‘ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์’ คว้ารางวัล Best Woman CEO in Corporate Transformation – Healthcare จาก Women’s Tabloid Awards 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777955

‘ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์’ คว้ารางวัล Best Woman CEO in Corporate Transformation – Healthcare จาก Women’s Tabloid Awards 2023

‘ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์’ คว้ารางวัล Best Woman CEO in Corporate Transformation – Healthcare จาก Women’s Tabloid Awards 2023

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.08 น.

เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและน่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่หญิงเก่งอย่าง ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ CEO โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คว้ารางวัล Best Woman CEO in Corporate Transformation – Healthcare – Thailand ในหมวดรางวัล Women Leadership Award จาก Women’s Tabloid Awards 2023 โดยเป็นผู้หญิงไทยคนเดียวที่ได้รับรางวัลประเภท Women Leadership Award นี้ และเป็น 1 ในสตรีผู้นำจาก 16 ประเทศทั่วโลกที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาองค์กรให้เป็นที่ประจักษ์ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

รางวัล Women’s Tabloid Awards 2023 นี้ คัดเลือกโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยจัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่สตรีที่เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ จากทุกภาคส่วนทั่วโลก ที่มีความเป็นผู้นำ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และประสบความสำเร็จในบทบาทหน้าที่สำคัญในฐานะผู้สร้างประโยชน์ในงานพัฒนาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคมในยุคปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่สตรีทั่วโลกในการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ขึ้นมาเป็นผู้นำในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

รางวัลนี้ นอกจากจะแสดงถึงความก้าวหน้าทางวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำของภญ.อาทิรัตน์แล้ว ยังนับเป็นการตอกย้ำถึงจุดยืนและค่านิยมหลักขององค์กรในเรื่อง Inclusion อีกด้วย

เคล็ดลับปรับกลยุทธ์การกินน้ำตาล เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777803

เคล็ดลับปรับกลยุทธ์การกินน้ำตาล เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว

เคล็ดลับปรับกลยุทธ์การกินน้ำตาล เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ขนมหวานมักมาพร้อมกับแคลอรี่ส่วนเกิน และยังส่งผลต่อระดับพลังงานในร่างกาย ซึ่งปริมาณน้ำตาลเหล่านี้อาจทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว นำไปสู่ความอยากน้ำตาลที่มากขึ้น การสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพในช่วงเทศกาลนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยควบคุมความอยากกินของหวานก่อนที่จะควบคุมไม่ได้ไปตลอดทั้งปีที่เหลือ

Susan Bowerman, MS, RD, CSSD, CSOWM, FAND, ผู้อำนวยการอาวุโส, การศึกษาด้านโภชนาการทั่วโลกและการฝึกอบรมที่เฮอร์บาไลฟ์ ได้นำกลยุทธ์การกิน
มาฝาก เพื่อช่วยควบคุมการกินอาหารในช่วงวันหยุดเทศกาลนี้ให้ดีต่อสุขภาพยิ่งขึ้น

ตอบสนองความอยากกินของหวานอย่างฉลาด

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแนะนำให้เลือกกินผักหรือผลไม้สดแทนการเลือกกินขนมเป็นชามๆ ถ้าอยู่ที่ออฟฟิศ ให้ลองกินผลไม้สดคู่กับกรีกโยเกิร์ตที่มีโปรตีนสูง หรือกินผสมกับถั่วและเบอร์รี่แห้งสักกำมือ เนื่องจากเบอร์รี่สามารถใช้ทดแทนน้ำตาลได้ดี มีรสหวาน อร่อย และกินง่าย รวมทั้งการกินอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้ก่อนงานปาร์ตี้ในช่วงวันหยุดยังช่วยให้สามารถลดปริมาณการกินขนมหวานที่มากเกินไปได้ เพราะการกินขนมปริมาณมาก ทำให้ได้รับน้ำตาล ไขมัน และแคลอรี่มากเกิน อาจส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดได้

กินอย่างมีสติ

อย่าลืมกินช้าๆ สมองต้องใช้เวลาอย่างน้อย 20 นาทีเพื่อประมวลผลและบอกเราว่าร่างกายอิ่มแล้ว ดังนั้น ก่อนกินต้องใช้เวลาคิดสักนิดว่าเรากำลังเอาอะไรเข้าปาก ให้ลองถามตัวเองว่า “ฉันหิวขนมชิ้นที่สามไหม หรือเปลี่ยนมากินผลไม้และน้ำสักแก้วแทนจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า” การกินอาหารโดยฟังสิ่งที่ร่างกายต้องการหรือจำเป็น สามารถช่วยให้เลือกกินสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองได้

ไม่เห็นขนม ช่วยลดความอยาก

สำหรับคนที่มีความอยากของหวานมากๆ วิธีการที่ดีที่สุดคือการเก็บขนมไว้ในตู้ เพราะถ้าไม่เห็น ก็จะไม่คิดถึงขนม นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกส่งขนมหรือของหวานที่เหลือจากงานเทศกาลส่งไปให้คนอื่นๆ หรือแช่แข็งเก็บไว้กินในวันหลัง

เดินเพื่อลด

ช่วงสายและบ่ายเป็น “ช่วงน้ำตาลต่ำที่สุด” ของวัน ซึ่งเป็นเรื่องง่ายที่จะรู้สึกอยากกินของว่างที่ไม่ดีต่อสุขภาพเพื่อเพิ่มน้ำตาล แต่แทนที่จะหยิบลูกกวาดหรือพายฟักทองมากิน ลองหันเหความสนใจของตัวเองด้วยการออกไปข้างนอกเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์หรือทำคาร์ดิโอสักหน่อย เพราะการออกกำลังกายจะส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังเนื้อเยื่อ ช่วยให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอาจช่วยให้ลืมความอยากน้ำตาลไปได้

