กรมพัฒนาฯแก้ไขการชะล้างพังทลายดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759170

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้แก้ปัญหาการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่เกษตรกรรมผ่านโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยดำเนินโครงการที่ลุ่มน้ำห้วยแม่สามขา ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่จาง ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำวัง จ.ลำปาง เลือกพื้นที่ลุ่มน้ำที่ส่วนใหญ่มีระดับความรุนแรงของการสูญเสียดินมากกว่า 5 ตัน ต่อไร่ ต่อปี ซึ่งสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 และสำนักวิศวกรรมเพื่อการพัฒนาที่ดิน ได้ร่วมพัฒนาพื้นที่ตามแบบมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำทางวิธีกล ทั้งการจัดการพื้นที่บนแปลงเกษตรกรรม เพื่อการจัดการน้ำไหลบ่าไม่ให้มีความรุนแรงในการพัดพามวลดินในแปลงเกษตรให้ไหลไปกับน้ำ โดยอาศัยการปรับโครงสร้างพื้นที่แปลงเกษตร

นอกจากนี้ได้พัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดิน โดยสร้างบ่อดักตะกอนขนาดใหญ่ทำหน้าที่ดักตะกอนและเป็นแหล่งน้ำสำรองเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง พร้อมระบบกระจายน้ำด้วยท่อและคลองส่งน้ำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตพืชของพื้นที่เกษตรกรรมในโครงการ นับตั้งแต่ดำเนินโครงการได้ปรากฏผลสำเร็จที่ชัดเจน จากกรณีผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นโนรู (NORU) เมื่อปี 2565 ทำให้มีปริมาณน้ำฝนเพิ่มมากขึ้น แต่ด้วยระบบบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำด้วยมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ที่สามารถรับมือกับปริมาณน้ำไหลบ่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่โครงการดังกล่าวได้รับความเสียหายน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ใกล้เคียง

นายปราโมทย์ กล่าวอีกว่า การดำเนินโครงการพบว่าสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้คุ้มค่ามากขึ้น ลดการสูญเสียหน้าดินที่เป็นประโยชน์ต่อการผลิตภาคการเกษตรและเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับดินได้อย่างดี อีกทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในภาคการเกษตร

เกษตรฯจับมือWalmart สร้างความมั่นใจสินค้าไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759168

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ หารือกับ Jeff Rice Senior Vice President, Supply Chain & Sourcing Compliance และคณะผู้บริหารบริษัท Walmart พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจในการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารที่ส่งออกจากไทยไปยังตลาดโลก

สำหรับการหารือครั้งนี้ บริษัท Walmart มีความสนใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ และการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย ต่อการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก อาทิ การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) การค้าสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (Deforestation-free products) การค้าสินค้าประมงที่ไม่ได้มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย (Illegal, Unreported, and Unregulated Fishing: IUU Fishing) การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับของสินค้าและการคุ้มครองสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งประเทศไทย ให้ความสำคัญต่อมาตรการดังกล่าวอย่างมาก และมีการเตรียมความพร้อมให้กับภาคเอกชนและเกษตรกรไว้แล้ว ผ่านนโยบายและแผนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ เช่น ยุทธศาสตร์ 3S ที่มุ่งเน้นให้เกิดการทำเกษตรที่ปลอดภัย (Safety) มั่นคง (Security) และยั่งยืน (Sustainability) และการขับเคลื่อน BCG โมเดล ที่เสริมสร้างการพลิกโฉมระบบเศรษฐกิจของไทยด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งครอบคลุมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ รวมทั้งการส่งเสริมสวัสดิภาพแรงงาน

รองปลัดฯหารือSFDA ดันส่งออกสินค้าเกษตรไปซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759171

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และคณะ หารือร่วมกับผู้แทนหน่วยงานสำนักงานอาหารและยาแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย (Saudi Food and Drug Authority: SFDA) นำโดย Ms.Alaa F. Sendi ตำแหน่ง Executive Director of International Cooperation และคณะเจ้าหน้าที่ SFDA ที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายดามพ์ บุญธรรม เอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด เข้าร่วม ที่สำนักงาน SFDA ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

นายเศรษฐเกียรติ กล่าวว่าฝ่ายไทยได้เร่งติดตามประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตรของไทยไปยังซาอุฯ ได้แก่ 1.ความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนโรงงานเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแปรรูป ผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง สินค้าประมงและสินค้าสัตว์น้ำเพาะเลี้ยง 2.ความคืบหน้าการออกใบรับรองสุขอนามัยสำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง และ 3.ความคืบหน้าการขอเปิดตลาดสินค้าสัตว์น้ำเพาะเลี้ยง 2 ชนิด ได้แก่ กุ้งกุลาดำ และปลานิล ซึ่งเป็นสินค้าที่ประเทศไทยเคยมีการส่งออกไปยังซาอุดีอาระเบีย อยู่แล้ว แต่เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบของซาอุดีอาระเบีย จึงทำให้ประเทศไทยต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียนอีกครั้ง ซึ่งฝ่ายไทยได้ดำเนินการยื่นขอขึ้นทะเบียนอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ดี SFDA แจ้งว่า ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนให้ผู้ประกอบการสินค้าประมงของไทย 57 ราย ผู้ประกอบการเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ 20 รายผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์น้ำผึ้ง 3 ราย ทั้งนี้ เนื่องจาก SFDA ได้รับคำขอการขึ้นทะเบียนและเปิดตลาดจากประเทศต่างๆ เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณาคำร้องขอต่างๆ จากฝ่ายไทย ทาง SFDA จึงขอให้ฝ่ายไทยรวบรวมและจัดส่งข้อมูลดังกล่าวไปยัง SFDA อีกครั้ง เพื่อจะได้เร่งรัดการพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการยกเลิกหรือลดค่าธรรมเนียมการตรวจประเมินสถานประกอบการเนื้อโคและเนื้อแพะสำหรับการส่งออก ซึ่ง SFDA แจ้งว่ารัฐบาลแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เป็นผู้กำหนดค่าธรรมเนียมดังกล่าว จึงไม่สามารถดำเนินการยกเลิกหรือแก้ไขค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ แต่ SFDA สามารถให้ความช่วยเหลือฝ่ายไทยได้ โดยการจัดสัมมนาผ่านระบบทางไกล เพื่อให้ข้อมูลด้านแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและเป็นไปตามกฎระเบียบแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย สำหรับสถานประกอบการต่างๆ อาทิ สินค้าประมง และสินค้าปศุสัตว์ รวมทั้งการให้ข้อมูลการขอจัดทำการตรวจประเมินเชิงระบบ โดยให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักของไทยเป็นผู้ทำการรับรองโรงงานแทนต่อไป

sasi ปล่อย Collection ใหม่ sasi Girls Can SURVIVE พร้อมคว้าตัว เก้า-สุภัสสรา นั่งแท่น Face of sasi

