เปิดชีวิตหญิงแกร่งยุคใหม่ในบทบาท ‘ไรเดอร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664781

วันที่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 16:26 น.เปิดชีวิตหญิงแกร่งยุคใหม่ในบทบาท 'ไรเดอร์'“เมื่อต้นทุนชีวิตมีน้อย ขอแค่ไม่ยอมแพ้ ก็ไปต่อได้แบบยิ้ม ๆ” -เอ จิตณรงค์-

ในยุคที่สถานการณ์บังคับให้เราต้องเก็บตัวอยู่บ้าน ทำให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่เป็นที่ต้องการ และงานไรเดอร์ก็เป็นฟังเฟืองสำคัญในบริการนี้ ลูกค้าที่ใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่หลายท่าน คงจะชินตาเวลาไรเดอร์มาส่งอาหารให้เราเป็นผู้ชาย แต่วัน นึงพอเราเห็นพี่ไรเดอร์จอดมอเตอร์ไซค์คันใหญ่รออยู่หน้าบ้านพร้อมยื่นกล่องข้าวให้เรา เป็นผู้หญิงแววตาใจดี ดูอ่อนโยนคนนึง ก็อดคิดในใจไม่ได้ว่า “พี่สาวคนนี้คูลมากเลย”

วันนี้เราอยากชวนมาเปิดมุมมองให้เข้าใจแนวคิดของผู้หญิงในยุคปัจจุบัน ที่มีความมั่นใจ มีความสามารถ รู้ศักยภาพตัวเองในการเดินทางก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่าง ๆ โดยไม่ต้องให้สังคมตีกรอบว่า ‘ผู้หญิง’ ควรหรือไม่ควรทำงานอะไร

ปัจจุบันมีผู้หญิงรับบทบาทหัวหน้าครอบครัว หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องยาก แต่นั่นไม่ใช่กับ ‘เอ จิตณรงค์’ ไรเดอร์ฟู้ดแพนด้า หญิงแกร่งวัย 35 ปี ที่ไม่ยอมแพ้ ต่อสู้จนมีรายได้ที่มั่นคง เลี้ยงดูคนในครอบครัว 6 ชีวิต คือ ตัวเอเอง ลูก 3 คน หลานวัย 4 ขวบ และพี่สาวที่เป็นผู้ป่วยจิตเวช

ก่อนจะเป็นไรเดอร์ฟู้ดแพนด้า เอ เคยผ่านงานมาแล้วมากมายหลายอาชีพ ตั้งแต่น้องร้องคาเฟ่, เด็กเสิร์ฟ, มาร์กี้โต๊ะสนุ๊ก, ขายไอศกรีม, ขับวินมอเตอร์ไซค์, เปิดร้านขายผัดไทย เคยแม้กระทั่งล่องใต้รับจ้างเก็บน้ำยาง และขึ้นเหนือสุดเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวที่จังหวัดเชียงราย แต่ชะตาชีวิตก็พาเอไปพบกับอาชีพที่ลงตัวและสร้างความสุขให้กับเอได้

“ในชีวิตทำงานเป็นแม่ค้าตั้งแต่ ป.2 โตมาไปเป็นนักร้องคาเฟ่ รับจ้างเก็บน้ำยาง เป็นพนักงานล้างรถ อยู่ภาคใต้ 3-4 ปี เคยเปิดร้านผัดไทยที่กรุงเทพฯ ก่อนจะไปเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวที่เชียงราย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ สุดท้ายตัดสินใจทำอาชีพขับ วินมอเตอร์ไซค์ที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งมาเจอวิกฤตโควิด-19 ทำให้รายได้ซาลงไป” เอ คุณแม่ลูก 3 เผย

เอเล่าว่ามาเป็นไรเดอร์ฟู้ดแพนด้า ได้เพราะเคยเห็นน้องชายเคยขับฟู้ดแพนด้า ตั้งแต่ยุคแรก ๆ และมีรายได้ดี เลยตัดสินใจสมัคร ส่วนเหตุผลหลัก ๆ ที่เลือกอาชีพไรเดอร์สำหรับเอ ก็คือเรื่อง “เวลา” และผลพวงที่ตามมาก็คือ “รายได้”

เอเล่าต่อว่า สำหรับตอนนี้ตนเลือกที่จะขับแค่ครึ่งวันเช้าเท่านั้น รายได้ก็ยังเพียงพอเลี้ยงครอบครัว ส่วนเวลาที่เหลือก็ได้ดูแลสมาชิกในครอบครัว สำหรับเอแล้ว การเป็น “ไรเดอร์หญิง” ในค่ายไรเดอร์สีชมพูไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการทำงานในสายงานที่มักจะพบเห็นแต่ผู้ชายเลือกเข้ามาทำกันมากกว่า

“ไม่มีอะไรน่ากลัวสำหรับเรา ครอบครัวก็มั่นใจในตัวเรา เพราะเป็นคนทำงานมาแต่ไหนแต่ไร เราไม่เคยหยุด อาจเพราะเคยขับวินมอเตอร์ไซค์ เคยขับอยู่หลายโซนทำให้รู้ว่าพื้นที่ไหนปลอดภัย หากกลัวที่เปลี่ยวช่วงกลางคืน ก็สามารถเลือกขับช่วงเช้าได้เช่นกัน”

แม้จะเป็นหญิงแกร่งไม่กลัวสิ่งใด แต่เอก็ต้องเจอกับวิกฤตที่ทำให้ท้อถึงขั้นน้ำตาไหลโดยเฉพาะประเด็นที่กลายเป็นกระแส #แบนfoodpanda ในช่วงไม่กี่เดือนก่อน

“วันนั้นแทบไม่มีออเดอร์เด้งเลย น้ำตาซึมเลย แต่ก็เชื่อมั่นว่ามันจะต้องดีขึ้น” เอเล่าต่อว่าเวลานั้นผ่านมาได้เพราะมีทั้งลูกค้า เพื่อน ๆ ไรเดอร์ รวมถึงเจ้าหน้าที่งานวางแผนการขนส่ง (Dispatcher) ของฟู้ดแพนด้า ที่ให้กำลังใจเป็นอย่างดี ทำให้ผ่านมาได้ จากนั้นรายได้ก็เริ่มกลับมาเป็นปกติในไม่กี่วัน

“เรื่องแค่นี้น้อยมาก เมื่อเทียบกับสิ่งดี ๆ ที่เราได้เจอ” จากนี้เอ มองว่าจะทำฟู้ดแพนด้าไปเรื่อย ๆ นานเท่าที่จะทำได้ ในฐานะแม่ ในฐานะยายที่ต้องดูแลหลาน จนกว่าเด็ก ๆ จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลตัวเองได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องอนาคต

“ยังทำต่อไปเพราะมีอิสระ อยากหยุดไปเที่ยวกับครอบครัว หยุดดูแลลูกหลาน หรือวันนี้เราเหนื่อย มีลูก มีพี่น้องมาหาเราก็หยุดได้ เวลาการทำงานก็เลือกได้ จะทำกี่ชั่วโมง เอาที่ไหวเราว่างกี่ชั่วโมงเราก็ขับเท่านั้น” เอเล่า

เรื่องเล่าจากเอ เป็นข้อพิสูจน์อีกข้อที่ทำให้เห็นว่างาน ‘ไรเดอร์’ นั้นนอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ยังเป็นงานที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยว่า ผู้หญิงคนหนึ่ง สามารถลุกขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวได้ ‘ไรเดอร์’ ไม่ได้จำกัดแต่เฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ยัง “สร้างอาชีพอย่างเท่าเทียม” ให้กับผู้หญิง รวมถึงคนกลุ่มอื่น ๆ ที่อาจไม่มีทุนรอนหรือความรู้เฉพาะทางได้

“เราไม่มีทุนเราก็ทำได้ เราไม่มีความรู้เราก็ทำได้ เราเป็นผู้หญิงเราก็ทำได้ เราเป็นคนแก่เราก็ทำได้ ขอแค่เรามีใจรักบริการเราก็จะทำได้” เอ ปิดท้าย

จากร้าน IG สู่สยามเซ็นเตอร์ japfac กระเป๋ายูนิเซ็กส์มีสไตล์ เรียบง่ายเปี่ยมด้วยฟังก์ชั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664763

วันที่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 14:55 น.จากร้าน IG สู่สยามเซ็นเตอร์ japfac กระเป๋ายูนิเซ็กส์มีสไตล์ เรียบง่ายเปี่ยมด้วยฟังก์ชั่นฝันที่เป็นจริงในเวลา 2 ปี จากร้าน IG สู่การวางขายในสยามเซ็นเตอร์ เปิดเทคนิคสู่ความสำเร็จของแบรนด์ japfac กระเป๋ายูนิเซ็กส์มีสไตล์ เรียบง่าย เสริมฟังก์ชั่นทันยุค

จากความฝันในการมีแบรนด์เป็นของตัวเองและปักหมุดในใจที่จะพาแบรนด์มาอวดโฉมอยู่ในสยามเซ็นเตอร์ ทำให้ เจน-เจนจิรา ทรัพย์สกุล เจ้าของแบรนด์ japfac แบรนด์กระเป๋ายูนิเซ็กส์มีสไตล์ daily and functional bag มุ่งมั่นทำงานและเดินตามฝันของตัวเองจนประสบความสำเร็จภายใน 2 ปี กับการนำ japfac มาขายที่ Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์

เจนจิรา ทรัพย์สกุล เจ้าของแบรนด์ japfac เล่าว่า ส่วนตัวเป็นคนชอบใช้กระเป๋าใบใหญ่ มีฟังก์ชั่นเยอะ จะหากระเป๋าให้ตรงความต้องการของตัวเองยากมาก บางทีดีไซน์ใช่แต่ฟังก์ชั่นไม่ได้ พอพังก์ชั่นได้ ดีไซน์ก็ไม่โดนใจ จึงตัดสินใจกับเพื่อนทำกระเป๋าใช้เอง (ปัจจุบันเป็นเจ้าของแบรนด์คนเดียว) ตอนเรียนอยู่ปี 3 เริ่มทำล็อตแรกออกมาขายเพื่อนๆกันเองก่อน ปากต่อปากจนทำให้มีคนต้องการเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ทำมาได้6 ปีแล้ว japfac เป็น daily and functional bag กระเป๋าที่เรียบแต่มีดีเทลสีสันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใช้ได้ทุกวัน เป็นยูนิเซ็กส์ ตอนเปิดร้านใน IG คนยังไม่ขายของเยอะมากเหมือนปัจจุบัน โดยให้เพื่อนๆที่พอเป็นคนดังในสังคมถ่ายแบบ lookbook ให้ เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่ใช้กลยุทธ์นำ KOLs มาทำตลาด ก่อนที่จะมาบูมกันมากๆ อย่างในปัจจุบัน

