Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: 2565(2022)

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เชียงคานแทบแตก! นทท.ล้นปีใหม่เที่ยวรับลมหนาว แม่ค้าปลื้มขายของดีมาก

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701631

เชียงคานแทบแตก! นทท.ล้นปีใหม่เที่ยวรับลมหนาว แม่ค้าปลื้มขายของดีมาก

เชียงคานแทบแตก! นทท.ล้นปีใหม่เที่ยวรับลมหนาว แม่ค้าปลื้มขายของดีมาก

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.43 น.

31 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพอากาศทั่วไปของจังหวัดเลย ยังคงอากาศเย็นลง มีหมอกหนาในตอนเช้า ช่วงเข้าปีใหม่อากาศหนาวเย็นสบาย

โดยเฉพาะตามยอดเขาและในเขตอุทยานแห่งชาติต่างๆในจังหวัดเลย ทำให้แหล่งท่องเที่ยว หลายๆอำเภอ ทั้ง อ.ภูเรือ อ.หนองหิน อ.นาแห้วอ.ภูกระดึง รวมทั้ง อ.เชียงคาน คลาคล่ำไปด้วยนักเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ เดินทางมาเพื่อมาสัมผัสกับความหนาวเย็นของสภาพอากาศทั่วไปของจังหวัดเลย

ล่าสุดวันนี้ ถนนคนเดินเชียงคาน เรือนไม้เก่า 100 ปี อ.เชียงคาน จ.เลยเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทุกสาระทิศ จากสภาพบ้านเก่า ๆที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขงจึงเป็นที่ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลเดินทางมาท่องเที่ยว
ทำให้บรรยากาศบนถนนคนเดินเชียงคานกลับมาคึกคักมีนักเที่ยวแน่นขนัด ที่หวังจะมาสัมผัสกับความหนาวในช่วงปลายปีและต้อนรับปีใหม่ ตลอดระยะถนนคนเดินกว่า 1.3 กิโลเมตร มีนักท่องเที่ยวมากๆ แบบเต็มคาราเบลหรือล้นเชียงคานแตกก็ว่าได้

ทำให้บรรดาร้านอาหารผู้ประกอบการด้านที่พักโรงแรม รีสอร์ต และโฮมสเตย์ รวมทั้งพ่อค้าแม่ขายบนถนนคนเดิน ที่จำหน่ายทั้งอาหารท้องถิ่นอาหารทั่วไป สินค้าหัตถกรรม สินค้าพื้นเมือง ของฝากของที่ระลึกต่าง ๆที่มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว ต่างยิ้มปลื้ม ขายของดีเกินคาดรวมทั้งที่พักทั้งโรงแรม รีสอร์ต เต็มทุกแห่งนักท่องเที่ยวล้นจนต้องออกมากางเต้นท์พักที่หน้าสถานนีตำรวจภูธรอำเภอเชียงคาน ทำให้กระแสการเงินสะพัดเป็นอย่างมาก หลายร้อยล้านบาทในเพียงไม่กี่วัน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สตูลคึกคัก! คนไทย-ต่างชาติเที่ยว’เกาะหลีเป๊ะ’เคาท์ดาวน์ปีใหม่

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701630

สตูลคึกคัก! คนไทย-ต่างชาติเที่ยว'เกาะหลีเป๊ะ'เคาท์ดาวน์ปีใหม่

สตูลคึกคัก! คนไทย-ต่างชาติเที่ยว’เกาะหลีเป๊ะ’เคาท์ดาวน์ปีใหม่

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.40 น.

สตูลท่าเรือคึกคัก นทท.ไทยต่างชาติ 1,000 คนแห่ลงเกาะหลีเป๊ะเคาท์ดาวน์ปีใหม่ ขณะที่ตำรวจ เจ้าท่าฯ เน้นมาตรการความปลอดภัยเสื้อชูชีพบรรทุกเกินต้องไม่มี

31 ธันวาคม 2565 บรรยากาศที่บริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล เป็นอีกหนึ่งท่าเรือมาตรฐานรองรับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ   

หลังสถานการณ์โควิด19 คลี่คลายนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศมาเลเซียและกลุ่มยุโรป เดินทางมากันคึกคักโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และในคืนนี้เคาท์ดาวน์บนเกาะหลีเป๊ะ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง มีการจับจองพื้นที่ห้องกันกันคึกคัก ส่งผลให้ยอดการเดินทางมีจำนวนมากถึง 1,000 คน  

ส่วนด้านมาตรการความปลอดภัยก็เข้มข้นขึ้นตามไปด้วย โดยทางด้าน ร.ต.อ.วิวัฒนา รักษ์ราษพิทักษ์ รองสว.ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 ด.ต.รอศักดิ์ แซะอาหลำ ผบ.หมู่ ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 ด.ต.พิพัฒ ยืนนาน ผบ.หมู่  ส.ทท.1 กก.3 บก.ทท.3 (ตำรวจท่องเที่ยว) ประจำจังหวัดสตูล ร่วมด้วยตำรวจน้ำ  เจ้าท่าสตูล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ตรวจความพร้อมของสภาพเรือไม่ให้บรรทุกเกินตามกฎหมายกำหนด   

การสวมใส่เสื้อชูชีพต้องมีพร้อมและครบตามจำนวนผู้โดยสาร   คุณภาพเรือ  การบริการที่สุขภาพและตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของคนขับเรือ  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเทียวและเป็นการเตรียมความพร้อมตลอดการเดินทางน้ำให้ปลอดภัยขณะท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันอย่างมีความสุข.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวเลย! ‘เมเปิ้ลแดง’งานดอกไม้ภูเรือ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701611

เที่ยวเลย! 'เมเปิ้ลแดง'งานดอกไม้ภูเรือ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

เที่ยวเลย! ‘เมเปิ้ลแดง’งานดอกไม้ภูเรือ ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.33 น.

31 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 รวมวันหยุดชดเชย 4 วันนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวยังพื้นที่จังหวัดเลยเต็มทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นยอดภูกระดึง อ.ภูกระดึง จุดชมวิวภูป่าเปาะ อ.หนองหิน ถนนคนเดินบ้านไม้เก่า อ.เชียงคาน ตลอดจนลานคริสต์มาสภูเรือ

โดยเฉพาะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อ.ภูเรือ จ.เลย ที่ช่วงนี้ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนเป็นสีแดงเต็มทั่วบริเวณป่า ใกล้หน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบามีนักท่องเที่ยวคลาคล่ำมาสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็นบนยอดภู พร้อมชมความงามของธรรมชาติและทะเลหมอก เป็นบรรยากาศที่สวยงามและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีการจัดงาน “ศิลปะ สายหมอก และดอกไม้” และงานเคาท์ดาวน์ ณ ลานหน้าที่ว่าการอำเภอภูเรือ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2566

ด้าน นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเลยกล่าวว่าช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 ระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 65 – 2 ม.ค. 66 (หยุดยาว 4 วัน)  ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 55,000 คน สร้างรายได้กระจายในพื้นที่จังหวัดเลยกว่า 125 ล้านบาท เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆของจังหวัดเลย ส่งผลก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและกระจายรายได้ลงไปสู่ท้องถิ่นและชุมชน ทำให้ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ จ.เลย เริ่มฟื้นตัวกลับมาคึกคักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

นายจริยาทร กล่าวอีกว่า ช่วงนี้ฝากไปถึงนักท่องเที่ยวทุกท่านที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเลย หากมีปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเลย โทร. 042-812812   เฟสบุ๊กแฟนเพจททท.สำนักงานเลย : TAT LOEI Office.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กาฬสินธุ์เปิดตลาด’กุ้งก้ามกราม’ ขายดีคึกคัก เมนูยอดฮิตปิ้งย่างสังสรรค์ปีใหม่

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701609

กาฬสินธุ์เปิดตลาด'กุ้งก้ามกราม' ขายดีคึกคัก เมนูยอดฮิตปิ้งย่างสังสรรค์ปีใหม่

กาฬสินธุ์เปิดตลาด’กุ้งก้ามกราม’ ขายดีคึกคัก เมนูยอดฮิตปิ้งย่างสังสรรค์ปีใหม่

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.29 น.

บรรยากาศจับกุ้งก้ามกรามจำหน่ายในเทศกาลปีใหม่คึกคัก โดยมีออร์เดอร์เข้ามาวันละหลายตัน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องระดมแรงงานจับตั้งแต่หลังเที่ยงคืน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ขณะที่ราคาจำหน่ายปากบ่อ อยู่ที่กิโลกรัมละ 250 บาท คาดแนวโน้มหลังปีใหม่กุ้งขาดตลาด

31 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศจับกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งจะค้าขายดีมากในช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่ามีความคึกคักเป็นอย่างมาก หลังจากซบเซามาตลอดปีจากสถานการณ์โควิด-19 และปัญหาอุทกภัย

นายอาทิตย์ ภูบุญเติม อายุ 52 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม บ้านตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตลาดกุ้งเริ่มจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในเทศกาลปีใหม่ ซึ่งกุ้งก้ามกรามถือเป็นอาหารยอดฮิตในเทศกาลนี้ เนื่องจากทำอาหารได้หลายเมนู เช่น ย่าง ต้มยำ หรือประกอบอาหารต่างๆ โดยเฉพาะรสชาติของกุ้งก้ามกราม ซึ่งเป็นกุ้งสด เลี้ยงในบ่อดิน โดยใช้น้ำจากโครงการชลประทานลำปาว มีความนุ่ม เหนียว ตามธรรมชาติ สด สะอาด ไม่ว่าจะประกอบเป็นอาหารเมนูไหน ก็รับประทานอร่อย ส่วนใหญ่นิยม ย่าง อบ ซึ่งจะให้กลิ่นหอมเป็นพิเศษ

นายอาทิตย์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการจับกุ้งก้ามกรามจำหน่ายในเทศกาลปีใหม่นี้ สำหรับตนคาดว่าน่าจะได้ผลผลิตประมาณ 1 ตัน แต่คะเนจากการจับกุ้งแล้วคงไม่ถึง เนื่องจากที่ผ่านมาประสบปัญหาอากาศวิปริต ทั้งร้อนและเย็น ประกอบกับทางชลประทานปิดการส่งน้ำ จึงทำให้กุ้งตายบางส่วน ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามรายอื่นๆก็ประสบปัญหาเดียวกัน ดังนั้น ถึงแม้ในภาพรวมจะมองว่าจับกุ้งก้ามกรามคึกคัก  ขายดี มีออร์เดอร์เข้ามามาก วันละหลายตัน แต่ปริมาณกุ้งไม่เพียงพอ และมีแนวโน้มจะขาดตลาดในช่วงหลังปีใหม่

อย่างไรก็ตาม สำหรับราคาขายกุ้งก้ามกรามสดที่ปากบ่อยังอยู่ที่กิโลกรัมละ 250 บาท ขายส่งลูกค้าต่างจังหวัด 280-400 บาท ตามระยะทาง ภาพรวมรายได้ไม่คุ้มกับการลงทุน ขณะที่ราคาอาหารกุ้งยังแพงกระสอบละเกือบ 1,000 บาท ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตที่ยังสูงอยู่ จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งส่วนใหญ่ ยังประสบปัญหาขาดทุนซ้ำซาก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ที่สุดแห่งปี65!จัดเต็มครอบคลุมทุกวงการ ใครคือที่สุดของ‘ดารา นักร้อง นักการเมือง’

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701603

ที่สุดแห่งปี65!จัดเต็มครอบคลุมทุกวงการ ใครคือที่สุดของ‘ดารา นักร้อง นักการเมือง’

ที่สุดแห่งปี65!จัดเต็มครอบคลุมทุกวงการ ใครคือที่สุดของ‘ดารา นักร้อง นักการเมือง’

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 07.40 น.

ที่สุดแห่งปี65!จัดเต็มครอบคลุมทุกวงการ ใครคือที่สุดของ‘ดารา นักร้อง นักการเมือง’

31 ธันวาคม 2565 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรณี “ที่สุดแห่งปี” ซึ่งปีนี้เป็นการสำรวจปีที่ 25 ครอบคลุม ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่สะท้อนออกมาในด้านหน่วยงาน บุคคลที่เกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันตลอดปี ขั้นตอนแรกได้สำรวจด้วยคำถามปลายเปิดให้ประชาชนเสนอบุคคลที่ตนเองชื่นชอบ จากนั้นจึงนำคำตอบที่มีคะแนนสูงมาสร้างเป็นแบบสอบถามให้ประชาชนได้ตอบแสดงความเห็นและสรุปเป็นฐานข้อมูล โดยในปี 2565 นี้ได้สำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 7,239 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 20-27 ธันวาคม 2565 สรุปผลได้ดังนี้

ด้าน ดร.สิรธัมม์ อุดมธรรมานุภาพ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ผลการสำรวจ“ที่สุดแห่งปี 2565” สะท้อนประเด็นที่เป็นความสนใจของประชาชนในภาพรวม ด้านเศรษฐกิจและ ปากท้องที่ส่งผลกระทบเป็นภาพกว้าง ด้านบันเทิงและการกีฬามีความคึกคักมากขึ้นทั้งกระแสของคู่จิ้นดารา แฟนกีฬาได้เฮลุ้นกันตลอดปี ในขณะที่การเมืองได้รับความสนใจทั้งการทำงานในสภาฯ และการเมืองภาคประชาชน ความหลากหลายของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เข้ามามีบทบาทเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง การเปิดเมืองและกิจกรรมช่วงปีใหม่เป็นความหวังในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และประชาชนมีความหวังต่อการเลือกตั้งที่จะมาถึงในอีกไม่นานนี้

ขณะที่อาจารย์เป็นเอก ทรัพย์สิน อาจารย์ประจำโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ภาพรวมปี 2565 มองว่าโควิด-19 ได้ทิ้งรอยแผลสดให้เศรษฐกิจไทยไว้พอสมควร ทำให้ข้าวของแพง ราคาพลังงานและโภคภัณฑ์สูง ส่งผลให้ค่าครองชีพสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ช่วงครึ่งปีหลัง สถานการณ์ต่างๆ เริ่มคลี่คลาย ประชากรโลกเริ่มขยับขยาย มีการเดินทาง ติดต่อ ค้าขาย ทำให้เราคนไทยได้ลืมตาอ้าปาก เศรษฐกิจหมุนเวียนดีขึ้น มีเม็ดเงินไหลเข้ามา ในประเทศ ความสุขต่างๆ เริ่มทยอยกลับมาเป็นปกติในอีกไม่ช้าแน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : มองอดีต-เข้าใจปัจจุบัน ‘ทุนนิยม(แบบไทยๆ)’มีที่มา

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701490

สกู๊ปพิเศษ : มองอดีต-เข้าใจปัจจุบัน  ‘ทุนนิยม(แบบไทยๆ)’มีที่มา

สกู๊ปพิเศษ : มองอดีต-เข้าใจปัจจุบัน ‘ทุนนิยม(แบบไทยๆ)’มีที่มา

วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.31 น.

“ไทยแลนด์โอนลี่ (Thailand Only)” เป็นคำที่ถูกกล่าวถึงบ่อยๆ เมื่อมีผู้พยายามทำความเข้าใจกับการเมือง เศรษฐกิจและสังคมไทย ซึ่งหลายครั้งมักจะแตกต่างไปจากวิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนกันมาโดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัย เมื่อหลักคิดซึ่งแม้จะมีต้นกำเนิดจากโลกตะวันตกแต่สามารถใช้อธิบายปรากฏการณ์ความเป็นไปได้ในหลายประเทศจนถูกมองอย่างกลายๆ ว่าเป็นองค์ความรู้สากล (เช่น ทฤษฎีการเมือง เศรษฐกิจและสังคมรุปแบบต่างๆ) กลับไม่ค่อยจะสามารถอธิบายความเป็นไปภายในประเทศไทยได้อย่างลงล็อกสมบูรณ์นัก

ในการบรรยายหัวข้อ “อ่านประวัติศาสตร์โลก อ่านอนาคตสังคมไทย” จัดโดยภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับ แผนงานคนไทย 4.0 เมื่อช่วงกลางเดือนธ.ค. 2565 ผู้บรรยายคือ ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉายภาพสังคมไทยเริ่มตั้งแต่การปฏิรูปประเทศตามรูปแบบของรัฐสมัยใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ หรือในบริบทโลกคือครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 (ปี 2343-2442) โดยเวลานั้น โลกตะวันตกเข้าสู่เศรษฐกิจแบบทุนนิยมแล้ว

เช่น ที่ดินถูกเปลี่ยนการใช้ประโยชน์จากภาคเกษตรเป็นภาคอุตสาหกรรม และคนก็เปลี่ยนสถานะจากไพร่หรือทาสติดที่ดิน (Serf) กลายเป็นแรงงานในโรงงาน แต่การที่ไทยรอดพ้นจากการตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก จึงไม่ถูกใช้กำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง นั่นทำให้แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยในปี 2475 ซึ่งเศรษฐกิจมีความเป็นทุนนิยมมากขึ้น แต่วิธีคิดแบบดั้งเดิมก็ยังคงหลงเหลืออยู่ จนเป็น “ทุนนิยมแบบไทยๆ” ที่นักวิชาการงุนงงว่าไม่เหมือนที่ใดในโลกที่เคยศึกษามา

ข้อแตกต่างที่สำคัญประการหนึ่งคือคำว่า “กระฎุมพี (Bourgeois)” ซึ่งเป็นชนชั้นที่มาพร้อมกับระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ในยุโรปคำนี้หมายถึงชนชั้นกลางซึ่งประกอบอาชีพต่างๆในเมือง แต่ในไทยหมายถึงชนชั้นที่มีอาชีพและความเป็นอยู่ดีกว่าไพร่ไม่มากนัก โดยในยุคที่คนไทยรู้จักคำคำนี้ใหม่ๆ กระฎุมพีเป็นคำที่มีนัยเชิงเหยียดหรือดูถูก ดังที่คนยุคนี้นมักมีคำพูดประมาณว่าอย่าทำตัวเยี่ยงไพร่กระฎุมพี กระทั่งในเวลาต่อมาคำว่ากระฎุมพีในสังคมไทยจึงมีความหมายใกล้เคียงคำว่าชนชั้นกลางมากขึ้น

ในบริบทของไทย กระฎุมพีกลุ่มแรกๆ คือสามัญชน (ลูกหลานไพร่) ที่ได้รับการศึกษาแบบสมัยใหม่แล้วทำงานเป็นข้าราชการประจำ หรือจะเรียก “กระฎุมพีราชการ” ก็ได้ คนกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบราชการสมัยใหม่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นต้นมา ซึ่งระยะหลังๆ มีคำว่า “เทคโนแครต (Technocrat)” มาใช้เรียกคนกลุ่มนี้ เช่น ข้าราชการในกระทรวงการคลังกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้วางนโยบายด้านเศรษฐกิจแล้วเสนอกับฝ่ายการเมืองที่เข้ามาเป็นรัฐบาล

“กลุ่มหนึ่งที่ในยุโรปมีแต่เราไม่มีคือชนชั้นกลาง ชนชั้นกลางไม่ใช่แค่ว่ามีพ่อค้า ก็มีพ่อค้าเยอะ พ่อค้าข้าว ค้าโน่นค้านี่เต็มไปหมดตามหัวเมือง อันนั้นเป็นพ่อค้าจริงแต่ไม่ใช่ชนชั้นกลาง ชนชั้นกลางต้องมีจุดร่วมของผลประโยชน์ที่รู้โดยสำนึกของคนที่มีกิจวัตรความสัมพันธ์ในการผลิตแบบเดียวกันในระนาบเดียวกันเขาก็จะรู้ว่าผลประโยชน์ นโยบาย จุดหมายของเขาคืออะไร เพราะฉะนั้นชนชั้นกลางแบบนี้มันจึงเป็นชนชั้นที่พูดง่ายๆ คือรับใช้ตัวเอง” อาจารย์ธเนศ กล่าว

อีกสิ่งหนึ่งที่โลกตะวันตกเปลี่ยนไปพร้อมกับการเข้าสู่เศรษฐกิจแบบทุนนิยมคือ “บทบาทของศาสนา” โดย ศาสนาคริสต์ที่เกิดนิกายโปรเตสแตนท์แยกออกมาจากนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งผู้สอนหรือเผยแผ่ศาสนาของนิกายโปรเตสแตนต์จะมีวิถีชีวิตแบบฆราวาสเพราะไม่ได้เป็นนักบวชแบบนิกายโรมันคาทอลิก ทั้งนี้ แม้คำสอนของศาสนาจะเป็นสิ่งที่ดี แต่อีกมุมหนึ่งหลักคิดของศาสนาก็ทำให้เชื่อในเรื่องบุญ-กรรม ซึ่งเป็นเครื่องพันธนาการต่อความคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และความกล้าเปลี่ยนแปลง

รวมถึง “สิทธิที่ดิน” ปัจจัยการผลิตที่สำคัญของระบบทุนนิยมและทำให้เกิดชนชั้นกลาง ไทยก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อเทียบกับตะวันตก กล่าวคือ ในยุคหลังเลิกระบบไพร่-ทาสแม้รัฐไทยหรือสยามในเวลานั้นจะอนุญาตให้ประชาชนหักร้างถางพง บุกเบิกพื้นที่ทำกินใหม่ๆ ได้ แต่ต้องรอกันอีกนานพอสมควรจะระบบรับรองกรรมสิทธิ์ที่ดินของไทยจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้น และแม้จะมีระบบกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้วแต่การขอรับรองเพื่อครอบครองและใช้ประโยชน์สำหรับคนทั่วไป (ที่ไม่ใช่รัฐหรือผู้มีอำนาจหรือชนชั้นนำ) ก็ยังทำได้ยากมาจนถึงปัจจุบัน

แม้กระทั่ง “บทบาทของรัฐ” ก็ไม่ได้เร่งรัดให้เศรษฐกิจไทยเข้าสู่ระบบทุนนิยม เช่น ในยุคที่ชาติตะวันตกล่าอาณานิคม แต่ความสัมพันธ์กับไทยจะเป็นการเข้ามาในนามบริษัทเพื่อขอสัมปทานประกอบกิจการมากกว่า (อาทิ อุตสาหกรรมป่าไม้) อย่างไรก็ตาม บทบาทของชนชั้นปกครองไทยโดยทั่วไปเป็นเพียงการแก้ปัญหาข้อพิพาทในพื้นที่โดยยึดหลักกฎหมายเท่านั้น และการใช้กำลังปราบปรามก็ทำเฉพาะกลุ่มที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงในส่วนกลาง (อาทิ กบฏเงี้ยว) แต่ไม่ได้ไปบีบคั้นให้คนเล็กคนน้อยหมดสิ้นหนทางจนต้องเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมแต่อย่างใด

“การพัฒนาของเราเข้าสู่สมัยใหม่ สถาบันอื่นๆ ก็ทำไปตามแบบไทย จริงๆ ก็แบบฝรั่งแต่ทำในนามไทย ระบบทุนก็ทำในแบบไทย ก็คือไม่ไปทำให้ชนชั้นพื้นฐาน คือพวกชาวนาหรือพวกทาสที่หลุดมาเป็นไท ไม่มีทางทำมาหากิน ต้องไปขายตัวขายแรงงานอยู่ในนั้น (เมืองหรือโรงงานอุตสาหกรรม) แต่กลับเปิดให้พวกนี้ไปจับจองที่ ไปเช่าที่ หรือหาช่องทางไปทำกับใครที่มีที่ต่างๆ ให้มีที่ทำมาหากินเล็กๆ น้อยๆ อยู่ เกิดกลุ่มที่เรียกว่าเป็นชนชั้นผู้ผลิตน้อย คือมันสวนทางกับการเกิดระบบทุนในตะวันตก

ระบบทุนตะวันตกมันต้องทำลายผู้ผลิตน้อยลงเพื่อให้ทุนอยู่ได้ รัฐไทยคือรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์สยามรักษาผู้ผลิตน้อย คือแต่ก่อนไม่มีผู้ผลิตน้อยด้วย ก็เป็นไพร่เป็นทาส ไม่มีปัจจัยการผลิต พอหลุดออกจากระบบไพร่-ทาสก็ยังแถมให้ไปทำมาหากินได้ ไปหาที่เล็กๆ น้อยๆ ได้ ประมาณนี้ แล้วก็ทำการผลิตแบบกระจัดกระจายกันไป ก็อยู่ได้ เพราะฉะนั้นสรุปแล้วทุนที่จะมาลงจริงๆ แล้วขยายตัวไปมันไปไม่รอด เพราะเมืองมันไม่ได้ขยาย” อาจารย์ธเนศ ระบุ

แต่การที่เศรษฐกิจไทยไม่ถูกทำให้กลายเป็นทุนนิยมอย่างเต็มรูปแบบ ก็ทำให้การที่ทุนไทยกลุ่มที่ร่ำรวยขึ้นได้นั้นมักมาจากการทำมาหากินกับกิจการของรัฐและได้รับการอุปถัมภ์จากผู้มีอำนาจ (Patronage CapitalistSystem) โดยในขณะที่ระบบทุนนิยมจริงๆนั้นต้องการให้การบังคับใช้กฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเป็นระนาบเดียวเท่ากัน แต่ระบบทุนนิยมแบบไทยๆ การบังคับใช้กฎระเบียบมีหลายมาตรฐานขึ้นอยู่กับพื้นที่และสายสัมพันธ์ทางอำนาจ ซึ่งโครงสร้างที่เป็นอยู่นี้ยังทำให้บรรดาทุนใหญ่ในไทยไม่ล้มง่ายๆ แม้จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจก็ตาม

อาจารย์ธเนศ กล่าวสรุปว่า เศรษฐกิจไทยไม่ได้เป็นแบบศักดินาอีกต่อไป โดยเฉพาะหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 เป็นต้นมา แต่การเปลี่ยนไปสู่เศรษฐกิจแบบทุนนิยมนั้นก็เกิดขึ้นอย่างจำกัด ขณะที่การถือครองที่ดินส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่กับรัฐหรือไม่ก็เป็นบุคคลที่มีฐานะร่ำรวย ซึ่งในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ไม่แน่ใจว่าเหมือนกับประเทศไทยหรือไม่ ที่หลายกระทรวงมีที่ดินในครอบครองจำนวนมาก

ซึ่งการที่ระบบกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน (Private Property)ไม่เข้มแข็ง ก็ทำให้ระบบทุนนิยมในไทยไม่เข้มแข็งด้วย เพราะเมื่อคนคนหนึ่งต้องการเป็นผู้ประกอบการก็ต้องอาศัยทรัพย์สินที่มีไปค้ำประกันเพื่อหากู้เงินมาลงทุน แต่ในความเป็นจริงคือคนจำนวนมากไม่มีกรรมสิทธิ์ในการครอบครองที่ดิน มีเพียงการได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เท่านั้นกรณีทำมาหากินบนที่ดินของรัฐ จึงกลายเป็นข้อจำกัด

“คนที่คิดแบบระบบทุนเมื่อมาเจอกับสภาพเป็นจริงของระบบเศรษฐกิจ-การเมืองไทย คือมันต้องเป็นนักไทยศึกษาถึงจะทำอยู่ได้ในเมืองไทย ก็คือรู้ว่าต้องคิดอย่างไร คือต้องเลิกคิดแบบทฤษฎีที่คุณเรียนมาหรือระบบกฎหมายแบบที่ฝรั่งเขาใช้กัน ต้องเลิกมันให้หมดแล้วก็ใช้แบบไทยๆ คือเขาทำอย่างไรเราก็ทำอย่างนั้น รักษาตัวไว้ให้รอดเท่านั้นเองมันก็อยู่ได้ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็กลับบ้าน ก็เอาทุนกลับไป ก็จบไปแค่นั้น แต่รวมๆ แล้วคือเราจึงพบว่า พัฒนาการทุนที่นำไปสู่นวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ เรายังไม่เกิดเลยในพัฒนาการเศรษฐกิจไทย 50 ปีที่ผ่านมา

มันไม่เห็นเลยนะ เราไม่ได้คิดอะไรได้เลยใช่ไหม? แม้กระทั่งนอตสกรูที่ใส่เข้าไปให้มันเป็นแบบไม่ขัดกันแต่ให้มันลื่นอย่างนั้นเราก็ทำไม่ได้ โรงงานไทยก็ทำไมได้ มันไม่มีฝีมือ เพราะมันต้องมีคนทำเครื่องมือที่ Precision Tool (แม่นยำ) ระบบโรงงานเป็นระบบที่ทำด้วยช่างฝีมือ ระบบทุนมันไม่ได้ทำด้วยระบบแบบคิดฝันๆ เท่านั้นเองว่าเอาเงินมา 5 ล้าน ลงไปแล้วก็สร้างทุนได้เลยอะไรต่างๆ อันนั้นมันคิดเล่นๆ ไม่ได้ทำจริง” อาจารย์ธเนศ ฝากประเด็นชวนคิด

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เชียงราย’นทท.คึกคัก ตักบาตรดอกไม้หนึ่งเดียวในล้านนา

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701590

'เชียงราย'นทท.คึกคัก ตักบาตรดอกไม้หนึ่งเดียวในล้านนา

‘เชียงราย’นทท.คึกคัก ตักบาตรดอกไม้หนึ่งเดียวในล้านนา

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.21 น.

เชียงรายนักท่องเที่ยวคึกคัก ตักบาตรดอกไม้หนึ่งเดียวในล้านนา พร้อมถวายดอกไม้พระพุทธรูปคู่เมืองเชียงราย บนราชรถ 9 แบบ

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2565 นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงราย   นางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย และ ผู้ริเริ่มจัดงาน และผู้ออกแบบ เชียงรายดอกไม้งาม พร้อมด้วยส่วนราชการ นักท่องเที่ยว รวมทั้งชาวเชียงราย ประกอบพิธีทำบุญตักบาตรดอกไม้ หนึ่งเดียวในล้านนา จัดขึ้นที่ สวนตุงและโคม เทศบาลนครเชียงราย โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวเชียงราย และนักท่องเที่ยว นำออกรับบิณฑบาตร  รวมพระสงฆ์และสามเณร 76 รูป

ซึ่งมีขบวนฟ้อนเชียงราย จากนักเรียนโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงราย รวม 450 คนพร้อมกันนี้ทางเทศบาลนครเชียงราย ได้อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์ 9องค์ ขึ้นบนราชรถ 9 จังหวัด ภาคเหนือตอนบนเคลื่อนขบวนให้นักท่องเที่ยว ได้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชา ซึ่งสร้างความประทับใจให้นักผู้ร่วมทำบุญตักบาตรอย่างมาก เพราะราชรถแต่ละคัน มีความสวยที่ไม่ซ้ำกัน และสร้างโดยศิลปินแต่ละจังหวัด ใช้ระยะเวลาสร้าง 9 ปี โดยในหนึ่งปีจะนำออกให้ประชาชน และนักนักท่องเที่ยวได้ชมในการร่วมพิธีที่สำคัญ เพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ ตักบาตรดอกไม้ และ ตัดบาตรวันขึ้นปีใหม่

ส่วนการตักบาตรดอกไม้ ของจังหวัดเชียงราย ได้จัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2559 โดยพระธรรมราชานุวัตร (มรณะภาพ) อดีตเจ้าคณะภาค 6 มีดำริ  กับ ทาง นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ว่า เชียงราย ควรสืบสานประเพณี ทางพระพุทธศาสนา ในทุกด้าน รวมทั้งการ ตักบาตรดอกไม้ซึ่งสอดคล้องกับทาง นายกวันชัย ที่ต้องการให้พระพุทธศาสนา ได้เข้าถึงชาวพุทธ จะดูได้จากการดำเนินการของเทศบาลนครเชียงราย ในด้านการสืบพระพุทธศาสนาทุกเรื่อง 

เพราะการตักบาตรดอกไม้ ตำนานมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมีเรื่องเล่าว่า นายสุมนมาลาการ เป็นชาวเมืองราชคฤห์ เขามีหน้าที่นำดอกมะลิไปถวายพระเจ้า พิมพิสาร  วันละ 8 ทะนาน ทุกวัน และจะได้ทรัพย์วันละ 8 กหาปณะ ต่อมาเช้าวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังถือดอกไม้จะเข้าประตูเมือง เป็นเวลาที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกบิณฑบาตพร้อมด้วยภิกษุ ภิกษุงงฆ์ เขาเห็นพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใส จึงถวายดอกไม้ด้วยดอกไม้ที่จะนำไปถวายพระราชาโดยมีความคิดว่า แม้จะต้องตายด้วยโทษประหารก็ยอม ชาวเมืองทราบดังนั้นจึงพาการโห่ร้องสรรเสริญเป็นอันมาก มีเพียงภรรยาของเขาที่ไม่พอใจ ภรรยาจึงนำความนั้นไปกราบทูลพระเจ้าพิมพิสาร แต่พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระโสดาบัน นอกจากจะไม่โกรธแล้ว ยังนำความนี้กราบทูลพระพุทธเจ้าอีกที พระพุทธเจ้าได้กล่าวสรรเสริญนายสุมนมาลาการ ทำให้นายสุมนมาลาการได้รับของพระราชทานจากพระเจ้าพิมพิสารถึง 8 ชนิด คือช้าง ม้า ทาส ทาสี เครื่องประดับ นารี อย่างละแปดทรัพย์อีก 8 พันกหาปณะ และบ้านส่วยอีก 8 ตำบล ครั้นกลับถึงวัดพระอานนท์  ได้กราบทูลผลบุญที่นายสุมนมาลาการจะพึงได้รับ พระพุทธองค์ตรัสว่า นายสุมนมาลาการได้สละชีวิตบูชาพระองค์ในครั้งนี้จักไม่ได้ไปเกิดในนรกตลอดแสนกัลป์.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดฮือฮา!! งานบวชลูกชาย ผอ.โรงเรียน โปรยทานจัดหนัก 2 แสนบาท

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701587

สุดฮือฮา!! งานบวชลูกชาย ผอ.โรงเรียน โปรยทานจัดหนัก 2 แสนบาท

สุดฮือฮา!! งานบวชลูกชาย ผอ.โรงเรียน โปรยทานจัดหนัก 2 แสนบาท

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.00 น.

วันที่ 30 ธ.ค.65 ที่วัดตลุกดู่ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี  มีการจัดงานพิธีอุปสมบท นายก้องภพ เสมากูล บุตรชาย นายสมชาย เสมากูล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ โดยภายในงานได้มีบรรดาคณะผู้อำนวยการ คณะครู จากโรงเรียนต่างๆ ตลอดจนส่วนราชการ และชาวบ้านมาร่วมงานบุญกันจำนวนมาก แต่จุดที่เป็นที่ฮือฮาก็คือ การจัดงานบวชในครั้งนี้ ได้มีการโปรยทานมากถึง 2 แสนบาท จึงทำให้บรรยากาศ ช่วงที่แห่นาควนรอบโบสถ์ นั้น มีเด็กๆชาวบ้านมากันมารอรับเงินเหรียญ โปรยทานจากนาคกันจนแน่นลานโบสถ์  อีกด้วย ซึ่งเงินเหรียญ โปรยทานดังกล่าว เป็นเงินที่ทางครอบครัว และญาติพี่น้อง  นำมาร่วมบุญกันตามประเพณี ซึ่งเมื่อพอรวมกันแล้วกลับได้เงินโปรยทานงานบวชครั้งนี้มากถึง 2 แสนบาท ดังกล่าว.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านวอนทางหลวง ขอไฟสัญญาณจราจรแยกวัดใจ หลังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701584

ชาวบ้านวอนทางหลวง ขอไฟสัญญาณจราจรแยกวัดใจ หลังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ชาวบ้านวอนทางหลวง ขอไฟสัญญาณจราจรแยกวัดใจ หลังเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.30 น.

เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 30 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังถนนสาย 333 หนองฉาง – บ้านไร่ บริเวณ 4 แยกล่อมเสือโฮก หรือที่ชางบ้านในระแวกนั้นเรียกกันว่าแยกวัดใจ หมู่ 8 ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี พบว่าทางกรมทาง อำเภอหนองฉางได้แทงแบริเออร์พลาสติก สีส้มมาปิดบริเวณ4 แยกไว้ โดยให้ไปกลังรถในจุดที่ทางหลวงจัดไว้

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามแม่ค้าส้มต้มข้างทางซึ่งอยู่ในจุดใกล้เคียง 4 แยก และนายสมัย พันธุ์รู้ดี ชาวบ้าน กล่าวว่า 4 แยกดังกล่าว นั้นหลังจากที่นำแทงแบริเออร์มาตั้งแล้ว นั้นทำให้ถนนเส้นแคบลงทันที่  ประกอบกับแทงแบริเออร์นั้นมีความสูง ซึ่งถ้าขับรถกันคนละผังถนน จะมองไม่เห็นกัน และถ้าเป็นรถเก๋งแล้วนั่งขับจะมองไม่เห็นรถทางตรงเลย จะข้ามไปข้ามมาอันตราย และยิ่งเวลาช่วงเช้าวันไหนโรงเรียบเปิด ใคร่ขับรถยนต์ข้าม 4 แยกนี้ต้องวัดใจในการข้าม ซึ่งถนนสายบ้านล่อมเสื้อโฮกนั้นวิ่งไปยังอำเภอหนองมะโมง จ.ชัยนาทได้ ชาวบ้านในระแวกนี้ ต้องการทางหลวงนำไฟเขียว  ไฟแดง มาติดตั้ง และเพิ่มไฟส่องสว่างข้างทาง และยากให้นำแทงแบริเออร์ออกไป จำทำให้ถนนนั้นกว้างขึ้น จะลดอุบัติเหตุได้ดังกล่าว  

จากรณี เมื่อกลางดึกเวลา 01.30น.ของวันที 30 ธันวาคม 2565  ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่วิทยุ สภ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะชนแท่งแบริเออร์เกาะกลางถนนที่บริเวณทาง 4 แยกบ้านล่อมเสือโฮก หมู่ 8 ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี มีผู้บาดเจ็บ ซึ่งแยกดังกล่าวนั้นเป็น 4 แยกวัดใจทีชาวบ้านเรียก และมีอุบัติบ่อยครั้ง

หลังจากได้รับแจ้ง ร.ต.อ.พจนาถ เกตุเกล้า ร้อยเวร สภ.หนองฉาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ กู้ภัยอุทัยธานี (จุดหนองฉาง) รุดไปที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยีห้ออีซูซุ แค๊ป ทะเบียน บ ธ 3619 ชัยนาท นอนผลิก หงายท้องอยู่ริมถนนหน้าร้านอุปกรณ์ขายปลา  กู้ภัยรีบนำผู้บาดเจ็บออกมาจากในตัวรถทราบชื่อคนขับนายกำจัด อินทร์ใหญ่ อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 46 หมู่ 8 ต.หนองขาหย่าง อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี  ส่งโรงพยาบาลหนองฉาง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยว’เลย’คึกคัก!! ‘ภูกระดึง-ภูเรือ-ภูหลวง’ หนาวสะท้านอุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศา

Posted on December 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701582

เที่ยว'เลย'คึกคัก!! 'ภูกระดึง-ภูเรือ-ภูหลวง' หนาวสะท้านอุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศา

เที่ยว’เลย’คึกคัก!! ‘ภูกระดึง-ภูเรือ-ภูหลวง’ หนาวสะท้านอุณหภูมิต่ำสุด 5-12 องศา

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.30 น.

สภาพอากาศในจังหวัดเลยยังคงมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของอุตุนิยมวิทยาสภาวะอากาศจังหวัดเลย  บริเวณพื้นราบสภาพทั่วไปในจังหวัดเลยมีอากาศหนาว โดยเฉพาะเขตอำเภอเมืองเลย อุณหภูมิได้ลดต่ำลงเหลือ 10-11-12  องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณยอดภู 5-12 องศาเซลเซียส อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 9.0 องศาเซลเซียส อุทยานแห่งชาติภูเรือ 8.0 องศาเซลเซียส เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 9.0 องศาเซลเซียส ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 7.0 องศาเซลเซียส

นายธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.5 จังหวัดเลย เผยว่า ในช่วงฤดูหนาวทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสหนาวโดยเฉพาะ  3 ภู มีภูกระดึง ภูเรือ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เพราะทั้ง 3 ภูจะมีอากาศหนาวตลอดทั้งปี และจะหนาวจัดในช่วงฤดูหนาว โดยแต่ละภูต่างก็มีเสน่ห์ชวนเที่ยวแตกต่างกันออกไป

ภูกระดึงขุนเขายอดนิยมแห่งอีสาน นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ซึ่งในแต่ละปีช่วงหน้าหนาวหลังเปิดภูจะมีคนเดินทางขึ้นภูกระดึงกันเป็นจำนวนมาก ยิ่งเป็นช่วงวันหยุดยาว เหตุที่ภูกระดึงมีคนนิยมเพราะว่าบนยอดภูกระดึง เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม ทั้งป่าสน ทุ่งหญ้า น้ำตก ป่าดิบ หน้าผา ซึ่งถึงแม้ว่าการขึ้นภูกระดึงจะค่อนข้างลำบาก เพราะต้องเดินเท้าขึ้นเขาสูงชันไปหลายกิโลเมตร จากนั้นพอถึงบนยอดเวลาไปเที่ยวตามจุดต่างๆก็ต้องเดินเท้าขึ้น แต่ว่านักท่องเที่ยวหลายๆคนก็ไม่หวั่นต่อการเดินขึ้นภู และช่วงธันวาคม ถึงมกราคม ของทุกปี บนภูมักจะพบแม่คะนิ้ง และใบไม้เปลี่ยนสี ใบเมเปิ้ล สีแดงเต็มภู

ส่วนภูเรือแดนหนาว พราวสะพรั่งดอกไม้ บนภูเรือมีเสน่ห์ตรงที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี ยอดภูเรือเป็นจุดที่สูงที่สุดในอุทยานฯ บริเวณโดยรอบเป็นลานหินที่มีทุ่งหญ้าขึ้นแซมสลับกับป่าสน มีทั้งสนสองใบที่ขึ้นตามธรรมชาติและสนสามใบที่เป็นสนปลูก สามารถมองเห็นแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาวได้ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอกในยามเช้า

ด้านภูหลวง อยู่ในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง นับเป็นอาณาจักรแห่งพรรณไม้ที่งดงามโดยแต่ละฤดูของภูหลวงจะพันธุ์ไม้ที่แตกต่างกันออกไป บนภูหลวงยังมีป่าอยู่หลากหลายชนิด ป่าสนสองใบ และป่าสนสามใบ อีกทั้งยังมีสวนสนและลานสนหินที่น่าสนใจ และยังพบซากหินรอยเท้าไดโนเสาร์อายุกว่า 120 ล้านปี ที่ททท.ยกให้เป็นหนึ่งจุดท่องเที่ยว “อันซีนไทยแลนด์” โดยทางเขตรักษาพันธุ์ฯภูหลวง ได้ผ่อนผันให้บางจุดเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้ ซึ่งจะเปิดให้เที่ยวได้ในช่วงเดือน ต.ค.-เม.ย. เฉพาะบริเวณที่กำหนด เท่านั้น

ส่วนสภาพอากาศตามรายงานของอุตุนิยมวิทยาอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ  รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส)  ดังนี้.รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่าง ๆ เมื่อเช้าวันนี้ (หน่วยวัดเป็นองศาเซลเซียส) อ.เมืองเลย 13.8 , อ.วังสะพุง 14.4 , อ.ด่านซ้าย 13.0 , อ.เชียงคาน 15.0 , อ.ท่าลี่  14.0 , อ.ภูกระดึง 13.5 , อ.ภูเรือ 10.0,  อ.นาแห้ว 13.0, อ.ปากชม  16.0 ,อ.นาด้วง  13.5 , อ.ภูหลวง 14.0 , อ.ผาขาว – , อ.เอราวัณ  16.0 , อ.หนองหิน  15.0  ซํ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 10.5 , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 9.0 , เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 8.0 ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 7.6 ,   อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 13.0 ซํ.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,882,998 hits

Join 4,122 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ร่วมส่ง “บิ๊กสิน-สินธุ พูนศิริวงศ์” อดีตนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ณ เมรุวัดธาตุทอง
เทพไท วิเคราะห์อนาคต ชนนพัฒฐ์ หลัง DSI ออกหมายเรียกพัวพันเว็บพนัน
ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดงาน “TEPCoT Tri – Gen Connect”
อวยยศ 'ไอซ์ รักชนก' บุคคลแห่งปี เพจ 'The People' จัดให้
อภิสิทธิ์ คัมแบ็กสภาฯ! นำทัพ ปชป.รายงานตัว สส.ชุดที่ 27
อนุทินรับยังไม่ได้คุยตำแหน่งประธานสภาฯ แนะรอดูสัมมนาภูมิใจไทย 8 มี.ค.นี้
แฉแผนตัดกำลังฝ่ายค้าน 'วิโรจน์' ไขปมเร่งคดีชนนพัฒฐ์
เจาะเส้นทาง 'ชนนพัฒน์' จากว่าที่รัฐมนตรี สู่คดีเว็บพนันพันล้าน
นายกฯรับห่วงทุกเรื่อง น้ำมัน-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้า ปมผลกระทบตะวันออกกลาง
อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน

Recent Posts

  • ผู้นำอิหร่านขอโทษประเทศเพื่อนบ้าน ลั่นจะไม่โจมตีก่อน หากไม่ถูกโจมตี
  • สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน
  • อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย
  • ทำเนียบขาวถูกวิจารณ์หนัก หลังโพสต์คลิปสงครามอิหร่านตัดต่อกับเกม และหนังฮอลลีวูด
  • กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,658 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d