ยูโอบี สนับสนุนสภากาชาดไทยเรื่องการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758908

ยูโอบี สนับสนุนสภากาชาดไทยเรื่องการศึกษา

ยูโอบี สนับสนุนสภากาชาดไทยเรื่องการศึกษา

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย แสดงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาความก้าวหน้าของสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับพนักงานระดมทุนเพื่อสนับสนุนสภากาชาดไทยในโครงการส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมเด็กนักเรียนที่ขาดโอกาสให้มีทักษะการอ่านและการเขียนที่ดีขึ้น สอดคล้องกับมาตรฐานการอ่านออกเขียนได้ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยูโอบี ฮาร์ทบีท  (UOB Heartbeat) โครงการความรับผิดชอบต่อสังคมของธนาคารยูโอบี ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของธนาคารในการสนับสนุนด้านศิลปะ เด็ก และการศึกษา ความสำเร็จในการระดมทุนได้กว่า 1.2 ล้านบาท ตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารยูโอบีในการพัฒนาชุมชนให้มีความรอบรู้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ศศิวิมล อารยวัฒนาพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เราภูมิใจอย่างมากที่เห็นครอบครัวยูโอบีของเราร่วมใจกันเพื่อโครงการที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนสังคมอย่างมาก ความพยายามในการระดมทุนของพวกเราไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่พนักงานสามารถแสดงออกซึ่งความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความยึดมั่นต่อค่านิยมขององค์กรของเพื่อนพนักงาน เรามุ่งหวังจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนในสังคมแบ่งปันกันได้มากขึ้น”

เงินระดมทุนสนับสนุนที่ได้จะนำไปสนับสนุนแผนการทำงานของสภากาชาดไทยเพื่อขยายการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เด็กที่ขาดโอกาส โดยเด็กนักเรียนจะได้รับถุงยังชีพเพื่อการศึกษา ประกอบด้วยสื่อการเรียนรู้วิชาภาษาไทย รวมถึงอุปกรณ์การเรียนต่างๆ พร้อมกันนี้เงินระดมทุนจะสนับสนุนอาสาสมัครช่วยสอนเสริม ในการลงพื้นที่เพื่อจัดการสอนเพื่อพัฒนาทักษะภาษาไทยให้กับนักเรียนต่อไป

คณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม ร่วมกับ กรมป่าไม้ จัดกิจกรรม ‘พฤกษาบูชา เทิดไท้พระราชินี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758878

คณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม ร่วมกับ กรมป่าไม้  จัดกิจกรรม ‘พฤกษาบูชา เทิดไท้พระราชินี’

คณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม ร่วมกับ กรมป่าไม้ จัดกิจกรรม ‘พฤกษาบูชา เทิดไท้พระราชินี’

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง กล่าวเปิดงาน

คณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม ร่วมกับ กรมป่าไม้ จัดกิจกรรม “พฤกษาบูชา เทิดไท้พระราชินี” ได้รับเกียรติจาก พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม กล่าวถึง วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 91 พรรษา 12 สิงหาคม 2566,สุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการส่งเสริมการปลูกป่าทำหน้าที่ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัว “พฤกษาบูชาเทิดไท้พระราชินี” เพื่อเป็นการรักษาและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว

ภายในงาน ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยาประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม ร่วมกับทางวิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB) ได้มอบกล้าต้นดอกมะลิ จำนวน 1,500 ต้น อันเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ เป็นสื่อแทนความกตัญญูให้แก่เลขาธิการวุฒิสภา เพื่อส่งต่อบุคลากรในการแสดงความรักและกตัญญูต่อมารดาและเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองโดยกรมป่าไม้ ได้มีการนำกล้าไม้อันเป็นพันธุ์ไม้สวยงามที่เหมาะแก่การปลูกในเมือง ได้แก่ กล้าไม้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์, เหลืองปรีดียาธร, ทองกวาว, ทองอุไร และทรงบาดาล นำมาแจกให้กับผู้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธาน
คณะอนุกรรมาธิการฯ

ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธาน คณะอนุกรรมาธิการฯ

สุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ ผู้เชี่ยวชาญ
เฉพาะด้านการส่งเสริมการปลูกป่า

สุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ ผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านการส่งเสริมการปลูกป่า

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร มอบต้นกล้าดอกมะลิให้กับบุคคลที่มาร่วมงาน ร่วมด้วย สุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ, ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา, สุรพงษ์ รงศิริกุล ประธานคณะทำงานคนดี รักษ์โลก และ ถนัด มานะพันธุ์นิยม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร มอบต้นกล้าดอกมะลิให้กับบุคคลที่มาร่วมงาน ร่วมด้วย สุวรรณ ตั้งมิตรเจริญ, ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา, สุรพงษ์ รงศิริกุล ประธานคณะทำงานคนดี รักษ์โลก และ ถนัด มานะพันธุ์นิยม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา มอบกล้าต้นดอกมะลิ มี นวนันทน์
เนติธนากูล ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ ผู้แทนเลขาธิการวุฒิสภา รับมอบ

ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา มอบกล้าต้นดอกมะลิ มี นวนันทน์ เนติธนากูล ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ ผู้แทนเลขาธิการวุฒิสภา รับมอบ

‘สินธร เคมปินสกี้’ สืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้าน จัดแสดงลิเกในสวน ‘ขุนช้าง ขุนแผน ตอนแสงแห่งรัก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758900

‘สินธร เคมปินสกี้’ สืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้าน จัดแสดงลิเกในสวน ‘ขุนช้าง ขุนแผน ตอนแสงแห่งรัก’

