DISAYA คอลเลกชั่น Among the living flowers งดงามเรียบง่ายกลิ่นอายญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667607

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 14:50 น.DISAYA คอลเลกชั่น Among the living flowers งดงามเรียบง่ายกลิ่นอายญี่ปุ่นจากพลังแห่งความงดงามและความเรียบง่ายของศิลปะอิเคบานะ สู่โลกเฟมินีนของ DISAYA คอลเลกชั่นใหม่ “Among the living flowers”

ด้วยดีไซน์อันเย้ายวน ผสานความหรูหราของเนื้อผ้าที่คัดสรรอย่างดีเลิศ ประกอบกับลายพิมพ์ ดอกไม้ เหล่านี้คือสิ่งที่แบรนด์ DISAYA รวบรวมสอดแทรกไว้ในทุกอณูของแต่ละคอลเลกชั่น เช่นเดียวกับ Among the living flowers คอลเลกชั่นล่าสุดของ DISAYA

ซึ่งในซีซั่นนี้ ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ ได้หยิบเอาศิลปะการจัดดอกไม้ชั้นสูงของญี่ปุ่น Ikebana (อิเคบานะ) นำความอ่อนโยนและความเรียบง่ายที่แฝงไปด้วยพลังของธรรมชาติมาจัดแต่งด้วยสีสันของฤดูกาลและทำให้พื้นที่ดูมีชีวิตมากขึ้นมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง ลายพิมพ์ดอกไม้ นานาชนิด ถูกจัดเรียงอย่างมีความหมาย ลายพิมพ์จากชุดกิโมโน อย่าง ลายนกกระเรียน ลายผีเสื้อ ถูกนำมาปรับให้ดูโมเดิร์นขึ้นผ่านเทคนิค Stencil (สเตนซิล) ที่ทำให้เกิดการฟุ้งของสีโดยรอบเพื่อเกิดเป็นลายและซิลลูเอทใหม่ แสนเย้ายวน

โครงจากชุดกิโมโนถูกนำเสนอในมุมมองใหม่ผสานกับเทคนิคการปักดอกไม้ 3 มิติ สะท้อนผ่าน โครงร่างเสื้อผ้าหลากหลายดีไซน์พร้อมกับเติมความสดใสและอ่อนหวานในโทนสีพาสเทล อย่าง สีฟ้า, สีเหลือง, สีชมพู และ สีม่วง ชุดกระโปรงป้าย หรือ wrap dress โดดเด่นด้วยลูกเล่นการเดรปผ้าช่วงเอว เสื้อสายเดี่ยว กระโปรงผ้าลูกไม้ ดีไซน์เรียบหรูด้วยกระดุมมุกและปักดอกไม้สามมิติ เสื้อครอป กางเกงขาบาน สีออมเบร์ ไล่โทนสีเหลือง ปักลายดอกไม้ประดับเลื่อมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ดิษยา มินิเดรส กลิ่นอายกิโมโน ไล่โทนสีฟ้า-เหลือง โดดเด่นด้วยลูกเล่นเชือกผูกเอวขนาดใหญ่และตัดต่อระบาย ช่วงแขน

พบกับ DISAYA – Among the living flowers คอลเลกชั่นที่เต็มไปด้วยดีเทลแห่งความเฟมินีน คลาสซี่ และสวยสะกดตา สวมใส่ง่ายเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ ได้ที่ www.disaya.com Line official / Instagram @disayaofficial และ DISAYA Boutique ทุกสาขา

จุดสตาร์ทที่ไม่ได้เริ่มจาก ‘หนึ่ง’ แต่เริ่มจาก “ศูนย์” ของสี่ฮีโร่ผู้สร้างแรงบันดาลใจในแบบของตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667527

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 13:30 น.จุดสตาร์ทที่ไม่ได้เริ่มจาก ‘หนึ่ง’ แต่เริ่มจาก “ศูนย์” ของสี่ฮีโร่ผู้สร้างแรงบันดาลใจในแบบของตัวเองค้นหาแรงบันดาลใจเติมไฟให้ชีวิต จากการต่อสู้ของ 4 ฮีโร่ “บอย โลโมโซนิก – หนุ่ม Runner’s Journey – เอ๋ UTMB – เจ๊มุก ซักรีด” กับเรื่องราวที่มีจุดเริ่มต้นจาก “ศูนย์” สู่ “ฮีโร่” ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

ภายใต้แบรนด์แท็กไลน์ Beat Yesterday หรือ “การเอาชนะเมื่อวาน” การ์มิน ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์จีพีเอสสมาร์ทวอทช์ระดับโลก ส่งแคมเปญ “FROM ZERO TO HERO” เพื่อปลุกสปิริตให้คนไทยในช่วงเวลาที่หมดไฟ ให้สามารถเดินหน้าพิชิตเป้าหมายก่อนปิดปี 64 ผ่าน 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การเปิดตัวหนังสั้นความยาว 8.25 นาที ที่ร้อยเรียงเรื่องราวจุดสตาร์ทที่ไม่ได้เริ่มจาก ‘หนึ่ง’ แต่เริ่มจาก “ศูนย์” ของ 4 ฮีโร่ผู้สร้างแรงบันดาลใจในแบบของตัวเอง ได้แก่ บอย – อริย์ธัช (พีระสิฐ) พลตาล นักร้องนำชื่อดังจากวงโลโมโซนิก หนุ่ม – เกียรติคุณ เยาวรัตน์ เจ้าของเพจ Runner’s Journey เอ๋ – พิชชานันท์ มหาโชติ หญิงไทยคนแรกที่พิชิต UTMB สนามวิ่งเทรลมหาโหด และ สวัสดิ์ – สวัสดิ์ กันยา หรือที่รู้จักกันในนาม “เจ๊มุกซักรีด” มือรับจ้างซักรีดที่พบความสุขอยู่หลังเส้นชัย และอีกหนึ่งกิจกรรมคือ การเปิดพื้นที่บนโซเชียลมีเดียเชิญชวนคนรุ่นใหม่ร่วมแบ่งปัน “ฮีโร่ สตอรี่” เพื่อเป็นพลังบวกส่งต่อให้คนในสังคม

สำหรับ “หนังสั้น FROM ZERO TO HERO” ได้นำเรื่องราวชีวิตจริงของคนธรรมดาทั้ง 4 คนที่ต้องเผชิญกับปัญหาในชีวิตไม่ว่าจะเป็น การแบกรับความคาดหวังของคนอื่น การมีชีวิตอยู่เพื่อดูแลอีกชีวิต การก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย และการเอาชนะคำดูถูก โดยมี “การวิ่ง” เป็นเสมือนลมใต้ปีก FROM ZERO TO HERO ถูกถ่ายทอดผ่านภาพและเสียงเพื่อดึงความสนใจให้ผู้คนอยากติดตาม โดยเนื้อหามุ่งส่งผ่านความรู้สึกเข้าใจในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับที่ผู้ชมต้องเผชิญ พร้อมแสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่เริ่มจากศูนย์ ผ่านเส้นทางแห่งความยากลำบาก จนในวันนี้ทั้ง 4 ท่านกลายมาเป็น “ฮีโร่” ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครอีกหลายคนในสังคม

สกาย เชน ผู้อำนวยการ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “การ์มิน เชื่อว่าทุกคนต่างก็ต้องการแรงบันดาลใจเป็นที่ยึดเหนี่ยวในช่วงเวลาที่รู้สึกท้อใจ เลยได้เฟ้นหาเหล่า “ฮีโร่” ผู้ที่จะมาปลุกสปิริตให้ทุกคนกลับมามีแรงที่จะขับเคลื่อนชีวิตต่อไป แคมเปญ FROM ZERO TO HERO จึงมุ่งถ่ายทอดเรื่องราวความพยายาม ความหวัง และเส้นทางการต่อสู้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค ไปจนถึงจุดเปลี่ยนที่มาจากการวิ่งที่ทำให้สามารถพิชิตเป้าหมายของตัวเองได้สำเร็จ พร้อมกับพัฒนาตัวเองให้เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม ตามแบบฉบับของการ์มิน เพื่อกระตุ้นให้คนไทยทุกคนที่กำลังสิ้นหวังกลับมาเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมกัน”

เรื่องราวการต่อสู้ของ 4 ฮีโร่

บอย – อริย์ธัช (พีระสิฐ) พลตาล นักร้องนำชื่อดังจากวงโลโมโซนิก กล่าวว่า “ประสบการณ์การเริ่มต้นจาก “ศูนย์” ของผมนั้นเริ่มจากที่ผมเป็นคนป่วยง่ายตั้งแต่ตอนเด็ก ไม่ค่อยแข็งแรง มีปัญหากระดูกสันหลังแตก เลยต้องเรียนรู้ตั้งแต่การเดิน จนพัฒนาจากเดินมาเป็นวิ่ง ซึ่งจุดเปลี่ยนของผมคือการละทิ้งทุกอย่าง หันหลังให้กับงานประจำ เพื่อไล่ตามความฝันของผมที่อยากจะเป็นนักร้อง สวนทางกับความคาดหวังของพ่อแม่ และมีหลายครั้งที่ผมเองก็เผชิญกับอุปสรรคที่ทำให้ผมหมดกำลังใจจะไปต่อ แต่สุดท้ายความทะเยอทะยานของผมก็ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ได้ และการวิ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่คอยเติมพลังให้ผมในการโลดแล่นอยู่บนเวทีในแต่ละครั้งและผลักดันให้เราไปถึงความสำเร็จ เพราะผมเองก็เป็นคนที่ชื่นชอบกีฬา พอเริ่มทำงานโหมหนัก ใช้ร่างกายอย่างเต็มที่ ก็รู้สึกว่าต้องออกกำลังกายเพื่อรักษาสมดุล”