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759321

sasi ปล่อย Collection ใหม่ sasi Girls Can SURVIVE พร้อมคว้าตัว เก้า-สุภัสสรา นั่งแท่น Face of sasi

sasi ปล่อย Collection ใหม่ sasi Girls Can SURVIVE พร้อมคว้าตัว เก้า-สุภัสสรา นั่งแท่น Face of sasi

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.30 น.

sasi ปล่อย Collection ใหม่ sasi Girls Can SURVIVE พร้อมคว้าตัว เก้า-สุภัสสรา นั่งแท่น Face of sasi (Lipstick) ส่งต่อพลังใจให้สาวๆ ก้าวผ่านทุกแรงกดดันไปกับแคมเปญ #เชื่อศิ

sasi เปิดตัว Collection ใหม่ sasi Girls Can SURVIVE พร้อมโชว์สุดอลังการกลางห้างสยามพารากอน จาก เก้า-สุภัสสรา ธนชาต ในฐานะ Face of sasi (หมวดสินค้าลิปสติก) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มี Fighter Spirit และ Survival Attitude ร่วมพูดคุยส่งต่อพลังให้สาวๆ ก้าวผ่านทุกแรงกดดันไปกับแคมเปญ #เชื่อศิ #sasiSURVIVE งานนี้เหล่าเซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ น้ำตาล-ชลิตา, ฟ้าใส-ปวีณสุดา, น้ำหอม-นารดา, มาย-ณภศศิ, ดาว-พิมพ์ทอง, นุ้ย-ธนวัฒน์, SPRITE BABABI, Soundtiss, Eyeta, Powerpuff GAY, Bryan Tan ปิดท้ายงานด้วย มินิคอนเสิร์ต จาก UrboyTJ 

คุณรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า หลายคนรู้จักแบรนด์ SRICHAND เป็นอย่างดีแล้ว แบรนด์ SRICHAND เองก็มีชื่อเสียงในเรื่องของสินค้ากลุ่มที่เป็น Base Makeup แต่ความจริงแล้ว จากการสั่งสมประสบการณ์ในการทำธุรกิจมา บริษัทศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ของเราก็ได้ขยายตลาดในฝั่งของกลุ่มสินค้าที่เป็น Color Cosmetics มาเรื่อย ๆ ซึ่ง แบรนด์ sasi เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความสำคัญอย่างมากภายใต้เครือของบริษัทศรีจันทร์สหโอสถ ซึ่งลิปของแบรนด์ sasi ตอนนี้ก็เป็นที่รู้จักในวงกว้าง มียอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน และเชื่อว่าสำหรับสินค้าในกลุ่ม Base Makeup กับแบรนด์ sasi ก็ยังมีโอกาสทางที่จะเติบโตขึ้นในอนาคตอีกอย่างแน่นอน

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าในตลาดเครื่องสำอางนั้นไม่ได้เลือกซื้อสินค้าจากเพียงแค่สรรพคุณเท่านั้น สินค้าในกลุ่มบิวตี้เปรียบเสมือนสินค้าที่บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ของชีวิต และต้องตอบโจทย์กับความต้องการในแต่ละวันของกลุ่มลูกค้าให้ได้ ทำให้ sasi ไม่หยุดอยู่ที่การเป็น Beauty & Cosmetics จึงได้มีการปรับตัวหลังจากการรีแบรนด์เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้กลายเป็นแบรนด์ Beauty & Lifestyle และเชื่อว่าการเข้าใจลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สินค้าออกมาตอบโจทย์กับความต้องการของตลาดได้ พร้อมขอบคุณพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่เชื่อมั่นในศักยภาพขององค์กร

คุณเกล็ดดาว จิตต์ชื่นโชติ Senior Brand Manager แบรนด์ sasi กล่าวว่า สาว ๆ ในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงาน มีไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เต็มที่ บางกลุ่มมีความจำเป็นต้องแต่งหน้าเพื่อเข้าสังคมหรือทำงาน ซึ่งในแต่ละวันของสาว ๆ นั้นยาวนาน และต้องเจอกับสถานการณ์ที่หลากหลายตั้งแต่เช้าจรดเย็น ทำให้มีความต้องการและมองหาเครื่องสำอางที่ติดทน และพร้อมผ่านเรื่องราวในแต่ละวันไปด้วยกัน ทำให้แบรนด์เห็นโอกาสในการพัฒนาสินค้าคอลเลคชันใหม่ที่มีความติดทนยาวนาน (Long-Lasting) เพื่อตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ วัยทำงานมากขึ้น จึงออกมาเป็นคอลเลคชันไลน์ใหม่ ชื่อ SURVIVE ที่บ่งบอกถึงความติดทนของผลิตภัณฑ์ และสื่อถึงทักษะการ Survival ของสาว ๆ ในยุคปัจจุบัน

ซึ่งนอกจากสินค้าที่ต้องตอบโจทย์แล้ว ในเรื่องของการส่งต่อพลังให้กับสาว ๆ แบรนด์ sasi นั้นได้มีการ Empower ในเรื่องของความมั่นใจจากภายในสู่ภายนอกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงรีแบรนด์อย่าง Girls Can Collection กับ แคมเปญ #ศิว่าได้ แค่มั่นใจอะไรก็CAN ในปีที่ผ่านมา

ในปีนี้ทางแบรนด์ ยังคง Empower ต่อไปผ่านแคมเปญ #เชื่อศิ ซึ่งมี Insight มาจาก โลกยุคใหม่ที่เศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตลอดจนนิยามและความคาดหวังของผู้หญิงเปลี่ยนไป จนทำให้สาว ๆ เกิดความกดดัน พวกเธอมักเจอเรื่องคาดหวังทั้งจากตัวเองและคนรอบตัว เช่น การทำงานที่ถูกคาดหวังว่าต้องเก่ง ความรักที่คาดหวังให้เจอคนที่ดี เพราะชีวิตไม่ได้ง่ายเลย

แบรนด์ sasi จึงดึง Hero Product อย่างผลิตภัณฑ์ลิปแมท จาก SURVIVE Collection มาพร้อมกับ Face of sasi คนใหม่อย่าง เก้า-สุภัสสรา ธนชาต ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มี Fighter Spirit และ Survival Attitude มาส่งพลังใจให้สาวๆทุกคน สามารถก้าวผ่านทุกแรงกดดัน SURVIVE ได้ในทุกสถานการณ์ ผ่านแคมเปญ #เชื่อศิ #sasiSURVIVE ที่ได้ CREATIVE Agency เบอร์ต้น ๆ อย่าง GREYnJ UNITED มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ด้วย

นอกเหนือจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ภายในงาน “sasi Girls Can SURVIVE” ที่จัดขึ้นที่ Fashion Hall ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ยังได้มีโชว์การแสดงจาก เก้า-สุภัสสรา ร่วมกับน้อง ๆ นักเรียนวงโยธวาทิต Udomsuksa Marching Band และการพูดคุยบนเวทีกับ เก้า-สุภัสสรา ที่มาบอกเล่าสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันพร้อมแนะนำวิธีเพิ่มพลังใจให้ก้าวผ่านไปให้ได้