รักษากิจวัตรแบบเดิม

ให้คิดถึงรูปแบบชีวิตประจำวันและเวลากินอาหารหรือของว่างตามปกติ หากปกติไม่ได้กินของว่างในมื้อเช้าก็ไม่ควรกินของหวานตอน 10 โมง รวมทั้งอย่าลืมเช็คให้แน่ใจว่ามื้ออาหารและของว่างที่กินมีโปรตีนเพียงพอเพื่อช่วยระงับความหิว และอย่าปล่อยให้ตัวเองขาดน้ำ

ให้ความสำคัญกับการนอนหลับ

การเข้าร่วมงานสังสรรค์ตอนดึกและออกไปข้างนอกบ่อยๆ มักหมายความว่า ต้องลดเวลาการนอนหลับลง และการสูญเสียเวลานอน อาจทำให้ยากต่อการจัดการระดับน้ำตาลในเลือด และเมื่อคนเราอดนอน จะมีแนวโน้มกินอาหารมากขึ้นและชอบอาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลสูง ดังนั้นควรพยายามนอนให้ได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อป้องกันการกินมากเกินไปแบบไร้เหตุผล

อย่าปล่อยให้กลายเป็นนิสัย

การกินของหวานสักสองหรือสามชิ้นในงานปาร์ตี้ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่มาก แต่อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นนิสัย เพราะการกินอาหารเพิ่มอีก 100 แคลอรี่ต่อวัน ที่มากเกินกว่าร่างกายต้องการ อาจส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ถึงเกือบ5 กิโลกรัม ในระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งปี ดังนั้นหากควบคุมตัวเองได้ จะช่วยให้คุณมีช่วงเทศกาลวันหยุดที่มีความสุขและดีต่อสุขภาพมากขึ้น

ฉลอง 10 ปีโครงการ ‘ห้องสมุดมีชีวิต เคพีไอ’ หนุนการศึกษาเด็กไทยให้ทุนต่อเนื่องตลอด 10 ปี 12 โรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777801

ฉลอง 10 ปีโครงการ ‘ห้องสมุดมีชีวิต เคพีไอ’  หนุนการศึกษาเด็กไทยให้ทุนต่อเนื่องตลอด 10 ปี 12 โรงเรียน

ฉลอง 10 ปีโครงการ ‘ห้องสมุดมีชีวิต เคพีไอ’ หนุนการศึกษาเด็กไทยให้ทุนต่อเนื่องตลอด 10 ปี 12 โรงเรียน

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทุ่มงบประมาณกว่า9 ล้านบาท สนับสนุนโครงการ “ห้องสมุดมีชีวิต เคพีไอ ก้าวที่พร้อม เพื่ออนาคตเด็กไทย” เพื่อปรับปรุงห้องสมุดโรงเรียนและมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชนไทยทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบันครบรอบ 10 ปี โครงการฯ มีโรงเรียนที่ได้รับทุนสนับสนุนแล้วทั้งสิ้น 12 โรงเรียน

โครงการ “ห้องสมุดมีชีวิต เคพีไอ ก้าวที่พร้อม…เพื่ออนาคตเด็กไทย” เป็นโครงการภายใต้นโยบายด้านความยั่งยืน “เคพีไอ ก้าวอย่างมุ่งมั่นเพื่อวันข้างหน้าที่ยั่งยืน” (Step For Tomorrow Sustainability) บริษัทฯ ตะหนักดีว่า “เยาวชน คืออนาคตของชาติ การศึกษาคือพื้นฐานสำคัญของชีวิต” โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยให้กับน้องๆ เยาวชนในพื้นที่ทั่วประเทศ ได้มีห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือที่ดีมีคุณภาพหรือสามารถค้นคว้าหาความรู้ได้จากโลกออนไลน์ เปิดประตูสู่การเรียนรู้ได้อย่างไม่จำกัด

ในโอกาสพิเศษ ปีที่โครงการเดินทางมาจนครบรอบ 10 ปี เคพีไอ ได้จึงจัดกิจกรรม “ครบรอบ 10 ปี ห้องสมุดมีชีวิต เคพีไอ อบอุ่นห่วงใย สานต่ออนาคตไทย ไม่ทิ้งกัน” ขึ้น เพื่อมอบทุนสนับสนุนต่อเนื่องให้แก่ทั้ง 11 โรงเรียนที่ เคพีไอ ได้ให้การสนับสนุนในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาเพื่อนำทุนสนับสนุนนี้ไปพัฒนาต่อยอดให้ห้องสมุดมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมี 10 โรงเรียนเข้าร่วม ได้แก่ โรงเรียนคำตากล้าราชประชาสงเคราะห์ สกลนครโรงเรียนพญาเม็งราย เชียงราย โรงเรียนดอนมดแดง อุบลราชธานี โรงเรียนชุมชนบ้านหนองเม็ก อุดรธานี โรงเรียนชุมชนบ้านระเว อุบลราชธานี โรงเรียนชุมชนบ้านหัววัว บุรีรัมย์ โรงเรียนบ้านเขาพระ สงขลา โรงเรียนแม่วินสามัคคี เชียงใหม่ และโรงเรียนสาธุกิจประชาสรรค์ รัชมังคลาภิเษก จังหวัดน่าน พร้อมกันนี้ เคพีไอ ได้มอบห้องสมุดมีชีวิต ให้กับ โรงเรียนบ้านพระบาทท่าเรือ จังหวัดขอนแก่น เป็นโรงเรียนแห่งที่ 12 ในปี 2566 นี้ โครงการ “ห้องสมุดมีชีวิต เคพีไอ ก้าวที่พร้อม” ได้มอบทุนสนับสนุนให้แก่โรงเรียนในโครงการเป็นงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,102,000 บาท เป็นทุนการศึกษาทุนละ 3,000 บาท จำนวน 104 ทุน เป็นเงิน 312,000 บาท