สิ่งที่ทำให้ japfac แตกต่างจากคนอื่นคือ “ดีเทล และคุณภาพ” ความต่างในดีเทลของเราคือเป็นผ้าแคนวาส ตอกหมุด งานแฮนด์เมด การจับคู่สี การเดินด้ายคู่อิงมาจากการเย็บด้ายของยีนส์ ยึดคอนเซปต์เดนิมเป็นหลัก มีความเป็น personal lifestyle ใช้งานได้จริง กระเป๋าจะต้องเป็นเหมือนเพื่อนที่เราพาไปได้ทุกที่ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะเปลี่ยนวัสดุมาเป็นไนล่อน เพราะน้ำหนักที่เบากว่าและใส่สีสันได้มากกว่า แต่ก็ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์ตัวหมุดซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ การออกแบบแต่ละคอลเลคชั่นจะไม่ได้ตาม เทรนด์มาก แค่อิงพอเป็นแนว แต่จะอาศัยความชอบของตัวเองเป็นหลักมากกว่า อย่างเริ่มแรกจะชอบกระเป๋าใบใหญ่ๆ เลยทำกระเป๋าใบใหญ่ออกมาขาย แต่พอโตขึ้นความชอบเริ่มเปลี่ยนเป็นกระเป๋าใบเล็ก งานที่ทำออกมาก็เลยกลายเป็นกระเป๋าใบเล็กมากขึ้น และตอนนี้ก็พัฒนาต่อยอดไปเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ ของใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น แอคเซสเซอรี่ต่างๆ อยากทำให้แบรนด์ไม่ใช่แค่กระเป๋า แต่เป็น lifestyle product มากขึ้น อย่างหมวก กระเป๋าสตางค์ ที่ใส่โน้ตบุ้ค ล่าสุดคือการทำเก้าอี้แคมป์ปิ้ง

“เคยฝันว่าถ้าเรียนจบแล้วเริ่มทำแบรนด์จริงจัง อยากให้คนเห็นสินค้าเราเยอะๆ อยากเอาไปขายในสยามเซ็นเตอร์ นั่นคือธงในใจที่เราปักหมุดไว้ เลือกสยามเซ็นเตอร์เพราะเป็นจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ตรงกับกลุ่มลูกค้าเรา วัยรุ่น คนเริ่มทำงาน นักท่องเที่ยว เรียกว่าที่นี่เป็น Hub ที่ใช่สำหรับเรา จนในที่สุดเราก็สามารถพาแบรนด์เรามาขายในสยามเซ็นเตอร์ ได้ เป็นความฝันที่เป็นจริง ใช้เวลาแค่สองปีเท่านั้นจากปีแรกที่เริ่มทำแบรนด์ การได้มาวางขายที่สยามเซ็นเตอร์ เป็นการเปิดโอกาสและตลาดของเราให้กว้างขึ้น ทำให้มีคนมาขวนไปขายในอีกหลายๆที่ มีลูกค้าสั่งออเดอร์ ส่งออกต่างประเทศ ไต้หวัน ฮ่องกง สิคงโปร์ จีน ทุกอย่างเป็นจังหวะที่พอดีลงตัวไปหมด”

เจ้าของ japfac บอกด้วยว่า ถ้าอยากทำอะไรไม่ต้องกลัว ให้ลงมือทำจริงๆ เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบสามารถอยู่กับสิ่งนี้ได้โดยไม่ฝืน การทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาค่อยๆแก้ไป ปัญหาคือส่วนหนึ่งของงานที่เราต้องทำและผ่านไปให้ได้ ทุกอย่างมีคำตอบ ทำตามความฝัน follow your dream สำหรับฝันถัดไป ไม่ได้คาดหวังอะไรมากแล้ว อยากทำตรงนี้ให้ดีให้สมกับที่คนเห็นคุณค่าและซัพพอร์ตเรา เป็นกำลังใจให้เราทำงานต่อไป

สำหรับใครที่สนใจ japfac แบรนด์กระเป๋ามีสไตล์ สามารถแวะไปได้ที่ร้าน Absolute Siam Store ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ https://www.facebook.com/absolutesiamstore หรือช้อปเพลินๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสได้ที่ OneSiam Ultimate Chat & Shop https://onesiam.one-viz.com , Line @ONESIAM คลิกเมนู OneSiamUltimate Chat & Shop เริ่มช้อปได้ทันที หรือช้อปผ่าน FB Messenger ที่ FB Page OneSiam ง่ายๆแค่นี้ก็รอรับสินค้าอยุ่บ้านอย่างสบายใจได้เลย

ส่องลุคเทรนด์แฟชั่นสไตล์สปอร์ตของเหล่าดาราสาวสวย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664761

วันที่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 14:25 น.ส่องลุคเทรนด์แฟชั่นสไตล์สปอร์ตของเหล่าดาราสาวสวยประชันความสวย ส่องลุคเท่ปนเซ็กซี่ของเหล่าดาราสาวสวยกับเทรนด์แฟชั่นสไตล์สปอร์ตที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ จากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ ‘ลา บูทีคส์’ (LA BOUTIQUE) คอลเลคชั่น ‘LEISURE ATHLETIC 2021’

เรียกได้ว่าเป็นยุคของแฟชั่นสไตล์สปอร์ตจริงๆ เมื่อเหล่าดาราสาวสวยได้พร้อมใจกันอวดโฉมในลุคเท่ปนเซ็กซี่จากแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง ‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) ที่ออกแบบโดย โต-พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากเทนนิส เกมกีฬาที่ผลักดันให้ชุดกีฬากลายเป็นแฟชั่นยอดฮิตในช่วงปี 1970 รังสรรค์ออกมาเป็นคอลเลกชั่นสปอร์ตสุดชิค ‘เลเซอร์ แอทเลติค 2021’ (LEISURE ATHLETIC 2021) ที่มีจุดเด่นประจำซีซั่นอย่างชุดบอดี้สูทสุดเท่ที่เหล่าคนรักแฟชั่นต่างไม่พลาดที่จะต้องมีติดตู้เสื้อผ้า

โดยเหล่าดาราดังต่างมิกซ์แอนด์แมทช์สร้างลุคเด่นประชันความสวยกันแบบไม่มีใครแพ้ใคร เริ่มต้นจาก เบลล่า – ราณี แคมเปน, โบว์ – เมลดา สุศรี, เป้ย – ปานวาด บุญยรัตกลิน, เนย- โชติกา วงศ์วิลาศ, แซมมี่ – ดลลชา ภูวิจารย์ เคาวเวลล์, ออม – สุชาร์ มานะยิ่ง, แก้ว – จริญญา ศิริมงคลสกุล, นิวเคลียร์ – หรรษา กุศลมโนมัย, จีน่า-วิรายา ภัทรโชคชัย, พลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ และอีกมากมาย

‘ลา บูทีคส์’ (La Boutique) แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสตรีภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘นีโอ โรแมนติก’ ที่ถ่ายทอดความงดงามทางแฟชั่นกับกลิ่นอายประวัติศาสตร์ทางศิลปะอันน่าจดจำมาผสมผสานด้วยแนวความคิดที่ร่วมสมัย หล่อหลอมผ่านมุมมองการออกแบบอันสร้างสรรค์ออกมาเป็นเครื่องแต่งกายดีไซน์ทันสมัย พร้อมการตัดเย็บสุดประณีตตามแบบฉบับของห้องเสื้อชั้นสูงสไตล์ฝรั่งเศส ให้ผู้สวมใส่มีเสน่ห์โดดเด่นทั้งในชีวิตประจำวันจวบจนถึงกระทั่งปาร์ตี้ในยามค่ำคืน

นอกจากนี้ พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ยังได้แนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวสไตล์สปอร์ตให้สนุกสนาน ว่า “เทรนด์การแต่งตัวสไตล์สปอร์ตยังคงมาแรงไม่มีตก และมีแนวโน้มว่าจะนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แถมมีไอเท็มใหม่ๆ ให้เราได้ลองแต่งตัวสไตล์สปอร์ตได้หลากหลายแนวมากยิ่งขึ้น ทั้งสไตล์สาวเท่ลุยๆ แต่ยังดูแฟชั่นอยู่ อย่างการมิกซ์เสื้อตัวสั้นกับกางเกงขาสั้น หรือหากสาวคนไหนชอบแนวเซ็กซี่ก็สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อเกาะอก หรือชุดบอดี้สูทกับกางเกงขาบานเอวสูง ก็จะช่วยขับเน้นรูปร่างได้เป็นอย่างดี สำหรับสาวๆ ที่ชอบแนวหวานๆ ก็สามารถสวมใส่ชุดมินิเดรสกับรองเท้ารัดส้นก็น่ารักไปอีกแบบ”

พบกับคอลเลกชั่น ‘เลเซอร์ แอดเลติค’ (LEISURE ATHLETIC 2021) ได้แล้ววันนี้ที่ La Boutique Flagship Store ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โทร 096-884-0295, La Boutique Flagship Store ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน โทร 02-011-7124, 096-884-0825, La Boutique Corner ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ดีพาร์ทเม้นสโตร์ โทร 090-797-2479, Instagram: laboutique_official, Facebook: www.facebook.com/laboutiquebkk และ www.laboutiqueofficial.com

#LBLeisureAthletic

#la_boutique

#laboutiquesociety

เคล็ดลับสำหรับนักวิ่งมือใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664726

วันที่ 04 ต.ค. 2564 เวลา 07:45 น.เคล็ดลับสำหรับนักวิ่งมือใหม่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์และเวชศาสตร์การกีฬา ชวนวิ่ง Virtual Run พร้อมแนะเคล็ดลับสำหรับนักวิ่งมือใหม่ เตรียมตัวไว้ก่อนลงแข่งขันจริงเพื่อการวิ่งได้อย่างสนุก สุขภาพดี และมีความปลอดภัย

การวิ่งเป็นการออกกำลังกายประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะเทรนด์วิ่งอย่าง Virtual Run หรือการวิ่งเสมือนจริงที่ตอบโจทย์หลายท่านได้เป็นอย่างดี นพ.กรกฎ พานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์และเวชศาสตร์การกีฬา และคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น แนะนำว่า สำหรับใครที่สนใจการวิ่ง Virtual Run หรือเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มวิ่ง ควรรู้ถึงเคล็ดลับดีๆ สำหรับนักวิ่งมือใหม่ ก่อนลงแข่งขันจริง เพื่อให้วิ่งได้อย่างสนุก สุขภาพดี และมีความปลอดภัย

