ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบี แบบไร้สาย คัดกรองหาเชื้อรวดเร็ว ครบ จบในขั้นตอนเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763730

ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบี แบบไร้สาย  คัดกรองหาเชื้อรวดเร็ว ครบ จบในขั้นตอนเดียว

ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบี แบบไร้สาย คัดกรองหาเชื้อรวดเร็ว ครบ จบในขั้นตอนเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์พิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ และ อาจารย์ ดร.ณัฐธยาน์ ช่วยเพ็ญจากคณะแพทยศาสตร์ ร่วมกับ ศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ชัยลภากุล และ ดร.ปฤญจพร ทีงาม จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ร่วมกันพัฒนา ชุดตรวจวัดไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย ตรวจคัดกรองหาเชื้อ พร้อมเก็บข้อมูลขึ้นฐานข้อมูลออนไลน์ รวดเร็ว ครบ จบในขั้นตอนเดียว ตั้งเป้าผลิตเชิงอุตสาหกรรมเพื่อนำไปใช้ตรวจได้ทั่วประเทศ

ศ.นพ.พิสิฐ ตั้งกิจวานิชย์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ (Center of Excellence in Hepatitis and Liver Cancer) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย (Thai Association for the Study of the Liver, THASL) ระหว่างปี 2564-2565 กล่าวว่าในปัจจุบัน การตรวจแบบมาตรฐานสำหรับ hepatitis B surfaceantigen (HBsAg) และ hepatitis B eantigen (HBeAg) หรือเรียกง่ายๆ ว่าโปรตีนไวรัสตับอักเสบบีนั้น ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของบุคลากรและใช้เครื่องตรวจขนาดใหญ่แบบ machine-based assays ซึ่งมักจะมีอยู่ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่และมีราคาแพง ดังนั้นการเข้าถึงการตรวจจึงยังค่อนข้างจำกัดและมีความขาดแคลนในพื้นที่ที่ห่างไกล

ข้อดีของผลิตภัณฑ์ที่ทีมวิจัยกำลังพัฒนา คือนอกจากจะได้ผลตรวจที่รวดเร็วแล้ว ยังสามารถบอกปริมาณของเชื้อไวรัสได้คร่าวๆ และสามารถอัปโหลดข้อมูลต่างๆ ขึ้นระบบออนไลน์ได้ทันทีแบบ real time และมีความจำเพาะ เจาะจงของข้อมูลได้ว่าเป็นผลตรวจของใคร ซึ่งสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบบี การระบุว่าใครเป็นหรือไม่เป็น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากเป็นโรคที่ใช้ระยะเวลานานในการรักษา

อ.ดร.ณัฐธยาน์ ช่วยเพ็ญ หนึ่งในทีมวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ อธิบายถึงชุดตรวจวัดไวรัสตับอักเสบบีแบบไร้สาย ว่า เป็นชุดตรวจวัดสารทางชีวภาพด้วยเทคนิคทางเคมีไฟฟ้า (electrochemicalbiosensors) โดยอาศัยการทำปฏิกิริยาอย่างจำเพาะเจาะจงระหว่างแอนติเจน (antigen) และแอนติบอดิ (antibody) เมื่อมีการจับกันระหว่าง antigen และ antibody แล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้า และใช้เครื่องมือตรวจจับกระแสไฟฟ้าหรือที่เรียกว่าแอมเพอโรเมตริก (amperometric detection)

“หลักการก็คือหากมีเชื้อไวรัสหรือ antigen อยู่ มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้า ซึ่งค่าของกระแสไฟฟ้าที่วัดได้นี้สามารถอ้างอิงถึงปริมาณของเชื้อที่มีอยู่คร่าวๆ โดยจะแปรผกผันตามกระแสไฟฟ้าที่วัดได้อธิบายง่ายๆคือชุดตรวจอื่นๆอาจบอกได้แค่“เจอหรือไม่เจอเชื้อ” แต่ชุดตรวจอันนี้นอกจากบอกได้ว่าเจอหรือไม่เจอเชื้อแล้ว ยังสามารถบอกปริมาณคร่าวๆ ของเชื้อที่พบได้ด้วย ถ้ากระแสไฟฟ้าน้อยคือเชื้อเยอะ กระแสไฟฟ้าเยอะคือเชื้อน้อย ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ทราบผลและข้อมูลต่างๆ แล้ว”

“ในปีแรกๆ เราได้พัฒนา prototype ชุดตรวจไวรัสตับอักเสบบีด้วยเทคนิค electrochemical biosensors ที่ทำงานร่วมกับเครื่องมือตรวจวัดหลายรูปแบบ ปีต่อมาเพื่อให้ชุดตรวจวัดมีความสามารถในการทำซ้ำ มีความคงที่ของกระแสไฟฟ้า และมีการใช้งานที่สะดวกรวดเร็ว เราจึงจะพัฒนาชุดตรวจเป็นในลักษณะของบลูทูธ คือใช้ได้ทั้งในแบบไร้สาย และเสียบกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีขนาดเล็กโดยตัวบลูทูธดังกล่าว ได้บริษัทที่ไต้หวันช่วยผลิตให้ ส่วนตัวขั้วไฟฟ้าที่ใช้อยู่ปัจจุบันนั้น ผลิตขึ้นภายในแล็บของภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเอง”

