“นิพนธ์” ลุยน้ำท่วม ช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498222

23 ธ.ค. 2564 |18:50 น.

"นิพนธ์" ลุยน้ำท่วม ช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก

“นิพนธ์”’ ลุยน้ำท่วม ช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กำชับเร่งรัดฟื้นฟูโดยเร็ว ย้ำช่วงภัยพิบัติให้รักษาชีวิตไว้เป็นอันดับแรก

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 ที่บ้านมูโนะ อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม พบปะ และมอบถุงยังชีพ แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่หมู่ 1 บ้านมูโนะ และหมู่ 3 บ้านปาดังยอ จำนวน 1,015 ครัวเรือน รวม 3,552 คน ที่ได้รับความเดือดร้อนน้ำจากเหตุพนังกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำโก-ลกในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลมูโนะแตก 

จนทำให้น้ำจากแม่น้ำโก-ลกที่ล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนจํานวน 500 ชุด เพื่อขวัญกำลังใจแก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานกันอย่างเต็มที่ โดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยข้าราชการ จิตอาสา กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนให้การต้อนรับ

นายนิพนธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และให้กำลังใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ รัฐบาลมีความห่วงใยและต้องการให้สถานการณ์นี้ผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว และถือโอกาสได้พบปะพูดคุยกับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ด้วย 

นายนิพนธ์  กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ตนได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์อุทกภัย โดยสั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)บูรณาการจังหวัดเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ดูแลความปลอดภัยและชีวิตของประชาชนเป็นอันดับแรก ที่สำคัญคือการดูแลที่อยู่ อาหาร และสุขอนามัยให้แก่ประชาชนที่อพยพหนีอุทกภัยด้วย 

"นิพนธ์" ลุยน้ำท่วม ช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก

“และขอให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานที่เข้าไปเล่นน้ำอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้หากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนและต้องการขอรับความช่วยเหลือ สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ทุกที่ทันทีเพื่อประสานการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน”นายนิพนธ์ กล่าว 

นายนิพนธ์ กล่าวอีกว่า ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อจัดสรรงบประมาณในการเยียวยา ช่วยเหลือประชนและฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคได้ทันที

"นิพนธ์" ลุยน้ำท่วม ช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก

“เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับไปใช้ใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป และขอยืนยันว่ารัฐบาลมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกคน”นายนิพนธ์ กล่าว

"นิพนธ์" ลุยน้ำท่วม ช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก
"นิพนธ์" ลุยน้ำท่วม ช่วยผู้ประสบภัยในพื้นที่ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก

โฆษกรัฐบาลแจง กทม.ยืนยันเอกชนที่อนุญาตแล้ว จัดงานปีใหม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498220

23 ธ.ค. 2564 |18:34 น.

โฆษกรัฐบาลแจง กทม.ยืนยันเอกชนที่อนุญาตแล้ว จัดงานปีใหม่ได้

โฆษกรัฐบาลชี้แจง กทม. ยืนยันเอกชนที่ได้รับอนุญาตแล้ว สามารถจัดงานช่วงปีใหม่ได้ แต่กำชับให้คุมเข้ม มาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ยกเลิกเฉพาะงานกทม. เป็นเจ้าภาพ คือสวดมนต์ข้ามปีและงานรื่นเริง ถ. ลาดหญ้า

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีความเข้าใจผิดจากกระแสข่าว กรุงเทพมหานครแถลงข่าวยกเลิกการจัดงานเทศกาลขึ้นปีใหม่นั้น  พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รายงานข้อเท็จจริงให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมในฐานะ ผอ. ศบค. ทราบว่า  กรุงเทพมหานครงดการจัดงานในส่วนงานที่เป็นเจ้าภาพจัดเองในปีนี้ ซึ่งมีเพียง 2 งาน คือ 1.งานสวดมนต์ข้ามปี ที่บริเวณด้านหน้าลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และ 2.งานรื่นเริง ที่ถนนลาดหญ้า ส่วนภาคเอกชนที่ได้ยื่นขออนุญาตจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และได้รับอนุญาตแล้วสามารถจัดงานได้  โดยกำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในมาตรการเฝ้าระวังโควิด -19 ตามที่ ศบค. ได้กำหนดไว้ 

นายธนกร ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่ารัฐบาลประกาศยกเลิกกิจกรรมปีใหม่ทั้งหมดนั้น ไม่เป็นความจริง โดยยังคงอนุญาตให้มีการจัดงานกิจกรรมในช่วงวันปีใหม่ได้ ทั้งนี้ยึดตามมติ คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 20/2564 ที่มีมติเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมาที่อนุญาตให้ทุกพื้นที่ให้เปิดบริการและดื่มสุราได้ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 64 – 1 ม.ค. 65 ได้ไม่เกิน 01.00 น. เฉพาะร้านที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก มาตรการจัดงานปีใหม่ตั้งแต่ 1,000 คน ขึ้นไป ผู้ร่วมงานต้องฉีดวัคซีน 2 เข็ม และ/หรือ มีการตรวจ ATK  