ก่อนเริ่มวิ่งต้องรู้อะไรบ้าง

Virtual Run คือการวิ่งแข่งที่ผู้เข้าร่วมต้องลงทะเบียนออนไลน์ และออกไปวิ่งเพื่อทำระยะทางให้ถึงตามที่กำหนด จะวิ่งที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ จากนั้นอัพโหลดข้อมูลการวิ่งให้กับฝ่ายผู้จัด เป็นการแข่งกับตัวเอง ข้อดีคือนักวิ่งสามารถจัดตาราง วันเวลาวิ่งของตนเองได้ ทำให้หลายคนคาดหวังว่าจะได้ผลดีต่อสุขภาพ เช่น ไขมันลดลง น้ำหนักลดลง รูปร่างดีขึ้น ในช่วงที่ไม่ได้ออกไปพบปะผู้คนในช่วงนี้ แต่ผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้จะตรงใจหรือไม่ ต้องอาศัยระยะเวลา หากต้องการเข้าร่วมแข่งขันที่มีกิจกรรมตามกำหนดระยะเวลาสั้นๆ แล้วต้องการเห็นผล ดูจะเป็นเรื่องยาก รวมถึงใครที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน แต่อยู่ๆ มาเข้าร่วมแข่งขัน โดยไม่มีการเตรียมความพร้อม ออกกำลังกายหนักๆ ถือว่าอันตรายต่อร่างกาย ทั้งในส่วนของกล้ามเนื้อกระดูก ข้อต่อ และหัวใจ หากต้องการสุขภาพที่ดี ร่างกายแข็งแรง ต้องออกกำลังกายเป็นประจำ ฝึกฝน และรู้วิธี รู้เทคนิค เพื่อลดโอกาสบาดเจ็บลงได้

วิธีเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนแข่ง Virtual Run

 2-4 สัปดาห์ ก่อนลงแข่ง ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม

สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยแล้วต้องการร่วมแข่งขัน ก่อนลงแข่งประมาณ 2-4 สัปดาห์ ต้องเริ่มต้นออกกำลังกายให้มีระดับความเหนื่อย เบาถึงปานกลาง เช่น เดินต่อเนื่องประมาณ 10 – 20 นาที โดยให้อัตราการเต้นหัวใจอยู่ประมาณโซน 2 (รู้สึกเหนื่อย ประมาณ 6/10) แล้วให้สังเกตตัวเอง หากไม่มีอาการผิดปกติ ก็ค่อยๆ เพิ่ม ความเร็วให้อัตราการเต้นหัวใจขึ้นไปถึงโซน 3 (รู้สึกเหนื่อย ประมาณ 7/10) และรักษาระดับความเหนื่อยไว้ จนครบ 10-20 นาทีในแต่ละครั้งที่เดิน หากทำได้ ไม่เหนื่อยเกินไป ไม่ปวดหลัง ปวดขา ปวดเข่า ให้คงระดับนี้ไว้ 3-5 ครั้ง(วัน) เมื่อร่างกายชินกับระดับนี้ สามารถเพิ่มระยะเวลาในการเดินได้ ครั้งละ 5-10 นาที เช่น จาก10 นาทีเป็น 15 นาที สังเกตเช่นเดิมและให้คงระดับไว้ 3-5 ครั้ง(วัน) จึงค่อยเพิ่มระยะไปเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกาย หรือมีโรคประจำตัว หรือปวดเข่า ปวดหลังไม่ควรเพิ่มระยะเวลาเกินกว่า 50 % จากที่ทำได้ เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อ ข้อต่อและหัวใจทำงานหนักเกินไป อาจจะเกิดอันตรายหรือบาดเจ็บได้

 ค่อยๆ เพิ่มความเร็ว หรือความเหนื่อยให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน

หลังจาก 2 สัปดาห์ เมื่อเดินได้อย่างสม่ำเสมอ ในระดับความเหนื่อย 6-8/10 เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เราอาจเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจสามารถขึ้นไปที่ โซน 4-5 (ความเหนื่อย 9-10) ได้ในระยะเวลาสั้นๆ เป็นช่วงๆ เช่น ในทุกๆ 5 นาทีให้เดินเร็วหรือ วิ่งเหยาะๆ 30-60 วินาที(ความเหนื่อย 9-10) สลับเดินในระดับความเหนื่อย 6-8 เป็นเวลา 4 นาที ทำเป็นรอบๆ หากเหนื่อยเกินไปก็ให้ลดระยะเวลาของการเดินเร็ว หรือวิ่งเหยาะลง ให้อยู่ในระดับความเหนื่อยที่เราทนได้ แล้วค่อยๆปรับเพิ่ม การเดินสลับวิ่ง จะทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ข้อควรระวังสำหรับอัตราการเต้นหัวใจโซน 5 เพราะหัวใจจะทำงานหนักจึงทำได้เพียงระยะสั้นๆ หากเริ่มต้นฝึก ควรมีบุคคลอื่นอยู่ด้วยเพื่อคอยช่วยเหลือ หากเกิดอาการผิดปกติ

วางแผนเรื่องโภชนาการ

การออกกำลังเพื่อให้ได้ประโยชน์ต้องทำควบคู่ไปกับการได้รับสารอาหารที่เหมาะสมต่อนักวิ่ง โดยก่อนวิ่งควรได้รับสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ส่วนหลังวิ่งควรได้รับสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ถ้าเราวิ่งในโซน 2-3 โดยปกติร่างกายของเราใช้ทั้งไขมันและคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานหลัก ถ้าออกกำลังกายไม่ถึงชั่วโมง ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานคาร์โบไฮเดรตก่อนออกกำลังกายมากนัก หากจะรับประทานคาร์โบไฮเดรต เช่น ขนมปัง 1-2 แผ่น (80 แคลอรี/แผ่น) หรือ นม 1 กล่อง (70-140 แคลอรี/กล่อง) ที่รวมแล้วให้พลังงานประมาณ 100-200 แคลอรี ก่อนการวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง จะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอที่จะวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าตั้งเป้าหมายว่าจะวิ่งให้ Heart Rate Zone ขึ้นไปที่โซน 4-5 รวมถึงหากวิ่งเกิน 1 ชั่วโมง ควรรับประทานสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเพิ่มเติมขณะวิ่งเช่น energy gel เพื่อชดเชยพลังงานที่ถูกใช้ไประหว่างออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและเมื่อออกกำลังกายเสร็จก็ควรรับประทานทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ถูกใช้ไป หากละเลยสิ่งเหล่านี้อาจทำให้การฟื้นตัวช้าและอาจเกิดการบาดเจ็บ ภูมิต้านทานลดลง ในกรณีที่ไม่มีเวลาจัดเตรียมอาหาร การรับประทานสารอาหารชนิดชงละลายน้ำ ที่มีส่วนผสมทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน เช่น เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น โปรตีนเชค ก็จะช่วยให้สะดวกมากยิ่งขึ้น

อุปกรณ์วิ่งสำคัญแค่ไหน?

การเลือกรองเท้าและชุดที่ใส่วิ่งเป็นสิ่งสำคัญ ชุดควรเลือกแบบที่ใส่แล้วสบายตัว ไม่ใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป รองเท้าควรเลือกใส่รองเท้าสำหรับวิ่ง ไม่ควรใส่รองเท้าใหม่เป็นเวลานานเพราะรองเท้าอาจจะกัด การใส่รองเท้าแฟชั่น อาจไม่สามารถรับและกระจายแรงกระแทกได้ดี อาจเกิดปัญหาการบาดเจ็บได้

คำถามที่พบได้บ่อยๆ สำหรับมือใหม่หัดวิ่ง

 คนมีโรคประจำตัวสามารถวิ่งได้หรือไม่ และควรสังเกตอาการตนเองอย่างไร

คนที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคในกลุ่ม NCDs อย่างเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ สามารถวิ่งได้แต่มีข้อควรระวัง เช่น ยาบางชนิดส่งผลต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด อาจทำให้หัวใจเต้นช้าลง การคุมระดับความเหนื่อยด้วยชีพจรอย่างเดียว อาจเกิดความผิดพลาดในการประเมินได้ เบื้องต้นแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย การเดินหรือวิ่ง เริ่มต้นควรให้ความเหนื่อยอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง(ไม่เกิน 5-6/10) low to Moderate intensity หากมีนาฬิกาวัดการเต้นของหัวใจ พยายามคุมอัตราการเต้นหัวใจให้อยู่ ประมาณโซน 2-3 หากรู้สึกเหนื่อย มีอาการ จุก แน่นหน้าอกให้รีบพัก ไม่ควรฝืน เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะโรคหัวใจขาดเลือดได้

 วิธีรับมืออาการบาดเจ็บ

ในกรณีที่เดินหรือวิ่งเกินกำลังของกล้ามเนื้อ แล้วเกิดอาการปวด เช่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเข่า(แต่ไม่บวม อักเสบ) ปวดเท้า มักเป็นในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น หากปวดไม่มาก แค่ตึงๆ การบรรเทาอาการเบื้องต้น ให้ใช้ความเย็น หรือหากมีอาการบวม ให้ยกเท้าวางสูงเช่นวางเท้าบนหมอน โดยทั่วไปอาการปวดมักจะทุเลาลงใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน หากหายเจ็บก็กลับไปวิ่งได้ แต่อย่ารีบเพิ่มระยะทาง จะเพิ่มระยะทางได้ในครั้งถัดไปก็ต่อเมื่อพบว่าในวันรุ่งขึ้นหลังจากวิ่งจะรู้สึกแค่ตึงๆกล้ามเนื้อเล็กน้อย ไม่รู้สึกเจ็บ แต่ในกรณีเจ็บหรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาที่เหมาะสม

สำหรับมือใหม่ หากไม่อยากมีปัญหาบาดเจ็บ จำเป็นต้องเตรียมตัว และฝึกฝนก่อนลงแข่งขัน เพราะถ้าไม่เคย เดินหรือวิ่งอย่างสม่ำเสมอแล้วไปลงแข่งทันที อาการบาดเจ็บเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