‘สินธร เคมปินสกี้’ สืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้าน จัดแสดงลิเกในสวน ‘ขุนช้าง ขุนแผน ตอนแสงแห่งรัก’

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ร่วมสืบสานและอนุรักษ์ศิลปะการแสดงพื้นบ้านอันทรงคุณค่าของไทย จัดแสดงลิเกในสวน เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน ตอนแสงแห่งรักในวันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 18.00-19.30 น. ณ สวนชีวา โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

โรงแรมสินธร เคมปินสกี้กรุงเทพฯ ร่วมอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปะไทยพื้นบ้าน จัดแสดงลิเกในรูปแบบลิเกในสวน เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน ตอนแสงแห่งรัก ซึ่งเป็นวรรณกรรมความรักการแก่งแย่งแข่งขัน และความกล้าหาญ ที่สอดผสานเรียงร้อยอยู่ในวรรณกรรมไทยมาหลายศตวรรษ นำแสดงโดย นางเอกลิเกชื่อดัง ภิสาสวนศรี (ซาย KPN) รับบทนางวันทองพงษ์ศักดิ์ สวนศรี รับบทสมเด็จพระพันวา พร้อมด้วยพระเอกลิเกดาวรุ่งอย่าง เทพบัญชา หอมหวล รับบทขุนแผน, ไพรัตน์ สวนศรี รับบทขุนช้าง, นพรัตน์ ไม้หอม รับบทจมื่นไวยวรนารถ, นิรันดร์ อัญชลี รับบทพลายชุมพล และ นางเอกลิเกคุณภาพ อาทิ แอม ปริญญา รับบท สร้อยฟ้า และ ธิดาวรรณ รับบท ศรีมาลา พร้อมวงปี่พาทย์มอญ ฉาก ระบบแสง สี เสียง และผู้แสดงสมทบมากมาย ที่จะมาสร้างความบันเทิงวิถีไทยและรอยยิ้มแห่งความสุขในสวนชีวา สวนสวยขนาดใหญ่ของโรงแรมสินธร เคมปินสกี้กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ในราคาท่านละ 650 บาท

“โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมและศิลปะการแสดงพื้นบ้านไทย จึงขอร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันทรงคุณค่านี้ ทางโรงแรมฯ รู้สึกภาคภูมิใจที่จะนำเสนอโอกาสพิเศษให้แขกทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์การแสดงลิเกไทยคลาสสิกในครั้งนี้ ซึ่งโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ นับเป็นสถานที่ที่วัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกมาบรรจบกัน การจัดกิจกรรมดังกล่าวนี้ ถือเป็นสิ่งที่จะกระชับความเข้าใจและสร้างความทรงจำอันสวยงามทางวัฒนธรรมให้กับแขกที่มาเยือนเคมปินสกี้” มร.คริสเตียน คูร์เก้ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ กล่าว

บัตรเข้าชมการแสดงราคาท่านละ 650 บาท สำรองที่นั่งได้ที่โทร.02-0959999 หรือ ผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/Likay-LightofLove

งาน‘วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’ครั้งที่ 35

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758906

งาน‘วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’ครั้งที่ 35

งาน‘วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก’ครั้งที่ 35

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร โดยคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานมูลนิธิฯ เตรียมจัดงาน “วันหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” ครั้งที่ 35 โดยมี ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ให้เกียรติเป็นประธานในงานฯ พร้อมมอบรางวัล หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตรบุคคลสำคัญของโลก” เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดี และอุทิศส่วนกุศลให้แก่หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร โดยมีหน่วยราชการต่างๆ และองค์การสาธารณกุศลจำนวนมาก อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กรมประชาสัมพันธ์ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ ฯลฯ ร่วมจัดงานในวันพุธที่ 18 ตุลาคม 2566 เวลา 11.00 น. ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์

รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก” เป็นรางวัลสร้างเสริมคนดีมีคุณธรรม ที่มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร จัดมอบให้แก่บุคคลสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อเชิดชูเกียรติ และรำลึกในความสามารถ ในคุณความดีของหม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก ที่มีผลงานเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมจนเป็นที่ยกย่องทั้งชาวไทยและต่างชาติ และเพื่อเป็นการยกย่องบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับคัดเลือกเข้ารับรางวัล ที่มีความตั้งใจจริง เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ภารกิจต่างๆ ที่รับผิดชอบด้วยจิตใจที่เปี่ยมล้น ด้วยคุณธรรมอันประเสริฐ ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพการงานของตน และเป็นแรงจูงใจ เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน บุคคลทั่วไป รวมทั้งอนุชนรุ่นหลังที่จะมุ่งมั่นปฏิบัติงานให้มีคุณภาพและมีคุณธรรมยิ่งขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเยาวชน สังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวมด้วย

หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ใน พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเปรมบุรฉัตร ได้รับการประกาศยกย่องจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในรอบ 100 ปี ชาตกาลในปี 2558 ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาชุมชน และการศึกษาด้านวัฒนธรรม เนื่องด้วยได้ประกอบคุณงามความดีเป็นอเนกประการแก่ประเทศชาติและชาวโลก เป็นคนไทยคนเดียว และคนเอเชียคนแรก ที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภาสตรีระหว่างประเทศ (สภาสตรีโลก)ในรอบ 135 ปี (ณ ปี 2566) อีกทั้งเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติของนักสังคมสงเคราะห์นักพัฒนาสังคมผู้เสียสละ เป็นผู้นำสตรีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ริเริ่มงานระดับชาติจำนวนมาก ตั้งแต่ 62 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นงานสาธารณกุศลที่ส่งเสริมสนับสนุนงานของรัฐบาล ซึ่งงานเหล่านั้นยังจำเป็น และมีคุณค่ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยคุณประโยชน์ ในการพัฒนาคน สังคม และประเทศชาติจนถึงทุกวันนี้

รางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุคคลสำคัญของโลก” ประจำปี 2566 มอบให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกประเภทต่างๆ ทั่วประเทศ รวม 133 คน ได้แก่

1. ประเภท ประธานคณะกรรมการอุปการะเยาวชนส่วนภูมิภาคและประธานคณะกรรมการอุปการะ เยาวชนประจำจังหวัด (ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด) จำนวน 11 คน โดยมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นผู้คัดเลือก

2. ประเภท ผู้บำเพ็ญประโยชน์ดีเด่นแก่ประชาชนและสังคม จำนวน 58 คน ประกอบด้วยตำรวจจราจร จำนวน 10 นาย (คัดเลือกจาก 3,200 นาย)พนักงานกวาดถนน จำนวน 6 คน(คัดเลือกจาก 50 เขต จำนวน 10,000 คน)พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 10 คน (คัดเลือกจาก 8 เขต จำนวน 5,465 คน) พนักงานขับรถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จำนวน 8 คน (คัดเลือกจาก 1,000 คน) ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 10 คน (คัดเลือก อปพร. 5 คน จาก จำนวน 6 แสนคน และ คัดเลือก ERT 5 คน จาก จำนวน 237 คน) พลเมืองดี จำนวน 7 คน (คัดเลือกจากประชาชนทั่วไป)จิตอาสาดีเด่น จำนวน 7 คน (คัดเลือกจากประชาชนทั่วไป) สำหรับประเภท พลเมืองดี และ จิตอาสาดีเด่น สถานีวิทยุ สวพ.FM91 และมูลนิธิฯเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก

3. ประเภท อาจารย์ระดับอุดมศึกษา ผู้ทรงคุณธรรมมีผลงานดีเด่นในการพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรมของนิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 7 คน จากสถานศึกษาทั่วประเทศด้วยความร่วมมือของ กระทรวงศึกษาธิการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งประเทศไทยฯ ในการคัดเลือก

4. ประเภท ครู หรือ เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบดูแลการศึกษาของเยาวชนผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชนฯ ด้วยเมตตาจิตที่คู่ควรแก่การยกย่อง จาก31 จังหวัด จำนวน 35 คน โดยในต่างจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้พิจารณาคัดเลือก สำหรับในกรุงเทพฯ หน่วยงานต้นสังกัด และมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เป็นผู้พิจารณาคัดเลือก

5. ประเภท คนพิการดีเด่น ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต จำนวน 8 คน จากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนทั่วประเทศ คัดเลือกเสนอมา 274 คน

6. ประเภท หมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น จำนวน 12 หมู่บ้าน (คัดเลือกจากหมู่บ้านทั่วประเทศ 21 หมู่บ้าน) และผู้นำหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น จำนวน 2 คน มีประธานมูลนิธิศูนย์กลางประสานงานพัฒนาชนบท เป็นประธานคัดเลือก

คุณแหน : 26 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758915

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll นับเป็นเรื่องคอนเนคชั่นเมื่อท่านนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ได้ให้เกียรติรับเชิญไปเยือน “วปอ.” และแสดงปาฐกถาพิเศษให้เหล่านักศึกษา VVIP ก่อนอื่นต้องลำดับให้ทราบว่า วปอ.ถูกสถาปนาขึ้นเมื่อ 2 ก.พ. 2498 โดยฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม เนื่องจาก ฯพณฯ จอมพล สำเร็จการทหารจาก รร.นายร้อยแซงต์ซีร์ ประเทศฝรั่งเศส จึงมีความเลื่อมใสในระเบียบแบบแผนของการบริหารวปอ.ของเขาแต่ในยุคแรกการบริหารจัดการของ วปอ.จะเน้นไปที่การเรียนรู้ระดับสูงร่วมกันระหว่างทหารกับข้าราชการระดับสูงเท่านั้น หลายปีต่อมา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ผบ.สส./ผบ.ทบ. เล็งเห็นว่าควรเปิดโลกทัศน์นายทหารระดับสูงให้กว้างไกลขึ้นอีกโดยผนวกหลักสูตรพิเศษให้มีเอกชนระดับสูงเข้ามาศึกษาร่วมกันเป็น“วปรอ.” เพราะคุณภาพหลักสูตรการศึกษาที่มีทั้ง รมต. ปลัดกระทรวงและอธิบดีเป็นคณาจารย์และการได้ผนึกสัมพันธ์กับบุคคลระดับสูงของสังคม จึงทำให้ วปอ.เป็นที่ถวิลหาของคนจำนวนมาก แต่จะมีเฉพาะผู้ “เหมาะสม” เท่านั้นได้รับบรรจุเข้าเรียน อาทิ สตช.มีโควตา 4 คน, กระทรวงยุติธรรม 3 คน, กระทรวงการต่างประเทศ 2 คน เท่าที่พูดคุยกับศิษย์เก่าก็ได้รับคำยกย่องถึงสถาบันนี้พร้อมยืนยันว่าคอนเนคชั่นนี้ติดตัวไปชั่วชีวิต…

ll วันอังคารที่ผ่านมา “TEAM THAILAND” ณ กรุงริยาดและที่ประชุมสนับสนุนในกรุงเทพฯ ต่างใจจดใจจ่อแทบไม่หายใจ ในขณะที่ทุกฝ่ายต่างรอคอยการประชุมใหญ่ของ UNESCO ที่ซาอุดีอาระเบีย หนึ่งในวาระสำคัญคือการพิจารณาขึ้นทะเบียน“เมืองโบราณอาณาจักรของอารยธรรมทวารวดี”ตั้งอยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดย UNESCO…สิ้นเสียงเคาะค้อนลงความเห็นอนุมัติเท่านั้น เกิดเสียงเฮถล่มทลายทั้งในปาร์ตี้ที่กระทรวงวัฒนธรรมรอฟังผล และในห้องประชุมใหญ่ UNESCO ซึ่งปลัดกระทรวงฯยกทีมไปล็อบบี้อย่างใกล้ชิด ส่วน ฯพณฯ นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ซึ่งแม้ต้องยุ่งภารกิจประชุม UN.N.Y. แต่ก็อดใจจ่อฟังนาทีทองการลงมติห่างออกไปหลายหมื่นไมล์ไม่ได้ เมื่อได้รับรายงานแล้ว ฯพณฯ จึงรีบวีดีโอคอลไปแสดงความยินดีกับ TEAM THAILAND ทันที…

ll รมว.พม. วราวุธ ศิลปอาชา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล “ประชาบดี” เพื่อเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ดีเด่น ประจำปี 2565 และ 2566 วันที่ 28 ก.ย. 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคม กระทรวง พม. …

ll มูลนิธิภูมิพโลภิกขุ กำหนดประชุมวิสามัญ คณะกรรมการมูลนิธิภูมิพโลภิกขุ ครั้งที่ 1/2566 ในวันที่ 27 ก.ย. 10.30 น. ณ ห้องราชดำเนิน รร.รอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง ฐิระวัตร กุลละวณิชย์ รองประธานกรรมการฯ, ระพินทร์ จารุดุลผู้จัดการ ขอเชิญคณะกรรมการฯเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน…

ll ข่าวเศร้า ปรางทิพย์ วาทิตต์พันธุ์ ถึงแก่กรรม เพื่อน นิติฯโดม รุ่น 131 กำหนดประชุมเพลิง 28 ก.ย. 14.00 น. ณ เมรุวัดมกุฏฯ…

ll อิ่มทิพย์ ซูฮาร์โต รับเชิญเป็น Guest Speaker ไปบรรยายเรื่อง “การเสด็จประพาสบันดุง ของ ในหลวง ร.5” ซึ่งเป็นผลงานการเขียนและค้นคว้าของเธอเอง ในฐานะสาวไทยไปแต่งงานกับชาวอินโดนีเซีย และอยู่ที่เมืองบันดุงนานมาก โดยได้รับกำลังใจอย่างดียิ่งจาก ดร.โจโก้ และ ชวิตา ลูกสาว…ข่าวว่า นสพ.ที่อินโดนีเซียลงตีพิมพ์ภาพข่าวอิ่มทิพย์แต่งกายด้วยผ้าไทยสวยงามยิ่งนัก !!…ll

บารอนเนส

พาร์มิจิอานนี่ เฟลอร์ริเย่ร์ เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดปี 2023 ในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758902

พาร์มิจิอานนี่ เฟลอร์ริเย่ร์ เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดปี 2023 ในไทย

พาร์มิจิอานนี่ เฟลอร์ริเย่ร์ เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดปี 2023 ในไทย

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มร.กวีโด เทเรนี่ (Mr.Guido Terreni) ซีอีโอ พาร์มิจิอานนี่ เฟลอร์ริเย่ร์ (Parmigiani Fleurier) แบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ และ ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ พร้อมด้วย เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บาชโทลด์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายในประเทศไทย เปิดตัวคอลเลคชั่นล่าสุดในปี 2023 แบรนด์ พาร์มิจิอานนี่ เฟลอร์ริเย่ร์ มาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ในกลไกที่สุดทึ่ง ให้นักสะสมจับจองเป็นเจ้าของ ที่ชั้น 1เกษร วิลเลจ

พาร์มิจิอานนี่ เฟลอร์ริเย่ร์ (Parmigiani Fleurier) นาฬิกาสายพันธุ์สวิส ที่จำหน่ายในประเทศไทยมานานมากกว่า 20 ปี มีความพิเศษเฉพาะตัวเป็นเอกลักษณ์มากมาย ฝังลึกอยู่ในทุกตัวเรือนอย่างทรงคุณค่า โดดเด่นด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและกลไกอันแยบยล รวมทั้งศักยภาพการผลิตในโรงงานที่เป็นของตัวเอง เป็นเรือนเวลาที่หลอมรวมทั้งศาสตร์และศิลป์ทุกแขนงเข้ามาผสมผสานรูปลักษณ์ให้ตอบโจทย์คนชื่นชอบนาฬิการะดับไฮเอนได้อย่างลึกซึ้ง รวมถึงแฟนพันธุ์แท้ชาวไทย

เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์เผยว่า “เป็นอีกครั้งที่ บาชโทลด์นำเสนอ จิตวิญญาณและการออกแบบอันชาญฉลาด ของ นาฬิกาแบรนด์พาร์มิจิอานนี่ เฟลอร์ริเย่ร์ นักสะสมที่ชื่นชอบแบรนด์นี้ จะรู้ดีว่า ทุกครั้งที่ปรากฏแก่สายตา จะเห็นการขับเคลื่อนของนวัตกรรมที่ชัดเจนและโดดเด่น เห็นเอกลักษณ์ ของกลไกที่ล้ำค่า ไม่เหมือนใคร รุ่น Tonda PF Minute Rattrapante ที่เราภูมิใจนำเสนอในคอลเลคชั่นล่าสุดนี้ก็เช่นกัน”

บาชโทลด์ เปิดให้กูรูและนักสะสมได้ยลโฉม พาร์มิจิอานนี่ เฟลอร์ริเย่ร์ คอลเลคชั่นล่าสุดอย่างละลานตาไม่ว่าจะเป็น รุ่นTonda PF XialiCalendar มากกว่าแค่การแสดงเวลาแต่ Xiali ยังถือเป็นบทกวีในปฏิทินและอารยธรรมของโลก ที่ผ่านศิลปะด้านการผลิตของจักรกลแบบสวิส  ที่สื่อได้ถึง Xiali ซึ่งเป็นที่มาของการใช้ชื่อนี้ที่มีความหมายในภาษาจีนถึง “ปฏิทินจีนแบบสมบูรณ์” หรือ รุ่น Tonda PF Sport Chrono ส่วนไฮไลท์ที่นักสะสมพลาดไม่ได้ก็คือ รุ่น Tonda PF Minute Rattrapante

การออกแบบฉลาดและเชี่ยวชาญที่ลึกลงไปในกลไก ของ พาร์มิจิอานนี่เฟลอร์ริเย่ร์ นั้น เป็นประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าในโลกแห่งการบอกเวลา สะท้อนให้เห็นว่า ความซับซ้อนที่เคลือบความสุขุม เป็นความใส่ใจในรายละเอียด ที่ต้องการเป็นมิตรกับผู้ใช้งานนั่นเอง

‘เมืองไทยประกันภัย’ ย้ำจุดยืนองค์กรเพื่อสังคม จัด ‘BGC เมืองไทยประกันภัย คัพ 2023/24’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758899

‘เมืองไทยประกันภัย’ ย้ำจุดยืนองค์กรเพื่อสังคม  จัด ‘BGC เมืองไทยประกันภัย คัพ 2023/24’

‘เมืองไทยประกันภัย’ ย้ำจุดยืนองค์กรเพื่อสังคม จัด ‘BGC เมืองไทยประกันภัย คัพ 2023/24’

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI และ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าวการสนับสนุนการจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการ “BGC เมืองไทยประกันภัย คัพ 2023/24” โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท ไทยลีก จำกัด ณ อาคารเมืองไทยภัทร Tower A ชั้น 14

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มอบผู้แทนนายวาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุดด้านการขายและการตลาด ของบริษัทฯ จับสลาก BGC เมืองไทยประกันภัย คัพ 2023/24 ร่วมกับ นายกิตติศักดิ์โชคลาภทวี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ – Trading บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) และ นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมให้รายละเอียดการจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการ “BGC เมืองไทยประกันภัย คัพ 2023/24”

“เมืองไทยประกันภัย เราให้การสนับสนุนกีฬาฟุตบอลไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะ CEO ของเรา คุณแป้ง ที่ให้การสนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทย ทุกชุด ทุกรุ่นอายุ ทั้งทีมฟุตบอลชายและหญิง ล่าสุดเราได้จัดการแข่งขันฟุตบอล รายการ “ทีแอลซี มาดามคัพ 2023/24”การแข่นขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน เพื่อเปิดโอกาสให้กับทีมฟุตบอลนักเรียนจากทั่วประเทศได้โชว์ฟอร์มเข้าร่วมแข่งขันกันอย่างทั่วถึง โดยจัดให้มีการแข่งขันรอบคัดเลือกจาก 10 โซนทั่วประเทศ ซึ่งเราเห็นว่าเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนากีฬาฟุตบอลให้มีความมั่นคงและยั่งยืน จะเห็นได้ว่านักฟุตบอลหลายคนเติบโตมาจากหลายภูมิภาค เราจึงให้ความสำคัญ และให้ความร่วมมือในการจัดการแข่งขันระดับไทยลีก 3เชื่อว่าการแข่งขันครั้งนี้จะได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วประเทศ”นายวาสิต กล่าว

ทั้งนี้ เมืองไทยประกันภัย ให้ความสำคัญด้าน CSR ในทุกๆ มิติของสังคม และให้การสนับสนุนด้านกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ หนึ่งในแนวทางการขับเคลื่อนและพัฒนาองค์กรของบริษัทฯ ยึดหลักการดำเนินงาน ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental Social Governance & Economic : ESG) สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่แข็งแกร่งให้กับเยาวชน พร้อมผลักดันวงการลูกหนังไทยไปสู่ความสำเร็จ

การจัดการแข่งขันฟุตบอลถ้วยรายการใหม่ในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้สโมสรฟุตบอลอาชีพในระดับไทยลีก 3 ได้มีการแข่งขันในเฉพาะลีกในระดับเดียวกัน นำไปสู่การพัฒนาของสโมสร อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับนักกีฬาฟุตบอลที่จะได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ โดยได้มอบหมายให้ บริษัท ไทยลีกฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขันซึ่งจะเริ่มทำการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2566 ทีมชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัล 3,000,000 บาท มีทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 58 ทีม และรอบชิงชนะเลิศจะจัดการแข่งขัน ณ สนาม บีจี สเตเดี้ยม

เปิดเวทีสัมมนา ‘ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758964

เปิดเวทีสัมมนา ‘ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ’

เปิดเวทีสัมมนา ‘ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ’

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 19.05 น.

25 กันยายน 2566 สำนักงาน ป.ย.ป. ได้จัดการสัมมนาเพื่อสรุปผลการขับเคลื่อนภารกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ “ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ (Partnership for Success)” โดยได้รับเกียรติจากรองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) กล่าวมอบนโยบายและแนวทางความร่วมมือสู่ความสำเร็จ (Partnership for Success) ในอนาคตให้แก่กลุ่ม ป.ย.ป. กระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 250 คน ณ ห้องประชุม Grand Ballroom ชั้น 3 โรงแรมแกรนด์ ฟอร์จูน กรุงเทพมหานคร (พระราม 9)

การสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานสำคัญของสำนักงาน ป.ย.ป. ที่เป็นงานขับเคลื่อนเชิงบูรณาการร่วมกับกลุ่ม ป.ย.ป. กระทรวง และหน่วยงานพันธมิตรจากภาคส่วนต่าง ๆ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในช่วงที่ผ่านมา และเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติจากกลุ่ม ป.ย.ป. กระทรวง ส่วนราชการ และภาคส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนารูปแบบ กระบวนงานของสำนักงาน ป.ย.ป. ในระยะต่อไป ซึ่งในการกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการสัมมนาฯ นางชุติมา หาญเผชิญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. ได้กล่าวถึงภารกิจหลักของสำนักงาน ป.ย.ป. 5 ประการ ได้แก่ (1) Align ถ่ายทอดนโยบายและเชื่อมโยงส่วนราชการให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนด (2) Enable สนับสนุน        ส่วนราชการให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุผล (3) Integrate บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน      เพื่อสร้างต้นแบบนโยบาย และร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นเอกภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า (4) Open หรือ Catalyse เร่งการขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุผลได้รวดเร็วขึ้น และ (5) Unlock ลดข้อจำกัดในการขับเคลื่อนนโยบาย เช่น การยกเลิกและปรับปรุงกฎหมายให้มีความทันสมัย ซึ่งภารกิจ AEIOU ดังกล่าวเปรียบเสมือนการที่สำนักงาน ป.ย.ป. เป็นสระที่มีความจำเป็นในการสรรสร้างให้เกิดเป็นคำ

จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษในหัวข้อ e Document เพื่อมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างยั่งยืน (Enabler of Digital Government with e Document) โดยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และการเสวนาในประเด็นความร่วมมือต่าง ๆ ใน 3 หัวข้อ ดังนี้

1. ความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ ผ่านกระบวนการห้องปฏิบัติการนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Partnership for Policy Implementation: Policy Innovation Lab) โดยหม่อมหลวงพัชรภากร      เทวกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำนักงาน ก.พ.ร. นายอภิชาต จงสกุล  รองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ ทรงคุณวุฒิ กระทรวงสาธารณสุข และนายชูสิน วรเดช ศึกษาธิการภาค 6 และดำเนินการเสวนาโดยนางสาวรานี อิฐรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. สาระสำคัญของการเสวนาเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการนวัตกรรมเชิงนโยบาย (Policy Innovation Lab) ภายใต้หลักสูตร ป.ย.ป. ว่า กระบวนการ Design Thinking ที่สำนักงาน ป.ย.ป. นำมาใช้ ช่วยปรับรูปแบบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐให้นำมุมมองจากมิติภายนอก (Outside-In) มาประกอบการกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ทำให้เกิดการบูรณาการร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติ และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงเป้าและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

2. คือ e-Document เพื่อมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างยั่งยืน (Enabler of Digital Government with e-Document) โดยนางสาววรพรรณ เลิศไกร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ พงษ์วิทยานุกฤต ผู้อำนวยการกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และ ดร.ภูนท สลัดทุกข์ เลขาธิการสมาคม อบจ. แห่งประเทศไทย ดำเนินการเสวนาโดยนางสาวปภาภรณ์ ชุณหชัชราชัย ผู้อำนวยการกองนวัตกรรม สาระสำคัญของการเสวนาเป็นการนำเสนอให้เห็นการดำเนินงานที่ผ่านมาในการขับเคลื่อนการใช้ระบบ e-Document ในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสำนักงาน ป.ย.ป. มีบทบาททั้งเป็นหน่วยงานนำร่อง (Sandbox) และหน่วยงานขับเคลื่อนสนับสนุนให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการร่วมกับคณะทำงานเพื่อให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนการใช้ระบบ e-Document แก่หน่วยราชการด้วย ซึ่งในการเสวนาได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย ขยายผลในการสนับสนุน ส่งเสริม ปรับปรุงระบบ e-Document รวมทั้งมีช่องทางการรับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะของประชาชนที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทผ่านทาง Line Chatbot @thaivoice ระบบเสนอแนะข้างทำเนียบ ซึ่งสามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือได้ด้วย

3. คือ ความร่วมมือในขับเคลื่อนเพื่ออากาศสะอาดสำหรับทุกคน (Partnership for Clean Air) โดยนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อน ร่างกฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาด นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และนายอรรถพล  เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ดำเนินการเสวนาโดยนายแพทย์ธงธน เพิ่มบถศรี ผู้อำนวยการกอง 2 สาระสำคัญของ

การเสวนาเป็นการนำเสนอผลจากการขับเคลื่อนร่างกฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาด จากการดำเนินงานของคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนร่างกฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาด ซึ่งมีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธานคณะทำงาน มีผู้แทนจากภาครัฐที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน และสำนักงาน ป.ย.ป. เป็นฝ่ายเลขานุการ ซึ่งมีประเด็นที่นำมาพิจารณา ได้แก่ (1) ฝุ่นควันข้ามแดน และ (2) แนวทางการจัดทำข้อเสนอต่อรัฐบาลในการจัดการแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 การรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อแลกเปลี่ยนต่าง ๆ เหล่านี้จะมีการรวบรวมเพื่อไปดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาดต่อไป

ในช่วงท้ายของการจัดงาน นางชุติมา หาญเผชิญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. ได้กล่าวสรุปภาพรวมผลการดำเนินงาน ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ (Partnership for Success) และเชิญนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบาย และแนวทางความร่วมมือสู่ความสำเร็จ (Partnership for Success) ในอนาคต ให้แก่กลุ่ม ป.ย.ป. กระทรวง จากนั้นนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารสำนักงาน ป.ย.ป. และผู้เข้าร่วมงาน  ได้เดินเยี่ยมชมบูทชมการจัดแสดงผลงาน โครงการและประเด็นสำคัญที่มีการขับเคลื่อนเชิงบูรณาการภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ “ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ (Partnership for Success) Success)” ซึ่งเป็นโครงการที่จะดำเนินการสำเร็จไม่ได้หากปราศจากความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสำนักงาน ป.ย.ป. ได้ร่วมติดตามขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวร่วมกับเครือข่ายกลุ่ม ป.ย.ป. และหน่วยงานเจ้าของโครงการด้วย

-(016)

Kid Ventures Academy บุกตลาดสอนเด็กสร้าง Business Mindset ส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ปรับตัวได้ตามสถานการณ์ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758960

Kid Ventures Academy บุกตลาดสอนเด็กสร้าง Business Mindset ส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ปรับตัวได้ตามสถานการณ์ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

Kid Ventures Academy บุกตลาดสอนเด็กสร้าง Business Mindset ส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ปรับตัวได้ตามสถานการณ์ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.57 น.

Kid Ventures (คิดส์ เวนเจอร์) สถาบันสอนด้านการทำธุรกิจให้กับเด็กและบุคคลทั่วไป เผยถึงความสำคัญในการเปิดสอนการทำธุรกิจ เนื่องด้วยธุรกิจในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่รุดหน้าและพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราต้องมีทักษะที่หลากหลายมากขึ้น แต่ทักษะที่ทุกคนจำเป็นต้องมีนั้นคือ ทักษะเกี่ยวกับการเป็นผู้ประกอบการ ที่รวมถึงการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ การวางแผนในเชิงธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน การวางแผนการเงิน และความมีธรรมภิบาลในการดำเนินธุรกิจ

นายชัชวาล เดชาโรจนภัทท์ – ผู้ก่อตั้ง KidVentures Academy กล่าวว่า  “Kid Ventures Academy เกิดมาจากความคิดที่ว่า เด็กๆ เป็นวัยที่กำลังวาดฝัน และเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว การให้เด็กรู้เรื่องธุรกิจไม่ได้หมายความว่าต้องสอนให้เด็กทำธุรกิจ แต่หมายถึงการส่งเสริมให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการแก้ปัญหา รวมถึงทักษะทางด้านการบริหารทางด้านการเงิน (Financial Literacy) ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการประสบความสำเร็จในชีวิตและอาชีพในอนาคต เด็กที่รู้เรื่องธุรกิจจะสามารถมองเห็นโอกาส ปรับตัวได้ตามสถานการณ์ และยอมรับความล้มเหลวได้ในทิศทางบวก เพื่อพัฒนาตนเองไปอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อนึกถึงคำว่า “ผู้ประกอบการ” อาจจะนึกถึงคนที่มีความสามารถในการสร้างธุรกิจใหม่ แก้ปัญหาที่ยาก และนำเสนอไอเดียใหม่ๆ ให้กับโลก แต่ความจริงแล้วผู้ประกอบการไม่ได้เกิดขึ้นมาได้อย่างง่ายๆ แต่ต้องผ่านการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเป็นผู้ประกอบการ

หลักสูตร Entrepreneur for kid จะแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่ม คือ เด็กอายุ 8-12 ปี และ 13-17 ปี โดยจะเรียนทั้งหมด 6 Modules ได้แก่

1.             Idea Generation จุดประกายธุรกิจ ให้น้องๆ ได้เริ่มคิดถึงธุรกิจที่ตัวเองต้องการจะสร้างขึ้นมาว่ามีหน้าตาเป็นแบบใด

2.             Market Reseach ศึกษาความต้องการตลาดอย่างเป็นระบบ ความต้องการและ ลูกค้าที่ต้องการขาย

3.             Budgeting & Pricing บริหารต้นทุนและวางแผนการตั้งราคา

4.             Marketing & Sale วางแผนการตลาดและการขาย รวมถึงวิธีการนำเสนอขายสินค้า

5.             Risks & Finance บริหารจัดการความเสี่ยง และวางแผนการเงิน ให้น้องๆ ได้ประเมินและตัดสินใจเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ และผลที่จะตามมา

6.             Business Ethics & Growth วางแผนธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล และวางแผนการเติบโตของธุรกิจ

ทั้งนี้การเรียนการสอนที่ KidVentures Acadamy นั้นจะเน้นกิจกรรม (workshop) เป็นหลัก เพื่อให้น้องๆ ได้ลองคิดลองทำ ลองผิดลองถูก ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ถูกออกแบบเพื่อน้องๆ โดยเฉพาะ โดยในแต่ละกิจกรรมเด็กๆ จะสามารถค้นหาตัวตนและสามารถวิเคราะห์วางแผนการทำธุรกิจที่น้องๆ ได้คิดขึ้นระหว่างทำกิจกรรม และเด็กๆ ยังนำวิธีคิดเหล่านี้กลับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ท่านใดที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ https://kidventures.academy/ หรือทาง Facebook : https://www.facebook.com/KidVenturesAcademy/ และ LINE : @kidventures

“การที่เราสอนให้เด็กๆ มี Entrepreneurship Mindset จะทำให้เด็กๆ มองเห็นโอกาส และช่วยเปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นบทเรียน รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและสามารถปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับสถานการณ์ อีกทั้งยังสามารถวางแผนในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบ พร้อมกับวางแผนและเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยง จัดการเกี่ยวกับความเสี่ยงได้ และที่สำคัญคือการเปลี่ยนแนวคิดต่างๆ มาเป็นการกระทำได้อย่างเป็นระบบ“ ชัชวาล กล่าวสรุป

-(016)

มช.ร่วมกับสถาบันขงจื่อ สร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาบุคลากรขั้นสูงภาษาไทย-จีน และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758934

มช.ร่วมกับสถาบันขงจื่อ สร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาบุคลากรขั้นสูงภาษาไทย-จีน และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

มช.ร่วมกับสถาบันขงจื่อ สร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาบุคลากรขั้นสูงภาษาไทย-จีน และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.07 น.

วิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ( CAMT ) ร่วมกับสถาบันขงจื่อเล็งเห็นความสำคัญในการยกระดับการพัฒนาบุคลากรขั้นสูง โดยตั้งแต่ปี พ.ศ.2565 ได้ร่วมกันก่อตั้งหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีดิจิทัล (พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนไทย-จีน) โดยอาศัยเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยยูนนานนอร์มอล ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญในระดับอุดมศึกษาและวิสาหกิจจีน-ไทย ซึ่งโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากนักศึกษาและวิสาหกิจต่าง ๆ เป็นอย่างยิ่ง       จากการพัฒนาบุคลากรร่วมกันของทั้งสองประเทศสนับสนุนและสร้างโอกาสเข้าร่วมฝึกประสบการณ์วิชาชีพและโอกาสในการทำงานหลังจบการศึกษาด้วยทักษะของบัณฑิตที่มีความโดดเด่นสามารถสื่อสารได้ทั้งสองคือภาษาจีนและภาษาไทย มีความรู้เฉพาะทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน และทักษะการปฏิบัติงานเชิงดิจิทัลอย่างเชี่ยวชาญ

เพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาบุคลากรขั้นสูง วิทยาลัยศิลปะ สื่อและเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสถาบันขงจื่อ หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และกองทุนพิเศษแม่โขง-ล้านช้าง จึงได้กำหนดจัดการเสวนาสุดยอด “บุคลากรขั้นสูงภาษาจีน-ไทย+” ในความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การศึกษาและการวิจัย ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ การสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาบุคลากรขั้นสูงและตอบสนองความต้องการบุคลากร “ภาษาไทย-จีน +พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน” “Thailand-China CBEC” Workforce Development Forum เพื่อยกระดับการพัฒนาบุคลากรขั้นสูงทั้งสองประเทศ โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการในขอบเขตพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของประเทศจีนและประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กิตติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดงานในครั้งนี้ รวมถึงผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทพญ.วรกัญญา บูรณพัฒนา ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ Prof. Wang Deqiang  อธิการบดีมหาวิทยาลัยยูนนานนอร์มอล กล่าวสนับสนุนโครงการ ตลอดจนบริษัทชั้นนำที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน เข้าร่วมการเสวนาสุดยอดดังกล่าวเพื่อแบ่งปันข้อมูลและอภิปรายแบบโต๊ะกลมร่วมกัน ซึ่งการเสวนารูปแบบออนไซต์ และถ่ายทอดสดบนแพลตฟอร์มจีนและไทย บนแพลตฟอร์ม Facebook, Youtube และ Bilibili ในวันที่ 23 กันยายน 2566 เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ ห้องประชุม 201 สำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITSC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

อ.ดร.ดนัยธัญ พงษ์พัชราธรเทพ ผู้บริหารหลักสูตรการจัดการเทคโนโลยีดิจิทัล สาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดนของ CAMT เผยว่า การสร้างบุคลากรที่รู้ภาษาไทย-จีน และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคลากรสำคัญต่อการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ภาคเหนือที่มีความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์เพราะเป็นประตูการค้าทางบกที่สำคัญระหว่างจีนกับอาเซียน โดยมีการสนับสนุนเปิดกว้างทั้งทางด้านการค้าในรูปแบบเขตการค้าเสรีและการเชื่อมต่อด้านระบบโลจิสติกส์ระหว่างกัน ตลอดจนความสำคัญในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้จีนให้ความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือกับประเทศไทยในมิติต่างๆผ่านยุทธศาสตร์ “ความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” หรือ Belt Road Initiative (BRI) ซึ่งสอดรับกับยุทธศาสตร์ Northern Economic Corridor หรือ NEC ของประเทศไทยที่ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือผ่านการสร้างความร่วมมือทางการเศรษฐกิจ การค้า และโลจิสติกส์กับกลุ่มประเทศสมาชิกแม่โขง-ล้านช้างอันประกอบไปด้วย ไทย เมียนมาร์ กัมพูชา เวียดนาม ลาว และจีน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ภาคเหนือจาก “Land lock” สู่ “Land link” ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรในพื้นที่ให้มีทักษะด้านภาษา การค้า และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อรองรับกับโอกาสดังกล่าว

กิจกรรมเสวนาในวันนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอรูปแบบการสร้างบุคลากรด้านการค้าระหว่างประเทศที่มีทักษะเชิงดิจิทัลเพื่อการค้า และทักษะด้านภาษาไทย-จีน ของหลักสูตร DTM CBEC ของ CAMT รวมไปถึงการนำเสนอคุณลักษณะของบัณฑิตที่ทางบริษัทเอกชนทั้งที่เป็นบริษัทไทยและบริษัทจีนในประเทศไทยต้องการ เพื่อเป้าหมายการสร้างหลักสูตรที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ ทั้งในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้น หลักสูตรระดับ ปวช. ปวส.และอุดมศึกษาต่อไป

-(016)