คุณแหน : 13 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762562

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันนวมินทรมหาราช เป็นวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แปลว่าวันระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้..ll ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าอบรมในหลักสูตร DIGITAL JUMPSTART for Young Executives รุ่นที่ 1 ดูได้ที่ https://www.depa.or.th/th/article-view/djs-1-digital-jumpstart-1-young-executives..

ll นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ พร้อมเพื่อนๆ ปธพ. 1 กว่า 40 คน เช่น นพ.กำพลพลัสสินทร์,พล.อ.อ.นพ.สุรศักดิ์ โปร่งจันทึก, พล.อ.ท.นพ.ชูพันธ์ ชาญสมร,น.อ.นพ.พัลลภ สุภากรณ์,นพ.อิทธกร โถสุวรรณโชต,พญ.กิติมา ยุทธวงศ์,นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ,นพ.จิตจำลอง หะริณสุต,นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ,พญ.ชนิญญา พัฒนศักดิ์ภิญโญ,วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ,ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร,สมหวัง เตชะอินทราวงศ์,นพรัตน์ แย้มเหมือน,ดร.อรชร อิงคานุวัฒน์ ร่วมจัดงานเลี้ยงสังสรรค์และยินดีกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ที่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น รมว.สาธารณสุข..

ll ยามนี้ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ไปท่องยุโรปด้วยภารกิจสำคัญ คือการไปร่วมงานเปิด pop-up store แบรนด์ SIRIVANNAVARI ณ ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเตใจกลางเมืองมิลาน ต่อด้วยการตรวจเยี่ยมดูงานห้างสรรพสินค้าของกลุ่มเซ็นทรัลและหารือข้อธุรกิจทั้งในเมืองเบอร์ลิน และเมืองฮัมบูร์ก..

llจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบเงินจากบัณฑิต อนันตมงคล ซีอีโอ บมจ.บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ เพื่อสมทบทุนโครงการก่อสร้างภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 10 จ.เชียงใหม่..

ll ยินดีกับ พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ ที่ลูกสาวคนเก่ง อาภารัตน์ คณะเจริญ ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรแพทยศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ปัจจุบันคุณหมอมีมี่ เป็นแพทย์ใช้ทุน ณ รพ.สวรรค์ประชารักษ์จ.นครสวรรค์..

ll ดร.คณพศ นิจสิริภัช ชวนมิตรสหาย ปารณีย์ อำนวยรักษ์สกุล,วัลภา สถิรชวาล,ปัณณ์นิตรา ธัญญ์ธนาวิทย์,ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ไปกราบถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และทำบุญถวายเพลพระ ณ วัดราชบพิธฯ..

ll สินชัย ลือสุขประเสริฐ วันเกิดปีนี้มีแต่คนเอาของกินมาให้ทั้งวัน ฉลองกับครอบครัวและได้บริจาคให้มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ซึ่งมีผู้พิการในความดูแลที่อาศัยอยู่ประจำกว่า 800 คน..

ll ชื่นชม บมจ.สหวิริยาสตีลอินดัสตรี(SSI)ได้ร่วมกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมเหล็กชั้นนำของเมืองไทย ได้จัดกิจกรรม“เดิน-วิ่งการกุศล ฅนเหล็กมินิมาราธอน 2023”ครั้งที่ 15 ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เพื่อนำรายได้ทั้งหมดสนับสนุนงานของมูลนิธิ หน่วยงาน สถาบันการศึกษาที่ดำเนินการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ งานนี้ ณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล,ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส ไม่ยอมพลาด..ll

น้องใหม่

ครม.เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปีงบฯ 2567 รุดแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตามคำแถลงนโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762614

ครม.เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปีงบฯ 2567 รุดแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตามคำแถลงนโยบาย

ครม.เห็นชอบแผนการใช้เงิน กสศ. ปีงบฯ 2567 รุดแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตามคำแถลงนโยบาย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.22 น.

12 ตุลาคม 2566 ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า กสศ. ได้รับเอกสารยืนยันมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแผนการใช้เงินของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงิน 7,094.97 ล้านบาท ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

การเสนอแผนการใช้เงินของ กสศ. ในครั้งนี้ เป็นไปตามปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งให้หน่วยรับงบประมาณต้องปรับปรุงคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การจัดทำงบประมาณและนโยบายของรัฐบาลใหม่ ไม่ใช่การเสนอทบทวนเนื่องจากถูกตีกลับแต่อย่างใด

ดร.ไกรยส กล่าวว่า สำหรับแผนการใช้เงินที่ ครม. เห็นชอบ ประกอบไปด้วย 9 แผนงาน ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเด็ก เยาวชน และประชากรวัยแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 และแผนกลยุทธ์ กสศ. 2565-2567 ที่คณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาไปตามขั้นตอนและปฏิทินการจัดทำงบประมาณ 2567

สำหรับงบประมาณที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนทุนเสมอภาคให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ที่เห็นชอบหลักการการปรับอัตราเงินอุดหนุนทุนเสมอภาค ซึ่งเป็นการจัดสรรให้นักเรียนยากจนพิเศษใน 6 สังกัด (สพฐ., อปท., ตชด., พ.ศ., กทม. และ สช. (โรงเรียนเอกชนการกุศล) จากอัตรา 3,000 บาทต่อคนต่อปี ปรับเป็น 4,200 บาทต่อคนต่อปี  โดยเป็นการปรับเพิ่มในลักษณะขั้นบันไดต่อเนื่อง 3 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2567 จนเต็มตามอัตราในปีการศึกษา 2569 ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ

“สำหรับจุดเน้นของการปรับอัตรา คือ ส่วนรายการค่าอาหารเช้า ซึ่งปัจจุบันไม่มีการจัดสรรเงินอุดหนุนในรายการนี้ผ่านหน่วยงานอื่น เนื่องจากจากผลการสำรวจของ กสศ. พบว่านักเรียนกลุ่มนี้มากกว่าร้อยละ 90 ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าก่อนมาโรงเรียน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและสติปัญญาที่สมวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กอายุ 3-14 ปี ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการเจริญเติบโตที่จะส่งผลไปตลอดชีวิต นอกจากนั้นจากผลงานวิจัยในระดับนานาชาติล้วนชี้ตรงกันว่าการสนับสนุนอาหารเช้าให้แก่นักเรียนจากครัวเรือนที่มีรายได้น้อยเป็นปัจจัยสำคัญต่อพัฒนาการทางการเรียนรู้ ลดอัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษา”

“ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับข้อเสนอของ กสศ. และหน่วยงานภาคีในการการลงทุนแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อผลักดันให้เด็ก เยาวชน และประชากรวัยแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสได้รับความเสมอภาคทางการศึกษา และการพัฒนาทุนมนุษย์ตามความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้พวกเขาสามารถพาครอบครัวออกจากกับดักความยากจนข้ามรุ่นได้สำเร็จในช่วงชีวิตของน้อง ๆ และได้โอกาสเป็นกำลังสำคัญในการพาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางในช่วงชีวิตของพวกเราทุกคน”

ทั้งนี้ กสศ. ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานต้นสังกัดทางการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกระบบการศึกษา รวมทั้งได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วนในการจัดทำแผนการใช้เงินในปีงบประมาณ 2567 นี้ เพื่อป้องกันการดำเนินการที่ซ้ำซ้อนกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นทาง โดยหนึ่งในข้อสรุปสำคัญจากเวทีรับฟังความคิดเห็นคือ กุญแจสู่การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ยั่งยืน คือการบูรณาการทำงานและทรัพยากรจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเอาเด็กเยาวชนเป็นตัวตั้ง การดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวจึงอาจเรียนได้ว่าเป็นการทำงานแบบ “หนุนเสริม” เพราะการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำสำหรับเด็ก 1 คนแล้ว ครู และสถานศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษาจำเป็นต้องมีทรัพยากรและความรู้ประสบการณ์จากหลายหน่วยงานในการจัดการกับต้นตอของปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีมากมายหลายมิติ เช่น ด้านสุขภาพ ครอบครัว สังคม และมีความซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน  อย่างไรก็ดี กสศ. ขอน้อมรับคำแนะนำและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาปรับปรุงให้การทำงานของ กสศ. และหน่วยงานภาคีให้ดียิ่งขึ้นในปีงบประมาณ 2567

-(016)

ห้องอาหาร JHOL ชวนมาลิ้มลองอาหารค่ำมื้อพิเศษจากเชฟ Hari Nayak และเชฟ Shriya Shetty เพียงสองวันเท่านั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762554

ห้องอาหาร JHOL ชวนมาลิ้มลองอาหารค่ำมื้อพิเศษจากเชฟ Hari Nayak และเชฟ Shriya Shetty  เพียงสองวันเท่านั้น

ห้องอาหาร JHOL ชวนมาลิ้มลองอาหารค่ำมื้อพิเศษจากเชฟ Hari Nayak และเชฟ Shriya Shetty เพียงสองวันเท่านั้น

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.08 น.

ปักหมุดสำหรับผู้ชื่นชอบอาหารอินเดียไฟน์  ไดนิ่ง ในรูปแบบร่วมสมัย เมื่อเซเลบริตี้เชฟ Hari Nayak เชฟชาวอินเดียที่ทรงอิทธิพลระดับโลก และเป็นผู้ก่อตั้งร้านอาหาร โจฮ์ล โคสตัล อินเดียน คูซีน เรสตัวรองต์ (JHOL Coastal Indian Cuisine Restaurant) สุขุมวิท 18 ร้านอาหารแนะนำที่อยู่ใน มิชลินไกด์ พร้อมเชฟหญิงชาวอินเดีย Shriya Shetty ที่เลื่องชื่อในการทำอาหาร Mangalorean จับคู่กันทำอาหารค่ำมื้อพิเศษ “From Karnataka to Bangkok” ให้ลิ้มลองเพียงสองวันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 19-20 ตุลาคม นี้  เพียงสองวันเท่านั้น

ห้องอาหาร โจฮ์ล โคสตัล อินเดียน คูซีน เรสตัวรองต์ (JHOL Coastal Indian Cuisine Restaurant) สุขุมวิท 18  หนึ่งในร้านอาหารแนะนำที่อยู่ใน มิชลินไกด์ ปี 2566  ได้แรงบันดาลใจจากอาหารอินเดียแถบชายฝั่งตอนใต้ จากแนวคิดของเซเลบริตี้เชฟ Hari Nayak เชฟชาวอินเดียที่ทรงอิทธิพลระดับโลก และเป็นผู้ก่อตั้งร้าน ได้นำสูตรอาหารแถบชายฝั่งทะเลตอนใต้ของอินเดีย จากรัฐ Karnataka ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา มาตีความใหม่และผสานแนวคิดร่วมสมัยลงในสูตรอาหารดั้งเดิม เพิ่มศิลปะและความงามบนจานอาหาร แต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่จัดจ้านและเข้มข้นจากการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่เรียบง่ายและสดใหม่อยู่เสมอ 