หนุ่ม – เกียรติคุณ เยาวรัตน์ เจ้าของเพจ Runner’s Journey กล่าวว่า “อย่างตัวผมเอง เดิมทีเริ่มจากการเป็นคนที่อยากลดความอ้วนมาก่อน กลับกลายเป็นว่า การวิ่ง มัน ‘อร่อย’ เหลือเกิน พัฒนามาเป็นความชื่นชอบ สู่ การทำเพจ Runner’s Journey จนถึงจุดที่ชีวิตรู้สึกท้อแท้ ผนวกกับแรงกดดันที่ได้รับจากการทำงาน ทำให้ผมตัดสินใจลาออกและหันมาทุ่มเทให้กับการทำเพจอย่างจริงจัง ซึ่งในช่วงแรก ผมก็ต้องกัดฟันฝ่าผ่านอุปสรรค ไม่มีรายได้เข้ามาเป็นเวลา 3 เดือนเต็ม แต่ก็ยังทนสู้มาเรื่อย ๆ เพราะเป็นสิ่งที่ตัวเองรัก ซึ่งมันทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องราวของชีวิต ทั้งจากตัวเองและจากหลาย ๆ คนที่ได้พบเจอกลางทาง ต้องขอขอบคุณประสบการณ์ทุกอย่างที่ทำให้ผมได้มาเป็นผมในวันนี้ ในฐานะคนทำเพจวิ่ง ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับโอกาสจากการ์มินในการแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองให้กับทุกคนที่กำลังรู้สึกท้อ”

เอ๋ – พิชชานันท์ มหาโชติ หญิงไทยคนแรกที่พิชิต UTMB สนามวิ่งเทรลระดับโลกมหาโหดท่ามกลางทัศนียภาพอันสวยงามบนเทือกเขามงบล็องประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า “เดิมทีตัวเอง เป็นสาวโรงงาน ไม่เคยสนใจเรื่องกีฬา แต่ต้องตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาดูแลคุณแม่ที่ป่วยด้วยโรคปอด ซึ่งในช่วงนั้นรู้สึกท้อแท้หมดหวัง มีแต่เรื่องหนักใจ จนถึงจุดที่กลับมาคิดกับตัวเองว่าอยากแข็งแรงเพื่อที่จะได้ดูแลคุณแม่ได้ เลยเริ่มออกกำลังกายจากการวิ่งขึ้นลงบันไดของโรงพยาบาล จากนั้นก็เริ่มรู้สึกชื่นชอบในการวิ่ง ได้รับโอกาสไปแข่งขันในการวิ่งเทรลในหลายรายการ และประสบความสำเร็จ จนสุดท้ายได้เป็นผู้หญิงไทยคนแรกที่พิชิตการแข่งขันวิ่งเทรล UTMB โดยมีแม่คอยเป็นกำลังใจสำคัญมาโดยตลอดในทุกการแข่งขัน จึงอยากจะนำเรื่องราวของตัวเองมาแบ่งปันให้กับทุกคนที่กำลังรู้สึกหมดกำลังใจอยู่ในตอนนี้ ให้เดินหน้าต่อไปเพื่อตัวเองเพื่อคนที่เรารัก”

สวัสดิ์ – สวัสดิ์ กันยา นักวิ่งชาว LGBTQ+ อาชีพรับจ้างซักรีด ที่ทุกคนต่างก็รู้จักกันในนาม ‘เจ๊มุกซักรีด’ กล่าวว่า “มันเริ่มจากที่ช่วงนึงเราน้ำหนักเยอะขึ้นถึง 79 กก. บวกกับอายุที่มากขึ้น ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง บวกกับเหนื่อยง่ายเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เราเลยตัดสินใจวิ่งเพื่อลดน้ำหนัก อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น จนทำให้รู้สึกว่าเรารักการวิ่ง เวลาเราได้ออกกำลังกายมันรู้สึกแข็งแรง เฮลท์ตี้ แม้ว่าเราจะไม่ได้มีพื้นฐานในการวิ่ง แต่เราก็อาศัยการฝึกฝนการเรียนรู้จากคนรอบตัวและการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม สุดท้ายการวิ่งก็กลายมาเป็นกิจวัตรความสุขในแต่ละวันที่เราได้ลงมือ”

ติดตามพลังขับเคลื่อนครั้งสำคัญสู่การสร้างแรงบันดาลใจ การผลักดันความพยายาม การส่งมอบความหวัง ผ่านสินค้าซีรีส์ FORERUNNER ที่ประกอบไปด้วย FORERUNNER 55, FORERUNNER 245, FORERUNNER 725 และ FORERUNNER 945 เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีแรงลุกขึ้นออกเดินตามเส้นทางสู้อีกครั้งในแบบที่คุณกำหนดเองภายใต้แคมเปญ FROM ZERO TO HERO ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ https://bit.ly/3vr6uwg หรือติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมของการ์มิน ประเทศไทยได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Garmin Thailand และ อินสตาแกรม Garmin Thailand

สะกดทุกสายตา Casio เผยโฉมนาฬิกา MT-G รุ่นใหม่ เจิดจรัสดั่งภูเขาสายรุ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667514

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 10:50 น.สะกดทุกสายตา Casio เผยโฉมนาฬิกา MT-G รุ่นใหม่ เจิดจรัสดั่งภูเขาสายรุ้งCasio เผยโฉมนาฬิการุ่นใหม่ หนึ่งในกลุ่มพรีเมี่ยม MT-G ที่ทนแรงกระแทก โดดเด่นด้วยดีไซน์ หลากหลายสีสันดั่งภูเขาสายรุ้งที่พร้อมเจิดจรัส เตรียมสะกดทุกสายตา ธันวาคมนี้

เตรียมตัวให้พร้อมกับความตื่นตาตื่นใจครั้งใหม่ เมื่อบริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด เผยโฉมนาฬิกา G-SHOCK MTG-B2000XMG รุ่นใหม่ล่าสุด ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์นาฬิกาที่ทนทานต่อแรงกระแทก โดดเด่นด้วยดีไซน์ของกรอบตัวเรือนวัสดุคาร์บอนและไฟเบอร์กลาสหลากสีสันดั่งภูเขาสายรุ้งที่เจิดจรัสและสะกดทุกสายตา โดยนาฬิการุ่นล่าสุดนี้ เป็นหนึ่งในนาฬิกาจากกลุ่มพรีเมี่ยม MT-G ซึ่งมีลักษณะเฉพาะในด้านโครงสร้างตัวเรือนที่ผสมผสานวัสดุโลหะ และเรซินรวมเข้าด้วยกัน

กรอบตัวเรือนรุ่น MTG-B2000XMG ผ่านกระบวนการผลิตแบบใหม่ โดยนำวัสดุคาร์บอนและไฟเบอร์กลาสหลากสี มาทำเป็นลวดลายเป็นชั้นเพื่อให้ได้ความงามแบบธรรมชาติของภูเขาสายรุ้ง แล้วจึงนำวัสดุมาตัดให้เป็นกรอบตัวเรือนนาฬิกา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันของแร่ธาตุต่าง ๆ ตามธรรมชาติหลังจากผ่านการระเบิดของภูเขาไฟ และการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก ทั้งนี้ นาฬิกาแต่ละเรือนที่ผลิตในรุ่นนี้จะมีความต่างเฉพาะตัวจากลวดลายและสีสันของกรอบที่เป็นเอกลักษณ์อย่างโดดเด่น

นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มลูกเล่นโดยการใช้สีสัน ผ่านการออกแบบหน้าปัดหลากสี เสริมด้วยการเคลือบไอออนประดับส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวเรือน ตั้งแต่ขอบด้านในของตัวเรือนด้วยสีรุ้ง ตัวล็อคและห่วงรัดสายด้วยสีโรสโกลด์ ไปจนถึงสกรูส่วนหน้า ปุ่มกด และตัวเม็ดมะยมด้วยสีม่วงและสีฟ้าอ่อนเป็นต้น

นาฬิกา G-SHOCK รุ่นนี้ให้เวลาเที่ยงตรงแม่นยำทั่วโลกด้วยระบบรับสัญญาณเทียบเวลามาตรฐานของคลื่นวิทยุ มากไปกว่านั้น ตัวเรือนยังมีฟังก์ชันเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ช่วยให้นาฬิกาสามารถอัปเดตแบบอัตโนมัติเมื่อมีการปรับเปลี่ยนโซนเวลาหรือปรับเวลาออมแสง (Daylight savings time) เพียงแค่เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน รวมถึงยังมีระบบการทำงานอื่น ๆ อาทิ การชาร์จพลังงานผ่านแสงอาทิตย์ และหน้าจอ LED ความสว่างสูง เพื่อความสะดวกสบายและพร้อมต่อการใช้งานอย่างครบครัน

เลิกเที่ยวทิพย์ แพลนทริปเที่ยว พร้อมมั่นใจในทุกลุค! กับ 14 แบรนด์แฟชั่น SME ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667509

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 10:15 น.เลิกเที่ยวทิพย์ แพลนทริปเที่ยว พร้อมมั่นใจในทุกลุค! กับ 14 แบรนด์แฟชั่น SME ไทยเที่ยวแบบมั่นใจในสไตล์ที่เป็นเรา กับแฟชั่นไอเท็มเด็ด ของมันต้องมี! จาก 14 แบรนด์ไทยใน LINE FASHION ANNUALE ผลงานมาสเตอร์พีซพรีคอลเลกชั่นสุดเจ๋งที่ช้อปได้แล้ววันนี้

แพ็คกระเป๋าแล้วเตรียมออกเดินทางครั้งใหม่! ชุดก็ต้องปัง! ด้วยแฟชั่นไอเท็ม Pre-collection จาก 14 แบรนด์แฟชั่น SME ไทยในแคมเปญ “LINE FASHION ANNUALE” โปรเจคสานฝันแบรนด์แฟชั่นไทย ก้าวสู่เวทีใหญ่ระดับมืออาชีพ รวบรวมผลงานมาสเตอร์พีซ พรีคอลเลกชันสุดเจ๋งของ 14 แบรนด์ไทย กับหลากหลายลุคโดนใจ ให้คุณเลือกช้อปไอเทมที่ใช่ เนรมิตทริปของคุณให้ดูเก๋ เท่ไม่ซ้ำใครกันได้แล้ววันนี้ที่ LINE SHOPPING

