บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2725765

“ญานีน่า โนวิทสกาญ่า” จัดฉลองเปิดบูติก “คาร์เทียร์” สาขาใหม่ใหญ่ที่สุดในไทย

18 ก.ย. 2566 05:09 น.

“ญานีน่า โนวิทสกาญ่า” จัดฉลองเปิดบูติก “คาร์เทียร์” สาขาใหม่ใหญ่ที่สุดในไทย

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 18 กันยายน 2566

  • ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศให้รับโอน นายทหารสัญญาบัตร เป็นข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร โดย พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ณรงค์พันธุ์ จิตต์แก้วแท้ ตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก (อัตรา พล.อ.พิเศษ) ปรับโอนมาสังกัด หน่วยบัญชาการถวายรักษาความปลอดภัยรักษาพระองค์ ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2566
ดีใจด้วย – ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา, ดร.วรชาติ เพชรนันทวงศ์, พล.อ.ประสงค์ ไชยสิทธิ์, ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ, สิทธิชัย หล่อประสงค์สุข และ สมบัติ เลาหพงศ์ชนะ มาร่วมแสดงความยินดีแก่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง รมว.คมนาคม ที่กระทรวงคมนาคม วันก่อน.
  • ทั้งนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ นายทหารสัญญาบัตร และ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร แต่งตั้งเป็น นายทหารราชองครักษ์พิเศษ และ นายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 36 นาย…….เหล่าทหารบกจำนวน 19 นาย…..พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ , พล.อ.กิตติชัย วงศ์หาญ, พล.อ.นุชิต ศรีบุญส่ง, พล.อ.บุญยืน อินกว่าง, พล.อ.เรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์, พล.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์, พล.ท.จิราวัฒน์ จุฬากุล, พล.ท.ประพล บุญมากุล, พล.ท.ไพฑูรย์ เปี่ยมจิตต์, พล.ท.ภัชรพล ศิริรักษ์, พล.ท.วิทยา สุวรรณดี, พล.ท.วิรัฏฐ์ วงษ์จันทร์, พล.ท.สรรเสริญ คล้ายแก้ว, พล.ท.สาธิต เกิดโภค, พล.ท.อิศเรศ พุ่มมาก, พล.ท.อำนาจ ศรีมาก, พล.ต.กิตติ จันทร์เอียด, พล.ต.ประกาศ เพยาว์น้อย, พล.ต.ศุภฤกษ์ สถาพรผล…..เหล่าทหารเรือ จำนวน 8 นาย….. พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์, พล.ร.อ.ดุลยพัฒน์ ลอยรัตน์, พล.ร.อ.ธานี แก้วเก้า, พล.ร.อ.วุฒิชัย สายเสถียร, พล.ร.อ.อรรถพล เพชรฉาย, พล.ร.ท.อภิชัย สมพลกรัง, พล.ร.ต.กิจพัฒน์ นาคมอญ, พล.ร.ต.จรงศักดิ์ แย้มบาน …..เหล่าทหารอากาศ จำนวน 4 นาย…..พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ, พล.อ.อ. ตรีพล อ่องไพฑูรย์, พล.อ.ท.ยุทธนา สุรเชษฐพงษ์, พล.อ.ท.อาทิตย์ อู่วิเชียร …..นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรจำนวน 5 นาย…..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.ท.ธนธัช น้อยนาค, พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ท.สมนึก น้อยคง, พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา….ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2566
  • ในส่วนของกระทรวงกลาโหม….สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ได้หารือกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการรัฐมนตรี และ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งศิตา ที่ปรึกษารัฐมนตรี…เห็นชอบให้ พล.อ.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม อีกด้วย
เรื่องความงาม – มนู เลียวไพโรจน์ เปิด “Cosmoprof CBE ASEAN 2023” งานแสดงสินค้าพร้อมนวัตกรรมล่าสุดเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก โดยมี สุพันธุ์ มงคลสุธี, วีรชัย มั่นสินธร, ดร.ดวงเด็ด ย้วยความดี และ เอนริโก้ ซานนินิ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
สร้างผู้นำ – สมชัย เลิศสุทธิวงค์ และ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร ลงนามความร่วมมือจัดทำหลักสูตร “Strategic Leadership in the Future Digital by CBS x AIS” เพื่อสร้างภาวะความเป็นผู้นำมุ่งเน้นพัฒนาทักษะการคิดและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬา วันก่อน.
  • สำหรับขุมข่ายกำลังที่ปรึกษา นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ไม่น้อยหน้า…..ตั้งคณะที่ปรึกษาทั้งหมด 9 คน…กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นประธานคณะที่ปรึกษา….คณะกรรมการที่ปรึกษาประกอบด้วย พิชัย ชุณหวชิร ประธานบอร์ดบางจาก….สุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ อดีตซีอีโอ บีทีเอส กรุ๊ป หรือ BTS ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้า….ศุภนิจ จัยวัฒน์ ประธานอาโนส์ กรุ๊ป นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์….พิมล ศรีวิกรม์ ทายาทตระกูลศรีวิกรม์…..พิชิต ชื่นบาน ทนายความประจำตระกูลชินวัตร….ชลธิศ สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ หลานชาย ปลอดประสพ สุรัสวดี และ ชัย วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล…..ถ้าไม่คิดอะไรมาก ถือเป็นประเพณีต่างตอบแทน หลังจากการตั้งรัฐบาลใหม่ นอกจากจะตระเวนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิริมงคลเอาฤกษ์เอาชัย ก็ต้องปูนบำเหน็จรางวัลกันเป็นธรรมดา
