‘เวลเนส ไอดอล’ จัดอีเว้นท์เพื่อคนรักสุขภาพ ‘SuperFitTeam Retreat #15’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758918

‘เวลเนส ไอดอล’ จัดอีเว้นท์เพื่อคนรักสุขภาพ ‘SuperFitTeam Retreat #15’

‘เวลเนส ไอดอล’ จัดอีเว้นท์เพื่อคนรักสุขภาพ ‘SuperFitTeam Retreat #15’

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.35 น.

บริษัท เวลเนส ไอดอล จำกัด  (WellnessIDOL Co.,Ltd) โดย 2 ผู้บริหาร คุณนัตตี้ จิณณพัต วงศ์หล่อ และคุณสุรเชษฐ วงศ์หล่อ จัดกิจกรรมเพื่อคนรักสุขภาพ SuperFitTeam Retreat ครั้งที่ 15 อีเว้นท์ดีๆ ที่เต็มไปด้วยคนรักสุขภาพ เพื่อเฉลิมฉลองการแข่งขันฟิตหุ่นชิงเงินรางวัลกว่า 400,000 บาท พร้อมปาร์ตี้ดินเนอร์สุดอบอุ่นริมชายหาด อบอวลไปด้วยเสียงเพลงจาก 4 ศิลปินชื่อดัง พลพล พลกองเส็ง,อ๊อฟ ปองศักดิ์,ฮาร์ท สุทธิพงศ์ และ ดาจิม ณ โรงแรม ราวินทรา บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา พัทยา นาจอมเทียน

สิ้นสุดการรอคอย การกลับมาอีกครั้งกับงาน SuperFitTeam Retreat ครั้งที่ 15 งานที่เต็มไปด้วยคนรักสุขภาพ ที่เหล่าโค้ช แขกรับเชิญ และเมมเบอร์ภายใต้บ้าน เวลเนสไอดอล มารวมตัวกัน เพื่อเฉลิมฉลองการแข่งขันฟิตหุ่น ชิงเงินรางวัลกว่า 400,000 บาท ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายน 2566

เริ่มต้นตั้งแต่เช้าตรู่ของวันที่ 23 กันยายน กับการออกกำลังกาย Beach Workout ริมหาด โดยมีแขกรับเชิญพิเศษ โย ยศวดี มาร่วมออกกำลังกาย จากนั้นเติมพลังด้วย Super Shake ของ Herbalife ที่จะเติมเต็มสารอาหารให้เต็มเปี่ยมด้วยโปรตีน กรดอะมิโน วิตามินต่างๆ ให้ร่างกายได้สดชื่น สุขภาพดี ก่อนที่จะพักเบรกมื้อกลางวันตามอัธยาศัย และมาถึงช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น  การประกาศรางวัล Fit Challenge 2023 ที่มีเงินรางวัลรวมมูลค่า 400,000 บาท ผู้ที่คว้ารางวัล Amazing Result ได้แก่

1.อัฑฒิณัฏฐ์ ธัญญผล เงินรางวัลรวมมูลค่า 80,000 บาท

2.รุ่งทิพย์ บรรณาการ เงินรางวัลรวมมูลค่า 70,000 บาท

3.คมดวง ธัญญผล เงินรางวัลรวมมูลค่า 60,000 บาท

4.ธัญญรัศม์ เเสนพันธุ์ เงินรางวัลรวมมูลค่า 50,000 บาท

5.วิภาสิริ เสมอใจเงินรางวัลรวมมูลค่า 40,000 บาท

รางวัลชมเชยได้แก่

1.เอนก ปั่นกลาง

2.อุมาพร สืบน้อย

3.จันทร์สวย ชายศักดิ์

4.วรดา วิมุทราพรพงศ์

5.ปรารถนา เงินชุ่ม

พร้อมให้ความรู้ด้านสุขภาพแบบเน้นๆ จากนั้นก็ให้ทุกคนไปเตรียมตัวถ่ายรูป Bikini Photo Shoot อวดหุ่นสวยสุขภาพดีในธีมชมพูดำ ที่ทุกคนตั้งใจฟิตหุ่น เพื่อเก็บภาพไว้เป็นความทรงจำดีๆ และในค่ำคืนที่แสนจะวิเศษ กับมินิคอนเสิร์ต 4 ศิลปินระดับแนวหน้าของประเทศไทย ได้แก่ พลพล พลกองเส็ง,อ๊อฟ ปองศักดิ์,ฮาร์ท สุทธิพงศ์ และ ดาจิม เรียกว่าอบอุ่นไปทั้งงานเลยทีเดียว

และในเช้าวันที่ 2 เริ่มต้นสุขภาพดีด้วยการเล่นโยคะ และเติมพลังด้วยเชคหลังออกกำลังการ ส่วนในช่วงบ่าย กับกิจกรรม เทรนนิ่งทีมโค้ช Super Fit Team V.2 ก่อนจะเดินทางกลับในช่วงเวลา 17.00 น.

ทางด้านโค้ชนัตตี้ คุณจิณณพัต วงศ์หล่อ ได้เปิดใจถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า ‘ ซูปเปอร์ฟิมทีม SuperFitTeam เป็นชุมชนที่เราพัฒนาขึ้นมา เพื่อปลดล็อคศักยภาพของคุณสู่โภชนาการที่ดี และโฟกัสสิ่งที่สำคัญที่สุดเพื่ออนาคตของทุกคน ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับโภชนาการ กิจกรรม และวิธีคิดต่าง ๆ จึงออกแบบมาเพื่อให้คุณมีความก้าวหน้าและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ต้องการให้คุณดูดีที่สุดและรู้สึกดีที่สุด การฟิตหุ่นทั้งที ต้องมีโครงสร้างที่ดีสนับสนุน และจะมีอะไรดีไปกว่า การได้ฟิตหุ่นและดูแลสุขภาพระยะยาวไปกับชุมชน SuperFitTeam ของเรา

‘นัตตี้อยากสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนๆ ทุกท่านนะคะ ท่านไหนที่สนใจอยากฟิตหุ่น และมีการวางแผนอย่างดีเพื่อสุขภาพสามารถเริ่มได้เลยนะคะ นัตตี้และทีมโค้ช Super Fit Team https://www.wellness-idol.com/ แนะนำให้ค่ะ จากประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ทำให้นัตตี้รู้ว่าทำเป็นทีมย่อมไปได้ไกล และดีกว่าทำคนเดียว นัตตี้เริ่มดูแลตัวเองโดยมีคนรอบข้างคอยเป็นกำลังใจ ทำให้ SuperFit Team ของนัตตี้เป็นมากกว่าแค่ทีมโค้ช แต่เราเป็นเสมือนเพื่อนและครอบครัวที่จะช่วยผลักดันคุณไปถึงเป้าหมาย พร้อมส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กันและกัน นอกจากการดูแลกันผ่านช่องทางแชทแล้ว ยังมีกิจกรรมดีๆ อย่าง Fit Retreat อีเว้นท์ Fit Team สุดยิ่งใหญ่ที่ได้ทั้งความสนุกและมิตรภาพ รับรองว่าจะเปลี่ยนความคิดเรื่องการดูแลสุขภาพไปเลย!