ทั้งนี้ ยังสามารถจัดงานกิจกรรมในวันปีใหม่ได้ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ที่มีจัดงาน/กิจกรรม  เป็นการบริหารจัดการของแต่ละพื้นที่ขึ้นกับ คณะกรรมการ ในระดับจังหวัดที่เห็นสมควร  นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามผู้จัดงานให้ปฏิบัติตามประกาศ ศบค. และมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ทั้ง Covid Free Setting การคัดกรองผู้เข้าร่วมงาน การแสดงผลตรวจ ATK อย่างเคร่งครัด ส่วนผู้ร่วมงานก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention การเว้นระยะ การสวมหน้ากากอนามัย และหลีกเลี่ยงอยู่ในที่แออัดด้วย

พรรคก้าวไกลเล็งเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. 23 ม.ค.ปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498218

23 ธ.ค. 2564 |18:12 น.

พรรคก้าวไกลเล็งเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. 23 ม.ค.ปีหน้า

พรรคก้าวไกลเล็งเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. 23 ม.ค.ปีหน้า มั่นใจเป็นคนรุ่นใหม่ ที่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุขเมือง

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงแคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคก้าวไกล ว่า ให้รอดูหลังปีใหม่ ซึ่งต้องตอบโจทย์คน กทม. ที่อึดอัดมาตลอด 9 ปี ที่ไม่ได้เลือกผู้ว่าฯ และ 11 ปี ที่ไม่ได้เลือก ส.ก. รวมถึงคนที่กำลังจะมีโอกาสได้เลือกตั้งครั้งแรก หรือนิวโหวต ที่เป็นคนหนุ่มสาวจำนวนมาก โดยจะมีการเปิดตัวในวันที่ 23 ม.ค.2565

“ซึ่งเป็นคนที่ทุกคนรู้จักหมด ที่สำคัญคือ ต้องเป็นคนที่ผมไว้ใจ เป็นคนรุ่นใหม่ และไม่ใช่ นางชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ พี่สาวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า หรือคนที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้” นายพิธา กล่าวและว่าแคนดิเดตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของเรา อายุประมาณ 41 เท่าตนเอง และหน้าตาดีกว่าตนเอง มีความเชี่ยวชาญในหลายเรื่อง โดยอยู่ในภาคเอกชน เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจการศึกษาและสาธารณสุขเมือง นอกจากนั้น ยังมีทีมที่ปรึกษาและคนที่ทำงานอยู่ใน กทม.มาก่อนหลายปีมาร่วมด้วย

หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวด้วยว่า การส่งผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้คิดในลักษณะว่าจะเป็นการตัดคะแนนกัน แต่มองในลักษณะอุดมการณ์ในการทำงาน การตั้งพรรคก้าวไกลขึ้นมาเพื่อผลักดันการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติ ระดับเมือง หรือการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องของเพื่อนเรา คือ คณะก้าวหน้า จึงคิดว่าต้องส่งแคนดิเดตที่ดีที่สุด และนโยบายที่ดีที่สุดให้ประชาชนตัดสิน ซึ่งการพูดคุยกันในลักษณะนี้ หรือการล็อกคน ก็เคยเกิดขึ้นแล้วในการเลือกตั้งซ่อม แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

วันแรก! ชุมพรเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 บรรยากาศสุดคึกคัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498214

23 ธ.ค. 2564 |18:04 น.

วันแรก! ชุมพรเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 บรรยากาศสุดคึกคัก

วันแรก! ชุมพรเปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 บรรยากาศสุดคึกคัก โดยผู้สมัครจาก 3 พรรคการเมืองทั้งประชาธิปัตย์ ไทยศรีวิไลย์และก้าวไกล พร้อมใจกันมาสมัคร พร้อมด้วยกองเชียร์อีกเพียบ

วันนี้(23 ธ.ค.) เวลา 8.00 น. ณ ห้องประชุม ร.ร.เทศบาล 1(บ้านท่าตะเภา)  ซึ่ง กกต.ชุมพร ใช้เป็นสถานที่เปิดรับสมัครว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ชุมพร เขต 1 เป็นวันแรก โดยในช่วงเวลา 7.32 น. นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาถึงก่อน พร้อมกองเชียร์ที่มาร่วมให้กำลังใจกันอย่างหนาแน่น

 
     
และในเวลา 8.15 น. นายวรพล อนันตศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคก้าวไกล เดินทางมาถึง ตามด้วย ร.ต.ท.สมชาย เพ่งยงยุทธ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคไทยศรีวิไลย์  


     
กระทั่งเวลา 8.30 น. คณะกรรมการรับสมัคร ก็ให้ผู้สมัครจับหมายเลข ซึ่งจะใช้เป็นเบอร์สมัครรับการเลือกตั้ง ผลปรากฎว่า นายอิสรพงษ์ มากอำไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 1 ร.ต.ท. สมชาย แพ่งยงยุทธ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยศรีวิไลย์ ได้หมายเลข 2 และ นายวรพล อนันตศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จากพรรคก้าวไกล ได้หมายเลข 3 


