รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ลงนามความร่วมมือด้านแพทย์แผนจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763431

รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ลงนามความร่วมมือด้านแพทย์แผนจีน

รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ลงนามความร่วมมือด้านแพทย์แผนจีน

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น เตรียมยกระดับการแพทย์แผนจีนในประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จัดพิธีลงนามความร่วมมือกับ โรงพยาบาลการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยกานซู สาธารณรัฐจีน ณ ห้องประชุมชั้น 5 โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566

ในพิธีลงนามครั้งนี้มี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะ เนตรวิเชียร ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และ Mr.Xing Xiping เลขาธิการ คณะกรรมการตรวจสอบวินัย หัวหน้าแพทย์ ภาควิชาบุรุษวิทยา โรงพยาบาลการ แพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยกานซู สาธารณรัฐจีน โดยมี ดร.รุ้งลาวรรณ วิวัฒน์ปิยะวงศ์ ผู้บริหารศูนย์การแพทย์แผนจีนพุทธเมตตาถังหมิง และคณะเจ้าหน้าที่ คณาจารย์แพทย์แผนจีนจากมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกานซู เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ทางการแพทย์และการพยาบาล การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและพัฒนาด้านการศึกษาและงานวิจัย รวมถึงการผลักดันให้เกิดการสัมมนาและการบรรยายทางวิชาการระดับนานาชาติเพื่อให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลในอนาคต

Life & Health : การกินเจกับสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763499

Life & Health : การกินเจกับสุขภาพ

Life & Health : การกินเจกับสุขภาพ

วันพุธ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 05.15 น.

ช่วงนี้คือ เทศกาลกินเจ ซึ่งตรงกับวันที่ 15-23 ตุลาคม เป็นเวลา 9 วัน หรือในบางคนอาจจะกินล้างท้องในมื้อเย็นวันที่ 14 ตุลาคม รวมเป็น 10 วันก็ได้ นับเป็นช่วงที่เราจะได้มีโอกาสทำบุญ ชำระจิตใจให้สะอาด ซึ่งปัจจุบันการกิน Plant-based Meat และการกินเจกลายเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ไปแล้ว เพราะนอกจากจะได้ทำบุญ ด้วยการงดเว้นเนื้อสัตว์และอบายมุขต่างๆ แล้ว การกินเจยังช่วยส่งเสริมให้สุขภาพดีได้อีกด้วย แต่นั่นต้องรู้จักการกินเจอย่างถูกต้องเหมาะสม

การกินอาหารเจ คือ การกินอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ไข่ นม หรือผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย ชีส หรือโยเกิร์ต การกินอาหารเจมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง แต่การกินอาหารเจก็ต้องระวังให้ได้ธาตุอาหารที่จำเป็นครบถ้วน เพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร

การกินเจตามธรรมเนียมนิยมแต่โบราณอย่างเคร่งครัดนั้น นอกจากจะต้องงดการบริโภคเนื้อสัตว์แล้วยังห้ามบริโภคผักที่มีกลิ่นฉุนบางชนิด เช่น หัวหอม กระเทียม หลักเกียว (ลักษณะคล้ายกระเทียมแต่มีขนาดเล็กกว่า) กุยช่าย ใบยาสูบ เป็นต้น เพราะชาวเจเชื่อว่าผักที่มีกลิ่นฉุน จะเข้าไปทำลายธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะภายในร่างกายทำงานไม่ปกติ การกินเจที่เคร่งมากจะไม่ใช้ภาชนะที่เคยใช้กับอาหารคาวมาก่อน ฉะนั้น หม้อ จาน ชาม และภาชนะอื่นๆ ที่ใช้ต้องเป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยปนเปื้อนอาหารคาวมาก่อน หรือเป็นชุดที่ใช้กับอาหารเจโดยเฉพาะ

การกินเจที่ดีต่อสุขภาพนั้น ต้องระมัดระวังอาหารประเภทแป้งและไขมัน ควรเน้นผักผลไม้ให้มากๆ เพราะถ้าเผลอกินอาหารที่ปรุงสำเร็จ ซึ่งมักจะใช้ “หมี่กึง” ซึ่งเป็นแป้งทำเลียนแบบเนื้อสัตว์ อาจทำให้ความอ้วนมาเยือน ควรเลือกอาหารที่ปรุงด้วยผัก เต้าหู้ และโปรตีนเกษตร ส่วนอาหารทอดๆ ก็ไม่ควรกินมาก ไม่อย่างนั้นพอหมดช่วงกินเจ รอบเอวจะเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

นอกจากนั้น อาหารเจในปัจจุบันมีการนำเครื่องปรุงรส เช่น ซอส เต้าหู้ เต้าเจี้ยว เกลือ ที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบค่อนข้างมาก ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ ดังนั้นจึงไม่ควรกินอาหารเจที่มีรสเค็มเกินไป ประกอบกับอาหารเจส่วนใหญ่เป็นประเภทผัดและทอด ซึ่งจะมีน้ำมันมาก ควรกินประเภทต้ม หรือนึ่งจะดีกับสุขภาพมากกว่า และที่สำคัญอย่าลืม
ขยับกาย เคลื่อนไหวให้เหงื่อออกทุกวัน

สำหรับผู้ที่กินเจเพื่อเป็นการรักษาสุขภาพหรือกินตามความนิยม อาจไม่จำเป็นต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดขนาดต้องซื้อถ้วยชามหรือเครื่องครัวใหม่ และในกรณีที่เจ็บป่วย การกินผักกลิ่นฉุนก็อนุโลมได้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่จะทำให้ผิดศีล หากใช้ผักเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโรค ที่จริงแล้วผักเหล่านั้นมีสารพฤกษเคมีที่ช่วยในการเพิ่มภูมิต้านทานและป้องกันมะเร็ง และมีองค์ประกอบเป็นยาอยู่แล้ว

อาหารเจอุดมไปด้วยธัญพืชไม่ขัดสีผักและผลไม้ ซึ่งมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ สารพฤกษเคมี สารเฟลโวนอยด์ และใยอาหาร

สารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ แคโรทีนอยด์ วิตามินซี และวิตามินอี ช่วยลดอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ชะลอแก่ ส่วนวิตามินที่มีมากในผักผลไม้ ได้แก่ เบต้า แคโรทีน ซึ่งถูกเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอในร่างกาย วิตามินบี และวิตามินซี วิตามินบีที่สำคัญในผักผลไม้คือ โฟเลต ช่วยป้องกันโลหิตจางป้องกันการก่อตัวที่ผิดปกติของสมองในเด็กทารกขณะแม่ตั้งครรภ์ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม วิตามินซี ช่วยเพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็กในพืช จึงช่วยลดความเสี่ยงโลหิตจางในชาวเจแร่ธาตุที่มีมากในผักและผลไม้คือโพแทสเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และแคลเซียม

การกินเจอย่างเคร่งครัดในช่วง 9 วันเป็นระยะเวลาสั้นๆ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะในผัก ผลไม้และธัญพืชที่กินนั้น แต่ละชนิดให้คุณค่าสารอาหารที่ต่างกันออกไป แต่ควรจำกัดอาหารที่มีไขมันและอาหารที่ส่วนผสมของน้ำตาลสูง สำคัญตรงที่รู้จักเลือกกินให้หลากหลายอย่างถูกหลัก เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนและสมดุล การผสมผสานของผักผลไม้ เมล็ดธัญพืชจำพวก ข้าว ถั่วต่างๆ งา ถั่วเหลือง รวมถึงเห็ด ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีไม่แพ้เนื้อสัตว์

