เปิดแฟชั่นแฟล็กชิพสโตร์ใหม่ ของH&M ที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754929

เปิดแฟชั่นแฟล็กชิพสโตร์ใหม่ ของH&M ที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต

เปิดแฟชั่นแฟล็กชิพสโตร์ใหม่ ของH&M ที่ใหญ่ที่สุดในภูเก็ต

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

H&M ฉลองเปิดแฟชั่นแฟล็กชิพสโตร์ใหม่ล่าสุดที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต พร้อมเปิด H&M HOME สาขาแห่งแรก นับเป็นจุดหมายแห่งแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ได้รวบรวม H&M Fashion และ H&M HOME ไว้ด้วยกันอย่างครบครัน บนพื้นที่รวมขนาด 2,765 ตารางเมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในภูเก็ต

H&M สาขาใหม่นี้ ปรับโฉมใหม่ทั้งหมดด้วยการตกแต่งภายในที่เน้นโทนสีขาวสะอาดตา เรียบง่าย สามารถเดินเชื่อมต่อกันในทุกโซน รวมถึงการตกแต่งพื้นที่สีเขียวของต้นไม้ที่ทำให้ภายในร้านดูอบอุ่นและสดชื่น ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าอย่างสบายใจและค้นหาสไตล์ที่ตอบโจทย์ตนเองผ่านคอลเลคชั่นต่างๆ ที่รวบรวมทั้งเสื้อผ้าผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก รวมไปถึงเครื่องประดับหลากหลายสไตล์

ฟิลิปป์ ลาซอว์ล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคันทรี เมเนเจอร์ของ H&M (ประเทศไทย) กล่าวว่า “H&M เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีในการช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ทั้งยังสามารถตอบโจทย์สร้างความสุขและแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านจาก H&M HOME ที่มีสินค้าให้เลือกครบครัน เชื่อว่าชาวภูเก็ตจะต้องได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมกับสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่สามารถจับต้องได้ และก้าวสู่โลกแฟชั่นที่ยั่งยืนไปพร้อมกัน” 

‘อัญรัตน์ พรประกฤต’ ซีอีโอ เพชรยูบิลลี่ คว้ารางวัลผู้บริหารหญิง AWEN Awards 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754930

‘อัญรัตน์ พรประกฤต’ ซีอีโอ เพชรยูบิลลี่  คว้ารางวัลผู้บริหารหญิง AWEN Awards 2023

‘อัญรัตน์ พรประกฤต’ ซีอีโอ เพชรยูบิลลี่ คว้ารางวัลผู้บริหารหญิง AWEN Awards 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้บริหารหญิงไทยเปล่งประกายบนเวทีอาเซียน นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจเครื่องประดับเพชรอันดับหนึ่งของเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ “ยูบิลลี่ ไดมอนด์” รับรางวัล “AWEN Award 2023 – Outstanding ASEAN Women Entrepreneurs Award” ซึ่งจัดโดย เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน (ASEAN Women Entrepreneurs Network) ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบแก่ผู้ประกอบการสตรีในกลุ่มสมาชิกอาเซียนที่มีความโดดเด่นทั้งด้านวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำ และความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนทั้งธุรกิจและสังคม โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมเจ ดับบลิว แมริออท ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ไปเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา

ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ กรุงเทพมหานคร สร้างเกราะคุ้มกันเด็กไทย ปลอดภัยบนโลกไซเบอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754931

ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ กรุงเทพมหานคร  สร้างเกราะคุ้มกันเด็กไทย ปลอดภัยบนโลกไซเบอร์

ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ กรุงเทพมหานคร สร้างเกราะคุ้มกันเด็กไทย ปลอดภัยบนโลกไซเบอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพื่อสร้างเกราะป้องกันเยาวชนรุ่นใหม่จากภัยไซเบอร์ ทรู คอร์ปอเรชั่น สานต่อความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เดินหน้าโครงการ “BMA x True Safe Internet” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ลงพื้นที่จัดหลักสูตรอบรมแก่ครูและนักเรียนกว่า 19,000 คน ในโรงเรียน 50 แห่งทั่วกทม. ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของTrue Cyber Care ที่ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้มุ่งมั่นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นการผสานศักยภาพของทั้งทรูและดีแทค ในการก้าวเป็นเทเลคอม-เทคคอมปานี ที่ต้องการร่วมยกระดับการศึกษายุคดิจิทัลขับเคลื่อนสังคมแห่งการใช้อินเตอร์เนตอย่างสร้างสรรค์และบริการโทรคมนาคมอย่างปลอดภัยพร้อมป้องกันและเฝ้าระวังภัยไซเบอร์เพื่อไม่ให้เยาวชนและคนในสังคมตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

ทั้งนี้ จากงานวิจัยขององค์การเอ็คแพท องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ และองค์การยูนิเซฟ พบว่าในปี 2565 เพียงปีเดียว มีเด็กที่ใช้งานอินเตอร์เนตในประเทศไทยช่วงอายุ 12-17 ปี กว่า 400,000 คน ตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกแสวงหาผลประโยชน์และละเมิดทางเพศ และจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้นป.4-ป.6 ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่ทรู คอร์ปอเรชั่น ดำเนินการเพื่อเก็บข้อมูลในปีนี้ พบว่ากว่า 93% นักเรียนมีบัญชีโซเชียลส่วนตัว โดยสมัครเองถึง 89% ยิ่งไปกว่านั้น 84% ใช้เนตเล่นเกมออนไลน์ โดยมากกว่า 60% ของนักเรียนกลุ่มนี้เคยคุยกับคนแปลกหน้าและรู้จักกันผ่านเกมออนไลน์