สุชาวดี แสงอนงค์

นางสาวสุชาวดี แสงอนงค์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เคพีไอ กล่าวว่า “เคพีไอ เราไม่ได้แค่เพียงมอบทุนทรัพย์เท่านั้น แต่เรายังใส่ใจในเรื่องการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพของห้องสมุด เพื่อให้ห้องสมุดโรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีมีคุณภาพ มีหนังสือดี พร้อมด้วยอุปกรณ์การเรียนรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีชุดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าหาข้อมูล ปรับปรุงบรรยากาศห้องสมุดที่จะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมการเรียนรู้ เราจึงได้นำพนักงานจิตอาสามาร่วมกันลงมือทำกิจกรรมปรับปรุงห้องสมุดด้วยตนเอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่เราตั้งใจเราได้ทำงานร่วมกับคุณครูบรรณารักษ์หรือครูผู้ดูแลห้องสมุด ในการจัดสรรหนังสือที่เหมาะสมกับช่วงวัยและความสนใจของน้องๆ จึงทำให้ห้องสมุดโรงเรียนกลับมามีชีวิตสดใสได้อีกครั้ง”

“ในโอกาสที่บริษัทฯ ครบรอบ 70 ปี และครบวาระ 10 ปี โครงการฯ เคพีไอ จึงมีความตั้งใจที่จะกลับไปให้การดูแลโรงเรียนทั้งหมด 11 แห่งที่ผ่านมา และก็ยังเดินหน้ามอบห้องสมุดให้กับโรงเรียนแห่งที่ 12 โรงเรียนบ้านพระบาทท่าเรือ จ.ขอนแก่น ในปีนี้ด้วย ทั้งนี้ เคพีไอ จะยังคงเดินหน้าโครงการให้เป็นไปตามแนวคิดโครงการฯ โดยเราเลือกที่จะให้การสนับสนุนกลุ่มโรงเรียนขนาดกลางที่มีนักเรียนตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป เพราะจะทำให้มีนักเรียนกลุ่มใหญ่ได้รับประโยชน์จากห้องสมุดของเราให้มากที่สุด ดังนั้น จึงเห็นว่าใน 10 ปีที่ผ่านมามีเด็กนักเรียนได้รับประโยชน์จากห้องสมุดของเราแล้วกว่า 7 พันคน และเรายังตั้งใจที่ดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ทางด้านการศึกษานี้ ไปอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี” สุชาวดี กล่าวในที่สุด

คุณแหน : 29 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777834

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานคณะกรรมการดำเนินงานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดประชุมคณะกรรมการฯ ประจำปี 2566 โดยมี ม.ร.ว.พร้อมฉัตรสวัสดิวัตน์,ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ,ผศ.ดร.พรทิพย์ พุกผาสุข,อารยา อรุณานนท์ชัย,อุบล อัครพัฒน์,ทิพวิภา สุวรรณรัฐ,วิลาวัลย์ธรรมชาติ,วรสุดา รัตนสุคนธ์ ร่วมประชุมด้วย..

ll ศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.อุบลราชธานีชวนเคาท์ดาวน์ 2024 อุบลราชธานี รับแสงแรกก่อนใครที่ผาชะนะได พร้อมจัดงานประจำปีและงานกาชาด จ.อุบลราชธานี 2567 ใช้ชื่อว่างานรับแสงแรกแห่งตะวัน 4 มหัศจรรย์ @อุบลฯ ในระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.-7 ม.ค.นี้..

ll สฤษดิ์ วิฑูรย์ อดีตผวจ.อุบลฯ วันเกิดปีนี้เข้าครัวทำอาหารไปถวายพระ แล้วลงไปดูแลสวนทุเรียนซึ่งปีใหม่นี้จะเอาดอกเพื่อลุ้นให้ออกผลในปีนี้ให้ได้..

ll ชื่นชมสภาเภสัชกรรม ศูนย์สอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ได้จัดสอบใบประกอบวิชาชีพ แบบอิเล็กทรอนิกส์(E-exam)เป็นครั้งแรกของประเทศไทย สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ไม่พบปัญหาใดๆ…

ll รุ่งฤดี ห่อนาค,มธุรส โลจายะ,ฤทธิรงค์ อินทรจินดา,วัชรินทร์ พงศ์กุลจิตต์,ศิรินทรา จงพิพัฒนสุข มีใจตรงกับ น้อง Lisaที่ไปทานอาหารไข่เจียวปูของ เจ๊ไฝ วันเดียวกันนอกจากนี้คณะของ รุ่งฤดี ยังนำดอกไม้ไปยินดีกับเจ๊ไฝที่ได้ Michelin 7 ปีซ้อน นับเป็น Soft Powerตัวจริง..

ll ยอดพจน์ วงศ์รักมิตร ชวนเพื่อนๆชาว LSP 2 ดร.อนันต์ พิเชษฐพงศา,พิษณุ วานิชผล,วิกิต ขจรณรงค์วณิช,สมเกียรติกุลธรรมโยธิน,วนิดา ตันประเสริฐ มาสังสรรค์รับปีใหม่..

ll สุเมธ สุรบถโสภณ นัดเพื่อนๆชาว BCC 129 ไปร่วมทำบุญให้เพื่อนๆ ที่ล่วงลับณ วัดพิชัยสงคราม พระนครศรีอยุธยา งานนี้ประสิทธิ์ อิทธิกำจร,เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร,วุฒิกร วุฒิพรพรหม,นิรุต เดชอุดม, ศิลปชัยภูวเศรษฐ์,มาโนช เวชสุภรณ์,ร.อ.กลวิตร บุนนาค,วรพล โลพันธ์ศรี,ณรงค์ เลิศกิตศิริ,ทรรศิน บุญแต่งไม่พลาด..

ll ในงาน NGG Surprise Day @NGG Jewellery Central World ได้ น้องไกด์-กันตพล ชมภูพันธ์ นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงจากซีรี่ส์ Bake Me Please พิชิตใจนายสายหวาน มาร่วมสร้างสีสันและแนะเลือกซื้อเครื่องประดับระดับเวิลด์คลาสให้ตัวเองและคนที่เรารัก สนใจชมสินค้าได้ที่ NGG Jewellery อาณาจักรเครื่องประดับแท้จากธรรมชาติ เพชร ทองคำ อัญมณี และนาฬิกา ทุกสาขา หรือ FB : NGG Jewellery และ LINE OA: @nggjewellery..

ll ดร.ศรุต วานิชพันธุ์ ต้อนรับพร้อมบรรยายพิเศษให้ชาวคณะหลักสูตร DJS#1 กว่า 50 คน มาศึกษาดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลณ Sea(ประเทศไทย)บริษัทแม่ของ Garena, Shopee และ AirPay..

ll ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ แจ้งปัจจุบันมีผู้พิการในความดูแลที่อาศัยอยู่ประจำกว่า 800 คน ขอเชิญร่วมบริจาคข้าวสาร ของใช้จำเป็น หรือเงิน ผ่าน ธ.กรุงเทพ สาขาบางละมุงเลขที่ 342-3-04066-0 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ โทร.099-3944795..ll

น้องใหม่

แฟชั่นไอคอน ‘ริอานน่า’ เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ สร้างปรากฏการณ์แฟชั่นไปทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777805

แฟชั่นไอคอน ‘ริอานน่า’  เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ สร้างปรากฏการณ์แฟชั่นไปทั่วโลก

แฟชั่นไอคอน ‘ริอานน่า’ เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ สร้างปรากฏการณ์แฟชั่นไปทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มาดามทุสโซฮ่องกง สร้างสีสันส่งท้ายปี 2566 ด้วยประกาศที่น่าตื่นเต้น เปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งนักร้องระดับซูเปอร์สตาร์ “ริอานน่า” ผู้มี ชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับระดับโลก หลังจากมีการเพิ่มหุ่นขี้ผึ้งของนักร้องชาวแคนาดาที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง จัสติน บีเบอร์ และนักแสดงชาวออสเตรเลียชื่อดังอย่าง คริส เฮมส์เวิร์ธ ไปก่อนหน้านี้

หุ่นขี้ผึ้งอันงดงามอย่างน่าทึ่งของ ริอานน่า นักร้องผู้ทรงอิทธิพลและราชินีผู้มากความสามารถ ได้รับการเปิดตัวในโซนแฟชั่นของมาดามทุสโซฮ่องกง เธอปรากฏโฉมในชุดโทนสีส้มซึ่งถ่ายทอดแฟชั่นสไตล์ฮิปฮอปแบบเรโทรได้อย่างโก้หรู ตัวหุ่นขี้ผึ้งยังแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดของทรวดทรงอันประณีตซับซ้อนที่ถอดแบบมาจาก ริอานน่า เธอสะท้อนความเชื่อมั่นในตัวเองและเสน่ห์ผ่านสายตาสุดสะกดใจและมั่นใจ และเผยให้เห็นแฟชั่นในสไตล์อันโก้หรูและสง่างาม

Wade Chang ผู้จัดการทั่วไปของ Midway Hong Kong, Merlin Entertainments กล่าวว่า “ริอานน่า เป็นนักร้องที่มีเสน่ห์สะกดใจอย่างน่าทึ่งและเราหวังว่าการเปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งของเธอครั้งนี้จะถ่ายทอดให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างความสำเร็จและความมุมานะอันไม่ลดละของเธอ เราหวังว่าผู้มาเยือนมาดามทุสโซฮ่องกงทุกท่านจะได้รับประสบการณ์และสร้างความทรงจำที่จะคงอยู่ตลอดไป”

หุ่นขี้ผึ้ง ริอานน่าเพิ่งได้รับการเปิดตัวเป็นหุ่นขี้ผึ้งใหม่ล่าสุดในโซนแฟชั่นของมาดามทุสโซฮ่องกง นอกจากนี้แล้วยังมีหุ่นขี้ผึ้งของผู้มีชื่อเสียงอีกมากมาย ทั้งเจ้าของตำแหน่งนางงามจักรวาลอย่าง Catriona Gray หรือแม้แต่ Jackson Yee, Z. Tao รวมถึงJackson Wang และอีกมากมาย ซึ่งจะนำประกายความสดใสมาสู่เทศกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึง และหวังว่าจะได้ร่วมฉลองคริสต์มาสอันน่าจดจำในแบบที่ไม่ซ้ำใครกับทุกคน ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/MTHKRihanna
2023

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล 2 พระมิ่งขวัญ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ณ วัดราชโอรสาราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777835

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล 2 พระมิ่งขวัญ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ณ วัดราชโอรสาราม

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล 2 พระมิ่งขวัญ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ณ วัดราชโอรสาราม

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระพรหมวชิรปัญญาจารย์, พระราชธรรมเวที, พระปริยัติเมธาภรณ์, พระสุธีวราลังการ และ พระโสภณกิจจาภรณ์

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 เวลา 15.00 น.ณ ศาลาเจษฎาบดินทร์ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเครื่องไทยธรรม จำนวน 10 ชุด เพื่อถวายแด่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ โดยมี พระพรหมวชิรปัญญาจารย์ (ทองดี สุรเตโช) เจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร เป็นประธานในพิธีฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์รวม 10 รูป และมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ตลอดจนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) และหน่วยงานภาคีเครือข่ายของมูลนิธิฯ เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน และกลุ่มศิลปินอิสระ 96 เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนาขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

พระยืนประดิษฐานในวิหาร

วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก เป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เดิมเรียกว่า “วัดจอมทอง” “วัดเจ้าทอง” หรือ “วัดกองทอง” โดยพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว)ทรงสถาปนาวัดจอมทองขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม เนื่องจากเมื่อครั้งยกทัพไปสกัดทัพพม่าที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ กาญจนบุรี ในปี พ.ศ.2363 เมื่อกระบวนทัพเรือมาถึงวัดจอมทอง ฝั่งธนบุรี ทรงหยุดพักและทำพิธีเบิกโขลนทวารตามตำราพิชัยสงคราม พร้อมทรงอธิษฐานขอให้การไปราชการทัพครั้งนี้ได้ชัยชนะ ซึ่งปรากฏว่าไม่มีทัพพม่ายกเข้ามา เมื่อทรงเลิกทัพเสด็จกลับพระนคร จึงโปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดจอมทองใหม่ และถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดราชโอรส” ซึ่งหมายถึง พระราชโอรสคือกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์

วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร นับว่าเป็นวัดแรกที่ตกแต่งด้วยศิลปะจีนเป็นส่วนมากและผสมผสานกับศิลปกรรมไทยที่มีอยู่ในวัดได้อย่างกลมกลืน เช่น โบสถ์ วิหาร ไม่มีช่อฟ้า ใบระกาหางหงส์ แต่หลังคาโบสถ์เป็นกระเบื้องเคลือบแบบไทย กุฏิพระสงฆ์เป็นอาคารตึกแทนเรือนไม้แบบของเดิม การประดับตกแต่งต่างๆ เป็นแบบจีนผสมไทย เช่นบานประตูหน้าต่างพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ประดับด้วยเสี้ยวกางแทนลายเทพนมหรือลายไทยแบบของเดิม หน้าบันพระอุโบสถและพระวิหารประดับกระเบื้องเคลือบสีจึงนับเป็นครั้งแรกที่มีการประยุกต์ศิลปกรรมได้อย่างประณีตงดงาม

พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร พระประธานของวัด

พระพุทธอนันตคุณอดุลญาณบพิตร พระประธานของวัด

พระพรหมวชิรปัญญาจารย์ และ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

พระพรหมวชิรปัญญาจารย์ และ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานพิธี ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และพระรูป

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานพิธี ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และพระรูป

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ สายสม วงศาสุลักษณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์,
ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, ดร.รอยล จิตรดอน ร่วมด้วย พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล และ สันติ สาทิพย์พงษ์ และ พิริยะ เข็มพล

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ สายสม วงศาสุลักษณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, ดร.รอยล จิตรดอน ร่วมด้วย พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล และ สันติ สาทิพย์พงษ์ และ พิริยะ เข็มพล

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, มณฑิชา สุขจันทร์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, ปาริชาติ ธีระศิลป์, กัญฑนล ภู่ระหงษ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, มณฑิชา สุขจันทร์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, ปาริชาติ ธีระศิลป์, กัญฑนล ภู่ระหงษ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ สายสม วงศาสุลักษณ์ ถ่ายภาพร่วมกับ จิตอาสาจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน ในพระอุปถัมภ์ฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ สายสม วงศาสุลักษณ์ ถ่ายภาพร่วมกับ จิตอาสาจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน ในพระอุปถัมภ์ฯ

กลุ่มศิลปินอิสระ 69 นำโดย สมาน-อารีย์ คลังจัตุรัส, ธรรมศักดิ์ เจริญฟุ้ง, คุณาวุฒิ อนุเวช และ ลลนา วงศ์วาสิน

กลุ่มศิลปินอิสระ 69 นำโดย สมาน-อารีย์ คลังจัตุรัส, ธรรมศักดิ์ เจริญฟุ้ง, คุณาวุฒิ อนุเวช และ ลลนา วงศ์วาสิน

ทีมเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ พร้อมด้วยจิตอาสา ร่วมสวดพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระกุศล

ทีมเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ พร้อมด้วยจิตอาสา ร่วมสวดพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระกุศล

คอลเลคชั่นที่ทุกคนต่างหลงรัก ‘ลัช สโนว์แฟรี่’ มาแล้ว!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777802

คอลเลคชั่นที่ทุกคนต่างหลงรัก ‘ลัช สโนว์แฟรี่’ มาแล้ว!

คอลเลคชั่นที่ทุกคนต่างหลงรัก ‘ลัช สโนว์แฟรี่’ มาแล้ว!

วันศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คอลเลคชั่นขายดีประจำฤดูหนาวของ ลัช (LUSH) กลับมาอีกครั้ง พร้อมหว่านมนต์สะกดแห่งการเฉลิมฉลองและเวทมนตร์แห่งฤดูหนาว กับคอลเลคชั่น ลัช สโนว์แฟรี่
(LUSH Snow Fairy) ทุกคนต่างหลงรัก

กลิ่นหอมหวานของบับเบิ้ลกัมและขนมสายไหมนั้นเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักสำหรับ ลัชชี่ มามากกว่า 18 ปี ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ความตื่นเต้นและความสุขของทุกคนในเทศกาลคริสต์มาส ผู้คิดค้นผลิตภัณฑ์ของ ลัช คิดค้นวิธีการใหม่ๆเพื่อการผลิต ผลิตภัณฑ์สโนว์ แฟรี่ ในการตอบโจทย์ทุกความต้องการของทุกๆ ปี สโนว์ แฟรี่ จึงถูกผลิตขึ้นด้วยมือมามากกว่า 3 ล้านชิ้น ที่โรงงานผลิตของ ลัช สหราชอาณาจักร และกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำหน้าหนาวในที่สุด

กลิ่นที่ผ่อนคลายและหอมหวานนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดย แคลร์ คอนสแตนไทน์ (Claire Constantine) ผู้อำนวยการจัดการหน้าร้านระดับสากล (Global Retail Director) ซึ่งเป็นลูกสาวของ ผู้ก่อตั้งและคิดค้นผลิตภัณฑ์ของ ลัช คือ มาร์ค (Mark Constantine) และ โม คอนสแตนไทน์ (Mo Constantine) ตอนที่เธออายุเพียง 11 ขวบเท่านั้น เพราะจุดเริ่มต้นที่เกิดจากสายไหมของแคลร์ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความห่วงใยของคนที่รักในช่วงเทศกาลมาตลอดหลายปี ทำให้ในปี 2565 ทีมงานฝ่ายห่อของขวัญของ ลัช ณ เมืองพูล (Poole) สหราชอาณาจักร ห่อของขวัญที่เป็น สโนว์ แฟรี่ ไปมากกว่า 385,000 ชุดเลยทีเดียว

จากบาธบอมบ์และบั้บเบิลบาร์ สู่มาส์กริมฝีปาก เจลลี่ อาบน้ำ มาในรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนชอบและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่น่าตื่นเต้น ยินดีต้อนรับเข้าสู่จักรวาลของ สโนว์ แฟรี่ ผลิตภัณฑ์แช่น้ำ Snow Fairy บาธบอมบ์ วีแกน & ใช้วัตถุกันเสียจากธรรมชาติ บาธบอมบ์ที่ขายดีที่สุดที่ทุกคนหลงรักกลับมาแล้วพร้อมรูปโฉมใหม่

รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิว & ริมฝีปาก กับ Snow Fairy โลชั่นทาผิวกาย วีแกน & ใช้วัตถุกันเสียจากธรรมชาติ ปลอบประโลมผิวด้วยความนุ่มนวลของสายไหม ด้วย
คุณประโยชน์จากส่วนผสมข้าวโอ๊ตและมาร์ชเมลโล่ ทำให้ผิวนุ่มนวล เพิ่มความชุ่มชื้นด้วยน้ำมันโจโจ้บาออร์แกนิคจากแหล่งเพาะปลูกออร์แกนิคที่ประเทศเปรู รวมทั้ง Snow Fairy มาส์กริมฝีปาก วีแกน & ใช้วัตถุกันเสียจากธรรมชาติ สัมผัสความนุ่มนวลเหมือนเจลลี่เพียงทาลงบนริมฝีปาก ด้วยส่วนผสมที่ช่วยทั้งให้ความชุ่มชื้นและปกป้อง จะลุค Matte หรือ Glossy ก็ไม่หวั่น เลือกได้เลย

นอกจากนี้ ยังมี Fairy Dust แป้งฝุ่น วีแกน & ใช้วัตถุกันเสียจากธรรมชาติ และ Snow Fairy บอดี้สเปรย์วีแกน & ใช้วัตถุกันเสียจากธรรมชาติ ที่กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ และ Snow Fairy เทียนหอมวีแกน ทำจากขี้ผึ้ง ที่พาคุณเข้าสู่โลกอันหอมหวานและนุ่มฟู ร่วมกับผลิตภัณฑ์สโนว์ แฟรี่ชิ้นอื่นๆ

ลัช (Lush) คิดค้น ผลิต และขายปลีกเครื่องสำอางทำมือที่สดใหม่ จากสหราชอาณาจักร ลัช ร้านค้าแห่งแรกในประเทศไทยทำให้ผู้คนหลงใหลในสุขภาพ ใส่ใจในแฟชั่น และมีสไตล์ในกรุงเทพฯ โดยการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ในเดือนธันวาคม 2559 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ลัช ได้เปิดตัวเว็บไซต์ทางการของตัวเอง เริ่มการผลิตสดในท้องถิ่นของตนเอง และเปิดสาขาเพิ่มเติมในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ทั้งหมด9 สาขา ช่องทางติดตาม LUSH : LINE OFFICIAL @lushthailand / YouYube : LUSH Thailand Official หรือผ่านทางเว็บไซต์ th.lush.com

กรมควบคุมโรค ลุยตรวจเช็คความพร้อมระบบการแพทย์ฉุกเฉินช่วงเทศกาลปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777850

กรมควบคุมโรค ลุยตรวจเช็คความพร้อมระบบการแพทย์ฉุกเฉินช่วงเทศกาลปีใหม่

กรมควบคุมโรค ลุยตรวจเช็คความพร้อมระบบการแพทย์ฉุกเฉินช่วงเทศกาลปีใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.43 น.

กรมควบคุมโรคตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ พื้นที่จังหวัดชัยนาท และจังหวัดนครสวรรค์ เน้นย้ำเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. เจ้าหน้าที่ปกครอง บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน พร้อมให้กำลังใจบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567

28 ธันวาคม 2565 นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 และสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ช่วงเทศกาลปีใหม่โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้มีนโยบายรณรงค์ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ ต่างๆ ลงให้ได้มากที่สุด เพื่อลดความสูญเสียบนท้องถนน

โดยกรมควบคุมโรค ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อม ตั้งด่านตรวจในช่วง 7 วัน ก่อนและหลังปีใหม่ โดยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านบูรณาการเทศบาลตำบลบางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท (ถนน 311 ชัยนาท-สิงห์บุรี, ตำบลบางหลวง อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท)ซึ่งเน้นย้ำเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน(อสม.)เจ้าหน้าที่ปกครองบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนพร้อมให้กำลังใจบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567

จากนั้น เดินทางตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการจัดบริการห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินระบบการแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์เพื่อติดตามการดำเนินงานศูนย์กีฎวิทยา ด้านโรคติดต่อนำโดยแมลงและการดำเนินงานการเตรียมพร้อมศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข EOC RTI ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 พร้อมทั้งให้กำลังใจการทำงานของบุคลากรในช่วงเทศกาลปีใหม่

“ ปีใหม่นี้ ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ “ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ”และขอให้ทุกคนปลอดภัยจากโรคและภัยสุขภาพตลอดปี 2567 ขอให้ทุกคนช่วยกันไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับรถ ไม่ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด สวมใส่อุปกรณ์นิรภัยขณะขับรถและสวมหมวกกันน็อคเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนและปลอดภัยตลอดช่วงปีใหม่นี้ “ นายแพทย์ธงชัยกล่าว

-(016)

ผอ.ฟ้า แบ่งฝันปันบุญ ‘มอบทุน-อุปกรณ์กีฬา’ ช่วยเด็กกำพร้า ณ วัดดอนจั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777833

ผอ.ฟ้า แบ่งฝันปันบุญ ‘มอบทุน-อุปกรณ์กีฬา’ ช่วยเด็กกำพร้า ณ วัดดอนจั่น

ผอ.ฟ้า แบ่งฝันปันบุญ ‘มอบทุน-อุปกรณ์กีฬา’ ช่วยเด็กกำพร้า ณ วัดดอนจั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.08 น.

น.ส.พรทิพา สุพัฒนุกูล หรือ ผอ.ฟ้า ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี เดินทางไปเป็นเจ้าภาพและเป็นประธานในพิธีงานอุปสมบทนายธนทัต ลิ้มตระกูล หรือน้องโอม พิธีกรช่องฟ้าให้ทีวี ณ วัดดอนจั่น ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างเรียบง่าย ทั้งนี้ ผอ.ฟ้า ได้ถวายปัจจัยจำนวน 150,000 บาท ขณะเดียวกันแฟนคลับของนายธนทัต ที่ทราบข่าวต่างก็มาร่วมพิธีอุปสมบทและร่วมอนุโมทนาบุญเป็นจำนวนมาก

ต่อมา ผอ.ฟ้า ได้เดินทางไปมอบทุนการศึกษาให้ศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าวัดดอนจั่น อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ที่ดูแลเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส จำนวน 720 ชีวิต บางคนเดินทางมาจากดอย บางคนพ่อแม่เสียชีวิต หรือเลี้ยงดูไม่ไหว จึงนำมาฝากไว้กับเจ้าอาวาสวัดดอนจั่น ซึ่งผอ.ฟ้า ได้มอบทุนการศึกษาจำนวน 150,000 บาท ให้กับทางศูนย์เลี้ยงเด็กกำพร้าวัดดอนจั่น

ขณะเดียวกันได้สอบถามเด็กๆว่าอยากได้อะไรเป็นพิเศษ เด็กๆตอบว่า อยากได้อุปกรณ์กีฬาและของเล่นต่างๆ ผอ.ฟ้า จึงจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน เครื่องอุปโภค บริโภคต่างๆอาทิ ลูกฟุตบอล บาสเกตบอล ตะกร้อ แบตมินตัน และขนม นมกล่อง ตุ๊กตา ของเล่น เสื้อผ้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปลากระป๋อง น้ำดื่ม กระดาษชำระ รถจักรยาน ฯลฯ มูลค่ากว่า 50,000 บาท มาให้กับเด็กๆตามที่ได้สัญญาไว้ โดยมีคณะครูเป็นผู้รับมอบ ทำให้เด็กๆทุกคนต่างก็ดีใจเป็นอย่างมาก ก่อนเดินทางกลับ ผอ.ฟ้า ได้แจกเงินค่าขนมให้กับเด็กๆ พร้อมถวายพระสมเด็จและปัจจัยให้กับพระสงฆ์ อีกด้วย

ผอ.ฟ้า กล่าวว่า  วัดดอนจั่นรับผิดชอบเด็กด้อยโอกาสประมาณ 720 คน ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2528 โดยพระครูปราโมทย์ประชานุกูล (พระประชานาถมุนี) เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น วัตถุประสงค์ก็เพื่อช่วยเหลือเยาวชนของชาติ ให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยใช้หลัก ศีล สมาธิ ปัญญา ในการดำเนินชีวิต ให้การศึกษาตั้งแต่ระดับประถม ไปจนถึงระดับอาชีวะศึกษา (โรงเรียนวัดดอนจั่น) และส่งเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งเป็นโครงการ กิน นอน เรียน อยู่ที่วัด โดยเด็กที่ท่านให้การดูแลช่วยเหลือ เป็นเด็กยากจน เด็กกำพร้า ขาดโอกาสขาดที่พึ่ง กลุ่มพ่อ-แม่เสียชีวิต หย่าร้าง ติดคุก ติดเชื้อ HIV. ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา วัดดอนจั่น นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสถานที่รับสงเคราะห์ ที่ให้ชีวิตใหม่และให้โอกาสเด็กยากไร้แล้ว ยังเป็นศูนย์รวมของผู้มีจิตอาสา เข้ามาทำหน้าที่เป็นดั่งพ่อและแม่ให้แก่เด็กๆ โดยไม่หวังผลตอบแทน ทั้งนี้ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคข้าวสาร อาหารสด และอาหารแห้งได้ที่วัดดอนจั่นโดยตรง หรือส่งมาที่วัดดอนจั่น เลขที่ 2 หมู่ 4 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50000 หรือติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 053 240 184

-(016)

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนราธิวาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777822

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนราธิวาส

รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยนราธิวาส

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.48 น.

“ธรรมนัส” ห่วงชาวนราฯ รุดลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย   พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งสำรวจความเสียหายด้านการเกษตร และเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างเร่งด่วน   พร้อมงัดมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระลอกที่ 3 เข้าสู่สภาวะวิกฤตอย่างหนัก โดยทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร พื้นที่ทางการเกษตร ถนนสายหลักและสายรอง วันนี้( 28 ธันวาคม 66) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯได้ลงพื้นที่เร่งด่วนเพื่อให้กำลังใจ ตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากสถานการณ์น้ำท่วม บริเวณสวนมิ่งขวัญประชา ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก ตามด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลมะรือโบออก ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง และบริเวณโรงเรียนบ้างบาโงสะโต  ต.บ้างบาโงสะโต  อ.ระแงะ

โดยร้อยเอก ธรรมนัส ได้มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จำนวน 500 ชุด ในพื้นที่ ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จำนวน 500 ชุด และในพื้นที่ ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ จำนวน 300 ชุด รวม 1,300 ชุด หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2566 ถึงปัจจุบัน จนเกิดปริมาณน้ำสะสม ทำให้เกิดอุทกภัยฉับพลัน ส่งผลทำให้พื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนเกิดน้ำท่วมขัง และยังมีถนนสายหลักและถนนภายในหมู่บ้านมีน้ำท่วมสูง ถนนบางสายยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งสำรวจความเสียหายด้านการเกษตร และเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างเร่งด่วน โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ร่วมกับมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ดำเนินการจัดตั้งโรงครัวเพื่อผลิตข้าวกล่องและมอบน้ำดื่มให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และสนับสนุนหญ้าแห้งเสบียงอาหารสัตว์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว ในการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ในส่วนของสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ธ.ค. 66) ระดับน้ำในแม่น้ำและลำคลองแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง บางพื้นที่ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งแล้ว แต่กรมชลประทานยังคงเฝ้าระวังสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และยังคงเร่งสูบระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูและบรรเทาผลกระทบ ให้พี่น้องประชาชนได้กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติในช่วงปีใหม่นี้

สำหรับพื้นที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา และสตูล สำรวจความเสียหายด้านการเกษตร (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ธ.ค. 66) แบ่งเป็น

ด้านพืช พื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เกษตรกร 15,524 ราย พื้นที่ 29,722 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 10,603 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 2,949 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่น ๆ 16,170 ไร่ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ด้านประมง พื้นที่ได้รับผลกระทบ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา และนราธิวาส เกษตรกร 1,420 ราย พื้นที่ (บ่อปลา) 548 ไร่ กระชัง 4,723 ตร.ม. อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ด้านปศุสัตว์ พื้นที่ได้รับผลกระทบ 1 จังหวัด คือ จังหวัดนราธิวาส เกษตรกร 13,443 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 181,655 ตัว แบ่งเป็น โค 17,181 ตัว กระบือ 611 ตัว สุกร 4,849 ตัว แพะ/แกะ 7,278 ตัว สัตว์ปีก 151,736 ตัว แปลงหญ้า 7,164 ไร่ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น

1. สนับสนุนเครื่องมือ และอุปกรณ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

1.1 เครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 51 เครื่อง ประกอบด้วย จังหวัดยะลา 2 เครื่อง ปัตตานี 6 เครื่อง นราธิวาส 11 เครื่อง และสงขลา 32 เครื่อง

1.2 เครื่องสูบน้ำ Hydro Flow 17 เครื่อง ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส 6 เครื่อง และสงขลา 11 เครื่อง

1.3 เครื่องผลักดันน้ำ 15 เครื่อง ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส 2 เครื่อง และสงขลา 13 เครื่อง

2. สนับสนุนเรือตรวจการประมง เรือยาง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส และปัตตานี 3 ลำ เจ้าหน้าที่ 14 นาย พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ 10 ชุด

3. สนับสนุนพืชอาหารสัตว์ 64.79 ตัน ถุงยังชีพสัตว์ 469 ถุง ส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 59 ชุด รักษาสัตว์ 146 ตัว และอพยพสัตว์ 10,544 ตัว

-(016)