‘เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย ครั้งที่ 24’ คัดสรรเมนูอาหารเจระดับตำนานและสไตล์โมเดิร์น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763491

‘เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย ครั้งที่ 24’ คัดสรรเมนูอาหารเจระดับตำนานและสไตล์โมเดิร์น

‘เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย ครั้งที่ 24’ คัดสรรเมนูอาหารเจระดับตำนานและสไตล์โมเดิร์น

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ พันธมิตรธุรกิจ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน), ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จัดงาน “The Mall Lifestore Legendary J-Fest เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย ครั้งที่ 24” รวบรวมสุดยอดอาหารเจเลื่องชื่อไว้ในงานเดียวกว่า 150 ร้านค้าชื่อดังกว่า 1,000 เมนู รวมที่สุดร้านอาหารเจดั้งเดิมชื่อดัง เจสไตล์โมเดิร์น รวมทั้งเมนูวีแกนสำหรับคนรักสุขภาพและร้านอาหารชั้นนำของศูนย์การค้าไว้ในงานเดียว ตั้งแต่วันที่ 15-23 ตุลาคม 2566 ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางกะปิและเดอะมอลล์ โคราช

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “เทรนด์ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนรักสุขภาพให้ความสำคัญกับเทศกาลกินเจมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งอาหารเจมีรสชาติความอร่อยและมีเมนูอาหารเจที่หลากหลายทำให้เพิ่มทางเลือกให้กับคนกินเจมากขึ้น อาหารเจจึงไม่จำเจมีการคิดค้น พัฒนาวัตถุดิบต่างๆ ทดแทนเนื้อสัตว์ที่มีสารอาหาร ครบครันมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย เทศกาลเจปีนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมสืบทอดประเพณีถือศีลกินเจ พร้อมตอกย้ำความเป็นที่สุดของผู้นำการจัดงานเทศกาลอาหารเจอย่างยิ่งใหญ่ที่ลูกค้าและคนกินเจทั่วไปให้การตอบรับอย่างดีและตั้งตารอคอยเลือกซื้ออาหารเจในงานของเราต่อเนื่องทุกปี ชวนร่วม อิ่มอร่อย อิ่มบุญกับ งาน “The Mall Lifestore Legendary J-Fest เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย ครั้งที่ 24” รวบรวมสุดยอดอาหารเจเลื่องชื่อไว้ในงานเดียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยุทธจักรเจสองภพ” อิ่มเจอิ่มใจ GEN ไหนก็มา ตอบรับไลฟ์สไตล์คนกินเจทุกเจเนอเรชั่น โดยย้อนตำนานอาหารเจต้นตำรับสู่ยุคปัจจุบันคัดสรรเมนูอาหารเจชื่อดังระดับตำนานจากภัตตาคาร ร้านอาหารชั้นนำและร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังทั่วกรุง พบกับเมนูเจจาก “ร้านอาหารเจดั้งเดิม” ที่เดอะมอลล์ครั้งแรก อาทิ ยิ้ม ยิ้ม ภัตตาคาร, ภัตตาคารตั้งใจอยู่,หยู่อี่เจ-หรูหยี่ เพื่อสุขภาพ, ยำเกี่ยมฉ่ายเจ๊แดง เยาวราช และ ฉางโซ่วรวมทั้ง เมนูเจจาก “ร้านอาหารเจสไตล์โมเดิร์น” ที่เดอะมอลล์ครั้งแรก อาทิ Absolute Plant, CANES, Meat Avatar, VIBE Coffee & Plant-Based Food และหลากหลายเมนูอาหารเจโมเดิร์น สำหรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่และร้านอาหารชั้นนำของศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์”

อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มอร่อย สุขภาพดีในงาน “The Mall Lifestore Legendary J-Fest เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย ครั้งที่ 24” ตั้งแต่วันนี้-23 ตุลาคม 2566 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook The Mall Thailand และ https://www.themall.co.th/th/events/304

TOA น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 เนื่องใน ‘วันนวมินทรมหาราช’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763501

TOA น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 เนื่องใน ‘วันนวมินทรมหาราช’

TOA น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง ร.9 เนื่องใน ‘วันนวมินทรมหาราช’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2566 บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA โดย ประจักษ์- ละออ ตั้งคารวคุณ ประธานและรองประธานกรรมการบริษัทฯ พร้อมด้วย จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทฯ และพนักงาน ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน“วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2566 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อปวงประชาและผืนแผ่นดินไทยอย่างหาที่สุดมิได้

นอกจากนี้ในช่วงเช้าได้เข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 189 รูป โดยมี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และภริยา เป็นประธานในพิธี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ประจำปี 2566 พร้อมทั้งมีคณะรัฐมนตรี หน่วยงานราชการ สมาคม มูลนิธิ และภาคเอกชนเข้าร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง ที่บริเวณท้องสนามหลวง

สำหรับวันที่ 13 ตุลาคมปีนี้เป็นวันแห่งการเสด็จสวรรคตครบ 7 ปี หรือเรียกว่า “สัตตมวรรษ” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กำหนดชื่อวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรว่า “วันนวมินทรมหาราช” ซึ่งรัฐบาลจึงได้กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของ ทุกปีเป็น “วันนวมินทรมหาราช”