เพื่อสร้างเกราะป้องกันคนรุ่นใหม่ที่ใช้สื่อไอซีทีมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทรู คอร์ปอเรชั่น สานต่อความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เดินหน้าโครงการ “BMA x True Safe Internet” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ลงพื้นที่จัดหลักสูตรอบรมแก่ครูและนักเรียนกว่า 19,000 คน ในโรงเรียน 50 แห่งทั่วกทม. กิจกรรมปีนี้ ครบเครื่องตั้งแต่ School Tour ลงพื้นที่พบปะน้องๆ นักเรียน โดยได้จัดคอร์สเข้มข้นให้ความรู้ “การล่อลวงเด็กในโลกออนไลน์” เรียนรู้การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ ตรวจสอบแยกแยะข่าวไหนจริงหรือหลอกลวง รู้เท่าทันเทคนิคของพวกมิจฉาชีพ โดยเฉพาะการแสวงหาประโยชน์ทางเพศบนโลกออนไลน์ หลอกให้โอนเงิน วิธีป้องกันและขอความช่วยเหลือเมื่อเจอผู้ไม่หวังดีซึ่งปีนี้ จะเสริมด้วยหลักสูตร “รู้ทันโลกออนไลน์” จากทรูปลูกปัญญา ทั้งป้องกันภัยจากโลกไซเบอร์ การตั้งพาสเวิร์ด รูปแบบและโทษของ Cyberbullying ภัยโซเชียลมีเดียใกล้ตัวกฎหมายอินเตอร์เนตน่ารู้ และ Fake News ต่างๆ

ด.ญ.ดารากา ศรีผ่องใส (น้องพอใจ) นักเรียนชั้นป.6 โรงเรียนวัดสร้อยทอง เล่าว่า “ปกติใช้สื่อโซเชียลเช่น เฟซบุ๊ก เพื่อเข้าไปหาความรู้ อัปเดตข่าวสาร ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ตนเองสนใจ และจากประสบการณ์มีคนในครอบครัวเคยโดนมิจฉาชีพส่งลิงก์มาให้ พอกดแล้วเงินในบัญชีหายไปหมด หรือ Call Center มิจฉาชีพโทรมาหลอกว่ามีหนี้ค้างชำระ ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรม School Tour ของ “BMA x True Safe Internet” ในวันนี้ ทำให้เรียนรู้การใช้สื่อโซเชียลอย่างถูกวิธีมากยิ่งขึ้น อย่าไปหลงเชื่อกลลวง และวิธีรับมือเมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันมากๆ ค่ะ”

ขณะที่ ด.ช.พัตตินันท์ ประสวนศรี (น้องโฟม) นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนวัดสร้อยทอง แบ่งปันประสบการณ์การใช้สื่อไอซีทีของตนเองว่า “ชอบท่องโลกอินเตอร์เนตเพื่อเข้าไปดูและติดตามผลการแข่งขันกีฬา รวมถึงเล่นเกม และเคยเจอมิจฉาชีพหลอกเอารหัสผ่านเข้าใช้งานและบัญชีเฟซบุ๊กของตนเองไป การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ ทำให้รู้เท่าทันมากยิ่งขึ้น รู้จักป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้โดนมิจฉาชีพหลอกลวง เช่น การตั้งรหัสผ่านที่ยากๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ดีใจที่พี่ๆ มาให้ข้อมูลซึ่งบางเรื่องก็ไม่เคยรู้มาก่อน เช่น หลอกว่าจะปั้นให้เป็นศิลปินดาราที่มีชื่อเสียง หลอกให้ถ่ายรูปตนเองและส่งไปเพื่อนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี”

นอกจากกิจกรรม School Tour แล้ว ยังมีมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย และมูลนิธิศานติวัฒนธรรม ให้การสนับสนุนหลักสูตร “พอกันที กรูมมิ่ง” จัดอบรมให้ครูมีความรู้ ทักษะ และสามารถสร้างเครื่องมือสื่อสารกับเด็ก ช่วยสอดส่องดูแลให้เด็กรู้จักระวังภัยและป้องกันตัวเองจากการกรูมมิ่งในโลกออนไลน์ และเตรียมพบกับอีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลท์ยอดนิยมกับการแข่งขันโต้วาที “Battle for Better” ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ เปิดเวทีให้ผู้กล้าวัยใสได้ปล่อยพลัง นำเสนอไอเดียและข้อคิดเห็นด้านจริยธรรมเทคโนโลยีและสิทธิเสรีภาพที่ทุกคนจะต้องทึ่งและประทับใจแน่นอน

ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ กรุงเทพมหานคร เดินหน้าโครงการ “BMA x True Safe Internet”

ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือ กรุงเทพมหานคร เดินหน้าโครงการ “BMA x True Safe Internet”

ด.ญ.ดารากา ศรีผ่องใส และ ด.ช.พัตตินันท์ ประสวนศรี

ด.ญ.ดารากา ศรีผ่องใส และ ด.ช.พัตตินันท์ ประสวนศรี

แพรวแชริตี้ ฉลอง 44 จับมือเซเลบริตี้และศิลปินดัง ระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754945

แพรวแชริตี้ ฉลอง 44 จับมือเซเลบริตี้และศิลปินดัง  ระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็น

แพรวแชริตี้ ฉลอง 44 จับมือเซเลบริตี้และศิลปินดัง ระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็น