‘สำหรับสูตรลับของนัตตี้ตลอด 15 ปีเต็ม! ไม่หนัก ไม่เหนื่อย หุ่นดีได้ด้วยการกิน ทุกคนเข้าใจว่าการออกกำลังกายถึงจะผอม แต่จริงๆ คีย์หลัก คือ ทานอาหารที่มีประโยชน์ 80% และออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงอีก 20% หลักสูตรที่นัตตี้ใช้มาตลอด 15 ปี ที่เรารู้สึกหิวทั้งที่เพิ่งทานไป เพราะร่างกายได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอในแต่ละมื้อแต่นัตตี้มีตัวช่วยดีๆอย่าง ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร HERBALIFE ที่สารอาหารเท่ากับข้าว 1 มื้อลดแคลอรี่เกินในบางมื้อ เพื่อเก็บแคลอรี่ทีเหลือไว้ในมื้ออาหารที่อยากกิน เคล็ดลับสุขภาพดีของนัตตี้ ที่ไม่เหนื่อย ไม่กดดัน แถมมีความสุขอีกด้วยค่ะ”

หนุ่มหล่อสาวสวยท่านใดอยากเข้าร่วมสุขภาพดีกับโค้ชนัตตี้ โค้ชเชษฐสามารถคลิ๊กเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ https://superfitteamretreat.com และ https://www.wellnessidol.com สุขภาพดี หุ่นดี กำลังรอคุณอยู่

-(016)

ร่วมรำลึกพระกรุณาธิคุณสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ชวนคนไทยใส่ใจสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758914

ร่วมรำลึกพระกรุณาธิคุณสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ชวนคนไทยใส่ใจสุขภาพ

ร่วมรำลึกพระกรุณาธิคุณสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ชวนคนไทยใส่ใจสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.28 น.

สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หรือ เจ้าฟ้ามหิดล ทรงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญอย่างสูงในช่วงรอยต่อของการพัฒนาด้านการแพทย์ไทย ทรงสนับสนุนและผลักดันงานด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการอุดมศึกษาของประเทศไทยจนเจริญรุ่งเรือง และทั่วโลกต่างให้การยอมรับ จนองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก(UNESCO) ประกาศยกย่องทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การพยาบาลและการสาธารณสุข

มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ร่วมกับ วัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร จัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร  อดุลยเดชวิกรม  พระบรมราชชนก  พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขไทย”  ประจำปี พ.ศ. 2566  ส่งเสริมให้กำลังใจเหล่าบัณฑิตแพทย์ บัณฑิตทันตแพทย์ บัณฑิตเภสัช ที่มีความดีเด่นของแต่ละสถาบันการศึกษา และการสนับสนุนทุนนิสิตนักศึกษาแพทย์ ทันตแพทย์และเภสัช และมีบริการตรวจสุขภาพฟรีให้กับประชาชน   โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 – 25 กันยายน 2566 ณ  Fashion Gallery  ชั้น 1  ศูนย์การค้าสยามพารากอน 

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขไทย และพิธีพระราชทานรางวัลบัณฑิตคณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทย ศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ ดีเด่นยอดเยี่ยมและดีเยี่ยม พร้อมทั้งพระราชทานทุนการศึกษาแก่นิสิตนักศึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ และเภสัช ประจำปี 2566

ภายในงานได้ 3 พระเอกหนุ่มจิตกุศล บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, มาริโอ้ เมาเร่อ และ มาสุ จรรยางค์ดีกุล  ร่วมอาสาพาชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เรื่องเล่าตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ พระกรณียกิจต่างๆ ร่วมชื่นชมในพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่มีต่อการสาธารณสุขไทยที่น่าสนใจ  นำความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้เข้าร่วมชมงานอย่างอิ่มเอมใจอย่างที่สุด นอกจากนี้มาริโอ้ ยังได้ร่วมพูดคุย สาธิตวิธีนวดแผนไทยอีกด้วย

พบกิจกรรมพิเศษแบบจัดเต็ม!! ส่งต่อเรื่องราวดีดีสำหรับคนรักสุขภาพ มีบริการตรวจวัดสายตา  โดย  โรงพยาบาลวัดไร่ขิง , บริการตรวจผิวหนัง  จากสถาบันโรคผิวหนัง ,บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่  จากกรมควบคุมโรค ,ตรวจวัดความดันโลหิตและตรวจกรองโรคเบาหวาน  การป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม และให้ความรู้แนะนำเรื่องสุขภาพ รวมทั้งสาธิตการนวดแผนไทย   โดยสถาบันพระบรมราชชนก,การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยการเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง จากโรงพยาบาลพนมไพร และสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ   และการแสดงผลงานการอาชีพของนักเรียนโรงเรียนวัดปทุมวนารามฯ  ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ 

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ  ที่ประชาชนคนไทยมีโอกาสร่วมน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน  ชื่นชมพระปรีชาสามารถผ่านภาพนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ และยังได้รับความรู้และคำแนะนำการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ที่มีประโยชน์ ในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

 -(016)

‘BIOMOM’ ผลิตภัณฑ์แห่งสายใยรักอันบริสุทธิ์ระหว่างแม่กับลูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758909

‘BIOMOM’ ผลิตภัณฑ์แห่งสายใยรักอันบริสุทธิ์ระหว่างแม่กับลูก

‘BIOMOM’ ผลิตภัณฑ์แห่งสายใยรักอันบริสุทธิ์ระหว่างแม่กับลูก

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.23 น.

BIOMOM (ไบโอมัม) แบรนด์อาหารเสริมพรีเมี่ยมจากประเทศเกาหลีใต้ ก่อตั้งโดย คิม จอง ฮุน Founder & CEO และยังเป็นพี่ชายแท้ๆของ “จีซู แห่งวง Black Pink” หรือที่ใครๆต่างเรียกว่า “โอปป้าของจีซู” ที่สร้างขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ ที่จะผลิตอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ จากวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยที่มาของ Biomom มาจาก Bio + Mom  ซึ่งหมายถึงการรวมตัวของ “ไบโอฟู้ด” และ “สายใยรักอันบริสุทธิ์ระหว่างแม่กับลูก” ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดนั่นเอง

แคร์ – ทิพย์วารี หงส์หาญณรงค์ CEO BIOMOM THAILAND กล่าวว่า “ที่ผ่านมา บริษัท อธีราห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีหลายธุรกิจในเครือ หนึ่งในนั้น คือ ธุรกิจจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก PUMPNOM ซึ่งเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงในวงกว้างของกลุ่มคุณแม่ตั้งครรภ์ ปัจจุบันมีจุดจำหน่ายอยู่ในแผนกแม่และเด็กทั้ง 4 สาขาของ THE MALL GROUP และ Gourmet Market นอกจากนี้ PUMPNOM ยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับรางวัลมากมายอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นเครื่องการันตีถึงความสามารถและความสำเร็จของแบรนด์

ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน ทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะขยายสินค้า เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้มีส่วนร่วมในการรักษาสุขภาพด้วยกันยิ่งขึ้น จึงมองหาพาร์ทเนอร์ที่มีมุมมอง อุดมการณ์ และแรงบันดาลใจในการทำงานคล้ายกันคือ ความซื่อตรง จริงใจ ไม่หลอกลวง จนได้มาเจอกับ คุณคิม จอง ฮุน Founder & CEO ของ Biomom ประเทศเกาหลีใต้ ผ่านการแนะนำจากตัวแทนหน่วยงานของรัฐบาลเกาหลี (KOTRA Bangkok) โดยในการสนทนากันครั้งแรก ต่างฝ่ายต่างรับรู้ได้ถึงเป้าหมาย เดียวกัน นั่นก็คืออยากให้ลูกค้า “ดีขึ้น ด้วยความจริงใจ” ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เราได้ร่วมกัน จนเกิดเป็น BIOMOM THAILAND

