สร้างตำนานทุกปี! ‘แซมมี่ เคาวเวลล์’แปลงร่างเป็นกระทงเล่นเวกเซิร์ฟสุดปัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772159

สร้างตำนานทุกปี! 'แซมมี่ เคาวเวลล์'แปลงร่างเป็นกระทงเล่นเวกเซิร์ฟสุดปัง

สร้างตำนานทุกปี! ‘แซมมี่ เคาวเวลล์’แปลงร่างเป็นกระทงเล่นเวกเซิร์ฟสุดปัง

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 11.18 น.

มาตามนัดทุกเทศกาลจริงๆ สำหรับนางเอกสาว “แซมมี่ เคาวเวลล์” กับการแปลงโฉมแบบปังๆ เพื่อให้เข้ากับเทศกาลต่างๆ ล่าสุด (27 พฤศจิกายน 2566) วันลอยกระทง ปี 2566 สาวแซมมี่ ก็ไม่พลาดทำคอนเทนต์แปลงโฉมตัวเองเป็นเทียนปักในกระทง พร้อมโชว์สกิลเล่นเวกเซิร์ฟ ทรงตัวอย่างปังกลางน้ำสุดปัง พร้อมแคปชั่นว่า “อยากเป็นกระทงให้เธอ” งานนี้แฟนคลับต่างยอมใจในความครีเอต สุดจริงทุกเทศกาล

‘เปาวลี – โย ทัศน์วรรณ – ส้มเช้ง’ร่วมแชร์โมเมนต์ ‘เก่งอย่างเก๋า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772024

‘เปาวลี - โย ทัศน์วรรณ – ส้มเช้ง’ร่วมแชร์โมเมนต์  ‘เก่งอย่างเก๋า’

‘เปาวลี – โย ทัศน์วรรณ – ส้มเช้ง’ร่วมแชร์โมเมนต์ ‘เก่งอย่างเก๋า’

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปาวลี พรพิมล, โย-ทัศน์วรรณ และ ส้มเช้ง สามช่า แชร์โมเมนต์เชื่อมความรักความสัมพันธ์ในครอบครัวผ่านรายการ “เก่งอย่างเก๋า” โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ประเภทเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Grant) ประจำปี 2566 ร่วมกับบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด (มหาชน) และ CHANGE2561 ช่วยให้ผู้ชมทุกวัยได้เรียนรู้ความแตกต่างทางความคิดและมุมมองของคนต่างวัยรวมถึงการลดปัญหาช่องว่างระหว่างวัย ผ่านประสบการณ์ของ 3 คู่แม่ลูกนักร้องนักแสดงชื่อดัง เปาวลี พรพิมล-คุณแม่บังอร, โย-ทัศน์วรรณ-ขวัญ และ ส้มเช้งสามช่า-หยก ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากมายในโลกออนไลน์ จากการสร้างคอนเทนต์โดนใจผู้ชมในหลากหลายสไตล์ ซึ่งทุกคู่แม่ลูกได้ปรับตัวทำงานร่วมกันโดยไม่มีกำแพงระหว่างวัย ช่วยให้ก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยดี โดยลูกๆ ได้จูงมือคุณแม่ก้าวทันโลกที่เปลี่ยนไป พร้อมกับคุณแม่ได้นำประสบการณ์ความเก่งและเก๋าในสายอาชีพมาปรับใช้ จนสามารถจับมือกันจนประสบผลสำเร็จและยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวอีกด้วย

เปาวลี พรพิมล นักร้องสาวลูกทุ่งเสียงใส บุกเบิกสร้างบ้านสวนให้กลายเป็น“เปาวลีฟาร์ม” สถานที่แห่งความสุขที่เกิดจากความรักและการร่วมแรงร่วมใจกันของคนในครอบครัว โดยมีคุณแม่บังอรผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ คอยช่วยดูแลฟาร์มทั้งหมดด้วยตัวเอง “ช่วงโควิดระบาดเลยให้พ่อกับแม่มาอยู่ที่บ้านสวนนี้ ทำฟาร์มเล็กๆ รอบบ้าน ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ทำนา กลายเป็นความสุขของเขา ฟาร์มทั้งหมดเป็นฝีมือของคุณแม่ เพราะแม่เคยเป็นเกษตรกรมาก่อน เวลากลับไปบ้านสวนเปาจะชวนแม่ร้องเพลงถ่ายลงTikTok คนดูถล่มทลายมาก เปาเลยถ่ายวิถีชีวิตที่บ้านสวนไปด้วย ทำให้คนได้รู้จักเปาวลีฟาร์มมากขึ้น เห็นเลยว่าคุณแม่มีความสุขมากเมื่อได้อยู่กับธรรมชาติ และสิ่งที่รักจริงๆ ส่วนเปาก็ได้ความรู้เรื่องการทำเกษตรจากคุณแม่ด้วยค่ะ แม้เราจะอยู่ไกลกันแต่ระยะทางไม่ใช่ตัวกำหนด เป็นความรัก ความเข้าใจ และการปรับตัวเข้าหากันเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของครอบครัวให้อบอุ่นค่ะ”

โย-ทัศน์วรรณ นักแสดงมากฝีมือที่พลิกบทบาทมาเป็นยูทูบเบอร์วัยเก๋าสร้างช่องยูทูบร่วมกับลูกสาว โดยถ่ายทอดเรื่องราวไลฟ์สไตล์ของแม่ลูกได้อย่างสนุกสนานและน่าติดตาม ถูกใจผู้ชมทุกรุ่นทุกวัย จนปัจจุบันมีผู้ติดตามหลายแสน“อากับลูกสาวอยู่ด้วยกันมาตลอด เป็นเหมือนเพื่อนมีอะไรปรึกษากัน ตลอดชีวิตอาเป็นนักแสดง มีหลายอย่างในโลกปัจจุบัน เช่น เรื่องโลกออนไลน์ อาจะเข้าไม่ถึง ก็ได้ลูกสาวช่วยสอน ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ อาก็ต้องเปิดใจรับฟังเขาอาจะไม่คิดว่าเราเป็นแม่นะ เกิดมาก่อน อาบน้ำร้อนมาก่อนต้องเชื่อฉันสิ เพราะวัยเราต่างกันอยู่แล้ว ถ้าเราไม่หันหน้าเข้าหากัน พูดคุยปรึกษากัน จะทำให้ไม่เข้าใจกันและไปด้วยกันไม่ได้ ทุกคนทุกวัยก็มีข้อดีของเขา เราต้องเชื่อใจ เข้าอกเข้าใจกันและเห็นความสำคัญอีกฝ่าย จะทำให้ครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขค่ะ”