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถือเป็นงานการกุศลที่นิตยสารแพรวภายใต้ AMARIN MEDIA & EVENT ในเครืออมรินทร์กรุ๊ป ตั้งใจจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีสำหรับ “แพรวแชริตี้” (PRAEW CHARITY) งานที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง พร้อมกับการสร้างสิ่งดีๆให้กับสังคม ในโอกาสครบรอบ 44 ปีครั้งนี้ ได้จัดขึ้นภายใต้ชื่อ PRAEW CHARITY 2023 “Touch of Hope” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านสายตาผ่านมูลนิธิพิทักษ์ดวงตาประชาชน และมูลนิธิโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์

งาน PRAEW CHARITY 2023 “Touch of Hope” จะจัดขึ้นตลอด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 8-10 กันยายน 2566 ที่แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน ไฮไลท์ของงานคือ มหกรรมช้อปปิ้งการกุศลสินค้าแบรนด์เนมมือสองจากเหล่าเซเลบฯและคนดังน้ำใจงาม อาทิ ขนิษฐา จิตต์กุศล,ศุภลักษณ์ อัมพุช, กฤษณา อัมพุช, ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์, ธัญญรัตน์ พชรภัทร์ธนัญ, ปณิธิพัทธ์ สุขสมบูรณ์, ณัฐพล จุฬางกูร, วิชิตพงศ์ นิธิเลิศวิวัฒน์, แอนเจลิส บาเลก, กัญญปรีย์ จินตวรรณ, ดิษยา สรไกรกิติกูล, ชัย พรปริญญา ฯลฯ โดยแพรวทำหน้าที่เป็นสื่อกลางส่งมอบความช่วยเหลือนำเงินบริจาคการกุศลมอบให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนต่างๆ ในสังคมต่อไป

พร้อมกันนี้ ยังเปิดให้ชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินมากมายแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอด 3 วัน นอกจากกิจกรรมข้างต้นแล้ว นิตยสารแพรวยังได้จัดกิจกรรมการกุศลออนไลน์ ประมูลกระเป๋าผ้าเพ้นท์ลวดลวยพิเศษ โดยศิลปินดัง โดยจะเริ่มการประมูลในวันที่ 8-30 กันยายน 2566 ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและกติกาเพิ่มเติมได้ทาง http://www.praew.com

โครงการแพรวแชริตี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ.2546 ด้วยความตั้งใจเป็นสื่อกลางในการระดมทุนจากผู้อ่านนิตยสารแพรวที่มีจิตศรัทธา เพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ยากไร้ สตรี เด็ก สัตว์ทุกข์ยาก รวมถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการแพรวแชริตี้ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง ส่งมอบความช่วยเหลือไปยังองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ แล้ว 58 แห่ง รวมยอดเงินบริจาคกว่า 49 ล้านบาท

‘สูงวัย…ขยาย (ความ)’ นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย นำเสนอบริบทของสังคมสูงวัยในมิติต่างๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754935

‘สูงวัย...ขยาย (ความ)’ นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย  นำเสนอบริบทของสังคมสูงวัยในมิติต่างๆ

‘สูงวัย…ขยาย (ความ)’ นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย นำเสนอบริบทของสังคมสูงวัยในมิติต่างๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครชวนชมนิทรรศการ “สูงวัย….ขยาย (ความ)” Blowing Up The Tale of Ageing Society” โครงการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่อธิบายถึงบริบทสังคมสูงวัย ตลอดจนสถานการณ์สังคมสูงวัยในประเทศไทยผ่านสื่อศิลปะสร้างสรรค์แก่สาธารณะที่หลากหลาย เป็นการสำรวจแนวความคิดทัศนคติที่มีต่อสภาวะสังคมผู้สูงวัย ความเข้าใจและการเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ รวมถึงรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ และยังพบว่ามีอัตราการเกิดจำนวนมาก ซึ่งถือเป็น “สึนามิประชากร” ที่กำลังเคลื่อนเข้าสู่ฝั่งผู้สูงวัยเพื่อเป็นการสะท้อนองค์ความรู้และแง่มุมหลากหลายที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมผู้สูงอายุและนำไปสู่อนาคตของการอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพจึงเป็นจุดเริ่มต้นการจัดนิทรรศการศิลปวัฒนธรรมในครั้งนี้ พิธีเปิดงานมีฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที รองประธานกรรมการมูลนิธิหอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นประธานเปิดนิทรรศการ พร้อมด้วย อดุลญา ฮุนตระกูล ผู้อำนวยการหอศิลปกรุงเทพฯ กล่าวต้อนรับ โดยมี พูลศรี เกียรติมณีรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนวัฒนธรรม สำนักงานวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวร่วมในงาน ณ ห้องนิทรรศการหลักชั้น 9 หอศิลป์กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยภายหลังพิธีเปิด ภัณฑารักษ์นิทรรศการทั้ง 4 ผศ.ชัยณรงค์ อริยะประเสริฐ, ดร.วีรยา เอี่ยมฉ่ำ, ดร.อรอนงค์ กลิ่นศิริ และ สืบแสง แสงวชิระภิบาล หัวหน้าฝ่ายนิทรรศการหอศิลป์กรุงเทพฯ ร่วมกล่าวถึงแนวคิดนิทรรศการ และแนะนำศิลปินผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย พระไพศาล วิสาโล, กมลลักษณ์ สุชชัย, กรกต อารมณ์ดี, จักรวาล นิลธำรงค์, จุมพล อุทโยภาศ, ชาติ กอบจิตติ, แดนสรวง สังวรเวช ภัณฑ์, ธนิตย์ จิตนุกูล, นพวรรณ สิริเวชกุล, พงศธร กันทะวงศ์, สุทิน ตันติภาสน์ และ สุพรรณิการ์ ติรณปริญญ์

