AESLA ร่วมกับ Dr.Wichai Clinic จัดเวิร์กชอป ‘Potenza’ชูประสิทธิภาพนวัตกรรม 4-Mode RF Microneedling เครื่องแรกของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761263

AESLA ร่วมกับ Dr.Wichai Clinic จัดเวิร์กชอป 'Potenza'ชูประสิทธิภาพนวัตกรรม 4-Mode RF Microneedling เครื่องแรกของโลก

AESLA ร่วมกับ Dr.Wichai Clinic จัดเวิร์กชอป ‘Potenza’ชูประสิทธิภาพนวัตกรรม 4-Mode RF Microneedling เครื่องแรกของโลก

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.10 น.

 “AESLA” ภายใต้การบริหารโดย คุณวรุตม์ สุทธินันท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอสล่า จำกัด จัดเวิร์กชอปเครื่อง Potenza สุดยอดนวัตกรรมยกกระชับ “THE WORLD’S FIRST 4-MODE RF MICRONEEDLING DEVICE” ที่งาน “Achieved the best result with the world’s first RF Microneedling (Potenza)” ณ Dr.Wichai Clinic, Bangkok, Thailand. ในวันที่ 28 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

บริษัท เอสล่า จำกัด หรือ “AESLA” ได้รับเกียรติจากนายแพทย์ วิชัย หงส์จารุ อาจารย์แพทย์ผู้บุกเบิกนวัตกรรมระดับสากลในประเทศไทย ซึ่งได้รับการยอมรับทั้งในแง่ของการเป็นผู้นำความทันสมัยด้านเทคโนโลยีและเทคนิคการแพทย์ความงามมาเป็นผู้บรรยายการอบรมรวมถึงทำการสาธิตเชิงปฏิบัติการกับเครื่อง Potenza นวัตกรรมใหม่เพื่อการฟื้นฟูผิวจากแบรนด์ Cynosure การันตีมาตรฐาน U.S.FDA และ Gold Standard  งาน “Achieved the best result with the world’s first RF Microneedling (Potenza)” ถูกจัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการถ่ายทอดความรู้และอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีความงามด้านการยกกระชับ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนวงการความงามของประเทศไทยให้เท่าทันกับมาตรฐานสากล  โดยแบ่งเป็นช่วงบรรยายข้อมูลเบื้องต้นของ Potenza และคอนเซปต์ในการใช้งานนวัตกรรม 4-Mode RF Microneedling เพื่อฟื้นฟูและรักษาผิว นอกจากนั้นนายแพทย์ วิชัย หงส์จารุ ยังได้แชร์ประสบการณ์รวมถึงเทคนิคสุด Exclusive เกี่ยวกับการใช้งานโหมดและหัวทิปต่าง ๆ ของเครื่อง Potenza จากแบรนด์ Cynosure อย่างละเอียดภายในงานเวิร์กชอปครั้งนี้ ภายใต้หัวข้อ “Sharing Potenza solution technique with different modes & tips” เพื่อที่แพทย์ผู้เข้าร่วมจะสามารถนำทฤษฎีและเทคนิคไปประยุกต์ใช้กับการรักษาคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

โดยในช่วงของการ Hands-on นายแพทย์ วิชัย หงส์จารุ ยังได้ทำการสาธิตเชิงปฏิบัติการกับเครื่อง Potenza ด้วยตัวเอง ให้แพทย์ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นวิธีการปรับค่าพลังงาน และภาพรวมของการใช้งาน Potenza ในการปรับปรุงและรักษาผิวคนไข้อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อการรักษาที่ตรงจุดและตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ได้อย่างครบวงจรเรื่องความงามในด้านต่าง ๆ ภายใต้หัวข้อ “How to treat your patient skins to achieve the result?” โดยเคสสาธิตในวันนั้นเป็นการยกกระชับ ปรับผิวหน้า แก้ปัญหารอยย่นและริ้วรอย ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีและสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับบรรดาแพทย์ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมากเพราะถือเป็นการเรียนรู้การถ่ายทอดประสบการณ์ตรงกับอาจารย์วิชัย ผู้เป็นต้นแบบด้านการใช้วิทยาการและเทคโนโลยีแห่งการดูแลฟื้นฟูผิวพรรณชั้นแนวหน้าของประเทศไทยอย่างใกล้ชิด และยังเป็นครั้งแรกในการทำเวิร์กชอปเครื่อง Potenza ครั้งแรกภายใน Dr.Wichai Clinic โดยตรง ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษที่ไม่ได้จัดขึ้นกันบ่อย ๆ อย่างแน่นอน

ภายในงานนายแพทย์ วิชัย หงส์จารุ กล่าวสรุปไว้ว่า “Potenza เป็น 4-Mode RF Microneedling ที่ไม่เคยมีมาก่อนและยังเป็นตัวเดียวในโลก ณ ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจุดเด่นคือมีความหลากหลายในการใช้งานและตอบโจทย์คนไข้ได้มากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับเทคโนโลยี Microneedling ตัวอื่น ๆ ที่สำคัญจากข้อได้เปรียบของความยืดหยุ่นเพราะสามารถปรับการใช้งานได้หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล ในขณะเดียวกัน Potenza ยังใช้ลดความเจ็บปวดที่เกิดจากการรักษาได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นก็ถือว่านอกจากประสิทธิภาพสูงแล้วยังได้เปรียบในเรื่องของความ Painless พอสมควร”