สำหรับขั้นตอนการตรวจคัดกรองโรคจะใช้ “ตัวอย่างเลือด” ปริมาณซีรัม (serum) เพียง 2 ไมโครลิตร มาหยดและบ่มบนขั้วไฟฟ้าจากนั้นล้างด้วยน้ำยา wash buffer และรอให้แห้ง ใช้เวลาเพียงไม่เกิน10 นาที ก็สามารถให้ผลการวิเคราะห์โดยจะสังเกตเห็นกระแสไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปได้

การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยกำหนดระยะเวลาการวิจัยไว้
3 ปีด้วยกัน แบ่งเป็น 3 เฟส (phase) นับตั้งแต่การสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ หรือ prototype ไปจนถึงการได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์จริง พร้อมวางจำหน่าย (commercialization) ในเฟสที่ 3

ปัจจุบันงานวิจัยอยู่ในเฟสที่ 2 คือ ขั้นตอนของการเก็บข้อมูลเพื่อลงพื้นที่ รวมถึงการเก็บข้อมูลการใช้งาน และทำ clinical trial หรือการทดสอบทางคลินิกตาม ม.27 ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการผ่อนผันการทำวิจัย และยื่นขอ อย.ก่อนที่จะผลิตในลักษณะ commercializedkit หรือผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่ายในเฟสต่อไป

สำหรับในประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีประมาณ 2-4 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด ส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มประชากรที่เกิดก่อนปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) ซึ่งเป็นปีที่เริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีในเด็กแรกเกิด โดยผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแสดงอาการ จึงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้ ทำให้ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ และอาจเป็นผู้แพร่เชื้อไวรัสตับอักเสบบีโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นการวินิจฉัยโรคนี้ได้ตั้งแต่แรกๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการหยุดการแพร่กระจายของเชื้อ และช่วยผู้ป่วยให้เข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันท่วงที

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763792

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด “ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก ภายใต้แบรนด์ “ภัทรพัฒน์” โดยความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัลและมูลนิธิชัยพัฒนา ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แอด เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7

ภายในงานมีคณะผู้บริหารมูลนิธิชัยพัฒนา นำโดย นายสุเมธ ตันติเวชกุลเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และคณะผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มเซ็นทรัลนำโดย นางมุกดา จิราธิวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล,นางรัตนา จิราธิวัฒน์ นรพัลลภ,นายพิชัย จิราธิวัฒน์, นางจินตนา จิราธิวัฒน์และ นางสมกมล จิราธิวัฒน์ เฝ้าฯ รับเสด็จพร้อมกราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานและการดำเนินงานสนับสนุนโครงการเสื่อกก โดยมีการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ผลิตภัณฑ์และกระเป๋าสานจากเสื่อกก แสดงแบบโดยนางแบบกิตติมศักดิ์ จากนั้นทรงติดตราผลิตภัณฑ์ภัทรพัฒน์บนแท่งอะคริลิกเพื่อเปิดจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก บริเวณโซนสินค้า Thai Thai Living House ชั้น 7 ห้างเซ็นทรัล แอด เซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายภายในร้านจะถูกดีไซน์พิเศษภายใต้คอนเซ็ปต์ Only at Central โดดเด่นไม่ซ้ำใครมีจำหน่ายเฉพาะห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม, สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และร้าน Good Goods โดยมีแผนจะขยายร้านเพิ่มเติมอีกในอนาคต

ต่อมา เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัล และเสด็จพระราชดำเนินไปยังร้าน Good Goods ทอดพระเนตรร้านจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยที่ผ่านการพัฒนาคุณภาพและออกแบบให้มีความร่วมสมัย เพื่อนำรายได้กลับไปพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน ภายใต้วิสาหกิจเพื่อสังคม “เซ็นทรัล ทำ” อีกด้วย

นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า “โครงการภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา ได้สนองพระราชดำริ โดยเริ่มจากกลุ่มทอเสื่อกกบ้านหนองไผ่ ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ และขยายสู่กลุ่มทอเสื่อกก บ้านหนองแคน อำเภอสำโรงทาบ โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา คือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบสิ่งทอ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง และภาคเอกชน ประกอบด้วย บริษัท แทงโก้ เลเธอร์ จำกัด บริษัท แพรคติก้าจำกัด บริษัท โมเบลลา แกลเลอเรีย จำกัด และโอ-ดี-เอ สตูดิโอ ในการพัฒนาคุณภาพการทอ การย้อมสี การออกแบบลวดลาย รวมถึงรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ทั้งในส่วนของกระเป๋าและพัฒนาต่อยอดสู่เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่มีความหลากหลายและทันสมัย

