สทนช.รุกบริหารจัดการน้ำ ลุ่มน้ำมูลตอนกลาง รับภาวะเอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758805

สทนช.รุกบริหารจัดการน้ำ ลุ่มน้ำมูลตอนกลาง รับภาวะเอลนีโญ

สทนช.รุกบริหารจัดการน้ำ ลุ่มน้ำมูลตอนกลาง รับภาวะเอลนีโญ

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.20 น.

สทนช.รุกบริหารจัดการน้ำ ลุ่มน้ำมูลตอนกลาง รับภาวะเอลนีโญ เร่งสร้างแก้มลิงในทุ่งกุลา ช่วยพื้นที่ 3 จังหวัด แก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างยั่งยืน

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ลงพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ และทะเลสาบทุ่งกุลา เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ และมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2566 ของจังหวัดสุรินทร์ พร้อมแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซาก ทั้งนี้พบว่า ในพื้นที่ลุ่มน้ำมูลตอนกลาง มี 3 ปัญหา คือน้ำท่วม น้ำแล้ง  และคุณภาพน้ำในบางพื้นที่ รวมไปถึง จังหวัดร้อยเอ็ด และมหาสารคาม บางส่วน  ในขณะเดียวกันได้พิจารณาแหล่งน้ำ ระบบประปา ที่ยังไม่ทั่วถึง ซึ่งทางสหประชาชาติหรือยูเอ็นได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสะอาด เพื่อการอุปโภคบริโภครวมไปถึง สาธารณูปโภคด้านการสุขาภิบาล โดยนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่งจากการที่ท่านได้ไปร่วมประชุมยูเอ็นที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นการสอดคล้องกับแผนการจัดการน้ำ 20 ปี โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางด้านน้ำซึ่งจะมีแหล่งน้ำเพิ่มเติม เพื่อเป็นน้ำต้นทุนในการรองรับพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง รวมถึงป้องกันอุทกภัย และที่สำคัญในพื้นที่ลุ่มริมน้ำมูล ที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมน้ำล้นตลิ่ง เวลามีน้ำหลากจึงต้องเร่งแก้ไขในเรื่องนี้ นอกจากนี้รวมถึงการฟื้นฟูอนุรักษ์ดูแลระบบนิเวศน์ ที่บางพื้นที่ยังมีปัญหาเรื่องป่าเสื่อมโทรมและบางลุ่มน้ำที่มีปัญหาคุณภาพน้ำบางช่วง ซึ่งต้องมีการดูแล นอกจากนี้จะมีระบบตรวจวัดระดับน้ำในการแจ้งเตือนภัยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบเวลาเกิดอุทกภัย เพื่ออพยพขึ้นที่สูงได้ทันที ซึ่งบริษัท ธารา คอนซัลแตนท์ จำกัด ได้มีการศึกษาแผนการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำมูลตอนกลาง รวมกับ สนทช.เพื่อแก้ปัญหาทั้งระบบ

ทั้งนี้ยอมรับว่า จังหวัดสุรินทร์มีปริมาณน้ำมาก ในบางพื้นที่ บางพื้นที่ก็มีปริมาณน้ำน้อย โดยเฉพาะทุ่งกุลา ที่มีปัญหาแหล่งเก็บกักน้ำน้อย และในลำน้ำมูลเวลามีน้ำหลากมามากๆ ก็ไม่มีที่เก็บเพียงพอทั้งนี้ในฤดูแล้งจึงงอาจมีปัญหา เรื่องของปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอได้ ดังนั้นในส่วนของ สทนช. จะดำเนินการในส่วนทุ่งกุลา จะดำเนินการในลักษณะ แก้มลิง ในลำน้ำพลับพลา ที่ไหลผ่านทุ่งกุลา และในพื้นที่ของทุ่งกุลาเองจะมีการขุดลอกคูคลองปรับปรุงให้ดีขึ้น รวมไปถึงการผันน้ำ  เชื่อมโยงลำน้ำมูลและลำน้ำพลับพลา เพื่อเก็บน้ำในฤดูแล้ง และลดปัญหาอุทกภัย 

เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการทะเลสาบทุ่งกุลา ต.ไพรเขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เป็นโครงการต้นแบบของการพัฒนาแก้มลิง ใช้สำหรับรองรับน้ำจากโครงการผันน้ำเพื่อการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำมูลตอนกลาง และการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ดอนและพื้นที่ห่างไกลแหล่งน้ำในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินการขุดลอกพื้นที่ทำเป็นแก้มลิงกักเก็บน้ำไว้ใช้แก้ปัญหาความแห้งแล้ง ตั้งแต่ปี 2550 โดยขุดพื้นที่กว่า 750 ไร่ จัดเป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยไร่นา สามารถเก็บกักน้ำได้ 1.9 แสน ลบ.ม. ปัจจุบันสามารถพัฒนาเป็นแหล่งรองรับน้ำเชื่อมโยงกับโครงการผันน้ำจากลุ่มน้ำมูลตอนกลางได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ชาวบ้านได้ประโยชน์จากการทำเกษตร ยังมีการพัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจำนวนมาก มีกิจกรรมทางน้ำไว้รองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาเป็นโครงการนิคมการเกษตรข้าวหอมมะลิอินทรีย์ จำหน่ายสินค้าทุ่งกุลาร้องไห้ นำรายได้เข้าชุมชนอีกทางหนึ่ง โดย สทนช.จะใช้โครงการทะเลสาบทุ่งกุลานี้เป็นต้นแบบนำไปขยายผลเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำมูลตอนกลาง พัฒนาศักยภาพพื้นที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เป็นแหล่งเก็บน้ำที่สำคัญของจังหวัด สุรินทร์ เพื่อเป็นแหล่งน้ำดิบอุปโภคบริโภค ผลิตน้ำประปาให้กับชุมชนเมือง ซึ่งเป็นการบริหารจัดการร่วมกันกับอ่างเก็บน้ำอำปึล ซึ่งก็มีปริมาณน้ำพอสมควร แต่ต้องไม่ประมาทกับสถานการณ์เอลนิโญไปอีก 2 ปี จึงต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างดี ไม่เฉพาะช่วงฤดูแล้งปีนี้อย่างเดียว แนวโน้มปริมาณฝนปีหน้าจะน้อย ดังนั้นจึงอยากขอประชาชน รณรงค์ การประหยัดน้ำ และทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างความรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจการบริหารน้ำรองรับเอลนิโญ จะไปถึงปี 67ด้วย