เก้า-สุภัสสรา ธนชาต Face of sasi กล่าวว่า เป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้มาเป็น “Face of sasi” ที่จะมา represent ลิปสติกทั้ง portfolio ของ sasi และ Girls Power attitude ในครั้งนี้เก้าร่วมส่งต่อพลังใจให้กับสาวๆ ผ่านแคมเปญ #เชื่อศิ #sasiSURVIVE เก้าอยากให้ทุกคนมั่นใจและเชื่อในตัวเองว่าเราทำได้ ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ก้าวผ่านไปได้ You Got This! สำหรับใครที่อยากจะเติมพลังให้ตัวเอง ก็สามารถหยิบ sasi Girls Can SURVIVE Matte Lip หรือเรียกสั้น ๆ ว่า  “ลิปกร้าวใจ” ขึ้นมาทาได้ เก้าก็จะเลือกสีลิปที่เพิ่มพลังใจให้เรา อย่างลิปสีแดง หรือสำหรับใครที่ชอบสีลิปโทนอื่น ๆ ก็มีให้เลือกถึง 10 สี สามารถเลือกสีที่ชอบทาเพื่อเพิ่มพลังใจให้กับตัวเองกันได้ในทุก ๆ วันเลยค่ะ

            ผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่น “sasi Girls Can SURVIVE” ประกอบด้วย

  1. “ลิปกร้าวใจ” sasi Girls Can SURVIVE Matte Lip แมทปากเป๊ะ ติดทน 12 ชั่วโมง* ด้วย สีสวยชัด เหมาะกับสาวๆทุกสไตล์สีผิว มาพร้อมสารบำรุงให้ความชุ่มชื้น Sakura Extract, White Strawberry และ  Centella Extract ด้วย Film Fix Color ฟิล์มแบบพิเศษช่วยให้ลิปเซ็ตตัว และสร้างฟิล์มเคลือบริมฝีปาก ทำให้ฟินิชปากแมทแต่ไม่แห้งตึง Mask-Friendly และยังเป็นสูตร Vegan ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำหอม มีให้เลือกถึง 10 สี เลือกแมทได้ทุกสไตล์

01 Romantic Nude      นู้ดโทนพีช

02 Innocent Pink         ชมพูสุภาพ

03 POP Pink ชมพูสดใส

04 Dreamy Peach       พีชสดใส

05 Ordinary Pink         ชมพูกลาง

06 Dusty Rose              ชมพูตุ่นอมน้ำตาล

07 Brave Brown            น้ำตาลอมแดง

08 Thursday Vibe        ส้มกลาง

09 Forever Red            แดงสดใสคลาสสิก

10 Taylor Red               แดงก่ำ

  1. “แป้งหน้าล็อก” sasi Girls Can SURVIVE Foundation Powder แป้งผสมรองพื้น ควบคุมความมัน 24 ชั่วโมง** พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF 50+ PA++++ ให้การปกปิดสูงสุด มาพร้อม Luminous Bright Blur ช่วยเบลอรูขุมขน อำพรางริ้วรอย ปกปิดรอยสิว จุดด่างดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ และยังมีสารบำรุงผิวอย่าง Ceramide และ Rose Extract ให้โครงสร้างผิวแข็งแรงและ เผยผิวสุขภาพดีเปล่งประกาย ไม่มีพาราเบน ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่มีน้ำหอม มีให้เลือกถึง 4 เฉดสี

PN1        Fair Light                               (ผิวขาวมาก-ผิวขาวอมชมพู)

YN1.5     Ivory Beige                            (ผิวขาวกลางอมเหลือง)

N2           Natural Medium   (ผิวสีเนื้อปานกลาง)

YN3        Honey Warm                         (ผิวน้ำผึ้ง-ผิวสองสี)

พบกับผลิตภัณฑ์ sasi Girls Can SURVIVE ได้แล้ววันนี้ที่ Watsons, EVEANDBOY, BEAUTRIUM, Konvy, และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ หรือสามารถช้อปออนไลน์ที่ sasi Official ทาง Shopee, Lazada และ http://www.1948beauty.com และเพื่อไม่ให้พลาดกิจกรรมดี ๆ สินค้าใหม่ ๆ และแคมเปญสนุก ๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี สามารถกดติดตามได้ที่ social media ของแบรนด์ sasi ทาง facebook, instagram, twitter, tiktok ชื่อ sasidiary ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น ทริคการแต่งหน้า แต่งตัว และการดูแลตัวเอง ไว้ในที่เดียว

*ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และสภาพผิวของแต่ละบุคคล **ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

สายช้อป-ชิม ห้ามพลาด! เหลืออีกเพียง 5 วัน ‘งานลิ้นติดโปรแฟร์’66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759308

สายช้อป-ชิม ห้ามพลาด! เหลืออีกเพียง 5 วัน 'งานลิ้นติดโปรแฟร์'66

สายช้อป-ชิม ห้ามพลาด! เหลืออีกเพียง 5 วัน ‘งานลิ้นติดโปรแฟร์’66

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.51 น.

ว๊าว ว๊าว!! คนแห่ช้อปของกินของฝากกันคึกคัก ในงาน ลิ้นติดโปรแฟร์’66 ทำเอาเจ้าของงาน ก้อง ปิยะ เศวตพิกุล ใจฟู ว้าวุ่น! ยิ้มแก้มแตก  ยิ่งได้ลูกสาว  ปุยฝ้าย ณัฎฐพัชร์ วิภัทรเดชตระกูล มาช่วยเชียร์อัพในงานด้วยอีกแรง ตลาดแตกคูณสอง เพราะความบ้าความฮาของเธอ พอชิมปุ๊ปอร่อยซี๊ดถูกปากก็เรียกลูกค้ามาช้อปทันที  ทั้งสายช้อป สายชิม มาหอบหิ้วความอร่อยกันอย่างสนุกสนาน  กับที่สุดของเมนูอร่อยต่างๆ ของมหกรรมอาหาร ที่สุดของเรื่องคาว-หวาน ที่ร้านดังร้านเด็ดยกมาเสิร์ฟแน่นๆ ฟินตลอดงาน    เรียกว่าพ่อค้าแม่ขาย ก็ว้าวุ่น! ไม่แพ้กัน แฮปปี้ขายของดี มีเงินสะพัด ไม่ว่าจะเป็น ซ้งเสรีทอง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง , เฮียหงีกระเพาะปลาเยาวราช ,มาดามไส้อั่ว, กุยช่ายมหานคร , ข้าวเกรียบอะไรซ์ by เป๊ก & นิว, น้ำพริกป้าแว่น by คุณษา, ROB Coffee -พลิกกับ เกลือ by ชุดาภา, ข้าวเกรียบเห็ดหอมนายเกาะ , ผลิตภัณฑ์มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ, ผลิตภัณฑ์จากโครงการเกษตรอทิตยาทร, ยาดมตราฉุย by ก๊อบแก๊บ บางกอกกระซิบฯ, หอยจ๊อปู แม่วรรณ, ห่อหมกคุณย่า, เนื้อทอดนมสด ฯลฯ