 โดยธุรกิจของเราเป็นกลุ่มอาหารเสริม ซึ่งต้องเน้นย้ำในเรื่องของความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องให้ข้อมูลจริง และประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับอย่างแท้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการประกอบการตัดสินใจ และนอกจากความจริงใจที่มอบให้แล้ว ตัวผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอ ก็ต้องมอบประโยชน์และสิ่งดีๆให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะในด้านสุขภาพที่ต้องดีขึ้นกว่าเดิมเมื่อรับประทานเป็นประจำ และต้องสามารถพิสูจน์ประโยชน์และผลลัพธ์ ได้อย่างชัดเจนจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งผ่านการรับรองจากสถาบันระดับโลก เพราะเราเชื่อสิ่งนี้จะแสดงถึงความจริงใจที่เรามอบให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด”

สำหรับ BIOMOM THAILAND ได้นำเข้าอาหารเสริมจากประเทศเกาหลีใต้ 3 ชนิด ผลิตจากวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรจากแหล่งต้นกำเนิดคุณภาพดีและพรีเมี่ยม ผ่านการรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบของร่างกายทุกคน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดแก่ลูกน้อยและคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็น BIOMOM Snow Probiotics ,BIOMOM Jelly Care CLAMA D โดยการันตรีด้วยรางวัลอันดับ 1 Premium Supplements Brand for Baby & Kids จากประเทศเกาหลีใต้ และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-0963483 กด 3 เว็บไซต์ http://www.biomomthailand.com และ Facebook : Biomom thailand

บุญถาวร จัดงาน ‘Builder Talk’ ให้ความรู้คนหลังบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758905

บุญถาวร จัดงาน ‘Builder Talk’ ให้ความรู้คนหลังบ้าน

บุญถาวร จัดงาน ‘Builder Talk’ ให้ความรู้คนหลังบ้าน

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.11 น.

บุญถาวร มอบความใส่ใจให้กับผู้รับเหมา จัดงาน  “คนหลังบ้าน มางานเสวนา” ให้คนหลังบ้านมีโอกาสในการพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางการทำงานร่วมกัน รับฟังเทคนิค กลยุทธ์การทำงานในสายงานก่อสร้าง เพื่อให้ได้นำไปประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

บุญถาวร ผู้นำวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้านที่คนไทยคุ้นเคยมากว่า 40 ปี พร้อมด้วย บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้าง บริษัท บีเวอร์แมน จํากัด แพลทฟอร์มค้นหาผู้รับเหมาก่อสร้างครบวงจร และพาร์เนอร์ผู้เชี่ยวชาญในสายงานก่อสร้าง จัดงาน “คนหลังบ้าน มางานเสวนา” แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อมอบความใส่ใจให้กับผู้รับเหมา และคนทำงานหลังบ้าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นและตรงใจ พร้อมอัพเดตสินค้าใหม่ และนวัตกรรมต่าง ๆซึ่งบุญถาวรการันตีคุณภาพ ในปัจจุบันที่จะช่วยในการควบคุมต้นทุนให้กับผู้รับเหมา

ไพธี สกุลเอี่ยมไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฎิบัติการ บริษัท บุญถาวร รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ บุญถาวรในฐานะผู้นำวัสดุและสินค้าตกแต่งบ้านที่คนไทยคุ้นเคยมายาวนาน ได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งคู่ค้า และลูกค้ามาโดยตลอด อีกทั้งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการยังเป็นลูกค้ากลุ่ม “คนหลังบ้าน” ที่ต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เพื่อเติมเต็มความต้องการที่เปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยี และสินค้านวัตกรรม เราจึงจัดงาน “คนหลังบ้าน มางานเสวนา” เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการให้ผู้รับเหมา คนในแวดวงก่อสร้างได้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด ประสบการณ์การทำงานให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคสูงสุด

สำหรับงาน “คนหลังบ้าน มางานเสวนา” เป็นงานที่ บุญถาวร ร่วมกับคู่ค้า อย่าง Builk , Beaverman ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อกลุ่มลูกค้าผู้รับเหมา คนในสายงานการก่อสร้าง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยน แนวทางสำหรับการก่อสร้าง โดยภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “การบริหารต้นทุน สำหรับงานรับเหมา” ภายใต้แนวคิดที่จะสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานก่อสร้างบ้าน เพื่อที่จะติดอาวุธให้กับผู้รับเหมา และคนหลังบ้าน รวมไปถึงการเพิ่มความรู้เรื่องระบบการจัดการต้นทุนโครงการ อย่างมีประสิทธิภาพ นำโดย คุณบุณยวีร์ สุรีย์พงษ์ สายงานพัฒนาธุรกิจ จากบริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป

ในการจัดงานครั้งนี้ มีการร่วมมือออกบูธกับคู่ค้าอย่าง บริษัท บีเวอร์แมน จํากัด โดยคุณพงศธร จันทวิมล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่ร่วมให้ความรู้ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค้นหาผู้รับเหมาและบริษัทรับสร้างบ้านครบวงจร มีผู้รับเหมามากกว่า 1,000 ราย ให้บริการออกแบบและสร้างบ้าน ทั้งงานสร้างใหม่ ต่อเติม รีโนเวท แม่นยำด้วยระบบควบคุมงบประมาณและคุณภาพงานทุกส่วนด้วยระบบตรวจสอบคุณภาพจากทีมงานมืออาชีพ และแลกเปลี่ยนแนวทาง เทคนิค ในการบริหารต้นทุนก่อสร้างด้วยการใช้เทคโนโลยียุคใหม่ 

เพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับสินค้า กระเบื้อง สุขภัณฑ์ ซึ่งบุญถาวรการันตีคุณภาพ จาก บริษัท เวิร์ล เซรามิค เซ็นเตอร์ จำกัด และ บริษัท บุญถาวรซอสซิ่ง จำกัด พร้อมกันนี้ยังมีแบรนด์ชั้นนำที่เกี่ยวกับงานช่างมาร่วมออกบูธ สร้างสีสัน มอบส่วนลดดีๆ ให้กับผู้ร่วมงานอีกอย่างคึกคัก ทั้งนี้ภายในงานมีผู้รับเหมา และคนทำงานในแวดวงก่อสร้างเข้าร่วมงานจำนวนมาก ณ บุญถาวร Design Village บางนา

ติดตามข้อมูลได้ที่ http://www.boonthavorn.com และเฟสบุ๊ก : boonthavorn

 -(016)

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปาฐกถาพิเศษ ‘บทบาทและความสำคัญของการขับเคลื่อนคุณธรรม จริยธรรม และวินัยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758904

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปาฐกถาพิเศษ ‘บทบาทและความสำคัญของการขับเคลื่อนคุณธรรม จริยธรรม และวินัยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ’

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปาฐกถาพิเศษ ‘บทบาทและความสำคัญของการขับเคลื่อนคุณธรรม จริยธรรม และวินัยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ’

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.08 น.

