RSV ไวรัสวายร้าย ปกป้องลูกน้อยได้อย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757197

RSV ไวรัสวายร้าย ปกป้องลูกน้อยได้อย่างไร

RSV ไวรัสวายร้าย ปกป้องลูกน้อยได้อย่างไร

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.15 น.

ความกังวลของคนเป็นพ่อแม่ในช่วงการแพร่ระบาดของ RSV ไวรัสวายร้าย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงจนร่างกายของลูกน้อยมิอาจรับมือได้ ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงมีอยู่ ฉะนั้นคุณแม่และคุณพ่อจึงต้องใส่ใจดูแลลูกน้อยให้มากเป็นพิเศษ

แพทย์หญิงสิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา ศูนย์สุขภาพเด็ก (Children’s Health Center) โรงพยาบาลนวเวช ได้อธิบายเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจในเด็ก (RSV) พร้อมรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับไวรัส RSV เพื่อจะได้นำไปสังเกตอาการและแนวทางป้องกันรักษาได้อย่างทันท่วงที

RSV (Respiratory Syncytial Virus) เชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจในเด็ก หรือเชื้อไวรัส RSV เป็นเชื้อที่ติดต่อสู่กันได้ง่ายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กสู่เด็กด้วยกัน สามารถติดต่อกันผ่านสารคัดหลั่ง น้ำมูก น้ำลาย ผ่านการไอ จาม และสัมผัสกันโดยตรง อาการเริ่มแรกเหมือนไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล และจะหายได้ภายใน 5-7 วัน แต่อาการมีได้หลากหลายและมีความรุนแรงที่ต่างกัน เด็กบางคนมีอาการมากกว่าไข้หวัด คือ คออักเสบ จะมีอาการเจ็บคอ ไอมีเสมหะ กล่องเสียงอักเสบ จะมีอาการเสียงแหบ ไอเสียงก้องหลอดลม/หลอดลมฝอยอักเสบ/ปอดบวม ไอแบบมีเสมหะร่วมด้วยไอมากจนอาเจียน อาจมีหายใจเร็ว แรง หายใจลำบาก หรือหายใจแบบมีเสียงวี้ด (wheezing) ได้ในรายที่มีอาการหนัก

การรักษา มีดังนี้ 1.การรักษาอาการทั่วไป ให้สารน้ำทางเส้นเลือดดำให้ออกซิเจน ช่วยดูดระบายเสมหะ 2.การรักษาแบบเฉพาะที่ พ่นยาขยายหลอดลม พ่นน้ำเกลือเข้มข้นชนิดพิเศษ เพื่อลดภาวะหลอดลมเกร็ง หายใจมีเสียงวี้ด 3.การใช้ยา Montelukastมีส่วนช่วยในการลดความรุนแรงในช่วงแรกของการหายใจหอบเหนื่อยแบบมีเสียงวี้ด และให้ใช้ยาต่อเนื่องเพื่อลดการกลับเป็นซ้ำ

การป้องกัน ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ดังนั้นจึงเน้นการป้องกันโดยการเพิ่มภูมิต้านทานธรรมชาติ โดยเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัด รวมทั้งใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง และล้างมือบ่อยๆ

เนื่องจากเชื้อไวรัส RSV เป็นโรคติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจในเด็ก ซึ่งสามารถติดเชื้อไวรัสซ้ำได้อีกแม้จะเคยติดเชื้อไวรัสดังกล่าวมาก่อนแล้ว สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับเป็นแนวทางให้กับผู้ปกครองทุกท่านได้นำไปปฏิบัติต่อเด็กๆ ได้แก่ การใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง และล้างมือบ่อยๆ อยู่เสมอทั้งผู้ปกครองและเด็ก รวมทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กๆ ทำให้ร่างกายแข็งแรง

และในปัจจุบัน พบว่ามีอาการแทรกซ้อนของการติดเชื้อในโพรงจมูกเรื้อรัง รวมถึง ภาวะการนอนกรนจากการโตของต่อมอะดรีนอยด์อักเสบเพิ่มมากขึ้น ตามหลังการติดเชื้อ RSV นี้ด้วย ผู้ปกครองควรสังเกตอาการต่อเนื่อง และพาบุตรหลาน ติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องด้วย เช่นกัน

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์

มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ชวนชมคอนเสิร์ตการกุศล Charity Happy Melody Concert #6789 เพื่อการแพทย์ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757241

มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ชวนชมคอนเสิร์ตการกุศล  Charity Happy Melody Concert #6789 เพื่อการแพทย์ไทย

มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ชวนชมคอนเสิร์ตการกุศล Charity Happy Melody Concert #6789 เพื่อการแพทย์ไทย

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สงกรานต์ อิสสระ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ลาวัลย์ กันชาติ, รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ

มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมพันธมิตรจิตอาสา จัดคอนเสิร์ตการกุศล “แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี” เพื่อหารายได้สนับสนุนด้านการศึกษา ค้นคว้างานวิจัยของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ที่เป็นแหล่งความรู้ด้านการแพทย์ตลอดจนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสาธารณสุขในระดับประเทศ และสนับสนุนให้การรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ห้องประชุม 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ในโอกาสนี้ รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ประธานมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ พร้อมด้วย รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ และ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ กรรมการ มูลนิธิฯ และ ลาวัลย์ กันชาติ ประธานกรรมการ บริษัท เจ เอส แอลโกลบอล มีเดีย จำกัด ร่วมให้รายละเอียดการจัดคอนเสิร์ตการกุศล โดยมี กรรมการมูลนิธิฯ อาทิ ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ, ศ.กิตติคุณ พญ.คุณหญิง กอบจิตต์ ลิมปพะยอม และ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมงาน เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุม 1201 ชั้น 12 โซนบี อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

รศ.นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ กล่าวว่า มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา การอบรม การค้นคว้าวิจัยและการสวัสดิการ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการรักษาพยาบาลของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งมูลนิธิฯ ได้รับอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย ให้จดทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณกุศล เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2525

“การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นเสมือนของขวัญที่มูลนิธิฯ อยากจะตอบแทนผู้มีจิตศรัทธาที่ได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์เพื่อสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิฯ เพื่อการสนับสนุนส่งเสริมบุคลากรทางการแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก คุณสงกรานต์ อิสสระ ที่เป็นภาคเอกชนและเป็นกรรมการมูลนิธิฯ รวมถึง คุณลาวัลย์ กันชาติ ที่เป็นมืออาชีพมาช่วยดูแลด้านการจัดคอนเสิร์ต”