Take Your Time แค่นั่งชมพระอาทิตย์ตกที่ไหนสักแห่ง ก็ดีต่อใจ

สร้างโมเม้นท์ดีต่อใจ ทอดอารมณ์ นั่งชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปพร้อมๆ กับลุคสวยสะกดทุกสายตา ไม่ว่าจะเป็นพรีคอลเลกชันจากแบรนด์ ROCE ชวนคุณอวดความเซ็กซี่ผ่านดีไซน์ และลวดลายผ้าด้วยโทนสีอบอุ่นจากพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า มาถ่ายทอดได้อย่างสวยงามและทรงพลัง แบรนด์ LUBNA มาในลุคหญิงสาวสุดคูล บ่งบอกความเป็นตัวตนชัดเจน ด้วยเดรสยาวเข้าเซ็ท พร้อมหมวก ไอเดียเด็ดจากการแต่งกายชาวอาหรับในอดีตผสมวัฒนธรรมฮิปฮอป เสริมด้วยโทนสีธรรมชาติในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลทราย สร้างความมั่นใจ ในลุคสาวเท่ได้อย่างลงตัว

จะสวยครบเซ็ตรองเท้าก็ต้องเก๋ไม่แพ้กัน กับแบรนด์ PLUSH STUDIOS รองเท้าเฟมินีนแฝงความโมเดิร์นผสานกลิ่นอายโบฮีเมียน พร้อมสโลแกน ‘คู่เดียวสำหรับทุกคน’ คงคอนเซ็ปต์รักษ์โลกด้วยกิมมิคสายรัดรองเท้า ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลายสไตล์ ให้เข้ากับลุคแต่ละวัน

 

แมชต์ลายให้โดนใจ แล้วออกไปเที่ยวกันเลย

แบรนด์ลายพิมพ์ที่จะมาเติมพลังใจไปกับการเดินทางที่ทุกคนรอคอย ALLA MODA แบรนด์เฟมินีนดีไซน์เก๋ ด้วยจุดเด่นในเรื่องดีเทล ไม่ว่าจะเป็นแพทเทิร์น ลายพิมพ์ รวมไปถึงหมวกเข้าชุด เหมาะกับลุคสาวหวาน แต่หากเป็นแนวสตรีทอาร์ตก็ต้องแบรนด์ SAMUU กับลายพิมพ์สุดเก๋ นำเสน่ห์ของชุด ‘บะบ๋า ยะหย่า’ เอกลักษณ์แห่งเมืองภูเก็ต มาปรับให้เข้ากับยุคสมัย ผสานวัฒนธรรมหลากหลายจากทั่วโลก เหมาะกับหนุ่มสาวยุคใหม่ที่อินกับลายพิมพ์สุดโมเดิร์น

ส่วน SALAWAN ชวนสนุกกับลุคบีชไลฟ์สไตล์ พร้อมลายพิมพ์สุดแซ่บ และไอเท็มเด็ดอย่างกางเกงว่ายน้ำ ทำขึ้นจากผ้า REPREVE ที่รีไซเคิลจากขวดพลาสติกใช้แล้ว เสริมคอนเซ็ปต์นักเดินทางยุคใหม่ สนุกไปกับชีวิตควบคู่กับการรักษ์โลก ส่วนใครอยากแซ่บแบบตัวแม่ต้อง TINYYYSTYLE ชุดว่ายน้ำลายพิมพ์ครบรสทั้งหวานและเปรี้ยวซ่า พร้อมลวดลายกราฟิกที่ไม่เหมือนใคร ด้วยเสื้อผ้าสไตล์ Beach Wear ที่เอาไว้แมตช์กับชุดว่ายน้ำได้ครบเครื่อง

เที่ยวชิคๆ สไตล์ลูกคุณ.. ไม่ชิคตรงไหน เอาปากกามาวง

จะแต่งตัวไปเที่ยวทั้งที ต้องแต่งให้เก๋และมีสไตล์ กับแบรนด์ EVERYDAY APPARELS ชวนให้คุณหลงใหลในความพาสเทลของโทนสีฟ้า ขาว ชมพูสดใส พร้อมดีไซน์สุดเนี้ยบซ่อนความสนุกไว้ หยิบมาสวมใส่ได้ทุกทริป ตามมาด้วย FLAT2112 แบรนด์สาวสไตล์เฟมินีน ครบจบในชุดเดียว ด้วยชุดเดรสลูกเล่นโดดเด่น ผสมผสานดีเทลมุมน่ารักไว้ในงานออกแบบ คงเอกลักษณ์แบรนด์ไว้ได้อย่างชัดเจน

แบรนด์ PETCHPLOY ชวนลูกคุณไปเที่ยวชิคๆ พรั่งพร้อมไปด้วยความสง่างาม คลาสสิค และมีสไตล์ดุจดั่งสาวๆ ในเมืองปารีสในฝัน พร้อมคอมพลีทลุคด้วย JITTRAKARN แบรนด์เครื่องประดับที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแฟนตาซี ล้ำสมัยแต่ใส่ได้จริงด้วยการออกแบบรูปทรง แสง สี จากแรงบันดาลใจของแสงสีแห่งเมืองที่ไม่เคยหลับไหล สะกดทุกสายตา

ชุดทำงาน ชุดเที่ยว ชุดเดียวกันสไตล์มินิมอล

สายมินิมอลมารวมตัวกันตรงนี้.. เสื้อผ้าสไตล์น้อยแต่มาก ใส่ได้ทุกวัน จะใส่ทำงาน ใส่เที่ยว ก็ครีเอทลุคสนุกในชุดเดียวกันได้ อย่าง COMMON COTTON (CMCT) ด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันเงียบสงบ แต่แฝงงานดีไซน์มีกิมมิคจัดเต็ม สู่ลุคแคชชวลเท่ๆ น่ามอง นำไปมิกซ์แอนด์แม็ตซ์ใส่ได้ทั้งชายและหญิง ส่วน แบรนด์ GROUNDER ชวนอัพลุคเด่น เน้นคัตติ้งเนี้ยบ ดีไซน์คมกริบ มีครบทุกไอเท็มยอดฮิตของผู้ชายอย่าง สูท เสื้อเชิ้ต กางเกงแสลค พร้อมลูกเล่นดีเทลคัตติ้งกลับด้าน เสริมลุคแปลกใหม่ โดดเด่นไม่เหมือนใครให้คุณผู้ชาย อีกแบรนด์ที่คูลไม่แพ้ใครกับ ROSEROMPSTUDIO เสื้อผ้าเบสิกที่ไม่เบสิก อัพลุคชิคให้หนุ่มๆ ได้ ทุกชิ้นสามารถมาปรับใส่ได้ในทุกโอกาส นำไปแมตช์สร้างสไตล์ในแบบของตัวเอง

หลายลุคโดนใจแบบนี้ พร้อมให้คุณเลือกช้อปทุกแฟชั่นไอเท็มของ 14 แบรนด์ไทยจาก “LINE FASHION ANNUALE: Pre-Collection” ได้เต็มที่แบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE SHOPPING ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป! เพียงเข้าแท็ป Wallet ใน LINE กดเข้า LINE SHOPPING แล้วคลิกแบนเนอร์ LINE FASHION ANNUALE ไปช้อปกันได้เลย! ใครอยากหาไอเดียครีเอทลุคใหม่ สามารถรับชมไลฟ์ย้อนหลังได้ที่ https://lin.ee/90kIPKy/wcvn

ติดตามข่าวสาร ข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE : @lineshoppingth เฟซบุ๊กเพจ: LINE SHOPPING Thailand ติดตามวิดีโอ Lookbook 14 แบรนด์ใน LINE FASHION ANNUALE: Pre-Collection: https://youtu.be/GYMsf8rDxFc

#LINEFASHIONANNUALE #LINEFASHIONANNUALEPreCollection #LINESHOPPING

Aesop Gift Kits 2021 ชุดของขวัญที่บํารุงท้ังหัวใจและผิวพรรณ

วันที่ 05 พ.ย. 2564 เวลา 14:30 น.Aesop Gift Kits 2021 ชุดของขวัญที่บํารุงท้ังหัวใจและผิวพรรณช่วงเวลาแห่งความสุขใกล้เข้ามา Aesop ส่ง Gift Kits 2021 ชุดของขวัญสุดพิเศษที่มาพร้อมแนวคิด ‘Anatomy of Generosity’ เรียกขานตามบทบาท ถ่ายทอดนัยความรู้สึกเพื่อผู้รับคนพิเศษ

เริ่มตั้งเวลานับถอยหลังสู่ช่วงเทศกาลแห่งการส่งความสุข ความปรารถนาดี พร้อมมอบความรู้สึกดีๆ ให้คนพิเศษ ในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ โพสต์ทูเดย์ พาไปเจาะลึก Aesop Gift Kits 2021 ชุดของขวัญสุดพิเศษที่มาพร้อมแนวคิด Anatomy of Generosity เรียกขานตามบทบาทซึ่งถ่ายทอดนัยความรู้สึกชื่นชมในตัวผู้รับด้วยคุณลักษณะที่ผู้ให้มองเห็น

Anatomy of Generosity ชุดของขวัญที่บํารุงท้ังหัวใจและผิวพรรณ

ชุดของขวัญประจำเทศกาลภายใต้แนวคิด ‘Anatomy of Generosity’ ของเอสอปในปี 2021 ออกแบบมาเพื่อส่งมอบความรู้สึกดีๆ ทั้งความเคารพนับถือ ไปจนถึงเป็นการแสดงออก ส่งมอบความปรารถนาดี โดยในแต่ละชุดของขวัญได้ถูกแบ่งออกตามคาแรคเตอร์และผนวกเข้าร่วมกับองค์กรมูลนิธิ และเพื่อเป็นการช่วยเหลือสนับสนุนองค์กรเหล่านั้น Aesop Foundation มูลนิธิระดับโลกจึงได้บริจาคเงินจำนวน AUD $100,000 ให้กับแต่ละองค์กร โดยไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนการจำหน่ายแต่อย่างใด

สำหรับความพิเศษของ Aesop Gift Kits 2021 คือแต่ละชุดผลิตภัณฑ์จะถูกเรียกขานตามบทบาทซึ่งถ่ายทอดนัยความรู้สึกชื่นชมในตัวผู้รับด้วยคุณลักษณะที่ผู้ให้มองเห็น ทุกเซ็ตจะประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์บรรจุอยู่ในกล่องรีไซเคิลจากกระดาษเหลือใช้ 100% อันสื่อถึงการเลือกส่งมอบของขวัญอย่างมีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีให้เลือกสรรกัน 5 เซ็ต ดังนี้