ต่อมาในปี 2565 โครงการภัทรพัฒน์มูลนิธิชัยพัฒนา และกลุ่มเซ็นทรัลภายใต้การดำเนินงานโครงการ“เซ็นทรัล ทำ” ได้หารือร่วมกันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) เพื่อจัดตั้งโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก และนำผลิตภัณฑ์เสื่อกกจากกลุ่มทอเสื่อกกบ้านหนองไผ่ ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลได้ลงพื้นที่ร่วมกับโครงการภัทรพัฒน์ทำงานร่วมกับชาวบ้านมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และนำมาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Good Goods แบรนด์สินค้าเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทางของโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ด้วยการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับสินค้าระดับท้องถิ่นให้เข้ากับยุคสมัย อีกทั้งกลุ่มเซ็นทรัลได้ช่วยส่งเสริมด้านการประชาสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนช่องทางการจำหน่ายเพื่อขยายตลาดให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น รวมถึงจุดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเสื่อกก ภัทรพัฒน์ โซนสินค้า Thai Thai ณ บริเวณ Living House ชั้น 7 แห่งนี้ ซึ่งโครงการภัทรพัฒน์ได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ออกแบบกระเป๋าเสื่อกกรุ่นพิเศษ จำนวน 5 รุ่น สำหรับวางจำหน่ายเฉพาะในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล (Only@Central) สาขาชิดลม และเซ็นทรัลเวิลด์ ทั้งหมดนี้ถือเป็นการเกื้อกูลชุมชนช่วยสร้างโอกาส และรายได้อย่างยั่งยืน

น้ำมันปลาสรรพคุณเกินคาดที่คุณอาจไม่เคยรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763734

น้ำมันปลาสรรพคุณเกินคาดที่คุณอาจไม่เคยรู้

น้ำมันปลาสรรพคุณเกินคาดที่คุณอาจไม่เคยรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 05.00 น.

ปัจจุบันคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและไม่เกิดการเจ็บป่วยมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน หรือกลุ่มคนวัยเกษียณจะเห็นได้ว่ามีหลากหลายกิจกรรม ทั้งการออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหาร และหลายคนหาตัวช่วยอาหารเสริมต่างๆ เพื่อบำรุงสุขภาพทั้งภายนอกและภายใน

ซึ่งอาหารเสริมที่รู้จักกันดีและทานกันอย่างแพร่หลาย ก็คือ น้ำมันปลา หรือ Fish Oil หนึ่งในอาหารเสริมสุขภาพที่ให้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งประโยชน์ของน้ำมันปลาที่รู้จักกันดีคือมีงานวิจัยว่าช่วยในการบำรุงสมองและช่วยในเรื่องของความจำแต่น้ำมันปลายังมีประโยชน์อีกมากมายต่อร่างกายของเรา เช่น ช่วยลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ โรคความดันสูง และช่วยในเรื่องของโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ รูมาตอยด์ ได้อีกด้วย

และหากใครที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์น้ำมันปลา เพื่อเป็นอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ กิฟฟารีนผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย ยกกองทัพน้ำมันปลาหลากหลายขนาดสุดคุ้ม มาเพื่อตอบโจทย์ให้กับคนรักสุขภาพ ซึ่งน้ำมันปลามีบทบาทในการส่งเสริมพัฒนาการทางสมอง การเรียนรู้และการจดจำ โดยน้ำมันปลาสกัดมาจากส่วนเนื้อ หัว และหางของปลาทะเล อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็นที่มนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ เรียกว่า โอเมก้า-3 (Omega-3) 

ซึ่งในกลุ่มของโอเมก้า 3 นั้น มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว 2 ชนิดที่สำคัญ ได้แก่ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก (Docosahexaenoic acid) หรือ DHA มีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์สมอง ช่วยให้เซลล์สมองแข็งแรง ช่วยให้สารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้สะดวกขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์สมอง และ กรดไอโคซาเพนทาอีโนอิก (Eicosapentaenoic Acid) หรือ EPA ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดความหนืดและทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ลดอาการอักเสบที่เกิดจากโรคข้อเสื่อม และข้ออักเสบรูมาตอยด์

บอกเลยว่าน้ำมันปลามีโอเมก้า-3 เป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์จึงเหมาะกับคนหลายกลุ่มหลายช่วงอายุ เช่นผู้ที่มีปัญหาปวดข้อเข่า ข้อเข่าเสื่อม หรือข้ออักเสบรูมาตอยด์ ผู้ที่รับประทานอาหารได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้อาจขาดกรดไขมันที่จำเป็น หรือผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพทั่วไป ก็สามารถทานน้ำมันปลาเพื่อดูแลสุขภาพได้เช่นกัน

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ จ.เลย-อุดรธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763721

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ จ.เลย-อุดรธานี

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ จ.เลย-อุดรธานี

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 20.10 น.

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืน ณ จังหวัดเลย และอุดรธานี

ด้วยพระปณิธานอันแน่วแน่ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาพอนามัยที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน โดยทรงตระหนักดีว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพของคนไทย มีสาเหตุจากโรคระบาดที่ติดต่อจากสัตว์มาสู่คน จึงทรงเพียรพยายามในการนำความก้าวหน้าของวิทยาการสมัยใหม่ทั้งด้านการแพทย์และการสัตวแพทย์จากทั่วโลก มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานวิจัยเพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาทั้งสุขภาพของคนและสัตว์ภายในประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งทรงนำความรู้และพระประสบการณ์จากที่ได้ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพทางสัตวแพทย์ มาใช้ในการพัฒนางานด้านการสัตวแพทย์  เพื่อควบคุม ป้องกัน และสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้สัตว์มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปลอดภัยจากโรคร้ายแรงที่อาจก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตของคนและสัตว์ต่อไป 