เลขาฯ สทนช. กล่าวถึงการเข้ารับมอบนโยบายจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า นายภูมิธรรม ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกกับการแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก โดยให้การบ้าน สทนช. ว่า 100 วันนี้ ต้องมีโครงการเร่งด่วนในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ดำเนินการให้แลวเสร็จ 100 วัน  ให้เป็นรูปธรรม เช่น การขุดลอกแหล่งน้ำ การกำจัดวัชพืช เพื่อลดการสูญเสียน้ำระดับหนึ่ง และการขับเคลื่อนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง การสร้างบ่อบาดาลเพิ่มเติม เพื่อนำน้ำมาใช้ ทั้งนี้ยังมีโครงการอื่นๆ ให้รัฐบาลพิจารณาส่งเสริม ที่สำคัญ ที่สทนช. ขอให้ประชาชนงดทำนาปรัง หรือนาปีต่อเนื่อง ได้มีการเสนอกับรัฐบาล และรองนายกฯ ว่าต้องมีอาชีพทางเลือกให้กับเกษตรกร

คณะผู้บริหาร ‘MONO NEXT’ร่วมแสดงความยินดี ‘รศ.ดร.พิชนี โพธารามิก’ ในโอกาสได้รับรางวัล’วิศวจุฬากิตติคุณอาวุโสดีเด่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759079

คณะผู้บริหาร 'MONO NEXT'ร่วมแสดงความยินดี 'รศ.ดร.พิชนี โพธารามิก' ในโอกาสได้รับรางวัล'วิศวจุฬากิตติคุณอาวุโสดีเด่น'

คณะผู้บริหาร ‘MONO NEXT’ร่วมแสดงความยินดี ‘รศ.ดร.พิชนี โพธารามิก’ ในโอกาสได้รับรางวัล’วิศวจุฬากิตติคุณอาวุโสดีเด่น’

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.39 น.

คุณปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน)พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คุณเบญจวรรณ รักวงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสำนักงานบริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน), คุณกัญญภัทร สุขสมาน ผู้อำนวยการหน่วยกลยุทธอีเวนต์และการตลาดออนไลน์ บริษัท โมโน ไซเบ้อร์ จำกัดเข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสรศ.ดร.พิชนี โพธารามิกประธานมูลนิธิดร.พิชนี โพธารามิก เพื่อเด็กและคนชรา ได้รับรางวัล “วิศวจุฬากิตติคุณอาวุโสดีเด่นครั้งที่ 9(พ.ศ.2566)” จากสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีพิธีเข้ารับรางวัลอย่างเป็นทางการในงานประกาศเกียรติคุณวิศวจุฬากิตติคุณอาวุโสดีเด่น ครั้งที่ 9 (พ.ศ.2566) และวิศวจุฬาดีเด่น ครั้งที่ 18 (พ.ศ.2566) ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อะ ลักซ์ชูรี คอลเลคชั่น โฮเทล เมื่อวันก่อน

AESLA จัดเวิร์กชอปเปิดตัว PICOSURE PRO ครั้งแรกในประเทศไทย! ยกระดับสู่อีกขั้นที่เหนือกว่าของเทคโนโลยี Picosecond Laser 755nm

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759078

AESLA จัดเวิร์กชอปเปิดตัว PICOSURE PRO ครั้งแรกในประเทศไทย! ยกระดับสู่อีกขั้นที่เหนือกว่าของเทคโนโลยี Picosecond Laser 755nm

AESLA จัดเวิร์กชอปเปิดตัว PICOSURE PRO ครั้งแรกในประเทศไทย! ยกระดับสู่อีกขั้นที่เหนือกว่าของเทคโนโลยี Picosecond Laser 755nm

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.35 น.

นับเป็นก้าวสำคัญของวงการความงามในประเทศไทย หลัง ‘AESLA’ ภายใต้การบริหารของ คุณวรุตม์ สุทธินันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสล่า จำกัด ได้จัดเวิร์กชอปนวัตกรรม Picosecond Laser 755nm. รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง “PICOSURE PRO” จากแบรนด์ Cynosure ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับในการรักษาปัญหาผิวจากเม็ดสีและรอยโรค ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาวงการเลเซอร์ด้านความงามของประเทศไทยในช่วงเวลาต่อจากนี้

AESLA ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์นิวัติ พลนิกร อาจารย์แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยกรรมเลเซอร์ผิวหนังและความงามระดับแนวหน้าของเอเชียมาเป็นผู้บรรยายการอบรมสำหรับการใช้ Picosecond Laser 755nm. ภายใต้ชื่องาน “ PICOSURE PRO FOCUS 2023 – CYNOSURE INVENTED THE WORLD’S 1ST 755NM PICOSECOND LASER, REVOLUTIONIZING THE AESTHETICS INDUSTRY.” ซึ่งจัดขึ้น ณ Dr.Niwat’s Skin and Laser Surgery Clinic, CYNOSURE LEARNING CENTER อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 18 กันยายน 2566 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์เชิงลึก รวมถึงผลการวิจัยจากการทดลองใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ชั้นนำระดับโลก PICOSURE® PRO เพื่อรักษารอยโรคทางผิวหนังของคนไทย และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพของแพทย์ผิวหนังให้เท่าทันกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในระดับสากลแบบสุด Exclusive เป็นที่แรกและครั้งแรกในประเทศไทย  

การจัดเวิร์กชอปในครั้งนี้ ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์นิวัติ พลนิกร ได้ทำการสาธิตเชิงปฏิบัติการใช้งานเครื่อง PICOSURE® PRO เพื่อรักษาปัญหาผิวจากเม็ดสีและรอยโรคของคนไข้ในลักษณะที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นรอยฝ้าจากวิถีการดำเนินชีวิตของคนไข้ในพื้นที่หัวหินซึ่งต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำ, รอยแดงและรอยแผลเป็นจากปัญหาสิวอักเสบ, ปัญหาเม็ดสีต่าง ๆ ของคนไทยทั้งในเรื่อง ฝ้า กระ และความหมองคล้ำบนใบหน้า ฯลฯ ซึ่งได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับบรรดาแพทย์กว่า 20 ท่าน ที่มาเข้าร่วมงานมากเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ทำให้ได้เปิดประสบการณ์ในการเวิร์กชอปกับเครื่องเลเซอร์ PICOSURE® PRO อย่างใกล้ชิด เพื่อที่แพทย์ผู้เข้าร่วมจะสามารถนำทฤษฎีและเทคนิคไปประยุกต์ใช้กับการรักษาคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ผลลัพธ์น่าพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