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “บทบาทและความสำคัญของการขับเคลื่อนคุณธรรม จริยธรรม และวินัยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ” ให้แก่ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมจิตสำนึก เสริมสร้างเครือข่ายคุณธรรม จริยธรรม และวินัยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ สำนักงาน ก.พ. ถนนติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี

หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวในความตอนหนึ่งว่า :

“ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนต้องเป็นผู้ยึดมั่นเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความกตัญญูกตเวทีต่อแผ่นดิน และพึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสัตย์ซื่อสุจริต ยึดหลักกฎหมาย หลักสุจริตธรรม หลักธรรมาภิบาล หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มีความรอบคอบระมัดระวัง มีความรับผิดชอบ ทุ่มเท เสียสละ อดทน มีความเพียร มีความพอเพียง ประพฤติตนและปฏิบัติงานอยู่ในระเบียบวินัยของทางราชการ และมีจิตอาสาในการทำหน้าที่ตามหลักการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ตามพระบรมราชปณิธานของในหลวง เพื่อมุ่งเสริมสร้างความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ อันเป็นหลักคุณธรรมจริยธรรมสำคัญของผู้ทำหน้าที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ”

และในประการสำคัญต้องจารึกจดจำตลอดเวลาว่า :

“ข้าราชการมิใช่อภิสิทธิ์ชน หากแต่จะต้องบำเพ็ญตนให้เป็นแบบอย่างของคนดีแก่สังคม”

คติธรรมประการหลังนี้ สมควรจะเป็นตัวชี้วัด ที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กร ว่าด้วยหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มีประสิทธิภาพได้ ยังให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนราชการและประเทศชาติ

#วุฒิสภา #สถาบันดำรงราชานุภาพกระทรวงมหาดไทย #สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน #พิพิธภัณฑ์วังวรดิศและหอสมุดสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ

-(016)

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบโล่-ทุนการศึกษา ‘เยาวชนดีเด่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758876

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบโล่-ทุนการศึกษา ‘เยาวชนดีเด่น’

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ มอบโล่-ทุนการศึกษา ‘เยาวชนดีเด่น’

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.06 น.

20 กันยายน ของทุกปีกำหนดให้เป็น “วันเยาวชนแห่งชาติ”ในปี 2566 เป็นอีกปีหนึ่งที่มีการมอบทุนการศึกษาและโล่เกียรติคุณให้กับ “เยาวชนดีเด่น” ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและเสียสละทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ โดย สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณและทุนการศึกษาแก่เยาวชนดีเด่น สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เนื่องในงานวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2566 โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุม ชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์ฯ เมื่อวันพุธที่ 20 กันยายน 2566

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ชรินทร์ ทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, ชนมณัฐ รอดบุญธรรมรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, พิริยะ ฉันทดิลก ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย กรรมการอำนวยการ กรรมการส่งเสริมและพัฒนาเด็ก เยาวชน อนุกรรมการคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนครู อาจารย์ และผู้ปกครอง รวมทั้งสมาชิกชมรมเด็กและเยาวชนดีเด่นสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมในงาน รวมทั้งศิลปิน นักแสดง และรุ่นพี่เยาวชนดีเด่นมาร่วมแสดงความยินดีและกล่าวแสดงความรู้สึกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนดีเด่นในครั้งนี้ด้วย อาทิอรุณณภา พานิชจรูญ นักแสดงช่อง 3และลูกกตัญญูฯ ปี 2566, ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อาทิติยา เบ็ญจะปักนางสาวไทยชลบุรี ปี 2566 นักร้องลูกทุ่งและรองสารวัตรกลุ่มงานวิชาการและงานสารบรรณ, น้องอายจิงจิงไทดอลมิวสิค-ณัฐฎา กุลกรรณ์ นักร้องสังกัดค่าย GMM และเยาวชนดีเด่นสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ปี 2560,ว่าที่ร้อยตรี ธนัท ชัชวาลย์ นักแสดงช่อง 3 และลูกกตัญญู ปี 2564,แพรพลอย เดชชินบัญชร ทูตการท่องเที่ยวและทูตการกีฬาประจำจังหวัดกาญจนบุรี ปี 2022, ภาคภูมิ เปี่ยมปัจจัยกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีพี ไลเซนส์จํากัด และ พัชมณ สินธนเจริญวงศ์ผู้แทนบริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

กระทรวงมหาดไทยพัฒนาศักยภาพชุมชนด้านการท่องเที่ยวโดยใช้ชุมชนเป็นฐานราก ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758861

กระทรวงมหาดไทยพัฒนาศักยภาพชุมชนด้านการท่องเที่ยวโดยใช้ชุมชนเป็นฐานราก   ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียน

กระทรวงมหาดไทยพัฒนาศักยภาพชุมชนด้านการท่องเที่ยวโดยใช้ชุมชนเป็นฐานราก ส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับประเทศสมาชิกอาเซียน

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.52 น.

กระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยประสานงานหลักกรอบความร่วมมืออาเซียนด้านการพัฒนาชนบทและขจัดความยากจนระดับประเทศ ของประเทศไทย มุ่งหน้าเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนจากฐานรากให้หลุดพ้นจากความยากจนอย่างยั่งยืน และเชื่อมโยงกับชุมชนในภูมิภาคอาเซียนเพื่อขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยดำเนินโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนไทยและชุมชนในภูมิภาคอาเซียนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานรากเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนลดความยากจนและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนร่วมกับบริษัทโลเคิล อไลค์ จำกัด โดยมีชุมชนท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เป็นชุมชนนำร่อง

 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (citizen -centered) ที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายในพื้นที่ในการร่วมคิด ร่วมลงมือทำ และร่วมพัฒนา เพื่อมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่า (Change for Good) และบรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติให้ กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนไทยและชุมชนในภูมิภาคอาเซียนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานรากเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนลดความยากจนและสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างศักยภาพชุมชนด้านการท่องเที่ยวโดยใช้ชุมชนเป็นฐานราก สร้างภาคีเครือข่ายในพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศ สร้างศักยภาพคนในชุมชนให้มีองค์ความรู้และเตรียมความพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวและตลาดท่องเที่ยว พัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนให้เข้มแข็ง คนในชุมชนหลุดพ้นจากความยากจน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทย และ สปป.ลาว

 กองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินโครงการฯ ร่วมกับบริษัท โลเคิล อไลค์ จำกัด โดยคัดเลือก ชุมชนท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เป็นชุมชนนำร่องในการดำเนินโครงการฯและจัดให้มีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวครบวงจรให้กับชุมชนและมีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การออกแบบแผนที่ท่องเที่ยวชุมชน (Infographic Mapping) การพัฒนาอาหาร ผลิตภัณฑ์ และบริการ การสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวเครือข่ายชุมชน เพื่อดึงอัตลักษณ์ของชุมชนให้มีความโดดเด่น สร้างจุดขายที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่มากขึ้น รวมทั้งมีการส่งเสริมการตลาดและการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวด้วยการขับเคลื่อนโดยชุมชน และเพื่อชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งกระบวนการบริหารจัดการผ่านการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการร่วมคิด ร่วมออกแบบ และร่วมพัฒนาพื้นที่ด้วยรูปแบบการใช้ชุมชนเป็นฐานรากจะก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยตรง และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมทั้ง สร้างภาคีเครือข่ายเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว การส่งต่อนักท่องเที่ยวระหว่างชุมชนท่าลี่ และชุมชนบ่อแตน แขวงไชยบุรี สปป.ลาว ซึ่งเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างชุมชนในภูมิภาคอาเซียน

 ชุมชนท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย เป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านภูมิประเทศที่มีความสวยงาม โอบล้อมด้วยขุนเขาสลับซับซ้อน เป็นเมืองเล็กในหุบเขา ภูมิอากาศที่ค่อนข้างเย็นตลอดปี สามารถปลูกพืชได้หลากหลายทั้งพืชเมืองหนาวและพืชเมืองร้อนได้ตลอดทั้งปี รวมทั้ง มีแม่น้ำเหืองเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างอำเภอท่าลี่กับเมืองแก่นท้าว แขวงไชยบุรี สปป.ลาว และวิถีชีวิตของคนในชุมชนมีความเรียบง่าย ผู้คนทั้งสองฝั่งริมแม่น้ำเหืองมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบเครือญาติไปมาหาสู่กันเป็นประจำ แม้จะอยู่ในพื้นที่พรมแดนระหว่างประเทศ ด้วยความโดดเด่นของพื้นที่ชุมชนท่าลี่ สามารถดึงอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่เป็นจุดขาย พัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ได้