     
สำหรับการรับสมัครว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในพื้นที่ เขต 1 จ.ชุมพร กำหนดให้มีการรับสมัครว่าที่ผู้สมัครระหว่างวันที่ 23 – 27 ธันวาคม 2564 นี้ จึงยังสรุปไม่ได้ว่าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 จ.ชุมพร ในครั้งนี้จะมีผู้สมัครลงแข่งขันกี่ราย เพราะยังมีเวลาไปจนถึงวันจันทร์ที่ 27 ธ.ค. 64 นี้

วันเดียวกันนี้ ที่ศาลาประชาคม อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างลงในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.สงขลา พบว่านายธิวัชร์ ดำแก้ว ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากพรรคก้าวไกล ได้เดินทางมายื่นเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม เขต 6 จ.สงขลา พร้อมจับสลากเบอร์ได้เบอร์ 2  โดยหลังกระบวนการสมัครเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม นายธิวัชร์ ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกสั้น ๆ โดยระบุว่าตนเองในฐานะเด็กสะเดา เกิดและเติบโตที่นี่ เห็นการเมืองที่เต็มไปด้วยอิทธิพล ระบบอุปถัมภ์ การครอบงำทางการเมืองด้วยการใช้อิทธิผล ทำให้มุ่งมั่นตั้งใจที่จะมาเป็นตัวแทนของชาวเขต 6 สงขลาทุกคน และมีความมุ่งหวังว่าเมื่อได้เข้าไปทำหน้าที่ ตนเองจะมีส่วนช่วยผลักดันการปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ช่วยเหลือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และพัฒนาการค้าระหว่างประเทศให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับคนชายแดนอย่างแท้จริง

“ผมภูมิใจอย่างยิ่งที่วันนี้ได้สมัครรับเลือกตั้งแล้ว ฝากพี่น้องที่รักประชาธิปไตย และผู้ทรงอำนาจสูงสุดในระบอบประชาธิปไตยทุกคน ร่วมส่งกำลังใจให้ร่วมเปลี่ยนแปลงการเมืองสงขลา การเมืองภาคใต้ และประเทศไทยไปด้วยกัน” นายธิวัชร์กล่าว

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่านายธิวัชร์ ก่อนที่จะมาลงสมัครเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.สงขลา เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการที่ดินฯ สภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนี้ นายธิวัชร์ยังเป็นนักกิจกรรมมาตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา ที่คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำกิจกรรมร่วมกับองค์กรในเครือข่ายของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ก่อนเข้ารับตำแหน่งกรรมการบริหาร สนนท.ในปี 2552

ก่อนหน้านี้นายธิวัชร์ ยังเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD) และเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองเกี่ยวกับการต้านรัฐประหาร และการเรียกร้องของประชาชนกรณีประเด็นปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะกรณีข้อพิพาทด้านที่ดินมาอย่างสม่ำเสมอ จนเรียกได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาที่ดินและสิ่งแวดล้อมอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย จนกระทั่งการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่ มาจนเป็นพรรคก้าวไกล นายธิวัชร์ จึงได้เข้ามาร่วมทำงานในฐานะผู้ช่วยของนายพิธา มานับตั้งแต่นั้น

ขณะที่ นายชัยชนะ เดชเดโช  ส.ส.นครศรีธรรมราชและรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่ง นายอิสรพงษ์ มากอำไพ หรือเลขาฯ ตาร์ท เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1  และน.ส.สุภาพร กำเนิดผล เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา เขต 6  โดยทั้ง 2 คน ได้หมายเลข 1 เป็นหมายเลขประจำตัวผู้สมัครฯ ว่า  ถือเป็นเรื่องดีที่ผู้สมัครฯ ทั้ง 2 เขต ได้หมายเลข 1 ซึ่งจะทำให้การหาเสียงของพรรคเป็นไปได้ง่าย 

อย่างไรก็ตาม ในการรณรงค์หาเสียงในครั้งนี้ นอกจากจะประชาสัมพันธ์ตัวผู้สมัครฯ ที่เป็นคนที่มีคุณภาพ ทำงานร่วมกันชาวบ้านในพื้นที่มาโดยตลอด รวมทั้งมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรแล้วนั้น ก็ยังได้มีการชี้แจงถึงสิ่งที่ทางพรรคฯ ได้ทำและประสบผลสำเร็จมาแล้ว เช่น โครงการประกันรายได้เกษตรกร การคืนสิทธิ์การตัดสินใจให้ประชาชนผ่านระบบเลือกตั้งโดยใช้บัตร 2 ใบ การดูแลประชาชนทุกช่วงวัยให้ผ่านพ้นวิกฤตจากการระบาดของไวรัสโควิด – 19 และสิ่งที่พรรคฯ จะทำต่อไปในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะเป็นนโยบายที่ครอบคลุมในทุกมิติของชีวิตและเตรียมพร้อมรับมือในทุก ๆ สถานการณ์ ซึ่งเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้รับชัยชนะทั้ง 2 เขต ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ 

