกขลาภ ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง ปี 2565 ปัญหาและอุปสรรค

ตลอดระยะเวลา 18 เดือน ที่จะต้องระมัดระวัง ทั้งต้องดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี อาจจะมีผลข้างเคียงให้เกิดขึ้น

เมื่อภรรยา “สิระ”เปิดตัวลงส.ส.ดอนเมืองชน“เก่ง-การุณ” สนามนี้เดือดทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494759

นายหัวไทร

29 พ.ย. 2564 |18:00 น.

เมื่อภรรยา “สิระ”เปิดตัวลงส.ส.ดอนเมืองชน“เก่ง-การุณ” สนามนี้เดือดทันที

ดอนเมือง เป็นอีกสนามการเมืองที่ต้องจับตา เมื่อ “สิระ” เจนจาคะ เตรียมส่งศรีภรรยา “สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ” ลงประชัน เก่ง การุณ โหสกุล ส.ส.เจ้าของพื้นที่แห่งพรรคเพื่อไทยงานนี้ต้องโฟกัสเป็นพิเศษ ติดตามได้จากเจาะประเด็นร้อน โดย นายหัวไทร

เป็นไปตามความคาดหมายว่า ภรรยาของ “สิระ  เจนจาคะ” ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ จะต้องลงสมัคร ส.ส.เขตดอนเมือง

สำหรับคอการเมืองพอจะดมกลิ่นออกจากการเปิดวิวาทะกันเป็นครั้งคราวระหว่าง “สิระ เจนจาคะ” กับ ส.ส.เจ้าของพื้นที่ “เก่ง-การุณ โหสกุล” แห่งพรรคเพื่อไทย จนสนิทของ “เจ้หน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธ์”


สิระเคยใช้ความพยายามในการจะสอยเก่งออกจากการเมือง ด้วยข้อกล่าวหาว่า เคยต้องคำพิพากษาของศาล และน่าจะขาดคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง
     

แต่เก่ง-การุณก็โต้กลับมาเช่นกัน โดยระบุว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (11) บัญญัติว่าผู้ที่  “เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง” เป็นผู้ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 
   เก่ง การุณ โหสกุล ส.ส.ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย เก่ง การุณ โหสกุล ส.ส.ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย 

เก่ง-การุณ ยกเหตุผลมาอธิบายว่าเขามิได้เป็นผู้มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผล ดังนี้

(1) ผมไม่เคยถูกศาลฎีกาพิพากษาว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง โดยศาลฎีกาในคดีหมายเลขแดงที่ 6604/2556 วินิจฉัยเพียงว่า “การกล่าวคำปราศรัยของผมฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งวุฒิสภา พ.ศ. 2550 มาตรา 53 (5) จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผมเป็นเวลาห้าปี และให้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ 12 (ดอนเมือง)ใหม่แทนผม”


(2) การกระทำที่ผมถูกกล่าวหาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 53(5) คือการปราศรัยใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ซึ่งต่อมานายแทนคุณ จิตต์อิสระ ก็ได้ฟ้องผมต่อศาลในความผิดฐานหมิ่นประมาทแต่ได้มีการประนีประนอมยอมความและถอนฟ้องในที่สุด

(3) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 137 ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 53 ที่เป็นการทุจริตในการเลือกตั้งอันเป็นความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งจะต้องถูกพิพากษาจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดสิบปี แต่ผมมิได้ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลาสิบปี ดังนั้น การกล่าวคำปราศรัยดังกล่าวจึงไม่ใช่การกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง

นี่คือเหตุผลที่ เก่ง-การุณยกขึ้นมาอธิบาย และทำให้เขาลงสมัครรับเลือกตั้งได้ในการเลือกตั้งปี 2562 และสิระพยายามยกเรื่องนี้ขึ้นมา กล่าวอ้าง เพื่อสอยเก่ง-การุณลงจากเวที และให้ภรรยาลงเลือกตั้งซ่อม แต่ยังไม่สำเร็จ จึงต้องรอการเลือกตั้งครั้งต่อไป

     “สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ” ภรรยาของสิระ เจนจาคะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตดอนเมืองพรรคพลังประชารัฐ“สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ” ภรรยาของสิระ เจนจาคะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตดอนเมืองพรรคพลังประชารัฐ

“สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ” ภรรยาของสิระ เจนจาคะ หลังจากสิระ ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ก็จะเกาะติดลงชุมชน ลงพื้นที่ย่านหลักสี่เป็นประจำ และบรงครั้งบางโอกาสก็ก้าวข้ามไปถึงเขตดอนเมืองด้วย และในการประชุมพรรคภาคส่วนกรุงเทพมหานคร สายฝั่งธนฯสรัลรัศมิ์ ก็ไปปรากฏตัวด้วย เป็นการเปิดตัวเตรียมลงเลือกตั้งเขตดอนเมือง ซึ่งต้องไปชนกับเจ้าถิ่น “เก่ง-การุณ” แน่นอน

สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าจะมาเพื่อท้าชนกับใครหรือต้องเกรงกลัวใครที่เป็นเจ้าของพื้นที่ เพราะประชาชนทุกคนมีสิทธิเลือก ส่วนเหตุผลที่ต้องการเข้ามาดูแลประชาชนในเขตดอนเมือง เนื่องจากว่า ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ช่วยดูแลคนเขตหลักสี่ เป็นเขตของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. มาอย่างต่อเนื่อง และได้มีประชาชนชาวดอนเมืองประสานเข้ามาขอความช่วยเหลือจำนวนมาก ซึ่งตนเข้าไปดูแลมาโดยตลอด

สรัลรัศมิ์ ยกเหตุผลอธิบายถึงการลงเขตดอนเมืองว่า เห็นว่าพื้นที่เขตดอนเมืองไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของใครหรือเป็นทรัพย์สมบัติของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง เมื่อประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับการดูแลจากผู้แทนที่เขาได้เลือกไป ในการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ พวกเขาก็มีสิทธิเลือกให้บุคคลอื่นเข้าไปทำหน้าที่แทนได้ ในเขตดอนเมืองยังมีอีกหลายจุดที่ต้องการการพัฒนาอย่างเร่งด่วน และจะขออาสาเข้าไปทำหน้าที่ตรงนั้น เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“ประชาชนในพื้นที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง การผูกขาดกับคนเดิมๆ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง แต่อาจจะเป็นเพราะไม่มีทางเลือก เพราะถ้า ส.ส.คนปัจจุบันทำหน้าที่ได้ดี คงไม่มีประชาชนในเขตดอนเมืองมาขอความช่วยเหลือจากดิฉันเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน”

"สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ" ภรรยาของสิระ เจนจาคะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ดอนเมือง พรรคพลังประชารัฐ“สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ” ภรรยาของสิระ เจนจาคะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ดอนเมือง พรรคพลังประชารัฐ

สรัลรัศมิ์ กล่าวอีกว่า สาเหตุสำคัญในการตัดสินใจ ลงรับสมัครเลือกตั้งในครั้งนี้ก็เพราะชาวดอนเมืองเรียกร้องมา

ส่วน “เก่ง-การุณ โหสกุล” ส.ส.ดอนเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงความยินดีที่สรัลรัศมิ์จะมาลงเลือกตั้งเขตดอนเมือง เพราะกว่าครึ่งชีวิตที่ตนทำหน้าที่ผู้แทน เป้าหมายสำคัญ คือ ให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น เมื่อมีคนอาสาจะมาทำงานให้ประชาชนจึงถือเป็นเรื่องดี ขอยกย่องคนที่ทำดีโดยไม่หวังผลประโยชน์ และอยากให้คนที่มีความพร้อมเข้ามาทำงานการเมืองให้ประชาชนมากขึ้น ไม่ว่าจะในพื้นที่ใดก็ตาม เพราะการทำงานรับใช้ประชาชนคือหัวใจหลักของประชาธิปไตย เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นคนตัดสินเองว่า อยากได้ใครเป็นผู้แทน

“แต่สิ่งที่อยากจะฝาก คือ อยากเห็นนักการเมืองที่ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่เข้ามาแล้วมาโจมตีคนอื่น ที่สำคัญคนทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนต้องไม่กร่าง ไม่ข่มขู่ ข้าราชการหรือประชาชน ต้องไม่อ้างตำแหน่งของตัวเองไปแสวงหาผลประโยชน์ หรือ ให้ท้ายธุรกิจผิดกฎหมาย เพราะหัวใจหลักของคนทำงานการเมืองคือต้องยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง” นายการุณ กล่าว
     

ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งในทุกระดับของดอนเมืองจะเป็นสนามที่ถูกจับตามองมาร่วม 20 ปี นับตั้งแต่เก่ง-การุณ ก้าวเข้ามาเล่นการเมือง และออกแนวโลดโผน หวือหวา เมื่อภรรยาสิระเปิดตัวลงชนกับเก่ง-การุณ สนามดอนเมืองก็ถูกโฟกัสทันที
 

#นายหัวไทร #มากกว่าข่าว

เสาไฟกินรีชนะ “ทรงชัย นกขมิ้น” ดับฝันธนาธร ยึด อบต.ราชาเทวะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494748

29 พ.ย. 2564 |15:00 น.

เสาไฟกินรีชนะ "ทรงชัย นกขมิ้น" ดับฝันธนาธร ยึด อบต.ราชาเทวะ

เครือข่ายท้องถิ่นเหนือกว่า “ทรงชัย นกขมิ้น” ดับฝันธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เบียดเด็กก้าวหน้า นั่งเก้าอี้นายก อบต.ราชาเทวะ แต่ไม่พ้นวิบากเสาไฟกินรีในมือ ป.ป.ช. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

37 ปี บนถนนการเมืองท้องถิ่น “ทรงชัย นกขมิ้น” ได้รับเลือกเป็นนายก อบต.ราชาเทวะ อีกสมัย เฉือนคู่แข่งหน้าใหม่ที่มี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้สนับสนุน
 

ค่ายธนาธรจะชูคำขวัญโค่นเสาไฟกินรี เดินหน้าหาเสียงคนรุ่นใหม่ “ทรงชัย นกขมิ้น” อาศัยความเป็นคนพื้นถิ่นคลองลาดกระบัง และแรงหนุนจากบ้านใหญ่ปากน้ำ จึงเอาตัวรอดมาได้


“ทรงชัย นกขมิ้น” ได้ชัยชนะในสนามเลือกตั้ง แต่ก็หนีวิบากเรื่องเสาไฟกินรีไม่พ้น ยังต้องต่อสู้พิสูจน์ข้อกล่าวหาอีกหลายยก

สนามเลือกตั้งนายก อบต.ใน จ.สมุทรปราการ ที่ได้รับความสนใจจากคนทั่วไปคือ การเลือกตั้งนายก อบต.ราชาเทวะ อ.บางพลี ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่าง ทรงชัย นกขมิ้น อดีตนายก อบต.ราชาเทวะ กับชุติกาญจน์ ศรทอง จากคณะก้าวหน้า ที่ได้รับการสนับสนุนจากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ผลการเลือกตั้งนายก อบต.ราชาเทวะ ปรากฏว่า ทรงชัย นกขมิ้น แชมป์เก่าเฉือนชนะชุติกาญจน์ ตัวแทนคณะก้าวหน้าไปได้ตามความคาดหมาย

ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ชุติกาญจน์ ศรทอง ผู้สมัครนายก อบต.ราชาเทวะ ค่ายธนาธร ชูนโยบายเลิกสร้างเสาไฟกินรี เปลี่ยนเป็นเสาไฟส่องสว่าง ถนนมีคุณภาพ และแก้ปัญหารถติดในย่านราชาเทวะ

ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ลงพื้นที่หาเสียงช่วยชุติกาญจน์ หวังเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่น ต.ราชาเทวะ ที่ถูกผูกขาดอยู่ในตระกูลนกขมิ้น มากว่า 30 ปี แต่ธนาธรก็พบกับความผิดหวัง เมื่อโค่นแชมป์เก่าไม่สำเร็จ

‘ตระกูลนกขมิ้น’

ตระกูลนกขมิ้น แห่ง ต.ราชาเทวะ เป็นตระกูลใหญ่ มีเครือญาติเชื้อสายมอญทั้งตำบล “ทรงชัย นกขมิ้น” เป็นลูกชายเฟี้ยม นกขมิ้น อดีตกำนัน ต.ราชาเทวะ

ปี 2527 ทรงชัยได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 (บ้านคลองลาดกระบัง) และปี 2531 ทรงชัยก็เป็นกำนัน ต.ราชาเทวะ สืบต่อจากบิดา-กำนันเฟี้ยม