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยเป็นองค์กรที่มีการทำงานประสานกันโดยมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน คือ การเป็นสถาบันต้นแบบทางการแพทย์ที่มีคุณธรรม และสร้างมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ ในปัจจุบันนี้องค์ความรู้ต่างๆ ทางด้านการแพทย์มีการพัฒนาไปอย่างมาก การนำเอาองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วมาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยอย่างเหมาะสม และการพัฒนาหาความรู้ใหม่ๆ ผ่านการวิจัยทางการแพทย์เพื่อนำความรู้ที่ได้มาช่วยในการดูแลผู้ป่วย เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย นอกจากนี้ต้องมีการถ่ายทอดความรู้ และทักษะเหล่านี้ไปยังนิสิตแพทย์ แพทย์ทั่วไป แพทย์เฉพาะทางและบุคลากรทางการแพทย์ในทุกส่วนเพื่อให้เกิดการทำงานเป็นทีม และมีการยกระดับมาตรฐานของการดูแลผู้ป่วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องใช้งบประมาณสนับสนุน เพื่อมาร่วมกันพัฒนาการให้การรักษาพยาบาล การวิจัยและการเรียนการสอน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาการแพทย์ไทยไปสู่มาตรฐานระดับนานาชาติ

สงกรานต์ อิสสระ กล่าวว่าสำหรับการจัดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของมูลนิธิ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ที่ได้จัดขึ้นโดยเราได้รับความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารและคณะกรรมการมูลนิธิทุกๆ ท่าน คณะทำงาน และที่สำคัญเราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีเยี่ยมจาก JSL ที่อาสามาช่วยดูแลและเป็นผู้สร้างสรรค์งานคอนเสิร์ตที่จะมีขึ้นในครั้งนี้ ให้มีความยิ่งใหญ่และสร้างความประทับใจให้กับผู้มาร่วมชมคอนเสิร์ตทุกท่าน

นางลาวัลย์ กันชาติ ผู้รับผิดชอบการจัดคอนเสิร์ต กล่าวว่า คอนเสิร์ตการกุศล “แพทย์จุฬาฯ Charity Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี” เป็นการรวมตัวของนักร้องคุณภาพของวงการเพลงเมืองไทยตั้งแต่ยุค 60-90 ซึ่งทุกคนล้วนมาร่วมงานนี้ด้วยจิตอันเป็นกุศลไม่คิดค่าตัว รวมไปถึงน้องๆศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันคณะแพทย์ จุฬาฯรวมถึงศิลปินที่เป็นศิษย์เก่าจุฬาฯ อีกหลายท่าน ที่จะมอบเสียงเพลงอันไพเราะกับบทเพลงและดนตรีในยุค 60 70 80 90 ภายใต้การดูแลของโปรดิวเซอร์คนเก่ง พิไลวรรณ บุญล้น ศิษย์เก่าอักษร จุฬาฯ เชื่อมั่นว่าจะเป็นคอนเสิร์ตที่แข็งแรง และมอบความสุขให้ผู้ชมได้อย่างเต็มอิ่ม คุ้มค่าประทับใจ

คอนเสิร์ตการกุศล “แพทย์จุฬาฯ Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี” ให้ทุกท่านที่เข้าชมคอนเสิร์ตและได้เพลิดเพลินและสนุกสนานไปกับบทเพลง และดนตรีในยุค 60 70 80 90 จากนักร้องและศิลปินระดับแนวหน้าของเมืองไทยนำโดย นันทิดา แก้วบัวสาย, สุชาติ ชวางกูร, ผุสชา โทณะวณิก, ศรัณย่าส่งเสริมสวัสดิ์, ปราการ ไรวา, กิตตินันท์ชินสำราญ, พิเชษฐ์ บัวขำ, ภาสกร รุ่งเรืองเดชาภัทร์, ป้อม ออโตบาห์, วสุ แสงสิงแก้ว, สุทธิพงษ์ วัฒนจัง, สุนทร สุจริตฉันท์, เกียรติศักดิ์ อุดมนาค และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี รวมทั้งนิสิตเก่า นิสิต บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 ณ ห้องประชุม 1210 ชั้น 12อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมชมคอนเสิร์ตการกุศล “แพทย์จุฬาฯ Happy Melody Concert #6789 ทศวรรษแห่งดนตรี” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โทร.02-2564180 หรือ งานประชาสัมพันธ์และจัดหารายได้ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โทร.02-2564183 (วัน-เวลาราชการ)หรือประสงค์บริจาคตามกำลังศรัทธาเพื่อสมทบทุนมูลนิธิคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์เลขที่ 045-202069-8 และธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 913-703908-8

ศ.กิตติคุณ พญ.คุณหญิงกอบจิตต์ ลิมปพะยอม และรศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์

ศ.กิตติคุณ พญ.คุณหญิงกอบจิตต์ ลิมปพะยอม และรศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์, พิไลวรรณ บุญล้น และศิลปินที่จะขึ้นเวทีคอนเสิร์ต

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์, พิไลวรรณ บุญล้น และศิลปินที่จะขึ้นเวทีคอนเสิร์ต

มินิโชว์จาก เปรม-ฉัตรนนท์, มิลลี่-อภิสรา และ สปาย-ภาสกรณ์

มินิโชว์จาก เปรม-ฉัตรนนท์, มิลลี่-อภิสรา และ สปาย-ภาสกรณ์

‘ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก’ผลักดันศิลปินหน้าใหม่สู่วงการศิลปะ เตรียมประกาศผลรางวัล‘Italthai Portrait Prize 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757242

‘ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก’ผลักดันศิลปินหน้าใหม่สู่วงการศิลปะ  เตรียมประกาศผลรางวัล‘Italthai Portrait Prize 2023’

‘ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก’ผลักดันศิลปินหน้าใหม่สู่วงการศิลปะ เตรียมประกาศผลรางวัล‘Italthai Portrait Prize 2023’

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ลินดา เชง กรรมการผู้จัดการ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ผู้ปลุกความคูลของอาคารริมน้ำ River City Bangkok ร่วมกับ กลุ่มอิตัลไทยผู้สนับสนุน จัดงานประกาศผลรางวัล “Italthai Portrait Prize 2023” การประกวดวาดภาพพอร์ตเทรตระดับนานาชาติประจำปี 2566ในวันที่ 28 กันยายน 2566 นี้ ที่ River City Bangkok หลังเปิดเวทีให้ศิลปินรุ่นใหม่ผู้หลงรักในศิลปะได้โชว์ฝีมือรังสรรค์ผลงานที่เป็นตัวเอง ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 3 หลังจากปีที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับจากศิลปินและคนรักศิลปะอย่างล้นหลาม ปีนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 300 ผลงาน เตรียมพร้อมผลักดันศิลปินรุ่นใหม่ให้ก้าวเข้าสู่วงการศิลปะระดับประเทศและนานาชาติอย่างเต็มที่