โดยภายในงาน ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์นิวัติ พลนิกร ได้กล่าวสรุปไว้ว่า “ในยุคนี้ถือว่าโชคดีมาก ๆ เพราะหลังจากผ่านช่วงเวลาของการทดลองใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในการรักษาผิว รวมถึงมีการวิจัยและศึกษาการใช้งานกับคนไข้มาเป็นอย่างดีแล้ว เหมือนเราได้นั่งไทม์แมชชีนมาเจอเทคโนโลยีดี ๆ ที่ได้มาตรฐานกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่า PICOSURE PRO คือหนึ่งในนั้นที่ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ยุคปัจจุบันที่ต้องการความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแก่คนไข้ ทั้งยังพัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อนให้สามารถปรับพลังงานได้อย่างยืดหยุ่นในแต่ละหัวที่ใช้งาน เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพเหมาะสมและรวดเร็วกว่า นอกจากนั้น 5mm Fixed handpiece ตัวใหม่ยังสามารถปล่อยพลังงานได้มากขึ้น พลังงานลงลึกได้มากกว่าเดิมก็จะปรับใช้ในการรักษารอยโรคทางผิวหนังได้หลากหลายขึ้นไปอีก”

“PICOSURE PRO” นวัตกรรม Picosecond Laser ที่มีความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร ซึ่งจำเพาะเจาะจงต่อการกำจัดเม็ดสีได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง เป็นความยาวคลื่นที่เหมาะสมที่สุดในการรักษารอยโรคเกี่ยวกับเม็ดสีต่าง ๆ เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ ปานโอตะ รวมถึงรอยสัก ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอยและรอยแผลเป็นจากสิว ทั้งยังช่วยลดขนาดรูขุมขน โดยไม่ก่อให้เกิดบาดแผล คนไข้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น เป็นเพียงเครื่องเดียวของโลกในปัจจุบันที่ผ่านมาตรฐานการรับรองจาก U.S.FDA ในเรื่องการรักษาเม็ดสี ฝ้า ปานโอตะ และปานโฮริ ได้อย่างครอบคลุมในตัวเดียว  

นอกจากนั้นด้วยการพัฒนาต่อยอดมาจาก PICOSURE ซึ่งเป็นต้นแบบ Picosecond Laser 755nm. เครื่องแรกในโลก “PICOSURE PRO” นวัตกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดยังถูกยกระดับอัปเกรดเทคโนโลยีมาอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในเรื่องของ 5mm Fixed handpiece ตัวใหม่ สามารถปล่อยพลังงานได้มากขึ้น พลังงานลงลึกได้มากกว่าเดิม, เปลี่ยน Focus lens array มาเป็น Platinum focus lens array ที่สามารถใช้งานในการรักษาได้มากขึ้นถึง 40%, โหมดใหม่อย่าง Turbo mode ทำให้ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วกว่า, การออกแบบโฉมใหม่ที่ดีไซน์มีความทันสมัยมากกว่าเดิม และที่สำคัญที่สุดคือ “New fluence feature” ที่ทำให้ PICOSURE PRO สามารถปรับพลังงานกับหัวยิงขนาดต่าง ๆได้อย่างยืดหยุ่น เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับผิวของแต่ละคน รักษาได้รวดเร็วและตอบโจทย์ได้หลากหลายปัญหามากยิ่งขึ้น จนเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังระดับโลก และทำให้ PICOSURE PRO กลายเป็นนวัตกรรม Picosecond Laser ตัวใหม่ที่ใคร ๆ ก็ต้องพูดถึงในเวลานี้

คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2024 TOD’S FABBRICA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759063

คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2024  TOD’S FABBRICA

คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2024 TOD’S FABBRICA

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.39 น.

TOD’S (ทอดส์) นำเสนอคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2024 ผ่านสถานที่ที่แสดงถึงวัฒนธรรมและงานฝีมือของชาวอิตาเลียน ณthe Laboratori Scala Ansaldowสตูดิโอโรงไม้ที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังฉากตกแต่งอันยิ่งใหญ่ของ the Teatro alla Scala เสมือนกับศิลปะจาก TOD’Sที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพและความยิ่งใหญ่ โดย TOD’S ร่วมเฉลิมฉลองคุณภาพเหนือชั้นของงานฝีมือที่Made in Italyซึ่งเป็นบรรทัดฐานของช่างฝีมือ และคุณค่าของแบรนด์ TOD’Sตลอดมา

Walter Chiapponiผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของTOD’Sได้สรรสร้างคอลเล็กชั่นที่สะท้อนถึงแนวคิด และวัฒนธรรมงานฝีมือของชาวอิตาเลียน เน้นย้ำถึงการตัดเย็บ และคุณภาพของวัสดุ โดยมีแรงบันดาลใจจากตู้เสื้อผ้าของผู้ชาย และจินตนาการถึงทัศนคติของผู้หญิงในยุค 1990 ที่มีความเรียบง่าย โดยเสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะมีความเรียบโก้ อ่อนโยน และนิ่มนวล เริ่มด้วยสไตล์ชุดสูทและ แจ็คเก็ตแบบไม่มีปกเสื้อที่เลือกใช้ผ้าที่มีความบางเบา,เสื้อคลุมที่มีเอกลักษณ์ของแบรนด์นำเสนอผ่านผ้าที่มีความโปร่ง และเน้นโทนสีอ่อน,เสื้อแจ็คเก็ตผ้าฝ้ายตกแต่งด้วยหนังสัตว์ และเสื้อแขนกิโมโนซึ่งเหมาะสำหรับการแมทช์ลุคหลากหลายสไตล์ รวมไปถึงการเลือกใช้ชุดสีโทนเดียวอย่างสีครีม, สีน้ำตาลอ่อน, สีน้ำตาลเข้ม และสีน้ำตาลแดง ทำให้หวนรำลึกถึงสีของเครื่องหนังอันมีเอกลักษณ์โดนเด่นของแบรนด์TOD’Sพร้อมเพิ่มเติมความน่าสนใจในคอลเล็กชั่นด้วยสีเขียวมะนาวในรูปลักษณ์ที่บางเบาของผ้าviscose, linen gauze, transparent cool wool และ ultrasoft nappaleather

นอกจากนี้ TOD’Sยังนำเสนอกระเป๋าหนังDi Bagอีกหนึ่งกระเป๋าที่ช่วยคอมพลีทลุคและเติมเต็มสไตล์ด้วยวัสดุคุณภาพจากหนังชิ้นเดียวไร้รอยต่อ, กระเป๋าT Timelessจากงานฝีมือการตัดเย็บหนังชั้นสูง, กระเป๋า TOD’S T-Boxคล้องด้วยสัญลักษณ์ตัว T ที่ทำจากโลหะ และกระเป๋าShopping bag หรือกระเป๋าผ้าที่แต่งด้วยหนังเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

สำหรับงานฝีมือการตัดเย็บรองเท้าหนังของชาวอิตาลีนั้นเปรียบเสมือนหัวใจหลักของแบรนด์TOD’Sรวมไปถึงการสืบค้นวัฒนธรรมและพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอเช่น รองเท้าผู้ชายที่มีสไตล์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ TOD’Sอย่างรองเท้า Moccasinรวมทั้งรองเท้าผู้หญิงอย่างGommino รองเท้าหนังส้นเตี้ยที่แสดงถึงความมินิมอลด้วยโทนสีอ่อนช่วยคอมพลีทคอลเล็กชั่นนี้ให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ตอกย้ำงานฝีมือที่Made in Italy ด้วยหนังคุณภาพสูงและเทคนิคการตัดเย็บที่ยอดเยี่ยม

LINE: @Todsthailand

www.tods.com

#TodsSS24

‘เต้ย จรินทร์พร’ร่วมงาน CRC Sports (ซี อาร์ ซี สปอร์ต)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759058

'เต้ย จรินทร์พร'ร่วมงาน CRC Sports (ซี อาร์ ซี สปอร์ต)

‘เต้ย จรินทร์พร’ร่วมงาน CRC Sports (ซี อาร์ ซี สปอร์ต)

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.34 น.