  • ประเด็นการแบ่งงาน การกำกับดูแล ของรองนายกฯ ที่มาสะดุด ที่ตำแหน่งรองนายกฯของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ…ไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ในโควตาของ พรรค พลังประชารัฐ….ที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นว่าการฯ…..ได้รับการยืนยันจาก ร.อ.ธรรมนัส การแบ่งงานของ กระทรวงเกษตรฯ และ กระทรวงพาณิชย์ เป็นคลัสเตอร์เดียวกัน….เลยอยู่ในการกำกับดูแลของ รองนายกฯ ภูมิธรรม เวชยชัย …..อย่ามองไปไกลว่า ร.อ.ธรรมนัส จะไปร่วมงานกับ เพื่อไทย เชียวนะ
เพลิดเพลิน – คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์, สมพันธ์ จารุมิลินท, ดร.อัญจลา จารุมิลินท, เคลลี่ สไตน์ไลท์เนอร์ และ บิง ฮาน มาร่วมชมการแสดงคอนเสิร์ต Jasmine Choi plays Khachaturian Flute Concerto ในโอกาสฉลองครบรอบ 145 ปี บี.กริม ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันก่อน.
ใหญ่จริง – ญานีน่า โนวิทสกาญ่า จัดงานฉลองเปิดบูติก “คาร์เทียร์” สาขาใหม่ใหญ่ที่สุดในไทยผ่านการตกแต่งอย่างงดงามของสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย โดยมี ศุภลักษณ์ อัมพุช, อัจฉรา อัมพุช, เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ และ พรปรียา วิวัฒนชาต มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มโพเรียม วันก่อน.
  • บรรทัดนี้ก็ต้องจับตาไปถึง การแบ่งงานในกระทรวง ของ ว่าการฯ และ ช่วยว่าการฯ ……จะเกิดศึกภายในกันในระดับกี่ริกเตอร์ ……ไม่เอาไม่พูด……..แต่ที่พูดกันเยอะ นโยบายลดหนี้สินครู ของ รมว.ศึกษาฯ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ…ให้ลดค่าใช้จ่ายลง เช่นให้รวมรถนั่งรถไปด้วยกัน …ไปร่วมงานต่างๆจากเคยใส่ซองหลักร้อย ให้ใส่ซองละ 20 บาท ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่ ให้ไปช่วยล้างจานแทน…..มอบนโยบายกันแบบจุกๆ
  • ความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านในวันที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีชนักติดหลัง…ในที่สุด พิธา ต้อง ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อให้การทำหน้าที่ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา เดินหน้าไม่สะดุด…..โฟกัสไปที่ ตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่….ที่จะมีการประชุมเลือก หัวหน้าพรรค และ กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในวันที่ 23 ก.ย.นี้…..มีชื่อของ ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค …..ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค และ ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค …..จะเป็น หัวหน้าพรรคขัดตาทัพ รอ พิธา พ้นบ่วงคดีใน ศาลรัฐธรรมนูญ….หรือต้องเจอวิบากกรรมมากไปกว่านี้…….เป็นอีกเรื่อง
มีที่เคเอฟซี – ศสัย ตังเดชะหิรัญ และ จิราพร ศิริคำ เปิด “KFC Green Store” ชูแนวคิดรักษ์โลกสนับสนุนทุกก้าวสีเขียว พร้อม “EleX by EGAT” สถานีชาร์จแห่งแรกของร้านเคเอฟซี โดยมี อรณัฐ ผกาภรณ์รัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่โครงการดีโป บาย วนชัย อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา วันก่อน.
  • ป.ป.ช. เปิดบัญชีทรัพย์สิน รมต.ป้ายแดง…ฮือฮาที่สุด มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม…มีเงินฝากในบัญชี 3 บัญชี 6,819.94 บาท…..ขนาด ชวน หลีกภัย ผู้ซื่อสัตย์ ยังมีทรัพย์สินกว่า 12 ล้านบาท….จบข่าว
  • ข่าวประชาสัมพันธ์ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ในฐานะนายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ต้อนรับกลุ่มนิสิตจุฬาฯ ผู้ปฏิบัติงานในกิจกรรมแรกพบโครงการเลือดชมพู เติมเลือดใหม่ ช่วยคนไทย ไม่ขาดเลือด ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สนจ. และนิสิตปัจจุบันช่วยรณรงค์ร่วมกันบริจาคโลหิตแก่สภากาชาดไทยไม่ให้ขาดเลือดตลอดปี ตามเป้าหมายผู้บริจาค (รายใหม่) 4 พันคน ระหว่าง 24-29 ต.ค.นี้ ที่อาคารสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ …..ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. พร้อมด้วย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. มร.เอเลส ชิโอ ปุนซี่ ผอ.สมาคมกรีฑาโลก แถลงการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนเมืองหลวงภายใต้ชื่อ Amazing Thailand Marathon Bangkok เปิดรับลงทะเบียน 19 ก.ย.นี้ โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 3 ธ.ค. บริเวณราชมังคลากีฬาสถาน.
7 ขวบ – ณัฐศศิ หนูอินทร์ และ รอย วิลล่าครูซิส จัดงานฉลองครบรอบ 7 ปี ร้านเลดี้บุชเชอร์ พร้อมรังสรรค์เมนูพิเศษเนื้อและแกะจากออสเตรเลีย โดยมี ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่, มโนทัย ปราโมช ณ อยุธยา และ จันทิมาภรณ์ เมฆธนสาร มาร่วมงานด้วย ที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

จำนวนประชากรอายุเกิน 100 ปีในญี่ปุ่น สูงเป็นประวัติการณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2726037

จำนวนประชากรอายุเกิน 100 ปีในญี่ปุ่น สูงเป็นประวัติการณ์

18 ก.ย. 2566 13:43 น.