เห็ด มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการครบถ้วน นอกจากนี้ เห็ดยังเป็นแหล่งที่ดีของวิตามิน แร่ธาตุ รวมทั้งธาตุเหล็ก และซีลีเนียม ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยผู้กินเจสามารถเลือกเมนูเห็ดได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นต้มยำเห็ดฟาง ยำเห็ดโคนญี่ปุ่น เห็ดเข็มทอง เห็ดออรินจิ เห็ดหูหนู หรือผัดเห็ดหอม เป็นต้น จะทำให้ได้รับสารอาหารหลากหลายเหมาะสมและได้โปรตีนที่สมบูรณ์

ผักนานาชนิด เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการกินเจ แต่ถ้าจะกินให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรกินเป็นผักสดหรือลวกมากกว่านำมาผัดที่ใช้น้ำมันราดจนเยิ้ม หรือผัดน้ำมันแต่น้อย และควรกินผักให้ครบ 5 สี คือ สีแดง-ส้ม จากมะเขือเทศพริกสุก แครอท สีดำ-น้ำเงิน-ม่วง จากถั่วดำ เผือก มะเขือม่วง สีเหลือง จากฟักทอง ถั่วเหลือง มะม่วงสุก ข้าวโพด สีเขียว เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว และ สีขาว จากลูกเดือย ผักกาดขาว ควรกินสลับกันไปในแต่ละวันเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วน และในผู้ต้องการกินเจแบบเคร่งต้องงดเว้น กระเทียม หัวหอม กุยช่าย หรือ ผักที่มีกลิ่นฉุน

ธัญพืชไม่ขัดสีและผลไม้ มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย เช่น วิตามิน เกลือแร่ สารต้านอนุมูลอิสระสารพฤกษเคมี สารเฟลโวนอยด์และใยอาหาร ซึ่งผู้กินเจควรเลือกกินผลไม้ให้หลากหลาย เช่น ส้ม กล้วย แอปเปิ้ล ช่วยบำรุงสุขภาพผิวให้สดชื่น และเส้นใยอาหารจากผลไม้ ช่วยให้
ระบบย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม ใยอาหารชนิดละลายน้ำช่วยลดคอเลสเทรอลและระดับน้ำตาล ส่วนใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำช่วยป้องกันท้องผูก ผักผลไม้ที่มีใยอาหารทั้งสองประเภทสูง ได้แก่ พรุน ส้ม กล้วย ถั่วเหลือง ถั่วฝักยาว เป็นต้น

แต่การกินอาหารเจก็มีข้อควรระวังบ้าง เช่น

การขาดโปรตีน เพราะโปรตีนที่ได้จากสัตว์มีคุณภาพสูงกว่าโปรตีนที่ได้จากพืชดังนั้น ผู้ที่กินอาหารเจต้องใส่ใจให้ได้รับโปรตีนที่เพียงพอและหลากหลาย

การขาดวิตามิน B12 เพราะวิตามิน B12 ไม่พบในพืช แต่มีผลกระทบต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและการทำงานของสมอง ดังนั้นผู้ที่กินอาหารเจต้องบำรุงวิตามิน B12 โดยการกินอาหารที่เสริมวิตามิน B12 เช่น เซเรียลหรือการกินยาเสริม

การขาดแคลเซียม เพราะแคลเซียมที่ได้จากนมและผลิตภัณฑ์จากนมมีประโยชน์ต่อกระดูกและฟัน ดังนั้น ผู้ที่กินอาหารเจต้องบำรุงแคลเซียมโดยการทานผักใบเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักโขม หรือการทานยาเสริม

อย่างไรก็ตาม ช่วงกินเจควรใส่ใจดื่มน้ำให้มากอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะอาหารที่มีกากใยสูงต้องการน้ำในการทำงานหากดื่มน้ำไม่พออาจทำให้เกิดอาการท้องอืด มีแก๊สปวดท้องได้ ควรละเว้นเครื่องดื่มมึนเมาและบุหรี่ซึ่งจะช่วยส่งเสริมผลจากอาหารเจต่อสุภาพให้ดียิ่งขึ้น และประการสำคัญ พยายามออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำจิตใจให้แจ่มใสอย่าให้เครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีสุขภาพที่ดีรางกายแข็งแรงต่อไปนานนาน

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ร่วมเหล่าตัวแม่วงการบิวตี้ ในงาน ‘BELOTERO Lips x Kloset present So Glam So Glow Party’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763505

ร่วมเหล่าตัวแม่วงการบิวตี้ ในงาน ‘BELOTERO Lips x Kloset present So Glam So Glow Party’

ร่วมเหล่าตัวแม่วงการบิวตี้ ในงาน ‘BELOTERO Lips x Kloset present So Glam So Glow Party’

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 19.33 น.

BELOTERO (เบโลเทโร) แบรนด์ฟิลเลอร์ชั้นนำระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีเนื้อละเอียดเนียนกลืนไปกับผิว จัดงาน BELOTERO Lips x Kloset present So Glam So Glow Party เปิดตี้สุดแกลม รวมพลคนชิค สายลิปตัวแม่ เปิดตัว BELOTERO Lips ครั้งแรกในประเทศไทย สารเติมเต็มฟิลเลอร์สำหรับปรับรูปปากโดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Perfect Duo for Perfect Lips” พร้อมเผยเคล็ดลับนางฟ้า แจกสูตรความสวยได้แบบไม่ต้องรอ ด้วย BELOTERO Lips 2 รุ่น ที่ใช้ควบคู่กัน BELOTERO Lips – Shape เติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่ม และ BELOTERO Lips – Contour ช่วยตัดขอบปากให้คมชัด มอบความเป็นธรรมชาติ ให้ผลลัพธ์ที่ทุกคนเป็นมากกว่าตัวแม่ ปังกว่าใครด้วยรูปปากที่โดดเด่น

งานนี้นำโดย คุณกฤษดา มงคลธารณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมิร์ซเอสเธติกส์ ประเทศไทย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่าง คุณหมอส้ม แพทย์หญิง ภคมน เดชส่งจรัส ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ประจำนภัสรีย์คลินิก ให้เกียรติมาร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเติมฟิลเลอร์ที่ปาก เทรนด์การปรับรูปปาก และการปรับรูปปากส่งผลต่อบุคลิกภาพอย่างไร พร้อมแนะนำทริคการเลือกรูปปากให้สวยเหมาะสมกับบุคลิกของแต่ละคน นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก คุณแพรวา คล้ำมีศรี ดีเจสาวคนสวยจาก Atime ที่ได้ลองปรับรูปปากด้วย BELOTERO Lips ร่วมแชร์ประสบการณ์ความประทับใจถึงผลลัพธ์ พร้อมด้วย คุณแก้ม มลลิกา เรืองกฤตยา ดีไซเนอร์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Kloset ที่มาบอกเล่าแรงบันดาลใจถึงโปรเจกต์พิเศษ BELOTERO Lips x Kloset ที่เฟียสสุด เก๋ที่สุดในวงการ กับการออกแบบกระเป๋ารุ่น  Limited Edition เพื่อลูกค้าของ BELOTERO Lips เท่านั้น ณ Bar Rouge @ Pullman Bangkok Grande Sukhumvit Asoke