ในการนี้ เสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ในพื้นที่ภาคอีสาน ณ โรงเรียนเลยอนุกูลวิทยา จังหวัดเลย และ วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 14 – 18 ตุลาคม 2566 โดยโปรดให้ทีมสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์บูรณาการการทำงานร่วมกับทีมสัตวแพทย์ของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในท้องที่ ให้บริการตรวจรักษาสุขภาพสัตว์ ผ่าตัดทำหมัน และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์จรจัด และสัตว์เลี้ยงของประชาชน เพื่อสนองพระปณิธานฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ในท้องถิ่นให้ปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้า การบริหารจัดการสัตว์เลี้ยงอย่างเป็นระบบ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามแนวชายแดน ซึ่งจังหวัดเลย เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีจำนวนประชากรสุนัขและแมวจรจัดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอท่าลี่ อำเภอนาแห้วและอำเภอด่านซ้าย ที่อยู่ติดกับแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ยากต่อการควบคุมโรคติดต่อต่าง ๆ และเป็นครั้งที่ 3 ที่ได้เสด็จมาทรงงาน ณ วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) จังหวัดอุดรธานี เพื่อทรงติดตามและควบคุมปัญหาประชากรสุนัขและแมวจรจัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา ภายในอาณาบริเวณของวัดฯ มีสุนัขจรจัดเข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก และพบว่ามีสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าไล่กัดเด็กถึงขั้นเสียชีวิต สร้างความเดือดร้อนให้แก่พระสงฆ์และประชาชนที่มาร่วมทำบุญด้วย จึงมีพระวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาประชากรสัตว์จรจัด รวมถึงการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่โดยรอบ

ทันทีเมื่อได้เสด็จถึงพื้นที่ออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์  ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจร่วมกับทีมสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และทรงงานวิสัญญีทางสัตวแพทย์ เพื่อวางยาสลบให้แก่สุนัข พร้อมกับทรงติดตามเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด เพื่อทรงประเมินความปลอดภัยระหว่างการผ่าตัดทำหมัน และรักษาโรค ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นพบว่าเป็นโรคเนื้องอกที่หนังตาจึงทำการบำบัดรักษาโรค ภายในรถผ่าตัดเคลื่อนที่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง พร้อมด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการสัตวแพทย์อันทันสมัย ที่มาให้บริการช่วยเหลืองานด้านสัตวแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลอย่างทั่วถึง

โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้ ปศุสัตว์จังหวัดเลย และปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี เฝ้ารับพระราชทานวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ เพื่อนำไปฉีดสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับสุนัขและแมวจรจัดในพื้นที่ทั้ง 2 จังหวัด ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าก่อนการสัมผัสโรค จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยป้องกันและสร้างความเข้มแข็งในระดับท้องถิ่นให้เป็นเขตปลอดโรคพิษสุนัขบ้าโดยเร็ว 

นอกจากนี้ ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าอย่างเป็นรูปธรรม โปรดให้มีการจัดฝึกอบรมการบริหารจัดการโรคพิษสุนัขบ้าสู่ชุมชน โดยเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจปัญหาของโรค และวิธีดูแลปฏิบัติตนเองให้ห่างไกลจากโรค รวมถึงสร้างจิตสำนึกที่ดีในการเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ทอดทิ้งสัตว์ให้กลายเป็นภาระแก่สังคม และเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขของประเทศชาติต่อไป           

ตลอดระยะเวลาที่ได้เสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในการนำทีมบุคลากรทางด้านสัตวแพทย์ ทั้งจากส่วนกลางและภูมิภาคร่วมกันปฏิบัติงานในนามของหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ ออกหน่วยให้บริการบำบัดรักษา และเสริมภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างครบวงจร โดยบุคลากรผู้ปฏิบัติงานทุกคนต่างมุ่งมั่นรวมใจกันสนองพระปณิธานฯ  ด้วยความตั้งใจ และเสียสละพร้อมอุทิศตนในภารกิจอันสำคัญนี้ ซึ่งการออกหน่วยสัตวแพทย์อาสาจุฬาภรณ์ในพื้นที่จังหวัดเลย และอุดรธานี มีจำนวนสุนัขและแมวที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมจำนวน 854 ตัว และผ่าตัดทำหมัน รวมจำนวน 653 ตัว นับเป็นอีกหนึ่งในพระภารกิจสำคัญที่สามารถขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ “สัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานฯ”  ให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างพื้นที่ให้ประเทศไทยปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้าอย่างยั่งยืน       

-(016)

น้ำผึ้งหยดเดียว! ‘น้ำหวาน’เปิดปมแตกหัก เผย’กวาง-แม่’ทะเลาะกันบนเรือในทริปดำน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763849

น้ำผึ้งหยดเดียว! 'น้ำหวาน'เปิดปมแตกหัก เผย'กวาง-แม่'ทะเลาะกันบนเรือในทริปดำน้ำ

น้ำผึ้งหยดเดียว! ‘น้ำหวาน’เปิดปมแตกหัก เผย’กวาง-แม่’ทะเลาะกันบนเรือในทริปดำน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.03 น.