สำหรับในเดือนตุลาคมนี้ ทางเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระดับโลก จึงจัดกิจกรรม Asia Pacific Get Moving With Good Nutrition 2021 Virtual Run งานวิ่งเสมือนจริงที่ยิ่งใหญ่ระดับเอเชียแปซิฟิก เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนออกกำลังกายในรูปแบบใหม่ที่จะได้ทั้งสุขภาพและความสนุกสนานในเวลาเดียวกัน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน โดยรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนเข้าโครงการมูลนิธิเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น (HNF) เพื่อช่วยเหลือเด็กใน 3 มูลนิธิในประเทศไทย ได้แก่ มูลนิธิเด็ก มูลนิธิบ้านนกขมิ้น และมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูล ความรู้เพิ่มเติม พร้อมพบอีกหลากหลายเคล็ดลับดีๆ ได้ที่ www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial และ www.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial

Central International Watch Fair 2021 รวมนาฬิกาแบรนด์ดังกว่า 100 แบรนด์ทั่วโลก และลิมิเต็ด เอดิชั่น เพียงเรือนเดียวในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664651

วันที่ 03 ต.ค. 2564 เวลา 10:01 น.Central International Watch Fair 2021 รวมนาฬิกาแบรนด์ดังกว่า 100 แบรนด์ทั่วโลก และลิมิเต็ด เอดิชั่น เพียงเรือนเดียวในไทยห้างเซ็นทรัล จัดมหกรรมนาฬิการะดับเวิลด์คลาสสุดยิ่งใหญ่ “Central International Watch Fair 2021” รวบรวมนาฬิกาแบรนด์ดังจากทั่วโลกกว่า 100 แบรนด์ และลิมิเต็ด เอดิชั่น เพียงเรือนเดียวในไทย!! พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดของปี เอาใจวอทช์เลิฟเวอร์ทั่วประเทศ

อีกครั้งกับมหกรรมนาฬิกาสุดยิ่งใหญ่ โดยห้างเซ็นทรัล จัดงาน Central International Watch Fair 2021 มหกรรมนาฬิการะดับเวิลด์คลาสสุดยิ่งใหญ่แห่งปีที่รวบรวมนาฬิกาแบรนด์ดังหลากแบบหลายสไตล์จากทั่วโลกกว่า 100 แบรนด์ ตั้งแต่ลักชัวรีวอทซ์ แฟชั่นวอทซ์ ตลอดจนสมาร์ทวอทซ์ ทั้งคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด และ ลิมิเต็ด เอดิชั่น จากแบรนด์ Bovet มูลค่ากว่า 9.70 ล้านบาท ที่มีเพียงเรือนเดียวในไทย!! ส่งตรงถึงงานนี้โดยเฉพาะ พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดของปี และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ระหว่างวันนี้–31 ต.ค. 2564 ที่ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และแผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา รวมทั้งหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวก พิเศษสุด! ชมและช้อปนาฬิกาเรือนโปรดอย่างใกล้ชิดได้ง่ายๆ จากที่บ้าน ผ่านบริการ Virtual Live เป็นครั้งแรก!! 

นายโลร็องต์ โปซ ประธานบริหารสายบริหารสินค้า บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือเซ็นทรัลรีเทล กล่าวว่า “งาน Central International Watch Fair 2021 ถือเป็นมหกรรมนาฬิกาสุดยิ่งใหญ่ และเป็นอีกหนึ่งงานซิกเนเจอร์ของห้างเซ็นทรัลที่จัดขึ้นต่อเนื่องมายาวนานถึง 23 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำของงานนาฬิการะดับลักชัวรี่ของเมืองไทย ซึ่งในปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรนาฬิกา รวบรวมนาฬิกาแบรนด์ดังจากทั่วโลกกว่า 100 แบรนด์ ทั้งคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด และลิมิเต็ด อิดิชั่น ส่งตรงถึงเมืองไทย เอาใจวอทช์เลิฟเว่อร์ และนักสะสม ให้ได้ร่วมสัมผัสและเป็นเจ้าของ ระหว่างวันนี้–31 ต.ค. 2564 ที่ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และแผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ภายใต้มาตรการด้านสุขอนามัย ‘Central Clean & Safe สะอาด ปลอดภัย อุ่นใจ เสมือนอยู่บ้าน’ ที่เคร่งครัดขั้นสูงสุด”

สำหรับความพิเศษของงาน โดยเฉพาะที่ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ได้ถูกเนรมิตให้เป็นโซนจัดแสดงนาฬิกาอันน่าตื่นตาตื่นใจ และขยายพื้นที่จัดงานใหญ่กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อให้วอทช์เลิฟเวอร์ได้มีโอกาสสัมผัสกับนาฬิกาแบรนด์ดังแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในทุกกลุ่มเรือนเวลา ทั้งกลุ่มลักชัวรี่ กลุ่มแฟชั่น กลุ่มสมาร์ทวอทช์ และกลุ่มเครื่องประดับ อาทิ Bovet รุ่น The Amadeo Amadeo ที่พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของเพียงเรือนเดียวในไทย!! โดดเด่นด้วยหน้าปัดขัดตกแต่งด้วยลวดลาย Fleurisanne ทั้ง 2 ด้านอย่างประณีต อวดการทำงานของจักรกล  Flying Tourbillion ที่มองเห็นทั้งสองด้าน พื้นหน้าปัดที่ทำมาจาก Aventurine ตัวเรือนผลิตจากทองคำชมพูแท้ 18K กลไกระบบไขลาน ซึ่งผลิตเพียง 50 เรือนทั่วโลกเท่านั้น และ Montblanc รุ่น Star Legacy Exo Tourbillon Slim 42mm Limited Edition 8 ตัวเรือนสีโรสโกลด์ 18K ประดับด้วยเพชร Wesselton 64 เม็ด กระจกคริสตัลแซปไฟร์ทรงโดมพร้อมเคลือบกันแสงสะท้อน หน้าปัดชุบโรสโกลด์และฝังเพชร 15 เม็ด สายหนังจระเข้ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre MB 29.24 สีแดงของตัวเรือนเฉลิมฉลองให้กับสถาปัตยกรรมทัชมาฮาล โดยสีแดงที่สดใสได้แรงบันดาลใจมาจากประตูศาลาสีแดงที่อยู่ทางใต้ ตะวันตก และตะวันออกของพระราชวัง และหินธรรมชาติอย่าง Red Jasper ที่ตกแต่งอยู่ภายในพระราชวัง โดยหิน Red Jasper นั้นเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและมั่นคง มีอิทธิพลดีต่อการไหลเวียนของเลือด มีความเกี่ยวข้องกับธาตุดิน สันติ และสติปัญญา 

รวมทั้ง Franck Muller, Breitling, Tag Heuer, Longines, Maurice Lacroix, Oris, Frederique Constant, Grand Seiko, Rado, Mido, Tissot, Hamilton, Luminox, Salvatore Ferragamo, Seiko, Citizen, Issey Miyake, Casio, Guess, Emporio Armani, Garmin , Apple Watch และ Beauty Gem เป็นต้น

อีกทั้งยังมีโซนใหม่ Smart Watch Zone เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ และผู้ที่ชื่นชอบความทันสมัย และสายรักสุขภาพ พร้อมพบการเปิดตัว สมาร์ทวอทซ์รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple และ Garmin รวมทั้งแบรนด์อื่นๆ อาทิ Suunto, Fibit, Samsung, Huawei นอกจากนี้ยังมี Gadget Zone ที่รวบรวมอุปกรณ์ล้ำสมัยเช่น หูฟัง และลำโพง ที่เชื่อมต่อแบบบลูทูธจากแบรนด์ดัง อาทิ Segway, Marshall, Bang & Olufsen, Bose และ GoPro อีกด้วย

และเพื่อเป็นการเอาใจคนรักเรือนเวลา ห้างเซ็นทรัล จึงได้อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าให้ได้ชมงาน ‘Central International Watch Fair 2021’ ที่ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม อย่างใกล้ชิดในแบบ Virtual Live เป็นครั้งแรก!! แม้อยู่บ้าน โดยลูกค้าสามารถเยี่ยมชมความพิเศษของงาน เสมือนมาเดินชมงานด้วยตัวเอง หรือชมเพื่อตัดสินใจก่อนเดินทางมาในงาน โดยมีเหล่าดาราวอทช์เลิฟเว่อร์ อาสามาเป็นไกด์พาทัวร์แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแบ่งปันสไตล์ความชอบนาฬิกาของตนเอง เพื่อเป็นไอเดียให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อนาฬิกาได้ง่ายขึ้น นำโดย ฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ และนนท์ – ธนนท์ จำเริญ รวมทั้งตัวแทนจากแบรนด์นาฬิกาชั้นนำที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมานำเสนอนาฬิกาไฮไลท์ ซึ่งติดตามอีกทางได้ที่เฟซบุ๊กเพจ Central Department Store

โดยมาพร้อม 7 ข้อเสนอที่ดีที่สุดของปี ที่ไม่ควรพลาด! ไม่ว่าจะเป็น สินค้าราคาปกติลดสูงสุด 30%, รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 135,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข,รับสิทธิ์ซื้อจี้เพชร Jubilee Diamond ราคาพิเศษ เมื่อช้อปครบ 50,000 บาท, รับสิทธิ์ซื้อแหวนเพชร Jubilee Diamond ราคาพิเศษ เมื่อช้อปครบ 80,000 บาท, Top Spender รับสิทธิ์รับจี้เพชร 2 รางวัล รางวัลละ 30,000 บาท รวมมูลค่า 60,000 บาท จากแบรนด์ Jubilee Diamond (เมื่อมียอดซื้อสูงสุดในงาน 2 ท่านแรก และต้องมียอดซื้อขั้นต่ำ 300,000 บาท รวมกันตลอดรายการ) พิเศษ! สำหรับลูกค้าคนสำคัญ (ที่ได้รับ SMS เรียนเชิญ) ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในวันที่ 9 ตุลาคม 2564 พร้อมลุ้นรับรางวัลพิเศษ ที่พักจาก Park Hyatt Bangkok สำหรับ Top Spender จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท รวมมูลค่า 100,000 บาท (เมื่อมียอดซื้อสูงสุดในงาน 5 ท่านแรก และมียอดซื้อขั้นต่ำ 800,000 บาท รวมกันตลอดรายการ) และใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 50% เฉพาะบัตรเครดิตรที่ร่วมรายการ และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย ระหว่างวันนี้– 31 ต.ค. 2564 ที่ Event Hall ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม และแผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา

ทั้งนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าช้อปสะดวกผ่านหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งที่ดีที่สุดของ “Central Bring You The Best ครบทุกสิ่งที่ดีที่สุด” ทั้ง Central  App, เว็บไซต์ www.central.co.th, Central Chat & Shop ช้อปผ่านแชต Line Official @centralofficial, Central Personal Shopper On Demand โทร. 1425 โดยลูกค้าสามารถชมสินค้าที่ต้องการได้แบบเรียลไทม์ ผ่าน Video Call เสมือน Live Shopping กับผู้ช่วยช้อปส่วนตัว หรือช้อปผ่าน live และ Inbox ที่เฟซบุ๊กเพจ www.facebookcom/CentralDepartmentStore

ช้อปผ้าไหมไทยคุณภาพระดับโลก Jim Thompson Clearance Sale @เซ็นทรัล วิลเลจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664428

วันที่ 30 ก.ย. 2564 เวลา 09:40 น.ช้อปผ้าไหมไทยคุณภาพระดับโลก Jim Thompson Clearance Sale @เซ็นทรัล วิลเลจมหกรรมลดราคาผ้าไหมไทยคุณภาพระดับโลกครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี เซ็นทรัล วิลเลจ กับงาน Jim Thompson Clearance Sale ลดสูงสุด 80% วันที่ 1-10 ตุลาคมนี้

ชวนช้อป Must-have item แบรนด์ Jim Thompson ซึ่ง “เซ็นทรัล วิลเลจ” โดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมทุนกับบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท เอเชีย หนึ่งในบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด (มหาชน) บิ๊กอสังหาฯ ระดับโลก ตอกย้ำเบอร์หนึ่งลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย ตัวจริงแบรนด์เนมเดสติเนชั่นระดับโลก จัดงาน Jim Thompson Outlet Clearance Sale มหกรรมลดราคาครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี ของแบรนด์ผ้าไหมไทยระดับตำนานที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยและเป็นที่รู้จักในระดับโลก ด้วยคุณภาพและลวดลายการดีไซน์ที่สวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายในงานพบส่วนลดสูงสุดถึง 80% และพิเศษส่วนลด On Top ลดเพิ่มท้ายบิลอีก 50% ทุกยอดซื้อ เฉพาะที่เซ็นทรัล วิลเลจที่เดียวเท่านั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-10 ต.ค. 2564 นี้

พลาดไม่ได้ กับสินค้าครบครันและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยคุณภาพระดับโลก ครอบคลุมในทุกประเภทสินค้า ตั้งแต่ที่เป็น Must-have item ของนักช้อป และผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ Jim Thompson เครื่องแต่งกายตามฤดูกาลแบบ Ready to Wear ทั้งฝั่งของสุภาพบุรุษสุภาพสตรี เสื้อผ้าเด็ก ไปจนถึงแอคเซสซอรี่ที่ทำจากผ้าไหม อย่างเครื่องประดับ เนคไท กระเป๋า นอกจากนี้ ยังมีไลน์สินค้าอื่นๆ อาทิ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ตั้งแต่ห้องรับแขก ห้องครัว และห้องอาหาร  พร้อมส่วนลดสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงานอีก 2 ต่อ ต่อที่ 1 รับส่วนลด On-top 50% ทุกยอดใช้จ่าย และต่อที่ 2 รับ Gift Voucher 300 บาท เมื่อช้อปครบ 20,000 บาท 

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัล วิลเลจ ไม่เคยหยุดนิ่งในการมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งเทียบชั้นเอาท์เล็ตระดับโลก โดย Jim Thompson คือแบรนด์ผ้าไหมไทยระดับลักชูรี่ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักช้อปทั่วโลกผู้หลงใหลในความประณีต ละเอียดอ่อนของงานดีไซน์ซึ่งมาพร้อมลวดลายเอกลักษณ์ของงานศิลปะอันเป็นภูมิปัญญาของคนไทยในรูปแบบร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ซึ่งในแต่ละปี เราได้ร่วมกับแบรนด์จัดงานมหกรรมลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ มอบส่วนลดสูงถึง 80% และยัง On top เพิ่มพิเศษเฉพาะในงานอีก ทำให้ในแต่ละปีได้รับกระแสตอบรับดีมากจากนักช้อปทั้งชาวไทยและ Expat  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลานี้ที่หลายๆคนเริ่มมองหาซื้อของขวัญให้กันในโอกาสพิเศษที่ใกล้เทศกาลความสุขส่งท้ายปี  ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าว

“Welcome Back ช้อปให้หายคิดถึง” ช้อปอย่างคุ้มค่าเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12.5% ไม่ต้องแลกคะแนน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และรับเพิ่มเครดิตเงินคืนพิเศษสูงสุด 5,000 บาท สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน เดอะแบล็ค แบล็ค และลักซ์ หรือแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% หรือบัตรกำนัลสูงสุด 3,600 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตซิตี้, บัตรเครดิตธนาคารออมสิน, บัตรเครดิตกรุงศรี, บัตรเครดิตเคทีซี, บัตรเครดิตทีทีบี, บัตรเครดิตทีเอ็มบี, บัตรเครดิตธนชาต, บัตรเครดิตไทยพาณิชย์

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก The 1 เมื่อช้อปครบทุก 2,000 บาท รับสิทธิ์ลุ้นบัตรกำนัลช้อปปิ้งหรือรับประทานอาหารฟรี สูงสุด 100,000 บาท จากธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ มาร์เก็ต, ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป, พาวเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท, ร้านอาหารในเครือเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล, คูปองเงินสดจาก The 1 และพิเศษ รับสิทธิ์ลุ้น x3 เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

รางวัลสำหรับสุดยอดนักช้อป 50 Top Spenders ที่มียอดใช้จ่ายสะสมสูงสุดตลอดแคมเปญ โดยมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 500,000 บาทขึ้นไป รับฟรีแพ็คเกจห้องพักสุดหรูตามลำดับคะแนน จาก AMANPURI, SALA SAMUI CHAWENG BEACH และ HYATT REGENCY KOH SAMUI รับสิทธิ์อัปเกรดเป็น The 1 Exclusive เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนดครบ 300,000บาทขึ้นไป (ปกติ 400,000 บาท) รับบริการที่จอดรถพิเศษ บริการห้องรับรองพิเศษ และสิทธิประโยชน์มากมายจากกลุ่มบริษัทในเครือเซ็นทรัลและพันธมิตรทางการค้า

ช้อปสะดวก มั่นใจ ปลอดภัยแบบ COVID-FREE ด้วยมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” ยกระดับเข้มข้นสูงสุด ลูกค้าที่มาใช้บริการสามารถวางใจมาตรฐานความสะอาดที่สอดคล้องตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำเป็นพิเศษในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล รวมไปถึงให้พนักงานให้บริการมีการฉีดวัคซีน – ตรวจคัดกรองวันแรก 100% และต่อเนื่องทุกสัปดาห์ – กักตัวอย่างเป็นระบบ – เว้นระยะห่าง – สะอาดปลอดภัยตลอดเวลาทุกวัน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทั้งผู้เช่าร้านค้า และพนักงานที่พร้อมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการอย่างเต็มที่ รวมถึงการประเมินร้านค้าผ่าน Thai Stop Covid Plus, พนักงานประเมินตนเองผ่าน Thai Safe Thai ทุกวัน ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ โดยทางศูนย์ฯ ขอความร่วมมือลูกค้าทุกท่าน ร่วมกันสังคม สะอาด ปลอดภัย ด้วยความสมัครใจ อาทิ การฉีดวัคซีน การตรวจ ATK เพื่อให้มั่นใจร่วมกันว่า เซ็นทรัล วิลเลจ จะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

เซ็นทรัล วิลเลจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Bangkok Luxury Outlet เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. Starbucks เปิดให้บริการ 09.00-20.00น. Tops Market เปิดให้บริการ 08.00-20.00น. และสามารถติดตามรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์: http://www.centralvillagebangkok.com, LINE: @centralvillage, Facebook: Central Village, Instagram: centralvillagebangkok

ปลดล็อคพลังแห่งเสื้อผ้า ฉลองครบรอบ 10 ปี ยูนิโคล่ ประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664423

วันที่ 30 ก.ย. 2564 เวลา 08:14 น. ปลดล็อคพลังแห่งเสื้อผ้า ฉลองครบรอบ 10 ปี ยูนิโคล่ ประเทศไทย เปิดเส้นทาง 10 ปี ยูนิโคล่ ประเทศไทย พร้อมถ้อยแถลงด้านความยั่งยืน “ปลดล็อคพลังแห่งเสื้อผ้า” ยกระดับ LifeWear ให้คนไทยสวมใส่เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลกจากญี่ปุ่น ฉลองครบรอบ 10 ปี ในประเทศไทย เพื่อขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้การต้อนรับและสนับสนุนยูนิโคล่อย่างดีมาโดยตลอดตั้งแต่วันแรกที่ ยูนิโคล่เข้ามาในประเทศไทย ทำให้ยูนิโคล่สามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจและยืนหยัดอยู่คู่คนไทยมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ยูนิโคล่ถือว่าการครบรอบ 10 ปี ในประเทศไทยเปรียบเสมือนหลักไมล์ความสำเร็จทางธุรกิจ เป็นแรงผลักดันให้ยูนิโคล่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ (LifeWear) คุณภาพสูง ให้คนไทยสวมใส่ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

นับตั้งแต่ยูนิโคล่ สาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิล์ด เปิดให้บริการในเดือนกันยายน 2554 ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวไทยตั้งแต่วันแรก โดยยูนิโคล่ ประเทศไทย เป็นประเทศที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย ตามลำดับ ตั้งแต่นั้นมา ยูนิโคล่ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคน ทุกที่ ทุกเวลา และเพื่อช่วยให้ชีวิตของคนไทยดีขึ้นผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากยูนิโคล่ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาในเมืองไทย ยูนิโคล่ได้สร้างหลักไมล์สำคัญให้ธุรกิจในเมืองไทยมากมายไม่ว่าจะเป็น ยูนิโคล่ ออนไลน์ สโตร์ ให้ลูกค้ายูนิโคล่ ช้อปปิ้งออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในปี 2559, ยูนิโคล่ โรดไซด์ พัฒนาการ โรดไซด์สโตร์ สาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ในปี 2561, แต่งตั้ง ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ เป็นแบรนด์พรีเซนเตอร์คนแรกของเมืองไทย ในปี 2563 รวมไปถึงการเปิดร้านยูนิโคล่ในแต่ละภาคทั่วประเทศ ปัจจุบัน ยูนิโคล่มี 54 สาขาทั่วประเทศ และออนไลน์ สโตร์ที่ UNIQLO.com โดยสาขาล่าสุดคือ ยูนิโคล่ นครศรีธรรมราช โดยในปีนี้ยูนิโคล่มีแผนที่จะขยายสาขาใหม่คือ ยูนิโคล่ เซ็นทรัลพลาซา ศรีราชา และยูนิโคล่ เซ็นทรัล อยุธยา อีกด้วย