ลินดา เชง กรรมการผู้จัดการริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก กล่าวว่า กลุ่มบริษัทอิตัลไทย และ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อกภูมิใจนำเสนอ Italthai Portrait Prize 2023 การประกวดภาพพอร์ตเทรตระดับประเทศประจำปี 2566 กับการกลับมาอีกครั้งหลังจากประสบความสำเร็จในการจัดแสดงนิทรรศการและการผลักดันสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ให้มีโอกาสในการแสดงความสามารถมากขึ้นในสองปีที่ผ่านมา โดยเวทีการแข่งขันประกวดภาพวาดพอร์ตเทรตนี้จะเปิดโอกาสให้ศิลปินทุกเพศทุกวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติผู้พำนักในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นศิลปินมืออาชีพหรือผู้มีใจรักด้านศิลปะ รวมไปถึงนักเรียนนักศึกษา ให้ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฟ้นหาศิลปินผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถและความฝันไปกับเรา

ทั้งนี้ การประกวดทั้งหมดมี4 รางวัลด้วยกัน รางวัลแรกจะถูกตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งจะคัดเลือกผู้ชนะเลิศจากการประกวดด้วยรางวัล Portrait Prize พร้อมเงินมูลค่า 500,000 บาท ต่อมาคือรางวัล Packing Room Prize มูลค่า 200,000 บาท ซึ่งจะถูกคัดเลือกโดยฝ่ายนิทรรศการของ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก รางวัลที่สามหรือ People’s Choice Prize มูลค่า 100,000 บาท จะถูกเลือกจากคะแนนโหวตของผู้เข้าชมนิทรรศการในการแสดงผลงานของผู้ที่เข้ารอบสุดท้าย และรางวัลพิเศษที่ถูกเพิ่มเข้ามาในปีนี้คือรางวัล Youth Prize มูลค่า 100,000 บาทจะถูกมอบให้กับศิลปินที่มีอายุไม่เกิน 16 ปี

“เราหวังว่าการประกวดภาพพอร์ตเทรตนี้จะผลักดันและสร้างขวัญกำลังใจให้กับศิลปินรุ่นที่มีฝีมือให้มีโอกาสก้าวเข้าสู่วงการศิลปะระดับประเทศและแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงโอกาสที่จะได้รับทุนการศึกษา ได้รับการว่าจ้างให้สร้างสรรค์ผลงาน เป็นที่รู้จัก และได้เริ่มค้นอาชีพการเป็นศิลปินอย่างแท้จริง” ลินดา เชง กล่าวทิ้งท้าย

สมาคมส่งเสริมลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศเปิดตัวแคมเปญในไทย รณรงค์การเคารพลิขสิทธิ์ คือการสนับสนุนศิลปินที่ดีที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757196

สมาคมส่งเสริมลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศเปิดตัวแคมเปญในไทย รณรงค์การเคารพลิขสิทธิ์ คือการสนับสนุนศิลปินที่ดีที่สุด

สมาคมส่งเสริมลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศเปิดตัวแคมเปญในไทย รณรงค์การเคารพลิขสิทธิ์ คือการสนับสนุนศิลปินที่ดีที่สุด

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โช ฮันคิว นายกสมาคมส่งเสริมลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ

สมาคมส่งเสริมลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ (COA) โดย นายโช ฮันคิว นายกสมาคม ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “ดูคอนเทนต์ถูกใจแบบถูกลิขสิทธิ์ เพื่อสนับสนุนทรัพย์สินทางปัญญา” หรือ “The Best Support Campaign” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อบ่มเพาะวัฒนธรรมการดูคอนเทนต์อย่างมีความรับผิดชอบ โดยแคมเปญดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นี้ โดยเริ่มจากสมาชิกของสมาคมและนักเรียนไทยในเกาหลี และอินฟลูเอนเซอร์ในไทย

คำขวัญของการรณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ รวมถึงประเทศไทยคือ “เคารพลิขสิทธิ์คือการสนับสนุนศิลปินที่ดีที่สุด” หรือ “Respecting Copyright is the Best Support” เพื่อตอกย้ำใจความสำคัญว่าการดูคอนเทนต์อย่างมีความรับผิดชอบและถูกกฎหมาย คือการสนับสนุนผู้สร้างสรรค์ผลงานและตัวศิลปินที่ดีที่สุด

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมกับแคมเปญนี้ได้ด้วยการเข้าไปที่แอคเคาท์อินสตาแกรมของสมาคมฯ (@coa_K.content) หรือเฟซบุ๊ก แล้วถ่ายเซลฟี่หรือวีดีโอคลิปโดยใช้ฟิลเตอร์ของแคมเปญแล้วโพสต์ลงอินสตาแกรมหรือเฟซบุ๊กพร้อมกับแคปชั่นสนับสนุนการรณรงค์ครั้งนี้ พร้อมแฮชแท็กของแคมเปญ สำหรับผู้เข้าร่วมแคมเปญที่มีผลงานสร้างสรรค์โดดเด่นในแต่ละเดือนจะได้รับรางวัลพิเศษจากทางสมาคมฯ

ในวันแรกของการเปิดตัวแคมเปญทางสมาคมฯ และนักเรียนไทยในเกาหลีได้ประเดิมโพสต์ข้อความสนับสนุนการดูคอนเทนต์แบบถูกลิขสิทธิ์ สำหรับในประเทศไทยนักธุรกิจหญิง ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ และนักแสดงสาว วาว-พราวภิชณ์ษา สุทธนากาญจน์ ได้โพสต์ร่วมสนับสนุนการรณรงค์เช่นกัน

นายโช ฮันคิว นายกสมาคมส่งเสริมลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ (COA) กล่าวว่า “ประเทศไทยมีแฟนๆ ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ เว็บตูนและคอนเทนต์เกาหลีอยู่มากมาย และผมต้องการมีส่วนร่วมสร้างวัฒนธรรมการดูคอนเทนต์อย่างมีความรับผิดชอบกับแฟนๆ ชาวไทยที่ชื่นชอบคอนเทนต์จากเกาหลีด้วยการบอกต่อสารสำคัญว่าการเคารพลิขสิทธิ์คือการสนับสนุนที่ดีที่สุดต่อศิลปินที่เรารัก”

สมาคมส่งเสริมลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศ เป็นองค์กรเอกชนที่ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ.2560 เพื่อส่งเสริมการจัดจำหน่ายผลงานจากเกาหลีอย่างถูกกฎหมาย และมีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์ โดยมีสมาชิกได้แก่ กาเกา เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (Kakao Entertainment) เอสบีเอส (SBS) เจทีบีซี (JTBC) เอ็มบีซี (MBC) เคบีเอส (KBS) เล่อจวิน (Lezhin) นาเวอร์ เว็บตูน (Naver Webtoon) และอื่นๆ

นักเรียนไทยในเกาหลี ชวนคนไทยร่วมแคมเปญ

นักเรียนไทยในเกาหลี ชวนคนไทยร่วมแคมเปญ

วาว-พราวภิชณ์ษา สุทธนากาญจน์ ร่วมรณรงค์

วาว-พราวภิชณ์ษา สุทธนากาญจน์ ร่วมรณรงค์

คริสปี้ ครีม ยกขบวนความอร่อยรสละมุน ‘Krispy Kreme x Lotus Biscoff’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757211