กลายเป็นดราม่าลุกลาม หลังคู่รักนักร้อง กวาง ศิริศิลป์ โชติวิจิตร หรือ กวาง AB normal กับ น้ำหวาน พิมรา เจริญภักดี หรือ น้ำหวาน zaza ตัดสินใจจบเส้นทางรักกว่า 3 ปี ซึ่งหนุ่มกวางเผยสาเหตุเกิดจากบ้านของฝ่ายหญิงที่ยุ่งเหยิงเกินรับไหว

จากนั้น พลอย เจริญปุระ คุณแม่ของสาวน้ำหวาน ได้เคลื่อนไหวแชร์คำคมฟาดรัวๆ ก่อนนักร้องหนุ่มจะโพสต์ข้อความเดือดโต้ตอบกันผ่านโซเชียล ล่าสุดคนกลางอย่าง น้ำหวาน ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นที่เกิดขึ้น ผ่านรายการ แฉ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยเจ้าตัวเล่าว่า “เราอยู่บนเรือทริปดำน้ำอันดามัน 2-3 วัน ถามว่าเลิกกันด้วยอารมณ์ไหน ต้องย้อนความสัมพันธ์เริ่มที่คุณแม่กับพี่กวาง ที่เป็นประเด็นกันอยู่ตอนนี้ หวานจะบอกก่อนเลย ตอนแรกพี่กวางขอหวานแต่งงาน คุณแม่ก็ไม่ปลื้มรู้สึกทุกอย่างค่อนข้างเร็ว 3 เดือนเองจะรู้จักกันดีมั้ย”

แต่พอผ่านเวลาไป พี่กวางพิสูจน์ให้คุณแม่เห็นว่าเป็นคนดี เป็นคนน่ารัก เขาก็เริ่มรักกัo เขารักกันมากเลย คุณแม่เอาใจพี่กวาง ทำกับข้าว ดูแลน้องหมาที่เลี้ยงด้วยกัน ดูแลบ้าน ดูแลให้หมด เอาใจพี่กวางมากกว่าหวานอีก หวานยังแซวเลย แต่คุณแม่กับพี่กวางก็มีความเหมือนที่แตกต่างกัน เขาเป็นคนแข็ง คนแรง ตรงๆ เหมือนกัน”

“แต่สิ่งที่แตกต่างคือทัศนคติ เขาคิดเห็นไม่ตรงกัน ตลอดเวลาที่คบกันมา เวลาที่ทัศนคติเขาไม่ตรงกันมันเกิดความขัดแย้ง เราเป็นคนกลางก็เคลียร์ให้ทั้งสองฝ่ายเขาก็เคลียร์กัน เราคนกลางไม่มีทางรู้เลยว่าเขาเคลียร์กันเสร็จ สิ่งที่สะสมหรือคั่งค้างอยู่ในใจของทั้งสองคนมันออกมาหมดหรือยัง”

“ทุกอย่างดำเนินในทางแบบนี้มาตลอด เช่น เรือที่ไปอันดามันด้วยกัน คุณแม่ก็ไปดำน้ำด้วย มันเป็นปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียว จริงๆ สำหรับหวานคิดว่าน่าจะเคลียร์กันได้ ไม่น่าจะมีเรื่องจุดแตกหัก อย่างที่บอกเราไม่รู้ทั้งสองฝ่ายเขาสะสมอะไรในใจ ทำให้วันนั้นมันแข็ง แล้วก็หันหลังให้กัน เราเป็นคนกลางเราก็ดิ้นอยากให้เคลียร์กัน จนมันสุดทาง เลยมาคุยกับพี่กวาง จริงๆ มันเกิดก่อนวันที่โพสต์ มาคุยว่าเรายังไงกันดี เพราะเป็นปัญหาที่เราพยายามแก้แล้ว แต่มันแก้ไม่ได้”

“เราคบกันมีจุดมุ่งหมาย เราไม่ได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์ วันนั้นผ่านไปก็ตกลงว่าเราจะลดสถานะกัน เพื่อลดปัญหาเหล่านี้ที่เราแก้ไม่ได้ พออีกวันเรามาคุยว่ายังยืนยันเหมือนเดิมตัดสินใจร่วมกันแบบนี้มั้ย สรุปคือเรายังตัดสินใจร่วมกันแบบนี้อยู่ว่าเราจะลดสถานะ เขาเลยให้เกียรติหวานในการพูดก่อน เป็นสิ่งที่ทุกคนได้รับทราบวันนั้น”

“สำหรับเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายโพสต์แซะกัน จริงๆ ที่พี่กวางโพสต์ หวานเห็นมีข่าวคู่รักสายฟ้าแลบเลิกเพราะมีนักศึกษา เข้าไปดูในคอมเมนต์มีแต่คู่หวานเกือบทั้งนั้น หวานเลยแคปส่งให้พี่กวางดูทางไลน์ว่ามีคอมเมนต์ถึงพี่ ถ้าใช่ไม่ใช่ยังไงควรจะเคลียร์ออกมา จะได้ไม่เป็นประเด็น เราเลิกกันไม่เกี่ยวกับมือที่สาม หวานก็รู้สึกไม่ดีที่ถามเขา หวานรู้จักเขาดีว่าไม่มีอยู่แล้ว แต่ด้วยความเห็นคอมเมนต์ไม่อยากให้มาผูก อยากให้จบ เลยส่งไปให้เขาเคลียร์ เลยเป็นที่มาโพสต์ของพี่กวาง”