และในงานที่ไม่อยากให้คุณพลาด ที่สุดของโปรโมชั่นที่คุณจะต้องร้องว๊าว!! อิ่มหนำสำราญกันแบบจุกๆลิ้นระรัวนัวความอร่อยแน่ๆ ในงาน ลิ้นติดโปรแฟร์’66 ณ ชั้น 1 เซ็นเตอร์คอร์ท ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ วันนี้ถึง 1 ตุลาคม 66  จัดหนัก จัดเต็ม พ่อจ๋า แม่จ๋า พี่จ๋า  อย่ารอช้าอีกเพียง 5 วันปักหมุด  ความอร่อยช้อปกันจุกๆ เลยจ้า…

-(016)

ศุภนิมิตฯ ร่วมกับ W501 จัดคอนเสิร์ตการกุศล มุ่งหวังช่วยเหลือเด็กเปราะบางด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759305

ศุภนิมิตฯ ร่วมกับ W501 จัดคอนเสิร์ตการกุศล มุ่งหวังช่วยเหลือเด็กเปราะบางด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียม

ศุภนิมิตฯ ร่วมกับ W501 จัดคอนเสิร์ตการกุศล มุ่งหวังช่วยเหลือเด็กเปราะบางด้านการศึกษาอย่างเท่าเทียม

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.47 น.

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ร่วมกับวงดนตรี W501 พร้อมศิลปินคริสเตียน จัดงานคอนเสิร์ตการกุศล “ส่งต่อความรักเพื่อเด็กยากไร้” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กเปราะบางยากไร้ในด้านการศึกษา ณ คริสตจักรใจสมาน สุขุมวิท 6 เมื่อเร็ว ๆ นี้

“ส่งต่อความรักเพื่อเด็กยากไร้” เป็นคอนเสิร์ตการกุศลรูปแบบนมัสการครั้งแรกที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้จัดขึ้น โดยได้รับความร่วมมือกับวงดนตรี W501 ซึ่งเป็นวงดนตรีคริสเตียนที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ พร้อมกับได้รับเกียรติจากศิลปินนักร้องที่มีชื่อเสียง นำโดยคุณบอย โกสิยพงษ์ คุณเต้น นรารักษ์ ใจบำรุง และคุณจัสมิน พัชราวลี ดำรงค์ธรรมประเสริฐ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง มาร่วมกันร้องเพลง ซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้รับความสนใจและการตอบรับจากพันธมิตร หุ้นส่วน ผู้อุปการะ และบุคคลทั่วไปเป็นอย่างดี โดยมีผู้ให้ความสนับสนุนเข้าร่วมคอนเสิร์ตการกุศล “ส่งต่อความรักเพื่อเด็กยากไร้” จำนวนกว่า 500 คน โดยเงินบริจาคจากการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว รวมทั้งสิ้น 283,034 บาท ทั้งนี้เงินบริจาคดังกล่าว มูลนิธิศุภนิมิตฯ จะนำไปสมทบทุนเพื่อการศึกษาให้กับเด็กเปราะบางในพื้นที่ดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตฯ 39 จังหวัด ทั่วประเทศ

ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าวความรู้สึกของการจัดงานว่า “รู้สึกปลื้มใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่ศุภนิมิตฯ ได้ร่วมมือกับองค์กรคริสเตียนอย่างคริสตจักรใจสมานและ W501 วงดนตรีนมัสการที่มีชื่อเสียง ในการจัดคอนเสิร์ตการกุศล ส่งต่อความรักเพื่อเด็กยากไร้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปี ศุภนิมิตฯ เรามุ่งเน้นทำงานเพื่อช่วยเหลือเด็ก ครอบครัว และชุมชนเปราะบาง และคอนเสิร์ตในครั้งนี้เรามุ่งหวังระดมทุนเพื่อกองทุนการศึกษา ให้เด็กได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งตรงกับพันธกิจหลักของเรา ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนที่ทำให้พันธกิจครั้งนี้สำเร็จตามเป้าหมาย”

ทั้งนี้ กองทุนเพื่อการศึกษา ของมูลนิธิศุภนิมิตฯ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาให้เด็กมีการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพในทุกด้าน โดยเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงทั้ง 4 ประการ ได้แก่ 1.ส่งเสริมให้เด็กทุพพลภาพได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ สนับสนุนอุปกรณ์เสริมการเรียน และบุคลากรครูที่มีความพร้อมในการดูแลเด็ก 2.สนับสนุนให้เด็ก ๆ และเยาวชนได้อยู่ในระบบการศึกษา และได้รับโอกาสเรียนต่อในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น เช่น ภาคอาชีวศึกษา หรือระดับปริญญาตรี เพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์และสร้างแนวทางการประกอบอาชีพในอนาคต 3.เสริมสร้างศักยภาพให้ครูมีความรู้ และทักษะสำหรับการดูแลและสอนเด็กอย่างมีคุณภาพ และ 4.ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้เหมาะสม และเอื้อต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่สมวัย รวมถึงการเรียนรู้ที่ดีของเด็ก การสนับสนุนเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของมูลนิธิฯ ที่ต้องการพัฒนาการศึกษาเพื่อเสริมศักยภาพให้กับเด็ก ครู และชุมชน อย่างแท้จริง

โดยบรรยากาศของงานบริเวณห้องโถง มูลนิธิศุภนิมิตฯ จัดให้มีบอร์ดนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ ในพันธกิจของมูลนิธิฯ มีโซนถ่ายรูป และกิจกรรมเกมส์ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กในโครงการมื้อเช้าเพื่อน้องท้องอิ่ม ให้ร่วมสนุกก่อนเข้าห้องคอนเสิร์ต ส่วนบรรยากาศด้านใน อบอวนไปด้วยความสนุกไปพร้อม ๆ กับความซาบซึ้งใจ ในการที่ทุกคนได้ร่วมนมัสการและการได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมร่วมกัน

คุณเหวิน-เรืองกิจ ยงปิยะกุล Executive Producer, Guitarist ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือว่า “ผมรู้สึกว่าพันธกิจของศุภนิมิตฯ และ W501 เรามีวัตถุประสงค์ที่ตรงกัน และรู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจของพระเจ้าอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าการนมัสการพระเจ้าที่แท้จริง ก็คือการช่วยเหลือผู้อื่น ดังนั้น นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือในพันธกิจครั้งนี้ และผมยินดีที่จะร่วมพันธกิจกับศุภนิมิตฯ ในครั้งต่อไปอีก และรู้สึกดีใจที่ได้เห็นศิลปินต่างค่ายต่างสถานที่มาร่วมใจกัน เพื่อส่งต่อความรักไปสู่เด็กยากไร้อย่างแท้จริง”

การร่วมมือกันครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของจุดเริ่มต้นในการผสานความร่วมมือกับภาคองค์กรคริสตจักร และศิลปินคริสเตียน ในการส่งต่อความรักไปสู่เด็กยากไร้ ให้ได้รับการศึกษาและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียม

ทำความรู้จัก BELOTEROฟิลเลอร์แบรนด์ดังจากสวิตเซอร์แลนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759299

ทำความรู้จัก BELOTEROฟิลเลอร์แบรนด์ดังจากสวิตเซอร์แลนด์

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.34 น.

หากพูดถึงทางลัดความสวยที่มาแรงไม่เคยแผ่ว ต้องยกให้กับการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ความนิยมของสาวๆ ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก ในการช่วยเติมความมั่นใจให้เต็มกว่าที่เคยเป็นมาทำให้หลายๆ คนหันมาศึกษาและมองหาฟิลเลอร์ที่ใช่ ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตัวเองได้อย่างตรงจุด อาทิ สร้างความเรียบเนียนให้ผิวหน้า เติมเต็มความอ่อนเยาว์ หรือเพิ่มมิติให้กับใบหน้า เป็นต้น

แต่การเฟ้นหาฟิลเลอร์ที่ตรงใจ คุณภาพดี และปลอดภัย จำเป็นต้องพิจารณาหลายๆ องค์ประกอบในการตัดสินใจยิ่งในปัจจุบันมีฟิลเลอร์ให้เลือกหลายประเภทหลากรูปแบบ ฉะนั้นการเลือกฟิลเลอร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะและตรงกับวัตถุประสงค์ความต้องการ จะมอบผลลัพธ์ที่ใช่ที่สุดMerz Aesthetics Thailand (เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย) บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายนวัตกรรมความงามระดับโลกในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสารเติมเต็มฟิลเลอร์จากสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมส่งตัวช่วยเสริมความสวยให้ใครหลายๆ คน ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์BELOTERO Filler ฟิลเลอร์เนื้อเนียนละเอียดเนียนกลืนกับผิว อิมพอร์ตตรงจากสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ต่างกันด้วยผลิตภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะอาทิ คืนความฉ่ำวาวให้ผิวหน้าอย่างเป็นธรรมชาติเพิ่มความสดใสให้ดวงตาและดูเรียบเนียนเติมเต็มความกระชับไม่ให้หย่อนคล้อยตามวันเวลา สร้างมิติให้กับจุดสำคัญบนใบหน้า ช่วยให้รูปหน้าดูสมส่วนมากขึ้น หรือฟื้นฟูสภาพผิวที่มีปัญหาในระยะเริ่มแรกจากการถูกทำลายโดยแสงแดดและมลภาวะต่างๆ เป็นต้น

ล่าสุดเตรียมตัวพบกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับBELOTERO Lips ฟิลเลอร์สำหรับริมฝีปากโดยเฉพาะ กล่องสีแดง2 รุ่นที่ออกแบบให้ใช้ควบคู่กัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Perfect Duo for Perfect Lips”อย่าง BELOTERO Lips – Shape ที่ช่วยเติมเต็มปากให้อวบอิ่มดูเป็นทรง และBELOTERO Lips -Contourตัดขอบปากให้สวย คมชัดกว่าที่เคยตอบรับเทรนด์ปรับรูปปากที่กำลังมาแรง เหมาะกับความต้องการและสร้างบุคลิกที่แตกต่างเฉพาะตัว เพื่อเสริมความมั่นใจให้ปังกว่าใครด้วยรูปปากที่โดดเด่นรับรองว่าสวยเริ่ดไม่โป๊ะอย่างแน่นอน

เพราะความสวยไม่เคยรอใคร มาเติมความสวย มั่นใจในผลลัพธ์ที่ใช่ ด้วยBELOTERO Filler ฟิลเลอร์เนื้อละเอียดจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการได้แล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.merzaesthetics.co.th/และสามารถอัปเดตข่าวสารBELOTERO Filler ได้ที่ Facebook: Merz Aesthetics Thailand

เพราะการให้คือความสุขที่ไม่มีต้นทุน แนวคิดพลังบวกของหมอนางฟ้า’หมอเกศ’รศ.ดร.พญ.เกศกมล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759269

เพราะการให้คือความสุขที่ไม่มีต้นทุน แนวคิดพลังบวกของหมอนางฟ้า'หมอเกศ'รศ.ดร.พญ.เกศกมล'

เพราะการให้คือความสุขที่ไม่มีต้นทุน แนวคิดพลังบวกของหมอนางฟ้า’หมอเกศ’รศ.ดร.พญ.เกศกมล’

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.32 น.

ทุกวันนี้มองไปทางไหนก็จะมองเห็นปัญหาในสังคม ยิ่งในยุคของสังคมออนไลน์ที่มีการส่งต่อ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลบหรือเรื่องบวกมักจะมีการแชร์ต่อออกไปอย่างรวดเร็ว แต่รู้หรือไม่? การอ่านเรื่องราวที่ให้พลังบวกกับชีวิตจะช่วยทำให้อารมณ์และความคิดของเราดีขึ้นตามไปด้วย วันนี้เราขอแบ่งปันเรื่องราวดี  จากคุณหมอที่สวย แซ่บ เก่งรอบด้าน และชื่นชอบ … ช่วยเหลืองานจิตอาสา  จากหมอนางฟ้า  “หมอเกศ” รศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย  เจ้าของบริษัทถึง4 บริษัท เกศกมล คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป เกศกมล เด็นทัล คลินิก อินเตอร์ เดอร์มา แลบอราทอรี เมดดิคอลฟาร์มา และที่สำคัญตอนนี้กำลังมี ละครครั้งแรกทางช่องอัมรินทร์ทีวี  และผลงานภาพยนต์ และ ละครกับทาง 3 ช่อง 3 HD พิธีกรรายการคุณหมอขอถาม ทางช่อง 18 JKN อีกด้วย 

“หมอเกศ” กล่าวว่า   “การรับรู้ถึงเหตุผลในการใช้ชีวิตอยู่ของตัวเอง เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจและรู้สึกมั่นคงเมื่อเผชิญกับอุปสรรคหรือวิกฤติของชีวิต การให้คือการช่วยเหลือสังคมทำงาน CSR ต่างๆ ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น การเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กพิการ การลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม หรือไปตามสถาบันการศึกษาเพื่อให้ความรู้น้องๆ เยาวชน  สำหรับแนวคิดพลังบวกเติมพลังให้ชีวิตก้าวไปข้างหน้าของหมอคือความคิดและทัศนคติบวกช่วยให้ชีวิตเต็มไปด้วยพลังและความสุข  เริ่มด้วย 1.การตั้งคำถาม:  คนคิดลบ เมื่อเจอความผิดพลาด จะเกิดคำถามว่า “ใครเป็นคนผิด” คนคิดบวก เมื่อเจอความผิดพลาด จะเกิดคำถามว่า “เพราะอะไรถึงผิด” 2.การชื่นชมสิ่งดีๆ ในชีวิตแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย พกสมุดเล็กๆ ติดตัว หรือจะจดในโน๊ตโทรศัพท์ก็ได้ และฝึกที่จะมองหาสิ่งดีๆ ในชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือใหญ่โตแค่ไหนก็ตาม ชื่นชมมัน และจดบันทึก สักวันละ 3 – 5 ข้อ เมื่อไหร่ที่ ท้อแท้และหมดกำลังใจ เปิดอ่าน  นึกถึงช่วงเวลาที่คุณประสบและชื่นชมมัน จากนั้นจึงหายใจเข้าลึกๆ สัก 5 รอบ  แล้วค่อยเดินหน้าต่อไป ที่พูดมาทั้งหมดนี้อาจจะเป็นมุมเล็กๆ แต่ก็จะเป็นความสุขที่ไม่มีต้นทุนหาที่เราสามารถสร้างได้ด้วยตัวเอง   
ส่วนใครที่อยากรู้จัก หมอนางฟ้า  “หมอเกศ” รศ.ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย   สามารถเข้าไปติดตาม ได้ที่ support ได้ทาง https://www.facebook.com/dr.keskamol / TikTok @dr.kes_keskamol / IG dr.kes.keskamol

ผลวิจัยของ’มินเทล’เผยว่าผู้บริโภคชาวไทยกว่า 75% กำลังมองหาคำแนะนำด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759267

ผลวิจัยของ'มินเทล'เผยว่าผู้บริโภคชาวไทยกว่า 75% กำลังมองหาคำแนะนำด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น

ผลวิจัยของ’มินเทล’เผยว่าผู้บริโภคชาวไทยกว่า 75% กำลังมองหาคำแนะนำด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือ ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.29 น.

มินเทล บริษัทด้านข้อมูลตลาดระดับโลก ได้เผยผลวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ที่ดีเพื่อสุขภาพของคนไทย โดยเน้นถึงวิธีการที่แบรนด์ต่างๆ จะสามารถปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีผลวิจัยของ มินเทล เผยให้เห็นว่าแรงบันดาลใจด้านสุขภาพกับพฤติกรรมที่แท้จริงของคนไทย มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะแม้จะเข้าใจถึงความสำคัญของการมีไลฟ์สไตล์ที่ดี แต่มากกว่า 1 ใน 3 (35%) ของคนไทยกลับเผชิญอุปสรรคต่อแผนการออกกำลังกายที่ตั้งไว้ คนไทยในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน (32%) ยังกล่าวว่าพวกเขาไม่มีเวลาพอสำหรับกิจกรรมเพื่อสุขภาพด้วย ยิ่งไปกว่านี้ คนไทยมากกว่า 2 ใน 3 (67%) ยังเห็นด้วยว่าทุกอย่างจะง่ายขึ้นเมื่อได้ทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพร่วมกันกับคนอื่นๆ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่แบรนด์ต่างๆ จะเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์และดีต่อสุขภาพ โดยการผสานวิถีทางสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวันให้อย่างลงตัวมากขึ้น นับว่าเป็นการกระตุ้นการสร้างนิสัยที่ดีด้วย กล่าวโดย ดร. วิลาสิณี ศิริบูรณ์พิพัฒนา (ไข่มุก) นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสด้านไลฟ์สไตล์ บริษัท มินเทล ประเทศไทย


ในขณะที่ทุกคนกังวลกับเศรษฐกิจโลก แบรนด์ด้านสุขภาพต่างๆ ยังคงต้องตระหนักถึงตัวเลขค่าใช้จ่ายที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่อยากจะมีสุขภาพที่ดี โดยคนไทยกว่า 75% กังวลเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การจ่ายเพื่อสุขภาพ และผู้บริโภคส่วนใหญ่ชื่นชอบแบรนด์ที่มีข้อมูลที่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือมาสนับสนุน ซึ่งคนไทยเกิน 3 ใน 4 (78%) เห็นด้วยว่าผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีการรองรับด้วยหลักฐาน มีความน่าเชื่อถือมากกว่าความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากโรคระบาดเป็นแรงผลักดันให้มีการดูแลตนเอง เพื่อเป็นการป้องกันและรับมือกับโรคร้ายและสร้างสุขภาพดีที่ทุกคนต้องการดร. วิลาสิณี กล่าวว่า “ผลวิจัยของเราพบว่า 70% ของผู้บริโภคชาวไทยเผยว่าการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพคือการที่ผู้บริโภคสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารโดยไม่ต้องนับแคลอรี่ ดังนั้นแบรนด์ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพเป็นอีกทางเลือก เช่น ผลิตภัณฑ์โซเดียมต่ำ ปราศจากน้ำตาล หรือออร์แกนิก จะตอบโจทย์ตลาดเเนื่องจากเป็นการช่วยให้ผู้บริโภคได้มีสุขภาพที่ดีพร้อมกับบริโภคอาหารที่อร่อย”


นอกเหนือจากการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายแล้ว ผลวิจัยของมินเทลยังเผยให้เห็นถึงมุมมองเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีอีกด้วย ซึ่งผู้บริโภคทราบถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสภาวะทางร่างกายและจิตใจ โดยปัญหาสุขภาพที่เกิดอย่างต่อเนื่องในไทยนั้นมาจากความเครียด และกว่า 76% แจ้งว่าการรับประทานของหวานจะทำให้อารมณ์ดีขึ้น รวมถึงเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายก็ถูกนำมาใช้เป็นกิจวัตรที่ช่วยให้สามารถดูแลตัวเองและสร้างความผ่อนคลายได้


“คนไทยรู้วิธีรักษาสุขภาพให้แข็งแรง แต่การเริ่มต้นปฏิบัติเป็นไปได้ยาก ดังนั้นแบรนด์จะสามารถสร้างความความพึงพอใจให้เพิ่มขึ้นได้โดยการแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากเรื่องเล็กๆ ที่มีผลต่อชีวิตประจำวัน ตัวอย่างเช่น ผลวิจัยของเราระบุว่า 86% ของคนไทยหาความสุขในทุกด้านของชีวิต ด้วยประการนี้แบรนด์ต่างๆ จึงควรจับจุดและสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนมีสุขภาพดีโดยการเสนอรางวัลในรูปแบบของคะแนน บัตรกำนัล หรือส่วนลด ประกอบกับการที่คนไทย 65% ชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ และ 77% กระตือรือร้นที่จะหาวิธีทำให้ชีวิตง่ายขึ้น การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีจึงเป็นกลยุทธ์ที่จะช่วยกระตุ้นให้คนไทยปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้นได้”
ดร. วิลาสิณี กล่าวสรุปว่า “คนไทยไม่ได้มองหาสิ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็ว ดังนั้นการที่ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนคือแนวทางที่มั่นคงและยั่งยืนกว่า ส่วนคนที่อายุน้อย โอกาสที่จะเคร่งครัดกับการดูแลสุขภาพก็น้อยลง ซึ่งการที่ทำให้กระบวนการต่างๆ สนุกขึ้นนั้น ก็สามารถเป็นกุศโลบายที่แบรนด์ต่างๆ สามารถสร้างสถานการณ์แบบ win-win ได้โดยทำให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมและมีความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น”
 

สามารถอ่านรายงานไลฟ์สไตล์สุขภาพดีของผู้บริโภคไทย ประจำปี 2023 จากมินเทล ที่นี่หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดสัมภาษณ์กับทีมนักวิเคราะห์ของเรา สามารถติดต่อ Mintel Press Office ได้ที่ press@mintel.com

Life & Health : น้ำสะอาด..เครื่องดื่มที่จำเป็นต่อร่างกาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759122

Life & Health : น้ำสะอาด..เครื่องดื่มที่จำเป็นต่อร่างกาย

Life & Health : น้ำสะอาด..เครื่องดื่มที่จำเป็นต่อร่างกาย

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.15 น.

ร่างกายเราทำงานต่อเนื่องตลอดเวลาและตลอดชีวิต โดยอาศัยน้ำและเกลือแร่เป็นหลักสำคัญ ถ้าเป็นเครื่องจักรกล ร่างกายคงจะเป็นเครื่องจักรกลชนิดที่เดินเครื่องได้ด้วยน้ำและเกลือแร่ มีชีวิตมีการเจริญเติบโต มีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ด้วยตนเองตามธรรมชาติ โดยอาศัยน้ำเป็นปัจจัยสำคัญโดยในร่างกายของเราประกอบขึ้นมาจากน้ำกว่าร้อยละ 70 อยู่ในเลือดกว่าร้อยละ 80 อยู่ในสมองกว่าร้อยละ 75 และที่ตับมีน้ำถึงร้อยละ 96

ข้อมูลจาก รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ ประธานโครงการอาหารไทย หัวใจดี มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ร่างกายเปรียบเสมือนเครื่องจักรกลที่ต้องอาศัยน้ำเป็นหลัก และมีหัวใจซึ่งเป็นเครื่องปั๊มน้ำเพื่อระบบไหลเวียนของเลือดในการถ่ายเทพลังชีวิต จึงทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ในแต่ละวันร่างกายเราเสียน้ำไปประมาณ 3.4 ลิตรทั้งทางปัสสาวะและเหงื่อ ถ้าดื่มน้ำไม่เพียงพอก็มีโอกาสขาดน้ำได้ สำหรับสัญญาณเตือนว่า ร่างกายขาดน้ำ ได้แก่

● ปากแห้ง เนื่องจากน้ำลายมีหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นในปาก และย่อยอาหารจำพวกแป้งให้เป็นน้ำตาลก่อนการกลืน ร่างกายผลิตน้ำลายประมาณ 0.5-1.5 ลิตรต่อวัน ถ้าขาดน้ำการผลิตน้ำลายจะลดลง เนื่องจากร่างกายจะรักษาน้ำในระบบการไหลเวียนเลือดให้สมดุล

● ผิวแห้ง เหี่ยว และกร้าน เนื่องจากปกติส่วนประกอบของผิวหนังและชั้นไขมันบางๆ ใต้ผิวหนังจะอุ้มน้ำไว้ได้เป็นอย่างดี รักษาความเต่งตึงและยืดหยุ่นของผิว เมื่อร่างกายขาดน้ำความชุ่มชื้นของผิวจะลดลง เพราะน้ำจะถูกดึงเข้ามาใช้ในระบบที่สำคัญภายในร่างกายก่อน

● ท้องผูก เมื่อขาดน้ำร่างกายมีกลไกที่จะดึงน้ำจากส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อหล่อเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญให้ทำงานได้ตามปกติน้ำจากลำไส้ใหญ่ถูกดึงไปใช้ด้วย อุจจาระจะแข็ง ท้องจึงผูกได้

● ปัสสาวะสีเข้ม เนื่องจากในภาวะขาดน้ำจะมีสัญญาณส่งไปยังต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมน ทำให้เกิดการดึงน้ำกลับเข้าสู่ร่างกายก่อนที่จะขับออกไปทางปัสสาวะ ดังนั้นสารละลายที่ถูกขับออกจึงมีความเข้มข้นมากขึ้น แต่ปัสสาวะมีปริมาณน้อยลงและมีสีเข้มขึ้น

● กระบอกตาลึก และมีรอยคล้ำรอบดวงตา โดยปกติดวงตาจะเคลื่อนไหวไป-มาเหลือบซ้าย แลขวา มองบน มองล่าง และหมุนไปได้รอบทิศทางอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วได้เพราะมีน้ำหล่อเลี้ยงอย่างชุ่มชื้นในกระบอกตาถ้าร่างกายขาดน้ำ น้ำในส่วนนี้ก็จะถูกดึงกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือด ทำให้ตามีรอยคลํ้าโดยรอบ ในเด็กเล็กที่มีอาการท้องเสียถ้าขาดน้ำจะเห็นได้ชัดว่าตาโบ๋ลึกในเบ้าตาเลยทีเดียว

● ตะคริว นักกีฬามีโอกาสเป็นตะคริวได้ง่าย ถ้าดื่มน้ำไม่เพียงพอเพราะการเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬา ยิ่งในหน้าร้อนยิ่งเป็นมากขึ้น เกลือแร่ที่ออกมากับเหงื่อร่วมกับการคั่งของกรดแลคติก ที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงาน ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถคลายตัวได้ตามปกติ จึงเกร็งแข็งเป็นลูก เกิดเป็นตะคริวขึ้นได้

● ปวดหัว บางคนมีอาการปวดหัวโดยปวดทั้งสองข้าง

● เซื่องซึม เมื่อปริมาณน้ำร่างกายลดลงมาก จนทำให้ระบบไหลเวียนเลือดบกพร่องการขนส่งอาหารและอากาศไปยังระบบต่างๆ ของร่างกายไม่พอเพียง สมองได้รับพลังงานน้อยลง กล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ จะทำงานติดขัด ทำให้รู้สึกเหนื่อย เซื่องซึม หงุดหงิด อารมณ์เสีย

● ความดันเลือดต่ำ เมื่อปริมาณน้ำในระบบไหลเวียนเลือดลดลง ความดันเลือดจะลดลงด้วย จนทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียวิงเวียน หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม

● กระหายน้ำ สมองส่วนหน้าเป็นตัวรับสัญญาณว่าร่างกายขาดน้ำ โดยรับความรู้สึกจากความเข้มข้นของเกลือแร่ที่ละลายอยู่ในน้ำเหลือง ที่อยู่ในระบบไหลเวียนเลือด แล้วส่งไปยังศูนย์ควบคุมการกระหายน้ำ ทำให้เรารู้สึกกระหายน้ำ

ดังนั้น เมื่อสังเกตพบอาการใดอาการหนึ่งดังกล่าวข้างต้น เราควรจะดื่มน้ำให้พอเพียงกับที่ร่างกายต้องการ แล้วอาการที่เกิดขึ้นเหล่านั้น ก็จะทุเลา และหายไปในที่สุด

น้ำคือชีวิต…ความต้องการต่อวัน

ร่างกายต้องการน้ำโดยเฉลี่ยประมาณ 0.04-0.05 ลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน (40-50 ซีซี/กก./วัน) ยกตัวอย่างเช่นผู้หญิงน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม ความต้องการน้ำเท่ากับ 3 ลิตร/วัน หากดื่มไม่ได้ 3 ลิตร อย่างน้อยควรได้รับน้ำเท่ากับจำนวนกิโลแคลอรีที่ได้จากอาหาร เช่น ผู้หญิง ความต้องการพลังงานต่อวันเท่ากับ 1,600 กิโลแคลอรี ก็ต้องการน้ำ1,600 มิลลิลิตร หรือซีซี (1.6 ลิตร) และเลือกกินผัก ผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่น แตงโม หรืออาหารอื่นที่มีน้ำ เช่น แกงจืด ก๋วยเตี๋ยวน้ำ (ที่ไม่เค็ม)ในภาวะผิดปกติอื่นๆ เช่น การทำงาน หรือออกกำลังในบริเวณที่มีอากาศร้อนจะมีการเสียเหงื่อมากขึ้น หรือท้องเสียถ่ายเป็นน้ำ ความต้องการน้ำ ต้องมากขึ้นด้วย บางครั้งมากจนดื่มได้ไม่ทัน หรือดื่มไม่ได้เพราะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน การให้น้ำเข้าทางเส้นเลือดดำ ให้ทันการณ์ก็สามารถรักษาชีวิตไว้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กซึ่งมีความไวต่อการขาดน้ำมาก จะเห็นได้ชัดเมื่อเด็กท้องเสียคือมีผิวแห้ง หากคีบผิวหนังขึ้นมา จะตั้งอยู่ได้เพราะขาดความยืดหยุ่น นอกจากนี้ ยังมีอาการตาโบ๋ และเซื่องซึม

ขณะที่ร่างกายขับน้ำออกนั้น ร่างกายใช้น้ำเป็นตัวทำละลายเพื่อขับสารพิษ และสารละลายส่วนเกินที่เกิดจากการเผาผลาญพลังงานในการดำรงชีวิตให้ออกมาด้วย คล้ายกับล้างขี้เถ้าออกจากเตาเชื้อเพลิงของเหลวที่ออกมาจะมีเกลือแร่ออกมาด้วย แม้แต่เหงื่อที่เกิดจากกระบวนการระบายความร้อน ยังมีเกลือแร่ออกมาด้วย ดังนั้น การดื่มน้ำจำเป็นต้องได้รับเกลือแร่ที่จำเป็นทดแทนด้วย มิใช่เป็นการดื่มน้ำกลั่นบริสุทธิ์ทีเดียว

การได้รับน้ำปริมาณมากในคราวเดียวกัน ทำให้น้ำในร่างกายมากจนขับออกไม่ทัน จนเกิดภาวะน้ำเกินจนเป็นอันตราย เรียกว่า“ภาวะน้ำเป็นพิษ” เพราะจะทำให้ผิวหนังมีอาการบวมทั้งตัว สมองบวมอวัยวะต่างๆ บวมทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ กระสับกระส่าย มือสั่น ซึมชักกระตุก และหมดสติในที่สุด

น้ำประปาดื่มได้

ทุกแหล่งชุมชนที่พัฒนาแล้วต้องมีประปาสำหรับชุมชนของตน ประปาในประเทศไทย มีประปานครหลวง และประปาภูมิภาค นอกจากนี้ ตามพื้นที่ห่างไกลออกจากเมืองอาจมีประปาหมู่บ้านแหล่งของน้ำ ประปานครหลวงได้จากคลองประปาที่แยกออกจากแม่น้าเจ้าพระยาตอนกลาง บริเวณจังหวัดปทุมธานี ในส่วนภูมิภาคบางแห่งได้จากแม่น้ำเช่นเดียวกัน หรือมาจากน้ำบาดาล ซึ่งน้ำเหล่านี้เรียกว่า “น้ำดิบ” ซึ่งต้องผ่านกระบวนการทำให้ใสเช่น โดยการผสมสารส้มทำให้เกิดการจับตัวของอนุภาคที่อยู่ในน้ำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จึงแยกออกมาได้ง่าย ใช้การกรอง เช่น บ่อกรองน้ำชนิดกรวดทรายเพื่อทำให้นํ้า ใสมากขึ้น จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโรคโดยการเติมคลอรีน โดยขั้นตอนต่างๆ จะมีกระบวนการควบคุมคุณภาพเพื่อให้มั่นใจว่า มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานจึงจ่ายออกตามระบบจ่ายน้ำ สู่บ้านเรือนประชาชน น้ำประปาจึงเป็นน้ำที่ปลอดภัย ดื่มได้ เพื่อให้มั่นใจอาจต้มให้เดือด 1 นาที โดยเฉพาะสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ

น้ำดื่มในภาชนะบรรจุปิดสนิท

คำว่า “น้ำดื่มในภาชนะบรรจุปิดสนิท” คือน้ำที่บรรจุในภาชนะที่ปิดสนิท เช่นขวด กระป๋อง แก้ว โดยทั่วไปแล้วจะบรรจุขวดแก้วขวดหรือถ้วยพลาสติก โดยมีขนาดบรรจุต่างๆ กันตั้งแต่ขนาดเป็นแก้วใช้ดื่มครั้งเดียว เป็นขวดขนาด 300-600 ซีซี ขนาด 1.5 ลิตรจนกระทั่งเป็นถังขนาด 80 ลิตรทีเดียว เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะที่เกิดจากขวดพลาสติก แนะนำให้ใช้แบบถังใหญ่แล้วแบ่งบรรจุใส่ขวดน้ำที่กลับมาใช้ได้

กล่าวโดยสรุป น้ำคือชีวิต เป็นเครื่องดื่มที่มีความจำเป็นต้องดื่มให้เพียงพอเพื่อการมีสุขภาพที่ดี แต่การดื่มน้ำควรเลือกน้ำจากแหล่งน้ำที่ปลอดภัย เช่น น้ำประปา น้ำในภาชนะบรรจุปิดสนิท โดยเฉพาะในบางกลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น เด็กทารก ควรนำน้ำนั้นมาต้มเดือด 1 นาทีก่อนใช้เป็นน้ำดื่ม ทั้งนี้ โครงการอาหารไทย หัวใจดีส่งเสริมให้คนไทยดื่มน้ำให้พอเพียงเพื่อสุขภาพหัวใจ