“ผมเห็นว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมทั้ง 2 รายของพรรค เป็นบุคคลที่มีความพร้อมและพร้อมแล้วในการดูแลเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน ทั้งนี้ การที่มีกระแสต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งซ่อมในคราวนี้ ผมเห็นว่าเป็นสีสันและทุกคนสามารถจะคาดเดาไปต่าง ๆ นานาได้ แต่ทผมอยากให้ประชาชนทั้งในพื้นที่ชุมพร เขต 1 และ สงขลา เขต 6 ได้คิดวิเคราะห์และพิจารณาผู้สมัครทั้ง 2 เขตของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนที่ดีของประชาชนได้ในระยะเวลาที่เหลืออยู่อีกเพียง 1 ปีกว่า ๆ นับจากนี้ ” นายชัยชนะกล่าว

ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ขณะนี้ทั้งสองเขตได้ลุยหาเสียงอย่างเต็มที่ มั่นใจผู้สมัครทั้งสองเขต เป็นคนที่ตั้งใจทำงานให้กับประชาชนในพื้นที่มาตลอด ประชาชนในพื้นที่ทราบดี ต้องย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองของคนทุกรุ่น ที่มีบุคคลที่ร่วมทำงานมีทุกช่วงวัย มีนโยบายชัดเจนและยั่งยืน และที่สำคัญมีความสำเร็จในการทำงานให้กับประชาชนและประเทศ การหาเสียงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีการนำนโยบายของพรรคเพื่อสื่อสารให้คนในพื้นที่เลือกตั้งได้รับทราบมากยิ่งขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจและการหาเสียงของพรรคจะยึดหลักสุจริตเป็นที่ตั้ง และไม่มีความกังวลใจว่า พรรคการเมืองใดจะส่งใครลงเลือกตั้งบ้าง เพราะท้ายที่สุดก็ต้องว่ากันตามกระบวนการเลือกตั้ง แข่งขันกันตามปกติ รองหัวหน้าพรรคภาคใต้จะได้มีการกำหนดแผนการทำงานเพื่อให้การหาเสียงเลือกตั้งมีประสิทธิภาพต่อไป และพรรคมั่นใจว่าจะสามารถคว้าชัยชนะทั้งเขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา ได้อย่างแน่นอน 

นายกฯ ตั้งเป้าปี 65 เป็นปีแห่งการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ เดินหน้าสกัดโอไมครอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498212

23 ธ.ค. 2564 |17:59 น.

นายกฯ ตั้งเป้าปี 65 เป็นปีแห่งการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ เดินหน้าสกัดโอไมครอน

นายกฯ ย้ำเดินหน้ามาตรการเข้มข้น สกัด “โอมิครอน” ตั้งเป้าปี 65 เป็นปีแห่งการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมระบบรองรับมาตรการการคัดกรอง เฝ้าระวังกลุ่มบุคคล/กิจกรรม ช่วงปีใหม่ และติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศที่เข้มงวดขึ้น

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ย้ำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการเฝ้า ระวัง และติดตามนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ หรือคนไทยที่เดินทางกลับเข้าประเทศ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการเข้าประเทศและมาตรการสาธารณสุขที่กำหนด ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะผอ. ศบค. ดำเนินทุกมาตรการเพื่อป้องกันและชะลอการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ขณะเดียวกัน ก็เร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่อเนื่อง ทั้งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเปราะบาง รวมทั้งให้ทำความเข้าใจกลุ่มผู้ที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน เพื่อให้เห็นประโยชน์ของการฉีดวัคซีนด้วย โดยตั้งเป้าหมายให้รณรงค์ให้ปีหน้าเป็นปีแห่งการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ หรือวัคซีนเข็มกระตุ้น สำหรับคนไทยด้วย

ล่าสุดคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เห็นชอบ 2 เรื่องหลัก ๆ คือ 1. เห็นชอบฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเข็มที่ 4 กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และบุคลากรด่านหน้า รวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ 2. เห็นชอบให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแก่เด็กอายุ 5-11 ปี โดยเป็นวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยที่ผู้ปกครองและเด็กต้องแสดงความสมัครใจและยินยอม 

“ขณะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อของสถานการณ์ เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดิม คือ เดลต้า ไปสู่โควิด-19 กลายพันธุ์ โอไมครอน  ซึ่งกำลังเป็นความท้าทายระบบการป้องกันและควบคุมโรคที่ไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ รัฐบาลและ ศบค. มีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเข้มข้น ระงับการเดินเข้าประเทศแบบ Test and Go และ Sandbox ชั่วคราว ซึ่งรัฐบาลเข้าใจและเห็นใจผู้ประกอบการ ภาคเอกชน ที่อาจต้องปรับรูปแบบการประกอบการให้เข้ากับสถานการณ์และความจำเป็นในระยะนี้  ซึ่งทุกฝ่ายต้องช่วยซึ่งกันและกันด้วยการดำเนินกิจกรรมได้ภายใต้มาตรการ COVID Free Setting และขอให้ทุกคนปฏิบัติตาม Universal Prevention อย่างเคร่งครัด รวมถึงตรวจ ATK เป็นระยะ ๆ รัฐบาลพร้อมดูแลพี่น้องประชาชนให้ใช้ช่วงเวลาเทศกาลปลายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างมีความสุขและปลอดภัย” โฆษกรัฐบาลกล่าว

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากที่รัฐบาลโดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ปรับมาตรการเข้าราชอาณาจักรชั่วคราว หลังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในหลายประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านสาธารณสุข คมนาคม การท่องเที่ยว การต่างประเทศ เร่งชี้แจงแนวทางดำเนินการของรัฐบาลให้ภาคธุรกิจเอกชน นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้เกิดความเข้าใจแนวทางการควบคุมโรคของประเทศไทย  

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมระบบงาน ให้มีความพร้อมรับกับมาตรการที่จะเข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของการคัดกรองและติดตามผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางเข้าประเทศไทย เช่นกลุ่มที่เข้าประเทศรูปแบบ Test&Go จำนวน 2 แสนคน รวมถึงกลุ่มที่เข้าประเทศด้วยรูปแบบภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่ยังเปิดให้เข้าตามปกติ   

 น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับทราบถึงประเด็นปัญหาเรื่องของระบบติดตามนักท่องเที่ยว ที่ผู้ประกอบการโรงแรมได้สะท้อนระหว่างการประชุมชี้แจงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าขณะนี้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหมอชนะได้ เนื่องจากมีปัญหาทางเทคนิคระหว่างระบบของหมอชนะกับระบบไทยแลนด์พาส ซึ่งในส่วนนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานที่ดูแลด้านระบบให้ร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ หรือหาแนวทางรองรับให้เร็วที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวและประสิทธิภาพในการติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศต่อไป    

 “นายกรัฐมนตรีขอบคุณผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวที่เข้าใจในสถานการณ์ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดำเนินมาตรการที่เข้มงวด  ส่วนประเด็นปัญหาที่ภาคเอกชนได้สะท้อนทั้งในเรื่องระบบแอปพลิเคชันเพื่อติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศและเรื่องอื่น ๆ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งแก้ไขต่อไป” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

“บิ๊กป้อม”ให้ “กก.บห.พปชร.” ตัดสินส่งใครลงเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่แทนสิระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498211

23 ธ.ค. 2564 |17:52 น.

“บิ๊กป้อม”ให้ “กก.บห.พปชร.” ตัดสินส่งใครลงเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่แทนสิระ

“บิ๊กป้อม”ยืนยันให้ “กก.บห.พปชร.” ตัดสินส่งใครลงเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ ชี้ไม่ใช่เรื่องของ ”สิระ” แม้เป็นเจ้าของพื้นที่ ยันไม่รู้จัก “ภรรยาสิระ” ย้ำกรณีความผิดของ “สิระ”เป็นเรื่องตัวบุคคล ไม่โยงถึงยุบพรรค บอกไม่มีกลับมติ เลือกตั้งซ่อมชุมพร

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย นายสิระ เจนจาคะ พ้นสมาชิกภาพ ส.ส. โดยจะพิจารณาส่งผู้สมัครส.ส.เลือกต้องซ่อมในเขตหลักสี่ กทม.เมื่อไหร่ อย่างไร ว่ารอให้มีการประชุมก่อน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะให้เกียรติ นายสิระ อดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่ เป็นผู้เสนอชื่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พปชร. ไม่ใช่เรื่องของนายสิระ ส่วนการเลือกตั้งซ่อม จะมีการโยก นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ภรรยานายสิระ ที่เคยประกาศจะลงเขตดอนเมือง มาลงเขตหลักสี่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่รู้เลย เพราะเป็นเรื่องของ กก.บห.พรรค อย่าเพิ่งไปถามล่วงหน้า ตอบไม่ได้
 

เมื่อถามย้ำว่า มองว่าภรรยานายสิระเหมาะสมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้มอง เพราะเป็นเรื่อง กก.บห.ที่เขาจะดำเนินการของเขาเอง จะไปมองได้ยังไง ยังไม่รู้จักเขาเลย เมื่อถามด้วยว่า ได้หารือกับฝ่ายกฎหมายหรือไม่ ถึงความผิดของนายสิระจะมีผลผูกพันถึงพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย ว่าไปตามกฎหมาย ไม่ต้องห่วง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการกฎหมายเข้ามาดูเรื่องนี้ เชื่อว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องนี้จะถูกโยงไปถึง กก.บห.พรรค ที่ถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ก็ไม่รู้ มันจะไปยุบได้ยังไง เพราะเป็นเรื่องของตัวบุคคล เมื่อถามว่านายชวลิต อาจหาญ หรือทนายแดง ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค จะมีการกลับมติไม่ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม จ.ชุมพร เขต 1 หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าจบไปแล้ว ชุมพรไม่มีการกลับมติ เพราะเขาลาออกไปแล้ว ก็ถือว่าจบ