ปี 2538 ทรงชัยได้รับเลือกเป็นนายก อบต.ราชาเทวะ และครองตำแหน่งนายก อบต.ติดต่อกันมาหลายสมัย ด้วยความเป็นผู้นำท้องถิ่นที่เป็นสายตรงบ้านใหญ่อัศวเหม

ทรงชัย นกขมิ้น ชนะเลือกตั้งแต่ต้องเผชิญวิบากเสาไฟกินรีทรงชัย นกขมิ้น ชนะเลือกตั้งแต่ต้องเผชิญวิบากเสาไฟกินรี

การเลือกตั้งนายก อบต.เที่ยวนี้ ทรงชัย นกขมิ้น ใช้ชื่อกลุ่มมดงาน ออกหาเสียงเป็นทีม ด้วยคำขวัญ รักทรงชัย ใช้มดงาน ไม่แปะโลโก้กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าของบ้านใหญ่ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นเปลี่ยน มีคณะก้าวหน้าเข้ามาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว

ทรงชัยรู้ดีว่า ประเด็นความไม่โปร่งใสในโครงการติดตั้งเสาไฟฟ้ากินรี เป็นจุดอ่อน จะถูกคู่แข่งหยิบยกมาโจมตี เขาจึงเน้นการขายความเป็นคนท้องถิ่น และปลุกชาตินิยมเล็กๆ ในกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิม

ด้วยเครือข่ายอุปถัมภ์ในพื้นที่ ต.ราชาเทวะ ซึ่งฝ่ายกลุ่มมดงาน มีความได้เปรียบคณะก้าวหน้าที่เป็นคนต่างถิ่น ทีมทรงชัยจึงเอาชนะไปได้ แต่ก็เป็นการต่อสู้ที่เหนื่อยกว่าทุกครั้งของฝ่ายแชมป์เก่า

‘วิบากเสาไฟกินรี’

การเข้าดำรงตำแหน่งนายก อบต.ราชาเทวะอีกสมัย ของ “ทรงชัย นกขมิ้น” อาจไม่ราบรื่นเพราะกรณีการจัดซื้อจัดจ้างเสาไฟประติมากรรม หรือที่เรียกกันว่าเสาไฟกินรี กำลังอยู่ในมือ ป.ป.ช. ซึ่งได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานไต่สวนเบื้องต้นโครงการจัดซื้อเสาไฟประติมากรรมกินรี ของ อบต.ราชาเทวะ จำนวน 5 คณะไปเรียบร้อยแล้ว

สืบเนื่องจากกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สรุปสำนวนการตรวจสอบโครงการจัดซื้อเสาไฟฟ้ารูปประติมากรรมกินรี ของอบต.ราชาเทวะ และมีการขยายผลการตรวจสอบทั่วประเทศที่มีการดำเนินการตั้งแต่ปี 2555-2564 กว่า 82 เรื่อง มีการออกรายงานการตรวจสอบ แจ้งข้อตรวจพบข้อสังเกตไปแล้ว 70 เรื่อง คิดเป็นงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,485,314,832.25 บาท

ว่ากันว่า ป.ป.ช.กำลังประสานกับ สตง. เพื่อขอรับรายงานดังกล่าวมาพิจารณา ดังนั้น อนาคตของทรงชัย นกขมิ้น บนเก้าอี้นายก อบต.ราชาเทวะ นับจากนี้ไปก็อยู่ในมือ ป.ป.ช.

“กลุ่มก้าวหน้า” ยังไม่หมดหวัง เลือกตั้ง อบต. เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494747

29 พ.ย. 2564 |14:00 น.