เมื่อเร็วๆนี้บริษัทซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด จัดงานเปิดตัวแบรนด์ “Columbia”และFlagship store อย่างยิ่งใหญ่ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์นำโดยคุณอเล็กซองด์ อัมเบล กรรมการผู้จัดการใหญ่  คุณอินทิรา ศิริผลสมสุข  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายบริหารสินค้า คุณวิยะดา บูรณะภากรณ์รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาดและคุณกัญญณัช เผ่าโนรี ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ Columbia (โคลัมเบีย) ประเทศไทยพร้อมด้วยนักแสดงชื่อดัง “เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ” ร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้ พร้อมชูจุดเด่นด้านนวัตกรรม owned- technologyที่ทางแบรนด์คิดค้นและผลิตขึ้นเอง ซึ่งการเปิด Flagship store ครั้งนี้  จะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น ซึ่งการมาครั้งนี้แบรนด์ Columbia ได้นำสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกกิจกรรมเอาต์ดอร์ทุกสภาพอากาศยาวนานตลอดทั้งปี มาให้แก่กลุ่มลูกค้าชาวไทย

คุณอเล็กซองด์ อัมเบลเปิดเผยถึงวัตถุประสงค์พร้อมกับเผยทิศทางธุรกิจในครั้งนี้ว่า  ปัจจุบันตลาดกลุ่มเอ้าท์ดอร์ในประเทศไทยมีการขยายตัวค่อนข้างสูง ทั้งการไป Camping, Hiking, Trail running หรือกิจกรรมทางน้ำกลางแจ้ง ดังนั้นเราจึงเล็งเห็นถึงโอกาสเติบโตของแบรนด์และพยายามผลักดันแบรนด์ Columbia ให้เป็นแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทย  ทั้งนี้ที่เราเลือกศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เนื่องจากที่นี่เป็นแลนด์มาร์กระดับโลก ที่ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกจะต้องมาเยือน ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของผู้คน ด้วยกลุ่มลูกค้ากว่า 60,000 คนต่อวัน

ซี อาร์ ซี สปอร์ต วางนโยบายบริหารร้านค้าปลีกของแบรนด์ Columbia ที่ครอบคลุมการขยายทั้งร้านค้าปลีกและในรูปแบบของอีคอมเมิร์ซ โดยปีนี้ ได้เปิด 4 สาขาใหม่ ได้แก่ สาขาพระราม 9 สาขาภูเก็ต สาขาเชียงใหม่ และ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมทั้งเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์บนเว็บไซต์ Supersports.co.th รวมถึง Lazada, Shopeeและ Central พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมและคอนเทนต์รีวิวสินค้าบนช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะช่วยสร้างความตื่นเต้นและเพิ่มการมีส่วนร่วมของกลุ่มลูกค้า

คุณอินทิรา ศิริผลสมสุขกล่าวเสริมถึง จุดเด่นของแบรนด์อยู่ที่ owned- technology เทคโนโลยีที่ทางแบรนด์คิดค้นและผลิตขึ้นเองและเป็นส่วนผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ ซึ่งเทคโนโลยีนี้สามารถปกป้องเราได้ในทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเสื้อกันหนาวที่สามารถกันหนาวได้ถึงอุณหภูมิติดลบ 25 องศา หรือเสื้อแขนยาวที่มีเทคโนโลยีป้องกัน UV ได้สูงถึง UPF 50 แถมยังระบายอากาศและเหงื่อได้เป็นอย่างดี โดยแบรนด์ Columbia มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Everyday Experts กลุ่ม Urban Actives และกลุ่ม Professional Elites 

Everyday Expertsเป็นกลุ่มที่มีความชำนาญและมองหาอุปกรณ์ที่มีคุณภาพแบบมืออาชีพสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง โดยแบรนด์ Columbiaพร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงพร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยี

Urban Activesกลุ่มคนเมืองที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์แอคทีฟ และชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งในเมือง ซึ่งแบรนด์ Columbia มีเครื่องแต่งกายที่มีสไตล์และใช้งานได้จริง เพื่อให้เหมาะกับความคล่องตัวกับกิจกรรมในเมือง 

Professional Elitesเป็นกลุ่มที่มองหาคุณภาพของสินค้า ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพที่เหนือกว่าและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จึงเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความความอ่อนไหวต่อราคาต่ำ และพวกเขาให้ความสำคัญกับฟังก์ชันที่โดดเด่นของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Columbia

โดยภายในงานมีไฮไลท์พิเศษเป็นกิจกรรมภายในงานที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วมกิจกรรมฐานในแต่ละฐาน โดยที่ผู้เล่นทุกฐานจะได้รับแผนที่สำหรับประทับตรา หลังจากได้เล่นเกมในแต่ละฐาน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Hiking with Facet 75กิจกรรม Rock climbing และกิจกรรม Camping Chicหลังจากทำภารกิจสำเร็จครบทุกฐานแล้ว ก็สามารถนำแผนที่ที่ประทับตราครบแล้วไปแลกรับส่วนลดพิเศษ สำหรับใช้ในการซื้อสินค้าที่ร้าน Columbia อีกด้วย สำหรับเซเลปที่ทางแบรนด์เชิญมาในงานครั้งนี้ คือ คุณเต้ย จรินทร์พร นอกจากความน่ารัก สดใส ของคุณเต้ยแล้ว เธอยังเป็นนักทำงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ร่วมก่อตั้งศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาประเทศไทย หรือ EEC Thailand โดยคุณเต้ยเชื่อว่าความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด ซึ่งทำให้เราเชื่อว่า คุณเต้ยเหมาะสมที่จะเป็นกระบอกเสียงของ แบรนด์ Columbia

โดยนอกจากความสนุกที่เกิดขึ้นภายในงานแล้ว ทุกท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์กิจกรรมเอาต์ดอร์จริงบนสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป พร้อมกับมีโอกาสได้ลองสวมใส่รองเท้าและเสื้อผ้าของแบรนด์อีกด้วย และนอกจากนี้สามารถติดตามข่าวสารของแบรนด์ได้ที่

Facebook: Columbia Sportswear (TH), Instagram: @ColumbiaThailand, LINE: @ColumbiaTH

#ColumbiaTH #TestedTough #ColumbiaCTW

CC DOUBLE O ชวนอัปดีกรีความคูลแบบขั้นสุด ไปกับคอนเซ็ปต์’URBAN SENSES’ตามสไตล์ ชีดี-กันต์ธีร์ และนารา เทพนุภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759051

CC DOUBLE O ชวนอัปดีกรีความคูลแบบขั้นสุด ไปกับคอนเซ็ปต์'URBAN SENSES'ตามสไตล์ ชีดี-กันต์ธีร์ และนารา เทพนุภา

CC DOUBLE O ชวนอัปดีกรีความคูลแบบขั้นสุด ไปกับคอนเซ็ปต์’URBAN SENSES’ตามสไตล์ ชีดี-กันต์ธีร์ และนารา เทพนุภา

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.26 น.

CC DOUBLE O (ซีซี ดับเบิลโอ)แบรนด์เสื้อผ้าสไตล์อเมริกันแคชชวลเปิดตัวคอลเลกชั่นโมโนแกรมสุดคูลใหม่ล่าสุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “URBAN SENSES”ที่จะให้ทุกคนสัมผัสกับสีสันและแรงดันดาลใจ สร้างความกล้าที่จะแตกต่างอย่างมั่นใจและเป็นตัวของตัวเองอย่างมีสไตล์ โดยในคอลเลกชั่นนี้ได้นำตัว C และตัว O ที่เป็นตัวอักษรของทางแบรนด์มานำเสนอกลิ่นอายในรูปแบบของลายโมโนแกรมสีน้ำเงิน-แดง-ขาว ที่โฉบเฉี่ยว เท่และทั้งดูสดใส

โดยความคูลของคอลเลกชั่นนี้ได้ 2แฟชั่นนิสต้าตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ซีดี-กันต์ธีร์ ปิติธัญ ศิลปินและนักแสดงอิสระผู้ที่มาพร้อมกับความเท่ และเสน่ห์น่าค้นหา แถมมีคาแรคเตอร์ที่เป็นของตัวเอง ควงคู่มากับนารา เทพนุภา นักแสดงสาวน่ารักสดใส ที่มาช่วยเพิ่มลุคคูลๆให้กับคอลเลกชั่นสุดพิเศษในครั้งนี้

ไฮไลท์สำหรับสาวๆ ในคอนเซ็ปต์นี้ คือไอเทมที่สามารถมิกซ์แอนท์แมทซ์โททัลลุคในสไตล์ของตัวเองในวันสบายๆใส่เป็น Matching set หรือแยกชิ้นแมทซ์กับยีนส์แม้แต่กางเกงสีพื้นก็ลงตัวกับหลากหลายไอเทม อาทิ Crop top ผ้าทอลาย, เสื้อเชิ้ตแขนสั้น ที่สามารถใส่ได้แบบ Co-ordinate set กับกางเกงกางยาวหรือจะจับคู่กับกางกางยีนส์ขาสั้นก็ลงตัว เสื้อแช็คเก็ต (Shacket)ที่ผสมผสานระหว่างเสื้อเชิ้ต (Shirt) กับแจ็คเกต (Jacket)น้ำหนักเบา สามารถหยิบมาใส่ในวันสบายๆ ได้เหมือนเสื้อเชิ้ตแถมท้ายด้วยโมโนแกรมเดนิ่มลุคที่จะทำให้โททัลลุคของสาวๆ ยังคงมีความสบายๆ แต่เท่และโฉบเฉี่ยวมากขึ้น

สำหรับคอลเลกชั่นสำหรับผู้ชายที่จะมาเพิ่มความเท่ในสไตล์สตรีทสุดคูลนี้ ผ่านการมิกซ์แอนท์แมทซ์ด้วยเสื้อเชิ้ตพิมพ์ลายโมโนแกรมที่ใส่สวมทับกับเสื้อยืดลายกราฟฟิกและกางเกงJogger  หรือจะเลือกเสื้อ Pullover มาใส่กับกางเกงยีนส์ทรง Baggy สุดฮิตปิดท้ายด้วยแว่นหรือหมวกซักใบเท่านี้ก็สามารถสร้างลุคเท่ๆ ในวันสบายๆได้ หรือจะมิกซ์แอนด์แมทซ์แบบโททัลลุคไปเที่ยววันหยุดได้แบบชิลล์ๆก็ดูโดดเด่นเกินใคร

อัปดีกรีความคูลไปกับคอลเลกชั่นโมโนแกรมในคอนเซ็ปต์ “URBAN SENSES”ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน CC DOUBLE O ทุกสาขาและช้อปออนไลน์ http://www.ccdoubleo.com

อัปเดตเทรนด์แฟชั่นล่าสุดของ “CC DOUBLE O” เพิ่มเติมได้ที่

Instagram: @cc_double_o

Facebook: http://www.facebook.com/ccdoubleo

LINE Official Account: @ccdoubleo

รู้จัก เข้าใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคร้ายแรงทางสมองใกล้ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758893

รู้จัก เข้าใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคร้ายแรงทางสมองใกล้ตัว

รู้จัก เข้าใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคร้ายแรงทางสมองใกล้ตัว

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.20 น.

วันที่ 21 กันยายน ของทุกปี ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันอัลไซเมอร์โลก โดยตั้งตามชื่อของจิตแพทย์ชาวเยอรมัน อาลอยส์ อัลไซเมอร์ (Alois Alzheimer) ผู้ค้นพบโรคนี้เป็นครั้งแรก เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและมีความเข้าใจต่อโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยและกระทบกับผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกนี้มากขึ้น โดยปัจจุบันก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรค เพียงทราบว่า โรคนี้ส่งผลให้เกิดการสูญเสียความจำ ความสามารถของสมองในด้านการคิดทีละน้อย จนในที่สุดอาจสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน

ศูนย์บริการการแพทย์ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า โรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะเสื่อมสภาพสมองที่เกิดความผิดปกติในความจำ ความคิด และพฤติกรรม ซึ่งเกิดจากการสะสมของโปรตีนที่ผิดปกติในสมอง ส่งผลให้การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทมีปัญหา และทำให้เกิดการตายของเซลล์ประสาทในที่สุด แม้สาเหตุที่แท้จริงของโรคอัลไซเมอร์ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจน แต่อายุ พันธุกรรม และปัจจัยด้านการดำเนินชีวิตอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคซึ่งอาการมักพัฒนาอย่างช้าๆ จนยกระดับไปถึงขั้นรุนแรง โดยอาการเด่นที่สุดคือการสูญเสียความจำ

นอกจากนี้ ยังมีอาการอื่นอีกที่อาจเป็นข้อสงสัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ อาทิ 1.การหลงลืมที่แตกต่างจากการหลงลืมในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีความถี่และความรุนแรงที่มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ถามหรือพูดซ้ำๆ การวางสิ่งของผิดที่ หลงทางแม้ว่าเป็นสถานที่ที่คุ้นเคย ลืมบทสนทนาหรือนัดหมาย นึกคำเรียกชื่อของสิ่งที่ต้องการพูดถึงไม่ออก หรือจนถึงขึ้นลืมชื่อสมาชิกในครอบครัว 2.การคิดและการใช้เหตุผลที่แย่ลงความสามารถในการจดจ่อหรือการคิดวิเคราะห์แย่ลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านตัวเลข เช่น อาจจ่ายเงินหรือทอนเงินผิดมากกว่าปกติ 3.การตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวันแย่ลง เช่น การแต่งกาย หรือการขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ 4.บุคลิกภาพและพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อาการที่พบได้ เช่น ภาวะซึมเศร้า การหลีกหนีจากสังคม อารมณ์แปรปรวน โมโหหงุดหงิดง่ายขาดการยับยั้งชั่งใจ หากมีอาการเหล่านี้ จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ซึ่งการตรวจพบโรคที่เร็วขึ้นจะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาที่ดีขึ้น และส่งผลดีกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและคนรอบข้าง

ปัจจัยเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ จากการศึกษาพบว่า มีหลายด้านและส่งผลแตกต่างกัน เช่น 1.อายุที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้โรคอัลไซเมอร์จะไม่ใช่ภาวะปกติในผู้สูงอายุ แต่ก็มีความเสี่ยงมากขึ้น โดยพบว่าในคนอายุ ٦٥ ถึง ٧٤ ปี อาจพบผู้ป่วยประมาณ ٤ รายต่อพันคน ขณะที่คนอายุ ٨٥ ปีขึ้นไป พบผู้ป่วยสูงถึง ٧٦ รายต่อพันคน 2.ประวัติครอบครัวและพันธุกรรม พบว่า หากบิดามารดาหรือพี่น้องเป็นโรคอัลไซเมอร์ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเช่นกัน 3.โรคประจำตัวบางชนิด พบว่า หากผู้ที่มีภาวะดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) จะมียีนผิดปกติที่อาจทำให้เกิดการสร้างโปรตีนที่พบในโรคอัลไซเมอร์และผู้ป่วยกลุ่มนี้ อาจพบโรคอัลไซเมอร์ได้เร็วกว่าประชากรทั่วไป ١٠ ถึง ٢٠ ปี 4.ประวัติการได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ พบว่าผู้ที่อายุมากกว่า ٥٠ ปี ที่มีประวัติสมองได้รับการกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ยิ่งความรุนแรงต่อสมองมากขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสื่ยงอื่นๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก การนอนหลับที่ไม่เป็นเวลา หรือผู้ที่เป็นโรคหัวใจ

การรับมือโรคอัลไซเมอร์นั้น โรคอัลไซเมอร์อาจทำให้ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดรู้สึกตกใจ เสียใจ หรือกังวลทั้งเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและคนใกล้ชิด การทำความเข้าใจและการวางแผนที่ดีจะสามารถช่วยรับมือกับโรคอัลไซเมอร์ได้ ซึ่งการรับมือในด้านสุขภาพอาจมุ่งเน้นการรับการตรวจติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างระบบการดำเนินชีวิตที่เป็นระเบียบแบบแผน การรักษาความสัมพันธ์ทางสังคม การมีกิจกรรมที่กระตุ้นการคิดเชิงบวก และการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย

นอกจากนี้ ผู้ที่ดูแลผู้ป่วยควรให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองทั้งในด้านร่างกายและจิตใจเช่นกัน ส่วนการรับมือด้านการเงินก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากโรคอัลไซเมอร์อาจส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถหารายได้ได้เท่าเดิมและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาและการดำรงชีวิตประจำวันที่สูงขึ้นและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ดังนั้น การวางแผนรับมือด้านการเงิน เช่น การมีความคุ้มครองโรคร้ายแรงที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และครอบคลุมถึงโรคที่เกิดขึ้นมากกับผู้สูงอายุ อย่างอัลไซเมอร์ จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินได้เช่นกัน

โรคไขมันพอกตับ ใกล้ตัวกว่าที่คิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758892

โรคไขมันพอกตับ ใกล้ตัวกว่าที่คิด

โรคไขมันพอกตับ ใกล้ตัวกว่าที่คิด

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.10 น.

โรคไขมันพอกตับ ถือเป็นโรคที่มีความสำคัญ และใกล้ตัวมาก เพราะพบได้บ่อย และมีแนวโน้มจะพบมากขึ้นเรื่อยๆ ตามวิถีชีวิตปัจจุบันที่มีแนวโน้มจะออกกำลังลดลง และทานอาหารประเภทที่ก่อให้เกิดความอ้วนมากขึ้น โดยมีงานวิจัยประมาณการว่าในปัจจุบันมีคนไทยเป็นโรคนี้มากกว่า 10 ล้านคน โดยในระยะแรก ผู้มีไขมันพอกตับมักไม่มีอาการ บางรายอาจมีอาการจุกแน่นชายโครงด้านขวา การตรวจเลือดอาจพบหรือไม่พบการอักเสบของตับก็ได้ และเมื่อระยะเวลาผ่านไป การดำเนินโรคอาจรุนแรงขึ้น เกิดการอักเสบอย่างเรื้อรังของเซลล์ตับ ทำให้เซลล์ตับเสียหาย ตับทำงานได้น้อยลง เกิดพังผืดมาแทน จนเป็นโรคตับแข็ง ตับวาย และมะเร็งตับตามมาได้

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคไขมันพอกตับ คือ ความอ้วนหรือลงพุง และโรคทางเมตาบอลิกต่างๆ เช่น เบาหวานไขมันในเลือดผิดปกติ และความดันโลหิตสูง ซึ่งภาวะเหล่านี้มักจะมีความผิดปกติของระบบเผาผลาญของร่างกายร่วมด้วย และจะทำให้พลังงานส่วนเกินของร่างกาย ไม่ว่าจะในรูปแบบของไขมัน แป้ง หรือน้ำตาล เปลี่ยนแปลงเป็นไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ขนาดเล็ก และมาสะสมของไขมันในเซลล์ตับได้ ซึ่งในผู้ป่วยบางรายก็จะเกิดตับอักเสบเรื้อรังตามมา การวินิจฉัยโรคไขมันพอกตับโดยทั่วไป สามารถทำได้โดยการตรวจอัลตราซาวนด์ตับ กรณีที่มีไขมันพอก จะพบว่าตับมีสีขาวมากขึ้นกว่าปกติ

นอกจากการตรวจอัลตราซาวนด์แล้ว เราอาจสามารถวัดปริมาณไขมันในตับได้โดยเครื่องไฟโบรสแกน หรือเครื่องเอกซเรย์แม่เหล็กไฟฟ้าได้อีกด้วย ซึ่งวิธีเหล่านี้สามารถทำได้อย่างปลอดภัย ไม่เจ็บปวด และจะบอกปริมาณของไขมันในตับได้ละเอียดขึ้นเป็นตัวเลขที่ชัดเจน และยังสามารถวัดความยืดหยุ่น หรือปริมาณพังพืดในตับได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่นการวัดค่า การตรวจวัดปริมาณพังพืดจากไฟโบรสแกนได้มากกว่า 8 kPa คือเริ่มมีพังผืดในตับแล้ว หรือมากกว่า 12 kPa คืออาจเริ่มมีตับแข็งแล้วเป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันยังไม่มียาในการรักษาโรคไขมันพอกตับให้หายขาด การรักษาที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยลดไขมัน และลดการอักเสบในตับคือการลดน้ำหนัก โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน โดยแนะนำลดน้ำหนักลงอย่างน้อยร้อยละ 7-10 จากน้ำหนักเดิม หรือทำให้ดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติน้อยกว่า 25 โดยการลดอาหาร ร่วมกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างสม่ำเสมอ (อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) โดยหลักการควบคุมอาหาร คือ ควรลดการทานอาหารมันและแป้งให้น้อยที่สุด หลีกเลี่ยงอาหารทอดหรือผัด (พยายามทำอาหารโดยการต้ม ลวกหรือนึ่ง) หลีกเลี่ยงการทานอาหารผลไม้และเครื่องดื่มรสหวาน เช่น น้ำอัดลม ชาหรือกาแฟเย็น (ที่เติมน้ำตาลหรือนม) หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ทานอาหารช่วงดึก โดยคนอายุน้อยอาจใช้วิธี intermittent fasting (IF) 16/8 เพื่อช่วยลดน้ำหนักในช่วงแรกก็ได้ ทั้งนี้การลดน้ำหนักนอกจากจะช่วยให้ตับดีขึ้นแล้ว ยังจะช่วยทำให้โรคทางเมตาบอลิกอื่นๆ ที่พบร่วมดีขึ้นด้วย เช่น การควบคุมระดับน้ำตาล ระดับไขมัน และความดันโลหิต

ยาที่มีผลการวิจัยพบว่าสามารถลดการสะสมของไขมันและการอักเสบของตับ ได้แก่ วิตามินอี ซึ่งออกฤทธิ์ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ และยารักษาโรคเบาหวาน ได้แก่ ไพโอกลิทาโซน และ เซมากลูไทด์ อย่างไรก็ตามควรเลือกใช้ยารักษาโรคไขมันพอกตับ มีทั้งประโยชน์และโทษ ควรเลือกใช้เฉพาะรายที่เหมาะสมภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากงานวิจัยคุณภาพสูงในมนุษย์ว่าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอื่นๆ จะมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคไขมันพอกตับ

รศ.(พิเศษ) นพ.เฉลิมรัฐ บัญชรเทวกุล

งานโรคระบบทางเดินอาหาร กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ฟูจิฟิล์มเดินหน้าแคมเปญยุติวัณโรคด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ล้ำสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758894

ฟูจิฟิล์มเดินหน้าแคมเปญยุติวัณโรคด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ล้ำสมัย

ฟูจิฟิล์มเดินหน้าแคมเปญยุติวัณโรคด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ล้ำสมัย

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มร.โซ มารูโอะ

กลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์ม จับมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั่วโลก เพื่อเร่งยุติการแพร่ระบาดของวัณโรคด้วยการมุ่งเน้นโครงการตรวจคัดกรองการติดเชื้อ ล่าสุด บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้าน One Stop, Total Healthcare Solution เปิดตัววีดีโอ “Efforts to End Tuberculosis” สะท้อนให้เห็นถึงพยายามของฟูจิฟิล์มในการร่วมมือกับประเทศทั่วโลกเพื่อยุติวัณโรค แม้แต่ในประเทศไทย ฟูจิฟิล์มก็ได้ผนึกกำลังกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเห็นถึงความสำคัญของการยุติวัณโรคเช่นกัน ซึ่งวีดีโอดังกล่าวนับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรที่ไม่หยุดยั้งพัฒนานวัตกรรมเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง

วัณโรค เป็นภัยสุขภาพร้ายแรงโดยเป็นหนึ่งในสามโรคติดต่อที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก ทุกๆ ปี มีผู้ป่วยวัณโรคมากกว่า 10 ล้านคน และเสียชีวิตมากกว่า 1.5 ล้านคน จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่าทุกๆ วัน จะมีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคเกือบ 4,400 ราย และติดเชื้อกว่า 30,000 รายซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับโรคที่สามารถป้องกันและรักษาได้ ทั้งนี้ เกือบ 90% ของผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาและราวครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อในพื้นที่เหล่านี้ ไม่สามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการรักษาอย่างเหมาะสม

ด้วยเหตุนี้ ฟูจิฟิล์ม จึงมุ่งมั่นยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติในการยุติวัณโรคภายในปีค.ศ. 2030 ด้วยการนำเสนออุปกรณ์เอกซเรย์แบบพกพาขนาดกะทัดรัดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจคัดกรองวัณโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและเข้าถึงยาก

มร.โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟูจิฟิล์ม ก้าวสู่ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1936 ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ฟิล์มเอกซเรย์ที่เป็นที่ยอมรับจากวงการแพทย์ทั่วโลก เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสุขภาวะที่ดีแก่คนทั่วโลก และพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และสุขภาพให้ครอบคลุมอย่างระบบจัดเก็บภาพและข้อมูลทางการแพทย์ PACS (Picture Archiving Communication System) รวมถึงเทคโนโลยี MRI และ CT Scan มาเสริมทัพให้โซลูชั่นการวินิจฉัยทางการแพทย์ของฟูจิฟิล์มครบวงจรมากยิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเครื่องมือเหล่านี้ได้ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ขั้นสูง ก็ยิ่งยกระดับการตรวจวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้นเป้าหมายหลักของเราคือการยกระดับด้านการแพทย์และสุขภาพให้สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในการยุติวัณโรคภายในปี ค.ศ. 2030 เราจึงเร่งเดินหน้าต่อสู้กับวัณโรค โดยมุ่งเน้นที่การตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ ผ่านนวัตกรรมอันล้ำสมัยของเรา”