สำหรับกระแสข่าว นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม.มาพบนายกรัฐมนตรี เพื่ออวยพรปีใหม่และมีการพูดคุยเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้เจอกับ นายสกลธี จึงไม่ทราบ และไม่รู้ เพราะนายสกลธี ไม่ได้มาหาตนเอง

สุดคึกคัก รับสมัคร “เลือกตั้งซ่อมสงขลา” เขต 6 วันแรก ปชป.ขอ ส.ส.หญิง คนแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498195

23 ธ.ค. 2564 |15:52 น.

สุดคึกคัก รับสมัคร "เลือกตั้งซ่อมสงขลา" เขต 6 วันแรก ปชป.ขอ ส.ส.หญิง คนแรก

รับสมัคร “เลือกตั้งซ่อมสงขลา” เขต 6 วันแรก 4 พรรคส่งแม่ทัพใหญ่คุมเกม สุภาพร จับได้เบอร์1 ธิวัชร์ เบอร์2 อนุกูล เบอร์3 พงศธร เบอร์4 พปชร. ลั่น แพ้ไม่ได้ ขณะที่ ปชป. ขอสร้างประวัติศาสตร์ ส.ส.หญิงคนแรกของจังหวัด

สุดคึกคักรับสมัคร “เลือกตั้งซ่อมเขต 6 สงขลา”วันแรก 4พรรคการเมืองขนกองเชียร์ให้กำลังใจ แม่ทัพใหญ่ปชป.ควงคู่ภรรยา”น้ำหอม”คว้าหมายเลข1 ด้านประธานยุทธศาสตร์ พปชร.หนุนสุดตัว  น้องโบ๊ท ทายาทนักธุรกิจยางพาราจับสลากหมายเลข3 ด้านหัวหน้าพรรคกล้าส่ง ทนายอาร์ม ปักหลักสู้พรรคใหญ่โดยมีผู้การฯชาติเป็นพี่เลี้ยง ส่วนผู้สมัครพรรคก้าวไกลมั่นใจเกินร้อยลุยเดี่ยวขอคะแนนคนรุ่นใหม่เพื่อเปลี่ยนอนาคต

(23ธ.ค.)ศาลาประชาคมอำเภอสะเดา จ.สงขลา สถานที่รับสมัคร”เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 สงขลา”วันแรกคึกคักอย่างมากมีผู้สมัครจาก4พรรคการเมืองเข้าแถวหน้าพร้อมกองเชียร์หลายร้อยชีวิตเดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัครกันตั้งแต่เช้าตรู่

โดยคนแรกที่ปรากฏตัวพร้อมกองเชียร์ คือ นางสาวสุภาพร กำเนิดผล จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เดินทางมาพร้อมนายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ดูแลภาคใต้

สุดคึกคัก รับสมัคร "เลือกตั้งซ่อมสงขลา" เขต 6 วันแรก ปชป.ขอ ส.ส.หญิง คนแรก

                              สุภาพร กำเนิดผล จาก ปชป.

ในเวลาไล่เลี่ยกันนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาพร้อมนายอนุมัติ อาหมัด ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ นายพงศธร สุวรรณรักษา จากพรรคกล้า ที่มาพร้อมหัวหน้าพรรคนายกรณ์ จาติกวณิช และกุนซือ สำคัญอย่าง พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ที่เพิ่งลาออกจากพลังประชารัฐก็มาด้วยและนายธิวัชร์ ดำแก้ว จากพรรคก้าวไกล ก็เดินทางมาในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

สุดคึกคัก รับสมัคร "เลือกตั้งซ่อมสงขลา" เขต 6 วันแรก ปชป.ขอ ส.ส.หญิง คนแรก

                      อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพลังประชารัฐ

จากนั้นเข้าสู่กระบวนการคณะกรรมการจับสลากหมายเลขผู้สมัคร ปรากฎว่านางสาวสุภาพร กำเนิดผล จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข1 นายธิวัชร์ ดำแก้ว จากพรรคก้าวไกลหมายเลข2 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ จากพรรคพลังประชารัฐหมายเลข3และนายพงศธร สุวรรณรักษา จากพรรคกล้า หมายเลข4