จำนวนประชากรอายุเกิน 100 ปีในญี่ปุ่น สูงเป็นประวัติการณ์

ทางการญี่ปุ่นเผยว่า จำนวนผู้มีอายุ 100 ปีขึ้นไป หรือ “ศตวรรษิกชน” ในญี่ปุ่น รวมอยู่ที่ 92,139 คน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นปีที่ 53

ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ร้อยละ 10 ของประชากรญี่ปุ่น มีอายุมากกว่า 80 ปี ขณะที่จำนวนประชากรที่มีอายุเกิน 100 ปี ทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง ด้วยจำนวนมากกว่า 92,000 คน ก่อนวันเคารพผู้สูงอายุของญี่ปุ่นในวันนี้ (18 ก.ย.)

ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า จำนวนคนที่มีอายุเกิน 100 ปีในญี่ปุ่น อยู่ที่ 92,139 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 88.5 โดยจำนวนผู้ที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป ณ วันที่ 15 กันยายน เพิ่มขึ้น 1,613 คนจากปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นประจำปีติดต่อกันเป็นครั้งที่ 53

ญี่ปุ่นมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยเฉลี่ย 73.74 คนต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตของประชากรสูงวัยที่เร็วที่สุดในโลก โดยผู้หญิงที่มีอายุเกิน 100 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 81,589 คน เพิ่มขึ้น 1,428 คนจากปีก่อนหน้า ผู้หญิงที่อายุมากที่สุดของญี่ปุ่นคือ ฟุสะ ทัตสึมิ อายุ 116 ปี จากจังหวัดโอซาก้า

กระทรวงฯ ระบุเมื่อเดือนที่แล้วว่า อายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงญี่ปุ่นอยู่ที่ 87.09 ปีในปี 2565 ส่วนอายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายอยู่ที่ 81.05 ปี คาดว่าชายที่มีอายุเกินร้อยปีจะเพิ่มขึ้นอีก 185 เป็น 10,550 คน โดยชายที่อายุมากที่สุดของประเทศคือ กิซาบุโระ โซโนเบะ อายุ 111 ปี จากจังหวัดชิบะ

ทั้งนี้ จำนวนผู้ที่มีอายุครบ 100 ปีในญี่ปุ่น อยู่ที่ 153 คนในปี 2506 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการรวบรวมข้อมูลครั้งแรก ต่อมาในปี 2524 ตัวเลขดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นเกิน 1,000 ราย และในปี 2541 มีผู้มีอายุเกิน 100 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ราย ที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามีสาเหตุหลักมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และการรักษา

ในด้านแรงงาน ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 13.6 ของแรงงานทั้งหมด ตามการประมาณการของรัฐบาล ส่วนร้อยละ 50.8 ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 65 ถึง 69 ปี ยังคงทำงานต่อไป เช่นเดียวกับร้อยละ 33.5 ของผู้ที่มีอายุระหว่าง 70 ถึง 74 ปี

การพบผู้สูงวัยที่ยังคงทำงานอยู่ ยังพบได้มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเกษตรกรรมของญี่ปุ่น ซึ่งร้อยละ 52.5 ของผู้ที่ยังทำงานมีอายุครบ 65 ปีแล้ว.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เกาหลีใต้จ่อเสนอร่างกฎหมายห้ามบริโภคเนื้อสุนัข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2726013

เกาหลีใต้จ่อเสนอร่างกฎหมายห้ามบริโภคเนื้อสุนัข

18 ก.ย. 2566 12:28 น.

เกาหลีใต้จ่อเสนอร่างกฎหมายห้ามบริโภคเนื้อสุนัข

สส.พรรครัฐบาลเกาหลีใต้และพรรคฝ่ายค้านหลัก กำลังวางแผนที่จะเสนอร่างกฎหมายพิเศษเพื่อห้ามการบริโภคเนื้อสุนัข หลังจากเผชิญกับเสียงเรียกร้องจากทั่วโลกให้หยุดการบริโภคเนื้อสุนัข

พรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ซึ่งครองเสียงข้างมากในรัฐสภา เสนอเมื่อวันพฤหัสบดี (14 ก.ย.) ให้ออกกฎหมายดังกล่าวในระหว่างการประชุมสมัยประชุมสามัญครั้งสุดท้ายของรัฐสภา ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 9 ธันวาคม

สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคพลังประชาชนอนุรักษนิยมของประธานาธิบดียุน ซุกยอล ได้เข้าร่วมเสนอด้วย ส่งผลให้มีจำนวนเสียงมากพอที่จะผ่านข้อเสนอดังกล่าว แม้ว่าจะได้รับเสียงคัดค้านจากเกษตรกรที่เลี้ยงสุนัขเพื่อการบริโภคก็ตาม

พัค แดชุล หัวหน้าคณะกรรมการนโยบายของพรรครัฐบาลกล่าวว่า “ชาวเกาหลีใต้ประมาณ 10 ล้านครัวเรือนเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ตอนนี้เป็นเวลาที่จะยุติการกินสุนัข” 

เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่มีการบริโภคเนื้อสุนัข และเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติสำหรับการค้าเนื้อสุนัข ซึ่งรวมถึงการฆ่าสุนัขด้วยการตีด้วยกระบอง การแขวนคอ และใช้ไฟฟ้าช็อต

ในขณะที่มีผู้หันมาเลี้ยงสุนัขเพิ่มมากขึ้น และประชาชนทั่วไปก็ไม่นิยมบริโภคเนื้อสุนัข ส่งผลให้การบริโภคลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ความพยายามที่จะออกกฎหมายห้ามบริโภคก็ประสบความล้มเหลวมาแล้วก่อนหน้านี้ เนื่องจากการต่อต้านอย่างรุนแรงจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสุนัขและเจ้าของร้านอาหาร