เริ่มที่ The Advocate (นักสนับสนุน) ประกอบไปด้วย 4 ผลิตภัณฑ์เพื่อการทำความสะอาดและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวกายและฝ่ามือ The Advocate มักสงวนคำพูดไว้ในยามที่เหมาะสม ยินดีรับฟังความเห็นของผู้อื่นก่อนเสมอ ทั้งยังใส่ใจในความเป็นไปของผู้อื่น เช่นเดียวกับที่มีคุณลักษณะอันนอบน้อมถ่อมใจ เป็นผู้ที่ใฝ่รู้และพิถีพิถันในรายละเอียด ระมัดระวังคำพูด มีความรอบรู้ และให้เกียรติผู้อื่น โดยปราศจากการตัดสินอย่างสิ้นเชิง เช่นเดียวกันกับองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนจากสหรัฐฯ อย่าง Voice of Witness ที่มีจุดมุ่งหมายในการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับคดีความต่างๆ อันเกิดจากความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ซึ่งเราอาจได้รับข้อมูลที่บางเบาหรือบิดเบือนไปจากสื่อมวลชนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำถึงพลังแห่งการบอกเล่าเรื่องราวและเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้คน โดย Voice of Witness ได้รวบรวมและตีแผ่เรื่องราวต่างๆ ทั้งจากพยานปากเปล่า ไปจนถึงการให้ความรู้ผ่านทางเครือข่ายของฑูตองค์กร โดย Aesop Foundation ได้ให้การช่วยเหลือในการตีพิมพ์หนังสือชุด และยังให้ทุนสนับสนุนสำหรับการทำวารสารเพิ่มเติมอีก 3 หัวข้อในอีก 2 ปีข้างหน้า

ต่อมาคือ The Listener (นักฟัง) กับชุดของขวัญ 3 ชิ้นเพื่อการฟื้นบำรุงผิวตั้งแต่ลำคอจรดปลายเท้า ดุจนักฟังที่ยอดเยี่ยมและมีความอดทนสูง The Listener นั้นมีหูไว้เพื่อช่วยบรรเทาความวิตกกังวลและผ่อนปรนปัญหานานาประการของผู้อื่นให้เบาลงได้เสมอ ทั้งยังต้องอาศัยการอุทิศตนอย่างมหาศาลเพื่อเรียนรู้การพูดเพื่อผู้อื่น และยังถลาดเฉลียวในการเลือกสรรคำพูดที่ช่วยนำพากำลังใจสู่คู่สนทนาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ชุดของขวัญชุดนี้ได้อุทิศให้กับ Pan Intercultural Arts ศูนย์ศิลปะแห่งลอนดอนที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1986 เพื่อส่งมอบพลังแห่งงานศิลป์สู่ผู้อพยพและชนกลุ่มน้อยพร้อมทั้งเป็นกระบอกเสียงช่วยเผยแพร่ผลงานศิลปะให้กับพวกเขา โดยถ่ายทอดถึงการพลัดถิ่นผ่านทางการแสดงไปจนถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งทางวัฒนธรรมกับกลุ่มคนที่มีพื้นหลังและศาสนาความเชื่อที่แตกต่างกัน หากแต่เคารพในสิทธิส่วนบุคคลและความแตกต่างของกันและกัน โดยชุดของขวัญนี้จะให้การสนับสนุนด้วยการช่วยระดมกำลังคนเข้าร่วมในศูนย์ พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางการแสดงผลงานใหม่ๆ ให้กับคนในองค์กร

The Mentor (ที่ปรึกษา) ชุดของขวัญอันอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างครบขั้นตอน ทั้งทำความสะอาด ปรับสภาพผิวและเติมเต็มความชุ่มชื้น การเป็น The Mentor ต้องอาศัยเชาวน์ปัญญาขั้นสูง ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นทรัพย์สินอันเลอค่าสูงสุด ด้วยการหยิบยื่นคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ทั้งยังช่วยปลุกกำลังใจให้กับผู้ฟัง รุ่มรวยด้วยความรู้รอบด้านที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น หากเพียงแต่มีผู้คนไม่มากนักที่จะได้รับพรสวรรค์ชิ้นนี้ ในการเป็นที่ปรึกษาที่พร้อมทั้งความคิด จิตใจ และพฤติกรรม ชุดของขวัญนี้ได้ผนวกเข้ากับ Create UK มูลนิธิเพื่อการศึกษาของเด็กพิเศษและเยาวชนที่มีข้อจำกัดทางร่างกายในประเทศอังกฤษ โดยมุ่งเน้นที่วิชาศิลปะอันเป็นแหล่งพลังความคิดสร้างสรรค์ เช่นเดียวกับการจัดตั้งโปรแกรมเพื่อการเรียนรู้การเข้าสังคมและดูแลสุขภาพตามเงื่อนไขพิเศษเฉพาะบุคคล โดยชุดของขวัญจากเอสอปในปีนี้จะมีส่วนช่วยเหลือในการรังสรรค์กิจกรรมภายใต้แนวคิดของสิ่งแวดล้อม ทั้งยังร่วมมือกับอีก 3 สถาบันการศึกษาในลอนดอน ลีส์ และแมนเชสเตอร์

ถัดมาในส่วนของชุด The Forager (นักจัดหา) คู่ผลิตภัณฑ์กลิ่นซีตรัสเพื่อผิวกายหอมสดชื่น ด้วยส่วนผสมอันน่าตื่นตาตื่นใจระหว่างความสะอาดล้ำลึกและการฟื้นบำรุง การเก็บเกี่ยววัตถุดิบและนำมาคลุกเคล้าจนเกิดเป็นเมนู คืองานศิลป์ของผู้ที่เป็นนักจัดหา (The Forager) เพราะต้องอาศัยทั้งไอเดีย แหล่งทรัพยากรที่ดี ไปจนถึงการคำนึงถึงคุณประโยชน์แก่ปวงชนว่าได้รับโภชนาการที่ดีที่สุดแล้วหรือไม่ ทั้งยังต้องเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ทำงานหนัก และเป็นผู้ให้ที่เปี่ยมด้วยเมตตาโดยธรรมชาติ ไม่ได้เรียกร้องให้ได้รับคำชื่นชม เพราะมักเป็นบทบาทที่ถูกมองข้ามอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการได้แบ่งปันเรื่องราวและมุมมองที่สดใหม่ คืออีกหนึ่งจุดประสงค์สำคัญของ Photographers Without Borders องค์กรระดับโลกที่เชื่อมโยงช่างภาพและคนทำภาพยนตร์กว่า 1,000 ชีวิตซึ่งรักในการตีแผ่เรื่องราวต่างๆ ผ่านทางสื่อภาพ โดยยังคงรักษาวิถีแห่งการเล่าเรื่องให้น่าสนใจและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน พร้อมให้ข้อมูลที่น่าศึกษาและเรียนรู้ สำหรับการช่วยเหลือที่ The Aesop Foundation มอบให้กับ Photographers Without Borders ก็คือการพัฒนาคุณภาพของ 10 นักเล่าเรื่องเป็นเวลา 5 ปี เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตไปเป็นหนึ่งในนักเล่าเรื่องมืออาชีพในที่สุด

ปิดท้ายกับ The Protector (ผู้ปกปักษ์)  ชุดผลิตภัณฑ์กลิ่นกรุ่นกังวาลสำหรับมุมโปรดในบ้านหรือที่ทำงาน จากความหอมอบอวลของอโรม่า รังสรรค์บรรยากาศที่งียบสงบ เป็นส่วนตัว และผ่อนคลาย The Protector คือผู้ที่มองเห็นในคุณค่ของสิ่งเล็กน้อยสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่อย่างไร้ความสนใจ ไปจนถึงสิ่งที่อาจเกิดอันตรายขึ้นได้เพราะมักถูกมองข้าม ทั้งยังชื่นชมในทุกรายละเอียดเล็กน้อยของธรรมชาติ ทั้งสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตไปจนถึงสิ่งที่ทำให้เกิดสมดุลในระบบนิเวศน์ อดทนอดกลั้น ปราศจากความเห็นแก่ตัว กล้าหาญแม้ในสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตราย มูลนิธิที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในชุดของขวัญชุดนี้คือ The Karrkad Kanjdji Trust ศูนย์รวมเจ้าหน้าที่ดูแลอุทยานท้องถิ่นในออสเตรเลีย เพื่อเป็นกระบอกเสียงเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ไปจนถึงการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และเผยแพร่วัฒนธรรมความเป็นอยู่ท้องถิ่น โดยองค์กรยังคงอนุรักษ์ดูแลมรดกทางวัฒนธรรมแห่งผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมในประเทศไว้ได้อย่างดี การช่วยเหลือสนับสนุนจาก The Aesop Foundation คือการหยุดยั้งภาวะเสื่อมถอยของระบบนิเวสศน์ พร้อมทั้งให้ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกผ่านทางชุมชนของผู้อนุรักษ์อุทยานท้องถิ่น ซึ่งกำลังมีจำนวนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย

ตามไปจับจอง Aesop Gift Kits 2021 ชุดของขวัญจากแนวคิด Anatomy of Generosity ที่บํารุงท้ังหัวใจและผิวพรรณ บรรจุในกล่องรีไซเคิลจากกระดาษเหลือใช้ 100% ได้แล้วที่ร้าน Aesop เคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า และ www.central.co.th 

เบื้องหลังการดูแลตัวเองให้เปล่งประกายอยู่เสมอ ของ 3 อินฟลูเอ็นเซอร์รุ่นใหม่ “ต้าเหนิง-ณิชา-ปั๋น”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/66725