สุดคึกคัก รับสมัคร "เลือกตั้งซ่อมสงขลา" เขต 6 วันแรก ปชป.ขอ ส.ส.หญิง คนแรก

                          พงศธร สุวรรณรักษา จากพรรคกล้า

ซึ่งภายหลังที่ผู้สมัครได้รับหมายเลขก็มีการพบปะกับกองเชียรที่เดินทางมาให้กำลังใจโดยเฉพาะผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคประชาธิปัตย์นางสาวสุภาพร กำเนิดผล หรือน้ำหอม ภรรยานายเดชม์อิศ ขาวทอง ส.ส.สงขลา เขต 5 ที่เพิ่งจะได้รับตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค ปชป. และถูกมอบหมายให้จัดทัพเลือกตั้งสู้ศึกในภาคใต้ ซึ่งนางสาวสุภาพร มั่นใจในศักยภาพของตัวเองและพร้อมเป็นตัวแทนประชาชนในฐานะผู้หญิงพลังบวกพี่ขอสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักการเมืองหญิงคนแรกให้กับจังหวัดสงขลา

ด้านนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือ(โบ๊ท) นักธุรกิจโรงงานยางพาราชื่อดัง และบิดาเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองสะเดา ผู้กว้างขวางในพื้นที่ที่ชูจุดเด่นเป็นคนรุ่นใหม่เกิดและโตในพื้นที่และรู้ทุกปัญหา ซึ่งเจ้าตัวบอกแพ้ไม่ได้เพราะพรรคพลังประชารัฐตั้งใจมาแล้ว

ส่วนพรรคกล้าของนายกรณ์ จาติกวณิช ที่วันนี้ตัดสินใจมาให้กำลังใจผู้สมัครของพรรคกล้าคือนายพงศธร สุวรรณรักษา หรือ ทนายพี่อาร์ม ก่อนจากนั้นเดินทางไปยังจังหวัดชุมพรเพื่อนำผู้สมัครไปลงสมัครเลือกตั้งซ่อมอีก 1สนาม พร้อมไว้วางใจ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล มาช่วยดูแลโดยมั่นใจทั้งสองพื้นที่ได้บุคคลที่เป็นผู้ที่มีความสามารถและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม

สุดคึกคัก รับสมัคร "เลือกตั้งซ่อมสงขลา" เขต 6 วันแรก ปชป.ขอ ส.ส.หญิง คนแรก

                            ธิวัชร์ ดำแก้ว จากก้าวไกล

ขณะที่พรรคก้าวไกลนายธิวัชร์ ดำแก้ว นักวิชาการ นักกิจกรรมที่เคลื่อนไหวทางการเมืองดีกรีการศึกษา ป.โท ทางการเมืองมา พกความมั่นใจมุ่งมั่นเกินร้อย ขันอาสารับใช้ประชาชนยันเป็นคนพื้นที่เขต 6 รู้ดีทุกอย่างรับรู้สภาพปัญหาที่พร้อมเปลี่ยนแปลง พร้อมขอเสียงลูกหลานเขต 6จังหวัดสงขลาที่อยู่นอกพื้นที่แจ้งข่าวสารครอบครัวให้เลือกพรรคก้าวไกล

Samsung to showcase startup projects at CES

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40010547


Samsung Electronics said Tuesday it will showcase 13 startup projects at the CES trade show next month to introduce their innovations to a global audience and gauge marketability.

Samsung to showcase startup projects at CES

The Korean tech giant has nurtured in-house ventures under the C Lab Inside program since 2012. In 2018, the firm launched the C Lab Outside program to support outside startups as well. A total of 406 startups have been accelerated under the programs.

For the upcoming CES, four in-house ventures are making their debut. They include: Piloto, an AI solution that helps children better control their smartphone use; Innovision that detects and corrects cross-eyes in babies; Jam Star that develops electric guitars equipped with LED lights; and Proba, an AI-based online test-proctoring service.

Nine outside projects Samsung has supported on funding, marketing and financing over the past year will also be unveiled at the CES. One of them is Pet Now, a dog identification app based on dog nose print recognition technology and the winner of the Best of Innovation award in the software and mobile apps category.

Samsung said C Lab startups have won a total of 22 Innovation awards, including the top honor, at the 2022 CES Innovation Awards, the largest number since their joining the awards in 2017.

“C Lab startups have proved their technological competitiveness by winning the largest number of CES Innovation awards,” said Park Hak-kyu, president of Samsung’s management support office. “We hope 2022 CES paves the way for their global expansion.”

By Lee Ji-yoon

Published : December 29, 2021

By : The Korea Herald

Newborn elephant in Ratanakkiri brings Christmas joy to conservationists

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40010546


A female domesticated elephant under the care of the Airavata Khmer Elephant Foundation gave birth to a calf on December 26 – known as “Boxing Day” in some parts of the world – in Ratanakkiri province, bringing Christmas joy to the wildlife conservation community and Ministry of Environment officials.

Newborn elephant in Ratanakkiri brings Christmas joy to conservationists

Chenda Clais, president of the foundation, told The Post on December 27 that one of the four domesticated elephants in the organisation’s care gave birth to the calf at 5am.

“We named this female baby elephant Noel because it was born one day after Christmas. Noel’s mother was 21 months pregnant and just gave birth to her.”

According to Chenda, the four elephants were originally from the province’s Lumphat and Bakeo districts.