ส้มเช้ง สามช่า นักแสดงตลกชื่อดังที่ฝากผลงานไว้มากมาย ได้จับมือลูกสาวคนสวยลุยคอนเทนต์ออนไลน์สร้างความบันเทิงให้กับผู้ชม ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้ครอบครัวแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์และเพิ่มความอบอุ่นในครอบครัวอีกด้วย“เริ่มจากลูกสาวเห็นว่าเราว่างงานช่วงโควิดเลยชวนทำยูทูบ ตอนแรกไม่เข้าใจ เราอยู่ในทีวีแล้ว ทำไมต้องไปอยู่ในมือถืออีก แต่ลูกบอกว่าเดี๋ยวนี้คนดูในมือถือมากกว่าและสร้างเงินได้ด้วย ตอนทำคลิปแรกยอดวิวน้อยมากไม่อยากทำต่อแล้ว แต่ลูกบอกว่าเรามาวางแผนกันใหม่ จนตอนนี้ทำมา 3 ปี สร้างรายได้ให้กับครอบครัวมากขึ้น เป็นรายได้ที่มีความสุข ซึ่งปัญหาการทำงานกับลูกต้องยอมรับว่ามีเยอะ เพราะพี่เป็นคนเป๊ะทุกรายละเอียด แต่ลูกเราไม่ใช่ เราก็ต้องยอมรับและมาเจอกันครึ่งทาง พี่ไม่ปิดกั้นความคิด คอยรับฟังเขา ถ้าเราผิดเราขอโทษ คนในครอบครัวเดียวกันต้องเปิดใจคุยกัน และหาจุดตรงกลางให้ได้ว่าจะไปให้ถึงเป้าหมายด้วยกันอย่างไร”

เรียนรู้พร้อมเข้าใจความต่างของทุกวัย เพราะคนรุ่นเก๋าสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่จากคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหม่ก็สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนวัยเก๋าได้เช่นกัน ในรายการ “เก่งอย่างเก๋า”ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 19.00 น. ทาง Facebook และ YouTube : CHANGE2561 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ http://www.facebook.com/change2561

‘บุ๋ม ปนัดดา’ และ ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ จัดโครงการ ‘ร้อยรอยยิ้ม’ อาสาสร้างรอยยิ้มให้คนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772027

‘บุ๋ม ปนัดดา’ และ ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ จัดโครงการ ‘ร้อยรอยยิ้ม’ อาสาสร้างรอยยิ้มให้คนไทย

‘บุ๋ม ปนัดดา’ และ ‘บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์’ จัดโครงการ ‘ร้อยรอยยิ้ม’ อาสาสร้างรอยยิ้มให้คนไทย

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คลินิกทันตกรรมบางกอกสไมล์ (Bangkok Smile Dental Clinic) ศูนย์ทันตกรรมเฉพาะทางที่มีนวัตกรรมที่ทันสมัยระดับสากล พร้อมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์การรักษาด้วยมาตรฐานความปลอดภัยในระดับโลก ฉลองครบรอบก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 จัดงาน “บางกอก สไมล์ เดนทัล คลินิก 20th Celebrate Let’s get Powerful Smile” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “More Than Dental Clinic เป็นมากกว่าคลินิกทันตกรรม” ที่พร้อมดูแลสุขภาพฟันให้คุณยิ้มสวยมั่นใจขึ้น ฉลองครบรอบ 20 ปี อย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวโครงการ “ร้อยรอยยิ้ม” อาสาสร้างรอยยิ้ม ให้คนไทยยิ้มสวยมั่นใจยิ่งขึ้น ผนึกกำลังร่วมกับ มูลนิธิองค์กรทำดี และ มูลนิธิร่วมกตัญญู ช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้เข้าถึงการดูแลรักษาฟัน

ทพ.เสริมสกุล วงศ์ถิรพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สไมล์ รีพับบลิก จำกัด กล่าวว่า “บางกอกสไมล์ เริ่มเปิดให้บริการในปี 2003 จากคลินิกเล็กๆ ด้วยปณิธานและความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาวงการทันตกรรมให้เติบโตและยั่งยืน พร้อมทั้งให้ลูกค้าได้รับการดูแลรักษา และบริการในมาตรฐานที่ดีที่สุด เพราะเชื่อเสมอว่าทุกรอยยิ้มมีคุณค่าสำหรับเรา จนในปัจจุบันเราเป็นหนึ่งในคลินิกของไทยที่มีมาตรฐานระดับโลก ได้รับ การรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 เต็มระบบ และให้บริการทันตกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการแบบครบวงจร โดยมีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางมากประสบการณ์ และมีสาขาการให้บริการที่รองรับกลุ่มลูกค้าภายในเขตกรุงเทพฯ ถึง 8 สาขา และมี 2 สาขา ในจังหวัดภูเก็ต

เนื่องในโอกาสที่ บางกอกสไมล์ ครบรอบ 20 ปี จึงได้จัดแคมเปญใหญ่เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่ยังเข้าไม่ถึงการบริการด้านทันตกรรม โดยผนึกกำลังกับ มูลนิธิองค์ทำดี ของ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี และ มูลนิธิร่วมกตัญญู ของ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จัดโครงการ “ร้อยรอยยิ้ม” อาสาสร้างรอยยิ้มให้คนไทย ยิ้มสวยมั่นใจยิ่งขึ้น ในการนำรถทันตกรรมเคลื่อนที่ SMILE EXPRESS ออกหน่วยให้บริการทันตกรรมกับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ยากไร้ ให้เข้าถึงการดูแลรักษาฟัน พร้อมทั้งให้ลูกค้าของทางบางกอกสไมล์ทุกท่านได้มีส่วนร่วมในโครงการดีๆ นี้ ทุกหัตถการที่เข้ารับการรักษากับเรา ทางบางกอก สไมล์ จะสมทบเงินจำนวน 20 บาทต่อ 1 ใบเสร็จ เพื่อนำเข้าร่วมโครงการทันที