วันที่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 09:35 น.เบื้องหลังการดูแลตัวเองให้เปล่งประกายอยู่เสมอ ของ 3 อินฟลูเอ็นเซอร์รุ่นใหม่ “ต้าเหนิง-ณิชา-ปั๋น”แบรนด์สกินแคร์ขวัญใจผู้หญิงทั่วโลก เจอร์เกนส์ ชวน 3 อินฟลูเอ็นเซอร์รุ่นใหม่ “ต้าเหนิง” กัญญาวีร์, “ณิชา” ณัฏฐณิชา และ “ปั๋น” ดริสา เผยตัวตนอีกด้านที่เปล่งประกาย ผ่านแคมเปญ “In A New Light” จาก Jergens

เราทุกคนล้วนซ่อนความพิเศษอยู่ในตัวเอง เพียงแต่เมื่อไรที่จะค้นเจอคุณค่าของสิ่งนั้น เจอร์เกนส์ แบรนด์สกินแคร์ขวัญใจผู้หญิงทั่วโลก ชวน 3 อินฟลูเอ็นเซอร์ตัวแทนผู้หญิงรุ่นใหม่ ร่วมสะท้อนมุมมองผ่านแคมเปญ “In A New Light” จาก Jergens® ค้นหาความเปล่งประกายใหม่ในตัวตนอีกด้านที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ผ่านเรื่องราวที่จะเติมเต็มแรงบันดาลใจดี ๆ เพื่อส่งต่อพลังบวกให้คนรุ่นใหม่ได้เปล่งประกายในแบบฉบับของตัวเอง

ธนา ฤทธิราชคัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท มามี่ จำกัด ผู้แทนจําหน่ายผลิตภัณฑ์เจอร์เกนส์ มอยส์เจอไรเซอร์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้เผยถึงทิศทางของแบรนด์เจอร์เกนส์ ในปีนี้ว่า “เจอร์เกนส์ จะมีการเปลี่ยนสโลแกนใหม่เป็น Jergens® the feel-good feeling ซึ่งเป็นแนวทางของแบรนด์ที่อยากให้ผู้หญิงทุกคนได้สัมผัสถึงคุณค่าแห่งความสุข สดชื่น มั่นใจ ภูมิใจในผิวพรรณของตัวเอง รู้สึกดีที่ได้เป็นตัวเอง เพื่อค้นพบความเปล่งประกายจากภายใน แล้วส่งต่อความสุขนี้ให้กับคนรอบตัว”

สำหรับแคมเปญ “In A New Light” จาก Jergens® ในประเทศไทย เจอร์เกนส์ หวังให้ผู้หญิงทุกคนได้ค้นพบความพิเศษจากตัวตนอีกด้านของเราที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน โดยมี 3 สาวที่ทรงพลังทางความคิดอย่าง “ต้าเหนิง” กัญญาวีร์ สองเมือง, “ณิชา” ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ และ “ปั๋น” ดริสา การพจน์ ตัวแทนของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในเส้นทางที่เลือกเดิน มาร่วมเผยมุมมองการใช้ชีวิตที่พร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยหัวใจที่กล้าหาญ และชัดเจนในความต้องการของตัวเอง

เริ่มจากสาวหมวยอินเตอร์ “ต้าเหนิง” กัญญาวีร์ สองเมือง แฟชั่นไอคอนสาวหน้าเฉี่ยวที่โดดเด่นด้วยบุคลิกแบบสาวมั่นใจตัวจริง และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศ ผ่านผลงานในวงการบันเทิงมากมายทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ โฆษณา ถ่ายแบบ ฯลฯ พร้อมเผยตัวตนอีกด้านที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า “คนส่วนมากมักจะเห็นบทบาทการทำงานในฐานะนางแบบ หรือนักแสดงซึ่งเป็นงานเบื้องหน้า แต่หลายคนมักจะเซอร์ไพรส์เมื่อได้รู้ว่าเรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่อาจดูไม่ตรงกับบุคลิกภายนอก และหน้าที่การงานในปัจจุบัน แต่อันที่จริงตัวเองสนใจด้านนี้มาตั้งแต่เด็ก และสนุกทุกครั้งที่ได้เรียนรู้ เพราะปรัชญาการเมือง เศรษฐศาสตร์ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเราในทุก ๆ ศาสตร์ของด้านสังคมศาสตร์ และเกี่ยวโยงกันจนไม่สามารถแยกออกไปจากชีวิตของเราทุกคนได้เลย ซึ่งการศึกษาเรื่องเหล่านี้ก็ทำให้ได้มุมมองใหม่กับตัวเอง รวมทั้งทำให้เข้าใจโลก และสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้มากยิ่งขึ้น

“เพราะถ้าเราได้เข้าใจโลกและได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แล้วสามารถนำไปพูดคุยกันได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล เพื่อก่อให้เกิดผลที่ดีในวันข้างหน้า วันข้างหน้าจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”

นอกจากนี้ ต้าเหนิง ยังบอกอุปนิสัยของตัวเองที่ชอบวางแผนล่วงหน้าไว้หลาย ๆ ทางเสมอ เพราะต้องการคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น เพื่อจะได้รับมือล่วงหน้าได้ “การเป็นคนชอบความสมบูรณ์แบบ และไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาด จึงทำให้ค่อนข้างระวังในการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน จนแทบกลายเป็นความรู้สึกแพนิก ทำให้หลายครั้งก็พยายามบอกกับตัวเองว่า เราไม่ต้องระวังบ้างก็ดี เพราะบางทีความผิดพลาดก็ทำให้เราได้เรียนรู้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แล้วก็ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับมัน

“ต้องบอกว่าการเอาชนะใจตัวเองได้สำเร็จในเรื่องนี้ ก็ทำให้ได้เห็นอีกมุมที่แตกต่างของตัวเองจากที่เคยเป็นมา และทำให้กล้าลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ ๆ ให้ตัวเอง แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เราได้เอนจอยกับความท้าทายใหม่ ๆ ในชีวิตมากขึ้น เลยอยากจะบอกทุกคนที่อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ เพื่อค้นหาตัวตนอีกด้านของตัวเองว่า การชนะใจตัวเองที่จะก้าวข้ามปมบางอย่างในใจตัวเราเองก็เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นถ้ามีโอกาสได้ทำอะไรสักอย่างในสิ่งที่เราชอบ อยากให้กระโจนลงไปทำให้สุดตัว เพราะโอกาสเมื่อผ่านเข้ามาแล้ว ถ้าไม่รีบคว้าไว้ ก็อาจจะไม่ผ่านเข้ามาอีกแล้วก็ได้”

ในฐานะนางแบบ “ต้าเหนิง” เผยเบื้องหลังการดูแลตัวเองให้เปล่งประกายอยู่เสมอว่า “ความที่ผิวแห้งและค่อนข้างไวต่อแสง ทำให้มีปัญหาผิวหมองคล้ำง่าย และมีจุดด่างดำ จึงให้ความสำคัญในการปรนนิบัติผิว ซึ่ง เจอร์เกนส์ ไบรท์เทนนิ่ง อัลตร้า นูริช บอดี้ เซรั่ม SPF22, PA++ ตอบทุกโจทย์เพราะนอกจากให้ความชุ่มชื้นที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกแล้ว ยังปกป้องผิวจากจากรังสี UVB และ UVA จากแสงแดดอีกด้วย เพราะการมีผิวสวยกระจ่างใสก็มีผลต่อจิตใจ และไม่ต่างจากการที่เราสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูดีเหมาะกับสไตล์ของเรา ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกครั้งยามต้องออกไปพบเจอผู้คน”

ต่อด้วยนักแสดงสาวหน้าหวานมากฝีมือ “ณิชา” ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ที่ซื่อสัตย์กับความต้องการของตัวเอง เล่าถึงความท้าทายในการลุกขึ้นมาปฏิวัติชีวิตให้ออกจากความเคยชินเดิม ๆ กระทั่งทำให้ได้ค้นพบอีกด้านของตัวเอง เมื่อก้าวออกจาก Comfort zone ว่า “ณิชามองว่าการใช้ชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งการมี Passion กับอะไร สักอย่าง เพื่อเติมพลังให้แก่ชีวิตของเราเอง ในวันที่เราหมดแรงหรือเหนื่อยล้ากับงานที่ทำอยู่ ก็ต้องหาเวลาบาลานช์ชีวิต เพื่อไปทำในสิ่งที่เรารักหรืออยากจะทำ แล้วดื่มด่ำอยู่กับสิ่งนั้นบ้าง ซึ่งตัวเองเป็นคนที่ยึดมั่นในเรื่องนี้มาก ๆ

“อันที่จริงความท้าทายในการลุกขึ้นมาทำอะไรใหม่ ๆ ของณิชา อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยของคนอื่น แต่ยิ่งใหญ่มากสำหรับตัวเอง อย่างเมื่อครั้งที่ตัดสินใจก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองที่ไม่ชอบการตื่นเช้า และ ขี้หนาวแบบสุด ๆ ก็ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเริ่มต้น ตั้งแต่ตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อไปเล่นเซิร์ฟ และวินาทีที่ร่างกายต้องสัมผัสกับน้ำทะเลเย็นเฉียบ ซึ่งเป็นอะไรที่ยากมาก แต่ความที่เราอยากเล่นเซิร์ฟ เหมือนมี Passion มีสิ่งที่เราอยากจะทำให้สำเร็จเลยมองข้ามทุกอย่าง แล้วออกไปลุยเลย และก็ได้ค้นพบพลังบวกให้กับชีวิตตัวเองในอีกทางหนึ่ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้นในอีกขั้นหนึ่ง ดังนั้น อยากให้ทุกคนกล้าก้าวออกมาใช้ชีวิตในแบบของเรา อย่าให้สังคมรอบตัวเป็นตัวกำหนดว่า เราต้องทำ หรือไม่ทำอะไร แล้วก็คอยถามตัวเองบ่อย ๆ ว่าในตอนนี้เราต้องการอะไรในชีวิต และยอมรับอย่างจริงใจกับตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่อยากแชร์กับทุกคนที่กำลังค้นหาตัวตนอีกด้านซึ่งอาจซ่อนอยู่ในตัวเองให้มีโอกาสได้เปล่งประกายออกมานั่นเอง”