Chenda said the foundation has a number of partners that help them with their elephant programme, including donors from the private sector, professional associations, civil society organisations and the environment ministry along with the ministries of Information; Tourism; Culture and Fine Arts; and Agriculture, Forestry and Fisheries.

“Our foundation has additional needs in order to bring about the successful conservation of elephants in Cambodia. We need young females to breed so that the number of domestic elephants can increase, for instance. We also urgently need more funds to carry out elephant conservation activities in our country, because elephant conservation requires a lot of money,” she said.

Environment ministry spokesman Neth Pheaktra said there were between 400-600 wild elephants living in the forests in the protected areas and around 100 more domesticated elephants living in captivity in the Kingdom, including the new calf.

Most elephants in Cambodia live in protected areas in the Cardamom Mountains and in eastern provinces such as Ratanakkiri and Mondulkiri.

“The baby elephant was born at the Airavata Khmer Elephant Foundation, which the environment ministry supports financially through the sale of carbon credits. All of the proceeds from carbon credits are used to pay for conservation of natural resources, including this foundation’s elephants,” he said.

Pheaktra said the conservation of elephants is an important part of the ministry’s work because it is precisely this type of “charismatic” species of wildlife that can attract eco-tourism, which can then fund the conservation of Cambodia’s other rare species and environment generally.

“The sale of carbon credits also funds the provision of equipment to the forest rangers and additional support for them as well as the strengthening and development of rural communities and natural protected area communities,” he added.

Separately, at least 1,000 people have now donated more than $3,000 in cash to the “one dollar for elephants” campaign that seeks to raise funds for needy villagers and elephants in the Kulen Mountain area, which lost most of their income due to the lapse in tourism from the Covid-19 pandemic.

Earlier this month, a group of students launched the one-month fund raising campaign under the slogan “Donate a dollar to make elephants smile” for the conservation of elephants in the foothills of Kulen Mountain and to help solve villagers’ livelihood problems in the area after they were affected by the lack of tourists.

The elephant conservation area in the Kulen Mountains in Bos Thom village of Sotr Nikum district’s Khnar Por commune was established in late 2019 after 13 elephants were ordered into the care of a conservation programme.

The elephants were previously being cared for by community members who ran businesses and used them to carry tourists on sightseeing trips, an activity that is no longer permitted in Cambodia.

Samrong Hoksrun, the leader of the group of seven students who initiated the campaign, told The Post on December 27 that it would finish in early January and all funds raised would be provided directly to the organisation caring for the elephants on January 19.

He said that since the campaign began, more than a thousand people have donated over $3,000 and he expects it to rise as the campaign heads toward its conclusion.

David Jaya-Piot, co-founder of the elephant conservation park at Kulen Mountain, told The Post that the goal of collecting the elephants was to give them a better life where they are free to live naturally and are not forced to work or carry tourists.

He said that after the project was launched, the pandemic also began and that has affected the stability and livelihoods of the community as well as the lives of the elephants because both the community and the programme caring for the animals rely on tourism primarily for their funding.

He said there are 13 elephants in the protected area which need to eat at least 200 to 300kg of food per day each. He expressed his deep gratitude to the students for their campaign to raise donations for the elephants and community, saying their actions were setting a great example to follow for all Cambodians who wish to help with nature conservation.

By Voun Dara and Long Kimmarita

Published : December 29, 2021

By : The Phnom Penh Post

COVID-19 testing requirement scrapped for air travellers from HCM City, Cần Thơ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40010545


HÀ NỘI —The Ministry of Transport no longer requires all air passengers from HCM City and the Mekong Delta city of Cần Thơ to provide proof of negative COVID-19 test results, according to its new rules issued on Monday.

COVID-19 testing requirement scrapped for air travellers from HCM City, Cần Thơ

The testing obligation now only applies to those living or travelling from locked down areas or zones classified as having the highest level of COVID-19 risk (Level 4) in the two southern cities.

Passengers from these areas must show proof of negative COVID-19 RT-PCR or rapid antigen test results done within 72 hours of the flight’s scheduled departure time.

Passengers will not be allowed to board flights if they have COVID-19 symptoms, for example, cough, fever, shortness of breath, muscle aches, sore throat and loss of taste.

Under the newly-released regulations, the Ministry of Transport also enables carriers to serve in-flight meals and increase the frequency of flights on domestic routes from December 29, 2021 to February 16, 2022.

The number of flights between Hà Nội and HCM City will increase to 25 round-trips per day from December 29, 2021 to January 18, 2022, and to 52 from January 19 to February 16, 2022.

The frequency of flights on the HCM City – Đà Nẵng route will be up to 20 per day in the first phase and 27 in the second phase. The Hà Nội – Đà Nẵng route will be up to 20 in both phases.

The number of flights per route could be further increased before Tết (Việt Nam’s traditional Lunar New Year holiday) to serve the surge in domestic travel demands, which starts on January 29, with the COVID-19 situation taken into account. — VNS

Published : December 29, 2021

By : Vietnam News