มลลิกา เรืองกฤตยา และ กฤษดา มงคลธารณ์

กฤษดา มงคลธารณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมิร์ซเอสเธติกส์ ประเทศไทย กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการเปิดตัว BELOTERO Lips ว่า “ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เทรนด์การปรับรูปปากกำลังเป็นที่ฮอตฮิตมากๆ เนื่องมาจากหลายเหตุผล อาทิเช่น เพื่อสร้างเสน่ห์ให้เรียวปาก เพื่อปรับเปลี่ยนลุคให้เข้ากับสถานการณ์ หรือแม้กระทั่งปรับเพื่อเสริมดวง และที่สำคัญที่สุดคือการปรับรูปปากนั้นต้องสอดรับกับบุคลิกของตัวเองด้วย ทั้งหมดนี้จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมเสริมบุคลิกให้ดูดีขึ้นกว่าเดิมได้เป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของการเปิดตัว BELOTERO Lips เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ประกอบด้วย สินค้า 2 รุ่น ได้แก่ BELOTERO Lips – Shape เติมเต็มปากให้อวบอิ่ม และ BELOTERO Lips – Contour ตัดขอบปากให้คมชัด  นำเสนอการใช้งานในคอนเซ็ปต์ ‘คู่ซี้เพื่อปากสวย’  ใช้ควบคู่กัน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในแต่ละบริเวณของริมฝีปากโดยเฉพาะ สร้างความประทับใจในรูปปากที่สวยอิ่ม เสริมบุคลิกและสะท้อนตัวตนที่แท้จริงได้อย่างมั่นใจ  ยิ่งไปกว่านั้น เรายังจับมือกับแบรนด์ Kloset มาเป็นคู่ซี้ ในการส่งมอบคุณค่าเพิ่มให้กับผู้บริโภค ด้วยการรังสรรค์คอลเลกชันกระเป๋าสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้า BELOTERO Lips โดยเฉพาะ รับรองว่าหาซื้อที่ไหนไม่ได้อย่างแน่นอน”   

ลลิกา เรืองกฤตยา

แก้ม มลลิกา เรืองกฤตยา ดีไซเนอร์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Kloset กล่าวเสริมถึงการดีไซน์กระเป๋าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จากโปรเจกต์พิเศษ BELOTERO Lips X Kloset ว่า “ถ้าพูดถึงแบรนด์ Kloset หลายๆ คนอาจจะคิดถึงสีสันสดใสและความสนุกสนาน แต่วันนี้เราได้รับโจทย์ที่ท้าทายจาก BELOTERO Lips เลยลองดึงความยูนีคที่ BELOTERO Lips มีออกมาให้ได้มากที่สุด นั่นก็คือความเก๋ เฉี่ยว เฟียส และนอกจากนั้นยังต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจด้วยรูปปากที่สวย อวบอิ่ม จึงกำเนิดออกมาเป็นดีไซน์อย่างที่ทุกคนได้เห็นกัน พร้อมใช้สีแดงที่เหมาะกับสีกล่องเพื่อให้ดูกลมกลืนและถูกต้องมากขึ้น โอกาสนี้ต้องขอบคุณ BELOTERO Lips ที่ให้โอกาสแก้มได้มาทำงานสนุกๆ ออกจากกรอบแบบนี้ หวังว่าทุกท่านที่ได้รับกระเป๋า BELOTERO Lips x Kloset ไปจะชอบกันนะคะ”

แพทย์หญิง ภคมน เดชส่งจรัส

ทางด้าน หมอส้ม แพทย์หญิง ภคมน เดชส่งจรัส ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ประจำนภัสรีย์คลินิก กล่าวถึงเทคนิคการเลือกฟิลเลอร์สำหรับปรับรูปปากว่า “ปัจจุบันการปรับรูปปากนอกจากจะช่วยเรื่องความสวยงามแล้ว ยังสามารถเสริมบุคลิกเพื่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ซึ่งในปีนี้เทรนด์รูปปากมีหลากหลายขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน โดยการฉีดฟิลเลอร์สามารถทำให้การปรับรูปปากให้ผลลัพธ์ออกมาตอบโจทย์ได้อย่างตรงใจ ซึ่งการเลือกใช้ฟิลเลอร์ในการปรับรูปปาก ควรเลือกฟิลเลอร์คุณภาพที่ออกแบบมาเพื่อริมฝีปากโดยเฉพาะ เนื้อละเอียดเนียน ไม่เป็นก้อน และอยู่ได้นาน”

แพรวา คล้ำมีศรี 

นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก แพรวา คล้ำมีศรี ดีเจสาวคนสวยจาก Atime ที่ได้ลองปรับรูปปากด้วย BELOTERO Lips มาเล่าประสบการณ์และความประทับใจว่า “รู้สึกดีมากๆ ที่สามารถปรับบุคลิกของตัวเองให้ดีขึ้นได้ด้วยการปรับแต่งรูปปากให้สวยน่ามองกว่าเดิม ยิ่งเรามีอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการพูดค่อนข้างเยอะ การมีรูปปากที่ใช่ด้วยฟิลเลอร์ BELOTERO Lips ที่ออกแบบมาเพื่อริมฝีปากโดยเฉพาะ การันตีคุณภาพจากสวิตเซอร์แลนด์ ยิ่งทำให้เรามั่นใจในตัวเองและผลลัพธ์ที่ได้ จนอยากบอกต่อมากๆ ค่ะ”

ความพิเศษแค่นั้นยังไม่พอ ยังปิดท้ายงานนี้ด้วยแฟชันโชว์ So Glam So Glow สุดพิเศษ จาก BELOTERO Lips ในธีม “Glow in the Dark” ที่ Glow ด้วยชุดเรืองแสงสุดจี๊ด แล้วยัง Glam ด้วยเสียงเพลงจากดีว่าตัวแม่ของเมืองไทยอย่าง
ลิเดีย-ศรัณย์รัชต์ ดีน ที่เรียกว่าได้ดูโชว์พร้อมเสียงเพลงก็ทำให้เคลิ้มไปตามๆ กัน

BELOTERO Lips ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เนียนกลืนกับผิว สำหรับริมฝีปากโดยเฉพาะ ส่งตรงจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 2 รุ่นอย่าง Shape และ Contour ใช้คู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่เพอร์เฟ็กต์ ด้วยการผลิตแบบ CPM technology ทำให้ฟิลเลอร์ทั้งสองรุ่นโดดเด่นในคุณสมบัติแตกต่างกัน และมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า เติมเต็มความสวย ถ้าอยากปากสวย สามารถขอรับคำปรึกษากับ Lipsologist ผู้ชำนาญการฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อปรับบุคลิก ด้วย BELOTERO Lips ได้แล้ววันนี้ที่คลินิกชั้นนำทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลและอัปเดตข่าวสารจากทาง Merz Aesthetics ได้ที่ https://www.merzaesthetics.co.th/  Facebook: Merz Aesthetics Thailand

‘ปากน้ำชุมพร’ ผลงานอันโดดเด่น การการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763486

‘ปากน้ำชุมพร’  ผลงานอันโดดเด่น การการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ปี 2566

‘ปากน้ำชุมพร’ ผลงานอันโดดเด่น การการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ปี 2566

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.31 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มอบรางวัลชนะเลิศ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566 แก่ นางสาวปรัชญา เจริญสุข อายุ 26 ปี จากผลงาน ปากน้ำชุมพร ที่มีความโดดเด่นที่สุดจากผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้