ส่วนอีกมุมหนึ่งที่บ่มเพาะตัวตนในฐานะนักอนุรักษ์ตัวน้อย ที่พร้อมเสมอในการเป็นหนึ่งในกระบอกเสียง รวมทั้งลงมือและลงแรงสนับสนุนโครงการช่วยเหลือธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่เสมอ ณิชาเล่าถึงสิ่งที่จุดประกายในอีกด้านของตัวเอง ว่า “ความที่เกิดและเติบโตที่เชียงใหม่ จึงทำให้ใกล้ชิดและชอบอยู่กับธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก สมัยก่อนเชียงใหม่อากาศดีมาก พอเราโตขึ้นทุกอย่างกลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งรถติด ควันพิษ มลภาวะทางอากาศ ทำให้นึกเสียดายธรรมชาติที่เคยมี และรู้สึกว่าในเวลาที่เราต้องการพัก เราให้ธรรมชาติเยียวยาเรา แต่คนเราก็ลืมที่จะเยียวยาธรรมชาติกลับคืนไปบ้าง และถ้าวันหนึ่งไม่มีธรรมชาติมาเยียวยาเราแล้ว มนุษย์จะอยู่อย่างไร

“ถึงแม้ว่าณิชาจะไม่ได้มีภาพลักษณ์เป็นนักอนุรักษ์เต็มตัว แต่ก็เริ่มต้นในจุดเล็ก ๆ ในแบบของเรา รวมทั้งรอบตัวก็มีพี่ ๆ นักแสดงหลายคน ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ เราก็คอยซัพพอร์ตเท่าที่จะช่วยได้ เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนหันมาใส่ใจธรรมชาติไปกับเราด้วย”

และด้วยอาชีพนักแสดงยิ่งรักสายลม แสงแดด และเกลียวคลื่นมากเพียงใด ก็ยิ่งต้องดูแลปรนนิบัติผิวมากกว่าคนอื่น เธอบอกเคล็ดลับในการปรนนิบัติผิวที่เรียบง่ายแต่ได้ผลว่า “ณิชาชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งทั้งปีนผา เล่นเซิร์ฟ เซิร์ฟสเก็ตช์ รวมทั้งมีถ่ายละครที่ต้องออกแดด หรือต้องผจญในป่าเขา ทำให้ต้องดูแลผิวมากกว่าปกติ นอกจากสครับผิวเป็นประจำทุกสัปดาห์ ยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยให้เราได้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อย่าง เจอร์เกนส์ ไบรท์เทนนิ่ง อัลตร้า นูริช บอดี้ เซรั่ม SPF22, PA++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ให้ความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึกแต่สบายผิว และแลดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะถ้าเรามีสุขภาพผิวที่ดี ไม่ว่าจะใส่เสื้อผ้าแบบไหน ชุดอะไร ก็สามารถเผยผิวได้อย่างมั่นใจ”

ปิดท้ายด้วยผู้หญิงเก่งรอบด้าน “ปั๋น” ดริสา การพจน์ อาร์ทิสต์สาวมากฝีมือที่เคยฝากผลงานลายเส้นร่วมกับแบรนด์เนมระดับโลก ทั้งยังเป็นนักสร้างคอนเทนต์ และนักแสดงที่กำลังฉายแสงอย่างเจิดจรัสในหมู่คนรุ่นใหม่ เธอให้นิยามในการค้นพบตัวเองในอีกด้านที่เปล่งประกายยิ่งกว่า เมื่อกล้าออกจากกรอบของตัวเองว่า “ด้วยงานที่ทำในหลากหลายบทบาททั้งศิลปิน ยูทูเบอร์ นักแสดง อาจทำให้หลายคนมองว่า ปั๋นเป็นคนกล้าแสดงออกมาก แต่ โดยเนื้อแท้ที่เป็นความชอบของตัวเอง คือ รักการอยู่คนเดียว ชอบความสันโดษ และชอบไปไหนคนเดียว ดังนั้นการต้องออกไปพบเจอผู้คน จึงเป็นการฉีกกรอบเดิม ๆ ที่ตัวเองเป็นมาตลอด และได้เปิดโลกกว้างใบใหม่ที่ท้าทายตัวเองให้ได้ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างในเวลาต่อมาอีกด้วย”

เธอบอกว่าทุกบทบาทในชีวิตที่ได้สัมผัส เป็นส่วนผสมของรสชาติชีวิตที่กลมกลืนและกลมกล่อมลงตัวกัน และทำให้ได้ค้นพบแง่มุมที่ต่างกันไปของตัวเอง “ปั๋นชอบทั้ง 3 บทบาทของตัวเอง อย่างการเป็นนักแสดงชอบตรงที่ทำให้รู้จักความเป็นมนุษย์ ได้ใช้อารมณ์กับร่างกายของเรา ส่วนยูทูเบอร์เราคือ คนที่ได้สร้างสิ่งต่าง ๆ ตามวิชั่นของเรา โดยนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากกองถ่าย และวิชาวาดรูปที่เราสะสมมา เพื่อมาสร้างความสนุก ส่วนในฐานะศิลปินก็เป็นการใช้อารมณ์ลงไปกับผลงานศิลปะของเรา”

ศิลปินสาวนักสร้างคอนเทนต์ยังบอกสิ่งที่ได้ค้นพบจากตัวเอง ผ่านการทำงานหลากหลายรูปแบบ ว่า “พบว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ และความสำเร็จจากการทำงานก็เป็นเรื่องปกติ พบว่าทุกอย่างเป็นกราฟรูปตัว S แนวนอน ชีวิตจะมีทั้งช่วงที่ดีและช่วงที่แย่ หมายถึงชีวิตมีขึ้น มีลง และพบว่าตัวเองไม่ได้พิเศษ แต่ยอมรับได้ที่จะไม่พิเศษ แล้วกว่าจะค้นพบตัวเองในแบบที่เราอยากเจอก็ต้องใช้เวลา และสุดท้ายเราก็ค้นพบตัวเองในมุมใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ เป็นกระบวนการที่ไม่มีจุดสิ้นสุด แต่ก็สนุกที่จะได้ค้นหามันต่อไป”

ด้วยไลฟ์สไตล์สมบุกสมบัน และชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งทุกรูปแบบ แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจดูแลผิวพรรณ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง “ปั๋นมีปัญหาผิวกายแห้งมาก และตัวเองก็ใช้ชีวิตสมบุกสมบัน ตากแดด ตากลม ลงน้ำ ผิวก็จะเป็นแผล หมองคล้ำ ผิวลอก และมีรอยช้ำตลอดเวลา ดังนั้นการดูแลผิวก็เริ่มจากการพยายามดื่มน้ำให้เพียงพอ ทาครีมกันแดด รวมทั้งทามอยส์เจอไรเซอร์ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่เหนอะผิว ซึมซาบเร็ว และช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด อย่างเจอร์เกนส์ ไบรท์เทนนิ่ง อัลตร้า นูริช บอดี้ เซรั่ม SPF22, PA++ ก็ถูกใจมาก เพราะซึมซาบเข้าสู่ผิวเร็วมาก และช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ให้ความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก แลดูผิวผ่องขึ้นมาทันทีที่ใช้ ปั๋นมองว่า การที่เราดูแลผิวดี ๆ ก็จะทำให้เรารู้จักดูแลตัวเองให้ดีในแง่มุมอื่น ๆ ด้วย เหมือนกับว่ายิ่งเราดูแลตัวเองดีเท่าไหร่ เราก็จะยิ่ง Respect ตัวเองมากขึ้นตามไปด้วย”

ค้นพบตัวตนใหม่ที่เปล่งประกายในแบบฉบับตัวเองกับแคมเปญ “In A New Light” จาก Jergens® พร้อมเผยความเปล่งประกายใหม่แห่งผิวให้ผู้หญิงด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด Jergens® Brightening Ultra Nourish Body Serum SPF 22, PA++ (เจอร์เกนส์ ไบรท์เทนนิ่ง อัลตร้า นูริช บอดี้ เซรั่ม SPF22, PA++) ฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยส่วนผสมวิตามิน B3 และ Pearl Extract สูตรซึมซาบเข้าสู่ผิวง่าย ไม่ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ พร้อมปกป้องแสงแดดอย่างมั่นใจ เพื่อผิวสวยเรียบเนียน แลดูเปล่งประกายในทุกวัน

อัพเดตเคล็ดลับผิวสวยเปล่งประกายได้ทาง Facebook : JergensThailand หรือ Instagram : JergensThailand

#SeeYourSkinInANewLight #TheFeelGoodFeeling #JergensThailand

รีบได้รีบ! แฟนซีรีส์สายสตรีทขานรับคอลเลกชั่น GU TING YANG WA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667085

วันที่ 02 พ.ย. 2564 เวลา 14:22 น.รีบได้รีบ! แฟนซีรีส์สายสตรีทขานรับคอลเลกชั่น GU TING YANG WA แรงไม่แผ่ว! แฟนซีรีส์สายสตรีทขานรับคอลเลกชั่น ‘GU TING YANG WA’ โดย Netflix และ Carnival ล้นหลาม ไอเทมสุดคูลทยอย Sold Out ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ ภายใน 24 ชั่วโมง!

แฟนๆ ซีรีส์สายสตรีทต่างพากันให้กระแสตอบรับอย่างล้นหลามสำหรับคอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ‘GU TING YANG WA’ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Netflix และแบรนด์สตรีทแฟชันชั้นนำของไทยอย่าง Carnival กับคอลเลกชั่นสตรีทแวร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์มาแรงระดับโลกโดย Netflix อย่าง ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด (Kingdom), D.P. หน่วยล่าทหารหนีทัพ (D.P.) และ สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game)

โดยตั้งแต่เวลาเช้ามืดของวันที่คอลเลกชั่นวางจำหน่าย มีแฟนๆ กว่า 300-400 คน มาเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ไม่พลาดการเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญฮิตครั้งนี้ ทั้งนี้ ไอเทมพิเศษจาก สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game) อย่างเสื้อยืดสกรีนหมายเลข 001 ถึง 456 ที่มีจำกัดเพียง 456 ตัวและจำหน่ายในรูปแบบสุ่มก็มีผู้สนใจจองคิวในช่องทางออนไลน์กว่า 5,000 คิว! สินค้าอื่นๆ ในคอลเลกชั่นเกือบทั้งหมดก็ทยอยกัน Sold Out ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ตอกย้ำความสำเร็จของคอนเทนต์เกาหลีที่มีให้เลือกหลากหลายใน Netflix ที่ทำให้ฐานผู้ชมคอนเทนต์เกาหลีทุกวันนี้ขยายวงกว้างขึ้นพร้อมดันกระแสฮันรยูในประเทศไทยให้ติดลมบน จนใครๆ ก็แทบจะกลายเป็น “ติ่ง” กันหมดแล้ว!