Potenza จากแบรนด์ Cynosure ซึ่งเป็น “THE WORLD’S FIRST 4-MODE RF MICRONEEDLING DEVICE” สามารถสร้างผลลัพธ์ในการรักษาได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับใบหน้าและลำคอ แก้ปัญหาหลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน และลบเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ด้วยความที่มีโหมดการใช้งานที่หลากหลาย ถูกออกแบบมาด้วยสุดยอดเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้งการใช้งาน 4 โหมดที่รวบรวมทั้ง MONOPOLAR และ BIPOLAR RF ความถี่ 1&2 MHZ ไว้ภายในเครื่องเดียวทำให้ครอบคลุมการรักษาปัญหาผิวตั้งแต่ระดับตื้นไปจนถึงระดับลึก จากการปรับระดับความลึกของเข็มได้ตั้งแต่ 1 มม. ไปจนถึง 4 มม. รวมถึงความหลากหลายของ NEEDLE TIPS ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสมกับปัญหาและระดับความลึกของผิว ได้มากกว่า 10 รูปแบบ เช่น TIGER TIP เทคโนโลยีหัว TIP ที่มีลักษณะเฉพาะ สามารถรักษาปัญหาผิวได้หลายชั้นในคราวเดียวอย่างครบวงจร หรือหัว SINGLE-NEEDLE สามารถรักษาปัญหาสิวได้อย่างตรงจุด เป็นต้น จึงถือเป็นนวัตกรรมความงามที่เด่นในเรื่องความอเนกประสงค์จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของเทคโนโลยียกกระชับผิวในยุคปัจจุบันเลยทีเดียว

7 วิธีรับมือความเครียด หลังเจอเหตุการณ์รุนแรงกระทบจิตใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761125

7 วิธีรับมือความเครียด  หลังเจอเหตุการณ์รุนแรงกระทบจิตใจ

7 วิธีรับมือความเครียด หลังเจอเหตุการณ์รุนแรงกระทบจิตใจ

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 07.30 น.

เมื่อคนที่เจอเหตุการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องที่คาดไม่ถึงและอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตจะทำให้เกิดความกลัว กังวล รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต ซึ่งแต่ละคนมีการตอบสนองต่อการเผชิญเหตุการณ์ความรุนแรงที่แตกต่างกัน จนทำให้มีความรู้สึกกังวลเศร้า โกรธ นอนไม่หลับ เสียสมาธิคิดวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนส่วนใหญ่จะมีอาการค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเหตุการณ์ผ่านไประยะหนึ่ง แต่บางคนยังคงมีอาการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง อาจเกิดเป็นโรคทางจิตเวชที่เรียกว่าโรคเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง posttraumatic stress disorder (PTSD) หรือโรคเครียดฉับพลัน Acute stress disorder (ASD)

แพทย์หญิง อริยาภรณ์ ตั้งชีวินศิริกูล จิตแพทย์ แห่ง Bangkok Mental Health Hospital (BMHH) ให้ข้อมูลว่า อาการที่ควรมาพบแพทย์ ได้แก่ กังวล เศร้า หรือกลัวมาก, ร้องไห้บ่อย, โกรธ หงุดหงิด ไม่พอใจมาก, สมาธิความจำไม่ดี,ฝันร้าย นอนไม่หลับ, คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ กลัวว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอีก, หลีกเลี่ยงสถานที่ ผู้คน หรือสิ่งที่ทำให้นึกถึงเหตุการณ์นั้น, แยกตัวจากสังคม, มีอาการทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง เหงื่อแตก ใจสั่นและตื่นตกใจง่าย

สำหรับ 7 วิธีรับมือความเครียดจากเหตุการณ์รุนแรง กระทบจิตใจ มีดังนี้

1.เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีความเครียด มีอารมณ์ร่วมกับข่าวมากไป ให้ดึงตัวเองออกจากการรับรู้ข่าวสาร งดการเข้าไปมีส่วนร่วมกับข่าว ทั้งการแชร์ การคอมเมนท์ที่รุนแรงเกรี้ยวกราดเนื่องจากเป็นการส่งต่อความรุนแรง

2.ใช้เวลาอยู่กับคนที่คุณอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไว้ใจ พูดคุย ระบายความรู้สึก อย่าแยกตัวไปอยู่คนเดียว

3.สงบจิตใจตัวเองด้วยการทำกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิกำหนดลมหายใจ เข้าสังคม พบปะเพื่อนฝูง ออกกำลังกาย 

4.ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ดูแลตัวเอง นอนพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ควรใช้สุรายาเสพติด

5.ถ้ามีความรู้สึกอยากร่วมช่วยเหลือในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถมีส่วนร่วมได้ในรูปแบบต่างๆ เช่น บริจาคเงิน

6.ถ้ามีคนรู้จักมีความเครียดมากในเรื่องนี้คุณสามารถช่วยเขาได้โดยการเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังอย่างไม่ตัดสินความคิดความรู้สึกของเขา ช่วยเหลือเขาเท่าที่คุณสามารถทำได้

7.สังเกตอารมณ์ความรู้สึกตัวเอง หากเครียดมากไป ไม่สามารถรับมือได้ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิต เช่น จิตแพทย์ นักจิตวิทยา

ทั้งนี้ การจัดการความเครียดจากเหตุการณ์รุนแรงเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและอาศัยความอดทน ผู้ที่พบเจอเหตุการณ์ความรุนแรงควรใจเย็นและค่อยๆ เรียนรู้ที่จะจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม แต่ถ้าไม่สามารถจัดการความเครียดได้ แนะนำให้มาปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาจะได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

เดอะไทยแลนด์เดอร์ส จัดงาน Best Medical Skin รายได้มอบให้มูลนิธิแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761121

เดอะไทยแลนด์เดอร์ส จัดงาน Best Medical Skin  รายได้มอบให้มูลนิธิแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

เดอะไทยแลนด์เดอร์ส จัดงาน Best Medical Skin รายได้มอบให้มูลนิธิแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สื่อสองภาษาของไทย เดอะ ไทยแลนด์เดอร์ส (The Thailanders) ร่วมกับ มูลนิธิเชฟ แคร์ส (Chef Cares) ก่อตั้งโดย มาริษา เจียรวนนท์, รีโว่เมด ไทยแลนด์ (Revo med Thailand) และเพจ สกินอินสกิน (Skininskin) จัดงาน มอบรางวัล The Thailanders Best Medical Skin and Wellness 2023 for Charity จำนวน 21 รางวัล ให้แก่ สถาบันความงาม และสุขภาพทุกแขนง ที่มีความโดดเด่นทั้งการให้บริการและการมอบประสิทธิภาพที่ดีปลอดภัย แก่ผู้เข้ารับบริการ ทั้งนี้ รายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์

ภายในงานมีคุณหมอหล่อและคุณหมอสวย ขึ้นรับรางวัลอย่างคับคั่ง รวมถึงการพูดคุยด้านความงาม และมุมมองหัตถการทางการแพทย์ในยุคปัจจุบัน กับ แอนนา
เสืองามเอี่ยม มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2022 วาสนา อินทะแสง ซีอีโอ รีโว่เมด ไทยแลนด์ และ รมัณยา ศรีสิทธินาม บิวตี้อินฟูลเอนเซอร์ เจ้าของเพจ สกินอินสกิน ที่โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ

บรรณาธิการบริหาร เดอะ ไทยแลนด์เดอร์ส อมรสิริ บุญญสิทธิ์ กล่าวถึงการมอบรางวัลในครั้งนี้ จากผลการวิจัย สำรวจ และความคิดเห็นของผู้อ่าน 1,000 ราย เป็นเครื่องยืนยันถึงความงามและสุขภาพดี จะก่อให้เกิดชีวิตสมดุลและมีความสุขสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล (Sustainable Develop ment Goals : SDGs) ที่องค์การสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์และสุขภาพ คือ เป้าหมายที่ 3 ว่าด้วยการสร้างหลักประกันการมีสุขภาพดี เราจึงได้คัดสรรสถาบันความงาม และสุขภาพที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เป็นเกณฑ์ส่วนหนึ่งให้กับผู้บริโภค อีกทั้ง การจัดงานครั้งนี้เพื่อหารายได้มอบให้แก่มูลนิธิแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์เพื่อสนับสนุนการศึกษา การวิจัย ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ แหล่งผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพสู่สังคมไทย

นอกจากนี้ เหล่ากูรูความงามยังได้มาเผยมุมมองด้านความงามและหัตถการทางการแพทย์ในยุคปัจจุบัน โดย วาสนา อินทะแสง ซีอีโอ รีโว่เมด ไทยแลนด์ ผู้ผลิต
ผลิตภัณฑ์ความงาม และสุขภาพครบวงจร เผยถึง มุมมองด้านความงามของเธอว่า “Beauty is Uniqueness ความสวยในแบบฉบับของเรา เปลี่ยนได้ แต่ยังคงต้องเป็นเรา ทำมาหลายรอบแล้วจมูก ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ไม่เคยขาด เมื่อเราสวยเรามั่นใจจากภายนอก ภายในจะเปล่งประกายออกมาเอง”

ขณะที่ รมัณยา ศรีสิทธินาม บิวตี้อินฟูลเอนเซอร์ เจ้าของเพจ Skininskin บอกกล่าวถึงหัตถการมีความสำคัญมาก สามารถแก้ไขปัญหาเชิงลึก หลากหลาย
ทำหน้าที่แตกต่างกัน ตั้งแต่โรคผิวหนัง ไปจนถึงความสวยความงาม ช่วยแก้ข้อบกพร่อง เสริมความมั่นใจให้กับผู้รับบริการ ขอให้คำนึงถึงความเหมาะสม วัย งบประมาณ ความปลอดภัย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับ แอนนา เสืองามเอี่ยม มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2022 เชื่อว่าความงามเริ่มจากภายในสู่ภายนอก คือ ทัศนคติ ความคิด การพูดจา ในเชิงบวก สร้างความมั่นใจ ส่งผลสู่ความงามภายนอก ปิดท้ายด้วยไฮไลต์ของงาน คือการมอบรางวัล The Thailanders Best Medical Skin and Wellness 2023 for Charity จำนวน 21 รางวัล ให้กับสถาบันความงาม และสุขภาพ

รวมทั้งรางวัลพิเศษ The Thailanders MOST EM POWERING WOMAN IN MEDICAL BUSINESS 2023 ที่มอบให้ วาสนา อินทะแสง สำหรับผู้หญิงทรงพลังในวงการธุรกิจเวชภัณฑ์และสุขภาพ

อมรสิริ บุญญสิทธิ์ แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล

อมรสิริ บุญญสิทธิ์ แสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล

นพ.ธีร์ ว่องวุฒิกำจร กับ 3 รางวัลแห่งความภูมิใจ

นพ.ธีร์ ว่องวุฒิกำจร กับ 3 รางวัลแห่งความภูมิใจ

งาน‘จันทร์แทนใจ สานสายใยสองแผ่นดิน’เชื่อมความสัมพันธ์จีน-ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761132

งาน‘จันทร์แทนใจ สานสายใยสองแผ่นดิน’เชื่อมความสัมพันธ์จีน-ไทย

งาน‘จันทร์แทนใจ สานสายใยสองแผ่นดิน’เชื่อมความสัมพันธ์จีน-ไทย

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มบริษัท เรนวูด กรุ๊ป ประเทศไทย จัดงาน “จันทร์แทนใจสานสายใยสองแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตะวันออก-ตะวันตก ในเรนวูด พาร์ค (Reignwood Park) อย่างเป็นทางการ กับไฮไลท์การจำลองแบบพระตำหนักเหรินโซ่วเตี้ยน ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างจำลองงานสถาปัตยกรรมนี้ในไทยเท่านั้น พร้อมร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2566 ร่วมสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามร่วมกัน

งาน “จันทร์แทนใจ สานสายใยสองแผ่นดิน” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 2 โอกาสสำคัญสุดยิ่งใหญ่ กับการเปิดศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งตั้งอยู่ในเรนวูด พาร์ค (Reignwood Park) พร้อมร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ประจำปี 2566 โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ดร.เฟิง จิ่ง หัวหน้าแผนกวัฒนธรรม ยูเนสโก กรุงเทพฯ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับเชิญมาเป็นประธานเปิดงาน “จันทร์แทนใจ สานสายใยสองแผ่นดิน” เพื่อเฉลิมฉลองและร่วมสืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีในครั้งนี้ พร้อมกับอีก 2 เมืองในสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่กรุงปักกิ่ง และเมืองอู๋ซี ซึ่งนอกจากจะเป็นการบูรณาการทางวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีนแล้ว ยังถือเป็นการบุกเบิกอันยิ่งใหญ่ของกลุ่มบริษัทเรนวูด กรุ๊ป ประเทศไทย ที่สอดคล้องกับความต้องการและแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ของรัฐบาลไทยชุดใหม่

“มิตรภาพระหว่างไทยและจีนนั้นสืบเนื่องมาตั้งแต่อดีตกาล ซึ่งทั้งสองชาติต่างมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยในค่ำคืนนี้ท่ามกลางอาคารสไตล์จีนอันยิ่งใหญ่ เราต่างมาร่วมชมจันทร์และพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของเราให้สนิทชิดเชื้อยิ่งขึ้น ดุจดังคำที่กล่าวถึงมิตรภาพแสนพิเศษของเราว่า “จีนไทย ครอบครัวเดียวกัน” ซึ่งผมหวังว่าการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้อารยธรรมระหว่างสองชาติ จะสามารถเชื่อมหัวใจของประชาชนให้สื่อถึงกันได้ และร่วมกันก้าวไปสู่อนาคตที่ดี โดยเราจะสนับสนุนกิจกรรมลักษณะนี้ให้พัฒนาและสืบทอดต่อไป” นายเสริมศักดิ์ กล่าว

ดร.เฟิง จิ่ง หัวหน้าแผนกวัฒนธรรม ยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานสำคัญในการเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ในวันนี้ และขอขอบคุณทั้งรัฐบาลจีนและไทยที่ช่วยกันอนุรักษ์และนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมอันน่าทึ่งเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ รวมไปถึงชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานท้องถิ่นและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันช่วยทำให้แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าได้รับการจัดการ บำรุงรักษา อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นมรดกส่งต่อให้คนรุ่นต่อๆ ไป

นางสาววรพนิต รวยรุ่งเรือง CEO กลุ่มบริษัท Reignwood Thailand กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวจีนและชาวไทยเป็นมิตรกันมาอย่างยาวนานหลายชั่วอายุคน และต่างมอบความรักแก่กันเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน และที่ผ่านมาทาง Reignwood Group ก็ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของจีนและประเทศในกลุ่มอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

“เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปีของโครงการริเริ่ม “One Belt, One Road” เราได้มุ่งมั่นพัฒนาโครงการเรนวูด พาร์ค (Reignwood Park) ในประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ โดยการสร้างพื้นที่สีเขียว พร้อมมุ่งเน้นไปที่วัฒนธรรม การศึกษา และกิจกรรมกลางแจ้งในด้านกีฬา และอื่นๆ ซึ่งเราหวังว่าจะสามารถช่วยสร้าง จีน-อาเซียน ให้เป็นประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน” นางสาววรพนิต กล่าว

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์ ก่อนเปิดการแสดง โขนรามเกียรติ์ ตอน‘กุมภกรรณทดนํ้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761150

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์  ก่อนเปิดการแสดง โขนรามเกียรติ์ ตอน‘กุมภกรรณทดนํ้า’

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์ ก่อนเปิดการแสดง โขนรามเกียรติ์ ตอน‘กุมภกรรณทดนํ้า’

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงจัดพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์ และเจริญพระพุทธมนต์ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเปิดการแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอน“กุมภกรรณทดน้ำ” เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 ณ อาคารเรียนรู้เรื่องโขนตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ในการนี้มี พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ร.อ. สำเภา พลธร, พล.ต.ชัยยุทธ วชิรวรภักดิ์, พ.ต.ชัยพัชร์ ชัยรัตนศักดิ์,ไพศาล ล้อมทอง, พิธาน เหี้ยมโห้, สุดสาคร ชายเสม, นฤมล ล้อมทอง,ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ) ตลอดจนนักแสดงเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมพิธีบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยภายหลังเสร็จสิ้นพิธี พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง ยังได้เยี่ยมชมความก้าวหน้าการจัดสร้างฉากซึ่งมีความวิจิตรงดงามยิ่งใหญ่อลังการ

สำหรับปี 2566 นี้ นับเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยอีกวาระหนึ่ง เนื่องในวันที่ 28 กรกฎาคม 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 71 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงเจริญพระชนมพรรษา 91 พรรษา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงร่วมเฉลิมฉลองโอกาสมหามงคลนี้ ด้วยการจัดการแสดงโขนตอน “กุมภกรรณทดน้ำ” โดยยึดแนวบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จับตอนตั้งแต่หลังจากที่กุมภกรรณทำศึกโมกขศักดิ์กับพระลักษมณ์แต่ไม่สำเร็จ ยังไม่สามารถสังหารพระลักษมณ์ได้ จึงคิดหาวิธีทำกลศึก นิมิตกายลงไปใต้น้ำทำพิธีทดน้ำ นอนขวางแม่น้ำไว้ เพื่อขัดขวางกองทัพพระราม ผลการต่อสู้และจุดจบของเรื่องราวกุมภกรรณทดน้ำจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามรับชมได้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯตอน กุมภกรรณทดน้ำ ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน-วันที่ 5 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

นับเป็นเวลาเกือบ 2 ทศวรรษ โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้จัดการ
แสดงโขนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ชื่นชมความงดงามของศิลปะดั้งเดิมของไทยหลากหลายแขนงในการแสดงโขน โดยสิ่งที่เป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินงานคือ พระราชดำรัสเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ว่า “ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน” นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่ อีกนานเท่านาน

นอกจากการแสดงที่วิจิตรงดงามที่แสดงโดยนักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกซ้อมจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ จนมีฝีมือการร่ายรำอันงดงามถูกต้องตามจารีตแล้วผู้ชมจะได้รับฟังการบรรเลงดนตรีและขับร้องเพลงไทยอันไพเราะ รับชมความวิจิตรของเครื่องแต่งกายอันประณีต พบกับความพิเศษของสุดยอดฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ของกุมภกรรณทดน้ำเพื่อไม่ให้ไหลไปสู่พลับพลา ฉากหนุมานแปลงกายเป็นเหยี่ยวใหญ่ ฉากหนุมานดำลงสู่ใต้น้ำและอีกมากมาย ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อการแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่บนเวที

การแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอน “กุมภกรรณทดน้ำ” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน-5 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาทและ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 180 บาท) เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาโทร.02-2623456

พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธี
เจริญพระพุทธมนต์

พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นประธานในพิธี เจริญพระพุทธมนต์

บรรยากาศงดงาม อลังการ ภายในอาคารเรียนรู้เรื่องโขน

บรรยากาศงดงาม อลังการ ภายในอาคารเรียนรู้เรื่องโขน

พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง เยี่ยมชมความก้าวหน้าการจัดสร้างฉาก

พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง เยี่ยมชมความก้าวหน้าการจัดสร้างฉาก

พล.ต.ชัยยุทธ วชิรวรภักดิ์, พ.ต.ชัยพัชร์ ชัยรัตนศักดิ์, พิธาน เหี้ยมโห้, ไพศาล ล้อมทอง, พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง, สุดสาคร ชายเสม,
นฤมล ล้อมทอง และ ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์

พล.ต.ชัยยุทธ วชิรวรภักดิ์, พ.ต.ชัยพัชร์ ชัยรัตนศักดิ์, พิธาน เหี้ยมโห้, ไพศาล ล้อมทอง, พ.ท.สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวัง, สุดสาคร ชายเสม, นฤมล ล้อมทอง และ ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์

ประธานพิธีประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์ โขนรามเกียรติ์

ประธานพิธีประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์ โขนรามเกียรติ์

นักแสดงโขนและเจ้าหน้าที่ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีสองนักแสดงรุ่นใหญ่ ดวงใจ หทัยกาญจน์
และ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ร่วมพิธี

นักแสดงโขนและเจ้าหน้าที่ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และบวงสรวงเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีสองนักแสดงรุ่นใหญ่ ดวงใจ หทัยกาญจน์ และ ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ร่วมพิธี

ยูนิเซฟ จับมือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย แนะพ่อแม่ยุคใหม่เลี้ยงลูกเชิงบวกวัย 0-6 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761123

ยูนิเซฟ จับมือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย  แนะพ่อแม่ยุคใหม่เลี้ยงลูกเชิงบวกวัย 0-6 ปี

ยูนิเซฟ จับมือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย แนะพ่อแม่ยุคใหม่เลี้ยงลูกเชิงบวกวัย 0-6 ปี

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันพ่อแม่ยุคใหม่มัก
ต้องทำงานนอกบ้านทั้งคู่ ส่งผลให้ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้อย่างเต็มที่เนื่องจากมีเวลาจำกัด โดยเฉพาะเด็กในช่วงวัย 0-6 ปี ที่จำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลานาทีทองที่จะส่งผลต่ออนาคตของเด็กไปตลอดชีวิต และจากความสำคัญดังกล่าว ทำให้ พรูเด็นเชียล
ประเทศไทย พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน และ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย
จับมือกันเดินหน้าสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลเด็ก
ในช่วงปฐมวัย เพื่อสร้างรากฐานชีวิตที่ดีให้แก่คนในสังคม ผ่านกิจกรรม “เลี้ยงถูก ลูกดี” ที่เปิดโอกาสให้พ่อแม่ยุคใหม่ได้เติมเต็มความรู้ในการเลี้ยงลูกและได้ใช้เวลาที่มีคุณภาพร่วมกันในครอบครัว

กิจกรรมดังกล่าว อ.ดร.นุชนาฏ รักษี รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มาเล่าถึงความสำคัญของเด็กในวัย 0-6 ปี
ว่า เป็นช่วงเวลาที่สมองพัฒนาสูงสุดโดยเด็กในวัยนี้จะเหมือนกับฟองน้ำที่พร้อมดูดซับความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้จากการอบรมเลี้ยงดู ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและสมอง อันเป็นพื้นฐานสำคัญที่ต่อยอดไปถึงทักษะการเรียนรู้ การควบคุมอารมณ์ และการเข้าสังคมของเด็ก รวมทั้งยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อทัศนคติ บุคลิกภาพ และพฤติกรรมในอนาคตเมื่อเป็นผู้ใหญ่

เป้าหมายสูงสุดของพ่อแม่ทุกคนคือการเห็นภาพลูกเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ สามารถเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ได้ แก้ปัญหาเป็น รวมทั้งรู้จักแยกแยะถูกผิด มีคุณธรรม และระเบียบวินัย ในขณะที่มีสุขภาพจิตใจมั่นคงแข็งแรง และมีความสุขซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) พันธุกรรม 2) สุขภาพ โภชนาการและ 3) ประสบการณ์การเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม แม้พันธุกรรมจะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่องค์ประกอบอื่นอย่างอาหารการกินเป็นสิ่งที่พ่อแม่สามารถคัดสรรให้เพียงพอและถูกต้องตามหลักโภชนาการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องประสบการณ์การเรียนรู้และสิ่งแวดล้อมที่พ่อแม่เป็นส่วนสำคัญในการกำหนดคุณภาพและรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับลูกในแต่ละช่วงวัย ซึ่งองค์ประกอบข้อนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อพัฒนาการของสมอง ซึ่งถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่จะส่งผลต่อเด็กในด้านอื่นๆ