คริสปี้ ครีม ยกขบวนความอร่อยรสละมุน ‘Krispy Kreme x Lotus Biscoff’

คริสปี้ ครีม ยกขบวนความอร่อยรสละมุน ‘Krispy Kreme x Lotus Biscoff’

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก ยกขบวนความอร่อยรสละมุนของ “คริสปี้ครีม x โลตัส บิสคอฟ โดนัท” การจับคู่คอลแลปส์ความต่างแต่ลงตัวระหว่างโดนัทเนื้อนุ่มขวัญใจคริสปี้ครีม เลิฟเวอร์ กับความหอม อร่อยของขนมบิสกิต โลตัส บิสคอฟ ให้ลิ้มลองกันถึง 3 สไตล์ เริ่มที่ “บิสคอฟ คุกกี้ บัตเตอร์ ไอซ์” ความนุ่มของโดนัทที่เคลือบด้วยบิฟคอฟ สเปรด เนื้อเนียน แค่เห็นก็อดใจไม่ไหว ตามด้วย “บิสคอฟ คุกกี้บัตเตอร์ครีม ฟิลด์” จัดเต็มเอาใจแฟนคลับบิสคอฟให้ฟินแบบสุดๆ กับโดนัทสอดไส้บิสคอฟครีมรสกลมกล่อมแบบเน้นๆ เคลือบบิสคอฟ สเปรด พร้อมตกแต่งด้วยครัมเบิ้ลและดาร์คช็อกโกแลตปิดท้ายขบวนกับ “บิสคอฟ คุกกี้ บัตเตอร์ ชีสเค้ก”ดับเบิ้ลความละมุนของทั้งบิสคอฟ สเปรดที่เคลือบด้านบนกับครีมชีส พร้อมโรยบิสคอฟครัมเบิ้ล เพิ่มความกรุบกรอบให้เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้ อร่อยกรุบกรอบพร้อมหอมละมุนเกินต้านกับ “คริสปี้ ครีม x โลตัส บิสคอฟ โดนัท” ในราคาเพียงชิ้นละ35 บาท หรือจะซื้อแบบเซ็ตที่มาพร้อมกล่องลายลิมิเต็ด ทั้งแบบแพ็ก 3 ในราคา 105 บาท (บิสคอฟโดนัท 3 ชิ้น) หรือจัดเต็มกับแบบเซต ในราคาเพียง296 บาท (ออริจินัล เกลซ 6 ชิ้น, แอสซอร์ทเตท3 ชิ้น และบิสคอฟ โดนัท 3 ชิ้น) ตั้งแต่วันนี้จนถึง 15 ตุลาคม 2566 (ราคาดังกล่าว ยกเว้น สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง)

นอกจากนี้ คริสปี้ ครีม เสกความอร่อยให้ลงตัวด้วยเมนูใหม่ “COOKIES EVER WISH! PERFECT TOGETHER” ให้ลองกันแบบจัดเต็มถึง 3 เมนู ไม่ว่าจะเป็น “ช็อกโกแลต คุกกี้ โอเวอร์โหลด” เมนูปั่นที่จับคู่ความลงตัวของช็อกโกแลตและชีสเค้ก ท็อปด้วยวิปครีม และบิสกิตโกโก้ข้าวพองกรุบกรอบ หรือจะเป็น “ช็อกโกแลต บัตเตอร์ เฟรปเป้” ช็อกโกแลตปั่นผสานกลิ่นหอมๆ ของบัตเตอร์สก็อต ราดซอสช็อกโกแลตซอสเข้มข้น ด้านบนวิปครีม และปิดท้ายกับเมนูเอาใจคอฟฟี่เลิฟเวอร์

“คุกกี้ บัตเตอร์ คาราเมล ลาเต้” คาราเมลลาเต้ปั่นรสนุ่มละมุน มาพร้อมวิปครีมเนื้อนุ่ม ตกแต่งด้วยโลตัส บิสคอฟ ชิ้นโต มาลิ้มลองความอร่อยของเมนูนี้ได้ในราคาแก้วละ125 บาท (ขนาด 12 ออนซ์) พร้อมรับสิทธิ์สุดพิเศษเมื่อซื้อเครื่องดื่ม KRISPY KREME COOKIES EVER WISH! PERFECT TOGETHER เมนูใดก็ได้ 1 แก้ว รับโดนัท คริสปี้ ครีม ออริจินัลเกลซ 2 ชิ้น ทันทีตั้งแต่วันนี้-15 ตุลาคม 2566 ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ ยกเว้น คาร์ท, ฟู้ดทรัค และ บ็อกซ์ช้อป) ติดตามความเคลื่อนไหวของคริสปี้ ครีม โดนัทสุดโปรดของคุณได้ที่ www.krispykreme.co.th หรือ www.facebook.com/krispykremethailandfanpage หรือ #Krispykremethailand

วว. คว้ารางวัลเลิศรัฐ บริการภาครัฐระดับดี ประเภทพัฒนาการบริการ จาก ก.พ.ร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757210

วว. คว้ารางวัลเลิศรัฐ บริการภาครัฐระดับดี ประเภทพัฒนาการบริการ จาก ก.พ.ร.

วว. คว้ารางวัลเลิศรัฐ บริการภาครัฐระดับดี ประเภทพัฒนาการบริการ จาก ก.พ.ร.

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2566 จัดโดย คณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) ในการนี้ ไมตรี อินทสุต กรรมการ ก.พ.ร. มอบรางวัล “บริการภาครัฐระดับดี ประเภทพัฒนาการบริการ” จากผลงาน “การเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพนานาชาติ” ให้แก่ ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะผู้แทนวว.ซึ่งผลงานดังกล่าวมุ่งการมีส่วนร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล มีความปลอดภัย เพิ่มศักยภาพให้ผู้ประกอบการทั้งการผลิตและการส่งออก โดยไม่ต้องส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบต่างประเทศลดระยะเวลา ค่าใช้จ่าย ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทางการแพทย์ในประเทศไทย มีผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล รวมผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินการจำนวน 470.43 ล้านบาททั้งนี้ ก.พ.ร. มอบรางวัลเลิศรัฐให้แก่หน่วยงานที่มุ่งเน้นการพัฒนาความเป็นเลิศด้านบริการภาครัฐ ส่งเสริมการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐยกระดับมาตรฐานให้เทียบเท่าสากล ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐและมุ่งเข้าสู่องค์การที่เป็นเลิศ ณ ห้อง Grand Diamond Ballroom ชั้น 2 อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวถึงผลงานที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า กลุ่มงานบริการอุตสาหกรรม วว. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการโดยมุ่งการมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากลและมีความปลอดภัย เพิ่มศักยภาพให้กับผู้ประกอบการทั้งการผลิตและการส่งออก โดยไม่จำเป็นต้องส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบยังต่างประเทศ ช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่าย ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทางการแพทย์ในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล ช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สำหรับจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระดับนานาประเทศ ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพนานาชาติต่อไปอย่างยั่งยืน โดย วว. จะเพิ่มการพัฒนาและต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ขั้นสูง เช่น ชิ้นส่วนด้านทันตกรรมเหล็กยึดตรึงกระดูกและข้อต่อเข่าเทียม เป็นต้น รองรับการออกมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการวิเคราะห์/ทดสอบ/สอบเทียบ สำหรับผลิตภัณฑ์ขั้นสูงได้ต่อไปในอนาคต

ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว. กล่าวว่า ผลผลิตจากการดำเนินการ ประกอบด้วย ประสบผลสำเร็จในการพัฒนาระบบห้องปฏิบัติการวิเคราะห์/ทดสอบ/สอบเทียบ ที่สามารถรายงานผลการวิเคราะห์/ทดสอบ/สอบเทียบ เพื่อรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากล, ให้บริการวิเคราะห์/ทดสอบ/สอบเทียบ จำนวน 3,215 รายการ จากผลิตภัณฑ์จำนวน 39 ผลิตภัณฑ์ ส่วนผลลัพธ์จากการดำเนินการ มีดังนี้ ผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทางการแพทย์ในประเทศไทยที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยไม่ต้องส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบยังต่างประเทศจำนวน 39 ผลิตภัณฑ์ ช่วยลดระยะเวลาการวิเคราะห์/ทดสอบ/สอบเทียบได้ร้อยละ 88.9 และลดระยะเวลาการวิเคราะห์ฯ ลงโดยรวมจาก 8-9 เดือน คงเหลือ 1 เดือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์/ทดสอบ/สอบเทียบได้เฉลี่ยร้อยละ 90.0 และช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้เฉลี่ยร้อยละ 5.8 ต่อชิ้นและลดต้นทุนได้เฉลี่ยร้อยละ 80.6

นอกจากผลผลิตและผลลัพธ์ดังกล่าวแล้ว ยังส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อผู้ประกอบการที่ได้รับบริการหรือมีการนำผลงานวิจัยและพัฒนาของ วว. ไปใช้ประโยชน์ ในการใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านเครื่องมือแพทย์ คือ ต้นทุนลดลงเฉลี่ย 40.3 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 80.6 สามารถลงทุนเพิ่ม 39.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 118.7มีรายได้เพิ่มขึ้น 382.2 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 1,465.1 และมีกำไรเพิ่ม 1.52 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 72.4 นอกจากนี้ ประชากรในประเทศไทยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากการตรวจรักษาและป้องกันโรค ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ประชากรจากต่างประเทศในทุกภูมิภาคทั่วโลกมีความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมทางการแพทย์ของไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพนานาชาติ มีความเชื่อมั่นในการรักษาสุขภาพด้วยระบบการแพทย์ไทย ดังนั้นจากการเพิ่มของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมการแพทย์ในประเทศ จะช่วยเพิ่มการจ้างงานในระบบและเพิ่มแรงงานเข้าสู่ระบบประกันสังคม ทำให้ประชากรที่มีความมั่นคงในรายได้มีจำนวนมากขึ้น กล่าวคือ รายได้เพิ่ม 1.07 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 968.3 ลดค่าใช้จ่ายได้ 5.0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.9 รวมผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการดำเนินผลงาน “การเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ให้เป็นศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพนานาชาติ” เป็นจำนวน 470.43 ล้านบาท

แรงบันดาลใจจากเทือกเขาแอลป์ สู่คอลเลคชั่นเครื่องประดับชั้นสูง Le Grand Tour

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757213

แรงบันดาลใจจากเทือกเขาแอลป์ สู่คอลเลคชั่นเครื่องประดับชั้นสูง Le Grand Tour

แรงบันดาลใจจากเทือกเขาแอลป์ สู่คอลเลคชั่นเครื่องประดับชั้นสูง Le Grand Tour

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Van Cleef & Arpels เผยโฉมคอลเลคชั่นไฮไลท์ประจำปี 2023 แรงบันดาลใจจากเทือกเขาแอลป์ สู่คอลเลคชั่นเครื่องประดับชั้นสูง Le Grand Tour ที่ได้นำเอาแรงบันดาลใจจากการเดินทางผ่านเมืองแห่งประวัติศาสตร์มาสร้างสรรค์เครื่องประดับอันเลอค่ากว่า 70 ชิ้น

จากทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงามของทะเลสาบ ท้องฟ้า และเทือกเขาแห่งแอลป์ ทั้งสีฟ้าของทะเลสาบที่แผ่ไพศาลอยู่ระหว่างริมฝั่งสีเขียวหลากเฉดอันมีฉากหลังเป็นเทือกเขาตั้งตระหง่านเสียดฟ้า Van Cleef & Arpels ได้นำเอาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอันงดงามเกินจินตนาการมาถ่ายทอดและรังสรรค์เครื่องประดับในคอลเลคชั่นนี้ได้อย่างสวยงาม

สร้อยคอ “ราชินีแห่งภูเขา” หรือ Regina montium (เรชินา มอนติยุม) สมญานามที่ใช้ยกย่องความอลังการของยอด “ริจิ” แห่งเทือกเขาแอลป์ เสมือนพรรณนาถึงทัศนียภาพตระการตาของเทือกเขาหิมะ ซึ่งได้รวมเอาคู่รัตนชาติสะกดสายตาอย่างทัวร์มาลีนสีเขียวอมน้ำเงินเจียระไนทรงเหลี่ยมหมอน (สี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมมน) น้ำหนัก 16.26 กะรัต มาประดับอยู่กลางด้านหน้าตัวเรือนของสร้อยคออยู่เหนือทัวร์มาลีนเฉดสีเดียวกันเจียระไนทรงวงรีน้ำหนัก 27.70 บนโมทีฟรูปทรงกรวยแหลมเหมือนยอดเขา ซึ่งเป็นจี้ที่สามารถปลดออกได้ ความกลมกลืนทางเฉดสีของรัตนชาติทั้งสองตำแหน่งยิ่งทวีความโดดเด่นอยู่ท่ามกลางประกายระยิบระยับของเพชรสลับสีทั้งสีฟ้า, น้ำเงิน, และม่วงของไพลินต่างโทน

นอกจากนี้ ยังมีเข็มกลัด “ดอกเอเดลไวส์” หรือ Étoile des glaciers (เอตวล เดส์ กลาซิเอรส์) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากดอกเอเดลไวส์ ดอกไม้ป่าสัญลักษณ์แห่งเทือกเขาแอลป์และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่กำลังผลิบานอยู่บนเทือกเขาสูง เพื่อจำลองในทุกแง่มุมความงดงามของดอกไม้สายพันธุ์หายาก ที่มีกลีบรูปทรงเรียวแหลมเหมือนแฉกดาวจนได้รับขนานนามให้เป็น “หมู่ดาวแห่งธารน้ำแข็ง” ประดับตกแต่งด้วยเพชรสีเหลืองตัดสีกับไพลินสีน้ำเงินที่สะท้อนประกายอันงดงามจากหลากหน้าตัดและเหลี่ยมมุมเพชรเจียระไนหลายรูปแบบ