และเพื่อเอาใจแฟนๆ ให้ได้อินกันแบบสุดๆ Carnival ยังได้ต้อนรับคอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ด้วยการพลิกโฉมหน้าร้านสาขาเซ็นทรัลเวิลด์เป็นไวบ์สไตล์เกาหลีสุดเท่ พร้อมจำลองบรรยากาศจากซีรีส์ทั้งสามเรื่อง รวมถึงมีตุ๊กตาเด็กหญิงในเกม “เออีไอโอยู” จาก สควิดเกม เล่นลุ้นตาย (Squid Game) ตั้งตระหง่านอยู่กลางร้าน พร้อมให้แฟนๆ เข้าเยี่ยมชมภายในร้านได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ หากได้แวะไปสัมผัสบรรยากาศแล้วอย่าลืมเช็คอินติดแฮชแท็ก #เกาสุดติ่ง แล้วป้ายยาเพื่อนๆ ให้ไปชมซีรีส์เกาหลีสุดฮิตที่เป็นแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่น ‘GU TING YANG WA’ ได้แล้ววันนี้ที่ Netflix เท่านั้น!

เติมความชุ่มชื้นพร้อมเสริมสร้างปราการปกป้องผิวจากมลภาวะได้ทุกวัน กับ Parsley Seed Anti-Oxidant Intense Serum

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/667022

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 20:17 น.เติมความชุ่มชื้นพร้อมเสริมสร้างปราการปกป้องผิวจากมลภาวะได้ทุกวัน กับ Parsley Seed Anti-Oxidant Intense SerumParsley Seed Anti-Oxidant Intense Serum ซีรั่มเพื่อเสริมสร้างปราการผิวในทุกๆ วัน เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง เหมาะกับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวบอบบาง แพ้ง่าย

ในช่วงที่สภาพอากาศกำลังจะเปลี่ยนแปลงแบบนี้ เรามีตัวช่วยดีๆ เพื่อเสริมสร้างปราการผิวในทุกๆ วันมาแนะนำ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว Parsley Seed Skin Care ซึ่งมุ่งเน้นที่การปกป้องผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดย Parsley Seed Anti-Oxidant Intense Serum นั้นได้รับการคิดค้นมาเพื่อเติมความชุ่มชื้นและเสริมสร้างปราการปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก เหมาะกับผิวธรรมดา ผิวผสม ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ด้วยเนื้อผลิตภัณฑ์ที่บางเบาจึงเหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง รวมถึงที่ที่มีสภาพอากาศอบอุ่น ร้อนชื้น

Parsley Seed Anti-Oxidant Intense Serum โดดเด่นในการสร้างแผ่นฟิล์มเคลือบปกป้องผิวด้วยสารสกัดจาก Red Algae และ Tara Gum ซึ่งแม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ทรงประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอกซึ่งอาจทำร้ายสุขภาพผิว ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในปริมาณมากจาก Grape Seed, Green Tea และ Parsley Seed extracts พร้อมทั้ง Tocopherol (Vitamin E) ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงจากภายใน

ด้วยเนื้อผลิตภัณฑ์บางเบาและซึมซาบเร็ว Parsley Seed Anti-Oxidant Intense Serum จึงช่วยเติมความชุ่มชื้นผิวโดยที่ไม่ทำให้ผิวมันหรือเหนียวเหนอะหนะ แต่กลับช่วยให้ผิวเนียนแมทท์ไร้ความมัน  เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตภัณฑ์เติมความชุ่มชื้นผิวแต่ไม่ชอบมอยส์เจอร์เนื้อหนักๆ อย่างครีมหรือน้ำมัน

ทางด้านวิธีการใช้ หลังจากทำความสะอาดและปรับสภาพผิวด้วยโทนเนอร์แล้ว ลูบไล้ผลิตภัณฑ์ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ โดยใช้ในปริมาณ 3-5 หยดในตอนเช้า แล้วรอจนผลิตภัณฑ์ซึมซาบเข้าสู่ผิวก่อนจะใช้ครีมกันแดดปกป้องผิว ส่วนก่อนนอนแนะนำให้ใช้เบลนด์ผสมหรือใช้ควบคู่กับมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อการฟื้นบำรุงผิวอย่างพอเหมาะ

“พวกเราสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงโดยมองที่ภาพรวม” ซูซานน์ ซานโตส หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้า กล่าว

“ส่วนผสมที่มีคุณภาพสูงนั้นเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง และแน่นอนว่าเราได้ทุ่มเททั้งการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพ แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีอีกหลายแง่มุมในการคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น การคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้ผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวันของลูกค้า Parsley Seed Anti-Oxidant Intense Serum คือผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองซึ่งสภาพผิวมักถูกทำร้ายและมีความเครียดสะสมมากกว่า และที่สำคัญคือปริมาณเพียงเล็กน้อยก็สามารถใช้ได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง ด้วยเนื้อซีรั่มที่บางเบา พร้อมมอบการปกป้องผิวได้ในทันที”

Parsley Seed Anti-Oxidant Intense Serum (2,800 บาท) บรรจุอยู่ในขวดแก้วปริมาณ 60 มล. พร้อมหัวปั๊มแบบหลอดบีบและฝาขวดแบบหมุนออกได้เพื่อให้สามารถนำหัวปั๊มไปใช้ได้ใหม่เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์จนหมด วางจำหน่ายในร้านค้าของเอสอป, เคาน์เตอร์ และ aesop.com

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเอสอปนั้นเป็นผลิตภัณฑ์วีแกนและไม่สนับสนุนการทารุณและทดลองในสัตว์ พวกเราภาคภูมิใจที่ได้ผ่านการตรวจสอบโดย Leaping Bunny และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการของ PETA โดยเอสอปยังเป็นองค์กรที่ได้รับการรับรองแล้วว่าเป็น Certified B Corporation

เผยโฉม MIDO Ocean Star Tribute เรือนเวลาสุดพิเศษฉลองครบรอบ 75 ปี MIDO Ocean Star

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/666964

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 11:50 น.เผยโฉม MIDO Ocean Star Tribute เรือนเวลาสุดพิเศษฉลองครบรอบ 75 ปี MIDO Ocean Starมิโด (MIDO) เฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ของนาฬิกาคอลเลกชั่น Ocean Star เผยโฉมเรือนเวลาสุดพิเศษ Ocean Star Tribute ด้วยดีไซน์เหนือกาลเวลาที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเผยเคล็บลับการมิกซ์แอนด์แมทช์นาฬิกาเรือนโปรดให้เข้ากับการแต่งตัวในแต่ละโอกาส

นาฬิกานับเป็นหนึ่งในไอเทมชิ้นสำคัญที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกภาพอันโดดเด่นได้ อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับทุกการแต่งตัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากเอ่ยถึงแบรนด์เรือนเวลาที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ทั้งด้านดีไซน์ และฟังก์ชั่นการใช้งานนั้น แน่นอนว่า “มิโด” (MIDO) จะต้องเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ครองใจเหล่าสุภาพบุรุษได้อย่างแน่นอน โดยล่าสุด MIDO ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ให้กับนาฬิกาจากตระกูล “โอเชียน สตาร์” (Ocean Star) ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ด้านดีไซน์อันเหนือกาลเวลา และความแข็งแกร่งทนทานในทุกสภาพแวดล้อม ด้วยการเผยโฉมเรือนเวลารุ่นพิเศษที่ชื่อว่า “มิโด โอเชียน สตาร์ ทริบิวท์” (MIDO Ocean Star Tribute) ที่ผสานไว้ซึ่งคุณลักษณะทั้งหมดของเรือนเวลาดำน้ำรุ่นปี 1960 พร้อมด้วยดีไซน์ที่มีความคลาสสิก สปอร์ต และวินเทจ ที่สามารถตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ของสุภาพบุรุษยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยครั้งนี้ได้แบรนด์แอมบาสเดอร์หนุ่มชื่อดัง “คิม ซู ฮยอน” ซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของเกาหลี มาร่วมถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ MIDO Ocean Star Tribute ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

MIDO แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (Georges Schaeren) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.Schaeren & Co. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

สำหรับ MIDO Ocean Star Tribute เป็นนาฬิกาดำน้ำที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน จวบจนกระทั่งใส่ทำกิจกรรมได้อย่างหลากหลาย ด้วยดีไซน์ที่มีความคลาสสิก และผสานไว้ซึ่งความวินเทจจากการออกแบบหน้าปัดทรงกลมที่นับว่าเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ที่มาพร้อมกรอบหน้าปัดสีเขียวแบบหมุนได้ ด้วยวัสดุชนิดพิเศษที่ช่วยป้องกันแรงกระแทก และคงความใสของหน้าปัดให้สามารถอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนในทุกสภาพแวดล้อม พร้อมสอดแทรกดีไซน์สปอร์ตไว้ได้อย่างลงตัวด้วยสายผ้าสีเขียวที่เย็บด้วยด้ายสีขาว เพื่อให้เข้าคู่กันกับตัวเลขบอกเวลาบริเวณหน้าปัดของนาฬิกา ส่วนด้านฟังก์ชั่นการใช้งานนั้น แน่นอนว่า MIDO ยังคงประสิทธิภาพสูงพิเศษด้านความแม่นยำ และเที่ยงตรง ขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติ ด้วยกลไก Calibre 80 อีกทั้งยังสามารถสำรองพลังงานยาวนานกว่า 80 ชั่วโมง และทนทานต่อแรงดันน้ำได้ถึงระดับ 200 เมตร (20 บาร์)