 จุดเริ่มต้นจากวิถีชีวิตสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน คนในชุมชนบ้านกกก้านเหลือง ชุมชนบ้านยาง และชุมชนบ้านนากระเซ็ง อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ได้มีการรวมตัวกัน โดยเริ่มต้นจากชุมชนที่ทำเกษตรอินทรีย์เพื่อให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มุ่งเน้นที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในชุมชน จากเดิมที่ตรวจพบค่าสารเคมีในเลือดสูงเกินระดับปกติจากการบริโภคผัก ผลไม้ที่ใช้สารเคมี ปรับเปลี่ยนเป็นการบริโภคผัก ผลไม้   ไร้สารเคมี จนกระทั่งคนในชุมชนมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น และมีการพัฒนาเป็นกลุ่ม “อินทรีย์ฮีโร่” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น ผ่านการทำเกษตรอินทรีย์ที่ไร้สารเคมีและปลอดภัย รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อาจกล่าวได้ว่า “เกษตรอินทรีย์ช่วยเหลือสังคม” นั่นเอง นอกจากนี้ ความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ท่าลี่ “ภูชมลาว” ก็เป็นจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวที่ดึงเอาจุดเด่นในหลาย ๆ ด้านของพื้นที่จึงเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวที่ผ่านการวิเคราะห์ศักยภาพชุมชน ความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ระบบการบริหารจัดการ และการเชื่อมโยงระหว่างชุมชนที่นำไปสู่การเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนอัตลักษณ์ชุมชน และความสวยงามของธรรมชาติให้เป็นจุดหมายปลายทางการเดินทาง (Travel destination)

 จากกระบวนการวิเคราะห์ศักยภาพชุมชนการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ได้เติมเต็มองค์ความรู้ และการค้นพบศักยภาพของชุมชนในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวชุมชนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานราก ชุมชนท่าลี่ได้ร่วมกันออกแบบกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวด้วยการนำแนวคิดการพัฒนาเชิงสุขภาพที่มุ่งเน้นความเป็นเกษตรอินทรีย์ของชาวบ้านในท้องถิ่นสู่เส้นทางท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้การทำเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมกอดป่าและการปลูกหลุมกับข้าวร่วมกับกลุ่ม “อินทรีย์ฮีโร่ กิจกรรมนั่งรถอีแต๊กไปจุดชมวิว “ภูชมลาว” เพื่อชมทะเลหมอกในยามเช้าหรือชมวิวแม่น้ำเหืองที่คั่นกลางระหว่างสองแผ่นดินไทย-ลาว กิจกรรมการทำอาหารเช้าท้องถิ่นที่มีเฉพาะที่นี่บนยอดภูด้วยตนเอง เช่น ข้าวจี่เลือดมังกรไข่กระบอกสมุนไพร สัมผัสกับทะเลหมอกจาง ๆ แนวเทือกเขาที่สวยงาม และชมพระอาทิตย์ขึ้น 2 ด้านของประเทศไทยและ สปป.ลาว ที่มีความสวยงามไม่แพ้ทางภาคเหนือ กิจกรรมที่ไร่ภูคูนคำ ร่วมทำอาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่น พิซซ่าโฮมเมด เมี่ยงคำสมุนไพร กิจกรรมเรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟจากการเลี้ยงเห็นอ้มและการลงมือทำประหนึ่งบาริสต้าตัวจริง กิจกรรมเรียนรู้การทอผ้าลายพระธาตุสัจจะ-กองเส็ง สักการะพระธาตุสัจจะพร้อมฟังประวัติความเป็นมา และกิจกรรมเดินชมแม่น้ำเหือง เรียนรู้วัฒนธรรมสองฝั่งไทย-ลาว เปิดประสบการณ์ที่จะตราตรึงในหัวใจนักท่องเที่ยวตลอดเส้นทางการท่องเที่ยว (Tourism route) และมีความประทับใจกลับไป  

 ผลจากการดำเนินโครงการฯ ระหว่างช่วงเดือนธันวาคม 2565 ถึงเดือนกรกฎาคม 2566 พบว่าจากการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวและเสริมสร้างศักยภาพให้กับชุมชนท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลยทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 52.94 จากเดิมก่อนเข้าร่วมโครงการฯ และชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยมีรายได้เฉลี่ยจำนวน 20,042 บาทต่อเดือนคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 142.23 นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่เน้นการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชน โดยชุมชนท่าลี่สามารถที่จะวางแผนขยายเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับชุมชนอื่นๆ ทั้งของไทย และ สปป.ลาว ต่อไป ซึ่งถือเป็นการพัฒนาศักยภาพชุมชนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานรากและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเครือข่ายในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับคนในชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน

ออฟฟิศซินโดรม โรคฮิตของคนรุ่นใหม่ เสี่ยง ! รุนแรง แต่รักษาได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758850

ออฟฟิศซินโดรม โรคฮิตของคนรุ่นใหม่ เสี่ยง ! รุนแรง แต่รักษาได้

ออฟฟิศซินโดรม โรคฮิตของคนรุ่นใหม่ เสี่ยง ! รุนแรง แต่รักษาได้

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.32 น.

เดี๋ยวนี้เราจะเห็นคนในวัยทำงานเป็นจำนวนมาก ที่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น คอ บ่า ไหล่ หลัง เป็นอาการที่พบได้ในคนทั่วไปที่นั่งทำงานอยู่กับที่ อยู่กับคอมพิวเตอร์ หรือการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ ในทุกอิริยาบถ ทั้ง นั่ง นอน ยืน และ การก้มคอ งอหลัง ทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบกับ คอ บ่า ไหล่ หลัง ซึ่งบางครั้งกว่าจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อมีอาการปวดเรื้อรังมากขึ้นจากพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆที่หลายคนอาจคิดไม่ถึง

รวมไปถึงบริเวณหมอนรองกระดูกซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่คนไทยกำลังประสบปัญหาค่อนข้างมากซึ่งเกิดจากการใช้งานร่างกายมากเกินไป หรือมีพฤติกรรมอยู่ในท่าที่ผิดรูปทำให้เกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงทีอาจส่งผลรุนแรงไปจนถึงขั้นพิการได้

หนุ่มสาววัยทำงานจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับปัญหาอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” แบบไม่รู้ตัว ซึ่งหากปล่อยให้อาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง เรื้อรังต่อเนื่องนานๆ มากกว่าสัปดาห์ จนเกิดอาการชาลงไปที่มือและแขนอ่อนแรง เจ็บแปลบที่ไหล่ หรือปวดหลังมากๆ ก็อาจเพิ่มความรุนแรงไปสู่โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้

เครือโรงพยาบาลพญาไท เป็น “ผู้นำ” ด้านการนำนวัตกรรมการผ่าตัดรักษา “โรคระบบประสาทและไขสันหลัง” ซึ่งมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน โดยมี นายแพทย์ธีรศักดิ์ พื้นงาม ศัลยแพทย์สมองและระบบประสาท และศัลยแพทย์ระบบประสาทไขสันหลัง และแพทย์หัวหน้าศูนย์ Mini Spine Center หรือ ศูนย์ผ่าตัดรักษาโรคกระดูกสันหลังผ่านกล้อง รพ.พญาไท 2 เป็นผู้บุกเบิกและนำแนวทาง “Minimally Invasive Neurosurgery” หรือ “การผ่าตัดแผลเล็ก” มาใช้ในประเทศไทยกว่า 15 ปี ด้วยการเริ่มใช้เทคโนโลยีด้วยการนำกล้องผ่าตัดแบบแผลเล็กในโรคสมอง ขยายไปสู่ผ่าตัดแผลเล็กในผู้ป่วยโรคกระดูกสันหลัง…จนประสบผลสำเร็จเป็นที่แรกของไทย!!

 โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทสังเกตได้ ดังต่อไปนี้

เป็นโรคที่พบเจอได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย โดยสามารถสังเกตุได้จากอาการเหล่านี้

ปวดที่ต้นคอร้าวลงมาที่แขน ปวดหลังร้าวลงมาที่ขา ปวดที่ต้นคอหรือหลังเรื้อรัง โดยผู้ป่วยจะมีอาการปวดดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นระยะเวลานานๆ มากกว่า 14 วันขึ้นไปและไม่หายปวด และยังมีสาเหตุต่างๆที่นำมาสู่โรคนี้ได้ อาทิ

·       อายุ หมอนรองกระดูกจะทำหน้าที่เหมือนกับโช๊คอัพของกระดูกสันหลัง และเมื่อเวลาผ่านไปหมอนรองกระดูกของคนเราก็จะมีการสึกหรอและเสื่อม เกาะภายนอกของหมอนรองกระดูกแตกและส่งผลให้เนื้อของหมอนรองกระดูกภายในนั้นปลิ้นออกมา ทำให้เนื้อภายในที่มีลักษณะเหมือนเจลลี่เลื่อนออกไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ในโพรงประสาทไขสันหลัง ส่งผลให้เกิดอาการปวดคอและหลังต่างๆ ตามมา

·       กิจกรรมประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬา ออกกำลังกายอย่างหนัก ยกของหนัก นั่งผิดท่า ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพ

·       โรคอ้วน  คนที่มีน้ำหนักตัวมากเกินพอดี กระดูกสันหลังจะต้องรับภาระอย่างหนักและอาจส่งผลต่อหมอนรองกระดูกอาการปวดตามข้อต่อจุดต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ไขมันบริเวณหน้าท้องอาจทำให้สมดุลร่างกายเสียและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุอีกด้วย

·       อุบัติเหตุ ในกรณีที่ได้รับแรงกดทับหรือการกระแทกที่รุนแรง อาจส่งผลให้หมอนรองกระดูกเกิดแตกและปลิ้นออกมากดทับที่เส้นประสาทได้เช่นกัน

นพ. ธีรศักดิ์ พื้นงาม แพทย์หัวหน้าแผนกศัลยกรรมประสาท ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง รพ.พญาไท 2 แนะนำว่า การรักษาโรคชนิดนี้ มีหลายวิธี ทั้งการรับประทานยา การทำกายภาพบำบัด และอื่นๆ อีกมากมาย แต่มีหนึ่งวิธีที่ดีที่หลังจากการรักษาแล้วถือว่าเห็นผลได้ชัดเจนว่าคนไข้สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้มากที่สุด นั่นคือ การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท ซึ่งปัจจุบันวิธีนี้ได้พัฒนาให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่การผ่าตัดยังมีให้เลือกรักษาอีกหลายวิธี ทั้งการผ่าตัดแบบแผลเล็กด้วยกล้องขยายกำลังสูง หรือ Microscopic Discectomy แพทย์จะทำการผ่าตัดหมอนรองกระดูกคนไข้ร่วมกับการใช้กล้องขยาย Microscopic ซึ่งเป็นกล้องที่มีกำลังการขยายสูง แพทย์จึงสามารถมองเห็นระบบประสาทภายในร่างกายของคนไข้ได้อย่างชัดเจน ส่งผลทำให้รักษาคนไข้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิผลสูงสุด แผลจากการผ่าตัดจะมีขนาดเล็กเพียงแค่ 2.5 เซนติเมตรเท่านั้น นอกจากนี้ยังมี ผ่าตัดผ่านกล้อง หรือ Endoscopic Discectomy ซึ่งแพทย์จะทำการผ่าตัดหมอนรองกระดูกเพื่อเปิดแผลที่ข้างลำตัวของคนไข้ใกล้ๆกับบริเวณจุดที่เป็นสาเหตุของอาการปวด โดยแผลที่เปิดนั้นจะมีขนาดประมาณ 8 มิลลิเมตร จากนั้นแพทย์จะนำกล้อง Endoscopic สอดผ่านปากแผลเข้าไปยังจุดที่เป็นสาเหตุของอาการปวดและทำการผ่าตัดรักษาโดยมองผ่านจอภาพที่แสดงผลมาจากกล้อง ซึ่งวิธีการผ่าตัดหมอนรองกระดูกที่กล่าวถึง จะรักษาได้ผลดีมากเมื่อใช้เลเซอร์เข้ามาช่วยในการทำผ่าตัด การใช้เลเซอร์ในการผ่าตัดรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนั้น แพทย์จะทำการใช้เลเซอร์ยิงไปยังหมอนรองกระดูกที่เสื่อมและปลิ้นออกมากดทับที่เส้นประสาทไขสันหลัง ความร้อนจากเลเซอร์จะค่อยๆ สลายหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาให้หดกลับเข้าไปยังข้อกระดูกสันหลัง วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในระหว่างการผ่าตัดได้เป็นอย่างดี

การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทถูกพัฒนาด้วยวิธีการรักษาและอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย ทำให้คนไข้ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน ที่สำคัญยังเจ็บตัวน้อยมาก เพราะขนาดแผลมีขนาดที่เล็กกว่าการรักษาในสมัยอดีต ทำให้หลังการผ่าตัดคนไข้สามารถลุกขึ้นเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง และสามารถฟื้นฟูสภาพร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญเมื่อทำการรักษาด้วยวิธีนี้เสร็จสิ้น คนไข้ยังมีโอกาสหายขาด และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเช่นเคย อย่างไรก็ตาม แนวทางการรักษาทั้งหมดนี้ หากได้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองเข้ามาเป็นแพทย์ผ่าตัดแล้ว ถือว่าการรักษาจะเพิ่มประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก เพราะการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทนั้น จะมีความเชื่อมโยงในระบบของเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับสมอง ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญ เพราะหากผิดพลาดอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย จนอาจนำไปถึงการพิการทางร่างกายก็เป็นได้

 จากประสบการณ์อันยาวนานของคุณหมอธีรศักดิ์ พื้นงาม ที่ทำการรักษามาตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน (2566) ได้ให้การรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลัง และเส้นประสาทไขสันหลังให้ได้รับผลสำเร็จมาเป็นจำนวนมาก และด้วยแนวทางการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery ที่คุณหมอริเริ่มนำมาใช้ ทำให้ลดปัญหาสิ่งที่ผู้ป่วยมีความกังวล จนเกิดเป็นความเชื่อมั่น ทั้งในแง่ความปลอดภัย และความสำเร็จในการรักษาทั้งนี้ การทางผ่าตัดด้วยวิธีนี้ ผู้ป่วยจะมีแค่แผลผ่าตัดเล็กๆ ที่เล็กลงกว่าการผ่าตัดแบบเดิมมากๆ ทำให้ผู้ป่วยเจ็บน้อยลง ฟื้นตัวเร็ว ระยะเวลาอยู่ในโรงพยาบาลก็สั้นลง ทั้งยังลดอัตราการติดเชื้อจากการผ่าตัดได้มาก จึงนับว่าเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน

 หากมีอาการ หรือต้องการรับคำแนะนำปรึกษาแพทย์  สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์สมองและกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลพญาไท 2 ชั้น 4 อาคาร A โทร 02-617-2444 ต่อ 7451,4484  หรือ Call Center 1772 ตลอด 24 ชั่วโมง

สสว.มุ่งมั่นในการส่งเสริมและผลักดันธุรกิจ เพื่อความสำเร็จของ SME ไทยอย่างยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจในประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758798

สสว.มุ่งมั่นในการส่งเสริมและผลักดันธุรกิจ เพื่อความสำเร็จของ SME ไทยอย่างยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจในประเทศ

สสว.มุ่งมั่นในการส่งเสริมและผลักดันธุรกิจ เพื่อความสำเร็จของ SME ไทยอย่างยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจในประเทศ

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.03 น.