“ส่วนที่คุณแม่ออกมาแชร์คำคมรัวๆ หวานไม่ได้เล่นเฟซบุ๊ก แต่จะเป็นเรื่องขบขันในครอบครัว แซวคุณแม่ตลอดว่าชอบแชร์คำคมแบบนี้มาเป็นปีๆ แล้ว เขาเป็นคนสไตล์นี้อยู่แล้ว น้าใหม่เอง พี่กวาง เพื่อนพี่กวาง ที่ฟอลโลว์คุณแม่ก็จะรู้อยู่แล้ว เป็นลักษณะคุณแม่ชอบแชร์แบบนี้มาเป็นปีอยู่แล้ว”

“วันนั้นหวานตื่นมาหลังพี่กวางโพสต์ ก็มีคนส่งมาว่าตอนนี้มีประเด็นเรื่องคุณแม่โพสต์ เลยเดินไปถามคุณแม่ มีอันไหนพาดพิงถึงพี่กวางบ้าง เกี่ยวกับเรื่องนี้มั้ย คุณแม่บอกว่ามีทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยว อันที่เกี่ยวคืออันมารยาท เป็นต้นไป ทางคุณแม่กับครอบครัวหวานก็ต้องขอโทษด้วย ถ้าทำให้คนที่อ่านหรือทางพี่กวางไม่สบายใจ หวานต้องขอโทษด้วย”

“ถามว่าเลิกกันเพราะคุณแม่ใช่มั้ย ไม่ใช่เลิกกันเพราะคุณแม่ปัจจัยเดียว มันเกี่ยวกับปัญหาที่เราร่วมกันแก้ไข เราแก้ไขไม่ได้สักที เหมือนชีวิตคู่มีปัญหาบางอย่างที่ผ่านไปได้และไม่ได้ ปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ ก่อนที่เราจะโกรธกัน เราลดระดับลงก่อนดีกว่า ตอนนี้หวานกับพี่กวางก็ไม่ได้ทะเลาะกัน เป็นเพื่อนกัน เป็นคนที่ปรารถนาดีต่อกัน หวังดีต่อกัน ที่ผ่านมาหลายปีเราเริ่มจากความเป็นเพื่อน ณ วันนี้ เรายังมีความห่วงใย ปรารถนาดีให้กันตลอดเวลา ทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนไป”

“เวลากันทะเลาะกัน คุณแม่จะช่วย คุณแม่จะบอกมาตลอดว่าไม่อยากให้เลิก คุณแม่ให้สติ ทั้งหวง ทั้งห่วง ไม่เคยบอกให้เลิกเลย คุณแม่เป็นห่วงความสัมพันธ์ จะคอยบอกให้ลูกใจเย็นๆ เพราะคุณแม่ก็รักพี่กวาง พี่กวางก็ทราบ แต่แง่ทัศนคติบางอย่าง แรงกับแรง ความยากของหวานคือ หวานเป็นคนกลางที่หวานไม่สามารถคอนโทรลอะไรได้เลย”

“ถามว่าเราแต่งงานกันหรือยัง เรายังไม่ได้เป็นสามี ไปทำพิธีที่วัดบวรฯ อีก 1 เดือนจะแต่งงานมาเจอโควิดก่อน หลังโควิดพี่กวางกับหวานอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว เก็บเงินเก็บทอง พิธีเลยยังไม่ได้จัด เลยยังไม่ได้แต่งงาน เหตุการณ์นี้แค่อารมณ์ชั่ววูบมั้ย เราคบกันมานาน เชื่อว่าเราผ่านกระบวนการคิด การตัดสินใจร่วมกันอย่างดีมาแล้ว เราไม่มีทางเอาอารมณ์ชั่ววูบหรืออารมณ์ ณ เวลานั้นๆ เรารีเช็กแล้วว่านี่คือทางออกดีที่สุดร่วมกันเวลานี้ ตอนนี้ต่างคนหายใจหายคอใช้ชีวิตกันไป ไม่ได้โกรธกันคุยกันได้เหมือนเดิม บ้านก็อยู่ใกล้กัน 5 นาที”

“ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้หวานและพี่กวาง ขอโทษครอบครัวหวานด้วย น้าใหม่ ก็โดนพาดพิงไปด้วย ขอโทษคุณพ่อคุณแม่ ที่อาจจะต้องมาอยู่ในปัญหาของเด็กๆ แบบนี้ ขอโทษคุณพ่อคุณแม่และครอบครัวพี่กวางด้วย ที่เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นมา หวานขอโทษจริงๆ ที่ปัญหาของหวานมันรุงรังทำให้เกิดปัญหาโดนกระทบไปหมด”

พันจ่าเอก อดิศร จันทรวัฒน์ กับซิงเกิ้ลแรก ‘กินข้าวบ้านเธอ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763848

พันจ่าเอก อดิศร จันทรวัฒน์ กับซิงเกิ้ลแรก ‘กินข้าวบ้านเธอ’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.00 น.