หนังสือพิมพ์โคเรีย เฮรัลด์ รายงานว่า คิม กอน ฮี สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของเกาหลีใต้ พยายามผลักดันให้ยุติการบริโภคเนื้อสุนัข โดยเธอได้ไปปรากฏตัวในงานแถลงข่าวของนักเคลื่อนไหวเมื่อเดือนที่แล้ว และให้คำมั่นว่าจะทำงานร่วมกับพวกเขาจนกว่าอุตสาหกรรมเนื้อสุนัขจะหมดสิ้นไป 

ทั้งนี้ พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเกาหลีใต้ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งรัฐสภาในเดือนเมษายนปีหน้า ซึ่งอาจนำไปสู่การให้เงินสนับสนุนแก่ผู้ที่ประกอบอาชีพเลี้ยงสุนัขมาอย่างยาวนาน.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยตกระหว่างดับไฟป่าที่ตุรกี สูญหาย 3 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725959

เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยตกระหว่างดับไฟป่าที่ตุรกี สูญหาย 3 ราย

18 ก.ย. 2566 10:07 น.

เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยตกระหว่างดับไฟป่าที่ตุรกี สูญหาย 3 ราย

เกิดไฟป่ารุนแรงที่ตุรกี เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่ไปร่วมปฏิบัติการดับไฟกลับประสบอุบัติเหตุตกลงไปในเขื่อน ทำให้มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสูญหาย 3 ราย

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2566 เว็บไซต์ข่าวอะนาโดลู ของตุรกี รายงานว่า เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าประสบอุบัติเหตุตก ขณะบินผ่านเหนือบริเวณเขื่อนตาห์ตาลี ในเมืองอิสมีร์ ทางตะวันตกของประเทศตุรกี ซึ่งเป็นจุดที่กำลังเกิดไฟป่ารุนแรง ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ลำที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยดับไฟป่าที่กำลังไฟร่วมปฏิบัติภารกิจ หลังได้รับแจ้งว่าเกิดไฟป่ารุนแรง ที่บริเวณป่าในเขตเมนเดเรส ใกล้กับเขื่อน เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา

รายงานข่าวระบุว่า ขณะเกิดอุบัติเหตุมีนักบินและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รวม 4 คนอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ โดยมีผู้ได้รับการช่วยเหลือ 1 ราย ส่วนอีก 3 รายยังสูญหาย ขณะที่ปฏิบัติการดับไฟป่าบริเวณใกล้เขื่อนตาห์ตาลียังคงดำเนินต่อไป.

ตัวเงินตัวทองป่วนสนามแข่งรถฟอร์มูลาวัน ที่สิงคโปร์ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725955

ตัวเงินตัวทองป่วนสนามแข่งรถฟอร์มูลาวัน ที่สิงคโปร์ (คลิป)

18 ก.ย. 2566 08:32 น.

ตัวเงินตัวทองป่วนสนามแข่งรถฟอร์มูลาวัน ที่สิงคโปร์ (คลิป)

สิงคโปร์จัดการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ปรากฏว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญลงไปเดินป้วนเปี้ยนในสนาม ทำให้นักแข่งถึงกับตกใจ

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2566 เว็บไซต์ข่าว CNN รายงานว่า แม็กซ์ เวอร์สตาพเพ่น นักแข่งรถฟอร์มูลาวัน จากทีมเรดบูล เจอแขกไม่ได้รับเชิญเป็นตัวเงินตัวทอง กำลังเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในลู่แข่ง ระหว่างที่เขากำลังขับรถลงซ้อมในสนาม ทำให้เขาถึงกับผงะกับภาพที่เห็น

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในงาน “ฟอร์มูลา วัน กรังด์ปรีซ์” ในสิงคโปร์ เมื่อวันศุกร์ (15 ก.ย.) ที่ผ่านมา โดยมีคนเห็นตัวเงินตัวทองทั้งหมด 3 ตัวเข้าไปอยู่ในสนาม โดยมีตัวหนึ่งโดนรถทับ ส่วนอีก 2 ตัวถูกจับออกมาได้หลังผ่านไป 10 นาที ก่อนที่พวกมันจะกลับเข้ามาอีกรอบหนึ่ง แล้วก็โดนจับออกไปอีก

โดยนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ตัวเงินตัวทองเข้าไปป่วนในสนามแข่งรถที่สิงคโปร์ โดยเมื่อปี 2559 ก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วคนที่เห็นคนแรกก็คือนักแข่งรถแม็กซ์ เวอร์สตาพเพ่น คนนี้เหมือนกัน.

ชมคลิป ที่นี่

น้ำท่วมเขื่อนแตกที่ลิเบีย หายนะที่เกิดจากภัยธรรมชาติบวกกับฝีมือมนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725963

 น้ำท่วมเขื่อนแตกที่ลิเบีย หายนะที่เกิดจากภัยธรรมชาติบวกกับฝีมือมนุษย์

18 ก.ย. 2566 10:38 น.

น้ำท่วมเขื่อนแตกที่ลิเบีย หายนะที่เกิดจากภัยธรรมชาติบวกกับฝีมือมนุษย์

  • สำนักงานเพื่อการประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดจากน้ำท่วมลิเบีย อยู่ที่ประมาณ 11,300 ศพ และยอดยังไม่ได้ทำการสรุปตัวเลขเนื่องจากทีมกู้ภัยยังพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และยังมีผู้สูญหายอย่างเป็นทางการมากกว่า 10,000 คน
  • นายกเทศมนตรีเมืองเดอร์นา กล่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่านี้อีก มากถึง 20,000 ศพหลังจากที่ชุมชนทั้งหมดถูกกระแสน้ำซัดลงสู่ทะเล โดยมวลน้ำที่ทะลักเข้าสู่เมืองเดอร์นา มีความรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์สึนามิขนาดมหึมา
  • ความเสียหายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะบรรดานักการเมือง กล่าวโทษว่าเป็นฝีมือจากภัยธรรมชาติ แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เกิดจากปัญหาการคอร์รัปชัน การบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่ไม่ดี และถูกละเลย ตลอดจนการสู้รบทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานหลายปี

ในขณะที่ปฏิบัติการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกซัดเกยตื้นบนชายฝั่งของเมืองเดอร์นา เมืองท่าทางตะวันออกของลิเบียยังคงดำเนินต่อไป และจำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากข้อมูลของสภาเสี้ยววงเดือนแดงในลิเบีย ระบุว่า ขณะนี้ได้รับการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 11,300 ศพ หลังจากพายุแดเนียล พัดเข้าโจมตีเมืองทางตะวันออกของประเทศ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้เขื่อน 2 แห่งพังทลาย เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลทะลักออกมาเข้าสู่แม่น้ำ และเมืองเดอร์นา

นายกเทศมนตรีเมืองเดอร์นา กล่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่านี้อีก มากถึง 20,000 ศพหลังจากที่ชุมชนทั้งหมดถูกกระแสน้ำซัดลงสู่ทะเล โดยมวลน้ำที่ทะลักเข้าสู่เมืองเดอร์นา มีความรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์สึนามิขนาดมหึมา สำหรับความเสียหายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจะทำให้หลายฝ่าย โดยเฉพาะบรรดานักการเมือง กล่าวโทษว่าเป็นฝีมือจากภัยธรรมชาติ  แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ปัญหาการคอร์รัปชัน การบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะที่ไม่ดี และถูกละเลย ตลอดจนการสู้รบทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานหลายปี โดยที่ลิเบียถูกแบ่งแยกระหว่างรัฐบาลที่เป็นคู่แข่งกัน 2 ฝ่าย ได้ทำให้ลิเบียไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ อย่างเช่นพายุเฮอริเคนแดเนียล

คลอเดีย กัซซินี นักวิเคราะห์อาวุโสของ International Crisis Group ประจำลิเบีย กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ลิเบียอยู่ในสภาวะความวุ่นวาย มีการทะเลาะแย่งชิงกันเรื่องอำนาจการปกครองและการจัดสรรเงินทุน ขณะที่งบประมาณในการพัฒนาประเทศก็ยังคงขาดแคลน เงินทุนสำหรับการพัฒนาและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานลดลง ไม่มีการจัดสรรเงินทุนสำหรับโครงการระยะยาว

นักวิเคราะห์ยังกล่าวว่า ไม่มีรัฐบาลใดในทั้งสองรัฐบาลที่มีความชอบธรรมเพียงพอที่จะจัดทำแผนใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ควบคุมการมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐาน

โดยกองกำลังทหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีฐานอยู่ในกรุงตริโปลีทางตะวันตก ให้การสนับสนุนรัฐบาลคู่แข่งของลิเบีย ส่วนอีกรัฐบาลที่อยู่ในเมืองเบงกาซี ทางตะวันออก นั้นได้รับการสนับสนุนโดยรัฐสภาของประเทศ ทั้งสองรัฐบาลได้ต่อสู้กันหลายครั้งตั้งแต่ปี 2557 และฝ่ายบริหารทั้งสองรัฐบาล ล้มเหลวในการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีตามแผนในปี 2564 ตัวอย่างที่มีให้เห็นในปัญหาการขาดการลงทุนสาธารณะคือเขื่อนในเมืองเดอร์นา ซึ่งขาดงบประมาณซ่อมบำรุงจนนำมาซึ่งหายนะครั้งใหญ่

นายอาห์เหม็ด มาดรูด รองนายกเทศมนตรีเมืองเดอร์นา เปิดเผยกับสำนักข่าวอัลจาซีราห์ว่า เขื่อนทั้งสองแห่งไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ปี 2545 นั่นหมายความว่า ตั้งแต่สมัยรัฐบาลของ มูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการมายาวนานของลิเบีย และฝ่ายบริหารที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาถูกโค่นล้มในการปฏิวัติ ปี 2554 ล้วนแต่ล้มเหลวในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ

เมื่อปีที่แล้ว นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอมาร์ อัล มุกห์ตาร์ เผยแพร่บทความที่มีเนื้อหา เตือนว่าเขื่อนทั้งสองแห่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน โดยชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดความเสี่ยงน้ำท่วมแต่นับจากนั้นมาก็ยังไม่เคยมีการดำเนินการซ่อมแซมดูแลใดๆ

วงจรแห่งความรุนแรง


หายนะที่เกิดจากน้ำท่วมในลิเบียครั้งนี้ ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งล่าสุดสำหรับเมืองเดอร์นา เมืองที่มีประชากรประมาณ 90,000 คน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของประเทศ ก่อนที่กลุ่มติดอาวุธต่างๆ จะฉวยโอกาสจากการไม่มีรัฐที่ทำงานได้เพื่อยึดเมืองนี้ในปี 2557 จนกระทั่งพวกเขาถูกขับออกไปในปีถัดมา

จากนั้นในช่วง 3 ปีต่อมา นายพลคาลิฟา ฮาฟตาร์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจหลักในภาคตะวันออกของลิเบีย ได้เข้าควบคุมเมืองเดอร์นา ซึ่งยังคงเป็นดินแดนกลุ่มสุดท้ายในภาคตะวันออกที่ปฏิเสธการปกครองของเขา หลังจากการปิดล้อมอย่างโหดร้ายเป็นเวลา 2 ปี เมืองนี้ถูกทำลายลงด้วยการทิ้งระเบิดอย่างเข้มข้นและการสู้รบภาคพื้นดินอย่างดุเดือด ซึ่งวงจรของความรุนแรงตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้กับลิเบีย โดยทางการไม่ได้ลงทุนในโครงการฟื้นฟูสำคัญใดๆ