นางสาวปรัชญา ใช้เวลากว่า 2 เดือนในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ ด้วยเทคนิคสื่อผสมบนผ้าใบ (ไมโครพลาสติก) โดยนำเสนอข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลกระทบที่ร้ายแรงและเป็นอันตรายของไมโครพลาสติกอันเป็นผลมาจากความประมาทเลินเล่อและการเพิกเฉยของมนุษย์ในกิจกรรมและการกระทำต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของคุณปรัชญาเป็นผลงานที่กระตุ้นความนึกคิดให้เห็นถึงปัญหาไมโครพลาสติกที่อยู่ใกล้ตัวเรา การใช้ไมโครพลาสติกเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์งาน ได้สื่อสารข้อความที่กระทบใจผู้ชมได้เป็นอย่างดี เน้นย้ำให้เห็นความจำเป็นและความเร่งด่วนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนในอนาคต”

“เช่นเดียวกับคุณปรัชญา ยูโอบีมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืนในตลาดอาเซียนของเรา ในฐานะธนาคารที่มีเครือข่ายครอบคลุมมากที่สุดในภูมิภาค เราพร้อมที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสำหรับเพื่อนพนักงาน ลูกค้า และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ดังเช่นผลงาน ปากน้ำชุมพร ที่ได้สะท้อนภาพความเสียหายเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน คืออนาคตที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น ขอให้ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้เป็นเครื่องกระตุ้นให้พวกเราทุกคนลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น”

สำหรับคณะกรรมการตัดสินการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566 ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการตัดสิน อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติปี 2563 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม-สื่อผสม) ที่ปรึกษามูลนิธิสงขลาเมืองเก่า และกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมมูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คุณลักขณา คุณาวิชยานนท์ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมบริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และศาสตราจารย์เกียรติคุณกัญญา เจริญศุภกุล ศิลปินผู้ทรงคุณวุฒิด้านทัศนศิลป์

สัญลักษณ์ของการละเลยของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อม

นางสาวปรัชญา กล่าวถึงผลงาน ปากน้ำชุมพร ว่า “ปากน้ำเป็นบริเวณพื้นที่ที่เชื่อมจากลำคลองสู่ทะเล ความเชื่อมโยงระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนกับการจัดการขยะที่ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ดิฉันต้องการสะท้อนให้เห็นถึงอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันล้วนเกิดจากวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้นและการบริหารจัดการขยะที่ไม่ดีพอของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง”

“จุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้เกิดขึ้นเมื่อดิฉันเห็นขยะและไมโครพลาสติกจำนวมหาศาลบนชายหาด ดิฉันต้องการสื่อให้เห็นถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านผลงานศิลปะ และหวังจะสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาเหล่านี้ในวงกว้างมากขึ้น อีกทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ได้ชมภาพลงมือทำบางอย่างเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น”

คณะกรรมการตัดสินลงความเห็นว่าผลงานของนางสาวปรัชญามีความโดดเด่นและสื่อสารข้อความถึงปัญหาได้อย่างกระทบความรู้สึก ทั้งยังสะท้อนกระบวนการทางความคิด วิธีการสร้างสรรค์และความสามารถในการเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับภัยคุกคามที่โลกของเรากำลังเผชิญอยู่ นอกจากนั้น ยังชื่นชมเทคนิคของศิลปินในการใช้ไมโครพลาสติกซึ่งได้ลงพื้นที่ชายหาดในบ้านเกิดของเธอเพื่อเก็บ ร่อน ทำการคัดแยก และนำไปประยุกต์ใช้ในงานศิลปะของศิลปิน

ในฐานะผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ UOB Painting of the Year ประเภทศิลปินอาชีพ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2566 ของประเทศไทย นางสาวปรัชญา เจริญสุข ได้รับเงินรางวัลจำนวน 750,000 บาท และจะเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าแข่งขันกับประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์และเวียดนาม เพื่อชิงรางวัลระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2566  และโอกาสที่จะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมเป็นศิลปินในพำนัก (artist in residence) เป็นเวลา 1 เดือน ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชีย ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น (Fukuoka Asian Art Museum)

นางสาวปรัชญา กล่าวทิ้งท้ายว่า “รู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ และรู้สึกยินดีมากๆ เพราะสิ่งที่ต้องการสื่อสารเกี่ยวกับการจัดการขยะจะได้รับการบอกกล่าวไปในวงกว้าง เนื่องจากเวทีการประกวดนี้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมศิลปินให้ได้อยู่ในสปอต์ไลท์และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน รวมถึงสามารถสะท้อนปัญหานี้ในเวทีการประกวดระดับนานาชาติอีกด้วย ส่วนตัวมีคุณปานพรรณ ยอดมณี ศิลปินรางวัลชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบีครั้งแรกในประเทศไทย เป็นแรงบันดาลใจ ได้เห็นถึงความสำเร็จที่เวทีนี้ได้ให้การสนับสนุนจนรุ่นพี่คนนี้สามารถประกอบอาชีพในฐานะศิลปินที่ประสบความสำเร็จ เราก็หวังว่าจะไปถึงจุดนั้นในอนาคต”

สำหรับผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น ได้แก่ นายสันติภาพ เพ็งสวย อายุ 22 ปี จากผลงาน “Joy” ด้วยเทคนิคสื่อผสมบนผ้าใบ ถ่ายทอดเรื่องราวของนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขในการเรียนรู้และสร้างสรรค์ศิลปะในห้องเรียน

นายสันติภาพ กล่าวว่า “ผลงานชิ้นนี้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของผมเมื่อครั้งมีโอกาสเป็นครูฝึกสอนในโรงเรียนขยายโอกาสที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยผมปรารถนาที่จะนำความสุขมาสู่นักเรียนในชั้นเรียนศิลปะของผมผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ โดยมีอุปกรณ์และสื่อการเรียนรู้ พร้อมกิจกรรมต่างๆ ในชั้นเรียนศิลปะเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลงานสร้างสรรค์ของผมชิ้นนี้”

“ผมดีใจมากที่ผลงานศิลปะของผมมาได้ไกลถึงจุดนี้ และได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี สำหรับผม แนวคิด ขั้นตอนและกระบวนการสร้างสรรค์ชิ้นงานคือสิ่งสำคัญที่สุด ภาพผลงานได้สะท้อนความสุขของเด็กๆ ที่ได้รับการเติมเต็มจากศิลปะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากสื่อสารให้กับคนที่มาชมงาน”

นายสันติภาพ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “พอได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในโลกของการแข่งขันทางศิลปะแล้ว ทำให้มุมมองของการทำงานกว้างขึ้น โดยสิ่งสำคัญของการสร้างสรรค์ผลงานคือ ต้องไม่ลืมตัวตนของตัวเอง มีการกำหนดคอนเซ็ปต์ของงานที่กำลังทำอย่างชัดเจน เอาตัวเองเข้าไปซึมซับกับเหตุการณ์หรือเรื่องราวนั้นๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งวางแผนจัดกระบวนการสร้างสรรค์อย่างมีระบบ งานที่ออกมาจึงจะสมบูรณ์ที่สุด ความตั้งใจหลังจากได้รับรางวัลในครั้งนี้คือ อยากทำโปรเจ็คเกี่ยวกับการสร้างงานศิลปะในรูปแบบ “สุนทรียาศาสตร์ เชิงสัมพันธ์เกี่ยวเนื่อง”  เพราะอยากให้ผู้ที่ได้มาชมผลงานได้มี Interactive กับงานที่ผมสร้าง ไม่ได้แค่มาชมแล้วจบไปครับ”

‘มาดามแป้ง’ ทูตยูนิเซฟ ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนเสือใหญ่ ขับเคลื่อนประเด็นการขยายเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763475

‘มาดามแป้ง’ ทูตยูนิเซฟ ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนเสือใหญ่ ขับเคลื่อนประเด็นการขยายเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.47 น.

ในฐานะ ทูตองค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  ลงพื้นที่ร่วมทำงานกับยูนิเซฟ เพื่อขับเคลื่อนประเด็นการขยายเงินอุดหนุนเด็กเล็กเป็นแบบถ้วนหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเด็กที่อายุน้อยกว่า 6 ปี คนใดในประเทศไทยต้องตกหล่นจากสวัสดิการเงินอุดหนุนนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและการพัฒนาของพวกเขา

มาดามแป้ง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนเสือใหญ่ในกรุงเทพฯ เพื่อพบกับครอบครัวที่ได้รับประโยชน์จากเงินอุดหนุนเด็กเล็ก โดยได้รับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัว และประโยชน์ของเงินอุดหนุนที่ช่วยให้พวกเขาสามารถซื้อสิ่งของจำเป็นให้แก่ลูก ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังได้พบกับครอบครัวของเด็กชายวัย  7 เดือนที่ยังไม่ได้รับสวัสดิการนี้ ทั้งที่ได้ลงทะเบียนไว้ตั้งแต่หลายเดือนก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในปี 2564 ชี้ให้เห็นว่าอัตราความยากจนในเด็กของประเทศไทยสูงถึงร้อยละ 10 ซึ่งสูงกว่าอัตราความยากจนเฉลี่ยของประเทศที่ร้อยละ 6 นอกจากนี้ยังพบว่า เด็ก 1 ใน 5 คนต้องเผชิญกับความยากจนหลายมิติ ซึ่งเป็นความขาดแคลนในมิติอื่น ๆ ไม่ใช่เฉพาะด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญปัญหาทางสุขภาพ การขาดการศึกษา หรือการมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน 

มาดามแป้ง กล่าวว่า “การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นับเป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกของแป้งให้กว้างขึ้น ซึ่งต้องขอขอบคุณทั้ง 2 ครอบครัวจากใจ ที่เปิดบ้านให้แป้งได้เข้าไปพูดคุย ทำความเข้าใจ และทำให้แป้งได้เห็นจริง ๆ ว่าเงินอุดหนุนรายเดือนนี้สามารถสร้างความแตกต่างให้กับครอบครัวที่มีลูกเล็กได้ โดยเฉพาะครอบครัวที่กำลังเดือดร้อนและยากลำบาก เพราะเงินจำนวนนี้หมายถึงอาหารที่มีประโยชน์ ของเล่น ของจำเป็นเพื่อการเรียนรู้ของลูก ซึ่งเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระและบรรเทาความเครียดของพ่อแม่ที่กำลังดิ้นรนเพื่อลูกๆ  ของตนเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนจำเป็นต่อพัฒนาการของเด็กโดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรกๆ ซึ่งเป็นรากฐานของการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพตลอดช่วงชีวิต ดังนั้น การทำให้เด็กทุกคนในประเทศสามารถเข้าถึงเงินอุดหนุนนี้ และให้แน่ใจว่าจะไม่มีเด็กคนใด โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวที่ยากจนต้องตกหล่นจากสวัสดิการนี้ จึงเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญและทำให้เกิดขึ้นจริง เพื่ออนาคตของเด็กทุกคนและของประเทศไทย”

โครงการเงินอุดหนุนเด็กเล็ก ถือเป็นการคุ้มครองทางสังคมขั้นต่ำสำหรับเด็กเล็ก โดยริเริ่มในปีพ.ศ. 2558 และขยายความคุ้มครองอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีเด็กแรกเกิดถึง 6 ปีจำนวน 2.3 ล้านคนได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 600 บาท โดยเป็นกลุ่มที่มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนไม่เกิน 1 แสนบาท ต่อคนต่อปี อย่างไรก็ตาม สวัสดิการนี้ยังไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง โดยเข้าถึงเด็กแรกเกิดถึง 6 ปีได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น อีกทั้ง เด็กยากจนจำนวนมากที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับเงินอุดหนุนก็ยังคงตกหล่นจากสวัสดิการนี้เนื่องจากข้อบกพร่องในกระบวนการคัดกรองและการลงทะเบียน

เดอะคลินิกค์ คว้ารางวัล Ultherapy – Highest Achievement Regional APAC Awards – Category A Winner ของเอเชีย ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมความงาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763430

เดอะคลินิกค์ คว้ารางวัล Ultherapy - Highest Achievement Regional APAC Awards - Category A Winner ของเอเชีย ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมความงาม

เดอะคลินิกค์ คว้ารางวัล Ultherapy – Highest Achievement Regional APAC Awards – Category A Winner ของเอเชีย ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมความงาม

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.30 น.

เดอะคลินิกค์ ตอกย้ำผู้นำนวัตกรรมความงาม ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 2,200 ล้านบาท สาขาทั่วประเทศ 55 สาขาในปี 2566  การันตี ความสำเร็จ รางวัล Ultherapy – Highest Achievement Regional APAC Awards – Category A Winner ของเอเชีย ชนะเกาหลีใต้-ไต้หวัน 

 THE KLINIQUE  เดอะคลินิกค์  ผู้นำนวัตกรรมยกกระชับ ปรับรูปหน้าและลดริ้วรอย ตอกย้ำความเป็น Top Luxury Brand คลินิกผิวหนังและศัลยกรรมความงาม การันตีด้วยยอดขายเกินเป้าอยู่ที่  2,200 ล้านบาท ในปี 2566 และสาขาเพิ่มขึ้นกว่า 14 สาขาทั่วประเทศ  พร้อมเดินหน้ารักษาความผู้นำนวัตกรรมโดยการนำเข้าไฮบริดฟิลเลอร์ Hybrid Filler จากสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนครั้งแรกในประเทศไทย เผยความสำเร็จ เดอะคลินิกค์ ที่ผ่านมาการันตีด้วยจำนวนผู้รับบริการไฮเอนด์จำนวนมาก จนเป็นที่มาของรางวัลใหญ่ต่อเนื่องหลายปี กับ รางวัล Ulthera Lifting – Highest Achievement Regional APAC Awards – Category A Winner ระดับเอเชีย ที่วงการแพทย์ไทยภาคภูมิใจ

นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่เดอะคลินิกค์ THE KLINIQUE  เปิดเผยว่า ในปี 2566 เดอะคลินิกค์  ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมความงามอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนผู้เข้าใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในสัดส่วนเมื่อเทียบรายได้ การเติบโตของเดอะคลินิกค์ จากปี 2565 มีรายได้ประมาณ 1,600 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน ผ่านมา 9 เดือนมีรายได้ทะลุ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อถึงสิ้นปี เดอะคลินิกค์ มีรายได้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,200 บาท  คิดเป็นสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 30-40%

ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าว มาจากการตอบรับที่ดีของลูกค้า และเรายังเป็นคลินิกเสริมความงามชั้นนำที่คนไข้ทั้งในและต่างประเทศกล่าวถึง จากการสร้าง Brand Awareness , เทคนิคการรักษาของทีมแพทย์ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ทำให้เดอะคลินิกค์ ตัดสินใจขยายสาขาเพิ่มจากที่ตั้งเป้าไว้ว่าน่าจะขยายสาขาในปี 2566 ประมาณ  10 สาขา แต่ด้วยผลตอบรับที่ดี ทำให้ในปีนี้ สามารถขยายสาขาเพิ่มไปได้ถึง 14 สาขา ทำให้ปัจจุบัน เดอะคลินิกค์ เรามีสาขาที่พร้อมให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ ครอบคลุมตามหัวเมืองใหญ่ และในกรุงเทพฯ จำนวนทั้งสิ้นถึงสิ้นปีมี 55 สาขา

นายแพทย์อภิรุจ กล่าวต่อไปว่า สำหรับ รางวัล Ulthera Lifting – Highest Achievement Regional APAC Awards – Category A Winner เป็นรางวัลใหญ่ที่สุดแห่งวงการยกกระชับปรับรูปหน้าด้วย Ulthera SPT+ ในระดับภูมิภาคเอเชีย และเอเชียแปซิฟิก จากงาน Golden Record Award โดย MERZ Aesthetics ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่แห่งวงการยกกระชับปรับรูปหน้าด้วย Ulthera SPT+ จากคลินิกทั่วภูมิภาคเอเชียกว่า 10ประเทศ ได้แก่ เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงค์โปร์ เวียดนาม 

-(016)

เติมความพรีเมี่ยมให้บ้านของคุณ ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกจาก ‘OLIVIA LIVING’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763421

เติมความพรีเมี่ยมให้บ้านของคุณ ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกจาก 'OLIVIA LIVING'

เติมความพรีเมี่ยมให้บ้านของคุณ ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกจาก ‘OLIVIA LIVING’

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.20 น.

End the Year with a Shopping Cheer! เติมความพรีเมี่ยมให้บ้านของคุณ ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ชั้นนำระดับโลกจาก “OLIVIA LIVING” พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 70% ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. – 12 พ.ย. นี้ ที่สุขุมวิท 39

การตกแต่งบ้าน.. นับเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และรสนิยมของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี  “โอลิเวีย ลีฟวิ่ง (OLIVIA LIVING)” ในฐานะผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแบรนด์พรีเมี่ยมจากประเทศอเมริกาและอิตาลี นำเสนอสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน รวมไปถึงไฟตกแต่งประเภทต่างๆ อย่างครบครัน มีแนวคิดที่ต้องการนำเสนอสไตล์การตกแต่งบ้านให้โดดเด่นอย่างเป็นเอกลักษณ์ จึงคัดสรรเฉพาะเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านจากแบรนด์ชั้นนำที่มีดีไซน์สวยงามและคุณภาพมาตรฐานในระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ทุกสไตล์การแต่งบ้านได้หลากหลาย พร้อมให้คำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญและให้คำแนะนำกับลูกค้าได้อย่างลงตัวที่สุด

“โอลิเวีย ลีฟวิ่ง (OLIVIA LIVING)” มีความมุ่งเน้นในการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ดีที่สุด ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความน่าอยู่ให้บ้านที่คุณรักได้ จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ ให้ทุกคนสามารถถ่ายทอดจินตนาการ และศิลปะการตกแต่งบ้านเพื่อยกระดับการใช้ชีวิต กับเฟอร์นิเจอสุดเก๋ อาทิ

• Fawkes Bench จากแบรนด์ Four Hands ที่วางได้ทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในห้องรับแขก หรือปลายเตียง ผสมผสานไม้กับเบาะผ้าได้อย่างลงตัว ทำให้พื้นที่ของคุณน่าสนใจ ที่ลดมากที่สุดถึง 50% (from 59,900 THB Discount 50% off to 29,950 THB)

• เก้าอี้ Dune Dining Chair ดีไซน์ใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Vanguard เส้นสายเหลี่ยมมุมที่แปลกตาและยังแฝงด้วยความมีเสน่ห์จากขาทองเหลือง ที่ลดมากที่สุดถึง 55% (from 100,900 THB Discount 55% off to 45,405 THB)

• โต๊ะอาหารทรงกลม Sheila Dining Table จากแบรนด์ Gabby ที่เหมาะสำหรับพื้นที่ห้องอาหารขนาดเล็ก มาพร้อมกับดีไซน์ความเรียบง่ายของสีพื้นขาวและเน้นด้วยสีทองขุ่น พิเศษ! ลดมากสุด 50% (from 163,900 THB Discount 50% off to 81,950 THB) 

• โคมไฟติดผนัง Banks Wall Sconce จากแบรนด์ Hudson Valley ตกแต่งด้วยแผ่นทองที่มีการผสมผสานระหว่างสไตล์ร่วมสมัยและทันสมัย ลดมากสุด 45% (from 37,900 THB Discount 45% off to 20,845 THB)

หากคุณเป็นแฟนเฟอร์นิเจอร์แบรนด์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาและอิตาลี เช่น John Richard, Interlude Home, Vanguards Furniture, Meridiani และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมายคุณจะปลื้มใจกับความหลากหลายของสินค้าของเราที่นำเสนอ! ผ่านแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี End the Year with a Shopping Cheer! ตั้งแต่วันที่ 19 ต.ค. – 12 พ.ย. นี้ ที่สุขุมวิท 39  พร้อมส่วนลดพิเศษสูงสุด 70%  และสิทธิพิเศษอื่นมากมาย

● Cash Voucher

ทุกยอดซื้อสินค้า 500,000 บาท จะได้รับคูปองเงินสดมูลค่า 5,000 บาท (จำกัดการมอบคูปองเงินสดมูลค่าสูงสุด 50,000 บาทต่อท่านตลอดรายการส่งเสริมการขายนี้)

● Top Spender Rewards

พลาดไม่ได้กับสินค้า Our Picks ที่มีส่วนลดถึง 90% และสำหรับลูกค้าที่ใช้จ่ายสูงสุด ยังมีโอกาสรับ iPhone 15 Pro Max 256GB ฟรี! มูลค่า 48,900 บาท จำนวน 1 เครื่อง

● โปรโมชั่นจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม จากโปรโมชั่นของบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยา(KCC), บัตรเครดิตธนาคารกสิกรไทย(KBank), บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ (BBL), บัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย(KTC) และบัตรเครดิตอเมริกันเอ็กซ์เพรส (AMEX)

เราขอเชิญคุณมาเป็นส่วนหนึ่งของความสุขส่งท้ายปีนี้ และหากคุณกำลังมองหาของขวัญแต่งบ้านเพื่อเพิ่มบรรยากาศต้อนรับปีใหม่ หรือของขวัญให้คนที่คุณรัก วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดสำหรับคุณ!

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 096-880-9898, Line OA: @olivialiving , FB: OLIVIA LIVING , IG: olivia_living หรือ Website: http://www.olivia-living.com

-(016)

ซีพี-เมจิ เปิดแคมป์ระดับโลก ‘CP-Meiji Barista Camp 7’ ยกระดับบาริสต้าสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763416

ซีพี-เมจิ เปิดแคมป์ระดับโลก 'CP-Meiji Barista Camp 7' ยกระดับบาริสต้าสู่สากล

ซีพี-เมจิ เปิดแคมป์ระดับโลก ‘CP-Meiji Barista Camp 7’ ยกระดับบาริสต้าสู่สากล

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.16 น.

​ซีพี-เมจิ เดินหน้า โครงการ CP-Meiji Barista Camp เป็นปีที่ 7 ในธีม Stage of Champion เวทีของแชมป์ เชิญ 5 กูรูบาริสต้าระดับโลก ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ครบทุกมิติของกาแฟ ทั้งการเทลายลาเต้อาร์ต และการทำเครื่องดื่ม เพื่อฝึกทักษะขั้นสูงให้กับ 64 บาริสต้าทั้ง ชาวไทย และชาวต่างชาติในการต่อยอดและพัฒนาฝีมือต่อไป

​นางสาวชาลินี พูนลาภมงคล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด และ Camp Director ของ CP-Meiji Barista Camp กล่าวเปิดงาน CP-Meiji Barista Camp 7 โดยระบุว่า ซีพี-เมจิ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ โดยสนับสนุนและส่งเสริมการเติบโตของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่เกษตรกรต้นน้ำ ลูกค้าช่องทางขายทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนผู้บริโภค ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

​สำหรับลูกค้าธุรกิจกาแฟ และบาริสต้านั้น เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ที่มีการเติบโตของธุรกิจร้านกาแฟอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา “การส่งเสริมผู้ประกอบการและบาริสต้า ให้มีทักษะความรู้ มีความสามารถทัดเทียมกับมืออาชีพระดับสากล และมีความรักในอาชีพ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจกาแฟในประเทศไทย สามารถยกระดับทั้งคุณภาพ และการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้” นางสาวชาลินีกล่าว

CP-Meiji Barista Camp 7 “Stage of Champion” ปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน 2566 มีบาริสต้าที่เข้าร่วมแคมป์จำนวน 64 คน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเป็นผู้ที่ชนะรอบแรกของการแข่งขัน เวที CP-Meiji Speed Coffee Art Championship 2023 ซึ่งในปีนี้ จัดขึ้น 2 สนาม คือที่ประเทศฮ่องกงในเดือนมิถุนายน และที่ประเทศไทยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

บาริสต้าทั้ง 64 คน จะได้เรียนรู้เนื้อหาทั้งทฤษฎีและปฎิบัติจากกูรูระดับโลกจำนวน 5 คน ได้แก่ คุณมุก อสมา วิชัยดิษฐ์ กรรมการเวทีแข่งขันกาแฟโลก, คุณต๋อง อานนท์ ธิติประเสริฐ แชมป์ลาเต้อาร์ตโลก ปี 201 และแชมป์บาริสต้าประเทศไทยปี 2023, คุณอัมพอล แชมป์ลาเต้อาร์ตโลก ปี 2018, คุณเออร์วิน เควก แชมป์ลาเต้อาร์ตโลกปี 2019, คุณแอนโทนี่ ดักลาส แชมป์บาริสต้าโลกปี 2022 รวมไปถึง คุณเสรี ธรรมเสริมสุข  หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของซีพี-เมจิ โดยทุกท่านร่วมกันสอนทักษะความรู้ที่เกี่ยวกับกาแฟและนมในหลากหลายหัวข้อ ได้แก่ Perfecting the Rosetta, Mastering the Pattern, Exploring Milk Coffee, Act Like a Pro (fessionals) และ Dare to judge เป็นต้น

“อาจกล่าวได้ว่า CP-Meiji Barista Camp เป็นแคมป์เดียวของโลก ที่นำแชมป์ด้านกาแฟจากเวทีระดับโลกมาอยู่ในงาน แบ่งปันประสบการณ์ในเวทีแข่งขัน และทำการสอนแบบใกล้ชิดถึงสองวันเต็ม เพื่อให้บาริสต้าได้นำสาระความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติไปเป็นแม่บทในการเรียนรู้ เพื่อก้าวไปสู่การเป็นบาริสต้าในระดับมาตรฐานสากลได้” นางสาวชาลินีกล่าวสรุป

-(016)

ชมภาพ 70 สาวงาม ‘Miss Grand International 2023’ ตะลุยเวียดนาม พร้อมสัมผัสตัวตน-สมองของพวกเธอในรอบ ‘ห้องดำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763412

ชมภาพ 70 สาวงาม 'Miss Grand International 2023' ตะลุยเวียดนาม พร้อมสัมผัสตัวตน-สมองของพวกเธอในรอบ 'ห้องดำ'

ชมภาพ 70 สาวงาม ‘Miss Grand International 2023’ ตะลุยเวียดนาม พร้อมสัมผัสตัวตน-สมองของพวกเธอในรอบ ‘ห้องดำ’

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.10 น.

ชมภาพกิจกรรม “Miss Grand International 2023” ตะลุยเวียดนาม ลุ้น 18 สาวเสียงดีรอบ “Grand Voice Award” พร้อมสัมผัสตัวตนและสมองของพวกเธอในรอบ “ห้องดำ” ใครจะอยู่ใครจะไป รู้กัน 

ยอมใจในความใส่สุดทุกกิจกรรมของ 70 สาวงาม ตัวแทน “ Miss Grand “ ทั่วโลก บนเวทีการประกวด Miss Grand International 2023 ปีนี้ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ “เจ้าภาพ” ประเทศเวียดนาม โดย Sen Vang Entertainment  (เซน แวง เอ็นเตอร์เทนเมนท์) อัดกิจกรรมแน่นๆ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมเวียดนาม อวดสายตาชาวโลก 

กิจกรรมเก็บตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟถูกจัดขึ้นตามเมืองท่องเที่ยวของเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นการประกวดชุดว่ายน้ำ และ Grand Voice Award  รอบคัดเลือก ณ Nami Beach Club – Mikazuki Japanese Resort and Spa เมืองดานัง รอบนี้มีนางงามเสนอตัวเข้าประกวดรอบคัดเลือกกว่า 40 ประเทศ โชว์ความสามารถด้านการร้องหรือจะเต้นก็แล้วแต่จะงัดออกมาเอาใจคณะกรรมการอย่าง บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล , คุณเทเรซ่า ชัยวิสุทธิ์ ฯลฯ รวมถึงแฟนนางงามที่กำลังชมอยู่ทาง YouTube Chanel : Grand TV  หลายคนซุ่มซ้อมมาอย่างดี แต่พอเจอกล้อง เจอเพื่อน เจอความกดดัน จากนักร้องเสียงเพราะ ก็แอบเป็นนักร้องเสียงเพี้ยนไปซะงั้น ใครลืมเนื้อเพลงก็อาศัยแดนซ์เอามันส์ เป็นที่สนุกสนาน  สุดท้ายมีผู้ผ่านเข้ารอบเพียง 18 คนเท่านั้น ได้แก่ มิสแกรนด์กาน่า , ชิลี ,แองโกล่า , เช็ก รีพับลิค , โปแลนด์ ,เซาท์แอฟริกา ,เปรู ,ญี่ปุ่น , เยอรมัน ,ไนจีเรีย , อินโดนีเซีย ,เนเธอร์แลนด์ , ไอร์แลนด์ ,ไทยแลนด์ , ลาว , เมียนมาร์ , เวียดนาม และ สิงคโปร์ ซึ่งทั้ง 18 คนจะต้องมาแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะในรอบนี้อีกครั้งในวันที่ 17 ตุลาคม จบ Grand Voice Award  ก็มาโชว์ความสวยงามกันต่อที่งาน VIETNAM BEAUTY FASHION FEST ครั้งที่ 6 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Flying Vietnam” ณ APEC Sculpture Park เมืองดานัง  แฟชั่นโชว์ชุดประจำชาติเวียดนาม หรือชุด อ๋าวใหญ่ ฝีมือการออกแบบและตัดเย็บโดยดีไซด์เนอร์แถวหน้าของเวียดนาม รังสรรค์สุดฝีมือเพื่อให้ผู้เข้าประกวดได้สวมใส่และนำเสนอสู่สายตานานาชาติ ปิดท้ายด้วยโชว์ฟินาเล่สุดอลังการโดย อิซเบลล่า เมนิน Miss Grand International 2022 รวมถึงการประกวดชุดว่ายน้ำ (อีกครั้ง) ตามคำเรียกร้องของแฟนนางงาม สวยสะบัดจัดเต็มสมใจกองเชียร์ที่สุด

โบกมือลา เมืองดานัง  70 สาวงามผู้เข้าประกวดแพ็คกระเป๋าเดินทางต่อไปยังเมือง Hue (เว้) เข้าพักที่โรงแรม Kobi Onsen Resort Hue เจ้าภาพจัดเตรียมให้นางงามได้ลองทำเมนูอาหารประจำถิ่น นั่นก็คือ แบ๋ญ แซ่ว ทำไปชิมกันไปเป็นที่สนุกสนาน และพลาดไม่ได้กับรอบสัมภาษณ์ หรือ ห้องดำ ทำความรู้จักตัวตน ความคิด ความฝันของพวกเธอแบบเต็มๆ ปิดท้ายด้วยการประกวด Grand Voice Award ลุ้นกันรอบสุดท้ายว่าใครจะเป็นผู้ชนะในรอบนี้!!