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม (SME)ถือได้ว่าเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมีบทบาทในการพัฒนาและสนับสนุนการเติบโตในมิติต่าง ๆ ที่สำคัญ คือบทบาทด้านเศรษฐกิจ SME มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้ธุรกิจ SME มีความเข้มแข็ง ยืดหยุ่น และสามารถปรับตัวให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืนภายใต้การแข่งขันที่มีจำนวนมากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)จึงต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งทางธุรกิจที่สำคัญ อาทิ การพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการ การยกระดับทักษะแรงงานสมัยใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนามาตรฐาน รวมไปถึงการเข้าถึงช่องทางการตลาดสมัยใหม่ทั้งในและต่างประเทศเพื่อความสำเร็จของ SME ไทยอย่างยั่งยืนดังคำกล่าวที่ว่า “สสว. เคียงข้าง SME คู่คิดที่ดีผู้ประกอบการไทย”

รศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)เผยว่า “สสว. เรามีภารกิจหลักในการจัดทำนโยบายและแผนการส่งเสริม SME เพื่อใช้เป็นกรอบการส่งเสริม SME ของประเทศ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ  คือ การพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างผู้ประกอบการอัจฉริยะ, การสร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน, การสร้างโอกาสเข้าถึงตลาด, การสร้างโอกาสเข้าถึงข้อมูล และการปรับบทบาทและโอกาสการเข้าถึงบริการภาครัฐ โดยมีเป้าหมายในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน และ มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น หรือเทียบเท่านานาประเทศได้

โดยรายการ“SME SECRET จับเคล็ดรวย”ที่จะออกอากาศช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของสสว. และสื่อพันธมิตรตลอดเดือนกันยายน2566 ถือเป็นอีก 1 ความสำเร็จของสสว. ที่เราได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบการได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้กับผู้ชมและผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต การตลาก แชร์เคล็ดลับความสำเร็จของผู้ประกอบการทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ในแวดวงธุรกิจ, การกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ตนเองและครอบครัว หรือจุดประกายให้เกิดหรือให้เห็นแนวทาง ช่องทางการทำธุรกิจใหม่ ๆ ได้ หรือแม้กระทั่ง ด้านความสนุกสนานที่เป็นสาระมาพร้อมความบันเทิงจากศิลปินดารา ที่มาร่วมเป็นสายลับจับเคล็ดรวยในรายการด้วย สิ่งเหล่านี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ที่ได้รับชมรายการ จะสามารถนำแนวคิดต่าง ๆ ไปต่อยอดสร้างธุรกิจของตนเองได้อย่างเหมาะสมครับ”

นอกจากนี้ ยังมี โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service)เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงการบริการสนับสนุนด้านการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ผู้ประกอบการ SME จะสามารถเลือกรับการบริการ หรือรับการพัฒนากับผู้ให้บริการทางธุรกิจ (Business Development Service Provider : BDSP) ในด้านที่ตรงกับความต้องการของธุรกิจของตน โดย สสว.จะอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผู้ประกอบการ SME แบบร่วมจ่าย (co-payment) ในสัดส่วนร้อยละ 50 – 80 ตามขนาดของธุรกิจ สูงสุดไม่เกินรายละ 200,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SME สามารถยื่นข้อเสนอเพื่อขอรับการบริการและการพัฒนาในด้านต่างๆ เช่น บริการด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าและบริการ ด้านการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาด ฯลฯ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ https://bds.sme.go.th

และ โครงการศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร (SME One-stop Service Center : OSS)เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะแก่ SMEs เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจตามวงจรธุรกิจ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ SMEs ในการเข้าถึงข้อมูล องค์ความรู้ แบบครบวงจร เบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว โดยสสว. ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน SME CONNEXT เพื่อให้บริการที่ครอบคลุมความต้องการในการทำธุรกิจของ MSME โดยSME CONNEXT เป็นหนึ่งระบบงานบริการของ SME ACCESS หรือดิจิทัล แพลตฟอร์ม e-Service เต็มรูปแบบ ในปี 2566 สสว. ได้ปรับปรุงบริการ e-Service ใน 8 งานบริการหลักได้แก่ 1.SME ONE ID หนึ่งรหัสหนึ่งผู้ประกอบการ เชื่อมทุกโอกาสเติบโต 2.SME CONNEXT แอปพลิเคชันเพื่อ(น)คนธุรกิจ 3.เว็บไซต์ SME ONE ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพื่อผู้ประกอบการ 4.ระบบขึ้นทะเบียน THAI SME-GP มาตรการสนับสนุนให้ SME เข้าถึงการจัดซื้อ จัดจ้างภาครัฐ 5.SME Academy 365 แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ รวมหลักสูตรที่ผู้ประกอบการต้องรู้ 6.โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS (Business Development Service) 7.SME COACH รวมที่ปรึกษาและบริการที่ปรึกษาออนไลน์ และ 8.ระบบการส่งต่อเพื่อรับบริการภาครัฐ โดยแต่ละบริการมีรูปแบบการใช้งานและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน จึงให้ความสำคัญต่อการสื่อสารไปยังผู้ประกอบการภายใต้ธีม “โตหลายเท่า แค่เข้าถึง SME ACCESS” โดยสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน SME CONNEXT เป็นช่องทางหลัก ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ดาวน์โหลดไปแล้วมากกว่า 60,000 ราย”

ส่วนในปี 2567 สสว. มีแผนสนับสนุนและสร้างการเติบโตให้แก่ MSME ผ่านระบบให้บริการ SME ACCESS อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยผู้ประกอบการฝ่าทุกด่านธุรกิจยุคใหม่ ด้วยการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงงานบริการของภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ การขอหรือการต่ออายุใบอนุญาตการทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น

ทุกธุรกิจต้องการความสำเร็จ และทุกความสำเร็จย่อมมี SECRET ของตัวเองติดตามภารกิจและบริการต่างๆ ของ สสว. ได้ที่ช่องทาง Facebook Fanpage: OsmepสสวApplication: SME CONNEXTWebsite: www.sme.go.th

Call Center: 1301

‘รพ.มาสเตอร์พีช’ชวนส่องเทรนด์ศัลยกรรมความงาม พร้อมแนะความจริงใจสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758797

'รพ.มาสเตอร์พีช'ชวนส่องเทรนด์ศัลยกรรมความงาม พร้อมแนะความจริงใจสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

‘รพ.มาสเตอร์พีช’ชวนส่องเทรนด์ศัลยกรรมความงาม พร้อมแนะความจริงใจสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.59 น.