พันจ่าเอก อดิศร จันทรวัฒน์ กับซิงเกิ้ลแรก ‘กินข้าวบ้านเธอ’
พันจ่าเอก อดิศร จันทรวัฒน์  หรือ ดีเจศร ประจำรายการ ‘NAVY TIME’  เรื่องดีดีประเทศไทยยามเช้า ทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือวังนันทอุทยาน (ส.ทร.วังนันทอุทยาน) FM93 เวลา 7-8 โมงเช้าทุกวัน จันทร์ ถึง อาทิตย์  และมีการ Live สดผ่านเพจ เสียงจากทหารเรือ และ เพจ THE STATES TIMES   

พันจ่าเอก อดิศร จันทรวัฒน์ (ดีเจศร) ระหว่างที่จัดรายการ เป็นดีเจอารมณ์ดีและชอบร้องเพลงระหว่างจัดรายการ มีการจัดรายการที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองจนทำให้แฟนคลับรายการถูกใจเป็นอย่างมาก ทั้งจัดรายการข่าวที่มีความสนุกสนาน และ ยังมีการ้องเพลง ออกอากาศ ให้แฟนคลับฟัง อยู่บ่อยๆ  รวมถึง การทำ ชาเลนจ์ติ๊กตอก ออกรายการอยู่บ่อยครั้ง อาทิ เช่น เทพสามตา นกกรงหัวจุก ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นการจัดรายการวิทยุรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร

ล่าสุด พันจ่าเอก อดิศร จันทรวัฒน์ ได้ออกซิงเกิ้ลแรก ‘กินข้าวบ้านเธอ‘ โดยเหล่าแฟนคลับ ที่รับฟังรายการ NEVY TIME ต่างพากันเข้าไปฟัง เพลง‘กินข้าวบ้านเธอ’ ของดีเจศร โดยต่างมีคอมเมนต์ เป็นเสียงเดียวกันว่า “เพลงเพราะ และติดหูง่ายมาก” ใครยังไม่ได้รับฟัง ไปฟังกันได้ที่ Link ด้วยบนเลยจ้า…… 

เป๊ะไม่เปลี่ยน! ‘ฌาร์ม ไอยวริญท์’สวมชุดว่ายน้ำอวดหุ่นสุดเป๊ะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763817

เป๊ะไม่เปลี่ยน! 'ฌาร์ม ไอยวริญท์'สวมชุดว่ายน้ำอวดหุ่นสุดเป๊ะ

เป๊ะไม่เปลี่ยน! ‘ฌาร์ม ไอยวริญท์’สวมชุดว่ายน้ำอวดหุ่นสุดเป๊ะ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.04 น.

สวยเป๊ะเหมือนเดิมจริงๆ สำหรับ “ฌาร์ม ไอยวริญท์ โอสถานนท์” ในวัย 36 ปี เจ้าของตำแหน่งมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2006 และรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ควบรางวัลรักษ์ความเป็นไทย ที่ล่าสุด เจ้าตัวได้สลัดผ้า สวมชุดว่ายน้ำ ระหว่างไปเที่ยวพักผ่อนที่จังหวัดกระบี่ เผยให้เห็นหุ่นสุดเป๊ะ เอวเอส แถมยังมีภาพอีกเซตในชุดบิกินีสีขาว แชะภาพอวดออร่า ทำเอาแฟนๆ ต้องกดไลค์แบบรัวๆ เลยทีเดียว

‘เป้ย ปานวาด’เสิร์ฟความแซ่บอีกครั้ง สวมบิกินีนั่งชิลริมชายหาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763684

'เป้ย ปานวาด'เสิร์ฟความแซ่บอีกครั้ง สวมบิกินีนั่งชิลริมชายหาด

‘เป้ย ปานวาด’เสิร์ฟความแซ่บอีกครั้ง สวมบิกินีนั่งชิลริมชายหาด

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.15 น.

18 ต.ค.66 เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงสาวสวยตลอดกาล สำหรับ “เป้ย ปานวาด” ที่ตอนนี้เป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว แต่ด้านความแซ่บความเซ็กซี่นั้นก็ไม่มีแผ่วเลย ล่าสุด สาวเป้ย ได้เผยภาพชุดบิกินี่ริมทะเลที่ภูเก็ตอีกครั้ง ขณะสาวเป้ยนั่งพักผ่อนชิล ๆ อยู่ริมชายหาด พร้อมแคปชั่น “ลูกไม่ถ่ายรูปให้แล้วค่ะ” ทำเอาแฟนๆ ใจหวิวไปตามๆ กันเลยทีเดียว 

.-011

กอช. จัดดวล เพลง ‘ออมกับ กอช.’ รอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763665

กอช. จัดดวล เพลง ‘ออมกับ กอช.’ รอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

กอช. จัดดวล เพลง ‘ออมกับ กอช.’ รอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.22 น.