ติดตามกิจกรรม มิสแกรนด์ ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV
Facebook : Miss Grand International , Miss Grand Thailand
Instagram : missgrandinternational , missgrandthailand และ TikTok
#MissGrandInternational #MissGrandInternational2023 #MissGrandThailand #อุ้มทวีพร #MissGrandThailand2023 #WeAreGRANDthe1andOnly 

-(016)

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป คว้าสองรางวัลใหญ่จากเวที ‘HR Asia Awards’ ประกาศความเชื่อมั่น เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานที่สุดในเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/763405

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป คว้าสองรางวัลใหญ่จากเวที 'HR Asia Awards' ประกาศความเชื่อมั่น เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานที่สุดในเอเชีย

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป คว้าสองรางวัลใหญ่จากเวที ‘HR Asia Awards’ ประกาศความเชื่อมั่น เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานที่สุดในเอเชีย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.57 น.

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป คว้าสองรางวัลใหญ่ “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023” และ “HR Asia Diversity, Equity & Inclusion Awards” ประกาศความเชื่อมั่น เป็นองค์กรที่น่าร่วมงานที่สุดในเอเชีย

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) บริษัท
ชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ท และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศความภาคภูมิใจกับสองรางวัลอันทรงเกียรติ “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023” และ “HR Asia Diversity, Equity & Inclusion Awards” จากเวที HR Asia Awards ท่ามกลางองค์กรระดับโลกทั่วเอเชียที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในครั้งนี้

การคว้าสองรางวัลด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและสิ่งแวดล้อมภายในองค์กร ทั้ง HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2023 และ HR Asia Diversity, Equity & Inclusion Awards จากเวทีใหญ่อย่าง HR Asia Awards มาครอง นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทในการปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรอันแสนพิเศษและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีในสถานที่ทำงานของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างรูปแบบธุรกิจอันเต็มไปด้วยพลังขับเคลื่อนมาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ ภายใต้วิสัยทัศน์ในการเป็น “The Best Medium-sized Hospitality Management Company in Southeast Asia” 

สรัญญา วัฒนศิริสุข รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล กล่าวถึงที่มาของความสำเร็จครั้งนี้ว่า “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ตระหนักดีว่าหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญขององค์กรคือเหล่าบุคลากรอันทรงคุณค่า จึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานของเราทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีและเติบโตในวิชาชีพอย่างมั่นคงแข็งแรง ด้วยสวัสดิการที่ครอบคลุมสิทธิประโยชน์อย่างรอบด้าน ตลอดจนโครงการพิเศษต่าง ๆ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้พวกเขามีความสุขในการทำงานอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่น การฝึกอบรมที่มีประโยชน์ต่อบทบาทหน้าที่ กิจกรรมการสร้างทีมที่จะช่วยเพิ่มความสามัคคีและการมีส่วนร่วม ฯลฯ นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศในการทำงานเพื่อส่งเสริมศักยภาพของพนักงาน ให้พวกเขาพัฒนาตัวเองได้อย่างเต็มที่ มีแรงบันดาลใจ รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ และมีส่วนร่วมในการนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ ซึ่งทั้งสองรางวัลที่ได้รับจาก HR Asia Awards ก็เป็นเครื่องยืนยันที่สะท้อนถึงความทุ่มเทในด้านนี้ของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา” 

ทั้งนี้รางวัล ‘HR Asia Best Companies to Work for in Asia’ เป็นรางวัลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยนิตยสาร HR Asia เพื่อยกย่ององค์กรที่สามารถสร้างสรรค์สำนักงานและบรรยากาศในการทำงานให้เหล่าพนักงานและผู้ร่วมงานเกิดแรงบันดาลใจ รู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง และมีส่วนร่วมในองค์กร โดยเปิดโอกาสให้องค์กรต่าง ๆ เข้าร่วมการคัดสรรผ่านขั้นตอนการสำรวจและประเมินอันเข้มข้น ทั้งในมิติของความเข้าใจในความต้องการของพนักงาน การสนับสนุนความร่วมมือในองค์กร การส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของพนักงานต่อองค์กร รวมไปถึงการส่งเสริมเรื่องความยั่งยืน จนได้องค์กรที่มีความโดดเด่นอย่างแท้จริงเป็นผู้รับรางวัลเพียงหนึ่งเดียวในแต่ละสาขา

ซึ่ง ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ให้ความสำคัญในด้านนี้มาตลอดผ่านนโยบายด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลขององค์กร ที่มุ่งเน้นด้านการศึกษาเป็นหลัก โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยพัฒนา ONYX Academy Programs ซึ่งอัดแน่นด้วยองค์ความรู้และทักษะอันหลากหลายที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมและธุรกิจต่าง ๆ รวมไปถึงการจับมือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ อาทิ Lobster Ink, LinkedIn Learning, eCornell และ Harvard Business School Online ริเริ่มโครงการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร ตั้งแต่หลักสูตรการจัดการทั่วไป จนถึงการบริหารงานระดับสูงและการเสริมสร้างทักษะความเป็นผู้นำ ไม่เพียงเท่านั้น ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังสนับสนุนการปั้นคนทำงานมืออาชีพรุ่นใหม่ ด้วยโปรแกรมฝึกอบรมพิเศษเฉพาะด้าน และการรับนักศึกษาฝึกงานในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อมอบโอกาสอันเท่าเทียมให้กับบุคลากรในอนาคตของอุตสาหกรรมการบริการของไทย 

สำหรับภาพรวมด้านธุรกิจ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ดำเนินงานบริหารจัดการโรงแรมรีสอร์ท และ เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ในเครือที่มีความหลากหลาย ทั้ง อมารี (Amari), โอโซ่ (OZO), ชามา (Shama) และโอเรียนเต็ล เรสซิเดนซ์ (Oriental Residence) ซึ่งแต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของเหล่านักธุรกิจและนักเดินทางท่องเที่ยว โดยในปี 2566 นี้ ได้กำหนดยุทธศาสตร์หลักในการขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งเป้ารายได้ที่ 8,800 ล้านบาท โดยให้ความสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็ง เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ และพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกัน ซึ่งด้วยจุดเด่นในการเป็น  “A Tailored Approach to Hospitality” ที่ใช้ในการพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจ รวมถึงวิถีการทำงานร่วมกันกับคู่ค้าและพันธมิตรขององค์กรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากคู่ค้าที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไปด้วยกันอย่างยั่งยืนและระยะยาว และแน่นอนว่าอีกหนึ่งปัจจัยที่เสริมศักยภาพให้ ออนิกซ์ 
ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เติบโตอย่างมั่นคงแข็งแกร่ง คือเหล่าบุคลากรผู้ทรงคุณค่า เปี่ยมด้วยองค์ความรู้ มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจว่าพันธมิตรของเราจะบรรลุถึงเป้าหมายร่วมกันอย่างแท้จริง