เชฟ Shriya Shetty เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นเชฟผู้บริหารของ BuCo  ร้านเบเกอรี่และคาเฟ่สไตล์อาร์ติซานอล เธอเป็นเชฟจาก Mangaluru หรือ บังคาลอร์  เมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ Karnataka  เชฟ Shriya เลื่องชื่อในการทำอาหาร Mangalorean แบบดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เธอทุ่มเทเพื่อรักษารากฐานของสูตรอาหารดั้งเดิมไปพร้อมๆ กับการนำเสนอสูตรใหม่ๆ  อย่างมีเอกลักษณ์และเข้าถึงง่าย เพื่อให้อาหาร Mangalorean เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ทั้งเซเลบริตี้เชฟ Hari Nayak และเชฟ Shriya Shetty ผู้มีจิตวิญญาณในการทำอาหารอินเดียจาก Karnataka จะจับมือกันนำเสนออาหารค่ำมื้อพิเศษให้กับนักชิมผู้มีรสนิยมและชื่นชอบอาหารอินเดีย ในรูปแบบไฟน์ไดนิ่ง ได้ลิ้มลองที่ร้านอาหาร โจฮ์ล โคสตัล อินเดียน คูซีน เรสตัวรองต์ (JHOL Coastal Indian Cuisine Restaurant) สุขุมวิท 18 ร้านอาหารแนะนำที่อยู่ในมิชลินไกด์  ซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามและเรียบง่าย สื่อถึงกลิ่นอายภูมิภาคแถบชายฝั่งทะเลของอินเดีย ในบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ ระหว่างวันที่ 19-20 ตุลาคม นี้  เพียงสองวันเท่านั้น  ตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป  ในราคา 1,999 ++ บาท สำรองที่นั่งล่วงหน้าที่โทร.02-0047174 หรือติดตามความเคลื่อนไหวของร้านได้ที่ http://www.jholrestaurant.com, Instagram: @jholbkk

-(016)

ส่อง 69 สาวงาม ‘Miss Grand International 2023’ อวดหุ่นแซ่บในชุดว่ายน้ำกลางสายฝน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762553

ส่อง 69 สาวงาม ‘Miss Grand International 2023’ อวดหุ่นแซ่บในชุดว่ายน้ำกลางสายฝน

ส่อง 69 สาวงาม ‘Miss Grand International 2023’ อวดหุ่นแซ่บในชุดว่ายน้ำกลางสายฝน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.59 น.

สายฝนโปรยปรายไม่ใช่ปัญหาหนัก เพราะนางงาม แกรนด์ The Show Much Go On พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ เมื่อนางงามไม่ล้มเลิก บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและผู้ก่อตั้ง มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล  รวมถึงเจ้าภาพเวียดนามโดย  Sen Vang Entertainment  (เซน แวง เอ็นเตอร์เทนเมนท์) ก็สั่งลุยจัดการประกวด Miss Grand International รอบชุดว่ายน้ำ  ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายทั่วเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ฝ่ากระแสดราม่าอีกระลอก หลังมีนางงามสวมส้นสูงลื่นล้ม แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ณวัฒน์ ประกาศรอบนี้เป็นเพียงโชว์ ไม่มีการนับคะแนน เตรียมจัดการประกวดรอบชุดว่ายน้ำอีกครั้ง

เกิดกระแสดราม่าไม่หยุด สำหรับเวทีการประกวดนางงามโลก Miss Grand International ประเทศเวียดนาม เมื่อ ณวัฒน์ และเจ้าภาพจัดการประกวด Miss Grand International 2023 ท่ามกลางลมฝนกระหน่ำ ณ ริมสระว่ายน้ำ Nami Beach Club – Mikazuki Japanese Resort and Spa โดยเจ้าภาพ Sen Vang Entertainment  จัดเตรียมพื้นที่เอาไว้อย่างสวยงาม โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเจอพายุฝน หลังมีการประชุมกันทุกฝ่าย รวมถึงนางงามแล้วเห็นว่าฝนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ทุกคนพร้อมเดินอวดโฉมตามกำหนดเดิม โดยทีมงานขอความร่วมมือให้นางงามถอดรองเท้าส้นสูงเดิน แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครยอมถอดและไม่มีใครยอมใคร ทีมงานจึงขอให้นางงามเดินอย่างระมัดระวัง  

บรรยากาศการประกวดเต็มไปด้วยความสนุกสนาน 69 สาวงามสวยพร้อมในชุดว่ายน้ำทูพีซ สีชมพูสดใส คอลเลคใหม่แบรนด์ MGI Swimwear X BIKINI PASSPORT แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ และ โรเบอร์ตา ทามอนดอง พิธีกรหลักในรอบสำคัญนี้ แนะนำคณะกรรมการ คุณเทเรซ่า ชัยวิสุทธิ์ รองประธาน มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) อิสเบลล่า เมนิน มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2022 คุณ ฮว่าง แทญ งา  และ เหงียน ธิ ญือ ลาน  จากนั้นนางงามผู้เข้าประกวดพร้อมปล่อยของ เผยสัดส่วน รูปร่าง การเดิน การโพสต์ แม้หลายคนจะลื่นล้มแต่ก็ลุกขึ้นมาโพสต์กันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางกองเชียร์แฟนนางงามทั่วโลก ที่รับชมผ่านทาง YouTube Chanel : Grand TV