โดยนักแสดงและพิธีกรตัวแม่ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี กล่าวว่า “รู้สึกดีใจแทนทุกคนที่กำลังได้รับความช่วยเหลือจากโครงการนี้จริงๆ ค่ะ เพราะตัวบุ๋มและทีมงาน เวลาเราลงพื้นที่ต่างจังหวัดและถิ่นทุรกันดารพอมีโอกาสได้พูดคุยกับชาวบ้านที่ประสบปัญหาเรื่องความยากจน ก็จะมีปัญหาในเรื่องของการรักษาและการทำทันตกรรมแจ้งมาเป็นอันดับต้นๆ ปัญหาที่เจอส่วนใหญ่ก็คือบ้านอยู่ห่างไกลเดินทางไปรักษาลำบาก รวมไปถึงการขาดแคลนปัจจัยในการไปรักษา หรือกลัวว่าเมื่อไปรักษาจริงๆ แล้วอาการที่ตนเองเป็นอยู่ต้องใช้เงินจำนวนมาก ก็เลยเลือกที่จะหายามากินเพื่อประทังอาการเอาเองพอบุ๋มได้รับคำชวนเพื่อร่วมทำ โครงการ “ร้อยรอยยิ้ม” กับทางบางกอกสไมล์ บุ๋มจึงตกลงไม่รอช้าเลยค่ะ เพราะเราอยากกลับไปช่วยเหลือชาวบ้าน และผู้ยากไร้ให้ได้รับโอกาสการทำทันตกรรมที่ดี สร้างรอยยิ้มให้กับหลายๆ คนได้ยิ้มอย่างมั่นใจกันอีกครั้งค่ะ”

ทางด้านนักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่ขวัญใจคนไทยบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ กล่าวถึงความรู้สึกที่เข้ามาร่วมโครงการ ว่า “ทางมูลนิธิร่วมกตัญญู เราทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมมาตลอด 53 ปี เราช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาและได้รับความเดือดร้อนในเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะทั้งช่วงที่ผ่านมาตอนมีปัญหาโควิด-19 หรือแม้กระทั่งเรื่องน้ำท่วมที่เราลงพื้นที่ช่วยเหลือทุกปีแต่อีกหนึ่งปัญหาที่ผมได้ทราบจากการลงพื้นที่จริงๆคือปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องช่องปากและฟัน จะมีโครงการที่เข้าไปช่วยเหลือในเรื่องนี้น้อยมาก พอทางเราได้ทราบถึงการจัดโครงการ “ร้อยรอยยิ้ม” จากบางกอกสไมล์ และได้มีการเชิญชวนให้เราเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ผมเลยรีบตอบรับและพร้อมช่วยเหลืออย่างเต็มที่เลยครับ และยังรู้สึกดีใจกับคนที่กำลังได้รับความช่วยเหลือด้วย อยากให้ทุกคนได้มีรอยยิ้มที่สวยงามกันอีกครั้ง”

สำหรับโครงการ “ร้อยรอยยิ้ม” อาสาสร้างรอยยิ้มให้คนไทย ยิ้มสวยมั่นใจยิ่งขึ้น จาก บางกอก สไมล์ เดนทัล คลินิก เริ่มดำเนินโครงการแล้วตั้งแต่ วันนี้ถึง30 มกราคม 2567 โดยผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับการรักษาในโครงการ สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Website : http://www.bangkoksmiledental.com หรือ Facebook : บางกอกสไมล์ เดนทัล คลินิก https://www.facebook.com/BSDCsmiles

‘เนรมิตรหนัง ฟิล์ม’ ส่งท้าย ‘DREAM SCENARIO’ ผลงานจาก A24 ตามหาชายในฝัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772020

‘เนรมิตรหนัง ฟิล์ม’ ส่งท้าย ‘DREAM SCENARIO’ ผลงานจาก A24 ตามหาชายในฝัน

‘เนรมิตรหนัง ฟิล์ม’ ส่งท้าย ‘DREAM SCENARIO’ ผลงานจาก A24 ตามหาชายในฝัน

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คุณเคยฝันถึงผมไหม? ชายในฝันของคุณจะเป็นแบบไหน? เตรียมพบกับภาพยนตร์ดาร์กคอเมดี้ ผลงานล่าสุดจาก A24 “DREAM SCENARIO คืนนี้จงฝันถึงผม” เนรมิตรหนัง ฟิล์ม และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ปล่อยโปสเตอร์แรกพร้อมฉาย 14 ธันวาคมนี้

ค่าย A24 นำปรากฏการณ์ This man มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ จากปรากฏการณ์ This man หรือปริศนาเขาคือใครนี้ เป็นเหตุการณ์ลึกลับบนโลกอินเตอร์เนตในช่วงประมาณปี 2000 กว่าๆ เมื่อผู้ป่วยจิตเวชได้รับการรักษาจากอาการฝันเห็นภาพของชายคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา โดยผู้ป่วยรายนั้นได้ทำการสเกตช์ภาพ ก่อนที่ผู้ป่วยคนอื่นๆ และคนทั่วไปจะอ้างว่าเคยเห็นภาพชายคนนี้เหมือนกันกำกับและเขียนบทโดย Kristoffer Borgli (คริสตอฟเฟอร์ บอร์กลี) ที่เคยฝากผลงานจาก Sick of Myself ดึง Nicolas Cage (นิโคลัส เคจ) มารับบทบาทครั้งสำคัญ ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังถูกจับตามอง หลังเปิดตัวในเทศกาลโตรอนโตช่วงเดือนกันยายน และได้กระแสตอบรับที่ดีอย่างท่วมท้น ล่าสุดเว็บไซต์ Rotten Tomatoes กวาดคะแนนสูงถึง 92% (ที่มา www.rottentomatoes.com/m/dream_scenario)

พอล แมทธิวส์ (นิโคลัส เคจ) ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัย ตื่นขึ้นมาพบว่าชีวิตของเขาพลิกผันเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน โดยไปปรากฏตัวในความฝันของคนแปลกหน้าหลายล้านคนจากเหตุการณ์ประหลาดครั้งนี้ก็นำพาความวุ่นวายมาสู่ตัวเขาด้วยเช่นกัน ร่วมแสดงโดย Julianne Nicholson (จูลีแอนน์ นิโคลสัน), Dylan Baker (ดีแลน เบเกอร์), Dylan Gelula (ดีแลน เกลูลา), Tim Meadows (ทิม มีโดวส์), Jessica Clement (เจสสิก้า คลีเมนต์), Lily Bird (ลิลี่ เบิร์ด) และ Michael Cera (ไมเคิล เซร่า)

พบกับชายในฝัน DREAM SCENARIO รอบ SNEAK ในวันที่ 7 ธันวาคม เป็นต้นไป ฉายจริง 14 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

‘คิมม่อน-คัท’ตื่นเต้น ‘ปลื้มคนโปรด A secretly love’ปิดกล้อง ใกล้ลงจอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772023

‘คิมม่อน-คัท’ตื่นเต้น ‘ปลื้มคนโปรด A secretly love’ปิดกล้อง ใกล้ลงจอ

‘คิมม่อน-คัท’ตื่นเต้น ‘ปลื้มคนโปรด A secretly love’ปิดกล้อง ใกล้ลงจอ

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลังจากเดินหน้าถ่ายทำกันมาพักใหญ่ ล่าสุดซีรี่ส์เรื่อง“ปลื้มคนโปรด A secretly love” เรื่องราววุ่นๆ ของคนไม่รู้หัวใจตัวเอง ใหม่จากค่าย “แม็กซิม่อน เอ็นเตอร์เทนเมนต์” โดย ม่อน-ศุภกิตติ์ กันอุปัทว์ กำกับโดย ราเมศ เรืองประทุม ก็ปิดกล้องกันแล้ว งานนี้ 2 นักแสดงนำอย่าง คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา และ คัท-ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู ที่นอกจากจะผูกพันสนิทกันมากขึ้น ก็ยังแอบตื่นเต้นที่ซีรี่ส์จะใกล้ลงจอ ช่อง 3 กด 33 ให้ได้ชมกันแล้ว ถึงขั้นเอ่ยปากว่า เวลาผ่านไปเร็วมากจริงๆ เตรียมรอชมกันได้เลย

คิมม่อน เผยว่า “พวกเราผูกพันกันมากครับ ในกองสนุก ทุกคนเหมือนมาเรียนจริงๆ พี่อ๊อด ผู้กำกับ ก็ใจดีเป็นกันเองครับ และเก่งมากๆ เราสองคนก็ทำงานจนเคมีเข้ากันแล้ว ไม่เขินแล้วครับ ตื่นเต้นมากๆ ด้วยที่ซีรี่ส์ใกล้จะลงจอ เหมือนเพิ่งผ่านมาไม่นานเอง ที่เริ่มถ่ายทำกันอยากให้ทุกคนรอชมนะครับ พวกเราทุกคนทำเต็มที่มากๆ ทั้งนักแสดงและทีมงาน รับรองว่าได้ครบทุกอรรถรสแน่นอน ฝากคู่คิม-คัทไว้ด้วยครับทางช่อง 3 กด 33”

คัท เผยว่า “ตื่นเต้นครับ ใกล้จะได้ออนแอร์แล้ว ลุ้นมากๆ จะผลงานของพวกเราจะออกมาเป็นยังไง ทุกคนตั้งใจกันมากๆ ขอบคุณเพื่อนๆ นักแสดงทุกคนที่ทำงานร่วมกันมา ขอบคุณทีมงาน พี่ม่อน พี่อ๊อด ที่คอยดูแลพวกเราอย่างดีไม่ว่าจะไปถ่ายที่ไหน ฝากซีรี่ส์เรื่อง “ปลื้มคนโปรดA secretly love” ด้วยครับ หวังว่าทุกคนจะชอบ ปีหน้าพบกันนะครับ”

‘อ๊อฟ พงษ์พัฒน์’ประทับใจทุกฉากในภาพยนตร์ ‘ขอเจอเธออีกสักครั้ง See You Again’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772026

‘อ๊อฟ พงษ์พัฒน์’ประทับใจทุกฉากในภาพยนตร์ ‘ขอเจอเธออีกสักครั้ง See You Again’

‘อ๊อฟ พงษ์พัฒน์’ประทับใจทุกฉากในภาพยนตร์ ‘ขอเจอเธออีกสักครั้ง See You Again’

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นภาพยนตร์ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำใครต่อหลายคน สำหรับ “Me…Myself ขอให้รักจงเจริญ” และ “Happy Birthday” ผลงานกำกับของ อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ล่าสุดกับภาพยนตร์โรแมนติกเรื่องใหม่ “ขอเจอเธออีกสักครั้ง See You Again” ภายใต้การผลิตของ บริษัท แอคอาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด โดยทายาทคนเก่ง บีบี-เอกนรี วชิรบรรจง เป็นผู้จัดช่วยซัพพอร์ตคุณพ่ออ๊อฟทุกรายละเอียด ซึ่ง อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ ตั้งใจถ่ายทอดความประทับใจส่งถึงคุณผู้ชม เป็นบทภาพยนตร์ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี มือเขียนคู่บุญอีกหนึ่งท่าน ผ่านภาพยนตร์รักโรแมนติก พร้อมที่จะออกอากาศทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์)

“ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้คุณคงเดชมาเขียนบทให้ ไม่รู้ว่าด้วยความบังเอิญหรือฟ้ากำหนดที่ภาพยนตร์รักโรแมนติกทั้งสามเรื่องที่ผมกำกับเป็นคุณคงเดชมาเขียนบทให้ทุกเรื่องเลย ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่มั่นใจได้ว่าฝีมือคุณคงเดชในการเขียนบทไม่ธรรมดา สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน บางครั้งความรักที่สูญเสียไป อาจจะหวนกลับมาอีกครั้งก็ได้ สำหรับผมการทำงานประทับใจทุกซีน เพราะว่าทุกซีนมันมีความหมายในหนังหมด มันเป็นภาพของมวลรวมมากกว่า แต่นักแสดงก็อาจจะชอบซีนนี้ คนดูก็อาจจะชอบซีนนี้ แต่ถ้าถามผมผมชอบทุกซีนประทับใจทุกฉากในเรื่องนี้เพราะมีแก่นของความรักสอดแทรกอยู่ คำถามเดียวที่เกิดขึ้นในใจ คือ รักหรือเปล่าล่ะ ถ้ารักก็จบ เรื่องนี้ถือเป็นหนังแนวโรแมนติกอีกเรื่องหนึ่งที่ดูแล้วจะยิ้มดูแล้วจะสบายใจ สำหรับนักแสดง ตู่ (ภพธร) กับ สตาร์ (ศรัณย์ลภัส) ค่อนข้างอายุต่างกันเยอะ เราในฐานะคนกำกับก็ยากเหมือนกันครับ ในการปรับโหมดของนักแสดง ซึ่งน้องสตาร์แม้เป็นนักแสดงหน้าใหม่แต่ได้ความน่ารักสดใส ด้านตู่ได้ความอบอุ่นโรแมนติก ในเรื่องนักแสดงสมทบทุกคนมีบทบาทที่สำคัญไม่แพ้ตัวหลัก และทีมงานทุกคนมีส่วนร่วมดีใจที่ผมเลือกไม่ผิด ทุกอย่างทำงานออกมาแฮปปี้มีความสุข ผมฝากติดตามด้วยนะครับว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร” ร่วมพิสูจน์และติดตามชมภาพยนตร์“ขอเจอเธออีกสักครั้ง See You Again” ได้ทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) ที่เดียวเท่านั้น ออกอากาศ 8 ธันวาคมนี้

‘กวาง AB Normal’โพสต์อำลาเรือนหอหลังงาม ‘น้ำหวาน’อดีตคนรักโผล่คอมเมนต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772120

'กวาง AB Normal'โพสต์อำลาเรือนหอหลังงาม 'น้ำหวาน'อดีตคนรักโผล่คอมเมนต์

‘กวาง AB Normal’โพสต์อำลาเรือนหอหลังงาม ‘น้ำหวาน’อดีตคนรักโผล่คอมเมนต์

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 21.20 น.

28 พฤศจิกายน 2566 หลังจากที่นักร้องหนุ่ม กวาง AB Normal ได้ยุติความสัมพันธ์กับ น้ำหวาน พิมรา หรือ น้ำหวาน ซาซ่า มาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนั้น หลังจากนั้นกวาง AB Normal ก็ได้ประกาศขายเรือนหอเมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดย กวาง AB Normal ได้ออกมาประกาศขายบ้านหรูใจกลางเมือง มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ ในราคา 16.5 ล้านบาท มีข้อความว่า “ขายบ้านหรูใจกลางเมือง พัฒนาการ 38 บ้านกวางเองคับ หมู่บ้าน The Plant Exclusique pattankarn 38 เนื้อที่ 82 ตร.ว. 2 ชั้น 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ เฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ จอดรถได้ 2 คัน ต่อเติมหลังคาโรงรถให้แล้ว สวนพักผ่อนหย่อนใจขนาดกำลังดี บ้านอยู่ต้น ๆ โครงการ ใกล้ club house สระน้ำเกลือ fitness บริเวณโดยรอบ ร้านอาหารอร่อยเพียบ ใกล้ทองหล่อ emquatier รพ.สมิติเวช รพ.กรุงเทพ เข้าออกหมู่บ้านได้หลายทาง พัฒนาการ 20, 30, 32, 38, 44 ออกอ่อนนุช ศรีนครินทร์ได้ ใกล้ทางด่วน คลองตัน และ motorway รถไฟฟ้าศรีนครินทร์ ราคา 16.5 m บาท ราคาไม่ผ่านนายหน้าคับ”

ล่าสุดทาง กวาง AB Normal ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพเรือนหอหลังงาม พร้อมระบุข้อความว่า “วันสุดท้ายละ… ขอบคุณบ้านหลังนี้มาก มอบประสบการณ์ดีๆ บทเรียนดีๆ ผู้คนดีๆ บ้านหลังนี้สอนหลายอย่างมากๆ ขอให้เจ้าของใหม่มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาเช่นกันคับ” โดยมีน้ำหวาน พิมรา อดีตคนรักเข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยว่า “Byebye เพื่อนบ้าน”

เปิดความหมาย! ชุดไทยจักรีที่’แอนโทเนีย’สวมกลับบ้านเกิด ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดไทยพระราชนิยม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772095

เปิดความหมาย! ชุดไทยจักรีที่'แอนโทเนีย'สวมกลับบ้านเกิด ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดไทยพระราชนิยม

เปิดความหมาย! ชุดไทยจักรีที่’แอนโทเนีย’สวมกลับบ้านเกิด ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดไทยพระราชนิยม

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 20.08 น.

28 พฤศจิกายน 2566 เรียกว่าไปสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้กับคนไทย สำหรับ ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ รองอันดับ 1 Miss Universe 2023 ที่ ‘แอนโทเนีย’ ได้ไปสร้างประวัติศาสตร์ในรอบ 35 ปีของประเทศไทยในการเข้ารอบลึกเวทีจักรวาล 

โดยเป็นที่ฮือฮากับชุดที่ ‘แอนโทเนีย’ ปรากฎตัวด้วยชุดไทยจักรี ออกแบบโดย ‘ภูษาผ้าลายอย่าง’ ที่ได้ทำชุดให้แอนโทเนียตั้งแต่รอบลงสมัครโคราช จนถึงได้รางวัล รองอันดับ 1 MissUniverse ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘ชุดไทยจักรี’ 1 ในชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ 

โดยเฟซบุ๊กของ’ภูษาผ้าลายอย่าง’โพสต์ข้อความว่า แรงบันดาลใจจาก “ชุดไทยจักรี” 1 ในชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ภูษาผ้าลายอย่าง ตั้งใจถ่ายทอดผ่านความงาม การปักประดับด้วยงานหัตถศิลป์สะพักเฉวียงบ่า ตามอย่างชุดไทยจักรี ปักด้วยดิ้นข้อ ถมดิ้นโปร่ง ประดับปีกแมลงทับ “ลายพุ่มข้าวบิณฑ์”  ใช้โทนสีเขียวน้ำไหล อันเป็นสีมงคลประจำวันอาทิตย์  และแสดงให้เห็นถึงความร่มเย็นเป็นการต้อนรับกลับสู่ มาตุภูมิ อันอุดมสมบูรณ์อย่างอบอุ่น 

ผ้านุ่งตัดมาจากผ้าลายอย่าง “ลายอรุโณทัย” อันหมายถึง รุ่งอรุณแห่งความสุข  ด้วยลวดลายที่เขียนเป็นนางฟ้าถือวิชนีย์(พัด) โบกพัดปัดสิ่งชั่วร้ายให้สิ้นไป ให้มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข เปรียบกับแสงอรุณของวันใหม่ ที่สาดส่องมาให้เกิดความสุขของทุกสรรพชีวิต  ปักประดับบริเวณหน้านางให้สวยงาม ด้วยลวดลายดวงดารา ที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า

ทั้งนี้ ยังสวมเครื่องประดับเพชร ให้ความสวยงามตามแบบชุดไทยพระราชนิยม ที่งดงาม น่าภาคภูมิใจ หนึ่งในชุดไทยที่นานาอารยประเทศชื่นชม ออกแบบและสร้างสรรค์ชุดโดย : ภูษาผ้าลายอย่าง

ขอบคุณภาพ / ข้อมูล : เฟซบุ๊กภูษาผ้าลายอย่าง

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid0eRp75nZba6EiWGh67zL8MskbobyUevKiineUFW7ijv66vUF9pJWRvcy7QpFUxybJl%26id%3D100077758510371&show_text=true&width=500

หลบ…แม่จะเดิน! ‘อั้ม พัชราภา’เช็กอินเกาะมัลดีฟส์ สลัดผ้านุ่งบิกินีตัวจิ๋วอวดหุ่นสับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772086

หลบ...แม่จะเดิน! 'อั้ม พัชราภา'เช็กอินเกาะมัลดีฟส์ สลัดผ้านุ่งบิกินีตัวจิ๋วอวดหุ่นสับ

หลบ…แม่จะเดิน! ‘อั้ม พัชราภา’เช็กอินเกาะมัลดีฟส์ สลัดผ้านุ่งบิกินีตัวจิ๋วอวดหุ่นสับ

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.16 น.

28 พฤศจิกายน 2566 โซเชียลเดือดเมื่อซุป’ตาร์ ตัวแม่ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ เหินฟ้าเช็คอินทะเลมัลดีฟส์กับเพื่อนๆ ซึ่งแฟนคลับต่างรอคอยภาพบรรยากาศสวยๆ จากทริปนี้ของสาวอั้ม และแน่นอนว่าไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเมื่อสาวอั้ม ปล่อยภาพลงไอจีส่วนตัว ‘aum_patchrapa’ สวมชุดบิกินีสีครีมสุดเซ็กซี่ อวดหุ่นเป๊ะปัง ออร่าประกายแข่งกับแสงแดด ซึ่งแฟนๆ แห่กดหัวใจ ชื่นชมหุ่นสับของสาวอั้มกันไปตามๆ กัน เรียกได้ว่านี่แค่เริ่มต้นทริปมัลดีฟส์เท่านั้น รอติดตามความสวย เช็กซี่ในทริปนี้ของสาวอั้มได้เลย 

‘จา พนม’เข้าชมรมคนกลัวเมีย พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์เตรียมออกจากวงการจริงไหม?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/772062

'จา พนม'เข้าชมรมคนกลัวเมีย พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์เตรียมออกจากวงการจริงไหม?

‘จา พนม’เข้าชมรมคนกลัวเมีย พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์เตรียมออกจากวงการจริงไหม?

วันอังคาร ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.10 น.

จา พนม เข้าชมรมคนกลัวเมีย พร้อมเคลียร์ข่าวเม้าท์เตรียมออกจากวงการจริงไหม?

นักแสดง นักบู๊ที่ดังไกลถึงฮอลลีวูด จา พนม หรือ โทนี่ จา ที่วันนี้จะมาเปิดตัวภรรยาครั้งแรก บุ้งกี๋ ปิยรัตน์ พร้อมเผยเส้นทางความรักกว่า 13 ปี ชีวิตคู่เป็นรักทางไกล เจอกันแค่ปีละ 3 เดือน ถึงขั้นภรรยาต้องเอ่ยปากเป็นเมียโทนี่ จา ต้องอดทน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ล่าสุดเพิ่งคว้า 3 รางวัลกับ 3 เวทีใหญ่ระดับโลก เห็นว่ารางวัลนี้เทียบเท่ากับออสก้าเลย?

จา พนม : ทั้ง 3 รางวัลนี้เรามอบเป็นของขวัญให้กับคนไทย 1.เป็นรางวัลที่ผมก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าผมจะมีโอกาสได้ไปอยู่ ณ จุดนั้น 1.คือรางวัล สตาร์ออฟเดอะเยียร์ คือเป็นดาวเด่นแห่งปี เวทีที่2 จะเป็นรางวัล สตาร์เอ้าท์สแตนดิ้ง เอเซียน อาร์ทติส 2023 แล้วก็มีรางวัลที่3 เป็นรางวัล เดอะ บรูซ ลี อวอร์ด นี่คือสูงสุดแล้ว ถ้ามองในมุมคนทำแอคชั่น

เขาใช้เกณฑ์อะไรในการมอบรางวัล?

จา พนม : เราคงแปลกมั้งครับ อาจจะเป็นอัตลักษณ์ของเรา ซึ่งเป็นของคนไทย

วันนั้นพี่กระทบไหล่ดาราฮอลลีวูดมากมาย โมเมนต์ไหนประทับใจที่สุด?

จา พนม : ต้องบอกเลย ต่างภาษา ต่างเชื้อชาติ ต่างประเทศ ต่างวัฒนธรรม แต่ ณ ตรงนี้มาอยู่รวมกัน เราคือพี่น้องกัน เขามีมิตรไมตรีให้กับเรา เป็นโมเมนต์ที่เขามาแสดงความยินดีกับเรา มาพูดภาษาไทยด้วย

วันนั้นพี่ไปสร้างพลังของซอฟพาวเวอร์ ชุดไปงานก็กึ่งๆ มีผ้าไทย แล้วเห็นว่ามีที่ระลึกไปให้บรรดาซุปตาร์ที่มางานด้วย?

จา พนม : เป็นชุดที่ภรรยาดีไซน์ให้ ต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ของไทย มันบ่งบอกว่าเรามาจากไหน ซึ่งผมเอาพระพรหม ตะกรุด เครื่องรางของขลัง

พี่จาบอกว่ากว่าจะมีถึงวันนี้เป็นเพราะพี่เชื่อฟังภรรยา จริงๆ พี่เกรงใจหรือกลัว?

จา พนม : กลัวครับ กลัวเขาจะไม่สบายใจ กลัวเขาไม่มีอะไรกิน กลัวเขาจะนู้น จะนี่ กลัวเขาจะเป็นห่วง

ตอนพี่จาได้รางวัล คุณภรรยาก็บินไปให้กำลังใจถึงที่ด้วย?

บุ้งกี๋ : ค่ะ ไปด้วยกัน ก็ดูแลแต่งหน้า ทำผม แบบง่ายๆ ที่ทำได้ เขากลัวเราจะเสียใจมากกว่า ไม่ดุค่ะ

วันนี้พอเขาทำความฝันเขาสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ พี่บุ๋งกี๋รู้สึกยังไงบ้าง?

บุ้งกี๋ : ภูมิใจมากค่ะ บางที บางครั้งก็ช่วยกันคิด เราก็ช่วยตัดสินใจในหลายๆ เรื่อง มันมีเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาเยอะนะ บางทีเราตัดสินใจคนเดียวมันอาจจะไม่ดีพอ แต่ช่วยกันคิดทุกอย่างก็ดำเนินไปด้วยกัน

คู่นี้แต่งงานอยู่กินกันมา 13 ปี แต่พี่จาไปทำงานต่างประเทศร่วม 10 ปีแล้ว?

จา พนม : ร่วม 10 ปีแล้วครับ

ปีนึงจะได้เจอกับพี่บุ๋งกี๋ 3-4 เดือนเท่านั้น?

จา พนม : ครับประมาณนั้น

ความห่างเป็นผลกับจิตใจเราบ้างไหม?

บุ้งกี๋ : มีเหงาบ้าง คิดถึงกันบ้าง แต่ก็มีวีดิโอคอลคุยกัน แต่สำคัญเลยคือ 1.ความเข้าใจ เราต้องเข้าใจก่อนว่าเขาทำงาน ด้วยงานและสถานที่มันคนละเวลากัน 

ตอนนั้นลูกสาวคนโต 1 ขวบ พี่จาก็ต้องบินไปทำงานนาน 3 เดือน?

จา พนม : ใช่ครับ ถามว่าคิดถึงลูกไหม แน่นอนครับ เขากำลังน่ารัก เราอาศัยช่วงเบรกงานวีดิโอคอลมา มันก็ทำให้คลายความคิดถึงไปได้บ้าง

ณ วันที่พี่จาตัดสินใจไปทำงานที่ต่างประเทศ ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าไปแล้วมันจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า เชื่อว่ามันต้องเป็นการตัดสินใจที่หนักหน่วงที่สุด ตอนนั้นคุยกันยังไง?

บุ๋งกี๋ : ด้วยความสามารถและด้วยโอกาสที่มันเข้ามา ก็ควรที่จะต้องตัดสินใจต้องไปทำตรงนั้น มันไม่ใช่ตลอดไป มันเป็นแค่ช่วงเวลานึงสั้นๆ

ย้อนไปช่วงที่ตัดสินใจว่าจะไปแน่ๆ ชีวิตช่วงนั้นหนักหน่วงเหมือนกัน ทั้งข่าวสารพัดอย่าง บางที่เขียนว่า เหมือนพี่อกตัญญูกับค่ายเก่า บางที่บอกว่า พี่จาติสท์ คุยลำบาก มีโลกส่วนตัวสูง แล้วบวกกับต้องำปแบบนี้ด้วย มันทำให้เกิดปัญหากับพี่2คนไหมในการแก้ปัญหา?

จา พนม : ผมโชคดีมากที่มีครอบครัวและภรรยาที่ซัพพอร์ตผม ในที่นี่เราทำคนเดียวไม่ได้ ข้างหน้าต้องซัพพอร์ต มันคือความไว้ใจเลยเกิดความมั่นใจที่จะโฟกัสเดินไปข้างหน้า เพราะเรารู้ว่าไปข้างหน้าเราทำเพื่ออะไร

คู่นี้เขาให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตอนนั้นก็มีแฟนคลับที่เป็นสาวๆ เข้ามาหาพี่จาเยอะเหมือนกัน?

จา พนม : ก็เป็นเรื่องธรรมดา แฟนคลับก็มี แต่เราในเรื่องของการทำงาน เรามีหน้าที่ที่ต้องทำ ผมเชื่อว่าการทำแอคชั่นมันไม่ได้ง่ายๆ นะครับ มันต้องใช้พลังอย่างมาก และต้องทำให้คนเชื่อ โดยเฉพาะต่างประเทศเขายอมรับอะไรที่ยากมากๆ เราคิดว่าเราไปทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้ออกนอกลู่ นอกทาง ด้วยสังคมมันก็มี แต่เราโฟกัสในหน้าที่การงานของเรา 

เห็นบอกว่ายึดหลักธรรมะ?

จา พนม : ก็มันเป็นกำลังใจ ไปต่างประเทศผมเอาเครื่องรางของขลังไปให้เพื่อน ทำไมเราถึงทำบุญ เพราะบุญคือกำลังใจ เราทำในสิ่งที่ดีนะ เราคิดบวกกับตรงนี้มันเลยเป็นพลังให้เรา

คือโฟกัสแต่เรื่องงาน เรื่องสาวๆ อยู่ข้างๆ อย่ามายุ่งกับฉัน?

จา พนม : แบบนั้นเราอาจจะไม่อิน

แล้วเวลาลูกถามหาพ่อ พี่บุ๋งกี๋จัดการยังไง?

บุ้งกี๋ : ก็อธิบายด้วยเหตุผล ทุกอย่างภาพมันเห็นอยู่แล้ว คุณพ่อไปทำงานนะ เดี๋ยวเสร็จงานคุณพ่อกลับบ้าน

เคยมีจุดที่เห็นน้ำตาลูกแล้วไม่ไหว อยากกลับบ้านไหม?

จาพนม : มีโมเมนต์ที่แบบอยากกลับบ้าน คิดถึงอาหารไทย คิดถึงลูก คิดถึงครอบครัว คิดถึงเมืองไทย มีฟีลลิ้งนี้ แต่ก็ทำไม่ได้ เราต้องโอเค เรามาทำหน้าที่ตรงนี้

คุณแม่แอบดุ ตีลูกบ้างไหม?

บุ้งกี๋ : จริงๆ เด็กไม่ได้เรียบร้อยตลอดเวลา เด็กก็จะมีงอแงบ้าง บางทีก็ไม่เข้าใจบ้าง ก็จะบอก มีความรู้สึกว่าเราบอกด้วยเหตุผล แต่ถ้าพูดไม่รู้เรื่องจริงๆ ก็มีแอบตีบ้าง

พี่จาอยากให้ลูกเป็นนักบู๊เหมือนเราไหม?

จา พนม : ผมไม่ได้คิดบังคับลูกว่าลูกต้องเป็นอะไร เมื่อเขาพร้อม เขาจะฉายแววมาเองว่าเขาชอบอะไร พร้อมที่จะสนับสนุนเขา

แล้วการดูแลภรรยา?

จา พนม : ก็เราเป็นสามี ก็ดูว่าเขาต้องการอะไร เราพร้อมที่จะสนับสนุน มาดูว่าความต้องการขนาดไหน

พี่บุ๋งกี๋บอกว่าการเป็นภรรยา จา พนม ต้องอดทน?

บุ้งกี๋ : เขาก็ติสต์เหมือนกันนะคะ บางทีเขาก็จะไม่พูด บางวันเขาก็เงียบไปเลยทั้งวัน แล้วเขาอยู่แต่ในห้องทำงาน ดูหนัง ทำงานแบบนั้นทั้งวันไม่ทานข้าวก็มีบ้าง

ไม่ค่อยได้คุยกันบางทีก็เดาอารมณ์ไม่ถูก?

บุ๋งกี๋ : ใช่ บางทีลูกบ้าง จะไปรับลูกที่โรงเรียน แต่ตอนเช้าทุกวันเราจะต้องไปส่งลูกด้วยกัน แล้วเขากฌจะติสท์

แล้วพี่ทำยังไง ถ้าวันนี้ทั้งวันเขาดูหนังไม่คุยกับเรา?

บุ้งกี๋ : เมื่อก่อนก็หงุดหงิดเหมือนกันนะ เรียกก๋ไม่ทำอะไรเลย แต่พอหลังๆ ชิน โอเคไม่ต้องทะเลาะกันเธอทำไป ฉันก็ไปทำหน้าที่ของฉัน

จริงไหมพี่จา?

จา พนม : อันนี้ต้องยอมรับความจริงครับ เราเป็นคนแบบว่า ลึกๆ เราต้องการความสงบ เพราะ 1.เราทำงานที่ค่อนข้างจะเสี่ยงสูง บางที บางอย่างมันพูดกับใครไม่ได้ บางทีเราต้องใช้การดีลีดแล้วนิ่งๆ คนเดียว แต่เราพยายามที่จะปรับนะให้มันลดลงมา

พี่รู้ไหมว่าภรรยาพี่แอบน้อยใจอยู่ลึกๆ แล้วใช้วิธีเงียบไป?

จาพนม : รู้ครับ ก็พาเขาไปช้อปปิ้ง ไปเที่ยว

เปย์เยอะไหม?

บุ้งกี๋ : เราก็เลือกเอาที่เหมาะสม

จา พนม : การเซอร์ไพรส์ก็มีบ้าง แต่ต้องขอบคุณภรรยา เราไม่ได้เก่งไปทุกอย่าง เราโฟกัสเรื่องเดียว แต่ผู้หญิงโฟกัสหลายเรื่องได้ ดูแลแทนเราในสิ่งที่มันจุกจิกๆ 

มีช่วงนึงที่พี่หายหน้า หายตาไป คุณบุ้งกี๋ก็ติดต่อไม่ได้?

บุ้งกี๋ : ถ้าเป็นช่วง 10 ปีที่แล้วยังไม่ได้เจอกัน แต่จะมีช่วง 5 ปีที่แล้ว

จา พนม : ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมต้องย้ายเมือง แล้วนั่งเครื่องบินส่วนตัว เป็นเครื่องบินเล็ก ประมาณ 4-5 คนกับโปรดิวเซอร์ แล้วผมก็ไม่ได้บอกทีมงาน คลื่นมันขาดหายไปเลย ไม่มีสัญญาณ โทรศัพท์ใช้ไม่ได้ แล้วผมประสบอุบัติเหตุไม่ได้เล่า ไม่ได้บอกครอบครัว มันมีอยู่ฉากนึงที่ผมจะต้องแอคชั่นที่โขดหินในถ้ำ ผมกระโดดเตะจากที่สูง แล้วข้อเท้าเสียงดังก๊อก ทุกคนในกองได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ทุกคนตกใจมาก เราขยับขาไม่ได้ พักกอง เรียกรถพยาบาลหามผมไปที่โรงพยาบาลทั้งชุดมอนสเตอร์ฮันเตอร์ พอไปถึงโรงพยาบาล หมอก็ตกใจ ดูหน้ามีเลือดเต็มไปหมด ผมเลยบอกว่าไม่ใช่หน้าแต่บาดเจ็บที่เท้า แต่ผมไม่บอกครอบครัว

พี่จาจะออกจากวงการไหม?

จา พนม : คงไม่ครับ ตอนนี้หลักสี่แล้วจะสู่พระราม5 ก็ไม่คิดว่าจะออก เพราะว่า เรามีอะไรจะต้องทำอีกเยอะ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama