กรมประมง ผนึกกำลัง ปตท.สผ.วิจัยเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นหินแร่ในปะการังเทียม ฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759119

กรมประมง ผนึกกำลัง ปตท.สผ.วิจัยเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นหินแร่ในปะการังเทียม ฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเล

กรมประมง ผนึกกำลัง ปตท.สผ.วิจัยเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นหินแร่ในปะการังเทียม ฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเล

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมประมง โดย เฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดย มนตรี ลาวัลย์ชัยกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ในโครงการศึกษาวิจัยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเปลี่ยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหินแร่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของปะการังเทียม และนำไปใช้เพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเล พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์

การศึกษาวิจัยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหินแร่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของปะการังเทียม และนำไปใช้เพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเลครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่อการประมง ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์ ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศรวมถึง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อนไปพร้อมกัน

เฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กรมประมงเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยในส่วนของการฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเลได้ดำเนินโครงการจัดสร้างปะการังเทียมมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เลี้ยงตัววางไข่ และหลบภัยของสัตว์น้ำ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ท้องทะเล รวมทั้งเป็นการพัฒนาแหล่งทำการประมงพื้นบ้าน ทำให้ชาวประมงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปัจจุบันกรมประมงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาทรัพยากรประมงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยปัญหาสภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อภาคการประมงเป็นหนึ่งภารกิจที่กรมประมงมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา เป็นที่ทราบกันดีว่าสภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ รัฐบาลไทยได้กำหนดให้เป็นนโยบายสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันแก้ไขปัญหานี้ ในส่วนของภาคการประมงได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนเช่นกัน โดยจากงานวิจัยต่างๆ ได้รายงานว่า สภาวะโลกร้อนได้ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ ทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้น เพิ่มความเครียดต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมในปลาทำให้ยากต่อการสืบพันธุ์ และเจริญเติบโต การศึกษาวิจัยในครั้งนี้ จึงถือได้ว่าเป็นก้าวที่สำคัญในการยกระดับเทคโนโลยีมาช่วยฟื้นฟูทรัพยากรประมงทะเลของไทยให้มีความยั่งยืนในอนาคต

ด้าน มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. กล่าวว่าปตท.สผ. ตั้งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี2593 เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและมุ่งไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ หนึ่งในแนวทางที่ปตท.สผ.ให้ความสำคัญคือการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดย ปตท.สผ. ได้พัฒนาเทคโนโลยีในการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นแคลเซียมคาร์บอเนตในชั้นปูน เพื่อนำมาประยุกต์และจัดสร้างเป็นปะการังเทียม ที่มีความแข็งแรงและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีดังกล่าว นอกจากจะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้วยังช่วยในการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มพื้นที่แหล่งปะการังซึ่งเป็นแหล่งอาศัยและอนุบาลสัตว์น้ำ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ให้กับท้องทะเลอีกด้วย

นอกจากความร่วมมือในโครงการศึกษาวิจัยการเปลี่ยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหินแร่ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของปะการังเทียมครั้งนี้แล้ว ปตท.สผ. ยังพัฒนาโครงการและกิจกรรมอื่นๆ ที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อีกด้วย โดยเฉพาะเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาและพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเริ่มที่แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ในอ่าวไทย โดยจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในปริมาณมาก

การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสมและเกิดความยั่งยืนต่อทรัพยากรประมงแล้ว ยังสามารถนำไปต่อยอดการศึกษาความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ในวัสดุอื่นๆ ต่อไปในอนาคตอีกด้วย

รพ.จุฬาภรณ์ ออกหน่วยแพทย์พระราชทาน เนื่องในวันมหิดลและถวายเป็นพระกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759118

รพ.จุฬาภรณ์ ออกหน่วยแพทย์พระราชทาน เนื่องในวันมหิดลและถวายเป็นพระกุศล

รพ.จุฬาภรณ์ ออกหน่วยแพทย์พระราชทาน เนื่องในวันมหิดลและถวายเป็นพระกุศล

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ออกหน่วยแพทย์พระราชทาน ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปพร้อมทั้งมอบกระเป๋ายาพระราชทาน จำนวน 200 ชุดให้แก่ประชาชนในพื้นที่วัดหนองเดิ่น ตำบลวังตะเคียน อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เนื่องในโอกาสวันมหิดล ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กันยายนของทุกปีเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทยและเจ้าฟ้าทหารเรือผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจบังเกิดเป็นคุณประโยชน์ต่อวงการแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศเป็นอเนกนานัปการ และถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
โดยมี นที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เป็นประธานในพิธี การนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพและถวายความเคารพหน้าพระรูปสมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีจากนั้นได้กล่าวสำนึกในพระกรุณาธิคุณพร้อมรับมอบกระเป๋ายาสามัญประจำบ้านพระราชทานเพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชัยนาทต่อไป การนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทได้น้อมถวายกระเป๋ายาพระราชทานแด่ พระครูพัฒนชัยศีลคุณ เจ้าคณะตำบลวังตะเคียน และ พระครูสุนทรชัยโสภิต เจ้าคณะอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ตามลำดับ จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทและหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ได้เยี่ยมชมการให้บริการของหน่วยแพทย์โรงพยาบาลจุฬาภรณ์และลงพื้นที่เยี่ยมบ้านคนไข้ติดเตียง จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นุ่ม ขำสำเภา อายุ 65 ปี ป่วยด้วยโรค
มะเร็งสมองและโรคลมชัก แขน ขา อ่อนแรง, ดาวเรืองพลนาค อายุ 82 ปี ป่วยติดเตียง จากการล้มข้อสะโพกหักและไม่ได้รับการผ่าตัด และ เล็ก เจตเกษตร์กรณ์ อายุ 84 ปี ป่วยติดเตียงร่างกายด้านขวาอ่อนแรง ไหล่ขวาหลุดช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และมีแผลกดทับ

ประชากรในพื้นที่ตำบลวังตะเคียนอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาทมีประชากรจำนวน 2,521 ครัวเรือนรวมจำนวนทั้งสิ้น 6,648 คน แบ่งเป็นชาย 3,251 คน หญิง 3,397 คนโดยในปี 2566 นี้ มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลวังตะเคียน แบ่งเป็นผู้ป่วยเรื้อรัง จำนวน 252 คน ผู้ป่วยทั่วไป จำนวน 10,061 คน และผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านวังตะเคียนแบ่งเป็น ผู้ป่วยเรื้อรัง จำนวน 2,490 คนและผู้ป่วยทั่วไป จำนวน 8,038 คน ทั้งนี้ มีผู้เข้ารับบริการตรวจสุขภาพในวันนี้ จำนวน 458 ราย แบ่งเป็นระบบจักษุ 333 ราย, ระบบกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ 113 ราย, ระบบประสาท 35 ราย,ระบบหัวใจและหลอดเลือด 23 ราย, ระบบทางเดินอาหาร 20 ราย, จำนวนผู้ป่วยส่งต่อ 59 ราย โดยประชาชนที่เข้ารับบริการตรวจสุขภาพในครั้งนี้ต่างสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมีพระเมตตาและทรงห่วงใยในสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน

‘NFT Art ศิลปะแห่งความรัก’ สร้างคุณค่างานศิลปะให้เด็กและเยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759120

‘NFT Art ศิลปะแห่งความรัก’ สร้างคุณค่างานศิลปะให้เด็กและเยาวชน

‘NFT Art ศิลปะแห่งความรัก’ สร้างคุณค่างานศิลปะให้เด็กและเยาวชน

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะอนุกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานเครือข่ายภาคี จัดแสดงผลงานนิทรรศการ “NFT Art ศิลปะแห่งความรัก” เพื่อให้เด็กและเยาวชน แสดงความรักความกตัญญูต่อมารดาหรือผู้มีพระคุณหรือแผ่นดิน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับผลงานศิลปะของเด็กและเยาวชนอีกด้วย โดยมี สรโชติ อำพันวงษ์ ประธานคณะทำงานคนดี คิดดี ทำดีเป็นผู้กล่าวรายงาน และ ดร.ศิรินาปวโวฬารวิทยา ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม มอบประกาศเกียรติบัตรให้กับผู้เข้าร่วมส่งผลงาน โดยผลงานศิลปะภาพวาดแสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ การบอกรักคุณแม่หรือผู้ปกครองผู้มีพระคุณ ซึ่งผลงานดังกล่าวจะนำไปสร้างสรรค์ให้เป็นผลงานศิลปะดิจิทัล (NFT Art) ต่อไป

คุณแหน : 27 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759131

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ชยันต์ ศิริมาศ ผวจ.นครสวรรค์เป็นประธานเปิดโครงการ ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมแด่พระภิกษุ สามเณร พร้อม ทพญ.ศิริรัตน์ ศิริมาศ นายกเหล่ากาชาด จ.นครสวรรค์ และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้..

●● ผู้สอนและศิษย์เก่าของหลักสูตร Smart City Leader #1 จาก ดีป้า, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ บจ.สยามอินโดซิตี้ ร่วมกันเสนอไอเดีย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลรักษ์โลก ลดการใช้ขวดน้ำและการกินน้ำตาล จนโครงการชนะเลิศรางวัลที่หนึ่ง Presidential Hackathon ในการแข่งขันนวัตกรรมระดับโลก จัดโดยสำนักประธานาธิบดีไต้หวัน โดยมี ดร.ภาสกร ประถมบุตร, ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์, พรชัย เอี่ยมสุขใส เป็นผู้แทนรับรางวัล..

●● งานวันเกิด จิราภา-ฉันทนา สุวรรณประกร ได้ เฉลิมพันธุ์ สุวรรณประกร เป็นพี่ใหญ่จัดงานฉลองให้พร้อมญาติพี่น้องพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างอบอุ่น งานนี้ นพ.พิชิต-พญ.ผจงจิตสุวรรณประกร,สิทธิศักดิ์-กาญจนาสุวรรณประกร,อุทิศพร-อุไรพรรณ-ประภาพจน์-กมลวรรณ-อรรควุฒิ-สรสัณห์ สุวรรณประกร,กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ,ระพีพรรณ รุจิรัตน์,รสสุคนธ์ พะลายานนท์ไม่ยอมพลาด..

●● ชีพจรลงเท้าอีก วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ ล่าสุดพาครอบครัวไปเที่ยวฝรั่งเศส 2 อาทิตย์กว่า โดยวางแผนพาหลานย่า น้องไพร์ม ไปตะลุยสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ปารีส 3 วัน..

●● ไชยวุธ จาตุรงคกุล ชวนเพื่อนๆ กลุ่ม DS ของ Digital CEO#5 เช่น ดร.นุชนาถ วสุรัตน์, ราชิต ไชยรัตน์, อังคณา เจิมพิพัฒน์, ร้อยโทดร.ธนกฤษฏ์ เอกโยคยะ, นพ.อิศราอนงค์จรรยา, อรภัทร รังษีวงศ์, ดร.กรินทร์บุญเลิศวณิชย์, สมพิศ วงศ์ปัญญา, ดร.ชาญ กุลถาวรากร มาสังสรรค์อัปเดตชีวิต..

●● ดร.ศรีสุภางค์ มอริส วันเกิดปีนี้ไปทำบุญที่ รพ.สงฆ์และบริจาคเงินให้ รพ.ศิริราช ตกเย็นไปรับทานอาหารฉลองกับสามีสุดเลิฟ แอนดรูว์ มอริส กันสองคน..

●● ดร.ปรีสาร รักวาทิน แจ้งระยะเวลาเปิดรับสมัครหลักสูตรยกระดับทักษะดิจิทัลสำหรับเหล่าผู้บริหาร DIGITAL JUMP START for Young Executives รุ่นที่ 1เพื่อร่วมพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านดิจิทัลผ่านเนื้อหาการเรียนรู้สุดเข้มข้น เพื่อให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันและอนาคต และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมัครได้ที่ https://short.depa.or.th/UbuSp หรือโทร.092-9639562 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ต.ค.นี้..

●● เพื่อนๆ ชาว CDA#3 ยินดีกับ กษิญา จรัญวงศ์ ที่ บจ.ชลาหาร ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานธรรมาภิบาลธุรกิจ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า..

●● บริจาคโลหิต ช่วยชีวิตผู้อื่น เป็นกุศลยิ่งใหญ่มิตรสหายชื่นชม พรพินันท์ พิสุทธิ์วัชระกุล กก.ผจก.ใหญ่ บจ.ดันลอป ไทร์ (ไทยแลนด์) ไปบริจาคเลือดแล้วมากกว่า 87 ครั้ง ติดตาม ชมสัมภาษณ์ของ เชอร์รี่ ได้ที่ https://youtu.be/hF1A3-bV4dg?si=BP17luIMbn8q_3GH..●●

น้องใหม่

เลนส์โปรเกรสซีฟ ใส่ยากจริงไหม?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759128

เลนส์โปรเกรสซีฟ ใส่ยากจริงไหม?

เลนส์โปรเกรสซีฟ ใส่ยากจริงไหม?

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หลายคนมักจะได้ยินสารพัดปัญหาของเลนส์โปรเกรสซีฟว่าใส่ยาก ต้องฝึกปรับการมองก่อนใส่ ทัศนวิสัยการมองไม่ดีใส่ไม่ดีก็ปวดหัวได้ ซึ่งใครที่มีทั้งปัญหาสายตาสั้น และสายตายาว การเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว แค่เราเลือกเลนส์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคลและมีวิธีการใช้เลนส์ที่ถูกต้อง

ชนิตา ตันเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแว่นตาเฉพาะบุคคลจาก ร้านแว่นตา Chic Optical ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลเรื่องนี้ว่า กว่าจะได้แว่นตาโปรเกรสซีฟที่ใส่ได้จริง ตอบโจทย์การใส่ ใช้เลนส์โปรเกรสซีฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องมี 10 ขั้นตอน ดังนี้ 1.ขั้นแรก ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาว่าเลนส์โปรเกรสซีฟเหมาะสมกับความต้องการด้านการมองเห็นของคุณหรือไม่ และจะสั่งเลนส์ที่เหมาะสมตามความต้องการด้านการมองเห็นของแต่ละคน 2.เริ่มตรวจวิเคราะห์การมองเห็นแบบองค์รวม และมีตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่าสายตานั้น เหมาะสำหรับเลนส์โปรเกรสซีฟของแต่ละคนที่ใช้งานแต่ละโซนการมองเห็น (ระยะห่าง กลาง และใกล้) เพื่อลดระยะเวลาในการปรับตัว 3.จะต้องเลือกกรอบที่เหมาะกับขนาดและรูปทรงของเลนส์โปรเกรสซีฟ ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยคุณเลือกกรอบแว่นที่เหมาะกับเลนส์เหล่านี้ได้

4.เลนส์โปรเกรสซีฟมีสามโซนหลัก คือ การมองเห็นระยะไกลที่ด้านบน การมองเห็นตรงกลาง ตรงกลางและการมองเห็นระยะใกล้ที่ด้านล่าง จำเป็นต้องเข้าใจวิธีใช้โซนเหล่านี้คือ การมองเห็นระยะไกล – มองผ่านส่วนบนของเลนส์เมื่อคุณโฟกัสไปที่วัตถุที่อยู่ ห่างไกลเช่น เมื่อขับรถหรือดูทีวี, การมองเห็นระดับกลาง-สำหรับกิจกรรมต่างๆ เช่น งานคอมพิวเตอร์หรืออ่านโน้ตเพลง ให้ใช้ส่วนตรงกลางของเลนส์ และการมองเห็นระยะใกล้-เมื่ออ่านหนังสือหรือดูโทรศัพท์ให้ใช้ส่วนล่างของเลนส์

5.การเคลื่อนไหวของศีรษะ หากต้องการเปลี่ยนระหว่างโซนเหล่านี้ คุณจะต้องปรับตำแหน่งศีรษะแทนที่จะขยับดวงตา เอียงศีรษะขึ้นเล็กน้อยเพื่อระยะตรงสำหรับตรงกลาง และก้มลงเพื่อการมองเห็นในระยะใกล้ 6.การปรับตัวให้เข้ากับเลนส์โปรเกรสซีฟอาจต้องใช้เวลา คุณควรฝึกสวมเลนส์อย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับตัวซึ่งอาจนั่งอยู่กับที่ก่อนในช่วงเริ่มต้น 7.แนะนำเริ่มต้นด้วยกิจกรรมประจำวันที่ต้องใช้โซนเฉพาะเช่น อ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อรู้สึกสบายขึ้นแล้ว ให้ค่อยๆรวมโซนการมองเห็นทั้งหมดเข้ากับกิจวัตรประจำวัน

8.แนะนำให้สวมเลนส์โปรเกรสซีฟอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งคุณสวมใส่มากเท่าไร คุณก็จะปรับตัวเข้ากับการใช้งานได้อย่างราบรื่นเร็วขึ้นเท่านั้น และลดโอกาสการเพิ่มขึ้นของสายตาอย่างรวดเร็ว 9.ควรมีการนัดหมายติดตามผลกับผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสายตา เพื่อให้แน่ใจว่าเลนส์โปรเกรสซีฟของคุณทำงานได้อย่างถูกต้องและทำการปรับเปลี่ยนที่จำเป็น 10.ควรรักษาเลนส์ให้สะอาดและปราศจากรอยเปื้อนหรือรอยขีดข่วน เลนส์สกปรกอาจส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญสำหรับการใช้เลนส์โปรเกรสซีฟ คือการนำไปใช้อย่างมีประสิทธิผลสำหรับกิจกรรมต่างๆ มากมาย และเพลิดเพลินกับการมองเห็นที่ดีขึ้นในระยะทางต่างๆ เท่านี้คุณก็มีความสุขกับการใส่เลนส์โปรเกรสซีฟได้แล้ว

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล ณ วัดอรุณฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759132

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล ณ วัดอรุณฯ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากฯ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล ณ วัดอรุณฯ

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เปิดกรวยดอกไม้ถวายความเคารพหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำโดย ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศลใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาและพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ในการนี้ได้รับความกรุณาจาก พระศรีสุทธิเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานสงฆ์โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากฯ ข้าราชการสำนักพระราชวังที่ประจำอยู่ที่วังเทเวศร์ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติและเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนมูลนิธิฯ เข้าร่วมพิธี ณ พระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2566 เวลา 10.00 น.

พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพระกุศล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯและพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ มูลนิธิฯ ได้จัดเป็นประจำต่อเนื่องทุกเดือน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 12 โดยคณะกรรมการ คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ตลอดจนภาคีเครือข่ายที่ได้เข้าร่วมพิธีพร้อมใจกันสวดพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ขอให้พระมิ่งขวัญทั้งสองพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในยามทุกข์ยากจากอุทกภัยและภัยพิบัติที่รุนแรง คือการร่วมกัน ระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกาย ทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่า ผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและ การฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ตลอดระยะเวลา 28 ปี มูลนิธิฯปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียง ยั่งยืน”

พระศรีสุทธิเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ และ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย
เบื้องหน้าพระพุทธธรรมิศราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถ
เล่ากันว่าหุ่นพระพักตร์ปั้นโดยรัชกาลที่ 2 ส่วนพระวรกายปั้นโดยรัชกาลที่ 3

พระศรีสุทธิเวที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ และ ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เบื้องหน้าพระพุทธธรรมิศราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถ เล่ากันว่าหุ่นพระพักตร์ปั้นโดยรัชกาลที่ 2 ส่วนพระวรกายปั้นโดยรัชกาลที่ 3

คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่คณะสงฆ์

คณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่คณะสงฆ์

คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย ศ.พิเศษ
ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์, ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา
จันทร์ฉาย, สายสม วงศาสุลักษณ์,
พิริยะ เข็มพล, สันติ สาทิพย์พงษ์, พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล, วีระศักดิ์
โควสุรัตน์, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช,
นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์, อดิศักดิ์
ภาณุพงศ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ
ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล

คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์, ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, สายสม วงศาสุลักษณ์, พิริยะ เข็มพล, สันติ สาทิพย์พงษ์, พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล

พล.ต.มิตรอนันต์ จิตต์โสภา นำข้าราชบริพาร
วังเทเวศร์ ร่วมพิธี

พล.ต.มิตรอนันต์ จิตต์โสภา นำข้าราชบริพาร วังเทเวศร์ ร่วมพิธี

ไตรวินิจ ตู้จินดา, ศศิธร แสงจันทร์ และ วโรดม วีระภุชงค์ ร่วมพิธี
เจริญพระพุทธมนต์ โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย,
ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ และผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมต้อนรับ

ไตรวินิจ ตู้จินดา, ศศิธร แสงจันทร์ และ วโรดม วีระภุชงค์ ร่วมพิธี เจริญพระพุทธมนต์ โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ และผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมต้อนรับ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, มณฑิชา สุขจันทร์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล,
ปาริชาติ ธีระศิลป์, กัญฑนล ภู่ระหงษ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, มณฑิชา สุขจันทร์, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล, ปาริชาติ ธีระศิลป์, กัญฑนล ภู่ระหงษ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ สายสม วงศาสุลักษณ์ ถ่ายภาพร่วมกับ
จิตอาสาจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน ในพระอุปถัมภ์ฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ สายสม วงศาสุลักษณ์ ถ่ายภาพร่วมกับ จิตอาสาจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน ในพระอุปถัมภ์ฯ

ทีมเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ พร้อมด้วยจิตอาสา ร่วมสวดพระพุทธมนต์
และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระกุศล

ทีมเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ พร้อมด้วยจิตอาสา ร่วมสวดพระพุทธมนต์ และเจริญจิตตภาวนาถวายเป็นพระกุศล

พญายักษ์วัดแจ้งประดิษฐานหน้าทางเข้า
พระอุโบสถ

พญายักษ์วัดแจ้งประดิษฐานหน้าทางเข้า พระอุโบสถ

‘รอยัล ภูเก็ตฯ’ ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ก้าวสำคัญสู่ท่าจอดเรือชั้นนำปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759149

'รอยัล ภูเก็ตฯ' ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ก้าวสำคัญสู่ท่าจอดเรือชั้นนำปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก

‘รอยัล ภูเก็ตฯ’ ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ก้าวสำคัญสู่ท่าจอดเรือชั้นนำปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.30 น.

รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรจาก อบก. เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสำคัญสู่ท่าจอดเรือชั้นนำปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก 

26 กันยายน 2566 รอยัล ภูเก็ต มารีน่า หรือ RPM กำลังก้าวสู่การเป็นท่าจอดเรือชั้นนำที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลังจากได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร หรือ CFO ทำให้ RPM ได้ก้าวไปสู่อีกขั้นของการเป็นท่าจอดเรือปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก

RPM มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนทางทะเลในฐานะท่าจอดเรือแห่งเดียวในประเทศไทย และผู้นำรายแรกในภูเก็ตในกลุ่มอุตสาหกรรมท่าจอดเรือ โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร CFO ประจำปี 2566 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในนาม อบก. (TGO) อันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินการด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การชดเชยคาร์บอน เพื่อนำไปสู่การจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศและมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคต โดยการรับรองนี้เป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงประสิทธิภาพของกระบวนการในการบริหารงานภายในองค์กร ที่ได้รับหลังจากการประเมินผลงานด้านการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร โดยมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การรับรองขององค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบ ในนาม International Accreditation Forum และ คณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ หรือ National Standardization Council of Thailand

นายกูลู ลัลวานี หัวเรือใหญ่ของ RPM  เน้นย้ำว่า “การผ่านการรับรอง CFO ครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทอันแน่วแน่ของเรา ในด้านความยั่งยืน สะท้อนให้เห็นในทุกแง่มุมของการดำเนินงานอย่างตั้งใจ เรามีความยินดีที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐในฐานะท่าจอดเรือแห่งเดียวของประเทศไทย และผู้นำรายแรกในภูเก็ตในกลุ่มอุตสาหกรรมท่าจอดเรือ โรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป้าหมายของเราคือรักษามาตรฐานการเป็นท่าจอดเรือที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดอีกแห่งของเอเชีย

รอยัล ภูเก็ต มารีน่า เรามุ่งเน้นการพัฒนาสู่การเป็นผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจมุ่งสู่คาร์บอนต่ำ สู่การเป็นท่าจอดเรือที่ปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก ตั้งเป้าเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับการใช้ชีวิต การทำงาน การพักผ่อนหรือแม้แต่การเฉลิมฉลอง ตามแบบวิถีชีวิตของนักท่องเที่ยวทางทะเล ณ เมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก อย่างภูเก็ตแห่งนี้

นอกเหนือจากสิ่งอํานวยความสะดวกในท่าจอดเรือของเราแล้ว เรายังคงพัฒนาและยกระดับที่พักอาศัยชั้นเลิศ ศูนย์กลางร้านค้า สำหรับผู้คนที่ต้องการวิถีชีวิตที่แตกต่าง ยิ่งไปกว่านั้น RPM ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างแท้จริง จากการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลด้านองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อม จัดโดยหอการค้า เนเธอร์แลนด์ – ไทย NTCC ที่ตอบโจทย์ต่อความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม สังคม และการกํากับดูแลกิจการ (ESG)

อีกทั้งยังเป็นตัวแทนเดียวจากท่าจอดเรือในภูเก็ตที่ได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์ในงานสัมมนาหัวข้อ  “ยุทธศาสตร์สู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวยั่งยืนของอันดามัน” หรือ Andaman Sustainable Tourism Forum ครั้งที่ 1 จัดโดย มูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต”

อีกหนึ่งความสำเร็จของ RPM คือ การเปลี่ยนมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยในปีนี้เอง RPM ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ อย่าง Letter of Recognition หรือ LOR ภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หรือเรียกโดยย่อว่าโครงการ LESS ซึ่งจัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกแห่งประเทศไทย หรือ อบก. นั่นเอง ท่าจอดเรือของ RPM สามารถตอบสนองต่อความต้องการพลังงานได้มากถึง 40% ต่อวัน ผ่านการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่สะอาดและยั่งยืน ทั้งนี้องค์กรยังมีแผนพัฒนาเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง สู่การเป็นท่าจอดเรือปลอดคาร์บอนของโลก 

นอกจากนี้ RPM เอง ร่วมมือกับพันธมิตรทางเรือต่าง ๆ ในการลดการใช้ขวดพลาสติกในกิจกรรมการเดินเรือทุกประเภท ตั้งเป้าหากสำเร็จจะสามารถช่วยลดขวดพลาสติกไปได้ราว ๆ กว่า 4 ล้านขวดต่อปี ความร่วมมือเหล่านี้ยังครอบคลุมไปถึงพันธมิตรอื่น ๆ มากมาย อาทิเช่น องค์กร Seakeepers, มูลนิธิ Oceans For All, License To Clean, บริษัท Wawa Creations และ Disabled Sailing Thailand หรือที่รู้จักกันในนาม สมาคมกีฬาเรือใบสำหรับคนพิการ อีกด้วย

ทั้งหมดนี้ถือเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญของ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ในการเดินทางสู่การเป็นท่าจอดเรือปลอดคาร์บอนแห่งแรกของโลก ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ดื่มด่ำกับดนตรีออร์เคสต้าแบบ 360° และอาหารรสเลิศจากเชฟชื่อดัง Amari Experience Present 360° OF LOVE: A SENSORY EXPERIENCE

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759146

ดื่มด่ำกับดนตรีออร์เคสต้าแบบ 360° และอาหารรสเลิศจากเชฟชื่อดัง Amari Experience Present 360° OF LOVE: A SENSORY EXPERIENCE

ดื่มด่ำกับดนตรีออร์เคสต้าแบบ 360° และอาหารรสเลิศจากเชฟชื่อดัง Amari Experience Present 360° OF LOVE: A SENSORY EXPERIENCE

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.26 น.

ดื่มด่ำกับดนตรีออร์เคสต้าแบบ 360° และอาหารรสเลิศจากเชฟชื่อดัง Amari Experience Present 360° OF LOVE: A SENSORY EXPERIENCE

Amari Experience สร้างประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง กับงานไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดแห่งปี จัดโดย โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท และโน้ตเอเบิ้ล แบงค์คอก ปีนี้มาสร้างประสบการณ์ใหม่ ชมดนตรีออร์เคสตร้า 360 องศา ในธีมโลว์คาร์บอนคอนเสิร์ต ตอกย้ำเทรนด์รักษ์โลก นำโดย ดร.อัครวัฒน์ ศรีณรงค์ นักดนตรีคลาสสิกฝีมือระดับโลก และวีทรีโอ (Vietrio) ดื่มด่ำกับเพลงรักหลากหลายอารมณ์ พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี และเบิร์ดกะฮาร์ท  พร้อมเชฟ Michele Bravo มารังสรรค์เมนูสุดพิเศษ Starter -“Yum Som O”, Scallop, Pomelo, Coconut Chili Dressing, Crisp Shallot / Soup -Crispy Soft Shell Crab, Coconut Milk, Tom YumMain Fish-Cod Fish, Crispy Veg, Tamarind Jus, Young Coconut Puree / Main Pork-Smoked Pork Belly, Shallot Confit with Thai Herb, Spices Pumpkin Puree, Mix Root / Dessert-Coconut Custard, Pumpkin Cake, Coconut Ice Cream, Honey Pumpkin Puree, Fresh Berry ให้ได้เพลิดเพลินพร้อมบทเพลงรัก

งาน Amari Experience Present 360° OF LOVE: A SENSORY EXPERIENCE จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม 2566 เวลา 18.00 น. ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท แพ็กเกจเข้างาน ราคา 2,800 และ 4,000 บาท ต่อท่าน (ราคารวมบัตรเข้างาน อาหาร และเครื่องดื่ม)  จำนวนจำกัด! ลุ้นรับแพ็คเกจตรวจสุขภาพโรงพยาบาลกรุงเทพผู้ให้บริการทางการแพทย์ และการรักษาพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย ผู้สนใจสอบถามข้อมูลและจองบัตรได้ที่ https://lin.ee/FC8LkRb  มารับประทานอาหารจากมือเชฟ ฟังเพลงรัก และรักษ์โลกไปด้วยกัน

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รณรงค์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพสายตา ภายใต้แคมเปญ ‘SIGHT STORY’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759117

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รณรงค์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพสายตา ภายใต้แคมเปญ ‘SIGHT STORY’

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รณรงค์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพสายตา ภายใต้แคมเปญ ‘SIGHT STORY’

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.06 น.

ศูนย์เทคโนโลยีจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพสายตาภายใต้แคมเปญ “SIGHT STORY” เรื่องเล่าผ่าน “สายตา” ที่เคลียร์ชัดทุกมุมมอง ภายในงานจัดเสวนาให้ความรู้ด้านสุขภาพสายตาในหัวข้อ “นวัตกรรมสุขภาพการแก้ไขสายตาผิดปกติด้วยเลสิกและภัยสุขภาพทางสายตาในยุคดิจิทัล” โดยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการแก้ไขปัญหาสายตาด้วยนวัตกรรมเลสิก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นำทีมโดย นพ.ปัณณ์ธนารัช กะสีวัฒน์ หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีจักษุวิทยาฯ พร้อมด้วย นพ.ประธาน ปิยสุนทร และ พญ.ณัฐมน ศศิประภา แพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยา อนุสาขากระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา โดยมีคุณเชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมจัดบริการตรวจคัดกรองสุขภาพตาและการให้คำปรึกษากับจักษุแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาด้วยการทำเลสิก แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 30 ราย ณ ชั้น 1  ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร  รวมทั้งเปิดให้รับชมผ่านทางช่อง Youtube CRA CHULABHORN Channel และ Facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทั้งนี้ โรคทางตาเป็นหนึ่งในภัยสุขภาพใกล้ตัว ส่วนใหญ่เป็นปัญหาจากความผิดปกติทางสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง หรือจากโรคต้อกระจก ที่ไม่ได้รับการแก้ไขรักษา ปัจจุบันปัญหาสุขภาพดวงตา เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั้งของไทยและของโลก สำหรับโครงการนี้ ศูนย์เทคโนโลยีจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จัดขึ้นเพื่อสร้างการตระหนักรู้และให้ความสำคัญกับความเสี่ยงโรคทางตาเพื่อป้องกันการเกิดภาวะสายตาผิดปกติ

ติดตามรับฟังเสวนาได้ทาง https://www.youtube.com/live/aRP4KM-k4us?si=-wZkhyeG3kn-fwG0

ศูนย์เทคโนโลยีจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นหนึ่งในศูนย์การรักษาที่เปิดให้บริการตรวจรักษาแก่ผู้ป่วยจักษุของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยได้มีการพัฒนาขอบเขตการให้บริการรักษาจักษุวิทยามาอย่างต่อเนื่องทำให้ ณ ปัจจุบันมีศักยภาพในการให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยได้อย่างครบวงจร โดยเปิดให้บริการ ณ ชั้น 12 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ครอบคลุมการให้บริการ อาทิ การทำเลสิก เพื่อรองรับผู้ที่มีความผิดปกติของค่าสายตา ห้องผ่าตัดจักษุ เพื่อรองรับการผ่าตัดทางจักษุทุกประเภทที่ไม่ต้องได้รับการดมยาสลบ คลินิกต้อกระจก เพื่อรองรับการทำผ่าตัดต้อกระจกที่ทันสมัยแบบครบวงจร และบริการฉีดยาเข้าวุ้นตา เพื่อรองรับการฉีดยาเข้าวุ้นตา คลินิกสายตาเลือนลาง (Low vision clinic) เพื่อรองรับผู้ป่วยที่สูญเสียการมองเห็น คลินิกแก้ไขค่าสายตา (Refractive clinic) เพื่อรองรับบริการวัดแว่นและคอนแทคเลนส์ เป็นต้น รวมทั้งการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถปรึกษานัดหมายโปรแกรมเลสิกที่เหมาะสมสำหรับคุณได้ที่ ศูนย์เทคโนโลยีจักษุวิทยา ชั้น 12 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เฉพาะเลสิก เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00-16.00 น. หรือลงทะเบียนเพื่อรับคำปรึกษาได้ที่ http://www.chulabhornchannel.com/lasik-2/

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์สามารถร่วมกิจกรรม “SIGHT STORY” เรื่องเล่าผ่าน “สายตา” ที่เคลียร์ชัดทุกมุมมองของคุณ กับบริการของศูนย์เทคโนโลยีจักษุวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ลงโซเชียลมีเดียพร้อมติด #Sightstoryโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แท็ก Facebook โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เรื่องเล่าโดนใจ จำนวน 5 ท่าน ร่วมรับของที่ระลึกพิเศษ สามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่จนถึง 30 กันยายน 2566 นี้

-(016)

ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษ ร้านอาหาร ‘เปรโก้’ ชวนคุณฟินไปกับรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759112

ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษ ร้านอาหาร 'เปรโก้' ชวนคุณฟินไปกับรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้

ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษ ร้านอาหาร ‘เปรโก้’ ชวนคุณฟินไปกับรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.28 น.

ฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษ ร้านอาหาร ”เปรโก้” (PREGO) ชวนคุณฟินไปกับรสชาติอาหารอิตาเลียนแท้ พร้อมโปรโมชั่น Cicchetti และ Apericena ที่ไม่ควรพลาด

กันยายน 2566 – ”เปรโก้” (PREGO) ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด รสชาติดั้งเดิมแบบอิตาเลียนแท้ๆ ที่ครองใจผู้ที่หลงไหลในเมนูอาหารสไตล์ Authentic Homemade Cuisine ชวนคุณมาร่วมฉลองครบรอบ 2 ทศวรรษแห่งความสุขไปด้วยกันกับโปรโมชั่น “ชิกเกตติ” (Cicchetti) และ “อาพารีเชน่า” (Apericena) ที่ ”เปรโก้” (PREGO) ทุกสาขา 

”เปรโก้” (PREGO) เป็นแบรนด์ร้านอาหารอิตาเลียนที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2546 ณ โรงแรมอมารี เกาะสมุย โดยมีเชฟ มาร์โค บอสกาอินี (Marco Boscaini) เชฟชาวอิตาลีที่มีความหลงใหลในการทำอาหารตั้งแต่สมัยวัยเยาว์เป็นผู้รังสรรค์เมนูอาหารอิตาเลียนแท้ โดยได้นำเคล็ดลับความอร่อยที่เป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่นมาพัฒนาและต่อยอดจนกลายเป็นเมนูที่สร้างความอร่อยและประทับใจให้กับผู้ที่ได้มาลิ้มลองทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาอย่างยาวนานตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา และยังคงรักษาไว้ได้ซึ่งคุณภาพอาหารและการบริการให้เป็นที่ประทับใจแก่ลูกค้าในฐานะร้านอาหารอิตาเลียนโฮมเมดระดับพรีเมียมจวบจนทุกวันนี้ อีกทั้งร้าน ”เปรโก้” (PREGO) ยังเป็นร้านอาหารอิตาเลียนเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีรีซอตโต (Risotto) อย่าง “ริซอตโต้ อัลลา มอนทานารา” (Risotto alla montanara) ที่ดีที่สุด ติด 1 ใน 100 จาก Gallo Guide อีกด้วย

ในด้านรสชาติอาหารอันเป็นตำนาน ”เปรโก้” (PREGO) ให้ความใส่ใจในการพัฒนาความอร่อยของอาหารทุกจานอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องไปกับวิถีการรับประทานอาหารของคนในยุคปัจจุบันที่ใส่ใจในเรื่องการดูแลสุขภาพแต่ก็ยังหลงรักกับรสชาติความเข้มข้นของอาหารแบบอิตาเลียนแท้เพื่ออรรถรสแห่งความสุขของมื้ออาหาร นอกจากนี้ “เปรโก้” (PREGO) ยังใส่ใจในทุกรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง อาทิ การใช้เตาและฟืนจากไม้ในการอบพิซซ่าทุกถาด ซึ่งฟืนไม้มีส่วนช่วยให้พิซซ่ามีกลิ่นที่หอมน่ารับประทานอย่างมีเอกลักษณ์ รวมถึงบรรยากาศของร้านอาหาร “เปรโก้” ( PREGO) ในทุกสาขาที่ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อส่งมอบความรู้สึกราวกับนั่งรับประทานอาหารมื้อพิเศษอยู่ในประเทศอิตาลีได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทางร้านภาคภูมิใจและอยากให้ลูกค้าได้มาสัมผัส

“ฉันรู้สึกภาคภูมิใจในความสำเร็จของ “เปรโก้” (PREGO)  ตลอดช่วงเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา นับเป็นการเดินทางที่ยาวนานและน่าตื่นเต้นมาก “เปรโก้” (PREGO) เริ่มต้นจากร้านอาหารเล็กๆ บนเกาะสมุย จนวันนี้ได้เติบโตเป็นร้านอาหารอิตาเลียนระดับพรีเมียมชื่อดังในประเทศไทย ความสำเร็จของเราเกิดขึ้นจากความทุ่มเทและความมุ่งมั่นตั้งใจของทีมงาน “เปรโก้” (PREGO) ทุกคน ที่ต่างหลงใหลในอาหารอิตาเลียนและมีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราเสมอมา” เชฟมาร์โค กล่าวเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปี “เปรโก้” (PREGO)

เพื่อเป็นการส่งมอบความสุขในวาระของการครบรอบ 20 ปี “เปรโก้” (PREGO) ขอมอบโปรโมชั่นพิเศษแทนทุกคำขอบคุณ ด้วย “ชิกเกตติ” (Cicchetti) ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบชาวอิตาเลียน ในราคาเริ่มต้นเพียง 999.- บาท ประกอบไปด้วย Lasagna Bolognese, Prawns Skewer และ Beef Fillet Skewer ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองแบบฉบับอิตาลีในลักษณะของอาหารว่างที่สร้างสรรค์มาในรูปแบบพอดีคำ พร้อม Free Flow เบียร์อิตาเลียนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ในทุกวันศุกร์ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2566 ที่“เปรโก้” (PREGO) สาขาพัทยาและสาขาสมุย และพิเศษในทุกวันศุกร์สิ้นเดือนที่ “เปรโก้” (PREGO) สาขากรุงเทพฯ พบกับ “อาพารีเชน่า” (Apericena) วัฒนธรรมการสังสรรค์ตามแบบฉบับของชาวอิตาเลียนที่รวบรวม แก่นแท้ของความเป็นอิตาลีไว้อย่างมากมายผ่านการนำเสนอเมนูของว่างและอาหารทานเล่นที่คัดสรรมาอย่างดี พร้อมไวน์ชั้นสูงที่เลือกสรรมาในแต่ละเดือนจากภูมิภาคต่างๆ ของประเทศอิตาลี เช่น ทัสคานี ปูเกลีย ซาร์ดิเนีย ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่ 1,400 บาท++ ได้ตั้งแต่พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

“เปรโก้” (PREGO) เป็นแบรนด์ร้านอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด ภายใต้การบริหารงานของ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากวิสัยทัศน์และการมองเห็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารอิตาเลียนแบบต้นตำรับในประเทศไทย ประกอบกับความประทับใจในรสมือของเชฟมาร์โค บอสกาอินี เชฟผู้รังสรรค์สูตรอาหารที่ทำให้ “เปรโก้” (PREGO) มีชื่อเสียงจนได้รับรางวัลในระดับสากล ปัจจุบัน ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าในการพัฒนาแบรนด์ ”เปรโก้” (PREGO) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลายและความชื่นชอบที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงยังทำการต่อยอดแบรนด์ “เปรโก้” (PREGO) สู่แบรนด์ “เปรโก้ลิโน” (PREGOLINO) ซึ่งเป็นรูปแบบของแบรนด์เปรโก้ที่มีขนาดกะทัดรัดกว่า

ปัจจุบัน ”เปรโก้” (PREGO) เปิดให้บริการ แล้วที่ ณ อมารี เกาะสมุย อมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ อมารี พัทยา รวมถึง เปรโก้ลิโน ณ อมารี ราญา มัลดีฟส์ โดยในอนาคตอันใกล้นี้ ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ยังมีแผนที่จะเปิดให้บริการ “เปรโก้” (PREGO) สาขาใหม่ เพื่อส่งมอบความอร่อยของอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดระดับพรีเมียมนี้ ณ หาดกะตะ จ. ภูเก็ต ในปี 2567 อีกด้วย

ในประเทศไทย ห้องอาหารเปรโก้เปิดให้บริการทุกวัน

สาขาอมารี เกาะสมุย เปิดบริการ 12.00-24.00 น. สำรองที่นั่ง โทร. 099-028 -9378

สาขาอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ เปิดบริการ 11.00-24.00 น. สำรองที่นั่งเบอร์ 02-653-9000 ต่อ 353

สาขาอมารี พัทยา เปิดบริการ 12.00-23.00 น. สำรองที่นั่งเบอร์ 038-418-419

-(016)