คิง เพาเวอร์ รวมพลังสร้างความเป็นหนึ่งใจเดียวกัน จัดกิจกรรม ‘ให้โลหิต ให้ชีวิต’ ครั้งที่ 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763429

คิง เพาเวอร์ รวมพลังสร้างความเป็นหนึ่งใจเดียวกัน  จัดกิจกรรม ‘ให้โลหิต ให้ชีวิต’ ครั้งที่ 3

คิง เพาเวอร์ รวมพลังสร้างความเป็นหนึ่งใจเดียวกัน จัดกิจกรรม ‘ให้โลหิต ให้ชีวิต’ ครั้งที่ 3

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และ มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภา รำลึกครบรอบ 5 ปี ถึง วิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ที่มีหัวใจแห่งการให้ไม่มีที่สิ้นสุด สานต่อปณิธานแห่ง “การให้” สู่การสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรม“ให้โลหิต ให้ชีวิต” ครั้งที่ 3 นำโดย อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, วรมาศ ศรีวัฒนประภา รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ด้านการตลาด, อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฏิบัติการและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ด้านการสนับสนุนองค์กร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และ รวิ อิทธิระวิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มัลติพลาย บาย เอท จำกัด พร้อมด้วยพนักงานทุกสาขาทั่วประเทศ แสดงพลังสร้างความเป็นหนึ่งใจเดียวบริจาคโลหิตส่งต่อคุณค่าร่วมกันในสังคมและร่วมเป็นผู้ที่มีหัวใจแห่งการให้ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และ มูลนิธิ วิชัย ศรีวัฒนประภาตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคและจัดหาโลหิตเพื่อนำไปช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่ต้องการความช่วยเหลือ พร้อมรวมพลังแห่งความเป็นไปได้ของพนักงานร่วมกันบริจาคโลหิตมากกว่า 400,000 ซีซี ส่งมอบให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อส่งต่อชีวิตและส่งต่อลมหายใจสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทั่วประเทศ

SIAM PIWAT Run Forest Run วิ่งลดคาร์บอนเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763490

SIAM PIWAT Run Forest Run  วิ่งลดคาร์บอนเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ

SIAM PIWAT Run Forest Run วิ่งลดคาร์บอนเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกเจ้าของและผู้บริหารสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์สยามดิสคัฟเวอรี่หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยามพรีเมี่ยมเอาท์เล็ต กรุงเทพ เดินหน้าตอกย้ำผู้นำการพัฒนาจุดหมายปลายทางระดับโลกสู่ความยั่งยืนผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน นำโดยกรุงเทพมหานคร และเวอร์จิ้นแอ็คทีฟ (Virgin Active) คลับออกกำลังกายระดับโลก จัดงาน SIAM PIWAT Run Forest Run ชวนทุกคนร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดีด้วยการวิ่งสะสมระยะทางบนลู่วิ่งใจกลางเมือง ณ สยามเซ็นเตอร์ และวิ่งสะสมระยะทางจากที่ใดก็ได้ (Virtual Run) โดยสามารถส่งผลวิ่งได้ทาง Thaifit แพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับทุกๆ หนึ่งกิโลเมตรของการวิ่งเปลี่ยนเป็นต้นไม้ 1 ต้น เพื่อมอบให้กับโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น โดยกรุงเทพมหานคร ผู้สนใจสามารถร่วมวิ่งสะสมระยะทางได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566

SIAM PIWAT Run Forest Run เป็นหนึ่งกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้โครงการ Citizen of Earth by Siam Piwat ซึ่งเป็นเป้าหมายของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนเมืองต้นแบบมุ่งสู่เป้าหมายองค์กรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เป็นศูนย์กลางที่ใส่ใจฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมใจกลางเมือง ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้คน ชุมชน ได้ตระหนักถึงการให้ความสำคัญในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนับสนุนจากพันธมิตรภาครัฐและเอกชน อาทิ Puma Saucony และ Canon

สำหรับผู้สนใจร่วมกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดีโดยการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ในกิจกรรม SIAM PIWAT Run Forest Run สามารถมาร่วมวิ่งสะสมระยะทางบนลู่วิ่งไฟฟ้า ณ บริเวณชั้น G สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์นอกจากนั้น ยังสามารถร่วมสะสมระยะทางผ่านทางออนไลน์ด้วยการวิ่งจากที่ใดก็ได้ (Virtual Run) ทั้งจากที่บ้าน สนามกีฬา สวนสาธารณะ ลู่วิ่ง ฯลฯ แล้วส่งผลการวิ่งพร้อมสะสมระยะทางผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ https://thai.fit/c/RFR2023 ระยะทางการวิ่งทุกๆ 1 กิโลเมตรเท่ากับต้นไม้ 1 ต้น โดยสามารถร่วมสะสมระยะทางได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 รวมระยะเวลาการสะสมทั้งสิ้น 1 เดือน จากนั้นจะนำยอดระยะทางการสะสมของผู้ร่วมกิจกรรมทั้งหมดมาเปลี่ยนเป็นจำนวนต้นไม้ และนำไปมอบให้กับโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น โดยกรุงเทพมหานคร