ปักธงเลือกตั้ง อบต. “กลุ่มก้าวหน้า” ยังไม่หมดหวัง เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ วางรากฐานประชาธิปไตยรูปแบบใหม่

การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเมื่อเดือนธันวาคม2563  มีพรรคการเมือง 2 พรรคส่งผู้สมัครลงชิงชัย ในสนาม อบจ. ได้แก่พรรคเพื่อไทย 25 จังหวัด พรรคประชาธิปัตย์ 2 จังหวัด กลุ่มก้าวหน้า ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ 42 จังหวัด ผลปรากฏว่าคณะก้าวหน้า ภายใต้การนำของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจไม่สามารถปักธงในสนามเลือกตั้ง นายก อบจ. ได้แม้แต่จังหวัดเดียว  

"กลุ่มก้าวหน้า" ยังไม่หมดหวัง เลือกตั้ง อบต. เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ

ส่วนพรรคเพื่อไทยได้มาเพียง 9 จังหวัด และพรรคประชาธิปัตย์ รักษาเก้าอี้ ไว้ได้ที่จังหวัดสงขลา  พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ที่ห้ามไม่ให้ข้าราชการการเมือง ส.ส. /ส.ว. เป็นผู้ช่วยหาเสียง ทำให้ผู้สมัคร นายกฯและสมาชิก อบจ.ส่วนใหญ่ อยู่ในสังกัด บ้านใหญ่  ผู้ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น  ผู้สมัครเกินครึ่งจึงยังรักษาเก้าอี้เอาไว้ได้  

การเลือกตั้ง นายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล เมื่อเดือนมีนาคม ต้นปีที่ผ่านมา ผู้สมัครซึ่งลงในนามคณะก้าวหน้า สามารถเอาชนะเลือกตั้งนายกเทศมนตรีได้ 16 แห่งในหลายจังหวัด ส่วนมากเป็นพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน มีสมุทรปราการแทรกมาหนึ่งจังหวัด      ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการ สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้าฯมองว่าศักยภาพของคณะก้าวหน้า เหมาะที่จะเล่นสนามการปกครองท้องถิ่นมากกว่าสนามใหญ่ เพราะเป็นกลุ่มการเมืองที่เน้นคนรุ่นใหม่ เน้นฐานเสียงที่เป็นอิสระในพื้นที่ ซึ่งไม่ได้ยึดโยงกับผู้นำท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น ไม่ต้องพึ่งพาการอุปภัมภ์ภายในจังหวัด ทำให้สนามเทศบาลจะเหมาะกับคณะก้าวหน้ามากกว่าสนาม อบจ. 
การเลือกตั้ง นายกฯองค์การบริหารส่วนตำบลคราวนี้ กลุ่มก้าวหน้า ได้รับชัยชนะเพิ่มมากขึ้นจากการเลือกตั้ง เทศบาล เท่าตัว แม้พื้นที่จะแตกต่าง แต่ก็สะท้อนแนวทางการเมืองที่ใกล้เคียงกันในนิยาม กลุ่มการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีอายุไม่ถึงสามปี  
"กลุ่มก้าวหน้า" ยังไม่หมดหวัง เลือกตั้ง อบต. เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ

การเลือกตั้งเทศบาลที่ผ่านมา พบว่ามีการเขย่าของการเมืองในพื้นที่เลือกตั้ง  แชมป์เก่า แพ้เลือกตั้ง จากกลุ่มการเมืองเดิมๆ กันเองในพื้นที่ แยกตัวออกมาแข่งกันเอง  ไม่ได้ถูกล้มโดยกลุ่มใหม่ๆ อย่างคณะก้าวหน้า แต่มีการผสมผสานในทีมเลือกตั้ง ที่มีคนรุ่นใหม่ๆ เข้ามา สร้างการสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่ๆ ในพื้นที่ เช่นนักธุรกิจ ผู้ประกอบรุ่นใหม่ นักเคลื่อนไหวนักพัฒนารุ่นใหม่ในจังหวัด 
การเลือกตั้งอบต.ที่ผ่านมา แม้หลายฝ่ายปรามาสว่า เป็นความพ่ายแพ้ซ้ำซาก ของกลุ่มก้าวหน้าในสนามการเมืองท้องถิ่น แต่เก้าอี้ที่เพิ่มขึ้นในสนามอบต. บอกให้รู้ว่าประชาธิปไตยในแบบก้าวหน้า ได้หยั่งรากลงไป ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กที่สุด สำเร็จแล้ว ส่วนจะพัฒนาเติบโต จนมีรากแก้วหรือไม่  ก็ขึ้นกับว่า ก้าวหน้าจะยืนระยะได้นานเท่าไร เหมือนที่หลายคน กล่าวไว้  จะพัฒนาประชาธิปไตย ต้องใช้เวลา แม้ว่าจะผ่านมาเกือบศตวรรษแล้วก็ตาม