ทั้งนี้ 5 หลักการดูแลเด็กอย่างมีคุณภาพ (Nurturing Care Framework) หรือ (NCF) เป็นหลักการดูแลเอาใจใส่เด็กทั้ง 5 ด้าน ที่องค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟได้จัดการ
ประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก เพื่อวางกรอบการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยให้สามารถเติบโตได้อย่างมีศักยภาพ ซึ่งประกอบไปด้วย 

1.สุขภาพที่ดี หมายถึงสุขภาพที่ดีทั้งของเด็กและของผู้ดูแล ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่น การตรวจสุขภาพเด็กเป็นประจำ การฉีดวัคซีนและการส่งเสริมให้เด็กทำกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อเป็นการออกกำลังกายรวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่สะอาดปลอดภัย จะช่วยให้เด็กมีร่างกายที่แข็งแรง พร้อมเรียนรู้และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่

2.โภชนาการที่เพียงพอ ทั้งร่างกายและสมองต่างต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนและพอเหมาะ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในการเติบโต หากเด็กได้รับสารอาหารน้อยหรือมากเกินไป อาจมีภาวะทุพโภชนาการได้ เช่น โรคขาดสารอาหาร หรือ โรคอ้วน ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กในระยะยาว รวมทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอื่นๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจ

3.คุ้มครองให้ความปลอดภัยและมั่นคง หมายถึงสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและครอบครัว เพราะเด็กเล็กไม่สามารถป้องกันตนเองได้และมีความเปราะบางต่ออันตรายต่างๆ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเลี้ยงดูเด็กโดยไม่ใช้ความรุนแรง ซึ่งจะช่วยให้เด็กรู้สึกมั่นคงและปลอดภัย เพราะการปกป้องให้ลูกรู้สึกปลอดภัยเพียงพอรับรู้ถึงความรัก ความผูกพันมั่นคง เน้นการให้กำลังใจ จะสร้างความพร้อมให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ดีในอนาคต

4.ให้โอกาสในการเรียนรู้ ในขวบปีแรกๆ เด็กจะเรียนรู้และได้รับทักษะและความสามารถจากการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นผ่านรอยยิ้ม การสบตา การพูดคุย ร้องเพลง การเลียนแบบ และการละเล่นง่ายๆ เช่น โบกมือบ้ายบายหรือจ๊ะเอ๋ เมื่อเด็กโตขึ้น ควรมีกิจกรรมและการเล่นกับลูก อย่างการอ่านนิทาน การปั้นดินน้ำมัน หรือการวิ่งเล่น ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ กระตุ้นพัฒนาการ และจุดประกายความใคร่รู้ รวมทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นเฟ้นยิ่งขึ้น

5.มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก การที่พ่อแม่คอยตอบสนองลูกอย่างเอาใจใส่ และรับฟังความต้องการของลูกอย่างใกล้ชิดเปรียบเสมือนการวางรากฐานชีวิตที่มั่นคงแข็งแรงให้กับลูก ทำให้พัฒนาการด้านต่างๆ ตามวัยสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ไม่อาจหาได้จากที่ไหนคือ ความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจที่จะหลอมรวมกันจนกลายเป็นตัวตนของเด็ก และติดตัวจนโตเป็นผู้ใหญ่ไปตลอดชีวิต

‘อุ้ม-ทวีพร’บินลัดฟ้าชิงมง‘มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023’ที่ เวียดนาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761133

‘อุ้ม-ทวีพร’บินลัดฟ้าชิงมง‘มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023’ที่ เวียดนาม

‘อุ้ม-ทวีพร’บินลัดฟ้าชิงมง‘มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023’ที่ เวียดนาม

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สาวงามเจ้าของสายสะพาย มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2023 อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส เป็นตัวแทนประเทศไทยชิงมงกุฎบนเวทีนางงามระดับโลกมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 (Miss Grand International 2023) ประเทศเวียดนาม ท่ามกลางแฟนคลับ และ ครอบครัวแกรนด์ เดินทางมาส่งกันแน่น สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าตัวเผยพร้อมเต็มที่ อ้อนแฟนนางงามไทย ร่วมเป็นกำลังใจในทุกกิจกรรม

อุ้ม-ทวีพร พริ้งจำรัส มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2023 เดินทางถึงอาคารผู้โดยสารขาออก สนามบินสุวรรณภูมิ ทักทายกับแฟนคลับ และครอบครัวแกรนด์ ที่เดินทางมาส่ง อาทิ นางงามซุปตาร์รุ่นพี่ อิงฟ้า วราหะ รองอันดับ 1 มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2022 ควงคู่มากับ ชาลอต ออสติน, บิวตี้-วรัญชนา ระดมเล็ก, มีนา-ริณา ฉัตรอมรชัย,ไผ่หลิว-กมลวลัย ประจักษ์รัตนกุล และ แสตมป์-ทานตะวัน จิตรีลักษณ์ ต่างเข้าสวมกอดและอวยพรให้ อุ้ม คว้าชัยชนะในการไปประชันความงามร่วมกับตัวแทน มิสแกรนด์ กว่า 60 ประเทศ ทั่วโลก ระหว่างวันที่ 3-25 ตุลาคม นี้ แน่นอนว่างานนี้ หินสุด! เพราะสาวงามแต่ละประเทศสวยพร้อมและเต็มไปด้วยศักยภาพ ซึ่ง อุ้ม ไม่หวั่น เธอพกความมั่นใจมาเต็มร้อยเช่นกัน

อุ้ม-ทวีพร เผยความรู้สึกว่า “ถ้าถามถึงความพร้อม อุ้มพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ หลังจากที่มีการปรับบุคลิกภาพ ซ้อมเดิน ซ้อมภาษาอังกฤษที่เราต้องใช้พูดคุยและตอบคำถามมาตลอด ตอนนี้อุ้มหาตัวเองเจอแล้วว่าเราต้องมีภาพลักษณ์อย่างไร เราต้องเป็นควีนทุกวัน สวยทุกวัน พร้อมทุกวัน ทำกิจกรรมเต็มที่ ถ้าเราทำเต็มที่อุ้มก็เชื่อว่าผลลัพธ์จะออกมาดีแน่นอน

วันนี้ขอบคุณแฟนๆ และครอบครัวแกรนด์ที่มาส่งอุ้ม พี่ฟ้า (อิงฟ้า) ให้กำลังใจเยอะค่ะ บอกให้ทำเต็มที่ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกดดันตัวเองก็ยอมรับว่าตื่นเต้น เพราะไปในฐานะตัวแทนประเทศไทย อุ้มก็จะทำให้เต็มที่ขอกำลังใจจากแฟนนางงามและแฟนคลับทุกคน ร่วมเชียร์ ร่วมโหวตในกิจกรรมต่างๆ ระหว่างการเก็บตัวมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 ครั้งนี้ด้วยนะคะ รอบตัดสินจะมีขึ้นวันที่25 ตุลาคม นี้ ที่ ประเทศเวียดนาม พร้อมสู้เต็มที่”

ติดตามกิจกรรม มิสแกรนด์ ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TV หรือ Facebook : Miss Grand Thailand, Miss Grand International และ Instagram : missgrandthailand,missgrandinternational รวมทั้ง TikTok

#MissGrandInternational #MissGrandInternational2023 #MissGrandThailand #อุ้มทวีพร #MissGrandThailand2023 #WeAreGRANDthe1andOnly

คุณแหน : 6 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761145

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll วิทยา ผิวผ่อง และ ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ พร้อมคณะทำงานสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานด้าน รพ.สมเด็จพระยุพราช ของคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษา ติดตามและสืบสานแนวพระราชดำริ วุฒิสภา เช่น ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร,ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน,ธีรเดช สินธพเรืองชัย,โอม ศิวะดิตถ์,จักร โกศัลยวัตร,ประภาพรรณ เวลเวอร์,ดร.ศิพัตม์ ไตรอุโฆษ, ภัทธิรา หาญสกุล ไปส่งมอบห้องพิเศษและระบบสารสนเทศสำหรับการดำเนินงานและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ รพ.สมเด็จพระยุพราช เดชอุดม จ.อุบลราชธานี โดยมี พญ.แคทรียา เทนสิทธิ์ ผอ.รพ. เป็นผู้แทนรับมอบ..

ll ดร.จิราพร ศิริคำ ได้เป็นรักษาการผู้ว่าการ กฟผ. จนกว่าจะมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ว่าการ กฟผ. คนใหม่ต่อไป..

ll มิตรสหายสุดปลื้มกับ อดิศัย-เพิ่มพูน เพียรสุภาพ ที่ลูกสาวคนเล็ก สนารา เพียรสุภาพ จบ ป.โท วิศวะ เกียรตินิยมอันดับ 1 จาก ม.ยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน (UCL) ซึ่งเรียนจบ ป.ตรี 2 ใบ คือทั้งสถาปัตย์และวิศวะ..

ll ธานินทร์ พานิชชีวะ พร้อมชาว Digital CEO#6 จัดแข่งขันโยนโบว์ลิ่งสังสรรค์รุ่น งานนี้ อติพร ประทีปมงคล,นิติ เมฆหมอก,ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์,ณัฐพล สืบอ่ำ,สมศักดิ์ กุญชรยาคง,นวลศิริ เมธาวิวัฒน์,รังสรรค์ พวงปราง,รุ้งเพชร ลิ้มสวัสดิ์วงศ์,เกศนรี จองโชติศิริกุล,ชมนาถ พรสมผล,สิริน ธนศรีวนิชชัย,ชญานันท์ ศรีสกุลเตียว,ธีรพันธ์ ดิษยบุตร,ยอดฤดี สันตติกุล,กุลปรียา พุทธฤดีสุข,วสวัต ชวลิตธำรง,สุปริญญา เทียนกิ่งแก้ว,ไขแข เชิดวิศวพันธุ์,ธนศักดิ์ รัตนหิรัญภรณ์ไม่ยอมพลาด..

ll ข่าวสุดยินดีของ ชัยวัฒน์ พู่พิสุทธิ์ ที่ได้ลูกแฝด ชาย/หญิง น้องภีม และ น้องภราว งานนี้คุณแม่ พรภัทร วันไชยธนวงศ์ หายเหนื่อยจากอุ้มท้อง 9 เดือน..

ll ปัญจรัตน์ ทรัพย์หิรัญกุล แจ้งรับโปรโมชั่นสุดคุ้ม 3 ต่อ เพียงช้อปเครื่องประดับพลอยแท้จาก ELLE X GEMALYN ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ต.ค.นี้ เลือกชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ร้าน NGG
ในห้างเซ็นทรัล หรือ www.nggjewellery.com..

ll ชาว Digital CEO#5 ยินดีกับวัลภา สถิรชวาล ที่ลูกสาว วิภาวี จะฉลองมงคลสมรสกับ วีรธวัช สอส่งเสริมกุล บุตร อภินันท์-อรพรรณ์ สอส่งเสริมกุล 12 ต.ค.นี้ 10.00-12.00 น. ณ ห้องพิมานสยามฮอลล์ ชั้น 29 รร.ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก..

ll ชื่นชมกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ที่ได้รับรางวัล Best Practice จากที่โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อรองรับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (GPPC)..ll

 

น้องใหม่

VICKTEERUT ฉลองความเป็นผู้หญิงให้ทรงพลังและโดดเด่นยิ่งขึ้น ผ่านคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023‘Ballad of the Alamo’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761134

VICKTEERUT ฉลองความเป็นผู้หญิงให้ทรงพลังและโดดเด่นยิ่งขึ้น  ผ่านคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023‘Ballad of the Alamo’

VICKTEERUT ฉลองความเป็นผู้หญิงให้ทรงพลังและโดดเด่นยิ่งขึ้น ผ่านคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023‘Ballad of the Alamo’

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แบรนด์แฟชั่นแถวหน้า วิคธีร์รัฐ (VICKTEERUT) เน้นย้ำแฟชั่นของความเป็นผู้หญิง (Femininity) อย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอ Autumn/Winter 2023 “Ballad of the Alamo” Collection ที่ในครั้งนี้เพิ่มความโดดเด่น และเซ็กซี่ในสไตล์คาวบอย พร้อมเสริมสร้างพลังให้กับผู้สวมใส่ได้อย่างทรงพลังและแยบยล

อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ VICKTEERUT ได้รังสรรค์เสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรีประจำฤดูหนาวผ่านคอลเลคชั่น “Ballad of the Alamo” จากแรงบันดาลใจในแฟชั่นคาวเกิร์ลยุค 1980 ที่ยุคนั้นมีความเชื่อว่าผู้หญิงที่แต่งกายเหมือนผู้ชายนับเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม โดยได้หยิบเอาประเด็นทางด้านสตรีนิยม (Feminism) นี้มาปรับให้เข้ากับความเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ในสังคมเมือง (Feminocentric) มากยิ่งขึ้น โดยการทำให้เสื้อผ้านั้นดูโดดเด่นขึ้นด้วย ซิลลูเอทฟิตแอนด์แฟลร์ (Fit-and-Flare Silhouette) อย่างเสื้อกล้าม เสื้อแขนสั้น
กระโปรงบานบนผ้าเดนิม และผ้ายืดเนื้อหนาที่เก็บรูปร่างได้ดี รวมถึงเดรสกระโปรงบานที่ท่อนบนเป็นคอร์เซตเพื่อเน้นรูปร่าง สำหรับการตัดเย็บด้วยผ้าเฉลียง (Bias Cut) ได้ถูกนำมาใช้กับทั้งเสื้อคล้องคอ กระโปรงยาว และเดรส เพื่อเน้นรูปร่างของผู้หญิง เพราะความเรียบคมของเสื้อผ้าสไตล์เทเลอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของวิคธีร์รัฐนั้นยังคงโดดเด่น โดย VICKTEERUT ต้องการส่งเสริมพลัง (Empower) และสร้างความมั่นใจให้กับผู้หญิง ทั้งเสื้อเบลเซอร์ เชิ้ตเดรสเดรสปกสูท และจัมพ์สูทคอวีลึกเสริมไหล่สุดมินิมอล

การใช้ผ้าเดนิมบนเสื้อผ้าอย่างเดรส กางเกงยีนส์ขาบาน และกางเกงคาร์โก เพื่อให้ได้ลุคโมเดิร์นของคาวเกิร์ลสุดซ่า สวมใส่กับเสื้อเชิ้ตคาวบอยที่ติดกระดุมสั่งทำพิเศษและถูกตัดเย็บด้วยผ้าที่ให้ความรู้สึกหรูหราอย่างซาติน และชีฟอง พร้อมคอมพลีทลุคด้วยเข็มขัดหนัง หัวเข็มขัดทองเหลืองชุบที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับคอลเลคชั่นนี้ นอกจากนี้
ยังมีการนำเสื้อผ้าสไตล์สปอร์ตมาผสมผสานเข้ากับสไตล์คาวบอยได้อย่างลงตัว อย่างการกุ๊น (Piping) และการตกแต่งด้วยกระเป๋าโค้ง (Smile Pockets) ที่มักจะเห็นได้บนเสื้อเชิ้ตคาวบอย โดยถูกนำมาออกแบบบนแจ๊กเกตบอมเบอร์ เดรสมีฮู้ด กางเกงจอกเกอร์ และกางเกงสเวต (Sweatpants) ที่สวมใส่กับเสื้อตัวสั้นมีฮู้ดเข้าชุด การรังสรรค์ที่ลงตัวนี้ทำให้คอลเลคชั่น “Ballad of the Alamo” มีพลังแบบหญิงสาวสมัยใหม่ที่โดดเด่นได้อย่างสมบูรณ์

ตามไปอัปเดตคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 “Ballad of the Alamo” จาก VICKTEERUT ได้ตั้งแต่วันนี้ ที่ Website : https://vickteerut.com/, Instagram : @vickteerutofficial, Facebook : vickteerut และ Line Official Account : @vickteerut

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยเหลือผู้ประสบภัยนํ้าท่วมกาฬสินธุ์-ลำพูน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761146

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยเหลือผู้ประสบภัยนํ้าท่วมกาฬสินธุ์-ลำพูน

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยเหลือผู้ประสบภัยนํ้าท่วมกาฬสินธุ์-ลำพูน

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยเจ้าหน้าที่และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ ลงพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ จ.ลำพูน ให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

โดยพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์เจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยและทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ ร่วมกับกู้ภัยกาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ ต.บัวบาน อ.ยางตลาด ช่วยขนย้ายสิ่งของให้พระสงฆ์ขึ้นที่สูง และถวายถุงยังชีพพระราชทานให้กับพระสงฆ์ จำนวน 1 ถุง พร้อมถวายข้าวกล่องสำเร็จรูป จำนวน 24 กล่อง และจากนั้นได้เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่บ้านท่าสินธุ์ หมู่ 8 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ มอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 10 ถุง และข้าวกล่องสำเร็จรูป จำนวน 200 กล่อง ให้กับชาวบ้าน
ในพื้นที่ประสบภัย

จากนั้นไปให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ หมู่ 7 ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ และมอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 2 ถุง ข้าวกล่องสำเร็จรูป จำนวน 40 กล่องให้ชาวบ้านและลงพื้นที่หมู่ 4 ต.สำราญใต้ อ.สามชัย จ.กาฬสินธุ์ มอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 8 ถุง และข้าวกล่องสำเร็จรูป จำนวน 100 กล่องให้กับชาวบ้านในพื้นที่

สำหรับจังหวัดลำพูน เจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการ ภัยพิบัติ ได้ลงพื้นที่ที่วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดลำพูน ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยได้มอบน้ำดื่มพัชรธรรม มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ยามยาก สภากาชาดไทยจำนวน 100 แพ็ก ให้กับศูนย์ช่วยเหลือประชาชนเพื่อนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่