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า ONESIAM SuperApp ที่ร่วมวิ่งสะสมระยะทาง เพียงเปิดแอปพลิเคชั่น ONESIAM SuperApp จะได้รับการสะสมระยะทางวิ่งคูณสองเท่า พร้อมกับจะได้มีส่วนร่วมช่วยสะสมจำนวนต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับกรุงเทพมหานครมากขึ้นอีก 2 เท่า พร้อมรับบัตรกำนัล STARBUCKS มูลค่า 100 บาท สำหรับลูกค้า ONESIAM SuperApp ที่วิ่งสะสมระยะทางครบ 5 กิโลเมตร 150 ท่านแรก

นอกจากจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการมีสุขภาพที่ดีแล้ว ผู้ร่วมกิจกรรมวิ่งสะสมระยะทางทุกคนยังได้รับสิทธิพิเศษในการร่วมรับของรางวัลจากองค์กรพันธมิตรต่างๆ ที่สนับสนุนกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ สมาชิกฟิตเนส รายเดือนพร้อมของที่ระลึกจาก Virgin Active, รองเท้ากีฬาและสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากแบรนด์ PUMA และ SAUCONY, ผลิตภัณฑ์จาก Canon เมื่อวิ่งสะสมระยะทางตามเงื่อนไขที่กำหนด พิเศษ! สำหรับผู้ร่วมกิจกรรมวิ่งสะสมระยะทางบนลู่วิ่งไฟฟ้าณ บริเวณชั้น G สยามเซ็นเตอร์เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ จะได้รับต้นไม้พร้อมปุ๋ยอินทรีย์จากกาแฟคนละ 1 ชุด และยังได้รับสิทธิ์ในการร่วมรับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกด้วย

พบกับกิจกรรมรักษ์โลกและส่งเสริมสุขภาพสุดสร้างสรรค์กับงาน “SIAM PIWAT Run Forest Run” ภายใต้โครงการ Citizen of Earth by Siam Piwat ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ณ บริเวณชั้น G สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร.02-6108000

APCO ตั้งเป้าคนไทยชีวี 100 ปี มีสุขด้วยนวัตกรรมไทย ‘วัฒนชีวา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763497

APCO ตั้งเป้าคนไทยชีวี 100 ปี มีสุขด้วยนวัตกรรมไทย ‘วัฒนชีวา’

APCO ตั้งเป้าคนไทยชีวี 100 ปี มีสุขด้วยนวัตกรรมไทย ‘วัฒนชีวา’

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพื่อตอกย้ำถึงจุดมุ่งหมายในการที่จะช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO โดย ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหัวหน้าคณะนักวิจัยฯ จึงได้นำเสนอผลของการศึกษาวิจัยกว่า 50 ปี ซึ่งเป็นนวัตกรรมของคนไทย นั่นคือ“วัฒนชีวา” ที่สามารถชะลอวัย ย้อนวัยสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันมะเร็ง และส่งเสริมสร้างเสริมสุขภาพคนไทย พร้อมประกาศ ตั้งเป้าคนไทยชีวี 100 ปี มีสุข ด้วยนวัตกรรมไทย “วัฒนชีวา”

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา เปิดเผยว่า นวัตกรรม “วัฒนชีวา” คือความสำเร็จของคนไทย เป็นนวัตกรรมอันทรงคุณค่าจากงานวิจัยของคนไทยที่คิดค้นพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบในการสร้างภูมิคุ้มกันบำบัด สำหรับผู้ป่วยเอชไอวีและมะเร็งที่ใช้วิทยาการล่าสุดผลิตจากสารสกัดเสริมฤทธิ์จากพืชธรรมชาติไทย 5 ชนิด ได้แก่ มังคุด งาดำ ถั่วเหลือง ฝรั่ง ใบบัวบก ให้ทำงานกับเม็ดเลือดขาวสร้างภูมิคุ้มกันที่สมดุลผลที่ได้หลังจากการบริโภค ปรากฏว่าผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงผิวพรรณดีขึ้น จึงได้ทำการศึกษาต่อเนื่อง พบว่าสารสกัดที่ได้ไปกระตุ้นเทโลเมอเรสเพิ่มความยาวเทโลเมียร์ ช่วยปกป้องโครโมโซมไม่ให้ถูกทำลายส่งผลให้ช่วยชะลอวัยย้อนวัยได้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.8 ปี ผู้บริโภคสุขภาพดีและแข็งแรงขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรค NCDs อาทิ โรคหลอดเลือดสมองโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ไตวาย ตับแข็ง สมองเสื่อม เป็นต้น และยังพบว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันกระตุ้นเซลล์ T พิฆาตที่สามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งได้ และยังสามารถลดอาการของ Long COVID ได้อีกด้วย นับว่าเป็นการค้นพบที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการดูแลสุขภาพอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย รศ.ดร.ศิริพร ตันติโพธิ์พิพัฒน์ ได้รับทำวิจัยในคนศึกษาประสิทธิภาพของวัฒนชีวาภายใต้งานวิจัยชื่อ “การศึกษาผลของการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสูตรผสมเสริมฤทธิ์ของสารสกัดจากพืชกินได้ 5 ชนิด ต่อความยาวของเทโลเมียร์ในผู้ใหญ่” เป็นการศึกษาในอาสาสมัครจำนวน 32 คน เป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ ผลการศึกษาประสบความสำเร็จและน่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งจะนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างเสริมสุขภาพประชากรไทยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญพบว่าการรับประทานวัฒนชีวาวันละ 5 แคปซูล ให้ผลสอดคล้องกับผลการศึกษาที่คณะวิจัยของ APCO ได้รายงานไว้ในเบื้องต้น อย่างไรก็ตามผลการศึกษาโดยละเอียดจะเผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอการตีพิมพ์

ผลงานวิจัย “วัฒนชีวา” นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของบริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APCO และทีมนักวิจัยคนไทยที่สร้างนวัตกรรมด้านสุขภาพสร้างคุณประโยชน์ช่วยทำให้ประชากรโลกที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ มีสุขภาพร่างกายสดชื่นแข็งแรงใช้ช่วงเวลาเกษียณได้อย่างมีความสุขและสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติกำหนดให้ทุกวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นวันผู้สูงอายุสากล ทาง APCO จึงเชิญชวนคนไทยทุกวัยดำเนินชีวิตที่ทำให้ชีวิตยืนยาว (Longevity) เป้าหมายคือ ทำให้อ่อนเยาว์สุขภาพแข็งแรงและมีชีวิตยืนยาวยิ่งขึ้น จึงกำหนดให้เป็น “วันวัฒนชีวาสากล” ตั้งเป้าคนไทยชีวี 100 ปี มีสุข ด้วยนวัตกรรมไทย“วัฒนชีวา” เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดูแลตนเองและสังคมได้อย่างมีความสุขอย่างยั่งยืน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมวัฒนชีวาHotline : 1154 โทร.02-6464899 www.mylife100club.com Facebook : ชีวี100ปีมีสุข LINE : @mylife100society

คุณแหน : 18 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763481

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ด้วยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มูลนิธิภูมิพโลภิกขุกำหนดจัดงานบำเพ็ญกุศล“วันภูมิพโลภิกขุ”เพื่ออุทิศกุศลถวาย 20 ต.ค. 10.30 น. ณ พระอุโบสถวัดสระเกศฯ ฐิระวัตร กุลละวณิชย์รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ ระพินทร์ จารุดุล กจก.เชิญกก.ร่วมงาน..

ll ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเกียรติคุณ แก่นักศึกษา ปธพ. รุ่นที่ 10 ที่สำเร็จการศึกษาจำนวน 143 คน โดยมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว,นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์,วิทวัส ชัยภาคภูมิ,ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์,พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ ร่วมด้วย..

ll ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ส่งเสริมสินค้าและบริการดีศรีราชา-ชลบุรีโดยมี พระธรรมวชิราลังการ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ ส่งเสริมให้ปชช.และผู้ประกอบการรายย่อยได้นำสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่นเข้ามาจำหน่ายในศูนย์ฯ ซึ่งนำร่องใน อ.ศรีราชา เป็นแห่งแรกและจะมีการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมสินค้าและบริการในอำเภออื่นๆ ต่อไป..

ll รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปธ.กก.คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ(NIA)มอบรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566 ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ ประเภทการออกแบบบริการ ในผลงาน Max Enterprise Connect ของ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด(PTG)โดยมี ดร.วัลภา สันติธรรมารักษ์ เป็นผู้แทนรับโล่เชิดชูเกียรติ..

ll ทวี ปิยะพัฒนา พร้อมเพื่อนๆ วตท.14 เช่น ศ.กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ,พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี,รสริน เธียรนุกุล,วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ,บุญชัย ปัณฑุรอัมพร ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ พัฒน์พงษ์ รักพงษ์ไพโรจน์ บิดา วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์..

ll ประภา ปูรณโชติ พาน้องสาว ประภัสสร ปูรณโชติ ไปไหว้พระธาตุลำปางหลวงและพระธาตุดอยสุเทพเนื่องในวันคล้ายวันเกิด งานนี้ ประพิม บริสุทธิ์ และ ลภัสสร์ญา สุวรรณรัตน์ ร่วมไปด้วย..

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บจ.สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น ที่ได้รางวัลนักศึกษาเก่าดีเด่น ด้านวิศวกรหญิงดีเด่น คณะวิศวฯ มช. จากมูลนิธินักศึกษาเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่..

ll ยามนี้ ประภาพรรณ เวลเซอร์ ไปฉลอง วันเกิดให้ลูกสาวฝาแฝด ลลิณา-อลิสสา เวลเซอร์ ที่อังกฤษ 10 วัน..

ll ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร ได้ฉลองวันเกิดกับครอบครัวในทริปท่องเที่ยวจอร์เจีย และได้บริจาคช่วยคนพิการอย่างต่อเนื่องทุกปี..

ll ภัทธิรา หาญสกุล แท็กทีมพาเพื่อนร่วมแก๊งรักจะเที่ยว มนัสชนก ลิ้มจำรูญ,ณัชณิชา อัครทรงธรรม และ นิรชา สุราวุธ ไปหาอากาศเย็นที่สวิตเซอร์แลนด์ส่วน สุขสันต์ อัครวงศธร สมาชิกอีกคนแยกแก๊งไปเที่ยวต่างหาก..