หลังจบการประกวด คุณณวัฒน์ ประกาศให้วันนี้เป็นเพียงโชว์เท่านั้น ไม่มีการนับคะแนน โดยจะจัดให้มีการประกวดรอบชุดว่ายน้ำอีกครั้งในวันที่ 14 ตุลาคม  ใครจะได้ครองตำแหน่ง MGI Best In Swimsuit รู้พร้อมกันในค่ำคืนรอบตัดสิน Miss Grand International 2023 ณ ฝูเถาะ อินดอร์สเตเดี้ยม (Phu Tho Indoors Stadium) เมืองโฮจิมินทร์ ประเทศเวียดนาม

ติดตามกิจกรรม มิสแกรนด์ ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV

Facebook : Miss Grand International , Miss Grand Thailand

Instagram : missgrandinternational , missgrandthailand และ TikTok

#MissGrandInternational #MissGrandInternational2023 #MissGrandThailand #อุ้มทวีพร #MissGrandThailand2023 #WeAreGRANDthe1andOnly

-(016)

ไฮเออร์ จัดกิจกรรม ‘ถอดรหัสหัวใจ ใส่รหัสรัก Password คือเธอเท่านั้น’ ไขรหัสรักแบบไม่ลับไปกับหนุ่มมาดเท่ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762540

ไฮเออร์ จัดกิจกรรม 'ถอดรหัสหัวใจ ใส่รหัสรัก Password คือเธอเท่านั้น' ไขรหัสรักแบบไม่ลับไปกับหนุ่มมาดเท่ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

ไฮเออร์ จัดกิจกรรม ‘ถอดรหัสหัวใจ ใส่รหัสรัก Password คือเธอเท่านั้น’ ไขรหัสรักแบบไม่ลับไปกับหนุ่มมาดเท่ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.18 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 14 ปีซ้อน ได้จัดกิจกรรมเอาใจลูกค้าผู้หลงรักหนุ่มมาดเท่แต่โซคิ้วท์ ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน หนุ่มแฮกเกอร์ที่มามอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับทุกท่าน 

ภายในกิจกรรม “Haier Dream For Fan SS3 Hack! Your Heart ถอดรหัสหัวใจ ใส่รหัสรัก Password คือเธอเท่านั้น” ได้เริ่มด้วยภารกิจแรก ‘DIY หมีเทสีจากภูวินทร์’ โดยหนุ่มภูวินทร์ได้ตั้งใจครีเอทโทนสีที่จะเทลงบนตัวหมีที่หลากหลายสไตล์ให้กับวินนี่ หรือ แฟน ๆ ผู้โชคดีที่ชนะรางวัลจากกิจกรรม Happy Virus มาแล้วเป็นจำนวน 5 รางวัล ตามด้วยภารกิจที่สอง ‘Heart  Where’ โดยเป็นภารกิจที่หนุ่มภูวินทร์จะต้องหาซองที่บรรจุตัวอักษรไว้ที่ซ่อนอยู่ตามจุดต่าง ๆ ของเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ ภายในระยะเวลา 1 นาที ซึ่งหนุ่มภูวินทร์ทำไม่สำเร็จภายในเวลาที่กำหนด จึงต้องทำการจ้องตากับแฟน ๆ ผ่านทางไลฟ์เป็นเวลา 1 นาที เพื่อต่อเวลาในภารกิจนี้เพิ่ม ซึ่งหนุ่มภูวินทร์ก็ทำให้วินนี่ละลายกับการจ้องตากันถ้วนหน้าและผ่านภารกิจไปได้ในที่สุด ส่วนของภารกิจที่สาม ‘Word Seeker’ หนุ่มภูวินทร์ต้องเรียงคำศัพท์คอมพิวเตอร์ 5 คำ ภายในเวลา 1 นาที ซึ่งก็สามารถผ่านภารกิจนี้ไปได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งยังได้ทำภารกิจสุดพิเศษที่แสนน่ารักอย่างการพากษ์เสียงตุ๊กตาเป็นภาษาอังกฤษให้แฟน ๆ ฟังแถมอีกด้วย และภารกิจสุดท้าย ‘Genius Code’ ใส่แว่นตาพิมพ์ประโยคที่กำหนดเพื่อโชว์ความเป็นหนุ่มโปรแกรมเมอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ ซึ่งหนุ่มภูวินทร์ก็สามารถทำภารกิจนี้ได้สำเร็จเช่นกัน  

หลังจากทำภารกิจสำเร็จ หนุ่มภูวินทร์ได้รหัสมาเป็นตัวเลข 05072003 หรือเลขวันเกิดของหนุ่มภูวินทร์นั่นเอง โดยนำมาปลดล็อคของรางวัล Mechanical Keyboard สุดพิเศษที่จัดทำขึ้นเฉพาะในกิจกรรมนี้เท่านั้น โดยจะแจกให้กับแฟน ๆ ที่รับชมทางไลฟ์สดที่ร่วมกันติดแฮชแท็ก #HaierxPhuwin บนช่องทาง X โดยประกาศผลผู้โชคดีผ่าน Facebook Haier Thailand ในวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา 

และอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานนี้คงหนีไม่พ้นเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ที่ยกทัพมาโชว์แบบจัดเต็ม ได้แก่ เครื่องซักผ้าฝาหน้า Haier รุ่น HW120-BP14959S6 ที่ขึ้นชื่อในด้านประสิทธิภาพการทำความสะอาดและดูแลถนอมทุกเส้นใยผ้า และยังมีตู้เย็นมัลติดอร์ Haier รุ่น HRF-MD456GB ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Vertical Air Duct&Multi Airfloe กระจายลมเต็มทั่วตู้ 360 องศา และเทคโนโลยี T.ABT ยับยั้งแบคทีเรีย ช่วยคงความสดใหม่ของอาหาร 

นอกจากนี้ยังมี QLED Google TV จาก Haier ขนาด 55 นิ้ว รุ่น H55K7UG ที่มอบประสบการณ์ความบันเทิงให้คุณดื่มด่ำภาพหน้าจอความละเอียด 4K Ultra HD พร้อมด้วยเทคโนโลยีภาพ Dolby Vision และระบบเสียง Dolby Atoms อีกด้วย 

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมต่าง ๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook: Haier Thailand, Instagram: @haierthailand_official, X (Twitter): @ThailandHaier และ TikTok: @haier_thailand หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.haier.com/th 
 
-(016)

Bwell Group เปิดตัว 2 แบรนด์ผู้นำเรื่องจัดแต่งทรงผมระดับโลก Babyliss และ Vidal Sassoon

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762536

Bwell Group เปิดตัว 2 แบรนด์ผู้นำเรื่องจัดแต่งทรงผมระดับโลก Babyliss และ Vidal Sassoon

Bwell Group เปิดตัว 2 แบรนด์ผู้นำเรื่องจัดแต่งทรงผมระดับโลก Babyliss และ Vidal Sassoon

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.15 น.

บริษัท บี-เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าเพื่อสุขภาพชั้นนำระดับโลกแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ม้วน หนีบ เป่า ไดร์ แบรนด์ Babylissจากประเทศฝรั่งเศส และแบรนด์ Vidal Sassoon จากประเทศอังกฤษ ช่วย
ปลดล็อกทุกสไตล์ของทรงผมที่มั่นใจได้ด้วยตนเองที่บ้าน ให้ได้ทรงผมที่สวยงาม และอยู่ทนนานเหมือนกับทำที่ร้านซาลอนโดยช่างทำผมมืออาชีพ

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บี-เวลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่าBwell Groupดำเนินธุรกิจนำเข้าแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย สำหรับการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มความงามนับเป็นการเปิดประตูสำคัญในการนำBwell Groupเชื่อมต่อกับผู้บริโภคกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเริ่มต้นจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ในกลุ่มผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมอย่างแบรนด์ Babyliss และแบรนด์ Vidal Sassoon ซึ่งการันตีโดยช่างผมระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความงาม และบุคลิกภาพที่ดีพร้อมสร้างการรับรู้กระตุ้นการขายผ่านช่องทางOmnichannel ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และการสื่อสารผ่านอินฟูลเอนเซอร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้สัมผัสและเข้าถึงผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น

Babyliss มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากยุโรปอย่าง WAVE SECRET AIR นวัตกรรมการม้วนผมที่ปฏิวัติวงการด้วยการสร้างลอนผมแบบอัตโนมัติด้วยความสะดวกรวดเร็วให้ลอนที่อยู่ทนนานทั้งวัน เครื่องจะดูดผมเข้าไปในแกนม้วนเซรามิกอัตโนมัติ ให้ความร้อนอย่างแม่นยำเพื่อสร้างลอนผมที่สมบูรณ์แบบ มีช่องขนาดใหญ่เพื่อสร้างลอนผมได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นผมเส้นใหญ่หรือผมยาว สามารถควบคุมทิศทางการม้วนผมได้หลายสไตล์ตั้งแต่ออกงานหรูไปจนถึงวันสบายๆโดยไม่ต้องออกแรง โดยมีผลิตภัณฑ์แนะนำ ได้แก่ เครื่องม้วนผมอัตโนมัติ รุ่น WAVE SECRET AIR ไดร์เป่าผมพลาสม่า รุ่น Hydro-Fusionและ ไดร์เป่าผมไอออนิค รุ่น Elegance

Vidal Sassoon ก่อตั้งโดยแฮร์สไตลิสต์ชื่อดังระดับโลกชาวอังกฤษ มีเทคโนโลยี MOISTWRAP นวัตกรรมที่ช่วยปกป้องเส้นผมโดยการปล่อยประจุบวกและลบจำนวนมากเพื่อสร้าง Plasma Protection บนพื้นผิวของเส้นผมเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผมนุ่มลื่น ช่วยคงสภาพเส้นผมให้ดูสุขภาพดี และเป็นธรรมชาติอยู่เสมอ โดยมีผลิตภัณฑ์แนะนำได้แก่ ไดร์เป่าผมพลาสม่า รุ่น VS MOISTWRAPเครื่องหนีบและม้วนผม รุ่น VS Moistwrap 2 in 1 Hair Styler และเครื่องหนีบผม รุ่น VS Moistwrap