‘Be a Better You…เป็นคุณคนใหม่ในรูปแบบที่ดีกว่าเดิม’ ตามสโลแกนของ รพ.มาสเตอร์พีช นับเป็นแนวทางการส่งมอบผลลัพธ์การบริการที่น่าพึงพอใจในแบบมาสเตอร์พีชให้กับทุกคน 

บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามครบวงจรชั้นนำของไทย ร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขาย ออกบูธให้ข้อมูลความรู้ คู่โปรโมชั่นเด็ด ด้วยความขอบคุณที่ยืนหนึ่งในใจเพื่อนรักสายความงามมาครบหนึ่งทศวรรษ ณ บูธ Masterpiece Hospital หมายเลข VIP6 ในงาน Beauty Full Fest 2023 ในวันที่ 21- 24 กันยายน 2566 ณ BCC Hall เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว

ในงานดังกล่าว คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) ขึ้นรับรางวัล Iconic Aesthetics Surgery บนเวที Beauty Full Fest 2023 พร้อม 4 ศิลปินสาววง Berry Berry และพิธีกรหนุ่มจากรายการซารวน พร้อมให้สัมภาษณ์

“กลุ่มผู้สนใจศัลยกรรมความงาม และต้องการปรับรูปลักษณ์ เพื่อเป็นตัวเองในแบบที่ดีกว่าเดิม มีอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง เพราะการเข้ารับบริการศัลยกรรมความงามของ รพ.มาสเตอร์พีช มีมาจากทุกภูมิภาคทั่วโลก

“ขณะที่เรารุกทำตลาดจากการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และบอกต่อผลลัพธ์ของบริการ ผ่านการตลาดออนไลน์ทุกช่องทาง ทั้งโซเชียลมีเดีย และอินฟลูเอนเซอร์ ในทางขนานกัน เราเองก็ยังคงโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อกลางแจ้ง และเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อมวลชนสำนักข่าวต่างๆ 

“และที่ขาดไม่ได้ คือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในทุกรูปแบบ อาทิ การจัดแคมเปญ Make Your Looks ทำศัลยกรรมความงามเพื่อสังคม, การให้ความรู้กับผู้คนในสังคมผ่านสื่อต่างๆ ตามวาระ และการออกบูธเพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายทั้งในและต่างประเทศ อย่างงาน Beauty Full Fest 2023 ในครั้งนี้ และโอกาสต่อๆ ไป” คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ กล่าว

นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจด้านเทรนด์ศัลยกรรมความงามสู่ความยั่งยืน

  • มูลค่าตลาดความงามในปัจจุบัน

ข้อมูลจาก Statista เว็บไซต์สำรวจและวิจัยตลาด พบสถิติว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม สุขภาพ ครัวเรือน และการดูแลส่วนบุคคล ของ ‘ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ มีมูลค่าถึง 18.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตในอัตรา 16% ต่อปีในช่วงปี 2565-2569

ขณะที่ผลการวิจัยเชิงลึกของ WGSN (World Global Style Network) เปิดเผยรายงานวิเคราะห์ การจัดอันดับเทรนด์ความงาม ‘ภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ จากการคาดการณ์แนวโน้มของผู้บริโภคในช่วง 18 – 24 เดือน พบว่า สุขภาพเป็นสิ่งที่ทุกประเทศในเอเชียให้ความสำคัญ

หากบีบให้แคบลง เจาะมาที่ธุรกิจศัลยกรรมความงาม Grand View Research บริษัทวิจัยด้านการตลาดในสหรัฐอเมริกา คาดการณ์ไว้ เติบโตจากในปี 2564 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6 หมื่นล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ในช่วงระหว่างปี 2565 – 2573       อยู่ที่ 9.7% เติบโตเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 2% ระหว่างช่วงปี 2563 – 2566 

เจาะลงมาทางแถบบ้านเรา โอกาสในปี 2566 หลังจากเปิดประเทศเต็มรูปแบบ สัดส่วนลูกค้าต่างชาติจะขยายตัวได้แบบก้าวกระโดดเพิ่มขึ้นเป็น 20 – 30% โดยศัลยกรรมที่ยังได้รับความนิยมมากที่สุด คือการศัลยกรรมจมูก ดึงหน้า และดูดไขมัน ในตลาดมีมูลค่า 40,000 ล้านบาท

  • เทรนด์ศัลยกรรมฯ วันนี้

แหล่งข้อมูลชั้นนำเผยข้อมูล เน้นความเป็นธรรมชาติ และครอบคลุมทุกกลุ่มคน – โดยมุ่งเสริมจุดเด่น ปกปิดจุดด้อย น้อยแต่มาก หมดยุคของความมากเกินไป ศัลยกรรมความงามที่ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย นิยามความงามจะไม่ถูกแบ่งแยกอีกต่อไป

  • 1. ดึงหน้า – ด้วยนวัตกรรมการผ่าตัดและเทคนิคขั้นสูง ส่งผลให้ความนิยมในการศัลยกรรมดึงหน้า หรือ Face Lift เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพื่อกำจัดริ้วรอยและกระชับผิว ไม่ดู ‘แข็ง’ จนเกินไป และสร้างความยั่งยืน 
  • 2. ศัลยกรรมยกคิ้ว และเปลือกตา – เช่น การทำตาสองชั้น การผ่าตัดเปลือกตาล่างเพื่อแก้ไขถุงใต้ตา การผ่าตัดยกเปลือกตาเพื่อแก้ไขหนังตาตก เสริมให้ดวงตาสดใส    ดูอ่อนกว่าวัย รวมถึงการทำศัลยกรรมยกคิ้วจะช่วยเปลี่ยนใบหน้าที่หม่นหมองให้ดูดีขึ้นในเวลาเดียวกัน
  • 3. กระแสการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก – ศัลยกรรมเสริมจมูกยังคงเป็นอันดับ 1 ของการผ่าตัด แม้การเสริมหน้าอกของฝั่งอเมริกานั้นแซงหน้าการเสริมจมูกไปแล้ว อย่าลืมเลือกแพทย์และสถานพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ และได้มาตรฐาน เพราะแท้จริงแล้ว การผ่าตัดใหญ่ หรือ ผ่าตัดโดยใช้เวลานานนับชั่วโมง จำเป็นต้องมีแพทย์วิชาชีพดมยา (วิสัญญีแพทย์) และอุปกรณ์ทางการแพทย์มาตรฐานโรงพยาบาลเท่านั้น
  • 4. ศัลยกรรมดูดไขมัน – ผู้ให้บริการด้านความงามทั่วโลกเริ่มเห็นเทรนด์การดูแลความงามของร่างกายมากขึ้น โดยเฉพาะกระแสการดูดไขมัน หรือ Liposuction ซึ่งจะช่วยกำจัดไขมันได้อย่างปลอดภัย รักษารูปร่างที่สวยงามพร้อมเรียกความมั่นใจในตัวเองกลับคืนมา และหลังจาก MASTER มี M&P ความร่วมมือกับ rattinan ขยายตลาดศัลยกรรมการตัดกระเพาะ และเสริมทัพจับกลุ่มต่างประเทศกลางย่านสุขุมวิท
  • ทำไมต้อง Sustainable (ความยั่งยืน)
  • ความยั่งยืนในการลงทุนทำ – ถ้าคุณทำในสถานพยาบาลที่บุคลากรทางการแพทย์ชำนาญการ มีมาตรฐาน และปลอดภัย คุณไม่ต้องรับความเสี่ยงจากความเสียหายหรือผลกระทบ
  • ลดการสูญเงิน และสูญโอกาส – การศัลยกรรมต้นทุนต่ำหรือแหล่งไม่น่าเชื่อถือ มีหลายเคสที่รพ.มาสเตอร์พีช พบว่าเกิดปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ต้องแก้ไข เพื่อช่วยเหลือทั้งทางร่างกายและจิตใจ

“ความจริงใจ ซื่อสัตย์ คือหนึ่งในปรัชญาที่เรายึดถือเป็นหลักปฏิบัติกับบุคลากรทุกชั้นทุกระดับ ฉะนั้น การมอบความจริงใจให้ผู้รับบริการทุกคน เพื่อบอกต่อถึงคุณภาพ และผลงานระดับมาสเตอร์พีชได้อย่างเต็มปาก นั่นคือ ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนที่สุด” คุณดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์สไตล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวปิดท้าย