ll ขอแจ้งข่าวศิษย์เก่า มช. ว่า ประเพณีนำนักศึกษาใหม่ขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ ประจำปีการศึกษา 2566(ประเพณีรับน้องขึ้นดอย)จะจัดขึ้น 18 พ.ย. ใครจะไปร่วมเดินเตรียมฟิตซ้อมให้พร้อม..ll
 

น้องใหม่

เปิดตัวเว็บไซต์ Thailand Leadership พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763487

เปิดตัวเว็บไซต์ Thailand Leadership  พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำ

เปิดตัวเว็บไซต์ Thailand Leadership พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำ

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิเอเชีย ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ, กรุงเทพมหานคร, สถานทูตออสเตรเลีย และเหล่าพันธมิตร ได้จัดงานเปิดตัว www.Thailandleadership.org เว็บไซต์พัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของ ผอ.โรงเรียน นำเสนอทักษะที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ในรูปแบบของข่าวสาร งานวิจัย บทความ คลิปวีดีโอพอดแคสต์ สารคดี ฯลฯ ซึ่งภายในงานได้จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “ผู้นำกับความสำเร็จของโรงเรียน” โดย รศ.ดร.พร้อมพิไล บัวสุวรรณ นักวิชาการและผู้ร่วมจัดทำเว็บไซต์ พร้อมเผยถึงเรื่องการจัดทำวอดแคสต์ ซึ่งเป็นคลิปวีดีโอสัมภาษณ์ผู้นำสถานศึกษาในบริบทต่างๆ อย่างน่าสนใจ

รศ.ดร.พร้อมพิไล บัวสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการบริหารการศึกษา ม.เกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้ร่วมจัดทำเว็บไซต์ ได้กล่าวในงานเสวนาเรื่องผู้นำทางวิชาการ และกล่องดำทางการศึกษา ในหัวข้อผู้นำกับความสำเร็จของโรงเรียน และการจัดทำวอดแคสต์ว่า ในปัจจุบันประเทศต่างๆ ได้ให้ความสำคัญกับภาวะผู้นำทางวิชาการ โดยเฉพาะในประเทศที่ประสบความสำเร็จทางด้านการศึกษา อาทิ ประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย แต่สำหรับประเทศไทยภาวะผู้นำทางวิชาการยังไม่มีการพูดถึงมากนัก แม้จะมีการสอนในเรื่องนี้บ้างก็ตาม และยังไม่แน่ใจว่ามีความเข้าใจตรงกับคอนเซ็ปต์ที่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจากการทำงานวิจัยในส่วนของวอดแคสต์ ได้มีการเก็บข้อมูลจากการพูดคุยกับผู้บริหารการศึกษา 8 ท่าน ที่มาจากโรงเรียนต่างสังกัด ครอบคลุมทั้งโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้อง ถิ่น, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.), สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม ศึกษา กรุงเทพมหานคร (สพป.กทม.) และโรงเรียนเอกชนโดยมีความหลากหลายทั้งในเรื่องเพศ เพราะในงานวิจัยค้นพบว่าปัจจัยทางเพศกับภาวะผู้นำ มีความสัมพันธ์กันอยู่ และยังมีความหลาก หลายของระดับอายุ ช่องว่างระหว่างวัย การยอมรับจากชุมชน การตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ถ้าผู้บริหารมีภาวะผู้นำ กล้าคิดกล้าตัดสินใจ กล้าเปลี่ยน แปลง ก็จะส่งผลต่อความสำเร็จของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง 

ด้าน ดร.รัตนา แซ่เล้า เจ้าหน้าที่โครงการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและวิจัย มูลนิธิเอเชีย ได้กล่าวว่า “เว็บไซต์ Thailand Learning มีที่มาจากโครงการวิจัยเรื่องจากความท้าทายสู่คุณภาพการศึกษาของประเทศไทย : กฎระเบียบ การบริหารทรัพยากร และความเป็นผู้นำ ในปี พ.ศ.2561-2564 ที่ได้มุ่งเน้นศึกษาโครงสร้างและบทบาทของ “ตัวกลาง” ระหว่าง “ผู้กำหนดนโยบายการศึกษาของชาติ” และ “ผลผลิตทางการศึกษา” นั่นคือ“ผู้อำนวยการสถานศึกษา” ในฐานะ “กล่องดำทางการศึกษา” หรือ “แกนหลักผู้สื่อสารถ่ายทอดนโยบาย” บทสรุปที่ได้คือผู้อำนวยการโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จะต้องมีบทบาทเป็นผู้นำทางวิชาการ โดยภายในเว็บไซต์จะประกอบด้วย 3 เมนูหลัก คือ 1.ลงมือปฏิบัติ 2.พัฒนาวิชาการ และ 3.สร้างสรรค์งานวิจัย จัดทำโดยนักวิชาการที่มีชื่อเสียง รวบรวมข้อมูลเชิงลึกรอบด้าน โดยคาดหวังว่าจะเป็นคลังความรู้ออนไลน์ด้านการศึกษา ที่ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ ผลักดันนวัตกรรมล้ำสมัย เพื่อเชื่อมต่อชุมชนผู้นำทางวิชาการ โดย ผอ.โรงเรียน และผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่ www.Thailandleadership.org ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