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับชมและซื้อสินค้าได้ที่บูธ Babylissและ Vidal Sassoon ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เซ็นทรัล, สยามพารากอน, เอ็มโพเรียม, เดอะมอลล์และช่องทางออนไลน์ Lazada Shopee รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bwell-inter.com

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำรถประกอบอาหาร ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์จากเหตุอุทกภัยเป็นวันแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762535

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำรถประกอบอาหาร ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์จากเหตุอุทกภัยเป็นวันแรก

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำรถประกอบอาหาร ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์จากเหตุอุทกภัยเป็นวันแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.14 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำรถประกอบอาหาร “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์จากเหตุอุทกภัย เป็นวันแรก

วันนี้ (11 ตุลาคม 2566) เจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ นำรถประกอบอาหารเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน ลงพื้นที่ ณ มูลนิธิกกไทร ตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ประกอบอาหาร

โดยมีทหารจิตอาสาพระราชทานจาก มทบ.36 และจิตอาสาพระราชทาน ตำบลน้ำชุน ร่วมประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่หล่มสัก และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 7,500 กล่อง 

โดยแบ่งเป็น 2 มื้อ มื้อกลางวัน เมนูข้าวและหมูหวาน จำนวน 3750  กล่อง มื้อเย็น ข้าวและหมูผัดซอสพริกไทย จำนวน 3750 กล่อง และในวันเดียวกันนี้มูลนิธิฯ ได้จัดส่งถุงยังชีพพระราชทานไปยังพื้นที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเตรียมมอบให้แก่ประชาชนที่ประสบภัย 

ทั้งนี้สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังเนื่องจากมีปริมาณน้ำที่มากและระดับน้ำท่วมขังสูง ยากแก่การสัญจรและใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

ดองกิ จับมือ เดอะมอลล์กรุ๊ปเตรียมเปิดสาขาที่9 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762525

ดองกิ จับมือ เดอะมอลล์กรุ๊ปเตรียมเปิดสาขาที่9 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ

ดองกิ จับมือ เดอะมอลล์กรุ๊ปเตรียมเปิดสาขาที่9 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.07 น.

บริษัท ดองกิ(ประเทศไทย) จำกัดร้านค้าอันดับหนึ่งด้านสินค้าประเภทของใช้ และอาหารคุณภาพดีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นในเครือบริษัท แพน แปซิฟิค อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ จำกัด (PPIH)นำโดยนายโคตะทามากิประธานกรรมการบริษัทฯ, นายณัฐวุฒิตั้งคารวคุณกรรมการบริษัทฯ และนายวรเทพอัศวเกษมกรรมการบริษัทบริษัทดองกิไทยแลนด์จำกัดร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในความร่วมมือเป็นพันธมิตรเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจกับ บริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ปจำกัด ผู้บริหารอาณาจักรค้าปลีกที่ครบวงจร ทั้งด้านการค้า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจความบันเทิง และไลฟ์สไตล์นำโดย นางสาวอัจฉราอัมพุชรองประธานกรรมการบริหารอาวุโสฯ, นาวสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาดฯ และนางสาววิภาอัมพุชVice President Leasing & Property Management บริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ปจำกัดพร้อมประกาศจับมือพัฒนา ดองดองดองกิในเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิชั้นGซึ่งนับเป็นสาขาที่ 9 ของดองกิในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยมีกำหนดการเปิดตัวในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2566

นายโคตะทามากิประธานกรรมการบริษัทดองกิ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการขยายสาขาของดองกิให้ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งที่ผ่านมาเราทำการเจรจากับทางเดอะมอลล์กรุ๊ป เกี่ยวกับการเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในเครือฯ เดอะมอลล์ กรุ๊ป อย่างต่อเนื่องมาหลายปี ก่อนจะได้ข้อสรุปร่วมกันในการเปิดสาขาที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ เป็นแห่งแรกอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นศูนย์การค้าชั้นนำ      ที่เป็นจุดศูนย์กลางที่ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันของย่านบางกะปิ อีกทั้งยังอยู่ในย่านชุมชนขนาดใหญ่จึงมีการเดินทางสะดวกสบาย เชื่อมต่อได้ทั้งทางรถยนต์ รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร ส่งผลให้ในแต่ละวันมีปริมาณผู้ใช้บริการในพื้นที่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของดองกิในฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานครซึ่งเราเชื่อว่าการจับมือกับเดอะมอลล์กรุ๊ปในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการช้อปปิ้งสไตล์ญี่ปุ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ตลอดจนช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายสาขาไปยังศูนย์การค้าในเครือฯอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว กระตุ้นเศรษฐกิจในย่านบางกะปิให้คึกคักพร้อมช่วยผลักดันในการขยายฐานลูกค้าและผู้มาใช้บริการทั้งภายในร้านดอง ดอง ดองกิ และศูนย์การค้าให้เติบโตอย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น”

นางสาวอัจฉราอัมพุช รองประธานกรรมการบริหารอาวุโสบริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ปจำกัดกล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับดองกิประเทศไทยในการขยายสาขาใหม่แห่งนี้ รวมถึงสาขาอื่นๆที่จะวางแผนร่วมกันในอนาคตเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในพื้นที่ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่ตั้งเป้าจะพลิกโฉมให้เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิเป็นศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าที่ครบวงจร (HYBRID RETAIL FOR URBAN LIVING)ที่ปรับใหม่หมดทุกพื้นที่ ทุกองค์ประกอบ ทุกฟังก์ชั่น ทุกแนวคิดการออกแบบ เพื่อเป็นศูนย์รวมของการใช้ชีวิตของทุกคนในที่เดียว ภายใต้คอนเซ็ปต์“A Happy Place To Live Life:  ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว”ในฐานะแฟล็กชิพสโตร์ที่สำคัญในย่าน
บางกะปิ ซึ่งนอกจากจะตั้งอยู่บนทำเลยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกแล้ว ยังเป็นจุดเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ ได้แก่ 1. โครงข่ายรถไฟฟ้าหลัก3สาย คือ อาทิ สายสีเหลือง สายสีส้ม และสายสีน้ำตาลการคมนาคมทางบก เช่น รถยนต์และรถโดยสารประจำทางและเรือโดยสารคลองแสนแสบซึ่งส่งผลให้บางกะปิเป็นย่านการค้าและที่พักอาศัยที่เจริญที่สุดอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ โดยในพื้นที่รัศมี 10 กิโลเมตรจากศูนย์การค้าฯ มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่พักคอนโดมิเนียมมากกว่า 1.2 ล้านยูนิต มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่ราว 2 ล้านคน และมีประชากรดิจิตอลสูงถึง5 ล้านคนโดยเราคาดว่าการผนึกกำลังกับดองกิ ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติญี่ปุ่นในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญในย่านบางกะปิแล้ว ยังจะช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับศูนย์การค้าฯ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีสินค้าญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่ จึงมั่นใจว่าดอง ดอง ดองกิ ในเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิจะสามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการได้เป็นจำนวนมาก และเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มทราฟฟิคให้กับศูนย์การค้าได้มากกว่า 30% อย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ ดองดองดองกิสาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ ซึ่งเป็นสาขาที่ 9 ของดองกิในประเทศไทย วางแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปลายเดือนพฤศจิกายน 2566 ณ ชั้น G โซนด้านหน้าศูนย์การค้า โดยมีพื้นที่ขายประมาณ1,250 ตารางเมตร ในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ต ภายใต้คอนเซ็ปท์”Japan Specialty Store”นำเสนอสินค้า “Made in Japan” หรือ “Made by Japan” ซึ่งผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายทั้งลูกค้าที่มองหาสินค้าคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่นหรือสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นและลูกค้าที่ชื่นชอบในเสน่ห์ของอาหาร ตลอดจนวัฒนธรรมญี่ปุ่นในสไตล์ต้นตำรับ รวมถึงออกแบบและตกแต่งร้านด้วยแนวคิด “ความอร่อยสุขภาพสิ่งแวดล้อม”เพื่อให้มีบรรยากาศและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

โดยมีไฮไลท์เด่นอยู่ที่การนำเสนอสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมทานและโซนจำหน่ายอาหารแบบยะไตหรือร้านค้าแผงลอยสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้บริโภคได้เพลิดเพลินไปกับอาหารญี่ปุ่นคุณภาพดีในเมนูที่มีให้เลือกมากมายเช่นซูชิซาชิมิและอาหารเสียบไม้ซึ่งสามารถซื้อรับประทานทันทีหรือซื้อกลับไปรับประทานที่บ้าน นอกจากนี้ผู้สนใจยังสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางแอปพลิเคชันที่ให้บริการเดลิเวอรี่ได้เช่นเดียวกับสาขาอื่นๆ อีกด้วย

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/DonDonDonkiTH/หรือทางเว็บไซต์ https://www.dondondonki.com/th/

ครบรอบ 10 ปี โครงการ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ เชื่อมโยงเส้นทางการค้าเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762509

ครบรอบ 10 ปี โครงการ 'หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง' เชื่อมโยงเส้นทางการค้าเอเชีย

ครบรอบ 10 ปี โครงการ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ เชื่อมโยงเส้นทางการค้าเอเชีย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.52 น.

โอกาสครบรอบ 10 ปี โครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt,One Road) Siam Think Tank และ สถาทูตนจีน เผย ปี 2565 การค้าจีน-ไทยมีมูลค่ากว่า 134,990 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขยายการลงทุนตรงจากบริษัทของประเทศจีน มีมูลค่า 1,380 ล้านเหรียญสหรัฐ  ส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนไทยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม ไทย-จีน กว่า45,000 ตำแหน่ง

นายหมินซิน หลี่ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สยาม ธิงค์แทงค์ (Siam Think Tank) และนางเผิง เฟย ที่ปรึกษา สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมกันเปิดเผยว่า ในปี 2565 มูลค่าการค้าจีน-ไทยมีมูลค่ากว่า 134,990 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2565 การลงทุนขยายการลงทุนจากบริษัทของประเทศจีน มีมูลค่า 1,380 ล้านเหรียญสหรัฐ  โดยในอนาคตทั้งสองประเทศจะขยายความร่วมมือในหลากหลายมิติต่อไป เช่น เศรษฐกิจดิจิตอล และ อุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว เป็นต้น ทั้งนี้เฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน ที่ตั้งอยู่ในอมตะซิตี้  200 โรงงาน ส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนไทย กว่า45,000 ตำแหน่ง สำหรับในอนาคต ทั้งสองประเทศจะขยายความร่วมมือในหลากหลายมิติต่อไป เช่น เศรษฐกิจดิจิตอล และ อุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว เป็นต้น ทั้งนี้

โดยในโอกาสฉลองครบรอบ 10 ปีของการเสนอข้อริเริ่ม “โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (One Belt, One Road) โดย Siam Think Tank ได้จัดกิจกรรมศึกษาดูงาน Friends of Silk Road Club ของประเทศไทย เพื่อเยี่ยมชมโรงงาน ภายในนิคมอุตสาหกรรมไทย-จีน จ.ระยอง บนพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ โรงงานผู้ผลิตเครื่องนอนจากยางพารา บริษัท เว่ย ฮาว ลาเท็กซ์ จำกัด ซึ่งใช้วัตถุดิบอย่างพาราไทยเป็นหลัก

และ โรงงานผลิตล้อแม็กซ์อลูมิเนียม บริษัท นิว ไทย วีล เมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เป็นบริษัทในเครือ ลีจงกรุ๊ป” เปิดดำเนินการสร้างโรงงานในประเทศไทย เมื่อปี 2010 มีเนื้อที่ในเฟสแรก 38 ไร่ และขยายในเฟส 2 อีก 54 ไร่รวมเป็น 92 ไร่ มีกำลังงานผลิตแรกเริ่ม 8 แสนวงต่อปี  จนในปัจจุบันมีกำลังการผลิต เต็มกำลัง 5 ล้านวงต่อปี เป็นโรงงานผลิตล้อแม็กรถยนต์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ปัจจุบันมีจำนวนพนักงาน 1,600 คน  โดยลูกค้า 20% จำหน่ายในไทย  และ 80% ส่งออกไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้บริษัทในเครือยังมีฐานผลิตที่ประเทศเม็กซิโก รวมกำลังการผลิตทั้ง 2 แห่งรวม 25 ล้านวงต่อปีส่งออกไปทั่วโลก  โดยลูกค้าหลักเป็น ค่ายรถยนต์ชั้นนำทั่วโลกอาทิ BMW, Chrysler, GM, Hyundai, Mazda, Nissan และ Suzuki เป็นต้น โดยล้อแม็กซ์ที่ผลิตในโรงงานแห่งนี้ ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างมีคุณภาพ เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับรถยนต์ทุกคัน

พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมบริษัทผู้ให้บริการโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ชั้นนำระดับโลก ที่ให้บริการทั้งเครือข่ายโทรคมนาคมและเครือข่ายองค์กร อุปกรณ์ ตลอดจนเทคโนโลยีและบริการคลาวด์ โซลูชั่น ได้รับการยอมรับมากกว่า 170 ประเทศทุกและภูมิภาคทั่วโลก ที่ตั้งอยู่ใน กรุงเทพฯ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด( Huawei Technologies Thailand) ที่ให้บริการผู้ใช้งานกว่าหนึ่งในสามของประชากรทั่วโลก มีความมุ่งมั่นที่จะเปิดทางสู่สังคมสารสนเทศในอนาคตและการสร้างโลกแห่งการเชื่อมต่อที่ดีกว่า

โดย นายหมินซิน หลี่ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ OneBelt,One Road เป็นโครงการระดับโลก ที่มีวัตถุประสงค์สำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางการค้า การลงทุน และพัฒนาพื้นที่ในทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา โครงการฯ ประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ  การสร้างโครงข่ายทางขนส่งทางบกและทางทะเล โดยมีการพัฒนาเส้นทางงรถไฟ ถนน ท่าเรือ และสนามบิน เชื่อมต่อภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และ แอฟริกา เข้าด้วยกัน โดยประเทศที่ในเส้นทางของโครงการฯ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อิหร่าน คาซัคสถาน โปแลนด์ ยูเครน เบลารุส กรีซ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน  อียิปต์ โมร็อกโก ซูดาน เคนยา รวันดา แองโกลา และ มาดากัสการ์ เป็นต้น จากการเชื่อมโยงภูมิภาค เอเชีย ยุโรป และแอฟริกา เข้าด้วยกัน ถือเป็นเส้นทางสายไหมยุคใหม่ ที่ช่วยผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์เส้นทางเศรษฐกิจที่มีคุณภาพ

“สำหรับ“ Siam Think Tank” เป็นการรวมตัวกันของบุลคลากรชั้นนำ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนักวิชาการ ทั้งจากมหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัย พร้อมด้วยบุคลากรทางการทูต ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนโยบายสาธารณะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งผู้ประกอบวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน “ นายหมินซิน หลี่ กล่าว

-(016)

พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ คว้ารางวัลแพทย์สตรีดีเด่น สาขาการบริหาร ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/762502

พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ คว้ารางวัลแพทย์สตรีดีเด่น สาขาการบริหาร ประจำปี 2566

พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ คว้ารางวัลแพทย์สตรีดีเด่น สาขาการบริหาร ประจำปี 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.41 น.

แพทย์หญิงมยุรา กุสุมภ์ นายกสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มอบรางวัลแพทย์สตรีดีเด่น สาขาการบริหาร ประจำปี 2566 ให้แก่ แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และประธานคณะผู้บริหารอาวุโส กลุ่ม 1 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)ณ สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ถ.สุขุมวิท