คุณแหน : 18 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757240

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย เป็นประธานมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบ 4 ปีของมูลนิธิเพื่อการศึกษาสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย พร้อมให้โอวาทแก่นิสิตนักศึกษาที่ได้รับทุนในปีนี้ 28 คน โดยมี ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ให้การต้อนรับ…

ll พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน แม้ว่าเป็นภริยานายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ยังไปตรวจคนไข้เหมือนเดิมเพราะเป็นงานที่รัก ได้ช่วยคนให้มีสุขภาพแข็งแรงและชะลอวัย ส่วนงานสนับสนุนท่านนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน “คุณหมออ้อม” ตั้งใจช่วยงานเต็มกำลังเกินร้อย…

ll ขอเเสดงความยินดีกับ ณัชฐานันท์ รูปขจร จบ ป.โท รัฐศาสตร์ จากจุฬาฯ แล้วเมื่อ 31 ส.ค…ทั้งๆ ที่การงานหน้าที่รับผิดชอบมากมาย ..ตอนแรกเริ่ม เรียนแบบงงๆ แต่มาเร่งทำเกรดช่วงท้ายๆ เรียนดีแบบผิดหูผิดตา ด้วยความอัธยาศัยไมตรีดีเยี่ยมของน้องแป้ง จึงได้รับน้ำใจจากเพื่อนหญิงที่เรียนด้วยกันช่วยติววิชาโหดๆ ให้…

ll สวด แดน (ธนสิทธิ์) วงศ์ประศาสตร์ อดีตสถาปนิกคนดัง วัดธาตุทอง ศาลา สิทธิสยามการ (ศาลา 4) ถึง 18 ก.ย.เวลา 18.30 น. …ฌาปนกิจ 19 ก.ย.17.00 น. เมรุหน้า…

ll ยินดีกับ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ที่ EXIM BANK ได้รับรางวัล “องค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี 2566 ระดับดีเด่นประเภทองค์กรรัฐวิสาหกิจ” จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม…

ll ณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ได้เป็น รักษาการผู้ว่าการ กฟผ. จนกว่าจะมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 16 ต่อไป…

ll ศาลาเฉลิมกรุง เชิญชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยชุด “ศิลป์ไทย” จัดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ วันละ 3 รอบ รอบ 13.00 น.,14.30 น. และ 16.00 น. รอบละ 25 บาท โปรโมชั่นพิเศษราคา 100 บาท สำหรับคนไทย เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีชมฟรี ที่สอบถาม 02-2258757…

ll คริสปี้ครีม คอลแลปส์กับโลตัส บิสคอฟ โดนัท มี 3 สไตล์ บิสคอฟ คุกกี้ บัตเตอร์ ไอซ์, บิสคอฟ คุกกี้ บัตเตอร์ครีม ฟิลด์ และ บิสคอฟ คุกกี้ บัตเตอร์ ชีสเค้กชิ้นละ 35 บาท 7 ก.ย.-15 ต.ค.ที่ร้านคริสปี้ครีม กว่า 50 สาขา ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง http://www.krispykreme.co.th…

ll ศุภชัย สุทธิพงศ์ชัย ประธานรุ่น ตอ.28 เชิญชวนเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันไปพบปะสังสรรค์กันที่โรงแรม Swissotel ถนนรัชดาภิเษก 1 ต.ค. ตั้งแต่ 10.00-14.30 น. มีพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้เพื่อนร่วมรุ่นที่ล่วงลับไปแล้วด้วย…

ll สวด รัชนี จิวาภรณ์คุปต์ มารดา อรุณพงศ์ จิวาภรณ์คุปต์ ศาลา 4 วัดธรรมบูชา อ.เมือง สุราษฎร์ธานี 17-22 ก.ย. 19.30 น. 23 ก.ย เคลื่อนศพสู่สุสานแต้จิ๋ว…

ll ไพบูลย์  ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการมูลนิธิดำรงชัยธรรม จัดพิธีทำบุญ ครบรอบ 25 ปี มูลนิธิฯ พร้อมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ของมูลนิธิฯ 22 ก.ย. 10.30 น. ห้องออดิทอเรียม อาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เพลส…ll

คุณแหน

‘พรลไดน์ ศรีวะรมย์’ ชวนไปหยิบหมอก กอดขุนเขา ที่ แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757215

‘พรลไดน์ ศรีวะรมย์’ ชวนไปหยิบหมอก กอดขุนเขา ที่ แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท

‘พรลไดน์ ศรีวะรมย์’ ชวนไปหยิบหมอก กอดขุนเขา ที่ แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แทบไม่น่าเชื่อว่า พรลไดน์ ศรีวะรมย์ ผู้บริหารสาวสวยแห่ง แกรนด์ กกกอดเขาค้อ รีสอร์ท (Grand KokKod Khaokho Resort) จะเป็นคุณแม่ยังสาวที่ต้องดูแลลูกๆ ถึง 5 คน และยังต้องบริหารธุรกิจรีสอร์ทหรู ตกแต่งสไตล์ Loft แห่งแรกบนเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ถูกกล่าวขานถึงความโรแมนติกที่คุณสามารถดื่มด่ำทะเลหมอกจากห้องพัก หรือชมพระอาทิตย์ตกดินบน Roof top Bar & Restaurant บนความสูง 888 เมตรจากระดับน้ำทะเล และยังมี Skywalk พื้นใสแห่งแรกและแห่งเดียวในเขาค้อ มองเห็นทิวทัศน์ได้แบบ 360 องศา รวมถึงพูลวิลล่าส่วนตัวแนบชิดธรรมชาติทั้งไอหมอกและขุนเขา

พรลไดน์ ศรีวะรมย์ รองประธาน แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท (Grand KokKod Khaokho Resort) เล่าว่า เธอและสามี (ศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์) ตกหลุมรักเขาค้อ ด้วยบรรยากาศของทะเลหมอกและขุนเขา ทำให้ตัดสินใจสร้างรีสอร์ทระดับ 5 ดาวแห่งแรกบนเขาค้อ บนพื้นที่ 7 ไร่ในคอนเซ็ปต์ โมเดิร์นลอฟท์ ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ซึ่งเธอและสามีแทบจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในระหว่างก่อสร้างนานถึง 5 ปี และต้องผ่านการแก้ปัญหานานัปการกว่าที่แกรนด์ กกกอด เขาค้อ รีสอร์ท จะหรูหราได้ดั่งใจ

“ด้วยความอยากรู้ว่า ทำไมคนที่อาศัยอยู่บนเขาค้อถึงอายุยืน พอมาถึงจึงรู้ว่าด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ตลอดทั้งปีมีทะเลหมอกและขุนเขาที่สวยงามไม่แพ้สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ว่าจะมาฤดูไหนอากาศก็เย็นสบาย ทำให้เราทั้งคู่ตัดสินใจมองหาที่ดินเพื่อสร้างรีสอร์ท และอยากให้เป็นรีสอร์ทระดับ 5 ดาวแห่งแรกของที่นี่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เริ่มจากการก่อสร้างด้วยความยากลำบาก เพราะเป็นพื้นที่บนเขา ทั้งโครงสร้างและน้ำเราต้องใช้นักธรณีวิทยามาช่วยจัดการพื้นที่ เพราะเขามีความเชี่ยวชาญและสามารถแนะนำได้ว่าตรงไหนดินแข็งหรือดินอ่อน ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ

ต่อมาเรื่องการออกแบบรีสอร์ท ด้วยต้นทุนความรู้ทุกคนมีเท่ากัน แต่อยู่ที่การเรียนรู้ของแต่ละคน เราจึงอยากออกแบบด้วยตัวเอง อยากให้รีสอร์ทของเรานั้นขายตัวมันเอง ทั้งวิวและบรรยากาศที่ล้วนเกิดจากธรรมชาติ จึงทุ่มเททำแบรนด์ของเราเอง คือ กกกอด และใส่ความเป็นแกรนด์ ด้วยการบริการแบบ 5 ดาว แต่ไม่ถึงขนาดฟังก์ชั่นครบด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ เราไม่ได้ทำเชิงธุรกิจ แต่เราอยากให้แขกที่เข้าพักได้รับความสุขทุกวินาทีที่พักอยู่กับเรา”

ความโดดเด่นของ แกรนด์ กกกอดเขาค้อ รีสอร์ท นอกจากสไตล์การออกแบบและตกแต่งในแบบโมเดิร์นลอฟท์ ที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติบนขุนเขาแล้ว ยังสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้จากห้องพักทั้งแบบ Executive Suite และแบบ Deluxe ทุกห้อง หรือหากชอบความเป็นส่วนตัว ที่พักโซนวิลล่าส่วนตัวแยกออกเป็นหลังๆ มีทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ Valley Villa วิลล่าสไตล์โมเดิร์นโทนอบอุ่นสบายตาจุดเด่นของโซนนี้ คือมีอ่างอาบน้ำอยู่ตรงระเบียงกว้างที่หันไปทางวิวภูเขา 180 องศาโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้างบดบังสายตา โซนต่อมา Onsen Villa วิลล่าสไตล์ Luxury หรูหราตกแต่งด้วยไม้ โทนน้ำตาล-ทองจุดเด่นของโซนนี้ คือมีลานระเบียงกว้าง มีโซฟาชิงช้า และมีอ่างน้ำ Jacuzzi มีส่วนผสมของน้ำแร่ออนเซ็น ระเบียงสามารถมองเห็นวิวภูเขาและพระอาทิตย์ตกดินได้ 180 องศา ส่วนโซนสุดท้ายที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุด คือ Pool Villa ซึ่งมีเพียงแค่ 3 หลัง 3 สไตล์แต่คงความหรูหราไว้เหมือนเดิมจุดเด่น คือ มีสระว่ายน้ำระบบน้ำอุ่น ระเบียงกว้าง มองเห็นวิวได้มากกว่า 180 องศา พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันภายในห้องพัก

ที่นี่ยังมี Skywalk พื้นใสทอดยาวเป็นจุดเช็คอินที่สามารถชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ตกดินแห่งแรกบนเขาค้อได้อย่างเต็มตา รวมถึง Roof Top Bar & Restaurant บรรยากาศสุดชิลบนความสูง 888 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริการอาหารชั้นดี รสมือ เชฟต่าย-ประสานมิตร ทองมีที่สามารถใช้ชีวิตในรีสอร์ทได้อย่างอิ่มเอมและอิ่มอร่อยกับอาหารทุกมื้อ โดยไม่ต้องออกไปไหน

“บนเขาค้อ อากาศเย็นตลอดทั้งปีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 องศา โดยฤดูหนาวอาจต่ำลงถึง 5 องศา ร้อนสุดก็ไม่เคยถึง 30 องศา และยังมีหมอกฟุ้งในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว เราจึงทำทุกทางที่จะเติมเต็มความสุขให้กับแขกที่มาพัก ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย หรือการบริการด้วยใจ ไม่ใช่หน้าที่ พนักงานของเราส่วนใหญ่จะเป็นคนในชุมชนเขาค้อหรือละแวกใกล้เคียง อยากให้คนที่นี่รู้สึกว่า เราไม่ใช่นายทุนที่จะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์หรือทำลายธรรมชาติที่งดงามของเขาค้อ เราเข้าไปมีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรมของชุมชนเท่าที่จะทำได้ ทำให้เราทำธุรกิจด้วยความสุขและการแบ่งปัน”

เมื่อถามถึงบทบาทของคุณแม่ที่มีลูกสาวและลูกชาย รวม 5 คน และยังต้องทำธุรกิจควบคู่กันไป พรลไดน์ ยอมรับว่า เรื่องการแบ่งเวลาเป็นสิ่งสำคัญ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เธอและสามีจะให้น้ำหนักไปที่การเลี้ยงลูกมากกว่า

“การทำ แกรนด์ กกกอด เขาค้อรีสอร์ท ก็เป็นการสร้างความสุขและสร้างอนาคตไว้ให้ลูก ยิ่งเรามีรีสอร์ทในบรรยากาศที่เหมือนบ้านและมีธรรมชาติที่งดงามบนเขาค้อ ยิ่งทำให้ครอบครัวเรามีความสุขวันหยุดของเราก็จะมาอยู่ที่นี่ ลูกๆ ได้มาวิ่งเล่นบนเขาที่มีอากาศสดชื่นมีสายหมอก ได้เหยียบพื้นดิน พื้นหญ้า ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน ซึ่งเด็กๆ ในเมืองหลายคนแทบไม่เคยได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้

ช่วงเดือนกันยายน ปลายฝนต้นหนาวนี้ เรามีโปรโมชั่นพิเศษให้มานอนหยิบหมอก กอดขุนเขา ห้องพักเริ่มต้นที่ราคา 4,000 บาทต่อคืน จากราคาปกติ 8,000 บาท สามารถติดตามได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/GrandKokKodKhaoKho/ และ Website : https://grandkokkodkhaokho.com/ หรือสำรองห้องพักได้ที่ โทร.089-8888838 เป็นราคาที่เราอยากให้ทุกคนมามีความสุขในวันพักผ่อนไปกับเรา” พรลไดน์ กล่าวทิ้งท้าย