ฮานี เชนนิบ ประธานสภาแห่งชาติว่าด้วยความสัมพันธ์ลิเบียของสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางไปเยือนเมืองเดอร์มาหลายครั้งกล่าวว่า โรงพยาบาลแห่งเดียวที่เปิดดำเนินการในเมืองเดอร์นาในปัจจุบันคือโรงพยาบาลห้องเช่า ที่มี 5 ห้องนอน โดยเขากล่าวว่า นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งนี้เกิดขึ้นมานานกว่า 42 ปีแล้ว โดยเกิดความแตกแยกและความวุ่นวายทางการเมืองนับตั้งแต่สมัยของกัดดาฟี โดยประชาชนได้เห็นว่า รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและนายกรัฐมนตรีทุกคนจะมาเยี่ยมเยือนเมืองเดอร์นา มีคำแถลงเกี่ยวกับการสนับสนุนเมืองแห่งนี้ แล้วก็เพิกเฉยต่อเรื่องนี้โดยสิ้นเชิงไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

นายเชนนิบกล่าวว่า การกัดเซาะของเขื่อนในเมืองเดอร์นา ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการรายงาน ออกคำเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงในวารสารวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมาแต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดสนใจเรื่องนี้ เขายังกล่าวว่า น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้เปรียบเป็น “ฟางเส้นเดียวที่ทำให้หลังอูฐหัก”

คอร์รัปชันกับราคาแพงที่ต้องจ่าย


หลังเกิดโศกนาฏกรรมน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเมืองเดอร์นา หลายคนต่างออกมาตำหนิหน่วยงานท้องถิ่น ว่าประมาทเลินเล่อในการวางแผนรับมือพายุลูกนี้ โดยในวันเสาร์ หนึ่งวันก่อนพายุจะมาถึง สภาเทศบาลเมืองเดอร์นาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ประกาศเคอร์ฟิว พร้อมขอให้ประชาชนอพยพเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดกับชายฝั่ง ต่อมาในวันจันทร์ สถานการณ์นี้ถูกเรียกว่าเป็น “หายนะ” พร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติอย่างเร่งด่วน

นายอับดุลเยนาม อัล ไกธี นายกเทศมนตรีเมืองเดอร์นา ให้สัมภาษณ์สื่ออัล อะราบิยา เมื่อวันพุธ ที่ผ่านมา โดยปฏิเสธคำวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของทางการ โดยกล่าวว่าหน่วยงานท้องถิ่นได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันทั้งหมด ที่จำเป็น และแจ้งให้คนในพื้นที่ทราบ แต่หลายคนไม่เห็นด้วย

ทางด้านนายอนัส เอล โกมาติ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันซาเด็ก กล่าวว่า การเพิกเฉยของรัฐบาล แม้จะเห็นได้ว่ามีภัยคุกคามที่ชัดเจนเกิดขึ้น ได้คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคนแทนที่ก่อนหน้านี้ควรจะต้องแลกด้วยวัสดุก่อสร้างและปูนซีเมนต์

อย่างไรก็ตาม นายเอล โกมาติ กล่าวว่า ปัญหามีมากกว่าการบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งเกิดจากการคอร์รัปชันมานานหลายปีและการรื้อโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ โดยการละเลยโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของลิเบียและการบำรุงรักษาเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขื่อนแตก และเมืองจมอยู่ใต้น้ำ เขากล่าวเสริมว่า การทุจริตและการจัดการทางการเงินที่ผิดพลาดเป็นสาเหตุเบื้องหลังความล้มเหลวของโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างปัญหาให้กับลิเบียมานานหลายทศวรรษ และระบอบการปกครองที่ควบคุมทุกอย่างนั้นยิ่งน่าตำหนิมากกว่า.

ทรัมป์ลั่น “ตัดสินใจเอง” พยายามล้มผลเลือกตั้งประธานาธิบดี 2020

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725942

ทรัมป์ลั่น “ตัดสินใจเอง” พยายามล้มผลเลือกตั้งประธานาธิบดี 2020

18 ก.ย. 2566 05:30 น.

ทรัมป์ลั่น “ตัดสินใจเอง” พยายามล้มผลเลือกตั้งประธานาธิบดี 2020

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาเป็นผู้ตัดสินใจเองที่ออกมาอ้างว่าตนเองชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งก่อน รวมถึงพยายามล้มผลเลือกตั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ย. 2566 สถานีโทรทัศน์ NBC ของสหรัฐฯ ออกอากาศการสัมภาษณ์อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2567 ท่ามกลางการฟ้องร้องมากมาย รวมถึงเรื่องที่เขาพยายามล้มผลเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งก่อน

นายทรัมป์ยอมรับกับเอ็นบีซีว่า เขาได้รับข้อเสนอแนะจากคนมากมาย ไม่นานหลังการเลือกตั้งปี 2563 (ค.ศ. 2020) จบลง แต่เขาเป็นผู้ตัดสินใจเองที่จะผลักดันการเผยแพร่คำกล่าวอ้างที่ว่า เขาชนะการเลือกตั้งดังกล่าว และพยายามจะพลิกกลับผลการเลือกตั้ง

“มันเป็นการตัดสินใจของผมเอง แต่ผมก็รับฟังคนอื่นบ้าง” นายทรัมป์บอกกับ คริสเทน เวลเกอร์ พิธีกรรายการ Meet the Press ของเอ็นบีซี “ผมรับฟังคนหลากหลาย และเมื่อผมรวบรวมข้อมูลเข้าด้วยกันก็พบว่า มีการโกงเลือกตั้งนี้” “คุณรู้มั้ยว่าผมฟังใคร? ตัวผมเองไง ผมเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น”