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จัดกิจกรรมการประกวดแต่งเพลง ‘ออมกับ กอช.’ รอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท เพื่อมุ่งขับเคลื่อนส่งเสริมการออมกับ กอช. ผ่านผลงานเพลง ในการสร้างการรับรู้ให้ประชาชน และกลุ่มเป้าหมายของ กอช. ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนการเงินเพื่ออนาคต ณ ลานอีเดน ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์ 

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ กล่าวว่า กอช. จัดกิจกรรมการประกวดแต่งเพลง ‘ออมกับ กอช.’ ขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของ การวางแผนเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินเพื่ออนาคต โดยเริ่มวางแผนการออมกับ กอช. ได้ตั้งแต่วัยเรียน ซึ่งเป็นวัยที่ต้องปลูกฝังให้เห็นความสำคัญของการออมเพื่ออนาคต นอกจากการหยอดกระปุกออมสิน และให้เข้ากับสถานการณ์และเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทันสมัย ซึ่งนักเรียนที่มีสิทธิในการออมกับ กอช. ได้เพียงมีอายุ 15 ปีขึ้นไป ออมต่อเนื่องจนถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ออมเริ่มต้นเพียง 50 บาท สูงสุด 30,000 บาท/ปี ในเดือนถัดไปจะได้รับเงินเพิ่ม สูงสุด 100% หรือ ไม่เกิน 1,800 บาท/ปี ซึ่งในการสมัครและส่งเงินออมสะสม สามารถทำได้ผ่านสมาร์ทโฟนของตนเอง ในแอปพลิเคชัน ‘กอช.’ และไลน์ กอช. ‘@nsf.th’ ซึ่งกิจกรรมการประกวดแต่งเพลง ‘ออมกับ กอช.’ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทำให้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดฯ กว่า 218 ผลงานเพลง โดยคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกผลงานในรอบต่าง ๆ จนเข้าสู่การรแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 5 ผลงานเพลง ซึ่งคณะกรรมการตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรี ได้แก่ คุณสถาปัตย์ ธีรนิตยภาพ (คุณตั้ม – โมโนโทน), คุณรักษ์พล รักขนาม (คุณพีช วง The Peachband / วง Anything Else), คุณสันติสุข ธรรมบันเทิง (คุณเจ โปรดิวซ์เซอร์จากค่ายเซิ้ง มิวสิค / ไทบ้าน), คุณอัคราวิชญ์ พิริโยดม หัวหน้าสาขาวิชาดนตรีสมัยนิยมวิทยาลัย ดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล (คุณเช่ วงเดอะริชแมนทอย) และผู้แทนจาก กอช. คุณจรณ์ ณ ระนอง โดยมีผู้ที่ได้รับรางวัลการประกวดแต่งเพลง ‘ออมกับ กอช.’ แต่ละประเภท ดังนี้ 

รางวัลชนะเลิศ จำนวน 1 รางวัล (เงินรางวัล 100,000 บาท) ได้แก่ เพลง ต้นไม้ใหญ่ แต่งโดย คุณธนภัทร เหลืองธาตุทอง 

รางวัลรองชนะเลิศ จำนวน 2 รางวัล (เงินรางวัลละ 50,000 บาท) ได้แก่ เพลง มาสิ มาออมกับ กอช แต่งโดย คุณฐิติกร เหตุทอง และเพลง ออมเงินกับ กอช แต่งโดย คุณโกศัลย์ จันทร์คา 

รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล (เงินรางวัลละ 30,000 บาท) ได้แก่ เพลง ออมเงินกับ กอช  แต่งโดย คุณรณกฤต กล่อมวิเศษ และเพลง ปรัชญารังนกกระจาบ แต่งโดย คุณพีรพัฒน์ คงเพ็ชร 

รางวัล Popular Vote จำนวน 1 รางวัล (เงินรางวัล 20,000 บาท) ได้แก่ เพลง มาสิ มาออมกับ กอช แต่งโดย คุณฐิติกร เหตุทอง ซึ่งเป็นผลงานที่มีจำนวนยอดผู้ชมผ่านสื่อออนไลน์ในแอปพลิเคชัน Tiktok มียอดผู้กดหัวใจสูงที่สุด 

ทั้งนี้ กอช. ต้องขอขอบคุณผู้ที่ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดแต่งเพลง ‘ออมกับ กอช.’ ทุกท่านที่ให้ความสนใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยได้เข้าถึงการออมเงินกับ กอช. สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลทุกรางวัล สามารถติดตามชมได้ที่ เว็บไซต์ กอช. ‘www.nsf.or.th’ และเฟซบุ๊ก ‘กองทุนการออมแห่งชาติ – กอช.’ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนเงินออม โทร. 02-049-9000 “คุณออม    รัฐช่วยออม คุณได้บำนาญ” 

สลัดลุคนางร้าย! ‘กิ๊ก สุวัจนี’อวดลุคสุดเกาหลี สวยสะพรั่งในวัย 48 กะรัต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/763658

สลัดลุคนางร้าย! 'กิ๊ก สุวัจนี'อวดลุคสุดเกาหลี สวยสะพรั่งในวัย 48 กะรัต

สลัดลุคนางร้าย! ‘กิ๊ก สุวัจนี’อวดลุคสุดเกาหลี สวยสะพรั่งในวัย 48 กะรัต

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.52 น.

18 ต.ค.66 เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย สำหรับนางร้ายตัวแม่ อย่าง “กิ๊ก สุวัจนี” ที่แม้จะอายุ 48 แล้วแต่ยังคงความสวยสะพรั่งเหมือนเดิมจริงๆ ล่าสุด เจ้าตัวได้ออกมาอวดลุคเกาหลีเกาใจ โพสต์ภาพความสวยปังแบบสไตล์เกาหลี โชว์ทั้งหน้าสวยเป๊ะ ดูเปล่งปลั่งสุดๆ พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “มัมโคเรีย #kiksuwatjanee #กิ๊กสุวัจนี Make up @tangmomakeup Hair @zam_zambe”

.-011