ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ‘มาย ภาคภูมิ’ และ ‘อาโป ณัฐวิญญ์’ พา ‘แมนสรวง’ โกอินเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774723

ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ‘มาย ภาคภูมิ’ และ ‘อาโป ณัฐวิญญ์’ พา ‘แมนสรวง’ โกอินเตอร์

ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ‘มาย ภาคภูมิ’ และ ‘อาโป ณัฐวิญญ์’ พา ‘แมนสรวง’ โกอินเตอร์

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“มาย ภาคภูมิ” และ “อาโป ณัฐวิญญ์” ได้ไปร่วมงานเดินพรมแดงที่ Red Sea International Film Festival 2023 ณ เมืองเจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย ที่มีคนดังจากทั่วโลกไปร่วมงานมากมายตั้งแต่ Nicolas Cage, Andrew Garfield, Halle Berry, Michelle Rodriguez, Will Smith, Chris Hemsworth, Johnny Depp เป็นต้น

เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญและโดดเด่นมากๆ ของนักแสดงทั้ง 2 คนและวงการหนังไทยในต่างประเทศ ครั้งนี้เป็นปีที่ 2 ของพวกเขา ซึ่งมีความพิเศษยิ่งกว่า เพราะได้ไปพร้อมกับหนังที่ทั้งคู่แสดงนำด้วยอย่าง “แมนสรวง” ซึ่งได้ฉายในงานนี้เป็นครั้งแรกของ หนังไทย และยังได้ร่วมงานเดินพรมแดงถึง 2 วัน

โดยในวันแรกนั้นทั้งคู่ได้ปรากฏตัวในโททัลลุคจาก Dior ในช่วงพรมแดงเรียกความสนใจจากบรรดาสื่อที่ไปรอต้อนรับและสัมภาษณ์กันอย่างเนืองแน่น พร้อมร่วมชมการฉายตัวอย่างภาพยนตร์แมนสรวงพร้อมกับ CEO ของงาน Red Sea International Film Festival อย่างคุณ Mohammed Al Turki, Chairwoman คุณ Johana Alrashid และผู้บริหารบริษัท บี ออน คลาวด์ จำกัด รวมถึงยังได้รับเกียรติจากรองอธิบดีกรมสารนิเทศ กงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์อีกด้วย ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองของหนังไทยที่ได้มีโอกาสไปฉายที่งานระดับระดับโลกแบบนี้ จากนั้นทั้งคณะได้เดินทางไปร่วมงานที่เทศกาล Little Asia เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จและวันชาติไทยร่วมกับแฟนๆ ชาวซาอุฯ พร้อมสื่อต่างๆ ตามไปรอต้อนรับอย่างเนืองแน่นจนเกิดเป็นไวรัลในโลกโซเชียลและถูกพูดถึงมากกว่าล้านโพสต์ทั้งในซาอุฯ และไทยเพียงชั่วข้ามคืน

ยังคงมีกระแสอย่างต่อเนื่องกับการปรากฏตัวที่พรมแดงวันที่ 2 ในชุดแต่งกายประจำชาติอย่าง Thobe ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสื่อ ทั้งต่างชาติและท้องถิ่นต่างกรูกันเข้ามาสัมภาษณ์ทั้งสองคนอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว

การร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณพร้อมแรงขับเคลื่อนที่น่าสนใจต่อวงการหนังไทยในเวทีระดับโลกที่ได้รับการตอบรับและพลังสนับสนุนที่เริ่มเห็นได้ชัดเป็นรูปธรรมมากขึ้นเรื่อยๆ จากทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทยของจริง

เปิดปมยุคพันปี ย้อนเวลาจาก ‘บุพเพสันนิวาส’ สู่ ‘พรหมลิขิต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774728

เปิดปมยุคพันปี ย้อนเวลาจาก ‘บุพเพสันนิวาส’ สู่ ‘พรหมลิขิต’

เปิดปมยุคพันปี ย้อนเวลาจาก ‘บุพเพสันนิวาส’ สู่ ‘พรหมลิขิต’

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ที่สุดของการกลับมาของจักรวาลออเจ้า และที่สุดของการรวมตัวนักแสดงทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ล่าสุดเดินทางเข้าสู่การย้อนเวลาเปิดปมยุคพันปี ปฐมบทเรื่องราวทั้งหมดจาก “บุพเพสันนิวาส” สู่ “พรหมลิขิต” ทางช่อง 3 ของผู้จัดฯหน่อง-อรุโณชา แห่งค่าย บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น หลังจากเปิดตัวละครลับในโค้งสุดท้าย อย่าง ภณ ณวัสน์ รับบทแม่ทัพอนิลบถ, น้ำหวาน-ภูริตา รับบท เจ้าหญิงอทิตยา, เพื่อน-คณิน รับบท ฑิฆัมพรราชา และ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ รับบทพระนางจันทราวดี มาถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวสุดเข้มข้น ซึ่งใครจะรับบทเป็นใครคงต้องไปชมกันในละคร

โดยหนุ่ม ภณ ณวัสน์ เผยถึงความรู้สึกที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนี้ว่า “ตอนที่ได้รับบทนี้อึดอัดนะครับ บอกใครไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่าเราเล่นเป็นพี่โป๊ปแต่ไม่รู้ว่าเราเล่นเป็นใคร ความรู้สึกแรกเราตื่นเต้นมาก ทางค่ายก็ติดต่อมาว่าเราจะเล่นในยุคพันปี ซึ่งเป็นเรื่องราวจุดเริ่มต้นของ บุพเพสันนิวาส ก่อนจะมาถึง พรหมลิขิต เราก็ตัดสินใจรับเลย ด้วยความที่ว่าบุพเพสันนิวาส ภาคแรกมันฟีเวอร์มากๆ แล้วพรหมลิขิตก็เป็นทีมโปรดักชั่นที่ใหญ่มาก และที่สำคัญยุคของผมจะเป็นการเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นของการเกิดมนต์กฤษณะกาลีเลย ผมว่ายุคของพวกเรา 4 คน สมการรอคอยของแฟนละครแน่นอนครับ พลาดไม่ได้เลยจริง ๆ”

ด้าน น้ำหวาน-ภูริตา ก็ได้สปอยให้ออเจ้าได้ฟังว่า “เรื่องนี้หวานมาแสดงเป็นพี่เบลล่าค่ะ แต่จะเป็นตัวไหนก็ยังบอกไม่ได้เหมือนกัน ตอนที่รู้ว่าเราได้เล่นตอนแรกก็เหมือนจะไม่มียุคพันปีนะคะ แต่เขาก็ลงเสียงกันว่ามีดีกว่าเพื่อความต่อเนื่องของเรื่องราวของละครเรื่องนี้ ความพิเศษของยุคเราไม่ธรรมดาแน่นอนเพราะแค่เสื้อผ้าหน้าผมก็จัดเต็มสุดๆ ใช้เวลาแต่ประมาณ 3 ชั่วโมงได้ โลเกชั่นก็สวยมาก เราไปถ่ายถึงสถานที่จริงเลยที่ “อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง” และ“ประสาทเมืองต่ำ” ไฮไลท์ของจังหวัดบุรีรัมย์ แฟนละครออเจ้าสามารถไปเที่ยวตามรอยได้เลยนะคะ และที่สำคัญนอกจากเรา 4 คนแล้ว ยังมีตัวละครลับอีกเรียกว่าเซอร์ไพรส์ซ้อนเซอร์ไพรส์ ที่ภณบอกว่าพลาดไม่ได้เพราะเป็นการเล่าเรื่องที่รวบรัดตัดตอนจบในวันเดียวว่าในยุคพันปีเป็นมายังไง แล้วส่งผลต่อในยุคพรหมลิขิตยังไง ฉะนั้นเรื่องจะเข้มข้นมากๆ”

เซอร์ไพรส์คนดูหนักมากจริงๆ กับเรื่องราวต้นกำเนิดทั้งหมดและการตัดสินใจครั้งสำคัญของ “พุดตาน” จะเป็นยังไงติดตาม “พรหมลิขิต” ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

‘โก๊ะตี๋’ค้นพบความสุขทางใจ ใช้เวลาเพาะพันธุ์ไม้ไม่หวังรวยในสวนสนุกแคคตัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774706

‘โก๊ะตี๋’ค้นพบความสุขทางใจ ใช้เวลาเพาะพันธุ์ไม้ไม่หวังรวยในสวนสนุกแคคตัส

‘โก๊ะตี๋’ค้นพบความสุขทางใจ ใช้เวลาเพาะพันธุ์ไม้ไม่หวังรวยในสวนสนุกแคคตัส

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.32 น.

สร้างชื่อเสียงสร้างผลงานโดดเด่นให้เห็นอยู่ในวงการตลอด สำหรับนักแสดงตลกชื่อดังโก๊ะตี๋-อารามบอย หรือ เจริญพรอ่อนละม้ายล่าสุดพิธีกร แมทธิว ดีน แห่งรายการ “วัน เดย์ วิท แมทธิว หนึ่งวันมันดี ตีซี้คนดัง (One Day With Matthew)”ทางช่องMONO29พาผู้ชมบุกไปเยือนรังเจ้าถิ่น ณ สวนสนุกแคคตัส (Suansanook Cactus) อีกหนึ่งงานอดิเรกของ โก๊ะตี๋ที่มีใจรักในการปลูกแคคตัส จนเดินสายประกวดกวาดรางวัลมาแล้วนับไม่ถ้วน โดย โก๊ะตี๋ เผยความชอบ และใจรักในการปลูกแคคตัสว่า

“ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะจริงจังกับแคคตัสขนาดนี้ แต่เราเป็นคนที่ถ้าลงมือทำอะไรแล้วเราจะทำให้สุด เมื่อก่อนยอมรับว่าเป็นนักเดินสายประกวด เดินสายเกือบทุกจังหวัด ณ ตอนนี้กล้าพูดเลยว่าพันธุ์ที่สวยที่สุดในโลกคือสายพันธุ์ที่อยู่ในประเทศไทย จะเรียกว่าซอฟต์พาวเวอร์รึเปล่าไม่รู้นะ แต่เงินจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศมาจากชาวญี่ปุ่น ไต้หวัน โดยเฉพาะตลาดจีนกว่า 80% ณ ตอนนี้สวนสนุกแคคตัสเรายังทำเป็นสวนปิดยังไพรเวทอยู่ครับ เพราะที่นี้เราอยู่ด้วยกันเหมือนบ้าน แต่อนาคตข้างหน้าถ้ามีโอกาสจะปรับเปลี่ยนเป็นคาเฟ่ชิว ๆ สบาย ๆ ไม่ได้กะเปิดจริงจังทำธุรกิจร้อยล้าน ความสุขคนเราไม่เท่ากัน ความสุขของเราคือการได้มาพูดคุยกับคนที่มีใจรักแคคตัสเหมือนกัน บอกเลยว่าเรื่องแคคตัส ฟุตบอล ไก่ชน เราคุยได้ทั้งวัน เมื่อก่อนจุดนี้คือซุ้มไก่ แต่พอไม่มีไก่ชนแล้วเราเปลี่ยนเป็นสวนแคคตัสแทน เมื่อก่อนเราเลี้ยงไก่ชนเราต้องเอาเงินลงอย่างเดียว ตะขาบกัดทีเดียวไก่ก็ตายแล้ว แต่แคคตัสตายยากถามว่าทำแคคตัสโอเคมั้ยบอกเลยว่าโอเค เราทำเพื่อเลี้ยงตัวมันเองและเลี้ยงลูกน้อง สมัยก่อนเราเลี้ยงลูกน้องจ่ายเงินด้วยเงินของเราเอง แต่ทุกวันนี้เราใช้รายได้จากแคคตัสจ่ายเขา ต้องบอกก่อนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เรารวยล้นฟ้าอะไรมากมาย แต่มันทำให้เราอยู่กับสิ่งที่เรารักสิ่งที่เรามีความสุขและมันก็ดูแลด้วยตัวมันเองได้ผสมพันธุ์เสร็จแล้วจบเลย เพราะอาหารอยู่ในดินอยู่แล้วที่สำคัญแคคตัสราคาไม่มีตก ของสวยงามก็จะสวยงามอยู่เสมอ แค่ช่วงโควิดราคามันดีดผิดปกติมากเกินวงการอื่นอาจจะประสบปัญหาแต่วงการแคคตัสโตขึ้นมากหลายเท่า มีหมดทุกเรตลองเข้ามาที่เพจสวนของเรามีไลฟ์พูดคุยกันเกือบทุกวัน เพราะเราเป็นครอบครัวที่ใหญ่ เราสามารถให้เราสามารถแจก แบ่งปันได้”รับชมอีกหนึ่งแบบอย่าง เบื้องหลังดาราที่ใครก็ทำตามแบบ โก๊ะตี๋-อารามบอยได้ใน“วัน เดย์ วิท แมทธิว หนึ่งวันมันดี ตีซี้คนดัง (One Day With Matthew)”วันศุกร์ที่15ธันวาคมนี้เวลา22.30น. ทางช่องMONO29

‘มนต์แคน แก่นคูน’สุดประทับใจ ร่วม ‘บิ๊ก เมาน์เท่น’ครั้งแรก แฟนเพลงต้อนรับอบอุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774692

'มนต์แคน แก่นคูน'สุดประทับใจ ร่วม 'บิ๊ก เมาน์เท่น'ครั้งแรก แฟนเพลงต้อนรับอบอุ่น

‘มนต์แคน แก่นคูน’สุดประทับใจ ร่วม ‘บิ๊ก เมาน์เท่น’ครั้งแรก แฟนเพลงต้อนรับอบอุ่น

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.53 น.

ปิดฉากลงอย่างสวยงามสำหรับ เทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บิ๊ก เมาน์เท่น ครั้งที่ 13 หรือ BMMF 13 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9-10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่ ดิโอเชี่ยน เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยในปีนี้ สังกัดแกรมมี่โกลด์ส่ง 9 ศิลปินชั้นนำ เข้าร่วมงาน ณ รำวง บาร์ โดยใช้เวที เสียง สี แสง ตระการตาของวงหมอลำอันดับ 1 ระเบียบวาทะศิลป์ นำโดย มนต์แคน แก่นคูน,ไผ่ พงศธร,ตรี ชัยณรงค์,มีนตรา อินทิรา,เวียง นฤมล,เน็ค นฤพล,ออยเลอร์,เบนซ์ เมืองเลย และวง NEW COUNTRY

เริ่มจากคืนวันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม หลังจากวงระเบียบวาทะศิลป์เปิดวงก็เป็นหน้าที่ ของเบนซ์ เมืองเลย ที่ขนเอาเพลงดังร้อยล้านวิวส์ อย่างเช่น เจ็บบ่พอตาย,คือเก่า และเจ็บเหน็บแอว ผู้ชมต่างร้องตามกันได้อย่างกระหึ่ม ต่อด้วยสาวออยเลอร์ก็นำเอาเพลงดัง จือแหน่ใจ,บ่พอตาย และสัญญาเดือนหก ส่งต่อให้ “บักเจิด”จากหนัง “สัปเหร่อ” เน็ค นฤพล นำเพลงสุดฮิต “เจ็บส่ำฟ้า” และเพลงจังหวะสนุกๆ คิดฮอดสาวฟังลำ และ เอาที่สบายใจ ต่อด้วยวง NEW COUNTRY ที่นำเอาเพลง STAND BY หล่อ และ ติ่งค่ะ พร้อมเพลงพิเศษอีกมายมาย ปิดท้ายด้วย ไผ่ พงศธร เต็มวง เต็มโชว์ กับเมดเลย์ เพลงช้า อย่างทบ.2 ลูกอีสาน,ไม่มีข้อแม้ตั้งแต่เริ่มต้น,คิดฮอดวันละหน่อย,เบอร์โทรนี้มีแฟนหรือยัง,สุดท้ายคืออ้ายเจ็บ,อ้ายเก่งกะด้อ ฯลฯตามมาด้วยเมดเลย์เพลงเร็วเต้นยับ เอาที่เธอสบายใจ,สู้เด้อ,ฮักสาวอีเลคโทน และคนบ้านเดียวกัน

คืนวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม หลังจากวงระเบียบวาทะศิลป์โชว์เปิดวงจบ ก็เริ่มความมันจากสาวสุดเซ็กซี่ มีนตรา อินทิรา ที่นำเอาเพลงดัง ห้ามตั๋ว,จี่หอย, เพลงใหม่ “ป้ายยา” และเพลงช้าสุดฮิต “วันที่ได้คำตอบ” ที่ให้ผู้ชมร่วมสนุกโดยการเปิดแฟลชจากโทรศัพท์สร้างทะเลดาวอย่างสวยงาม และถึงเวลาของ ตรี ชัยณรงค์ ที่ขนนักดนตรีและแดนเซอร์ชุดใหญ่มาเต็มพิกัด เริ่มด้วยเพลง หาแสง ตามด้วยเมดเลย์เต้นสะบัดอีก 7 เพลงต่อเนื่อง เช่น สาวใหญ่มักม่วน,ส่งข่าวสาวเลย และเพลงสตริงอย่าง จิจ๊ะ และ Music Lover ฯลฯ ปิดท้ายด้วยเพลงช้าประจำตัวที่เจ้าตัว ร้องไปน้ำตาไหลไปเพราะตื้นตันที่มีโอกาสได้มาขึ้นเวที บิ๊ก เมาน์เท่นได้แก่เพลง “มันแปลว่าฮัก” และแล้วถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย “มนต์แคน แก่นคูน” เปิดเวทีด้วยเพลงดัง 402 ล้านวิวส์ “วอนหลวงพ่อรวย” ที่หน้าเวทีผู้ชมต่างร่วมร้องกันอย่างกระหึ่ม ตามมาด้วยเมดเลย์เพลงหมอรำ เช่น อดีตรักมักสาวครู,รอยเล็บที่ระลึก,อ้ายจนทนได้บ่ พักเบรคด้วยเพลงช้า “เพิ่นบ่แม่นผู้สาวเฮา,คำว่าฮักกันมันเหี่ยถิ่มไส,นางไอ่ของอ้าย และปิดท้ายด้วยเมดเลย์หมอลำอีก 4 เพลงรวด เช่นเพลง กุหลาบแดง เป็นต้น

มนต์แคน แก่นคูน กล่าวว่า “ถือเป็นครั้งแรกของมนต์แคนที่ได้มีโอกาสได้มาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด บิ๊ก เมาน์เท่น เคยได้ยินกิตติศัพท์มานาน วันนี้ได้มีโอกาสได้นำเพลงหมอลำมันๆเพราะๆ ของมนต์แคนมาร้องให้คนที่นี่ได้ฟังกัน ก็มีตื่นเต้นบ้าง แต่พอเห็นผู้ชมหน้าเวที ร้องตาม เต้นตามเพลง มนต์แคนได้ ก็อุ่นใจ ต้องขอขอบคุณไปยังผู้ใหญ่ของ บิ๊ก เมาน์เท่น ที่ให้โอกาสมนต์แคน และขอขอบคุณ วงระเบียบวาทะศิลป์ กับเวทีเสียงสีแสงอันยิ่งใหญ่ด้วยครับ หวังว่าทุกคนคงสนุกไปกับศิลปินแกรมมี่โกลด์ทั้งสองวันนะครับ”

#BMMF13 #AmazingBigMountain #มันอเมซิ่งมาก #ประเทศบิ๊กเมาน์เท่น

‘อ้ายหำลืมคำที่คำชะโนด’ของ ‘อิงอร สร้อยทองคำ’หมอลำอินดี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774690

'อ้ายหำลืมคำที่คำชะโนด'ของ 'อิงอร สร้อยทองคำ'หมอลำอินดี้

‘อ้ายหำลืมคำที่คำชะโนด’ของ ‘อิงอร สร้อยทองคำ’หมอลำอินดี้

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.52 น.

ตัดสินใจทิ้งเวทีการประกวดนางงามก้าวข้ามเข้ามาเป็นศิลปินนักร้องเพลงหมอลำ พร้อมทำหน้าที่เสิร์ฟและส่งความสุขความสนุกสนานด้วยผลงานสุดมันส์ เพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยการออกซิงเกิ้ลใหม่เพลง “อ้ายหำลืมคำที่คำชะโนด”สำหรับ สาวสวยเสียงใสน้อง“อิงอร สร้อยทองคำ” หมอลำอินดี้ ที่มีดีกรีเป็นถึงนางงามล่ามงกุฎมามากมายหลายเวที ที่หันมาเอาดีในการเป็นนักร้องเพลงหมอลำ

มาดู Profile ของ น้อง “อิงอร สร้อยทองคำ”หมอลำอินดี้ ที่มีชื่อจริงว่า น.ส. นานา พุทธินันท์ กัลป์ปา นั้นไม่ใช่ธรรมดาเพราะว่าน้อง อิงอร สร้อยทองคำ มีดีกรีเป็นถึง นางงามMissStarพังงา2022,Miss&Mrs.Queen of Galaxyและได้รับตำแหน่งMrs&MissPhotogenic 2021Mrs&MissRunway2020

สุดท้าย !! ท้ายสุด .. มีข่าวฝากบอกมาจาก Dr. SonNharaminขอเชิญร่วมฉลองปีใหม่ส่งความสุขถึงกันและกันนับถอยหลังไปไม่ถึงเดือน สำหรับเพื่อพ้องน้องพี่ที่เป็นFCของน้อง อิงอร สร้อยทองคำจำเอาไว้ได้ฤกษ์งามยามดีวันจันทร์ที่18 ธันวาคม เปิดชมMusic Video และฟังพลง“อ้ายหำลืมคำที่คำชะโนด”ได้ทาง YOU TUBE  พร้อมกันทั่วโลกรับประกัน !!  การันตีโดย Dr. Son Nharaminสวัสดี หมึก มายา รายงาน

‘ฟังกี้ วา วา’ชวนทุกคนมาปล่อยใจฝันกับคอนเสิร์ตบนดาดฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774670

'ฟังกี้ วา วา'ชวนทุกคนมาปล่อยใจฝันกับคอนเสิร์ตบนดาดฟ้า

‘ฟังกี้ วา วา’ชวนทุกคนมาปล่อยใจฝันกับคอนเสิร์ตบนดาดฟ้า

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.41 น.

ยังคงส่งความสนุกออกมาอย่างต่อเนื่องจริงๆ สำหรับค่าย SPICYDISC (สไปร์ซซี่ ดิสก์) ขอส่งท้ายปีกระต่ายด้วยคอนเสิร์ตสุดเฟี้ยวจากศิลปินแห่งโลกอนาคตอย่าง Funky WahWah(ฟังกี้ วา วา) มาร่ายมนต์ให้ทุกคนได้ฟินไปกันคอนเสิร์ต JAMESON CONNECTS PRESENTS SPACE BEAT ชายหาดอวกาศ FUNKY WAH WAH” ในบรรยากาศชิลๆ บนดาดฟ้าที่ถูกเนรมิตเป็นชายหาดส่วนตัวที่ทุกคนสามารถเข้ามานั่งชิลล์ฟังเพลงเพลินๆ กับเพลย์ลิสต์ที่เชื่อว่าทุกคนอยากฟัง พร้อมด้วยแขกรับเชิญมากมายไม่ว่าจะเป็น วิน Sqweez Animal, ดิว Better Weather, โต้ Nap a lean, แจ๊ค SHERRY, พลอย HERS และ JAYSONCREER มาร่วมร้องเพลงด้วยกันในคอนเสิร์ตนี้ โดยจะมีขึ้นในวันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม 2566 ณ ดาดฟ้าชั้น สระว่ายน้ำเซ็นทรัลปิ่นเกล้า จำหน่ายบัตรแล้วที่ The Concert บัตรราคา 799 บาท

แต่ก่อนจะไปเจอกันในวันคอนเสิร์ต ศิลปินหลักของงานอย่าง Funky WahWahได้เผยถึงความรู้ถึงโชว์และเผยถึงความพิเศษเล็กน้อยให้ฟังว่า “อย่างแรกเลยต้องบอกว่าตื่นเต้นมากครับ ที่จะได้พบกับทุกคนเพราะอย่างที่ทุกคนทราบปกติ Funky WahWahไม่ค่อยได้มีโชว์มากนักแต่ด้วยฤกษ์งามยามดีเป็นช่วงใกล้สิ้นปีทางค่ายสไปร์ซซี่ ดิสก์ จึงอยากจัดคอนเสิร์ตเป็นการส่งท้ายเลยมาคุยกันว่าเราจะทำออกมาในรูปแบบไหนด้วยมวลรวมของเพลงผมจะมีความล่องลอยเหมือนอยู่ในอวกาศจึงนำมาเป็นธีมหลัก ประกอบกับสถานที่จัดงานของเราอยู่บนดาดฟ้ามีสระว่ายน้ำก็เลยคิดกันว่าถ้าเป็นฟิวปาร์ตี้ชิลๆ ริมสระน้ำไหม สรุปกันจึงได้มาเป็น ชายหาดอวกาศ นั่งชิลๆ ปล่อยใจล่องลอยไปกับบีทของ Funky WahWahใกล้สิ้นปี ในส่วนของแขกรับเชิญทั้งหมดคือศิลปินที่ผมเคยร่วมงานมาก่อนแล้วและชื่นชอบในเสียงร้องของทุกท่านเลยลองชวนมาร่วมสนุกด้วยกันครับ ซึ่งตอนนี้ก็สามารถหาซื้อบัตรได้แล้วที่The Concert แล้วมาสนุกด้วยกันนะครับ”

เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตส่งท้ายปีที่น่าไปชมจริงๆ กับJAMESON CONNECTS PRESENTS SPACE BEAT ชายหาดอวกาศ FUNKY WAH WAH”  จากFunky WahWah(ฟังกี้ วา วา) พร้อมแขกรับเชิญมากมาย แล้วไปเจอกันในวันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม 2566 ณ ดาดฟ้าชั้น สระว่ายน้ำเซ็นทรัลปิ่นเกล้าสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/Spicydiscrecordหรือทาง https://www.facebook.com/spicyevent.officialรับรองว่าจะเป็น Friday night ที่น่าจดจำสำหรับทุกคนแน่นอน

THE RAMPAGE From Exile Tribe ลัดฟ้าโปรโมทในประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774666

THE RAMPAGE From Exile Tribe ลัดฟ้าโปรโมทในประเทศไทย

THE RAMPAGE From Exile Tribe ลัดฟ้าโปรโมทในประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.23 น.

เดินหน้าทำกิจกรรมนอกประเทศญี่ปุ่นเต็มรูปแบบเพื่อโปรโมทผลงานอย่างสุดสมบูรณ์แบบ สำหรับ THE RAMPAGE From Exile Tribe (เดอะแรมเพจฟรอมเอ็กไซล์ไทรบ์)ศิลปินกลุ่มซึ่งก่อตั้งในปี 2014 ผ่านการดูแลของบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมบันเทิงญี่ปุ่น อย่าง LDH JAPAN ผู้เป็นเจ้าของผลงานเพลงที่ติดอันดับ TOP3 และ TOP10 ของ Oricon Charts ยาวนานถึง 7 ปี และรับรางวัลจากรายการเพลงต่าง ๆ ทั้งในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรป พร้อมทั้งยังเคยได้สร้างสถิติบัตร  LIVE SHOWS ในฮอลล์ระดับอารีน่า ประเทศญี่ปุ่น  ถูก SOLD OUT อย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดผู้เข้าชมคอนเสิร์ตรวมมากกว่า 260,000 คน!

โดยทั้งเหล่า RAVERSที่ประเทศไทย (ชื่อเรียกกลุ่มแฟนคลับของ THE RAMPAGE From Exile Tribe) และบรรดาแฟนเพลงหน้าใหม่ ได้ใกล้ชิดและสัมผัสกับผลงานเพลงและการแสดงสุดยอดเยี่ยมจากพวกเขา เมื่อ 16 สมาชิกที่มีความสามารถโดดเด่นทั้งด้านการร้อง การแร็ป และการแสดงบนเวที ลัดฟ้าสู่ประเทศไทยอย่างพร้อมหน้า เพื่อลุยตารางงานแน่นเอี้ยด รวมทั้งการสัมภาษณ์พิเศษกับเหล่าสื่อมวลชนของประเทศไทย เพื่อเป็นสื่อกลางให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนในทุกแง่มุมของพวกเขา ที่จะทำให้แฟน ๆ หลงรักทั้งเสน่ห์และตัวตนของพวกเขาอย่างไม่อาจถอนตัวได้!บรรยากาศการสัมภาษณ์พิเศษเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดย โชโกะสมาชิกซึ่งซุ่มเรียนภาษาไทยมา ขอเป็นตัวแทนวงในการสร้างความประทับใจและเรียกรอยยิ้มตั้งแต่แรกพบ ด้วยการทักทายเหล่าสื่อมวลชนเป็นภาษาไทยอย่างยาวเหยียดว่าสวัสดีครับ พวกเรา THE RAMPAGE จาก Exile Tribe ครับ ดีใจมากครับ พวกเรามี 16 คน สังกัด LDH ร้องได้ เต้นได้ครับ พวกเราดังที่สุดในญี่ปุ่นครับโดยมี จินและ รุยกล่าวถึงความประทับใจเมื่อครั้งที่พวกเขาเคยเดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมงาน NIPPON HAKU BANGKOK 2023 และเทศกาลดนตรี OCTOPOP 2023 เมื่อไม่กี่เดือนก่อนว่า สัมผัสได้ถึงความรัก การสนับสนุน รวมถึงการตอบรับอย่างร้อนแรงของแฟนเพลง และมีความสุขมากที่ได้เห็นแฟนเพลงในงานมีความสุขและสนุกไปกับเสียงเพลงของพวกเขา

การเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้ 16 หนุ่มกลับมาอีกครั้งเพื่อทำกิจกรรมเดี่ยวอย่างเต็มรูปแบบครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็น งาน THE RAMPAGE FAN EVENT IN THAILANDซึ่งหนุ่ม อิทสึกิเผยความรู้สึกว่าตกใจและดีใจอย่างมากที่กระแสตอบรับร้อนแรงจนบัตรขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมแง้มว่า“อนาคตก็อยากมาจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่เมืองไทยนะครับ ฝากแฟน ๆ รอพวกเราด้วยนะครับขณะที่ ยามะโชสปอยล์ถึงเทศกาลดนตรีสุดยิ่งใหญ่ BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 13 ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ว่า พวกเขาได้เตรียมเซ็ตลิสต์ที่สนุก ๆ เอาไว้แล้ว อยากให้ทุกคนเตรียมชมโชว์ที่ร้อนแรงและสนุกไปด้วยกัน และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ปีนี้ที่ THE RAMPAGE From Exile Tribe จะมาใกล้ชิดกับแฟน ๆ ชาวไทย การันตีจากที่ จินเปรยให้ทุกคนเตรียมตัวกันล่วงหน้าปีหน้าคาดหวังได้เลยครับว่าพวกเราจะทำกิจกรรมทั้งที่ญี่ปุ่นและทั่วเอเชีย เปรียบเสมือนปีนี้พวกเราได้หว่านเมล็ดพันธุ์เอาไว้ แล้วปีหน้าพวกเราจะมาเก็บเกี่ยวครับ รอเจอพวกเรากันอีกได้เลยครับ

ความพิเศษที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือปรากฎการณ์ทางดนตรีครั้งสำคัญ เมื่อ THE RAMPAGE From EXILE TRIBEเพิ่งได้ร่วมสร้างสรรค์ผ่านผลงานเพลงแนว House, EDM, Pop ที่มีชื่อว่า “What is done” (วอท อิส ดันร่วมกับศิลปินอิเล็กทรอนิคส์แดนซ์ชาวไทย อย่าง BOOM BOOM CASH (บูมบูม แคชจากสังกัด High Cloud Entertainment ไปหมาด ๆ ซึ่ง ริวภูมิใจนำเสนอว่า เพลง What is done เป็นเพลงที่แตกต่างจากเพลงที่ THE RAMPAGE เคยทำมาครับ เพราะมีดนตรีที่มีกลิ่นอายของ American Pop ส่วนบีทของดนตรีก็เป็นแนว House และ Electronic ที่มีเอกลักษณ์มาก ๆ ยิ่งผมได้ยินมาว่านักร้องนำของวง BOOM BOOM CASH อย่างคุณฝ้าย เปรียบเหมือนคุณเฟอร์กี้ แห่ง Black Eyed Peas ของเมืองไทย ยิ่งรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานด้วยกันเลยครับ เพราะคุณฝ้ายร้องเพลงเก่งจริง ๆซึ่งฟีดแบ็กของเพลง What is done ก็ร้อนแรงจนทำให้ยอดวิวส์ของ Lyrics Video เพลงนี้พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว จนเกิดเสียงเรียกร้องให้มี Music Video และ Performance Video ทำเอาหนุ่ม ลิกิยะเผยว่าตนเองและวงก็อยากให้มีเช่นกัน  ถ้ามีโอกาสก็จะปล่อยออกมาเร็ว ๆ นี้

ไม่เพียงแค่ผลงานเพลงเท่านั้น เพราะสมาชิกหลายคนของ THE RAMPAGE From EXILE TRIBEยังได้ฝากผลงานด้านการแสดงไว้อย่างโดดเด่น อย่างภาพยนตร์เรื่อง MY (K)NIGHTที่กำลังเข้าฉายที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่ขณะนี้ ก็ได้ 3 หนุ่มโวคอล อย่าง ริคุคาซึมะ และ โฮคุโตะแสดงนำในบทบาทของชายหนุ่มซึ่งต่างค่อย ๆ เปิดใจและพัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละครหญิงคู่ของตัวเอง มองผิวเผินอาจคิดว่าเป็นหนังที่มีเนื้อหาเบา ๆ แต่จริง ๆ แล้วหนังเรื่องนี้สะท้อนถึงปัญหาสังคมอย่างแท้จริงเลยล่ะครับ ทั้งปัญหาครอบครัว คู่แต่งงาน และผู้คนที่กำลังไล่ตามความฝันอยู่ด้วยคาซึมะกล่าว และเมื่อถูกนักข่าวถามถึงรุ่นพี่คนสนิท อย่าง นากาโมโตะ ยูตะ ที่เคยประชันบทบาทกันในภาพยนตร์แฟรนไชส์แอ็กชั่นฟอร์มยักษ์เรื่อง HiGH&LOW THE WORST Xว่าทราบหรือไม่ว่าตอนนี้ ยูตะ ก็กำลังทำกิจกรรมอยู่ในประเทศไทย เขาก็เผยถึงมิตรภาพที่ยังไม่เสื่อมคลายว่า รู้ครับ เพราะเราติดต่อกันอยู่ รู้สึกว่ามีวาสนาต่อกันที่พวกเราได้มาอยู่ที่ประเทศไทยในเวลาเดียวกันนะครับ แต่ว่าตารางงานของ THE RAMPAGE แน่นมาก เลยคิดว่าน่าจะไม่ได้เจอกันครับ

หากถามว่าสมาชิกคนใดของวงที่ถูกเสน่ห์ของประเทศไทย ‘ตก’ เข้าอย่างจัง บอกเลยว่าสูสีกันสุด ๆ ระหว่าง ‘หงส์ไทยบอย’ อย่าง โชเฮย์ซึ่งพกยาดมหงส์ไทยใส่กระเป๋าติดตัวมาถึง 6 กระปุกและครบทุกสี! จุดเริ่มต้นมาจาก คุณ F.HERO เอาไปเป็นของฝากตอนที่ได้ร่วมงานกันในงาน Battle of Tokyo ที่ญี่ปุ่นครับ  พอได้ดมก็ตกเป็นทาสของหงส์ไทยทันทีเลยครับ จนรู้สึกว่าอยากจะเอาหงส์ไทยไปขยายให้เป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่นกันเยอะ ๆ รอบที่แล้วเลยซื้อจากสนามบินเอากลับญี่ปุ่นไป 70 กระปุกเลยด้าน ทาคาฮิเดะและ มาโคโตะเผยถึงกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยว่า เขาอยากขี่ช้าง และไปสัมผัสดินแดนมรดกโลก อย่าง จ. พระนครศรีอยุธยา และเมื่อถูกถามถึงอาหารไทย หนุ่ม ไคเซย์ก็เผยหมดเปลือกว่ามาประเทศไทยครั้งนี้เขาเพิ่งได้ลองลิ้มชิมรสไก่ทอดในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งอร่อยจนอดใจไม่ไหวเหมาทานคนเดียวไปถึง 30 ชิ้น! ขณะที่ทักษะภาษาไทยของ โชโกะก็ทำให้ทุกคนต้องทึ่ง เมื่อเขาพูดประโยคยอดฮิตตามพิธีกรได้อย่างชัดแจ๋วว่า คนที่หล่อขนาดนี้ เป็นของคุณนะ” ก่อนแปลให้เพื่อนร่วมวงได้รู้ถึงความหมายได้ในทันที ซึ่งหวานแหววจนเพื่อน ๆ ส่งเสียงแซวกันดังสนั่น!

การสัมภาษณ์สุดเต็มอิ่มเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย เมื่อรุยสมาชิกผู้คิดท่าเต้นสุดเก๋ที่เพื่อนร่วมวงยกให้เป็น ‘รุยเซนเซย์’ เปลี่ยนห้องสัมภาษณ์เป็นเวทีคอนเสิร์ตขนาดย่อมด้วยสกิลPerformance ระดับเทพ สวัสดีครับ ผมชื่อรุย รักนะจุ๊บ ๆ… สู้ ๆ… ขอเสียงหน่อย!”โดยมีเพื่อน ๆ อีก 15 คน และนักข่าวทั้งหมดส่งเสียงตอบรับอย่างคึกคัก ก่อนปิดท้ายด้วยการลุกขึ้นมาโชว์และสอนสเต็ปชาเลนจ์ที่กำลังฮิตในติ๊กต่อกของเพลง “What is done”ถือเป็นการจบการสัมภาษณ์พิเศษที่ THE RAMPAGE From EXILE TRIBEมอบให้แก่สื่อมวลชนชาวไทยอย่างสนุกและน่าประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบทำเอาถูก “ตก” กันไปเรียบร้อย #Whatisdone_RMPGxBBC

‘คนไทยหัวใจไม่ท้อ’ตอน ‘นวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม พัฒนาเกษตรกรไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774659

'คนไทยหัวใจไม่ท้อ'ตอน 'นวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม พัฒนาเกษตรกรไทย'

‘คนไทยหัวใจไม่ท้อ’ตอน ‘นวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม พัฒนาเกษตรกรไทย’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.11 น.

ทริปนี้ “เจอร์รี่-วัชรินทร์” พามาอยู่ที่ วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัย ต.ท่ามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี กับเรื่องราวโครงการดีๆ ของกลุ่ม ปตท. ที่ช่วยส่งเสริมเกษตรไทยให้เข้าถึงนวัตกรรม ช่วยพัฒนาการเกษตรให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

โครงการนวัตกรรมสร้างรอยยิ้ม กลุ่ม ปตท. เป็นโครงการที่ช่วยแก้ปัญหาด้านการเกษตร  ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และบริหารจัดการเข้ามาประยุกต์ใช้  ภายใต้การนำของ “Restart Thailand”  ที่มีน้องๆ เด็กยุคใหม่ที่สนใจในด้านการเกษตร และเป็นคนในพื้นที่เข้ามาช่วยดูแลติดตามเรื่องราวโครงการดีๆ ทั้งหมดนี้ได้ในวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม  09.30 น. ทางช่อง 5HD5 ดูช่อง 5 กดหมายเลข 5

เตรียมลุ้น! บอยแบนด์แห่งยุค’ATLAS’บุกขึ้นเวทีขยี้ความฟิน! ค้นหาสุดยอดแฟนด้อมพันธุ์แท้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774652

เตรียมลุ้น! บอยแบนด์แห่งยุค'ATLAS'บุกขึ้นเวทีขยี้ความฟิน! ค้นหาสุดยอดแฟนด้อมพันธุ์แท้

เตรียมลุ้น! บอยแบนด์แห่งยุค’ATLAS’บุกขึ้นเวทีขยี้ความฟิน! ค้นหาสุดยอดแฟนด้อมพันธุ์แท้

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.51 น.

เรียกได้ว่าเป็นรายการที่ทำให้หัวใจของเหล่าแฟนด้อมพองโตทุกสัปดาห์ สำหรับ แฟนด้อมพันธุ์แท้มาถึงพุธนื้ สาว ๆเตรียมกรี๊ดจนใจละลายได้เลย กับบอยแบนด์แห่งยุค!!!7 หนุ่ม “ATLAS” (แอทลาส) พร้อมขึ้นเวที แจกความสดใสเหล่าแฟนด้อม ALIS (เอลิส) กันแบบใกล้ชิดตัวต่อตัว พร้อมเปิดคำถามExclusiveแม้แต่ศิลปิน“ATLAS” ก็ยังนึกไม่ถึง รับประกันความว้าวแบบไม่มีกั๊ก รู้ลึกรู้จริงฟินยกด้อมแน่นอนนอกจากนี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง5 คน บอกได้เลยว่าแต่ละคนดีกรีไม่ธรรมดา เป็นแฟนตัวยง“ATLAS” ที่ไม่มีอ่อนข้อให้กัน ต่างก็ต้องแย่งชิงตอบคำถามแถมยังทำให้หนุ่มๆ ATLASออกอาการอึ้งที่เหล่าแฟนด้อมรู้ลึกในเรื่องราวของตัวเองมากขนาดนี้ และที่สำคัญของรางวัลสุดพิเศษที่มีเพียง 1 เดียวเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง จะเป็นของแฟนด้อมคนไหน ห้ามพลาด!มาลุ้น มาเชียร์ และฟินไปพร้อมกันวันพุธที่13ธันวาคมนี้เวลา 20.05 ทางช่องเวิร์คพอยท์23รายละเอียดได้ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก แฟนพันธุ์แท้

‘คุณหญิงจำนงศรี’นักเขียนฯ ร่วมกับ ศิลปิน เจ PREM มอบของขวัญพิเศษ ‘The Present’ภาพยนตร์สั้น สะท้อนให้เกิดหนทางพ้นทุกข์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774648

'คุณหญิงจำนงศรี'นักเขียนฯ ร่วมกับ ศิลปิน เจ PREM มอบของขวัญพิเศษ 'The Present'ภาพยนตร์สั้น สะท้อนให้เกิดหนทางพ้นทุกข์

‘คุณหญิงจำนงศรี’นักเขียนฯ ร่วมกับ ศิลปิน เจ PREM มอบของขวัญพิเศษ ‘The Present’ภาพยนตร์สั้น สะท้อนให้เกิดหนทางพ้นทุกข์

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.49 น.

ในวาระครบรอบ 7 ปี คุณหญิงจำนงศรี รัตนิน หาญเจนลักษณ์ นักเขียน นักคิด กวี นักขับเคลื่อนสังคม ร่วมกับเจ PREMเทพหัสดิน ณ อยุธยา ศิลปิน ผู้กำกับ นักร้อง นักแต่งเพลง เจ้าของเพลงฮิต แต่เธอที่ต้องการ อธิษฐาน  แต่งงาน ฯลฯ ร่วมกันสร้างภาพยนตร์สารคดีสั้นDocu-Seriesชื่อ “The Present”  ด้วยการเดินทางไปคลุกคลีพูดคุยสัมภาษณ์บุคคลหลากหลายไม่ว่าจะเป็นศิลปินนักเขียน นักคิด นักธุรกิจ พระอาจารย์ฯลฯ อาทิเช่นอุ๋ย Buddha Bless,ขุนเขา (สินธุเสน เขจรบุตร),สต็อป พริตตี้เงินล้าน (ณัฐฐา ศิริรำไพวงษ์) ที่ตัดสินใจลาบวช ,หลวงตาณรงค์ศักดิ์ ขีณาลโย, คุณปุ้ย ล่ำซำ(วรรณพร พรประภา) ฯลฯในหัวข้อความทุกข์ และการก้าวข้ามผ่านช่วงมืดมนสู่ชีวิตที่ลงตัวความหมายของ  “The Present”  คือ“ปัจจุบัน”และ“ของขวัญ”….  ของขวัญอะไรล่ะจะยิ่งใหญ่กว่าปัจจุบัน….เพราะปัจจุบันเท่านั้น ที่เป็นความจริงแท้ของชีวิต ปัจจุบันขณะเท่านั้น ที่ให้โอกาสเราหายใจเอาออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงชีวิต  มิใช่อดีตที่ผ่านไปแล้วและอนาคตที่ยังมาไม่ถึง…. 

“สติเป็นของปัจจุบันขณะ อดีตเป็นของความทรงจำ อนาคตเป็นของความคาดหมาย”จุดประกายโปรเจคนี้หลังจากที่เจ เปรม ได้ลาบวชและออกธุดงค์ข้ามประเทศ ได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายบนภูเขาเป็นเวลาเกือบปี หลังจากเจอกับสภาวะซึมเศร้าจากการอยู่ท่ามกลางแสงไฟและวงการบันเทิง ได้เห็นถึงการแข่งขันแย่งชิงหักหลัง วันแรกที่สึกออกมามีโอกาสได้พบและพูดคุยกับป้าศรีในหัวข้อและมุมมองต่างๆของชีวิต ความสุขและความทุกข์เมื่อเปิดใจและแชร์ประสบการณ์ให้กันและกันจึงเกิดความคิดที่จะแบ่งปันและแชร์เรื่องราวดีๆของคนต่างๆในสารคดีชุดนี้สามารถติดตาม “The Present” ได้แล้วที่ YouTube Official Channel : Chiva OneTik Tok: Chiva One Facebook Fanpage : Chiva One พร้อมคลิป content audiobook บทเพลงใหม่ๆ ทุกอาทิตย์ อีกด้วย