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกอีกว่า เขาไม่ฟังคำพูดของทนายความของเขาที่บอกว่า เขาแพ้การเลือกตั้ง เพราะเขาไม่เคารพคนพวกนั้น “คุณจ้างพวกเขามา คุณไม่เคยพบคนเหล่านั้น คุณได้รับคำแนะนำ แต่ปรากฏว่าพวกเขาเป็นรีพับลิกันแต่ในนาม หรือไม่ได้ดีขนาดนั้น ให้หลายกรณี ผมไม่เคารพพวกเขา”

“แต่ผมเคารพคนอื่นๆ นะ ผมเคารพคนมากมายที่พูดว่ามีการโกงเลือกตั้ง” นายทรัมป์กล่าว

ทั้งนี้ หลังจากแพ้เลือกตั้ง นายทรัมป์พยายามหลายวิธีที่จะพลิกกลับผลลัพธ์ที่ออกมา เขาพยายามกดดันนาย แบรด ราฟเฟนสเปอร์เกอร์ เลขาธิการรัฐจอร์เจีย และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ และหาคะแนนโหวตมาเพิ่มให้มากพอที่เขาจะชนะ ทีมหาเสียงของเขายังพยายามแต่งตั้งคณะผู้เลือกตั้งตัวปลอมใน 7 รัฐสวิงสเตทด้วย

คณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎรที่สืบสวนเกี่ยวกับการกระทำของนายทรัมป์ จนนำไปสู่เหตุจลาจลที่รัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อ 6 ม.ค. 2564 ระบุว่า มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่า นายทรัมป์พยายามอย่างต่อเนื่องที่จะส่งคะแนนโหวตของคณะผู้เลือกตั้งตัวปลอมให้แก่สภาคองเกรสและหอจดหมายเหตุแห่งชาติ แม้ทนายของเขาเองจะเตือนว่า การทำเช่นนี้อาจผิดกฎหมาย

นายทรัมป์ถูกนาย แจ็ก สมิธ อัยการพิเศษฟ้องร้องใน 4 ข้อหาที่เกี่ยวข้องกับความพยายามล้มผลเลือกตั้ง ซึ่งรวมถึงข้อหา ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และสมคบคิดฉ้อโกงสหรัฐฯ โดยในเอกสารฟ้องร้องของนายสมิธระบุว่า นายทรัมป์รู้ดีว่าคำกล่าวอ้างของตัวเองไม่เป็นความจริง แต่ก็ยังเผยแพร่ออกไป แม้ที่ปรึกษาใกล้ชิดจะเตือนแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เครื่องบินกองทัพอิตาลีตกระเบิดไฟลุกท่วม ซากกระเด็นใส่รถเด็ก 5 ขวบเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725941

เครื่องบินกองทัพอิตาลีตกระเบิดไฟลุกท่วม ซากกระเด็นใส่รถเด็ก 5 ขวบเสียชีวิต

18 ก.ย. 2566 04:23 น.

เครื่องบินกองทัพอิตาลีตกระเบิดไฟลุกท่วม ซากกระเด็นใส่รถเด็ก 5 ขวบเสียชีวิต

เครื่องบินเจ็ตหนึ่งในฝูงบินผาดแผลงของกองทัพอิตาลี ตกระหว่างฝึกซ้อมจนระเบิดไฟลุกท่วม เศษซากไปโดนรถยนต์ที่วิ่งผ่านมา ทำให้เด็ก 5 ขวบเสียชีวิต มีผู้บาดเจ็บอีกหลายราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินเจ็ตของกองบินผาดแผลงแห่งกองทัพอากาศอิตาลี ตกระหว่างการฝึกซ้อมที่สนามบินใกล้กับเมืองตูริน ทางเหนือของประเทศ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดระเบิดไฟลุกท่วม เศษชิ้นส่วนกระเด็นใส่รถยนต์ที่สัญจรผ่านมา ทำให้คนบนรถได้รับบาดเจ็บ และเด็กวัย 5 ขวบเสียชีวิต

ตามการเปิดเผยของสำนักงานดับเพลิงอิตาลี เครื่องบินเจ็ต MB-339 ระเบิดหลังขึ้นบินจากสนามบิน คาเซลเล ได้ไม่นานเมื่อเวลาเที่ยงวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น โดยนักบินสามารถดีดตัวออกมาได้ทันก่อนที่เครื่องจะตกกระแทกพื้น และตอนนี้กำลังรักษาบาดแผลไฟไหม้ที่โรงพยาบาลโจวานนี บอสโก ในเมืองตูริน

ด้านสื่อของอิตาลีระบุว่าว่า เครื่องบินลำนี้ชนกับฝูงนกหลังจากขึ้นบิน ก่อนจะตกลงมา ทำให้เศษชิ้นส่วนที่มีไฟลุกท่วม กระเด็นไปชนกับรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาตามเส้นทางคู่ขนานกับสนามบิน ส่งผลให้เด็ก 5 ขวบเสียชีวิต ขณะที่เด็กวัย 9 ขวบเป็นแผลไฟไหม้รุนแรง โดยกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลเด็ก เรจินา มาร์เกริตา ในเมืองตูริน

มีรายงานด้วยว่า พ่อแม่ของเด็กทั้งสองก็ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้เช่นกัน

ทั้งนี้ ฝูงบินผาดแผลง เฟรคเช ตริโคโลรี ซึ่งเครื่องบินลำที่เกิดเหตุสังกัดอยู่ กำลังฝึกซ้อมเพื่อเตรียมการแสดงครบรอบ 100 ปีกองทัพอากาศอิตาลีในวันอาทิตย์นี้ แต่กลับเกิดอุบัติเหตุขึ้นเสียก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สลด น้ำท่วมกรีซซัดบ้านพักลงทะเล คร่าชีวิตคู่ฮันนีมูนชาวออสเตรีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725939

สลด น้ำท่วมกรีซซัดบ้านพักลงทะเล คร่าชีวิตคู่ฮันนีมูนชาวออสเตรีย

18 ก.ย. 2566 03:33 น.