เคล็บลับการมิกซ์แอนด์แมทช์นาฬิกาเรือนโปรดให้เข้ากับการแต่งตัวในแต่ละโอกาส

เริ่มจาก ลุคสำหรับวันทำงาน ในสไตล์สมาร์ทแคชชวล อาจจะเลือกหยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวแมทช์กับสูทคัตติ้งเนี้ยบที่เข้าชุดกัน แล้วเพิ่มความสนุกด้วยนาฬิกาดีไซน์วินเทจที่มีกลิ่นอายของความสปอร์ตอย่างการใช้สายผ้า ก็จะได้ลุคสมาร์ทแคชชวลที่ดูมีความคล่องตัว และกระฉับกระเฉงขึ้น

ถัดมาที่ ลุคของคนรักกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาหรือการผจญภัย แน่นอนว่านาฬิกาจะต้องเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ โดยอาจจะเลือกสวมเสื้อยืดลายพิมพ์สีสันสดใสกับกางเกงขาสั้นผ้าใส่สบายก็สามารถสร้างลุคให้ดูโดดเด่นขึ้นได้ จากนั้นเติมเต็มลุคด้วยนาฬิกาคู่ใจที่สามารถใส่ลุยได้ในทุกกิจกรรมด้วยดีไซน์ที่มีความแข็งแกร่ง และทนทานต่อทุกสภาพอากาศ

ปิดท้ายที่ ลุคสำหรับวันสบายๆ (Everyday look) ที่สามารถแมทช์เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเอิร์ธโทนกับกางเกงยีนส์ขายาว หรือกางเกงสแล็ค แล้วหยิบนาฬิกาที่เหมาะสำหรับการใส่ไปในวันพักผ่อน อย่างนาฬิกาหน้าปัดทรงกลม ดีไซน์คลาสสิก สายผ้ามาสวมใส่ ก็จะได้ลุคสำหรับวันพักผ่อนที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

พบกับเรือนเวลาสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์แบรนด์ MIDO นาฬิกาดีไซน์หรูคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ MIDO เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งผ่านทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์ www.midowatches.com หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0299

เปิดหัวใจเสาหลักกับการทำงานภายใต้ชุดสีขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/666960

วันที่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 11:20 น.เปิดหัวใจเสาหลักกับการทำงานภายใต้ชุดสีขาวเบื้องหลังการทำงานหนักของคนที่มีใจรักในการช่วยเหลือผู้อื่น เปิดหัวใจเสาหลักอาจารย์พยาบาล กับบทบาทการทำงานอย่างทุ่มเทภายใต้ชุดสีขาว และมรสุมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฐานะพยาบาล

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกต้องทำงานอย่างหนักเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว หนึ่งในนั้นคือพยาบาลที่ถือเป็นอีกเสาหลักในการต่อสู้เคียงข้างผู้ป่วยอย่างไม่ย่อท้อ เพราะต้องทำงานคลุกคลีอยู่กับสถานการณ์บีบคั้นของคนไข้ที่มียอดทะลุหลักหมื่นทุกวันในช่วงที่ผ่านมาตลอด 24 ชม. แม้ตอนนี้ยอดผู้ป่วยจะลดลงแล้ว แต่การทำงานของทีมพยาบาลยังคงต้องขับเคลื่อนต่อไปและด้วยบทบาทหน้าที่ที่ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงด้านสุขภาพและการทำงานที่ต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยและครอบครัว จึงทำให้อาชีพพยาบาลเป็นอีกหนึ่งงานที่ผู้ทำต้องมีใจรักและทุ่มเท จากภาพเบื้องหน้าที่เห็นจนชินตาว่าพยาบาลคอยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด แต่เบื้องหลังการทำงานหนักของพยาบาลนั้น มีแรงบันดาลใจอย่างไรบ้าง รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ และ ผศ.ดร.นรีมาลย์ นีละไพจิตร สองอาจารย์พยาบาล ที่สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ณ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จะเป็นผู้เปิดเผยให้ฟังในบทความนี้

เพราะใจรักในการช่วยเหลือผู้อื่น

รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ตนชื่นชอบการทำกิจกรรมมาตั้งแต่เด็กๆ และชอบช่วยเหลือผู้อื่น พอตอนที่จะต้องเลือกเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย ก็มีความตั้งใจอยากจะทำอาชีพที่ได้ช่วยเหลือผู้คน จึงเลือกเรียนพยาบาล เมื่อเรียนจบจึงได้เลือกมาดูแลคนไข้สามัญ เพื่อที่จะได้ช่วยผู้ป่วยยากไร้ได้ตามความตั้งใจ”

จากเบื้องหน้าสู่เบื้องหลังแห่งการผลักดัน

“หลังจากทำงานเป็นพยาบาลได้ระยะหนึ่ง ก็มีอาจารย์พยาบาลจากโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ได้ชักชวนให้มาเป็นอาจารย์พยาบาล ตอนแรกก็ลังเล เพราะชอบการทำงานที่ได้อยู่กับคนไข้มากกว่า แต่คิดว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะการเป็นอาจารย์คือการช่วยผลักดันพยาบาลรุ่นใหม่ให้ออกไปดูแลผู้ป่วยต่อไป จึงตัดสินใจรับโอกาสนั้น ช่วงที่เป็นอาจารย์ ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พอกลับมาจึงนำเอาความรู้ที่เรียนมาเปิดหลักสูตรพยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต (อินเตอร์เนชั่นแนล) ที่สามารถรับนักศึกษาจากหลากหลายประเทศได้ เช่น พม่า เวียดนาม เนปาล อินโดนีเซีย เป็นต้น หลังจากนั้นก็ย้ายมารับตำแหน่งเป็นรองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงริเริ่มให้พยาบาลได้มีโอกาสถ่ายทอดความรู้ทางด้านสุขภาพสู่ประชาชน ผ่าน Rama Channel, YouTube Organization, Line Official ต่างๆ เพื่อให้เนื้อหาด้านสุขภาพเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น”

พยาบาลนักสร้างสรรค์

“ช่วงแรกที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นช่วงที่ประชาชนมาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นจำนวนมาก เพราะอยากจะตรวจว่าติดเชื้อหรือไม่ ซึ่งประชาชนที่เข้ามามีคำถามเป็นจำนวนมาก และมักจะเป็นคำถามที่ซ้ำๆ กัน จึงมีความคิดว่าน่าจะส่งต่อความรู้ไปถึงประชาชน ดีกว่าให้ประชาชนเดินเข้ามาในโรงพยาบาล จึงได้จัดทำ Covid-19 Call Center ซึ่งเป็นสายด่วนให้ความรู้เรื่อง โควิด-19 และเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่มีการตอบคำถามโดย ทีมอาจารย์พยาบาล เพื่อตอบคำถามและให้ความรู้กับประชาชน ต่อมาพอสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มรุนแรงและยาวนานขึ้น ผู้คนก็มีความเครียดสะสมเพิ่มขึ้น เพราะได้รับผลกระทบจากเรื่องเศรษฐกิจและสุขภาพ จึงได้เสนอให้อาจารย์ทางด้าน จิตเวช และสุขภาพจิตมาช่วยดูแลตอบคำถาม โดยเฉพาะปัญหาทางด้านจิตใจ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่างานของพยาบาลยุคใหม่ไม่ใช่แค่การดูแลสุขภาพกายผู้ป่วยเท่านั้น แต่ต้องดูแลไปถึงสุขภาพใจด้วยเช่นกัน” รศ.ดร.พูลสุข กล่าว

กว่าจะสวมหมวกขาว

ผศ.ดร.นรีมาลย์ นีละไพจิตร อาจารย์พยาบาล สาขาวิชาการพยาบาลสุขภาพชุมชน กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการก้าวสู่อาชีพพยาบาลว่า “ในวัยเด็กตนได้ดูละครเรื่อง ‘กว่าจะสวมหมวกขาว’ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ตนอยากมาเป็น พยาบาล หลังจากเรียนจบก็ได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปช่วยดูแลผู้ป่วยในชุมชนต่างๆ ทั้งการทำกิจกรรมร่วมกับสมาคมแพทย์มุสลิม เป็นจิตอาสา และการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้มากที่สุด จึงเลือกเรียนเพิ่มเติมด้านสาธารณสุขและตัดสินใจมาทำงานที่ ‘หน่วยบริการส่งเสริมสุขภาพและเยี่ยมบ้าน’ เพื่อสานต่อความตั้งใจอยากให้คนไทยเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพมากที่สุด จากนั้นได้ต่อยอดมาเป็นอาจารย์สาขาวิชาการดูแลสุขภาพชุมชนที่ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีในปัจจุบัน”

มรสุมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฐานะพยาบาล

“การทำงานในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ของบุคลากรทางการแพทย์ ทุกส่วนหนักขึ้นมากจริงๆ หากเทียบกับตอนที่ได้ออกพื้นที่ในชุมชนนั้น ยังสามารถจัดสรรเวลาในการออกไปทุกครั้งเท่าที่จำเป็นได้ หากวันไหนติดภารกิจก็จะมีทีมคนอื่นไปดูแลแทน แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 นี้ ไม่สามารถหยุดพักได้ และด้วยหน้าที่ที่ต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยยิ่งทำให้ ต้องทุ่มเททำงานมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ทั้งคนไข้และพยาบาล ก็ต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งในการสู้ไปด้วยกัน” ผศ.ดร.นรีมาลย์ กล่าว

แม้ยอดผู้ติดเชื้อจะลดลง แต่เรายังคงต้องเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้บ่อย เพราะเราคงต้องอยู่กับสถานการณ์นี้ต่อไป โรคนี้ยังคงอยู่ และไม่มีใครรู้ว่าจะมีโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อใด แต่การปรับตัวและดูแลร่างกายให้แข็งแรง และสภาพจิตใจให้ดีก็เป็นอาวุธสำคัญที่จะทำให้เราก้าวต่อไปได้…

เพื่อสนับสนุนการผลิตบุคลากรการแพทย์ที่มีคุณภาพ ขอเชิญร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ “โครงการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เพื่อสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์” บริจาคออนไลน์ www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร. 02-201-1111