คิม จอง อึน จบทริปเยือนรัสเซีย ได้เสื้อเกราะกันกระสุน-โดรนเป็นของขวัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725937

คิม จอง อึน จบทริปเยือนรัสเซีย ได้เสื้อเกราะกันกระสุน-โดรนเป็นของขวัญ

18 ก.ย. 2566 00:39 น.

คิม จอง อึน จบทริปเยือนรัสเซีย ได้เสื้อเกราะกันกระสุน-โดรนเป็นของขวัญ

คิม จอง อึน เดินทางกลับเกาหลีเหนือแล้ว หลังจากเดินทางเยือนรัสเซียนานเกือบสัปดาห์ โดยได้รับของขวัญอำลาเป็นเสื้อเกราะกันกระสุนกับโดรนอีก 1 ชุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เดินทางกลับจากประเทศรัสเซียแล้วในวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ย. 2566 หลังจากเดินทางเยือนเป็นเวลา 6 วัน และได้เข้าพบปะพูดคุยกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ทำให้ชาติตะวันตกกังวลว่าเปียงยางอาจทำข้อตกลงจัดหาอาวุธให้มอสโกไปใช้ในสงครามในยูเครน

คิม จอง อึน ซึ่งเดินทางไปต่างประเทศไม่บ่อยนัก ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเยือนรัสเซียเยี่ยมชมโรงงานและสถานที่ด้านการทหาร ท่ามกลางความเป็นไปได้ที่ว่า เขาอาจใช้เรื่องการขายอาวุธต่อรองกับรัสเซียเพื่อแลกกับความช่วยเหลือด้านอาหาร, พลังงาน ไปจนถึงเทคโนโลยีทางทหาร แม้จะถูกคว่ำบาตรอย่างหนักจากนานาชาติ

ในวันอาทิตย์ คิม จอง อึน เดินทางกลับด้วยรถไฟหุ้มเกราะของเขา ซึ่งจอดรออยู่ที่สถานีรถไฟเมืองอาร์ตโยม โดยก่อนกลับผู้ว่าการดินแดนปรีมอร์เย (Primorsky Krai) จัดพิธีอำลาซึ่งรวมถึงการปูพรมแดงตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และมีการมอบของขวัญเป็นชุดเกราะกันกระสุน และโดรนอีก 1 ชุดให้แก่ผู้นำเกาหลีเหนือด้วย

ตามรายงานของสำนักข่าว TASS ของรัสเซีย ชุดเกราะดังมีพื้นที่สำหรับปกป้องส่วนลำตัว, หัวไหล่, ลำคอ ไปจนถึงขาหนีบ และมีน้ำหนักเบากว่าชุดเกราะอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน นอกจากนั้น คิมยังได้รับโดรนพลีชีพ ซึ่งผลิตในปรีมอร์เย จำนวน 5 ลำ กับโดรนสอดแนม เจราเนียม-25 อีก 1 ลำ และเสื้อผ้าพิเศษที่กล้องตรวจจับความร้อนมองไม่เห็นอีก 1 ชุดด้วย

ทั้งนี้ คิมกับปูติน พบปะกันที่วลาดิวอสตอก ทางตะวันออกไกลของรัสเซียเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยประชุมร่วมกันนาน 5 ชั่วโมงที่ศูนย์อวกาศ วอสทอชนี คอสโมโดรม โดยปูตินระบุว่า คิมแสดงความสนใจเทคโนโลยีอวกาศที่นั่นอย่างมาก ขณะที่ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวสนับสนุนปูติน ว่าจะยืนหยัดเคียงข้างรัสเซีย

ขณะที่สำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือรายงานว่า คิมประทับใจอุตสาหกรรมการผลิตอากาศยานของรัสเซียอย่างมาก หลังจากเดินทางเยือนโรงงานอากาศยาน ยูริ กาการิน ในเมือง คอมโซโมลสก์-ออน-อามูร์ ในดินแดนคาบารอฟสก์ ไคร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คิมยังเยือนโรงงานอีกหลายแห่ง รวมถึงโรงประกอบลำตัวและปีกเครื่องบินขับไล่ด้วย

เมื่อวันเสาร์ คิมเดินชมลานบินและฝูงเครื่องบินรบร่วมกับนาย เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย และเยี่ยมชมเรือฟริเกตจากกองเรือแปซิฟิก พร้อมกับผู้บัญชาการกองทัพเรือรัสเซียด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กรมชลฯวอนใช้น้ำประหยัดรับเอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757236

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 41,993 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันประมาณ 34,344 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 10,124 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันประมาณ 14,747 ล้าน ลบ.ม.ขณะนี้มีการทำนาปีทั่วประเทศ ประมาณ 14.96 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 88 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวแล้ว 2.90 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำนาปีไปแล้ว 7.49 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 93 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 2.53 ล้านไร่ ในส่วนของสถานการณ์ค่าความเค็มใน 4 ลำน้ำสายหลักอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าสถานการณ์เอลนีโญ ยังคงมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2566 และลากยาวถึงปีหน้า จึงสั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น โดยดำเนินการตาม 5 มาตรการในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนของกรมชลประทาน ได้แก่ 1.น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคต้องเพียงพอตลอดทั้งปี 2.บริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก 4.กักเก็บน้ำในเขื่อนไว้ให้ได้มากที่สุด และ 5.บริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เพื่อบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวนาปีรอบแรกและเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ งดเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง เพราะปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ ตลอดจนขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ใช้น้ำอย่างประหยัด การจัดหาแหล่งเก็บกักน้ำหรือสำรองน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคในครัวเรือน

‘เศรษฐเกียรติ’เดินทาง ร่วมหารือทางการซาอุฯ อุตสาหกรรมอินทผลัม พัฒนาตลาด2ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757233

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือกับนาย Mohammad Bin Fahad Alnuwairan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และคณะเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน National Center for Palms & Dates (NCPD) กระทรวงสิ่งแวดล้อมน้ำ และการเกษตร แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยมี นายดามพ์ บุญธรรมเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด เข้าร่วม ที่สำนักงาน NCPD ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ ฝ่ายซาอุดีอาระเบีย ได้นำเสนอข้อมูลหน่วยงาน NCPD ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมอินทผลัมทั้งระบบของซาอุดีอาระเบียมีการควบคุมมาตรฐานการปลูก โรงงานแปรรูป การขนส่ง การตลาด การขาย และการลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยกตัวอย่างสินค้าที่แปรรูปจากอินทผลัม ได้แก่ เบเกอรี่ แยม ไซรัปนมโปรตีน และโยเกิร์ต เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้เชิญคณะฝ่ายไทยเยี่ยมชมสำนักงาน NCPD เพื่อศึกษาดูงานระบบการทำงานของ NCPD ด้านการทำสื่อโฆษณาและ E-commerce

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้กล่าวแสดงความขอบคุณฝ่ายซาอุดีอาระเบียในการเชิญมาร่วมหารือดังกล่าว และยืนยันความพร้อมของไทยในการให้ความร่วมมือกับซาอุดีอาระเบีย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อินทผลัมระหว่างกัน พร้อมผลักดันการจัดทำโครงการอบรมแลกเปลี่ยนทักษะความรู้และประสบการณ์ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการผลิตอินทผลัมระหว่างสองประเทศ นำไปสู่การพัฒนาตลาดอินทผลัมในระดับสากล โดยฝ่ายซาอุดีอาระเบียได้รับข้อเสนอนี้ไว้พิจารณา และจะแจ้งความคืบหน้าให้ฝ่ายไทยทราบในโอกาสต่อไป

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่ติดตาม สถานการณ์น้ำท่วมกาฬสินธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757238

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในเขตพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยลงพื้นที่ อ.ห้วยผึ้ง และ อ.กุฉินารายณ์ พร้อมด้วยนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานนายประเสริฐ บุญเรือง สส.กาฬสินธุ์ พร้อมกันนี้ได้มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงประชาชนและพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม จึงได้กำชับให้ทางกระทรวงเกษตรฯ สั่งหน่วยงานในสังกัดเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 6 จัดเตรียมเครื่องจักร และเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือระบายน้ำอย่างเร่งด่วน และให้เร่งลดระดับน้ำเพื่อให้สามารถรองรับน้ำที่อาจจะหลากล้นลงมาอีกหากมีปริมาณฝนตกหนักเพิ่มขึ้น โดยให้รายงานสถานการณ์ทุกระยะ และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

‘รมว.ธรรมนัส’หนุนสร้างห้องเย็นเก็บทุเรียน เพิ่มศักยภาพการผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯบูกิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757176

'รมว.ธรรมนัส'หนุนสร้างห้องเย็นเก็บทุเรียน เพิ่มศักยภาพการผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯบูกิต

‘รมว.ธรรมนัส’หนุนสร้างห้องเย็นเก็บทุเรียน เพิ่มศักยภาพการผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯบูกิต

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566, 22.03 น.

“รมว.ธรรมนัส” หนุนสร้างห้องเย็นเก็บทุเรียน เพิ่มศักยภาพการผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ บูกิต จ.นราธิวาส พร้อมเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนพื้นที่อุทยานเทือกเขาบูโด

วันนี้ (17 กันยายน 2566) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการบริหารจัดการของศูนย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบริหารห้องเย็นบูกิต และรับฟังปัญหาด้านการเกษตรจากผู้แทนเกษตรกร ณ ศูนย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบริหารห้องเย็นบูกิต ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตทุเรียนกวน ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เป็นแหล่งผลิตทุเรียนกวนที่มีชื่อเสียง มีการแปรรูปและส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ สร้างรายได้ให้กับจังหวัดนราธิวาส อย่างไรก็ตาม กลุ่มแปรรูปทุเรียนกวน มีปัญหาด้านการจัดเก็บเนื้อทุเรียน เพื่อยืดอายุของเนื้อทุเรียนในการนำมาแปรรูปเป็นทุเรียนกวนตลอดทั้งปี โดยปัจจุบันมีห้องเย็นจำนวน 5 ห้อง แต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีบริษัท วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรทั่วไปที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเนื้อทุเรียน จำนวน 15 กลุ่ม ปริมาณผลผลิต ทั้งสิ้น 1,465 ตัน ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผลักดันงบประมาณเพื่อนำมาสร้างห้องเย็นอีกหนึ่งห้อง เพิ่มศักยภาพในการผลิตให้กับวิสาหกิจชุมชนฯ

สำหรับปัญหาเรื่องสิทธิในที่ดินทำกินบริเวณเทือกเขาบูโด ซึ่งชาวบ้านรอบเทือกเขาบูโดใน 9 อำเภอ ได้รับผลกระทบจากการออก พ.ร.บ.อุทยาน แห่งชาติ ปี 2562 ซึ่งประกาศเป็นเขตป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติทับที่ดินที่ชาวบ้านทำกินอยู่ก่อน ในเรื่องนี้ได้ประสานไปยัง พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเตรียมตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนที่ดินในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสร่วมกัน

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับปัญหาที่ดินทำกิน โดยเน้นย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าทำงานร่วมกันแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนเขตอุทยาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกันที่ถูกต้องตามกฏหมาย และเกิดประโยชน์กับพื้นที่และชุมชน โดยจะต้องมีการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ หากอยู่อาศัยมาก่อนการประกาศเป็นเขตอุทยาน ก็จะต้องคืนให้กับชาวบ้านโดยออกเป็นโฉนดที่ดิน

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และคณะ เดินทางพบปะกลุ่มเกษตรกร ณ เทศบาลเมืองตากใบ อำเภอตากใบ ต่อมา เดินทางตรวจติดตามพนังกั้นน้ำมูโนะ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ณ อำเภอสุไหงโก-ลก และตรวจเยี่ยมคลองชลประทาน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาน้ำดำจากป่าพรุโต๊ะแดง ณ ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ ก่อนจะเดินทางไปตรวจติดตามผลการดำเนินงาน “ตากใบโมเดล” ณ ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ

– 006

สาขาสังคมพัฒน์ฯ มบส. ลงนามความร่วมมือผลิตบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะทางด้านสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757383

สาขาสังคมพัฒน์ฯ มบส. ลงนามความร่วมมือผลิตบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะทางด้านสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา

สาขาสังคมพัฒน์ฯ มบส. ลงนามความร่วมมือผลิตบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะทางด้านสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.46 น.

ผศ.ดร.ทชชยา วนนะบวรเดชน์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา(มบส.) กล่าวว่า  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางสาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  (สาขาสังคมพัฒน์ฯ )มบส. ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และวิชาการ ระหว่างสาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มบส. กับนางขวัญดาว สุมนัส นายกเทศมนตรีตำบลหลักห้า อำเภอบ้านแพ้ว  จังหวัดสมุทรสาคร โดยสาขาสังคมพัฒน์ฯ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มบส. มีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตที่มีความรู้และทักษะทางด้านสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา

ด้านผศ.ดร.ภาวิณี บุนนาค ประธานสาขาวิชาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มบส. กล่าวว่า นอกจากนี้สาขาสังคมพัฒน์ฯ ยังมีนโยบายสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นภาคทฤษฎีควบคู่กับภาคปฏิบัติ เชื่อมโยงโลกวิชาการสู่พื้นที่ปฏิบัติงานจริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการพัฒนาโครงการและกิจกรรม เพื่อส่งเสริมทักษะและการปฏิบัติงานของผู้เรียน ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนให้คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษาได้พัฒนาผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอน และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง ดังนั้นการขยายความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และวิชาการ จึงควรที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน

ผศ.ดร.ภาวิณี  กล่าวต่อว่า  สำหรับสาระสำคัญของการทำงานร่วมกันของ2 หน่วยงานมีดังนี้ 1.การให้ความร่วมมือกันในการดาเนินการห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab) ในชุมชน เพื่อให้ชุมชนเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ พื้นที่วิจัย แหล่งบริการวิชาการ 2. การเอื้อเฟื้อบุคลากร สถานที่ ในการดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการจัดการเรียน การสอน การวิจัย และวิชาการ 3. ทั้งสองหน่วยงานสามารถเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ โฆษณา หรือให้ข้อมูลข่าวสารจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับความร่วมมือ ในการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ได้ หากไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อีกฝ่ายหนึ่ง โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อน 4. การเก็บข้อมูลและการสำรวจพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลหลักห้า จะต้องมีเจ้าหน้าที่ของเทศบาล ตำบลหลักห้าไปด้วยทุกครั้ง และ5.นักศึกษาที่ลงพื้นที่จะต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่ของเทศบาล ตำบลหลักห้าอย่างเคร่งครัดด้วย

-(016)

ชวนสายชิม มาหอบหิ้วความอร่อยในงานลิ้นติดโปรแฟร์’66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757377

ชวนสายชิม มาหอบหิ้วความอร่อยในงานลิ้นติดโปรแฟร์’66

ชวนสายชิม มาหอบหิ้วความอร่อยในงานลิ้นติดโปรแฟร์’66

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.33 น.

คู่ซี้นักชิม ก้อง ปิยะ เศวตพิกุล – ท็อป  ดารณีนุช ปสุตนาวิน และปุยฝ้าย ณัฎฐพัชร์ วิภัทรเดชตระกูล ไม่รอช้าชวนสายช้อป สายชิม มาหอบหิ้วความอร่อย มากันเร็วๆหน่อย มาอร่อยกันแบบแฟร์ๆ กับที่สุดของมหกรรมอาหาร ที่สุดของเรื่องคาว-หวาน ร้านดังร้านเด็ด  ช้อป ชิม ฟินตลอดงาน พ่อค้า แม่ขาย รวมกำลังตั้งมั่นพร้อมกระจายความอร่อย ไม่ว่าจะเป็น หอยจ๊อปู แม่วรรณ, ห่อหมกคุณย่า, เนื้อทอดนมสด, ข้าวเกรียบอะไรซ์ by เป๊ก & นิว, น้ำพริกป้าแว่น by คุณษา, ROB Coffee -พลิกกับ เกลือ by ชุดาภา, ซ้งเสรีทอง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง , มาดามไส้อั่ว, เฮียหงีกระเพาะปลาเยาวราช , กุยช่ายมหานคร ,ข้าวเกรียบเห็ดหอมนายเกาะ , ผลิตภัณฑ์มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ, ผลิตภัณฑ์จากโครงการเกษตรอทิตยาทร, ยาดมตราฉุย by ก๊อบแก๊บ บางกอกกระซิบฯ

พลาดไม่ได้กับที่สุดของโปรโมชั่นที่คุณจะต้องร้องว๊าว!! อิ่มหนำสำราญกันแบบจุกๆลิ้นระรัวนัวความอร่อยแน่ๆ ในงาน ลิ้นติดโปรแฟร์’66 ณ ชั้น 1 เซ็นเตอร์คอร์ท ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เริ่มอิ่มหนำสำราญ กันได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่  22 กันยายน ถึง 1 ตุลาคมนี้  จัดหนัก จัดเต็ม ตลอดทั้ง 10 วัน พ่อจ๋า แม่จ๋า พี่จ๋า ปักหมุด ความอร่อยกันได้ในงานลิ้นติดโปรแฟร์ “66 นะจ๊ะ…

 #ลิ้นติดโปรแฟร์ #อิ่มหนำสำราญ #มหกรรมความอร่อย #ยกขบวนความอร่อย #แฟชั่นไอส์แลนด์ #มหกรรมอาหาร #ร้านดัง #ร้านอร่อย #อาหาร #ของกินอร่อย #อาหารเยอะมาก #พากิน #อร่อย #อร่อยบอกต่อ 

 -(016)

‘จังหวัดปัตตานี’เตรียมการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757318

'จังหวัดปัตตานี'เตรียมการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่

‘จังหวัดปัตตานี’เตรียมการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 11.44 น.

นางพาติเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เตรียมการรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ในวันพุธที่ 27 กันยายน 2566พร้อมทั้งเชิญชวนมาเที่ยวชมเมืองปัตตานีท่องวิถีแห่งสายน้ำ กับการท่องเที่ยวปัตตานีที่มีสถานที่หลากหลายให้มาเที่ยวชมไม่ว่าจะเป็นวัดช้างให้  หรือ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่หลาย ๆ ท่าน อยากมีโอกาสได้มากราบท่านหรือการได้มาศึกษาประวัติศาสตร์ พร้อมกับชมสถาปัตยกรรมสวย ๆ ที่มัสยิดกรือเซะ, ศูนย์เรียนรู้พิพิธภัณฑ์ปราชญ์ท้องถิ่น มูลนิธิอาจารย์ฮัจจียร์ สุหลง โต๊ะมีนา,หรือที่วังยะหริ่ง วังที่มีลักษณะเฉพาะตัวด้วย สถาปัตยกรรมผสมผสานกันระหว่างไทยมุสลิม จีน และยุโรป ที่พร้อมเปิดให้เข้าชมและอีกหนึ่งการท่องเที่ยวที่กำลังเป็นที่นิยม กับการล่องแพชิมอาหารใต้สไตล์ปัตตานีพร้อมชมชุดพื้นเมืองสวย ๆ  และวิถีชิวิตบ้านเรือนของคนที่อยู่ริมน้ำที่มายาวีร์หรือจะชิมอาหารฮาลาลแท้ ๆ ที่อิฆวาน ดีไลท์ ที่มีอาหารอาหรับแท้ ๆ มากมายไว้ให้ได้ชิมกัน และที่ห้ามพลาดก็คือการได้ชิมรังนกแท้ของไทยที่แหลมทองถ้ามีโอกาส  ก็ขอเชิญชวนให้แวะมาเที่ยวปัตตานีอีก 1 จังหวัด มีวัฒนธรรมงาม ธรรมชาติสวย เต็มไปด้วยอาหารอร่อย ที่ยังคอยให้ทุกท่านมาเที่ยวกัน

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาแก้เครียด ใช้อย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757203

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาแก้เครียด ใช้อย่างไร

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาแก้เครียด ใช้อย่างไร

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.45 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนจำนวนไม่น้อยมีความเครียด แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเครียดไปเสียทั้งหมด บางคนเครียดจริง แต่แก้ความเครียดได้ด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น ออกกำลังกาย สวดมนต์ไหว้พระ ช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่ด้อยกว่า ก็หายเครียดได้ 

แต่สำหรับคนที่เครียดนั้น บางคนเครียดจัดมาก แล้วหาทางแก้ไม่ได้ บางคนเครียดตั้งแต่วัยเด็ก เช่น เครียดเพราะเรื่องการเรียน เครียดเพราะถูกเพื่อนแกล้ง เด็กบางคนเครียดจนไม่อยากไปโรงเรียน เพราะไปแล้วไม่มีความสุข ส่วนผู้ใหญ่หลายคนก็เครียดหนักมาก เครียดเพราะงาน แต่บางคนก็เครียดเพราะไม่มีงานทำ เครียดเรื่องภายในครอบครัว เครียดเรื่องคู่ครอง และลูก บางคนเครียดเพราะการเงิน เครียดเพราะการเมือง เครียดเพราะอากาศร้อนมากไป ฝนตกมากไป สารพัดจะเครียด

เมื่อดูจากผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย เมื่อปี 2562-2563 พบว่าคนที่อายุ 15 ปีขึ้นไป ร้อยละ 2.9 ต้องกินยาคลายเครียด หรือยานอนหลับเป็นประจำ 

เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าความเครียดคืออะไร ความเครียดคืออาการที่เกิดจากปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาของแต่ละบุคคลต่อเหตุการณ์ที่มาคุกคาม 

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความเครียดก็มีประโยชน์บ้าง คือทำให้บุคคลตื่นตัว เตรียมรับมือกับสถานการณ์ไม่ปกติที่จะเกิดขึ้น แต่ก็มีผลเสียด้วยเช่นกัน เช่นในกรณีที่ความเครียดมากหรือนานเกินไป หรือไม่สามารถหาทางจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม 

ความเครียดจะส่งผลให้เกิดอาการ และโรคภัยไข้เจ็บทางกายต่อไปได้ เช่น นอนไม่หลับ ตื่นตระหนก วิตกกังวล ซึมเศร้า เป็นต้น

เมื่อความเครียดส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การใช้ยาคลายเครียดจึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหานี้ เพราะยาคลายเครียดจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ผู้ที่มีอาการเครียดจึงต้องไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์สั่งยาให้รับประทาน 

ยาคลายเครียด (anti-anxiety or anxiolytics) มีหลายกลุ่ม กลุ่มที่นิยมใช้มากที่สุดและมักถูกเลือกเป็นชนิดแรกหากไม่มีข้อห้ามใช้คือกลุ่มยา benzodiazepines ตัวอย่างยาในกลุ่มคือ lorazepam, alprazolam, clonazepam, diazepam เป็นต้น 

ยาเหล่านี้ไม่ได้มีแต่ฤทธิ์ช่วยคลายเครียดเท่านั้น ตัวยาเองยังมีอาการข้างเคียงหลายอย่าง อาทิ กดประสาทส่วนกลาง ทำให้ง่วงนอน ทำให้สับสน หลงๆ ลืมๆ จำเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ได้ฝันร้าย ผู้ป่วยบางรายกินยาแล้วทำให้การตอบสนองของร่างกายช้าลง พูดติดขัด หายใจช้าลงหรือหายใจติดขัด ความดันเลือดต่ำคลื่นไส้ เป็นต้น 

ดังนั้น แพทย์จึงมักสั่งให้กินยาคลายเครียดตอนก่อนนอน และห้ามกินยาพร้อมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะยิ่งทำให้กดประสาทมากขึ้น โดยทั่วไปการใช้ยาคลายเครียดจะใช้เป็นเวลาสั้นๆ เท่านั้น เรียกว่าเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า ให้ผู้ป่วยพอจะนอนได้ กินได้ โดยหวังว่าในเวลาไม่นานนักเรื่องที่ทำให้ผู้ป่วยเครียดจะหมดไป เพราะผลข้างเคียงที่น่าวิตกที่สุดของยากลุ่มนี้คือการติดยาซึ่งอาจจะเป็นเพียงความรู้สึกของผู้ป่วยว่าถ้าไม่มียาก็จะจัดการความเครียดเองไม่ได้ หรือเป็นการติดยาจริงๆ คือต้องการยาในขนาดมากขึ้น หรือหากไม่ได้ใช้ยาก็จะเกิดอาการถอนยา ซึ่งความเสี่ยงในการติดยาก็จะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาของการใช้ยา ซึ่งโดยทั่วไปการใช้ยาเพียง 2-3 สัปดาห์นั้น มีความเสี่ยงต่ำมากที่จะติดยา

ตัวอย่างข้อห้ามหรือข้อควรระวังการใช้ยาคลายเครียดกลุ่ม benzodiazepines เช่น การแพ้ยา คนที่มีโรคปอดและทางเดินหายใจเพราะยานี้กดการหายใจได้ ผู้สูงอายุ คนที่ตับไตไม่ดี อาจต้องพิจารณาเลือกยาอย่างระมัดระวัง อาจต้องปรับขนาดยาตามการทำงานของอวัยวะที่บกพร่อง เพราะการใช้ยาขนาดปกติอาจจะกลายเป็น overdose ได้ 

ผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาบางชนิดอยู่ต้องตรวจสอบก่อนว่ายาที่ใช้ไม่ตีกับยาคลายเครียด ตัวอย่างยาที่ตีกับยากลุ่มนี้ได้ก็เช่นยาแก้ปวด ยาต้านเศร้า ดังนั้นหากผู้ป่วยต้องใช้ยาเหล่านี้ร่วมกันก็ควรผ่านการตรวจสอบจากเภสัชกรก่อนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

โดยสรุป เมื่อบุคคลต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ทำให้เครียดจนไม่สามารถรับมือด้วยตนเองได้ การใช้ยาในระยะสั้นๆ อาจมีความจำเป็น ยาคลายเครียดที่ถูกเลือกใช้เป็นอันดับแรกมากที่สุดได้แก่ยากลุ่ม benzodiazepines ซึ่งมีสรรพคุณลดความวิตกกังวลที่มากเกินไปในผู้ป่วย ทำให้ทุเลาจากอาการที่เกิดจากความเครียดเช่นนอนไม่หลับ 

อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงหลายอย่างรวมกันถึงทำให้ติดยาได้ การใช้ยาจึงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์และเภสัชกรอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญคือเราต้องเรียนรู้การจัดการความเครียด และฝึกที่จะผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย ลดหรือเลี่ยงกาแฟ และอย่าพึ่งเหล้า หรือสารเสพติดใดๆ เพราะทำให้ร่างกายเราแย่ลง

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ท่อไตอุดตัน รีบรักษาก่อนเกิดภาวะไตวาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757198

ท่อไตอุดตัน รีบรักษาก่อนเกิดภาวะไตวาย

ท่อไตอุดตัน รีบรักษาก่อนเกิดภาวะไตวาย

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 07.30 น.

การทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะทำหน้าที่ช่วยขับของเสียที่เป็นของเหลวออกจากร่างกาย แต่หากเกิดความผิดปกติและไม่สามารถขับปัสสาวะออกได้ อาจส่งผลให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน

นายแพทย์ไพบูลย์ เอี่ยมสุภัคกุล ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะโรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า กลไกการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ เริ่มต้นจากการที่ไตกรองของเสียออกจากเลือด แล้วขับออกมาเป็นปัสสาวะ ไหลไปตามท่อไตสู่กระเพาะปัสสาวะ เมื่อกระเพาะปัสสาวะเต็ม สมองจะสั่งการให้กระเพาะปัสสาวะบีบตัวทำให้เกิดแรงดันและไหลออกจากร่างกายผ่านทางท่อปัสสาวะ

อย่างไรก็ตาม เมื่อส่วนสำคัญอย่าง “ท่อไต” มีการอุดตันเกิดขึ้น ปัสสาวะก็จะไม่สามารถระบายออกจากไตได้ หรืออาจไหลย้อนกลับเข้าสู่ไตทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้ โดยการอุดตันของท่อไต สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นตั้งแต่กำเนิด, รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดครั้งก่อน, หรือเกิดจากโรคมะเร็ง ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดการกดเบียดท่อไตได้

อาการของท่อไตอุดตัน จะขึ้นอยู่กับว่ามีการอุดตันที่ตำแหน่งใด อุดตันทั้งหมดหรืออุดตันเพียงบางส่วน แต่อาการทั่วไปมีดังนี้ ปวดบริเวณสีข้างหรือหลัง,คลื่นไส้อาเจียน, มีไข้หนาวสั่น,ปริมาณปัสสาวะลดลง, ปัสสาวะติดขัด, มีเลือดในปัสสาวะ, ความดันโลหิตสูง, และมีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะบ่อยครั้ง

การรักษาภาวะท่อไตอุดตัน สามารถทำได้โดยการใส่สายระบายปัสสาวะออกจากกรวยไตผ่านทางผิวหนัง (Percutaneous Nephrostomy : PCN) ซึ่งวิธีนี้เป็นการแก้ไขภาวะอุดตันเฉียบพลัน เพื่อชะลอภาวะไตวาย ทั้งนี้ ในกรณีผู้ป่วยมะเร็ง เมื่อได้รับใส่สายระบายปัสสาวะไปแล้ว ผู้ป่วยจำเป็นต้องไปรักษาโรคต้นเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตัน เมื่อรักษาได้ก็สามารถนำสายระบายปัสสาวะออกได้ หากยังไม่สามารถแก้ไขการอุดตันได้จำเป็นต้องใส่สายระบายในระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน และต้องมาเปลี่ยนสายระบายทุกๆ 3 เดือน