ศรีทองพาณิชย์ เปิดตัว Frederique Constant คอลเลคชั่น Highlife 5 รุ่นเรือนเวลาหรู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763502

ศรีทองพาณิชย์ เปิดตัว Frederique Constant  คอลเลคชั่น Highlife 5 รุ่นเรือนเวลาหรู

ศรีทองพาณิชย์ เปิดตัว Frederique Constant คอลเลคชั่น Highlife 5 รุ่นเรือนเวลาหรู

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ศรีทองพาณิชย์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์หรูจากทั่วทุกมุมโลก นำโดย วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล กรรมการผู้จัดการ และ ศรินญา มหาดำรงค์กุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด จัดงานเปิดตัวเรือนเวลา 5 รุ่นพิเศษ Frederique Constant คอลเลคชั่น Highlife นาฬิกาแบรนด์หรูจากสวิตเซอร์แลนด์ Highlife ภายใต้ชื่องาน “The World of Highlife: Unveiling the Highlife Collection” โดยมี 2 แขกรับเชิญ ดร.ปราโมทย์ เหรียญเจริญสุข ผู้ก่อตั้ง IAMWATCH กูรูนาฬิกา มาแนะนำจุดเด่นของเรือนเวลารุ่นต่างๆ พร้อมด้วยนางเอกสาว ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช มาร่วมพูดคุยถึงความประทับใจใน Frederique Constant คอลเลคชั่น Highlife ในบรรยากาศของการจิบน้ำชายามบ่ายพร้อมชมความงามของเรือนเวลา ณ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2566

ศรินญา มหาดำรงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ศรีทองพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า Highlife Collection เป็นการนำเอาความสำเร็จของดีไซน์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่น Highlife เมื่อปี 1999 นำมาพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นเรือนเวลาที่โดดเด่นเข้ากับยุคสมัย ด้วยจุดเด่นสายนาฬิกาแบบ interchangeable ที่ให้ความสะดวกในการถอดเปลี่ยนสายให้เข้ากับทุกโอกาสของผู้สวมใส่ไม่ว่าจะเป็นลุคเรียบหรูคลาสสิก หรือลุคสปอร์ตในวันสบายๆ ซึ่งน่าจะถูกใจคนรักเรือนเวลาและมีแฟชั่นอยู่ในหัวใจ ได้สนุกสนานกับการแต่งตัวมากขึ้น”

สำหรับ Frederique Constant คอลเลคชั่น Highlife ทั้ง 5 รุ่น ที่นำมาจำหน่ายในประเทศไทย ประกอบด้วย

Highlife Tourbillon Perpetual Calendar Manufacture ผลิตเพียง 30 เรือนทั่วโลก ซึ่งมีเพียง 1 เรือนในประเทศไทย เท่านั้น ตัวเรือนสีโรสโกลด์หรู มาพร้อมกลไล in-house FC-975 กับ 188 ชิ้นส่วนกลไกทำงานสำหรับทั้งฟังก์ชั่นการบอกเวลาและฟังก์ชั่นปฏิทินถาวร แสดงวัน เดือน และปีอธิกสุรทิน หน้าปัดเผยให้เห็นความสวยงามกลไกแบบทูร์บิญอง (Tourbillon) อันสลับซับซ้อนที่หน้าต่างบริเวณ 6 นาฬิกา มาพร้อมสายหนังจระเข้สีน้ำเงิน Navy Blue และสายยางสีน้ำเงิน Navy Blue เช่นเดียวกัน รุ่น Highlife Worldtimer Manufacture อีกหนึ่งรุ่นที่ ได้รับความนิยมตลอดกาล ถูกนำมาบอกเล่าผ่านคอลเลคชั่น Highlife ได้อย่างลงตัว กลไกแบบ in-house FC-718 ฟังก์ชั่น Worldtimer สามารถแสดงเวลาในไทม์โซนต่างๆ ทั่วโลก ด้วยสเกล Worldtimer แสดงชื่อเมือง 24 ทั่วโลกและเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ที่สามารถปรับตั้งผ่านเม็ดมะยมเพียงเม็ดเดียว หน้าปัดสลักรูปโลกอันเป็นเอกลัษณ์ มาพร้อมทั้งสายหนังและสายยาง ที่นักเดินทางสามารถเลือกเปลี่ยนให้เข้ากับทุกสถานที่และทุกสถานการณ์ได้อย่างง่ายดาย