มร.โอกุริ โทโมโยชิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และคุณเขมจิรา เทศประทีป ผู้อำนวยการการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย)

มร.โยชิทาเกะ วากากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของยูนิโคล่ ประเทศไทย ยูนิโคล่อยากมอบคำมั่นสัญญาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และสร้างสรรค์เสื้อผ้าคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ ตามหลักปรัชญาไลฟ์แวร์ พร้อมดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของยูนิโคล่เพื่อสานต่อการเป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าในสังคมไทย ยูนิโคล่ ประเทศไทย ไม่เพียงมุ่งเน้นในด้านธุรกิจเท่านั้น แต่เรายังเน้นย้ำในเรื่องการสร้างกิจกรรมด้านความยั่งยืนเพื่อสังคมและชุมชนไทย เพื่อให้มั่นใจว่ายูนิโคล่ได้มอบคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้คนไทย”

ด้วยถ้อยแถลงด้านความยั่งยืน “ปลดล็อคพลังแห่งเสื้อผ้า” ที่ยูนิโคล่นำมาใช้ เราเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนพลังแห่งเสื้อผ้าเป็นพลังแห่งความดีได้ ด้วยการออกแบบ ผลิต และขายเสื้อผ้าคุณภาพดี ภายใต้ความเชื่อที่ว่าเสื้อผ้าของเรามีพลังที่จะเปลี่ยนโลกนี้ให้ดีขึ้นได้

นอกจากนี้แล้ว ยูนิโคล่ ประเทศไทย ได้เตรียมเซอร์ไพรส์ขอบคุณชาวไทยเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี ยูนิโคล่ ประเทศไทย ไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

เสื้อยืด UT คอลเลคชัน Mickey Mouse in Thailand : คอลเลคชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี ของยูนิโคล่ ประเทศไทย ด้วยการร่วมมือกับดิสนีย์ ในคอลเลคชัน UT ที่ชื่อ ‘Mickey Mouse in Thailand’ ที่นำคาแรกเตอร์ยอดฮิตอย่าง Micky Mouse, Minnie Mouse, Donald Duck และ Daisy Duck ใส่ความเป็นไทยลงไปอย่างเต็มตัวไม่ว่าจะเป็นการไหว้ หรือ มวยไทย และเป็นครั้งแรกที่ยูนิโคล่ได้ร่วมมือกับดิสนีย์ในการผลิตเสื้อ UT และถุงผ้า Eco bag ที่ดีไซน์พิเศษสำหรับประเทศไทยเท่านั้น ความสัมพันธ์ของยูนิโคล่และดิสนีย์ระดับโลก เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2552 โดยได้ร่วมกันสร้างสรรค์คอลเลคชันเสื้อยืด UT ขึ้นเป็นครั้งแรก ผ่านคาแรกเตอร์ระดับไอคอนของดิสนีย์อย่างมิกกี้ เม้าส์ และมินนี่ เม้าส์

ปรีชา อาชามงคล Director of Consumer Products Commercialization บริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “ในฐานะตัวแทนของ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย ผมขอแสดงความยินดีกับยูนิโคล่ กับความสำเร็จตลอด 10 ปี ที่ผ่านมายูนิโคล่ถือเป็นพันธมิตรหลักของทางดิสนีย์ และพวกเราต่างก็ร่วมมือกันเพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจที่มีร่วมกันมาตลอด การครบรอบ 10 ปีของยูนิโคล่ประเทศไทยครั้งนี้ถือว่าเป็นความสำเร็จที่สำคัญ ที่บอกได้ว่าแบรนด์ยูนิโคล่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี เนื่องในโอกาสพิเศษครั้งนี้ ทางเราและยูนิโคล่ได้มีความร่วมมือกันในการเปิดตัว คอลเลคชัน Mickey Go Thailand ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่ Mickey Mouse และผองเพื่อนของเขามาด้วย มาในรูปแบบไทยๆ โดยคอลเลคชันพิเศษนี้ จะมีวางจำหน่ายเฉพาะที่ยูนิโคล่ประเทศไทยเท่านั้น”

Thank You Card – การ์ดแทนคำขอบคุณนี้เป็นวัฒนธรรมองค์กรของทางยูนิโคล่ที่ใช้ขอบคุณกันภายในบริษัท Thank You Card เป็นการ์ดขอบคุณใบเล็กๆ ที่แทนคำขอบคุณของยูนิโคล่ ประเทศไทย ผ่านภาพวาดพันธมิตรด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ ประเทศไทย อาทิ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR), มูลนิธิบ้านร่มไทร, สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต และมูลนิธิช่วยชีวิตสัตว์ป่าแห่งประเทศไทย (WARF) ที่ไม่เพียงให้ลูกค้าของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการขอบคุณที่ให้ยูนิโคล่เป็นส่วนหนึ่งในการทำประโยชน์เพื่อสังคมไทยขององค์กรเหล่านี้ สำหรับการ์ดขอบคุณนี้ ยูนิโคล่จะมอบให้กับลูกค้าทุกท่านที่ซื้อสินค้ายูนิโคล่ทั้งที่ร้านและออนไลน์ตลอดช่วงแคมเปญฉลองครบรอบ 10 ปี

รับเครื่องดื่มที่ All Café ฟรี : ยูนิโคล่มอบเครื่องดื่มเย็นฟรีที่ All Café จำนวน 20,000 แก้ว สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าครบ 1,500 บาท ขึ้นไป และเป็นสมาชิกของยูนิโคล่ ทั้งที่ร้านยูนิโคล่หรือออนไลน์สโตร์ ระหว่างวันที่ 1 – 7 ตุลาคม โดยลูกค้าจะได้รับคูปองรับเครื่องดื่มเย็นขนาด 16 ออนซ์ที่ All Café ใน 7-11 กว่า 9,000 สาขาทั่วประเทศ สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 20 ตุลาคมเท่านั้น

ยูนิโคล่ ประเทศไทย ขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้การสนับสนุนยูนิโคล่มาเป็นอย่างดีโดยตลอด และสัญญาว่าจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ไลฟ์แวร์ และการบริการของเราเพื่อคนไทยทุกคน กิจกรรมครบรอบ 10 ปี ยูนิโคล่ ประเทศไทย จะเฉลิมฉลองพร้อมกันที่ร้านยูนิโคล่ทุกสาขาทั่วประเทศ และออนไลน์สโตร์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป จนถึงปลายปี 2564 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่นและเซอร์ไพรส์สุดพิเศษ ได้ทาง https://www.uniqlo.com/th/th/spl/anniversary และ #UNIQLOTH10ANNIVERSARY

ศิลปะชิ้นเอกบนคอลเลกชั่นพิเศษ RAMA X THAWAN

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664410

วันที่ 30 ก.ย. 2564 เวลา 07:55 น.ศิลปะชิ้นเอกบนคอลเลกชั่นพิเศษ RAMA X THAWANของสะสมคอลเลกชั่นสุดพิเศษ มูลนิธิรามาธิบดีฯ X ถวัลย์ ดัชนี ผลงานศิลปะชิ้นเอกจากจักรพรรดิบนผืนผ้าใบ สู่ของที่ระลึกการกุศลระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และซื้อเครื่องมือแพทย์

กลับมาให้แฟนคลับได้มีโอกาสเก็บสะสมคอลเลกชั่นสุดพิเศษจากผลงานของศิลปินระดับโลกอีกครั้ง! มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมกับ ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี นำผลงานของปรมาจารย์แห่งวงการศิลปะ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ผู้ได้รับฉายา “จักรพรรดิบนผืนผ้าใบ” มาสร้างสรรค์เป็นของที่ระลึกการกุศลคอลเลกชั่นพิเศษ RAMA X THAWAN ภายใต้โครงการ “สืบศิลป์สร้างสรรค์แบ่งปันน้ำใจ” โดยรายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดมอบให้แก่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดเผยถึงของที่ระลึกการกุศลชุดพิเศษ ว่า “ครั้งนี้เป็นปีที่ 2 ที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ ร่วมมือกับดร. ดอยธิเบศร์ ดัชนี นำผลงานศิลปะทรงคุณค่าของศิลปินระดับตำนานของเมืองไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลก มาสร้างสรรค์เป็นสินค้าของที่ระลึกคอลเลกชั่นพิเศษ โดยได้รับความกรุณาจากดร.ดอยธิเบศร์ช่วยคัดเลือกผลงานที่มีทั้งความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ แฝงด้วยความหมายที่ดี อีกทั้งยังช่วยลงรายละเอียดทุกขั้นตอนได้อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็น การวางภาพวาดลงบนสินค้าที่ระลึก การเลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพดี และควบคุมการผลิตของที่ระลึกทุกชิ้น เช่น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีความสวยแปลกตา คุ้มค่า ให้ทุกท่านได้ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเก็บสะสมเป็นคอลเลกชั่นส่วนตัว รวมถึงเป็นของฝาก ของกำนัลให้แก่ผู้ใหญ่หรือคนที่เรารักได้เช่นกัน

ขณะเดียวกันยังได้ร่วมทำบุญเพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ป่วย และสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ เพราะรายได้จากการจำหน่ายจะนำไปสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ และจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ต่อไป ซึ่งทางมูลนิธิ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับอนุญาตให้นำเอาภาพของอาจารย์ถวัลย์มาต่อยอดทำคุณประโยชน์ตอบแทนสังคม เป็นการสานต่อการให้ที่ไม่สิ้นสุดอย่างแท้จริง”

ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ทายาทเพียงคนเดียวของ ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินนามระบือของไทย เล่าย้อนถึงเรื่องราวในอดีตที่เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดโปรเจ็กต์พิเศษกับมูลนิธิรามาธิบดีฯ ในครั้งนี้ว่า “สมัย เด็ก ๆ เคยมีโอกาสพาคุณป้าไปรักษาอาการป่วยที่ รพ.รามาธิบดี ทำให้ได้เห็นว่าในแต่ละวันมีผู้ป่วยมารอคิวตั้งแต่เช้ามืด เพื่อรอเข้ารับการรักษา หลาย ๆ คนเป็นผู้ป่วยยากไร้ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากเงินบริจาคของผู้มีใจกุศลผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงนำมาสู่การร่วมทำของที่ระลึกคอลเลกชั่นพิเศษครั้งแรกเมื่อปี 2563 โดยนำภาพศิลปะของ อ.ถวัลย์ ดัชนี มาสร้างสรรค์เป็นของที่ระลึกการกุศล ซึ่งได้เสียงตอบรับดีเกินคาด และต่อมาในปีนี้ก็เช่นกันสามารถจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว 300 ชุด ภายใน 13 นาที”

ความพิเศษของคอลเลกชั่น RAMA X THAWAN ที่ได้จัดทำขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ดร.ดอยธิเบศร์ เปิดเผยว่า ความพิเศษของคอลเลกชั่นปีที่ 2 นี้จะมีความลักชัวรี่มากขึ้น ใช้ง่าย แต่ยังคงเอกลักษณ์ผลงานลายเส้นของอ.ถวัลย์ที่ดุดัน และทรงพลัง ครั้งนี้มีสินค้าให้เลือกหลากหลายถึง 22 ชิ้น ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นมีชื่อเรียกที่เปี่ยมด้วยความหมายที่ดีงาม และมีการจัดวางลายที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น โดยปีนี้เป็นปีแรกที่จัดทำ Overnight Bag ซึ่งสามารถใส่เสื้อผ้าสำหรับเดินทาง หรือเป็นกระเป๋าแฟชั่นก็ได้

“ขอเชิญชวนผู้ใจบุญทุกท่านที่พอมีกำลังทรัพย์ มาช่วยกันบริจาคให้แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือสนับสนุนสินค้าของที่ระลึก ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนเพื่อให้มูลนิธิได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บที่เราเผชิญอยู่ในขณะนี้”

สำหรับผลิตภัณฑ์ในคอลเลกชั่นพิเศษ RAMA X THAWAN ที่ชวนตื่นตาตื่นใจนี้ ได้แก่ เสื้อยืดทีเชิ้ต ลายพยัคฆราชขบชาติอาชาไนย มี 2 สี ได้แก่ ขาวและดำ ราคา 299 บาท, เสื้อสเวทเชิ้ต ลายเผ่นพาดพยัคฆ์คำรณ สีดำ ราคา 599 บาท, ผ้าพันคอ ขนาด 1 X1 เมตร ลายคชินทราชเดชกุญชร (สีดำ) และลายฉลูวิลาศกาณจนาถไพรี (สีขาว) ราคา 599 บาท, หมวกแก๊ป ลายพยัคฆ์-อินทรี (สีดำ) และลายช้างนพสุบรรณ ราคา 399 บาท, หมวกปีกรอบ ลายพญาวิหกปักษา (สีดำ) และลายเผ่นพาดพยัคฆ์คำรณ (สีดำ) ราคา 399 บาท, กระเป๋าสะพายแคนวาส ลายคชินทราชเดชกุญชร (สีดำ) และลายฉลูวิลาศกาณจนาถไพรี (สีขาว) ราคา 399 บาท, กระเป๋าคลัช ลายหนุมานหาวเป็นดาวเดือน (สีดำ) ราคา 399 บาท, กระเป๋าคล้องมือ ลายเผ่นพาดพยัคฆ์คำรณ (สีดำ) ราคา 299 บาท, กระเป๋า Overnight ลายพยัคฆราช (สีดำ) ราคา 899 บาท, กระเป๋าพับเก็บ ลายพญาวิหกปักษา (สีดำ) และลายอัศวยอยศเย้ยสุริยัน (สีดำ) ราคา 159 บาท, กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ ลายคชินทราชเดชกุญชร มี 2 สี ขาว และดำ ราคา 350 บาท, แก้วน้ำ ลายพยัคฆราชขบชาติอาชาไนย มี 2 สี ขาว และดำราคา 350 บาท และสมุดบันทึก ลายพยัคฆราชขบชาติอาชาไนย มี 2 สี ขาว และดำ ราคา 199 บาท

เป็นเจ้าของสินค้าของที่ระลึกการกุศลคอลเลกชั่นพิเศษ RAMA X THAWAN วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ณ จุดจำหน่าย ของที่ระลึกของมูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือสั่งซื้อออนไลน์ผ่าน www.ramafoundation.or.th สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ LINE @ramafoundation หรือโทร. 02 201 2222 ในวันและเวลาราชการ

“คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด”

เจาะลึก Jaspal คอลเลคชั่นใหม่ FW2021

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664225

วันที่ 28 ก.ย. 2564 เวลา 17:02 น.เจาะลึก Jaspal คอลเลคชั่นใหม่ FW2021Jaspal เปิดตัวสวยๆ เร้าใจ! กับคอลเลคชั่นใหม่ FW2021 ดึงความงามจากธรรมชาติ แต่งเติมสีสันลงบนเสื้อผ้า ปลุกพลังความสดใส พร้อมส่งมอบพลังบวกให้สาวๆ ทุกคนอีกครั้ง ผ่านเสื้อผ้าและเครื่องประดับกว่า 80 ไอเท็ม

สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการแฟชั่นอีกครั้ง เมื่อ Jaspal ประกาศอย่างเป็นทางการว่าคอลเลคชั่นพิเศษของปีนี้ Jaspal ได้คอลาบอเรชั่นกับดีไซเนอร์แห่งวงการแฟชั่นนิวยอร์ก อย่าง ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก (Diane von Furstenberg) ดีไซเนอร์หญิงผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้สร้างความมุ่งมั่น และเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้หญิงทุกคน สนับสนุนให้เอาชนะเป้าหมายของตนเอง วันนี้เราจะพาเหล่าสาวกแฟชั่นมาเจาะลึกคอลเลคชั่นใหม่ FW2021 ที่ดึงความงามจากธรรมชาติ แต่งเติมสีสันลงบนเสื้อผ้า Jaspal พร้อมส่งมอบพลังบวก ที่มาพร้อมความสวย สดใส ให้กับสาวๆ ผ่านเสื้อผ้าและเครื่องประดับกว่า 80 แบบ

งานนี้หากใครเป็นแฟน Jaspal ก็คงรู้กันดีว่าแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติไทยรายนี้พยายามมุ่งมั่นในการสรรหาความตื่นเต้น และสร้างความสดใหม่แห่งกับแบรนด์อยู่เสมอ จึงทำให้ในทุกๆ ปี จะมีการคอลาบอเรชั่นกับดีไซเนอร์หรืออาร์ตติสท์ชื่อดังและในซีซั่น FW2021 นี้สาวก Jaspal ต้องตื่นตาตื่นใจ เพราะเจ้าแม่กูรูแฟชั่นชื่อดังแห่งวงการอเมริกา อย่าง ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก จะมาสร้างความเป็นผู้หญิงเก่ง แกร่ง ที่ซ่อนความอ่อนโยนและสดใสไปพร้อมกัน ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นคาแรคเตอร์ของผู้หญิง Jaspal อย่างชัดเจน

สำหรับคอลเลคชั่นใหม่ FW2021 เป็นการดึงจุดเด่นด้านการออกแบบของ ไดแอน วอน เฟิร์สเทนเบิร์ก ดีไซเนอร์ที่มีความโดดเด่นในเรื่อง Wrap dressและfloral print ที่มีสีสันและลายดอกไม้ที่โดดเด่นสะดุดตา บวกกับใส่ DNA ของไดแอน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วโลกให้เป็นตัวของตัวเอง ลุกขึ้นมาตามความฝันและสร้างสิ่งดีๆให้กับสังคม จึงทำให้เสื้อผ้าที่จะเกิดขึ้นใน Jaspal คอลเลคชั่นนี้ ได้ดึงความสวยงามจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ต้นไม้ ก้อนหินและสายน้ำ มารังสรรค์เป็นแพทเทิร์นลายดอกไม้และใบไม้ที่ดูทันสมัย ส่วนโทนสีที่เลือกใช้จะเน้นตอบโจทย์ประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อน โดยดีไซเนอร์ได้เลือกสีที่ดูสดใส เช่นชมพู ฟ้า และแดง และสำหรับเนื้อผ้าที่เลือกมาตัดเย็บ ทีม Jaspal และ DVF ให้ความสำคัญในการเลือกเนื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย แต่ยังคงความพรีเมี่ยมได้เป็นอย่างดี

คอลเลคชั่นสุดพิเศษ ที่จะมา Incharge สร้างความสดใส ความอ่อนหวาน ที่ซ่อนไปด้วยความสมาร์ทบ่งบอกความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำและกล้าทำสิ่งใหม่ๆ มุ่งไปสู่ความสำเร็จแบบผู้หญิง Jaspal มีทั้งสิ้น 80SKU แบ่งเป็นเสื้อผ้า 53 SKU ที่ยังคงคาเลคเตอร์สาวสวย เก่ง ทันสมัย และมีความสดใส อ่อนโยนถ่ายทอดผ่านทาง Dress, Jumpsuit, Co-ord, Blouse, Knitwear, Jacket, T-shirt, Skirt ,Pants และเครื่องประดับ กับไลฟ์สไตล์โปรดักส์เช่น กระเป๋า, หมวก, เคสโทรศัพท์มือถือ, ผ้าพันคอ, กระบอกน้ำ, กระเป๋าเครื่องสำอาง, ร่ม ฯลฯ รวม 27 SKU โดยชิ้นเด็ดที่เหล่าสาวกแฟชั่นห้ามพลาดคือ Iconic Wrap dress ที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส เหมาะกับสาวๆ ทุกสไตล์ ที่สำคัญใส่สบายและดูดีคอลเลคชั่น FW2021 กับการคอลาบอเรชั่นกับดีไซเนอร์ระดับโลก

อีกความสเปเชียลของคอลเลคชั่นนี้ คือ Jaspal ได้เนรมิตสโตร์ไอคอนสยามเป็นรันเวย์ไพรเวทให้นางแบบได้อวดโฉมเสื้อผ้าสุดปังร่วม 20 ชุด พร้อมคว้านางเอกตลอดกาล นุ่น วรนุช ร่วมเอนจอย ซึ่งงานนี้เหล่านางแบบพร้อมปรับตัวไปกับการเดินแบบในยุคโควิด New Normal ภายใต้มาตรการป้องกันโรค และการเปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษนี้สาวๆ ใจรักแฟชั่นทั้งหลายยังได้อัปเดตไปพร้อมกันผ่านทางออนไลน์

เปิดประตูสู่โลกแฟชั่นกับ Jaspal คอลเลคชั่นใหม่ FW2021 ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน Jaspal 45 สาขาทั่วประเทศ (ยกเว้น outlet) หรือ Chat&Shop ง่ายๆ เพียงแอด @jaspalthailand หรือ Shop online สไตล์ New normal ได้ที่ www.jaspal.com

เฉลิมฉลองให้กับฤดูกาลแห่งสีสันที่สนุกสนานไปกับคอลเลคชั่น Color Clash 2021

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/664065

วันที่ 26 ก.ย. 2564 เวลา 08:45 น.เฉลิมฉลองให้กับฤดูกาลแห่งสีสันที่สนุกสนานไปกับคอลเลคชั่น Color Clash 2021Burberry คอลเลคชั่น Color Clash 2021 แรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ของ Burberry เผยความแตกต่างที่โดดเด่นระหว่างโทนสีที่หรูหราเหนือกาลเวลาสำหรับดวงตาและริมฝีปากที่สดใสเพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่คลาสสิก กับเอกลักษณ์สะดุดตาไม่เหมือนใคร

Burberry ชวนสาวๆ สัมผัสความแตกต่างที่โดดเด่นระหว่างโทนสีที่หรูหราเหนือกาลเวลา สำหรับดวงตาและริมฝีปาก เติมความสดใสเพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่คลาสสิกกับเอกลักษณ์สะดุดตาไม่เหมือนใคร ไปกับ Burberry คอลเลคชั่น Color Clash 2021 

อัพความสวยด้วยการแต่งแต้มริมฝีปากด้วยสีส้ม และเชอร์รี่สีม่วงอมแดง จากลิปสติก Burberry Kisses มอบสัมผัสนุ่มนวลดุจซาติน เนื้อสีโดดเด่นติดแน่นทนนาน และ Burberry Kisses Lip Lacquer ลิปสติกเนื้อลิควิดกลอสซี่สุดบางเบาสีสันสดชัดสะกดสายตา

มอบลุคสดใหม่และทันสมัย ด้วยการเสริมแต่งเรียวปากให้เด่นชัด ขับผิวให้เปล่งประกาย พร้อมดวงตาอันโดดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากลุคบนรันเวย์ของ Burberry

Iconic Fresh Glow Base สร้างผิวให้เนียนสวย เปล่งประกาย ดูมีสุขภาพดี ในขณะที่ดวงตาได้รับแต่งแต้มให้ดูหนาและงอนยาวอย่างเป็นธรรมชาติ เรียงตัวสวยเส้นต่อเส้น ด้วยมาสคาร่า Ultimate Lift ใหม่ และ Runway Eye Palette สุดพิเศษซึ่งเป็นพาเลทอายแชโดว์ที่รวบรวมเก้าเฉดสีหลัก เพื่อสร้างลุคคลาสสิคตามแบบฉบับของ Burberry มาไว้ในพาเลทเดียว

สนุกกับเฉดสีและเนื้อสัมผัสรูปแบบใหม่เพื่อสร้างลุคคลาสสิก แต่ทรงเอกลักษณ์สะดุดตาไม่เหมือนใครให้กับตัวเอง Color Clash 2021 

RUNWAY EYE PALETTE LIMITED EDITION

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความงดงามของสีสัน ได้นำสีแห่งเอกลักษณ์ประจำแบรนด์  มารวบรวมไว้ในพาเลทรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น Runway Eye Palette พาเลทอายแชโดว์สุดพิเศษนี้มีเฉดสีอันสดชัดถึง 9 เฉดสี ในแบบแมตต์ ชิมเมอร์และเมทัลลิก เหมาะสำหรับการสร้างลุคในสไตล์ตนเอง ตลับสีทองเงางามเผยให้เห็นถึงการผสมผสานวัฒนธรรมของแบรนด์และเฉดสีร่วมสมัยที่ใช้ลวดลายของผ้ากาบาร์ดีนเพื่อสร้างโทนสีหลายมิติ โดยใช้โทนสีน้ำตาลและเบอร์กันดีที่เป็นอมตะ จับคู่กับสีทองสดใสและสีแดงเข้มเพื่อสร้างลุค Burberry Beauty ที่หลากหลาย

KEY FEATURES

ได้รับแรงบันดาลใจจากแฟชั่น และเนื้อสัมผัสรูปแบบใหม่ เคลือบด้านเพื่อสัมผัสกำมะหยี่ ชิมเมอร์เพื่อความเนียนนุ่ม เมทัลลิก ให้สีสดชัด เน้นการติดแน่นทนนาน ด้านการดีไซน์ออกแบบมาให้เป็นเลเยอร์เพื่อสร้างลุคสวยงามที่ทั้งกลางวันและกลางคืน ปราศจากพาราเบน, D5, น้ำมันหรือน้ำแร่

APPLICATION TIPS

พาเลทประกอบด้วยอายแชโดว์ 9 สี ไล่เฉดสี เข้มและสว่าง ปิดท้ายด้วยประกายกริตเตอร์เมทัลลิก

  •  สีเบจและสีน้ำตาล เนื้อแมตต์เพื่อแรเงาและสร้างเปลือกตา
  •  สีน้ำตาลแดงและเบอร์กันดีเนื้อแวววาวเฉดสีกลาง
  •  น้ำตาลเข้มและเบอร์กันดีสีเข้ม เนื้อแวววาว เฉดสีเข้มเพื่อไล่เฉดสี สร้างสโมกี้อาย
  •  สีครีม เนื้อแวววาว เพื่อเพิ่มความสว่างที่มุมด้านในของดวงตา
  •  สีทองและสีแดงอมม่วง ประกายเมทัลลิก เพื่อสัมผัสสุดท้ายซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรันเวย์

GET THE LOOKS:

ทาอายแชโดว์สีอ่อนลงให้ทั่วเปลือกตา จากนั้นใช้เฉดสีด้านที่เข้มกว่าเพื่อสร้างไลน์ชั้นตา  เพิ่มความลึกด้วยการเกลี่ยอายแชโดว์ให้ทั่วเบ้าตาแล้วไล่เฉดตามแนวขนตาไปทางมุมตาด้านนอก สร้างสโมคกี้อายที่สมบูรณ์แบบโดยใช้เฉดสีเข้มสโมกที่มุมด้านนอกของดวงตาและใต้เส้นขนตาล่างค่อยๆสร้างความเข้ม เพิ่มความสว่างที่มุมด้านในของดวงตาด้วยเฉดสีชิมเมอร์ที่อ่อนกว่าแตะเบา ๆ และปิดท้า ยด้วยการเกลี่ยสีเมทัลลิกตรงกลางเปลือกตา

BURBERRY LIPS:

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองฤดูกาลนี้ Burberry Kisses และ Burberry Liquid Lip Lacquer ขอแนะนำเฉดสีใหม่สุดพิเศษสำหรับคอลเลคชั่น Color Clash 2021

BURBERRY KISSES Bright Orange No.75

Burberry Kisses ด้วยเนื้อซาตินแบบใหม่ เม็ดสีเข้มข้นที่สร้างการปกปิดระดับกลางถึงสูงและติดทนนานตลอดวัน สูตรที่อุดมด้วยกรดไฮยาลูโรนิกช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นและสบายยาวนานถึง 24 ชั่วโมงสีจะอบอวลไปด้วยกลิ่นกุหลาบสดเพื่อประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสทั้งหมด

KISSES LIP LACQUER Electric Orange No.27

Burberry Kisses Lip Lacquer เลิปสติกเนื้อลิควิดกลอสซี่สุดบางเบา สีสดชัด สะกดสายตา ที่ติดทนนานตัวแรกของ Burberry ที่มีผิวเคลือบมันวาว ความเงางามระดับสูงและการปกปิดเต็มรูปแบบ นวัตกรรมใหม่สูตรไม่ทำให้แห้งให้สีที่โดดเด่นด้วยเนื้อเจลที่สบายตา สูตรที่อุดมด้วยกรดไฮยาลูโรนิกช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นและอ่อนนุ่มตลอดวัน

Fresh GLOW LUMINOUS FLUID BASE Nude Radiance No.01

ไพรเมอร์ผสมน้ำ 55% ซึ่งสามารถเกลี่ยทั่วผิวได้อย่างง่ายดายและให้ความชุ่มชื้นในทันที การผสมผสานของชิมเมอร์สะท้อนแสง ช่วยเบลอความไม่สมบูรณ์เล็กๆน้อยๆได้เป็นอย่างดี มอบผิวที่ราบเรียบมันวาวดุจกระจก เปล่งประกายความอ่อนเยาว์อย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส คืนความชุ่มชื้นให้กับผิว สูตรน้ำ และใช้งานได้หลากหลาย

ULTIMATE LIFT MASCARA Pure Black No.01

Burberry ขอแนะนำมาสคาร่าใหม่ Burberry Ultimate Lift ที่ช่วยอัพขนตาให้หนาและงอนยาวได้อย่างเป็นธรรมชาติตลอดวัน พร้อมยังช่วยจัดระเบียบให้ขนตาเรียงตัวสวยเส้นต่อเส้น อีกทั้งยังมีขนแปรงขนาดเล็กทรงเว้าออกแบบใหม่มาเพื่อยกขนตาให้งอนและหนาทีละเส้นได้อย่างง่ายดายตั้งแต่โคนจรดปลาย สามารถทาทับได้ เป็นสูตรปราศจากน้ำหอม แป้ง พาราเบน และ D5 สูตรไม่จับตัวเป็นก้อนและติดทนนาน มาพร้อมแปรงทรงเว้า

ราคา

  • ลิปสติก Burberry Kisses ราคา 1,500 บาท
  • ลิปสติกเนื้อลิควิด Burberry Kisses Lip Lacquer ราคา 1,500 บาท
  • มาสคาร่า Burberry Ultimate Lift ราคา 1,400 บาท
  • พาเลทรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น Runway Eye Palette ราคา 3,900 บาท

พบกับ Burberry Beauty ที่เคาน์เตอร์ Burberry Beauty Counter ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลชิดลม สยามพารากอน เอ็มโพเรียม เดอะมอลล์งามวงศ์วาน และสยามทาคา ชิมายา และร้าน Sephora สยามเซ็นเตอร์ และเอ็มควอเทียร์ หรือทางเว็บไซต์ sephora.co.th และ central.co.th