อย่างไรก็ตาม การตรวจพบการติดเชื้อตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เป็นหัวใจสำคัญของการยุติการแพร่ระบาดของวัณโรคตามแผน SDGs ภายในปีค.ศ. 2030 โดยเครื่องเอกซเรย์ FDR Xair ของฟูจิฟิล์ม ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยบรรลุเป้าหมายนี้ด้วยขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา และทำงานได้ด้วยแบตเตอรี่ในตัว ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถทำการตรวจคัดกรองวัณโรคในพื้นที่ห่างไกลได้ ฟูจิฟิล์ม ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนเพื่อดำเนินโครงการตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในการใช้ระบบเอกซเรย์เพื่อตรวจคัดกรองวัณโรคและขยายการคัดกรองวัณโรคในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

สำหรับในประเทศไทย ฟูจิฟิล์มมีแผนเชิงคุณค่าแห่งความยั่งยืน 2030 (SVP2030) และหนึ่งในเป้าหมายหลักคือการยกระดับมาตรฐานทางการแพทย์และสุขภาพเพื่อสุขภาวะที่ดีขึ้นของคนไทยทั่วประเทศ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย ร่วมมือกับพันธมิตร มูลนิธิ และสถานพยาบาลเพื่อเสริมแกร่งบริการสาธารณสุข โดยใช้โซลูชั่นทางการแพทย์ขั้นสูงที่ปรับให้เหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่างๆ ตั้งแต่โรงพยาบาลในเมืองไปจนถึงสถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล

“นับตั้งแต่ที่บริษัทก่อตั้งขึ้นที่ประเทศไทยในปีค.ศ.1989 ฟูจิฟิล์มประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจในวงการแพทย์ ในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ฟูจิฟิล์มมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคมของประเทศไทย โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ ที่ไม่ใช่แค่สร้างผลกระทบต่อตัวบุคคล แต่ยังสร้างผลเสียต่อสังคมในวงกว้าง เพื่อช่วยให้คนใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการตรวจคัดกรองวัณโรค เพื่อให้สอดคล้องกับแผน SVP2030 ของเรา โดยเรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ๆ คืนกลับสู่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับสุขภาวะของคนไทยให้ดีขึ้นเทียบเท่าระดับสากล” มร.มารูโอะ กล่าว

ทั้งนี้ สามารถรับชมวีดีโอ “Efforts to End Tuberculosis” ได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=Dg٠E٠Fo٥DVw

ชุดเครื่องเอกซเรย์พกพา

ชุดเครื่องเอกซเรย์พกพา

ระบบจัดเก็บข้อมูลและรับส่งภาพทางการแพทย์ Synapse PACS

ระบบจัดเก็บข้อมูลและรับส่งภาพทางการแพทย์ Synapse PACS

กรมพัฒน์ มอบตรา‘Thai SELECT’ให้ร้านอาหารไทย รอนักชิมพิสูจน์ความอร่อยที่แฝงถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/758907

กรมพัฒน์ มอบตรา‘Thai SELECT’ให้ร้านอาหารไทย  รอนักชิมพิสูจน์ความอร่อยที่แฝงถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น

กรมพัฒน์ มอบตรา‘Thai SELECT’ให้ร้านอาหารไทย รอนักชิมพิสูจน์ความอร่อยที่แฝงถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดพิธีมอบประกาศเกียรติคุณตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2566 เป็นปีที่ 6 โดยปีนี้มีร้านอาหารไทยทั่วประเทศผ่านการคัดเลือกจำนวน 140 ร้าน ซึ่งได้รับประกาศเกียรติคุณตราสัญลักษณ์ Thai SELECT พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์มากมายที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตและเป็นที่รู้จักแก่นักชิมอย่างกว้างขวางพร้อมสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้นักท่องเที่ยว

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีมอบประกาศเกียรติคุณตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ประจำปี 2566 ที่ผ่านมา ว่า กรมขอแสดงความยินดีกับร้านอาหารที่ผ่านการพิจารณาตามหลักเกณฑ์เพื่อรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพร้านอาหารให้มีมาตรฐาน และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการว่าจะได้สัมผัสรสชาติอาหารไทยแท้ การใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นที่ดี ร้านสะอาดถูกสุขอนามัยมีบรรยากาศที่ดีสะท้อนวัฒนธรรมความเป็นไทยที่โดดเด่นรวมถึงได้รับการบริการแบบมืออาชีพทั้งนี้ ได้ร่วมกับพันธมิตรอย่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฝ่ายครัวการบินไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี วิทยาลัยดุสิตธานี สมาคมเชฟประเทศไทย และ แม็คโคร โฮเรก้าอคาเดมี ให้เกียรติเป็นคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมคัดเลือกและลงพื้นที่ให้คำปรึกษากับร้านอาหารด้วย

“ในปี 2566 มีร้านอาหารไทยจากทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือก จำนวน 355 ร้าน และในจำนวนนี้ผ่านการคัดเลือกตามเกณฑ์มาตรฐาน Thai SELECTจำนวน 140 ร้าน แบ่งเป็น Thai SELECT SIGNATURE 5 ร้าน, Thai SELECT UNIQUE 4 ร้าน และ Thai SELECT CLASSIC 131 ร้าน ซึ่งร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์ฯจะได้รับประกาศเกียรติคุณตราสัญลักษณ์ Thai SELECTสิทธิประโยชน์ต่างๆ ด้านการส่งเสริมการตลาด และประชาสัมพันธ์ร้านอาหาร Thai SELECT ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างภายใต้แคมเปญ “ชวน ฟิน กิน Thai SELECT” ที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารให้มีโอกาสสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ

นอกจากกิจกรรมมอบตราสัญลักษณ์เชิดชูเกียรติที่เกิดขึ้นในวันนี้ ยังมีการออกร้านจาก 10 ร้านอาหารไทยที่ได้รับ Thai SELECT ในปีนี้ด้วย อาทิ ร้านเรือนนพเก้า ร้าน North Restaurant,ร้านกะช่องฮิลล์, ร้านคำปอย เป็นต้น สำหรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จะมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่ได้รับ และมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าร้านอาหารมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมหรือไม่รักษาคุณภาพก็จะถูกเพิกถอนตราสัญลักษณ์ทันทีเพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพและความน่าเชื่อถือ ปัจจุบัน มีร้านอาหารที่รักษามาตรฐานและได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ตั้งแต่ปี 2561-2566 จำนวนทั้งสิ้น 370 ร้านทั่วประเทศ”

ทั้งนี้ ปี 2566 กรมมุ่งหวังให้ร้านอาหาร Thai SELECT เป็น Soft Power ที่คนทั่วโลกอยากเดินทางมาลิ้มลองรสชาติด้วยตนเอง เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ดังไกลไปทั่วโลก สำหรับร้านอาหารที่สนใจยกระดับคุณภาพร้านอาหารตามเกณฑ์มาตรฐานและได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT สามารถติดตามข่าวสารการรับสมัครได้ทาง Facebook fanpage : Thaiselectthailand และเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 02-5475954