พรลไดน์ ศรีวะรมย์

พรลไดน์ ศรีวะรมย์

เชฟรอน ส่งครูอาสาเปิดโลกความรู้ สู่วิชานอกห้องเรียนกับ After School Program

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757212

เชฟรอน ส่งครูอาสาเปิดโลกความรู้ สู่วิชานอกห้องเรียนกับ After School Program

เชฟรอน ส่งครูอาสาเปิดโลกความรู้ สู่วิชานอกห้องเรียนกับ After School Program

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“นอกจากการได้แบ่งปันความรู้ให้เด็กๆ รู้สึกรักวิชาคณิตศาสตร์มากขึ้นแล้ว อีกจุดมุ่งหมายที่โครงการ After School Program เน้นคือการปลูกฝัง Growth mindset ให้เด็กๆ รู้สึกว่าถ้าทุกคนทำได้เราก็ทำได้ ผมว่าสิ่งนี้แหละคือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคน”

ปริญญา ผลบุตร หรือหนุ่ม ผู้มีอาชีพหลักเป็นนักธรณีวิทยา (Petrophysicist) ประจำที่บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด บอกเล่าถึงประสบการณ์การสอนในเวลา “หลังเลิกเรียน” ที่ได้เปลี่ยนบทบาทจากพนักงานบริษัทสู่คุณครูอาสาของโครงการ After School Program เพื่อสอนวิชาคณิตศาสตร์ทุกสัปดาห์ให้กับโรงเรียนวัดประชาศรัทธาธรรม โดยเมื่อบริษัทฯ ได้เข้าร่วมสนับสนุนโครงการฯ และประกาศรับอาสาสมัคร จากการที่มีประสบการณ์และรักในการสอน หนุ่มจึงได้ตัดสินใจสมัครเข้าร่วมทันทีแบบไม่ลังเล พร้อมโอบอุ้มความฝันที่อยากจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาไทยให้ไกลกว่าเดิม

โครงการ After School Program ดำเนินงานโดย มูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ หรือ Saturday School Foundation ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร เป้าหมายของโครงการ ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อที่ว่า “ทุกคนในสังคมสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาได้” จุดมุ่งหมายดังกล่าว ได้สอดคล้องกับแนวคิดของเชฟรอนประเทศไทยในฐานะบริษัทพลังงานระดับโลกที่เชื่อมั่นใน “พลังคน” นอกจากพันธกิจในการจัดหาพลังงานให้ประเทศอย่างยั่งยืนแล้ว บริษัทฯ ยังมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการสนับสนุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมสะท้อนแนวคิดนี้สู่พนักงานและส่งเสริมให้ทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมกับกิจกรรมเพื่อสังคมอยู่เสมอ

ภาณุ บุญวัฒโนภาส หรือบอย รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เชฟรอนฯ อีกหนึ่งอาสาสมัครผู้บริหารหนุ่มไฟแรงของบริษัทฯ ที่ได้แบ่งเวลาในฐานะครูอาสากล่าวเสริมว่า “ผมสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดพระยายัง จุดเริ่มต้นคืออยากจะมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ และมีความฝันอยากเป็นอาจารย์อยู่แล้วเป็นทุนเดิม ซึ่งภาษาอังกฤษที่ผมสอนจะเน้นไปในรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันถือเป็นภาษาที่สองของเด็กๆ เลยทีเดียว สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดคือการที่ได้ให้โอกาสลูกๆ ทั้งสองคนเข้ามามีส่วนร่วมในการสอนครั้งนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำกิจกรรมในห้องเรียน หรือช่วยการสอน ซึ่งผมเชื่อว่าด้วยสังคมปัจจุบัน ถ้าเราไม่ให้โอกาสเขาได้เห็นโลกที่กว้างมากขึ้น และปลูกฝังแนวคิดเรื่องการแบ่งปัน เขาก็จะไม่รู้ว่าจะทำให้สังคมดีขึ้นได้อย่างไร”

ด้าน วุฒิพงษ์ วงษ์ชัยวัฒนกุล หรือแบงค์ ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า “ความตั้งใจของมูลนิธิคืออยากให้คนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อขยายโอกาสในระบบการศึกษาไปด้วยกัน นอกจากวิชาพื้นฐานอย่างคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษแล้วเรายังเปิดสอนวิชาอื่นๆ อย่างภาษาญี่ปุ่น การเขียนโปรแกรม ดนตรี และสะเต็มศึกษา (STEM) อีกด้วยหลังผ่านการคัดเลือก อาสาสมัครทุกคนต้องเข้าอบรม เราเน้นการเรียนการสอนแบบ Active Learning คือให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านการมีส่วนร่วมในห้องเรียน เช่น การเรียนผ่านเกมการ์ด ผ่านการจำลองสถานการณ์ เป็นต้น ระหว่างอบรมครูอาสา เราเน้นเสมอว่าอยากให้ห้องเรียนเป็น Sandbox คือเป็นกระบะทรายให้เด็กๆ ลองผิดลองถูกได้ และไม่มีเด็กคนไหนที่ทำสิ่งใดไม่ได้เช่นกัน ในระยะยาว เราอยากเดินทางไปถึงความสำเร็จในการปลดล็อกโมเดลดังกล่าวให้โรงเรียนหรือชุมชนสามารถตั้งกลุ่มดำเนินการรับสมัครครูอาสาได้เองโดยไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง เพื่อให้ต่อไปใครที่อยากเข้าร่วมก็สามารถเชิญชวนกันเข้าไปได้ ซึ่งถือเป็นการขยายโอกาสของพื้นที่การศึกษาตามความตั้งใจแรกเริ่มของเรา”

การสร้างพื้นที่ของโครงการ After School Program เพื่อขยายกรอบโอกาสทางการศึกษาของทุกคนให้กว้างกว่าเดิม ไม่เพียงแต่ส่งต่อโอกาสให้เด็กๆ ในห้องเรียนเท่านั้น แต่นักเรียนมัธยม นักศึกษามหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งพนักงานบริษัทในอุตสาหกรรมพลังงานอย่างเชฟรอนยังได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในฟันเฟืองเพื่อสร้างโอกาสในระบบการศึกษาไปพร้อมกัน โดยการที่เชฟรอนมุ่งผลักดันให้บุคลากรในทุกระดับมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสังคมนั้น ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ อย่างคาดไม่ถึงให้พนักงานได้สัมผัสประสบการณ์นอกเหนือจากงานประจำที่ได้ทำ ซึ่งการเชื่อมั่นใน “พลังคน” ของเชฟรอน ได้ถ่ายทอดสู่พนักงานจนได้ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ผ่านหลักสูตร “หลังเลิกเรียน” ที่ได้จุดประกายการศึกษาไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ปริญญา ผลบุตร

ปริญญา ผลบุตร

ภาณุ บุญวัฒโนภาส

ภาณุ บุญวัฒโนภาส

วุฒิพงษ์ วงษ์ชัยวัฒนกุล

วุฒิพงษ์ วงษ์ชัยวัฒนกุล