รุ่น Highlife Perpetual Calendar Manufacture จุดเด่นของรุ่นนี้คือการออกแบบหน้าปัดนาฬิกาเป็นครั้งแรกด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินเทาเข้ม ซึ่งเป็นสีที่ทันสมัยที่สุดในการผลิตนาฬิการ่วมสมัยและสัญลักษณ์ของความกลมกลืนของสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทะเลท้องฟ้าและอวกาศ นอกจากนี้ตำแหน่งแสดงวันที่ เดือน และปีอธิกสุรทินทั้งหมดบนหน้าปัดเดียว ให้ลุคสปอร์ตด้วยสายสเตนเลสสตีลและสายยาง หรือจะเลือกปรับลุคให้ดูคลาสสิกด้วยสายพิเศษที่เป็นสายหนังสีน้ำเงินได้เช่นกัน รุ่น Highlife Heart Beat Automatic เผยโฉมในตัวเรือนสเตนเลสสตีลและแบบเคลือบโรสโกลด์ขนาด 41 มม. พื้นหน้าปัดตกแต่งด้วยลายเส้นลูกโลก ซึ่งเป็นวงกลมแห่งชีวิตที่กลมกลืนและสวยงาม กลไกออโตเมติก Cal.FC-310 พร้อมไฮไลท์ช่องหน้าต่างขนาดใหญ่บริเวณใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เพื่อแสดงการทำงานของชุดจักรซึ่งถือเป็นหัวใจของเครื่องบอกเวลา อันเป็นที่มาของชื่อรุ่น “Heartbeat” มาพร้อมตัวเลือกสายสเตนเลสสตีลที่ดีไซน์สายเป็นหนึ่งเดียวกันกับตัวเรือน หรือจะเลือกเปลี่ยนบุคลิกด้วยสายหนังหรือสายยางที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างง่ายได้เช่นกัน

ปิดท้ายด้วยรุ่น Highlife Ladies Automatic Sparkling เรือนเวลาที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจสุภาพสตรี ด้วยการผสมผสานดีไซน์เดิมของ Highlife ให้เข้ากับสไตล์ยุคใหม่ผสมผสานไว้ซึ่งงานฝีมือและงานออกแบบ ถ่ายทอดถึงความสง่างาม รวมถึงความมั่นใจของผู้หญิงยุคใหม่ หน้าปัดสีฟ้าและสีน้ำเงิน cosmic blue ที่ประดับประดาด้วยเพชรทั้งบนหน้าปัด และขอบตัวเรือน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากท้องฟ้ายามราตรีที่พร่างพราวไปด้วยแสงของมวลหมู่ดาว กลไกออโตเมติก FC-303 ฝาหลังเปลือยโปร่ง เผยให้เห็นการทำงานอันซับซ้อนของจักรกล ซึ่งสามารถเลือกจับคู่กับสายยางสีขาว หรือสายสเตนเลสสตีลสุดคล่องแคล่ว สไตล์ผู้หญิงยุคใหม่

Frederique Constant แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิส ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1988 โดยมีโรงงานทำนาฬิกาอยู่ที่เมืองเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อออกแบบ ผลิต และประกอบนาฬิกาโดยช่างทำนาฬิกาที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาที่มีกลไกละเอียดอ่อนและนาฬิกาที่มีความคลาสสิกเป็น เอกลักษณ์ ในความตั้งใจที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึงนาฬิกาคุณภาพสวิส ในราคาที่จับต้องได้ ปัจจุบัน Frederique มีสาขามากกว่า 3,000 สาขา ใน 120 ประเทศทั่วโลก และในปี ค.ศ. 2016 Frederique Constant Group (Frederique Constant, Alpina Watches, Ateliers deMonaco) ได้เข้าร่วมกับกลุ่มแบรนด์นาฬิกา Citizen นาฬิกาชื่อดังสัญชาติญี่ปุ่น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาและผลิตนาฬิกาที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลทั่วโลก

สองผู้บริหารหญิง ศรินญา-วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล

สองผู้บริหารหญิง ศรินญา-วิภาวรรณ มหาดำรงค์กุล

ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช และ ดร.ปราโมทย์ เหรียญเจริญสุข มาร่วมเผยความประทับใจ

ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช และ ดร.ปราโมทย์ เหรียญเจริญสุข มาร่วมเผยความประทับใจ

Highlife Ladies Automatic Sparkling

Highlife Ladies Automatic Sparkling

Highlife Worldtimer Manu
facture

Highlife Worldtimer Manu facture

Highlife Heart Beat Automatic

Highlife Heart Beat Automatic

Highlife Tourbillon Perpetual Calendar Manufacture

Highlife Tourbillon Perpetual Calendar Manufacture

Highlife Perpetual Calendar
Manufacture

Highlife Perpetual Calendar Manufacture

สังเกตตัวเองเป็นโรค‘ซึมเศร้า’ หรือไม่? บาดแผลที่มองไม่เห็น แต่รักษาหายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763494

สังเกตตัวเองเป็นโรค‘ซึมเศร้า’ หรือไม่?  บาดแผลที่มองไม่เห็น แต่รักษาหายได้

สังเกตตัวเองเป็นโรค‘ซึมเศร้า’ หรือไม่? บาดแผลที่มองไม่เห็น แต่รักษาหายได้

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในประเทศไทย มีการจัดอันดับโรคทางสุขภาพจิตที่พบมากอันดับ 1 คือ “โรคซึมเศร้า” ซึ่งมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคซึมเศร้าทำให้ไม่ได้เข้ารับการรักษา หรือบางคนอาจรู้ตัวว่าป่วยแต่ไม่ยอมเข้ารับการรักษาจนทำให้อาการรุนแรงขึ้น

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์ Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้า เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากความไม่สมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง หลายชนิด เช่น ซีโรโทนิน (serotonin) นอร์เอพิเนฟริน
(norepinephrine) และโดปามีน (dopamine) ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเศร้าหมอง เบื่อหน่าย หมดความสนใจในสิ่งต่างๆ ในชีวิต รู้สึกสิ้นหวัง ไร้ค่า และอาจคิดฆ่าตัวตายได้

สาเหตุของโรคซึมเศร้าเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม,การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง และเหตุการณ์ในชีวิตที่เครียดหรือกระทบกระเทือนจิตใจ เช่น การสูญเสีย การหย่าร้าง การถูกล่วงละเมิด เป็นต้น

อาการโรคซึมเศร้าจะแตกต่างจากความรู้สึกเศร้าโดยทั่วไป คือจะมีอาการเกือบตลอดทั้งวัน และอาการไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ได้แก่ รู้สึกซึมเศร้า หรือกระวนกระวาย สูญเสียความรู้สึกสนุก มีความสุขในการทำกิจกรรมที่เคยชอบ

มีความเปลี่ยนแปลงในด้านพฤติกรรมการกิน ความอยากอาหาร อาจมีการลดหรือเพิ่มของน้ำหนักแบบไม่เหมาะสมมีความต้องการทางเพศลดลง รู้สึกหมดพลังงาน หมดไฟในการทำสิ่งต่างๆ มีอาการทางกาย เช่น ปวดตำแหน่งต่างๆ โดยไม่มีสาเหตุที่ทำให้มีอาการอย่างชัดเจน ไม่ใส่ใจดูแลตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาด้านพฤติกรรมการนอนหลับ
ไม่สามารถจดจ่อกับการทำกิจกรรมใดๆ ได้ ไม่มีสมาธิ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจสิ่งต่างๆ แย่ลง มีความรู้สึกผิด หรือรู้สึกไร้ค่า มีความรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่

การรักษาโรคซึมเศร้า จิตแพทย์จะเริ่มจากการสอบถามอาการ ผลกระทบที่เกิดขึ้น ไปจนถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันโรคประจำตัว ยาที่กินอยู่ ประวัติครอบครัว จากนั้นแพทย์จะทำการประเมินว่าควรรักษาในแนวทางใด โดยปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลายวิธี เช่น การรักษาด้วยยา ซึ่งแพทย์จะเริ่มให้ยาขนาดต่ำก่อน จากนั้นนัดติดตามผลการรักษา ก่อนจะปรับขนาดยาขึ้นทุกๆ 1-2 สัปดาห์ จนเห็นผลการรักษาที่ดี ซึ่งถ้าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น อาจต้องกินยาต่อเนื่องอีก 4-6 เดือน จึงค่อยลดขนาดยาลงจนสามารถหยุดยาได้ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ,การรักษาด้วยจิตบำบัด และการรักษาด้วย TMS เป็นการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปกระตุ้นสมองในจุดที่มีผลต่อโรค เพื่อปรับสมดุลการทำงานของสมองให้เข้าสู่ภาวะปกติและช่วยลดอาการซึมเศร้า โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีผลข้างเคียงจากยา ไม่ตอบสนองต่อยาหรือรับประทานยาเกินหนึ่งปีแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่สามารถรักษาหายได้ เบื้องต้นให้สังเกตอาการตัวเองและคนรอบข้างว่า มีอาการเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือไม่ หากมีอาการเศร้านานกว่า 2 สัปดาห์ แนะนำให้รีบไปปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

ประเพณีงานเจ เยาวราช 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763485

ประเพณีงานเจ เยาวราช 2566

ประเพณีงานเจ เยาวราช 2566

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ ให้การสนับสนุนการจัดงานแถลงข่าวประเพณีงานเจเยาวราช ประจำปี 2566  พร้อมยกทัพผลิตภัณฑ์อาหารเจจัดโปรโมชั่นลดราคาแบบจัดเต็ม เพื่อต้อนรับเทศกาลกินเจปีนี้ ภายใต้คอนเซ็ปต์“อร่อยง่าย เจ ได้ทุกวัน” อาทิ อาหารและส่วนผสมสำหรับทำอาหารเพื่อสุขภาพ แบรนด์ เฮอริเทจ, ผลิตภัณฑ์ประกอบอาหารจีนแบรนด์ ปลาทอง,ผลิตภัณฑ์อัลมอนด์ และนมอัลมอนด์จากแคลิฟอร์เนียแบรนด์บลูไดมอนด์, ถั่วพิสทาชิโอและเครื่องดื่มน้ำนมพิสทาชิโอแบรนด์ ซันคิสท์, ถั่วพรีเมียมอบพร้อมทานแบรนด์ นัท วอล์คเกอร์, และอีกหลากหลายรายการที่นำมาจัดโปรโมชั่นในราคาพิเศษ ทั้งนี้ได้มอบกระเช้าเครือเฮอริเทจให้แก่ ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในงานแถลงข่าว ณ โรงแรมแกรนด์ ไชน่า เยาวราช เมื่อเร็วๆ นี้ 

ผู้สนใจอาหารและเครื่องดื่มเจเพื่อสุขภาพ สามารถเข้าร่วมงานและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครือเฮอริเทจได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2566 เวลา 10.00-20.00 น. ณ บูทเครือเฮอริเทจหมายเลข 8 ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.heritagethailand.com หรือติดตามกิจกรรมของเครือเฮอริเทจได้ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ HeritageSnacks&Food หรือโทร.02-8130954-5