นิทรรศการ “สูงวัย…. ขยาย(ความ)” เก็บรวบรวมประเด็นที่ เกี่ยวข้องกับบริบทสังคมสูงวัยผ่านกรอบคิด 4 มิติ ได้แก่ สุขภาวะพลานามัย, เศรษฐกิจและนวัตกรรม, สังคม ความเสมอภาคและสภาพแวดล้อมทางกาย ตลอดจนการเข้าถึง ผ่านการใช้ผลงานศิลปะและสื่อสร้างสรรค์ในการกระตุ้นความคิด การตั้งคำถาม และการปรับประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ ผ่านการตีความหมายที่หลากหลายมิติทางสังคม นิทรรศการครั้งนี้อาศัยการรูปแบบทางศิลปะร่วมสมัยและสื่อสร้างสรรค์ที่มีต่อบริบทสังคมสูงวัย นำเสนอกิจกรรมเชิงบูรณาการที่ตอบสนองต่อมุมมองความแตกต่าง ทั้งด้านการรับรู้ (recognition) การทำความเข้าใจ (understanding) และการอยู่ร่วมกัน (coexistence) ของมนุษย์ทุกคนและทุกภาคส่วนบนพื้นฐานแนวคิด “สังคมผู้สูงวัย” (ageing society) จัดแสดงถึง 26 พฤศจิกายน 2566 ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที กล่าวเปิดงาน

ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที กล่าวเปิดงาน

ภัณฑารักษ์ทั้ง 4

ภัณฑารักษ์ทั้ง 4

ประธานในงาน พร้อมด้วยภัณฑารักษ์ และส่วนหนึ่งของศิลปินผู้ร่วมสร้างสรรค์ในนิทรรศการ

ประธานในงาน พร้อมด้วยภัณฑารักษ์ และส่วนหนึ่งของศิลปินผู้ร่วมสร้างสรรค์ในนิทรรศการ

สุพรรณิการ์ ติรณปริญญ์ กับผลงาน

สุพรรณิการ์ ติรณปริญญ์ กับผลงาน

สุทิน ตันติภาสน์ และผลงาน

สุทิน ตันติภาสน์ และผลงาน

ผลงานศิลปะจักสาน โดย กรกต อารมย์ดี

ผลงานศิลปะจักสาน โดย กรกต อารมย์ดี

ศิลปะสื่อผสม สะพานข้ามบึงบัว โดย กมลลักษณ์ สุขชัย

ศิลปะสื่อผสม สะพานข้ามบึงบัว โดย กมลลักษณ์ สุขชัย

ผลงานความเปราะบาง โดย นพวรรณ สิริเวชกุล

ผลงานความเปราะบาง โดย นพวรรณ สิริเวชกุล

บาจา เปิดตัวโครงการ ‘ก้าวมั่น’ ชวนแบ่งปันโอกาสแก่มูลนิธิเด็กโสสะฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754928

บาจา เปิดตัวโครงการ ‘ก้าวมั่น’ ชวนแบ่งปันโอกาสแก่มูลนิธิเด็กโสสะฯ

บาจา เปิดตัวโครงการ ‘ก้าวมั่น’ ชวนแบ่งปันโอกาสแก่มูลนิธิเด็กโสสะฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บาจา (Bata) ประเทศไทย แบรนด์รองเท้าระดับโลกจากยุโรป จัดโครงการ “ก้าวมั่น” ชวนลูกค้าบาจาร่วมแบ่งปันโอกาสให้กับน้องๆ เด็กกำพร้า มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ งานนี้นางเอกสาว “เบลล่า-ราณี แคมเปน” แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ บาจา ประเทศไทย ขอส่งกำลังใจ พร้อมเป็นกระบอกเสียงชวนแฟนๆ ร่วมบุญในครั้งนี้ด้วย

วิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บาจา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อตอกย้ำวัตถุประสงค์หลักของแบรนด์บาจา ที่ให้บริการ ลูกค้า พนักงาน และพร้อมส่งต่อความปรารถนาดีผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมเสมอมา โดยล่าสุดเราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเยาวชนที่พวกเขาจะก้าวออกไปเป็นผู้ใหญ่และเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ยังคงขาดโอกาสและการสนับสนุนอีกจำนวนมาก เราจึงร่วมมือกับ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ จัดโครงการ “ก้าวมั่น” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้า โดยทุกๆ การซื้อสินค้าในเครือ บาจา ทุก 1,000 บาท บาจาจะร่วมบริจาค10 บาท ให้แก่น้องๆ โดยตั้งเป้าเงินบริจาคในโครงการนี้ไว้ จำนวน 350,000 บาท จึงอยากจะเชิญชวนแฟนๆ บาจา มาร่วมทำบุญกับโครงการก้าวมั่นด้วยกัน

ธนา เตรัตนชัย เลขาธิการและกรรมการอำนวยการ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ กล่าวต่อว่า รู้สึกขอบคุณที่ทางบาจาเล็งเห็นความสำคัญของเด็กๆ โดยจัดโครงการดีๆอย่าง “ก้าวมั่น” ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกแรงผลักดันและสนับสนุนให้เด็กๆ สามารถเปลี่ยนชีวิตใหม่ให้กลายเป็นคนที่มีคุณภาพในสังคม และสามารถก้าวออกไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ในอนาคตต่อไป
โดยมูลนิธิเด็กโสสะฯ เป็นองค์กรที่ให้การอุปการะดูแลเด็กๆ ที่สูญเสียครอบครัว หรือเด็กที่ครอบครัวดั้งเดิมไม่สามารถเลี้ยงดูได้ มายาวนานกว่า 52 ปี ในรูปแบบของครอบครัวทดแทนถาวรระยะยาว เพราะเด็กๆ ทุกคนไม่ได้ต้องการแค่อาหารและที่พัก เขาต้องการความรัก ความอบอุ่น และต้องเติบโตขึ้นภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเช่นเดียวกับครอบครัวทั่วๆ ไป ซึ่งเงินบริจาคของท่านสามารถช่วยเหลือเด็กกำพร้าให้มีโอกาสเติบโตขึ้นท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น โดยได้รับโภชนาการตามวัยที่เหมาะสม การดูแลด้านสุขภาพอนามัยที่ดี และการศึกษาสูงสุด จนเค้าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้ในที่สุด

ปิดท้ายด้วย นางเอกสาว เบลล่า-ราณี แคมเปน แบรนด์แอมบาสซาเดอร์บาจา ประเทศไทย กล่าวเชิญชวนร่วมโครงการ “ก้าวมั่น” ว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมกิจกรรมดีๆ ในครั้งนี้ ก็อยากจะเชิญชวนแฟนๆ บาจาทุกคนมาร่วมโครงการนี้ เพราะนอกจากการช้อปสินค้าคุณภาพถูกใจแล้ว ยังได้ร่วมมอบโอกาสและช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับน้องๆ เพื่อผลักดันให้พวกเขาเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคตด้วย

ร่วมสนับสนุนคุณภาพชีวิตของเด็กมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ทาง www.sosthailand.org, www.facebook.com/SOSthailand หรือโทร.02-3801177 และสามารถร่วมโครงการ“ก้าวมั่น” ได้ด้วยการซื้อสินค้าบาจา โดยทุกๆ การซื้อมูลค่า 1,000 บาท = บริจาค 10 บาท ให้มูลนิธิเด็กโสสะฯ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 2566 ที่ร้านบาจาที่ร่วมรายการ

มูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา เฉลิมพระเกียรติ 91 พรรษา ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ พร้อมมอบโล่เกียรติคุณ ‘บุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี’66’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754936

มูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา เฉลิมพระเกียรติ 91 พรรษา ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’  พร้อมมอบโล่เกียรติคุณ ‘บุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี’66’

มูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา เฉลิมพระเกียรติ 91 พรรษา ‘พระบรมราชชนนีพันปีหลวง’ พร้อมมอบโล่เกียรติคุณ ‘บุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี’66’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา ร่วมกับ วัดธาตุทอง จัดงานเฉลิมพระเกียรติ 91 พรรษา พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระมิ่งแม่แห่งแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ซึ่งเป็น“วันแม่..แห่งชาติ” พร้อมจัดพิธีมอบโล่เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี ประจำปี 2566 เพื่อถวายพระเกียรติและถวายความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพร้อมทั้งรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานในพิธี พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ประธานจัดงาน ยิ่งลักษณ์ หนุนภักดี ประธานมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา เป็นประธานจัดงานฝ่ายฆราวาส ณ พระอุโบสถวัดธาตุทอง พระอารามหลวงกรุงเทพมหานคร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ มีผู้เข้ารับโล่เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี ประจำปี 2566 รวม 180 รายแบ่งเป็น 4 สาขา คือ สาขาบุคคลคุณธรรม,สาขาผู้บริหารธรรมาภิบาลดีเด่น, สาขาลูกกตัญญู และสาขาแม่ดีเด่น

โอกาสนี้ ประธานมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลาและประธานจัดกิจกรรม ได้กล่าวถวายรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า“เพื่อให้สังคมรับรู้ว่ามีผู้ประกอบคุณงามความดีอันน่ายกย่องสรรเสริญ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมไทย และยังได้นำมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิต”

มูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา ส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในสังคมเสมอมา โดยผู้ที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณนั้น จะต้องเป็นผู้ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ครอบครัวจนถึงสังคม และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการประกอบความดีงามถวายแด่ “พระมิ่งแม่แห่งแผ่นดิน”

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประธานในพิธี มี คุณหญิงโรส
บริบาลบุรีภัณฑ์ และ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ เข้าถวายพานดอกไม้

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประธานในพิธี มี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ และ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ เข้าถวายพานดอกไม้

ผู้รับโล่เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี ประจำปี 2566 คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์,
รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, ม.ล.สราลี กิติยากร, พัชรพิมล ยังประภากร เป็นอาทิ

ผู้รับโล่เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี ประจำปี 2566 คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, ม.ล.สราลี กิติยากร, พัชรพิมล ยังประภากร เป็นอาทิ

ม.ล.สราลี กิติยากร และ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์

ม.ล.สราลี กิติยากร และ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์

ยิ่งลักษณ์ หนุนภักดี ประธานมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับโล่เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี ประจำปี 2566

ยิ่งลักษณ์ หนุนภักดี ประธานมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับโล่เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี ประจำปี 2566

ยิ่งลักษณ์ หนุนภักดี ประธานมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับโล่เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี ประจำปี 2566

ยิ่งลักษณ์ หนุนภักดี ประธานมูลนิธิธรรมลักษณ์ศิลา ร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับโล่เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรมแห่งปี ประจำปี 2566

คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ และ
รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ รับโล่
เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรม
แห่งปี ประจำปี 2566

คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ และ รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ รับโล่ เกียรติคุณบุคคลทรงคุณธรรม แห่งปี ประจำปี 2566

ยิ่งลักษณ์ หนุนภักดี, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ และ คุณหญิงพันธุ์เครือ
ยงใจยุทธ

ยิ่งลักษณ์ หนุนภักดี, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ และ คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ

‘พิมสิริ นาคสวัสดิ์’กับ 1 ทศวรรษ‘The Parrot’ แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่พร้อมโบยบินไปทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754947

‘พิมสิริ นาคสวัสดิ์’กับ 1 ทศวรรษ‘The Parrot’  แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่พร้อมโบยบินไปทั่วโลก

‘พิมสิริ นาคสวัสดิ์’กับ 1 ทศวรรษ‘The Parrot’ แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่พร้อมโบยบินไปทั่วโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฉลองครบรอบ 10 ปี “The Parrot” แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย ที่จะโบยบินไปทั่วโลก ภายใต้การนำของ เพลิน-พิมสิริ นาคสวัสดิ์ ประธานบริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ เผยโฉมไลน์ใหม่ Parrot-to-go ในงาน “THE PARROT CELEBRATING 10TH ANNIVERSARY COLLECTION” สะท้อนการเดินทางกว่าทศวรรษของ The Parrot ผ่านคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่แสดงถึงวิวัฒนาการของแบรนด์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยนำมาตีความใหม่ในดีไซน์ที่น่าสนใจ เข้ากับยุคสมัย พร้อมมอบความมั่นใจให้สาวๆ ผ่านเสื้อผ้าที่สวมใส่ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เพลิน-พิมสิริ นาคสวัสดิ์ ประธานบริหาร และผู้อำนวยการ ฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ The Parrot Bangkok กล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์แบรนด์ The Parrot ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์สาวๆ ที่มองหาเสื้อผ้าในรูปแบบ all-day fashion ที่ทั้งใส่ทำงาน และไปแฮงเอ้าท์ในตอนเย็นได้ในชุดเดียว โดยนำคาแร็กเตอร์ของนกแก้วมาแรงบันดาลใจหลักของแบรนด์

“เพลิน หยิบคาแร็กเตอร์ของนกแก้วซึ่งเป็นนกที่พูดได้ เปรียบเสมือนผู้หญิงที่ชอบเข้าสังคม ทำงานเสร็จแล้วก็ยังอยากไปพบปะผู้คนต่อ นอกจากนี้ปีกของนกแก้วยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทางแบรนด์นำมา simplify ให้เป็นงานพลีทซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทุกครั้งที่ผ้าพลีทเคลื่อนไหวจะเปรียบเสมือนปีกของนกแก้วที่พร้อมจะสยายและบินไปสู่ท้องฟ้า”

ความพิเศษของงานครั้งนี้ เพลิน-พิมสิริ กล่าวว่า ถือเป็นการกลับมาหลังจากห่างหายจากการทำแฟชั่นโชว์นานถึง 4 ปี รวมทั้งได้ออกสินค้าไลน์ใหม่ Parrot-to-go เสื้อผ้าสไตล์ ready to go ที่ดีไซน์ให้สวมใส่ง่ายมากขึ้น โดยคอนเซ็ปต์ของแฟชั่นโชว์จะบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่หล่อหลอม จนเป็น The Parrot ที่ทุกคนรู้จักในปัจจุบัน ผ่านมุมมองของนกที่บินผ่านสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ช่วงกลางวันจนตะวันตกดิน เที่ยวผ่านทุ่งดอกไม้ไปจนถึงภูเขาที่เห็นถึงสีสันชั้นแร่ธาตุต่างๆ ที่สีสวยงามตามธรรมชาติ

“สำหรับดีไซน์เสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้ หยิบมาจากลุคและคอลเลคชั่นที่มีความหมาย และเป็นที่น่าจดจำของแบรนด์ตั้งแต่คอลเลคชั่นแรกเมื่อ 10 ปีก่อน นำมาดีไซน์ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น มีทั้งชุดง่ายๆ ใส่สบายจนไปถึงชุดสำหรับออกงาน รวมถึงลุคต่างๆ จากคอลเลคชั่นประทับใจ เช่น Collection SS16 ที่ได้สร้างสรรค์แฟชั่นโชว์ออกสู่สายตาผู้คนเป็นครั้งแรกรวมถึงคอลเลคชั่น FW16 ที่ได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งบนเวทีแฟชั่น Elle Fashion Week และคอลเลคชั่น SS20 ที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักของสาวๆจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นชุดออกงาน และชุดเพื่อนเจ้าสาว เป็นต้น

ที่สำคัญช่วงปลายปีนี้ The Parrot ยังมีโปรเจกท์คอลแลบกับ“ซันเต๋อ” ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล หรือ Suntur ศิลปินนักวาดภาพสไตล์มินิมอลมากฝีมือของไทย ร่วมสร้างสรรค์ผลงานภาพ landscape ร่วมกับมุมมองของนกที่เห็นภาพกว้างแบบ Bird’s eye view ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจหลักของการฉลองครบรอบ 10 ปี อีกด้วย” เพลิน-พิมสิริ กล่าว

ในงานยังได้รับความร่วมมือจากแบรนด์ Innisfree ที่ให้การสนับสนุนและดูแลในส่วนของบิวตี้ และสกินแคร์ ที่มอบความสวยงาม ทั้งสำหรับแฟชั่นโชว์และสาวๆ ผู้มาร่วมชมแฟชั่น รวมถึงแบรนด์ The Nail Bakery ที่ได้รังสรรค์ Set combination สีทาเล็บคอลเลคชั่น
พิเศษที่ดึงแรงบันดาลใจบนรันเวย์มาเป็นสีสันบน Pallete ที่สวยงามเหมาะสำหรับสาวๆ ในทุกวัน

พบกับ THE PARROT FLAGSHIP STORE ได้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 2 และช่องทางออนไลน์ IG : @THEPARROTBANGKOK Line@ :@THEPARROTBANGKOK และ www.theparrotbangkok.com

เพลิน-พิมสิริ นาคสวัสดิ์

เพลิน-พิมสิริ นาคสวัสดิ์

ศิริราชมูลนิธิ รพ.ศิริราช และคณะแพทยศาสตร์ฯประกาศความสำเร็จ ‘โครงการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754920

ศิริราชมูลนิธิ รพ.ศิริราช และคณะแพทยศาสตร์ฯประกาศความสำเร็จ  ‘โครงการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง’

ศิริราชมูลนิธิ รพ.ศิริราช และคณะแพทยศาสตร์ฯประกาศความสำเร็จ ‘โครงการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ประกาศความสำเร็จ “โครงการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง” (High Cost High Technology) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ปี พ.ศ.2559-2566 โดยที่ผ่านมา ช่วยเหลือผู้ป่วยไปแล้วกว่า 6,445 ราย วงเงินสูงกว่า 1,133 ล้านบาท พร้อมเร่งบอกต่อสำหรับผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค เพื่อรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ปี 2566- 2568” โดยเริ่มโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566-30 กันยายน 2568 เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วยให้มากและกว้างที่สุด

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รองประธานกรรมการศิริราชมูลนิธิ คนที่ 1 เปิดเผยว่าทาง ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ริเริ่ม “โครงการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง” (High Cost High Technology) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เพื่อการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาส ถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 และร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์โครงการนี้ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสจำนวนมาก ในโรคที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงและจำเป็นต้องทำการรักษาพยาบาลด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูงที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ยากและผู้ป่วยเหล่านี้ไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายได้นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยด้อยโอกาสหลายรายเป็นโรคมากกว่า 1 ชนิด ที่จำเป็นต้องรับการรักษาและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอาทิ โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง มะเร็ง เนื้องอกในไต ตับ ปอด และกระดูก โรคปอด โรคหัวใจ โรคระบบทางเดินอาหาร มะเร็งในกระเพาะอาหาร นิ่วในท่อน้ำดี และโรคติดเชื้อร้ายแรงต่างๆ เป็นต้น

ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของศิริราชมูลนิธิและคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลดังที่ได้กล่าวมาและแรกเริ่มดำเนินโครงการฯตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559-มิถุนายน 2561 และหลังจากจบโครงการฯ ดังกล่าว มีการขยายระยะเวลาของโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่อง จนสิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการรักษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 และร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ รวมระยะเวลา 7 ปีนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2559 จนถึงมิถุนายน ปี พ.ศ. 2566

โดยการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่ได้รับการอนุมัติในหลักการจะกระจายไปยัง 13 ภาควิชาและศูนย์ภาคีเครือข่ายย่อยต่างๆ อาทิ โครงการการรักษาผู้ป่วยโดยการใส่ลิ้นหัวใจ PulmonaryValve ผ่านสายสวนหัวใจแทนการผ่าตัดในผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งต้องใช้งบประมาณเฉลี่ยสูงถึง 1,050,000 บาท/ราย, โครงการการรักษาโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองด้วยการใช้ท่อค้ำยันชนิดพิเศษ (Flow Diverter) ที่ใช้งบประมาณเฉลี่ย 405,000 บาท/ราย, โครงการการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะการทำงานของปอดและหัวใจผิดปกติรุนแรงเฉียบพลันด้วยเครื่องปอดและหัวใจเทียมใช้งบเฉลี่ย 300,000 บาท/รายและโครงการการส่องกล้องทางเดินน้ำดี เพื่อรักษาโรคระบบทางเดินอาหารเช่น การสลายนิ่วในท่อน้ำดีด้วยเลเซอร์ผ่านกล้อง Digital single operator cholangiopancreatoscopy ใช้งบเฉลี่ย 140,000 บาท/ราย เป็นต้น

โดยเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ป่วยเข้าร่วมในโครงการฯ ต้องเป็นผู้ป่วยที่ผ่านการวินิจฉัยโรคตามเกณฑ์ของคณะกรรมการโครงการฯ ตัดสินการรักษาพยาบาลที่มีความจำเป็นของผู้ป่วยที่มี High Cost High Technology ที่โรงพยาบาลทั่วไปทำไม่ได้ และเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินทางด้านเศรษฐฐานะแล้วว่าเหมาะสมจะเข้าร่วมโครงการฯ จากนักสังคมสงเคราะห์โรงพยาบาลศิริราช และต้องเป็นผู้ป่วยที่ยินดีที่จะเข้าพักในหอผู้ป่วยสามัญเท่านั้น

ขณะนี้ยังมีผู้ป่วยที่ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้ High Cost High Technology อีกจำนวนมาก ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงได้เปิดโครงการใหม่ภายใต้ชื่อ “โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯเจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒนรัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี 70 พรรษา เพื่อรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาสที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ปี 2566-2568” โดยเริ่มโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566-30 กันยายน 2568

“ขอขอบคุณผู้มีจิตศรัทธา ที่ได้มีส่วนร่วมกันบริจาคเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงครั้งนี้ และเชื่อว่า “ทุกชีวิตมีคุณค่า” ให้ทุกคนได้มีโอกาสในการใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง และผู้อื่น ทั้งวันนี้และวันข้างหน้า และไม่ได้ช่วยเพียง 1 ชีวิตให้หายป่วยเท่านั้น แต่ 1 ชีวิตที่ช่วย อาจหมายถึงคนข้างหลังอีกหลายชีวิต เขาอาจจะมีประโยชน์กับคนอื่นๆ อีกหลายคนในครอบครัวและสังคม “การช่วยที่มากกว่าช่วย การให้ที่มากกว่าให้”Give For More ให้ทุกชีวิตได้ไปต่อ โดยขอเชิญชวนทำดีร่วมกันด้วยการช่วยกันกระจายข่าวออกไปให้กว้างที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและมีชีวิตของผู้ป่วยให้มากที่สุด” ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร กล่าวสรุปในตอนท้าย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงของ‘สุบิน เมห์ทา’และวงดุริยางค์‘มาจโจ มูสิกาเล ฟิออเรนติโน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754966

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงของ‘สุบิน เมห์ทา’และวงดุริยางค์‘มาจโจ มูสิกาเล ฟิออเรนติโน’

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงของ‘สุบิน เมห์ทา’และวงดุริยางค์‘มาจโจ มูสิกาเล ฟิออเรนติโน’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทอดพระเนตรการแสดงของ นายสุบิน เมห์ทา (Mr.Zubin Mehta) และวงดุริยางค์ “มาจโจ มูสิกาเล ฟิออเรนติโน” (Maggio Musicale Fiorentino) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 25 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

เมื่อเสด็จฯถึงหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายจาสปาล ซิงห์ อูเบอรอย ประธานบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลคัลเจอรัลโปรโมชั่น จำกัด ประธานคณะกรรมการจัดงานฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานฯเฝ้าฯรับเสด็จ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นางดามีร่า อูเบอรอย ผู้แทนคณะกรรมการจัดงานฯ เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายสูจิบัตรแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนางรพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ ประธานบริหาร บริษัท เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯถวายสูจิบัตรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ต่อมา นายจาสปาล ซิงห์ อูเบอรอย ประธานคณะกรรมการจัดงานฯ กราบบังคมทูลถวายรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานแสดงของนายสุบิน เมห์ทา และวงดุริยางค์ “มาจโจ มูสิกาเล ฟิออเรนติโน” และกราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรการแสดง ซึ่งแบ่งออกเป็นสองภาค ซึ่งเมื่อการแสดงเสร็จสิ้นลงแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เชิญช่อดอกไม้พระราชทานมอบให้แก่ นายสุบิน เมห์ทา สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ

มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2542 เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ครบ 6 รอบ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทรงก่อตั้งมูลนิธิกองทุนส่วนพระองค์เพื่อมอบทุนการศึกษาดนตรีคลาสสิกในต่างประเทศแก่นักศึกษาเพื่อให้เยาวชนที่มีความสามารถได้ศึกษาต่อ และเปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าใจและสัมผัสประสบการณ์ของศิลปะตะวันตก

งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 25 เปิดม่านด้านการแสดงของวงดุริยางค์ “มาจโจ มูสิกาเล ฟิออเรนติโน” ควบคุมวงโดย นายสุบิน เมห์ทา เป็นวาทยกรชาวอินเดีย ที่มีความรู้ความสามารถและมีชื่อเสียงระดับโลก เป็นที่ยอมรับของวงออร์เคสตรามีความโดดเด่นทั้งอำนวยการเพลงให้กับการบรรเลงของวงออร์เคสตราและการบรรเลงเพื่อการแสดงโอเปราและเคยแสดงเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2556 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2556 ณ ท้องสนามหลวง

ครั้งนี้ วาทยกรระดับตำนานผู้คร่ำหวอดในโลกแห่งดนตรีคลาสสิกกว่า 5 ทศวรรษ นายสุบิน เมห์ธา ได้ทิ้งทวนวงการดนตรีคลาสสิกร่วมกับ วงออร์เคสตราคู่ใจจากอิตาลี ซิมโฟนี ออร์เคสตรา ออฟ มาจจิโอ มูซิกาเล ฟิโอเรนติโนด้วยการมอบบทเพลงอันยิ่งใหญ่จากไชคอฟสกี ซิมโฟนี หมายเลข 4 และ 6 ฝากไว้ให้ตราตรึงใจทุกคน

สำหรับวงดุริยางค์ “มาจโจ มูสิกาเล ฟิออเรนติโน” เป็นวงดุริยางค์จากเมืองฟลอเรนซ์ประเทศอิตาลี ก่อตั้งเมื่อปี 2471 โดยนักประพันธ์เพลงและวาทยกรชื่อดังชาวอิตาลี ปัจจุบันวงดุริยางค์ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากทั้งผู้ชมและวาทยกรว่าเป็นหนึ่งในวงดุริยางค์ที่ดีที่สุดวงหนึ่งของโลก

การจัดงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะให้เป็นการสร้างสรรค์งานด้านศิลปะการแสดงและดนตรีที่มีคุณภาพ ครบวงจร ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ทั้งอุปรากร การเต้นร่วมสมัย บัลเลต์ ดนตรีคลาสสิก ดนตรีแจ๊สและการแสดงสำหรับครอบครัวรวมถึงวิสัยทัศน์ของการสร้างและปลูกฝังจิตสำนึก “สุนทรียศาสตร์ด้านศิลปะการแสดง” ต่อประชาชนคนไทยในการพัฒนาตนเองสู่เวทีโลก