สลด น้ำท่วมกรีซซัดบ้านพักลงทะเล คร่าชีวิตคู่ฮันนีมูนชาวออสเตรีย

ทางการออสเตรียยืนยัน คู่รักซึ่งเดินทางมาเที่ยวฮันนีมูนในประเทศกรีซ เสียชีวิตในเหตุน้ำท่วมฉับพลันเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา หลังกระแสน้ำพัดพาบ้านที่พวกเขาเข้าพักลงทะเล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คู่สามีภรรยาชาวออสเตรียเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศกรีซ และเข้าพักที่บังกะโลในรีสอร์ตแห่งหนึ่งแห่งเมือง โปติสติกา ใกล้ภูเขาเปลิออน (Pelion) ก่อนจะเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุ แดเนียล จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันพัดพาบ้านที่ทั้งสองเข้าพักลงสู่ทะเล

กระทรวงต่างประเทศออสเตรียยืนยันในวันเสาร์ที่ 16 ก.ย. 2566 ว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอยืนยันว่าทั้งคู่เป็นพลเมืองออสเตรียที่หายตัวไป แต่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ ขณะที่นาย ธานาซิส ซามาราส เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุระบุว่า คู่รักคู่นี้เดินทางมาจากเมืองกราซ ในออสเตรีย

วันเดียวกัน นายคีเรียกอส มิตโซตาคิส นายกรัฐมนตรีกรีซ กล่าวที่เมืองเธสซาโลนิกี ว่า ประเทศของเขากำลังเผชิญสงครามในภาวะสงบสุข “ตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราเผชิญเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุด และน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา”

นายมิตโซตาคิสให้คำมั่นด้วยว่า รัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณสำหรับช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงให้กองทัพพัฒนาการตอบสนองต่อภัยธรรมชาติให้ดียิ่งขึ้น โดยจะหางบประมาณมาจากการขึ้นภาษีนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ พายุแดเนียลพัดถล่มกรีซ, ตุรกี และบัลแกเรีย ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมใน 3 ประเทศแล้ว 15 ศพ คนนับพันยังต้องอาศัยในที่พักชั่วคราว หรืออยู่กับญาติ ขณะที่ ยังมีอีกอย่างน้อย 30 หมู่บ้านที่เจ้าหน้าที่ยังเข้าถึงไม่ได้ และเสี่ยงเกิดโรคที่มากับน้ำเสีย

บางพื้นที่ของกรีซรับน้ำฝนมากถึง 800 มม. มากกว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกตลอดทั้งปี โดยที่ราบคาร์ดิตซา ในภาคกลางของประเทศ กลายสภาพเป็นทะเลสาบ หมู่บ้านหลายแห่งรอบเมืองปาลามาส จมอยู่ใต้น้ำ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพคู่อริสู้กันหนัก ตึกระฟ้าแลนด์มาร์กเมืองหลวงซูดานไฟลุกท่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2725938

กองทัพคู่อริสู้กันหนัก ตึกระฟ้าแลนด์มาร์กเมืองหลวงซูดานไฟลุกท่วม

18 ก.ย. 2566 02:30 น.

กองทัพคู่อริสู้กันหนัก ตึกระฟ้าแลนด์มาร์กเมืองหลวงซูดานไฟลุกท่วม

กองทัพซูดานกับกองกำลังคู่อริปะทะกันอย่างต่อเนื่องในเมืองหลวงกรุงคาร์ทูม ทำให้เกิดไฟไหม้อาคารสูงหลายแห่ง รวมถึงตึกสูงที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพกับกองกำลังคู่อริในประเทศซูดานต่อสู้กันอย่างหนักอีกครั้งในกรุงคาร์ทูม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ก.ย. 2566 เป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้อาคารสูงหลายแห่ง รวมถึงตึก ‘เกรตเตอร์ ไนล์ ปิโตรเลียม ออยล์ คอมพานี ทาวเวอร์’ ซึ่งเป็นเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองหลวงแห่งนี้

นายทากรีด อับดิน สถาปนิกผู้ออกแบบตึก เกรตเตอร์ ไนล์ฯ โพสต์ข้อความผ่าน X หรือชื่อเดิมคือทวิตเตอร์ ว่า ภาพที่เห็นน่าเจ็บปวดมาก

ทั้งนี้ สงครามกลางเมืองในซูดาน ระหว่างกองทัพกับกองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว (RSF) เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน ทำให้เกิดการต่อสู้และการโจมตีทางอากาศในกรุงคาร์ทูมและเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 7,500 ศพ ประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนจำต้องหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้ตึกรูปกรวยสูง 18 ชั้นแห่งนี้ไฟลุกไหม้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ตามรายงานขององค์กรสังเกตการณ์สงครามซูดาน (Sudan War Monitor) เมื่อวันเสาร์ กองกำลัง RSF เปิดฉากโจมตีพื้นที่ที่ฝ่ายกองทัพควบคุมในกรุงคาร์ทูม รวมถึงอาคารสำนักงานของกระทรวงยุติธรรม จนเกิดไฟไหม้อาคารรัฐบาลหลายหลัง และการโจมตียังยืดเยื้อไปจนถึงในวันอาทิตย์ด้วย

นอกจากนั้น ยังมีรายงานการต่อสู้เกิดขึ้นที่เมือง เอล-โอเบด ซึ่งห่างจากกรุงคาร์ทูมไปทางใต้ราว 400 กม.ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc