ชวนเช็คอิน ‘Eastpana Hotel’ เก็บเกี่ยวความสุขท่ามกลางขุนเขาดินแดนแห่งตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754955

ชวนเช็คอิน ‘Eastpana Hotel’ เก็บเกี่ยวความสุขท่ามกลางขุนเขาดินแดนแห่งตะวันออก

ชวนเช็คอิน ‘Eastpana Hotel’ เก็บเกี่ยวความสุขท่ามกลางขุนเขาดินแดนแห่งตะวันออก

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.12 น.

โรงแรมอีสพาน่า (Eastpana Hotel) นับว่าเป็นอีกหนึ่งโรงแรมชั้นนำที่ตั้งอยู่ใจกลางธุรกิจอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออกของไทยใน อ.ศรีราชา ระหว่างจังหวัดระยอง-ชลบุรี บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติโอบล้อมไปด้วยขุนเขา ที่เปิดรับรองผู้บริหารระดับสูงและนักธุรกิจชั้นนำท่ามกลางนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของย่านนี้ ทั้งยังเป็นโรงแรมที่พักให้กับการแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่าง Spartan Race Pattaya รวมถึงเป็นหนึ่งใน Pet Friendly Hotels ที่ให้บริการสัตว์เลี้ยงแสนรักเข้าพักได้อีกด้วย

เหวิน เจิ้ง ชิว ( Vincent Chiu ) ผู้บริหารโรงแรม Eastpana เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจโรงแรมมาจากการรับรองผู้บริหารระดับสูงและนักธุรกิจชั้นนำ เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ในย่านนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ระหว่างจังหวัดระยอง-ชลบุรี ลูกค้าหลักจึงมาจากบริษัท-โรงงานเป็นส่วนมาก หลังจากการเข้ามาจัดอีเว้นท์แข่งขันกีฬาในแถบนี้มากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันระดับโลกรายการล่าสุด Spartan Race Pattaya ทางโรงแรมได้มีโอกาสรับรองนักกีฬาเป็นสำคัญ ประกาศความพร้อมของโรงแรมในทุกด้าน การันตีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องพักขนาดใหญ่ ร้านอาหารที่สามารถสร้างสรรค์เมนูให้เหมาะสมกับร่างกายของนักกีฬาได้ สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ฟิตเนส รวมถึงคาเฟ่ และพื้นที่เพื่อการพักผ่อน ที่สำคัญการเดินทางไม่ว่าจะมุ่งหน้าไปพัทยา ชลบุรี หรือระยองก็สะดวกง่ายดาย ทั้งยังเป็นโรงแรมยืนหนึ่งในด้าน Pet Friendly Hotels รองรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กให้มาเที่ยวสนุกในพื้นที่ของความสุขที่ Eastpana Hotel แห่งนี้ได้

โดยมีห้องพักพร้อมให้บริการทั้งหมด 291 ห้อง แบ่งออกเป็น 3 Type ได้แก่ PREMIER Type , DELUXE Type และ SUPERIOR Type โดยทั้ง 3 แบบ จะแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องรับแขก ห้องนอน และห้องแต่งตัว ซึ่งครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารทั้ง Indoor / Outdoor ในสไตล์อาหารไทยสุดแซ่บ หมูกระทะพาเพลิน และห้องอาหารนานาชาติ คาเฟ่ สปา สระว่ายน้ำ ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ และสนามหญ้าที่เต็มไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่ อย่าง นก กระต่าย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการแท่นชาร์จสำหรับคนที่ใช้รถไฟฟ้าอีกด้วย

เหวิน เจิ้ง ชิว กล่าวต่อไปว่า สำหรับคนรักสุขภาพโรงแรมอีสพาน่ายังฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายให้เลือกเล่นได้แบบไม่แออัด ทั้งยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ 25 เมตร ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติ พร้อมที่พักผ่อนอาบแดดส่วนตัว และยังมีบริการสปา ซาวน่า ห้องอบไอน้ำ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบไว้อย่างครบครันเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีห้องรับรองสำหรับจัดเลี้ยงและจัดสัมมนาไว้รองรับอีกด้วย

สำหรับสายกิน ที่โรงเเรม Eastpana มีห้องอาหารหลักอยู่ 2 ที่ ทั้งห้องอาหารนานาชาติ ซึ่งตั้งอยู่ชั้น 1 ที่รวบรวมเมนูคาวหวานไว้หลากหลายทั้งญี่ปุ่น อเมริกัน ไทย จีน เป็นต้น และ “ZAABในสวน” ที่บริหารอาหารไทยรสแซ่บ หมูกระทะพาเพลิน นอกจากนี้ยังมี “LOUNGE PET” คาเฟ่สุดน่ารักที่มีน้องกระต่าย และน้องนกคอยต้อนรับสายหวาน ด้วยเมนูซิกเนเจอร์โฮมเมด ขณะที่ “Slow Bar” สายแฟไม่ควรพลาด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร : 033 047 066-70 , 062-853-8444 , Fax : 033 047 061 , Email : RSVN@EASTPANA.COM , facebook : https://www.facebook.com/eastpana.bowin , Inbox : eastpanahotel.bowin , Line https://lin.ee/WNNiob2 , Line ID : Eastpana Hotel Bowin Sriracha

-(016)

กองทุนพัฒนาสื่อฯ ดึงนักเขียนบทเกาหลีติวเข้มนักเขียนบทไทย สร้าง soft power สุดปัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754937

กองทุนพัฒนาสื่อฯ ดึงนักเขียนบทเกาหลีติวเข้มนักเขียนบทไทย สร้าง soft power สุดปัง

กองทุนพัฒนาสื่อฯ ดึงนักเขียนบทเกาหลีติวเข้มนักเขียนบทไทย สร้าง soft power สุดปัง

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.20 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ  สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์  จัดงานเปิดตัว กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนานักเขียนบทละครโทรทัศน์ ร่วมกับ นักเขียนบ ทละครจากสาธารณรัฐเกาหลี “Storyteller intensive program with Korean professional screenwriter 2023”

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมกับ สมาคมนักเขียนบทละครโทรทัศน์  จัดงานกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนานักเขียนบทละครโทรทัศน์ ร่วมกับ นักเขียนบทละครจากสาธารณรัฐเกาหลี “Storyteller intensive program with Korean professional screenwriter 2023” โดยมี ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วยนายคฑาหัสต์ บุษปะเกศ  นายกสมาคมนักเขียนบทโทรทัศน์ และนายเทินพันธ์ แพนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับประชาชน ร่วมด้วย  

โดยงานนี้ได้รับความร่วมมือจาก นักเขียนจากสาธารณรัฐเกาหลี ส่งนักเขียนบทละครมืออาชีพจากเกาหลี 3 ท่าน ได้แก่  Yoonjung Jung   นักเขียนบทละครเจ้าของเรื่อง Idol – The Coup / The Bride of Habaek 2017 / Misaeng / Monstar / Arang and the Magistrate / Joseon Scientific Investigation Unit – Byulsungum  รวมถึง  Hyejin Park  นักเขียนบทละครเจ้าของเรื่อง Sword and Flower /  The Emperor: Owner of the Mask / Café MINAMDANG และ Jaeeun Kim  นักเขียนบทละครเจ้าของเรื่อง The Forbidden Legend / Iris / Bad Guy / Iris for Movie / R2B: Return to Base มาเป็นวิทยากรในหลักสูตรเข้มข้นเกี่ยวกับการสร้างสรรค์บทโทรทัศน์   และการสร้างแนวความคิดของการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ  โดดเด่น  จนได้รับการชื่นชอบติดตามจากผู้ชม เป็นเวลา 2 วัน  โดยมีนักเขียนบทละครโทรทัศน์มืออาชีพของไทย เข้าร่วมการอบรม

การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักเขียนบทโทรทัศน์ในระดับมืออาชีพ ในฐานะผู้คิดสร้างสรรค์งานเล่าเรื่องให้มีทักษะสร้างสรรค์สื่อปลอดภัยและเหมาะสมกับบริบทของสังคม ทั้งยังส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้การเล่าเรื่องและการเขียนบทละครโทรทัศน์ที่สามารถนำมาพัฒนาทักษะการออกแบบและการสร้างสรรค์สื่อที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมส่วนรวม  นอกจากนี้ยังส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดกระบวนการคิดและผลิตสื่อที่มีเนื้อหาปลอดภัยและสร้างสรรค์ ด้วยองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยุ่ ภูมิปัญญา สภาพปัญหา ตลอดจนอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันนำไปสู่แนวทางการสร้างสรรค์เนื้อหา (Content) และการคิดโครงเรื่อง (Plot)  และศิลปะของการเล่าเรื่อง (Storytelling)  สำหรับผลิตเป็นบทละครโทรทัศน์ หรือสื่อในมิติอื่นๆ ที่แปลกใหม่และน่าสนใจต่อไปในอนาคต  โดยจัดขึ้นในวันที่ 5-6 กันยายน 2566  เวลา 09.00 -17.00 น. ณ ห้องซาลอน  เอ ชั้น 2  โรงแรม สวิสโซเทล กรุงเทพฯ  รัชดา

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า เราสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้ผลิตในประเทศไทย ซึ่งมีหลายโครงการที่จะดำเนินการ สำหรับโครงการในวันนี้ตั้งเป้าผลิตนักเขียนหน้าใหม่ปีละ 25 คน และจะผลักดันให้เกิดผลงานจริงๆ ปีละ 5 คน และเพิ่มเป็น 10-15 คนไปเรื่อย ๆ เราต้องการให้คนสามารถทำสื่อเป็นอาชีพได้ มีการต่อยอดเป็นหนังสั้น เป็นต้น

“เกาหลีมีการวางพลอตเรื่องแบบเดายากมาก หักมุมแบบไม่น่าเชื่อ ซึ่งเขาเก่งมาก จริงๆ คนไทยก็ทำได้ แต่อาจต้องการทริคบางอย่าง ที่ต้องการการเรียนรู้จากต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ ถือเป็นทางลัด ไม่สามารถก็อปปี้ได้แต่เรียนรู้ได้” ดร.ธนกร กล่าว

นายคฑาหัสต์ บุษปะเกศ  นายกสมาคมนักเขียนบทโทรทัศน์ กล่าวว่า เราได้รับความอนุเคราะห์จากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ที่จัดงบประมาณในการนำนักเขียนเกาหลีมาร่วมแบ่งปันเทคนิคให้กับนักเขียนไทยที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ เราให้ความสำคัญกับ soft power เพื่อให้ประเทศไทยที่จะพัฒนาไปสู่นานาชาติได้ ส่วนหนึ่งเราต้องศึกษาจากผู้ที่ประสบความสำเร็จคือ เกาหลี ซึ่งส่วนที่สำคัญที่สุดของเกาหลีคือ  content ที่มีความโดดเด่นมาก

นายเทินพันธ์ แพนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับประชาชน กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่นักเขียนบทไทยจะได้รับความรู้และเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อก้าวสู่นานาชาติมากขึ้น เป็นมิติที่จะทำให้เกิดการพัฒนาของคนในแวดวงสื่อสารมวลชน โดยเฉพาะคนทำงานด้านละคร โดยเฉพาะบทหรือการเล่าเรื่อง นี่คือต้นทางที่จะทำให้งานออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

-(016)

เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพัฒนาจังหวัดภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754926

เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพัฒนาจังหวัดภาคเหนือ

เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพัฒนาจังหวัดภาคเหนือ

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.56 น.

สำนักงานจังหวัดลำปาง ร่วมกับหอการค้าจังหวัดลำปาง และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดลำปาง (Young Public and Private Collaboration หรือ YPC) โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโครงการฯ พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัด และความร่วมมือภาครัฐและเอกชน” โดยมี นายกิติพันธ์ นวลจันทร์ฉาย ประธานหอการค้าจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร YPC จากนั้นจึงเป็นการกล่าวถึงที่มาและความคาดหวังของหลักสูตร YPC โดย นายสกล สุพรรณบรรจง ประธานหอการค้าจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 และกล่าวมอบแนวทางความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจโดยคนรุ่นใหม่ (YPC) นายไพรัช บูรพชัยศรี รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ซึ่งโครงการดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 3 กันยายน ณ ห้องประชุม White Ballroom ชั้น 1 โรงแรมทรีธารา จังหวัดลำปางนอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดอบรมเชิงบรรยายและเชิงปฏิบัติการ นำโดย ผศ.ดร.ชนม์เจริญ แสวงรัตน์   ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่จากอุทยานวิทย์ มช. ร่วมเป็นวิทยากรเสริมสร้างองค์ความรู้แก่ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร เปิดเผยว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของจังหวัดลำปาง คือ การไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนาจังหวัด โดยอาศัยความร่วมมือเพื่อผลิตกำลังคนเป็นสำคัญ ในนามจังหวัดลำปาง หวังว่ากิจกรรมครั้งนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัด ในการร่วมกันพัฒนาข้อเสนอโครงการที่มีประสิทธิภาพ ที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด

ด้านนายสกล สุพรรณบรรจง กล่าวว่า ความคาดหวังของโครงการที่มุ่งส่งเสริมข้าราชการและเอกชนรุ่นใหม่ในจังหวัดลำปาง ให้มีพัฒนาการด้านทักษะ ทัศนคติ ในการเป็นผู้นำรุ่นใหม่ สามารถจัดทำข้อเสนอโครงการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อต่อยอดในการบรรจุแผนพัฒนาและขับเคลื่อนจังหวัดลำปางในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนได้อย่างกลมเกลียว

ขณะเดียวกันนายไพรัช บูรพชัยศรี เผยว่า หอการค้าไทยให้ความสำคัญพร้อมสนับสนุนโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ เพื่อการขับเคลื่อนและตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สานต่อการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาข้อเสนอโครงการที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจและสังคมได้อย่างแท้จริง

ผศ.ดร.ชนม์เจริญ แสวงรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของความเข้าใจในการสื่อสารให้เป็นในทิศทางเดียวกันของการทำงานระหว่างหน่วยงาน จึงเป็นที่มาของโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดลำปาง เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน อันนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

นายกิตติพันธ์ นวลจันทร์ฉาย กล่าวขอบคุณภายหลังจบงานว่า โครงการนี้ทางจังหวัดลำปางได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ที่นำไปสู่การเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนการสร้างเครือข่ายระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดต่อไป

สำหรับโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ฯ ได้นำผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 40 คน เข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้นตลอด 3 วัน 2 คืน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้ในการพัฒนาตนเอง มีทักษะองค์ความรู้ในการจัดทำข้อเสนอโครงการให้มีประสิทธิภาพสู่ความตั้งใจในการเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาจังหวัด และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน ผ่านกิจกรรมเสริมสร้างความรู้เชิงลึก อาทิ อบรมเชิงปฏิบัติการและระดมสมองกระบวนการออกแบบความคิดสู่การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ “Design Thinking”, ถอดบทเรียนหัวข้อ “ทิศทางยุทธศาสตร์จังหวัด”, อบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “เทคนิคการนำเสนองานอย่างมีประสิทธิภาพ : How to Pitch Like a Pro” และการนำเสนอโครงการในรูปแบบ Pitching เพื่อสร้างโอกาสบรรจุในแผนการพัฒนาจังหวัด จำนวนทั้งหมด 10 โครงการ อันประกอบด้วย โครงการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 5 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ป่าชุมชน เพื่อลดปัญหาหมอกควันไฟป่า อย่างมีส่วนร่วม 2) โครงการชีวีสุขสันต์ชีวาสดใส 3) โครงการปลูกกาแฟสร้างอาชีพ ลดมลพิษ เพื่อสังคมและชุมชน 4) โครงการพัฒนา Platform Digital การจัดการขยะรีไซเคิลอย่างเป็นระบบในจังหวัดลำปาง 5) โครงการถังขยะอัจฉริยะ โครงการด้านการท่องเที่ยว จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการยกระดับศักยภาพสินค้าทางวัฒนธรรมด้วย Soft Power 2) โครงการสร้างต้นแบบโมเดลการท่องเที่ยวธรรมชาติบำบัด ดีต่อสุขภาพ สบายสุขภาพจิต เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน 3) โครงการพัฒนาศักยภาพและยกระดับการท่องเที่ยวในชุมชน จังหวัดลำปาง และโครงการด้านการพัฒนาสังคมผู้สูงอายุ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการสวนครัวสูงวัย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ 2) โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสู่สังคมสูงวัย

ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดมีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดลำปาง ในการสร้างการเจริญ เติบโตทางเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และการสร้างฐานทรัพยกรธรรมชาติให้อุดมสมบูรณ์สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืนของประชาชน หากได้บรรจุและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดลำปางต่อไป จะทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 10 ต่อปี และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้านบาท ในปี 2570

-(016)

DITP ติดอาวุธผู้ประกอบการไทย ผ่านหลักสูตร ‘ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754872

DITP ติดอาวุธผู้ประกอบการไทย ผ่านหลักสูตร 'ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก'

DITP ติดอาวุธผู้ประกอบการไทย ผ่านหลักสูตร ‘ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก’

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.09 น.

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ หรือสถาบัน NEA ติวเข้มผู้ประกอบการ 135 ราย ให้มีความพร้อมเป็นผู้ส่งออกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการอบรม           เชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก” ปี 2566 ระหว่างวันที่ 1-5 กันยายน 2566      ณ ห้องกัญญลักษณ์ บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมโฟร์วิงส์ สุขุมวิท 26 กรุงเทพฯ เต็มอิ่ม 5 วัน กับ 11 หัวข้อการฝึกอบรม เพื่อสร้างผู้ประกอบการให้มีความพร้อมเป็นผู้ส่งออกและเพิ่มขีดสามารถในการแข่งขันบนเวทีการค้าโลก 

โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจส่งออก” เป็นโครงการหนึ่งที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 142 และได้รับการตอบรับอย่าง            ดียิ่งจากผู้ประกอบการ ซึ่งในปี 2566 สถาบัน NEA ได้ปรับปรุงหลักสูตรที่นอกจากจะให้ความรู้พื้นฐานแล้ว ยังเน้นการปฎิบัติและใช้งานในสถานการณ์จริงอีกด้วย โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ประกอบการ โดยผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 135 ราย จะได้พบกับการพัฒนาองค์ความรู้ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ จนถึงสิ้นสุดกระบวนการ ประกอบด้วย การเตรียมตัวเป็นผู้ประกอบการส่งออกขั้นพื้นฐาน การทำแผนธุรกิจเพื่อการส่งออกฉบับใช้งานจริง การคำนวณต้นทุนเพื่อธุรกิจและการจัดการภาษีเพื่อธุรกิจส่งออก การวางแผนเพื่อการส่งออกยุคใหม่ การจัดการโลจิสติกส์เพื่อการส่งออก ขั้นตอน      การส่งออกและพิธีการศุลกากร ความสำคัญของการปกป้องคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและการจัดทำสัญญาซื้อขายขั้นต้น การชำระเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศเบื้องต้น Data Analytics ขั้นพื้นฐาน เพื่อการค้ายุคใหม่ และการเตรียมตัวเข้าร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาและเจรจาธุรกิจขั้นต้น

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ได้ที่ www.nea.ditp.go.th, Facebook : สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ และ DITP Service Center         โทร.1169 กด 1 กด 1

-(016)

‘ชมรมลมวิเศษ’ จับมือ ‘กลุ่มเซ็นทรัล’ และ ‘มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ’ จัดโครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754859

'ชมรมลมวิเศษ' จับมือ 'กลุ่มเซ็นทรัล' และ 'มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ' จัดโครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว

‘ชมรมลมวิเศษ’ จับมือ ‘กลุ่มเซ็นทรัล’ และ ‘มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ’ จัดโครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.28 น.

นับวันฝุ่นควันพิษจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ทั้งในปัจจุบันและภายหน้าอย่างต่อเนื่องและรุนแรง“ชมรมลมวิเศษ” หนึ่งในโครงการอุ่นใจ ภายใต้แพทยสมาคมฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ตระหนักดีว่าสิ่งที่สำคัญมากกว่าปัจจัย 4 คือ “ลมหายใจและอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์” จึงร่วมกับ “กลุ่มเซ็นทรัล” และ “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” จัด“โครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว สู่ลมหายใจวิเศษ”ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโครงการที่ทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงไอเดียที่สร้างสรรค์ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นจิ่วPM2.5เพื่อเป็นเวทีในการคิดค้น พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมต่างๆในการแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋วหรือ PM2.5 ในประเทศไทยพร้อมเปิดให้ส่งเอกสารนำเสนอแนวคิดหรือผลงานหรือสิ่งประดิษฐ์ภายในวันที่ 30 กันยายน 2566 เวลา 12.00 น. ที่อีเมลmagicbreath.info@gmail.com

งานแถลงข่าวครั้งนี้ นำโดย สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ในฐานะประธานชมรมลมวิเศษ และ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ กลุ่มเซ็นทรัล, รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา ประธานที่ปรึกษาชมรมลมวิเศษ, รศ.ดร. สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, วิทยา พานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาตาริ อิเล็คทริค จำกัด และ ดร. พรอนงค์ พงษ์ไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัย สวทช. ร่วมแถลงรายละเอียดโครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว พร้อมเปิดประเด็น “ความสำคัญของปัญหา PM2.5” โดย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย นายกแพทยสมาคมฯ

สุพัตรา จิราธิวัฒน์ ในฐานะประธานชมรมลมวิเศษกล่าวถึงวัตถุประสงค์การประกวดว่า“โครงการประกวดนวัตกรรมแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋วสู่ลมหายใจวิเศษชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (The Magic Breath Innovation Contest-MBIC)ครั้งที่ 1” จัดขึ้นเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและสุขภาพในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนเพื่อเป็นเวทีให้เยาวชนไทยและผู้ที่สนใจได้ใช้เป็นเวทีในการคิดค้น พัฒนา และต่อยอดนวัตกรรมต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋วหรือ PM2.5 ในประเทศไทย โดยนวัตกรรมที่จะสามารถนำมาใช้ในการประกวดอาจเป็นได้ทั้ง “นวัตกรรมด้านสังคมหรือนโยบาย” และ “นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” โอกาสนี้จึงขอเชิญชวนให้มาช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นด้วยกัน”

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย นายกแพทยสมาคมฯและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมวิเศษ กล่าวว่าปัญหาสุขภาพคนไทยไม่สามารถแก้ไขได้เพียงคนเดียว แต่เราต้องร่วมมือกันและแก้ไขปัญหาผ่านนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้จริง เช่น ให้คนในชุมชนในจังหวัดร่วมมือกัน โครงการลมวิเศษเราทำกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โครงการประกวดนวัตกรรมนี้เราจัดขึ้นเพราะเราเห็นว่าเรามีบุคลากรทางการแพทย์และผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ แต่เราไม่สามารถแก้ปัญหาเพียงผู้เดียวได้ จึงต้องอาศัยนโยบายที่ช่วยกันคิดสร้างสรรค์ เมื่อได้นโยบายที่ดีมาแล้วจึงผลักดันสู่การแก้ปัญหาระดับประเทศและนานาชาติต่อไป การแก้ไขปัญหาก็จะเกิดความสำเร็จ

รศ.ดร. สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งมีพันธกิจที่ชัดเจนที่จะดำเนินกิจกรรมต่างๆโดยมุ่งเน้นในการสร้างประโยชน์เพื่อสังคมและส่วนรวมเป็นอันดับหนึ่ง จึงได้รวบรวมนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆทั้งในด้านวิศวกรรมศาสตร์และด้านสังคมและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายสิ่งแวดล้อมเพื่อร่วมในการจัดการประกวดนี้ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม โดยคาดหวังว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้คนไทยและสังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาจากฝุ่นละอองชนิดต่างๆในอากาศที่ทุกคนต้องหายใจ และหันมาร่วมมือร่วมใจกันในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและยั่งยืนต่อไป

รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญาหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาชมรมลมวิเศษกล่าวว่า ลมหายใจเป็นของทุกคน การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา PM2.5ที่จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก นี่จึงเป็นเวทีในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ร่วมกัน ถ้าเราคิดแบบเดิมและแก้ไขปัญหาด้วยวิธีเดิมๆ ปัญหานี้ก็จะวนกลับมาเรื่อยๆ ไม่รู้จบ นวัตกรรมในการแก้ปัญหาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เราเลยอยากเปิดเวทีให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มาร่วมกันคิดนวัตกรรมนอกกรอบแบบสร้างสรรค์ มาร่วมแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษารวมถึงคนวัยทำงาน ตั้งแต่ 1-5 คน จะมีที่ปรึกษาหรือไม่มีก็ได้ โดยให้เขียนบทความสื่อสารสิ่งที่อยากทำลงมาในกระดาษ1 หน้า A4 พร้อมภาพหรือคลิปประกอบแนวคิด โดยมี 2 หัวข้อให้เลือกทำตามความถนัด ได้แก่“นวัตกรรมด้านนโยบาย” และ “นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

สำหรับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มี 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศการประกวดด้าน “นวัตกรรม” พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ผลิตภัณฑ์จากฮาตาริและเงินรางวัล 30,000 บาท จำนวน 1 รางวัล และรางวัลชนะเลิศการประกวดด้าน “นโยบายสังคม” พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ ผลิตภัณฑ์จากฮาตาริและเงินรางวัล 30,000 บาท จำนวน 1 รางวัล

นอกจากนี้ยังมีอีก 5 รางวัล ได้แก่ รางวัลรองชนะเลิศจำนวน 2 รางวัล พร้อมโล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ผลิตภัณฑ์จากฮาตาริ และเงินรางวัลๆ ละ 15,000 บาท, รางวัล Popular “Magical” Voteจำนวน 1 รางวัลพร้อมโล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ ผลิตภัณฑ์จากฮาตาริ และเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท และ รางวัลชมเชยจำนวน 2 รางวัล พร้อมโล่รางวัล ผลิตภัณฑ์จากฮาตาริ และใบประกาศเกียรติคุณ

ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ที่ e-mail: magicbreath.info@gmail.comตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายน 2566สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทาง “ชมรมลมวิเศษ” แพทยสมาคมอาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310โทรศัพท์ 02-318-8170 หรือ FB Fan Page : ชมรมลมวิเศษ – Magic Breath Thailand

ป่าสาละ จัดเสวนาแนวโน้มและความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทางออกที่ดีอยู่ตรงไหน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754837

ป่าสาละ จัดเสวนาแนวโน้มและความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทางออกที่ดีอยู่ตรงไหน

ป่าสาละ จัดเสวนาแนวโน้มและความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทางออกที่ดีอยู่ตรงไหน

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.45 น.

บริษัท ป่าสาละ จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตร ทั้งภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารจากบริษัทชั้นนำมาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มและความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานอาหาร ในหัวข้อ “Human Rights Trends and Challenges in Food Supply Chain in Asia”  

โดยวัตถุประสงค์ของเสวนาในครั้งนี้เพื่อสร้างบทสนทนาระหว่างบริษัทอาหารและผู้ทำวิจัยด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานอาหาร หรือ Food Supply Chain โดยมี Shift ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนมาร่วมแบ่งปันมุมมองด้านกฎหมายในการตรวจสอบธุรกิจด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม (Corporate Sustainability Due Diligence หรือ CS3D)

Tammy Vallejo, Advisor และ Federico Burlon, Deputy Director of Business Engagement จาก Shift องค์กรไม่แสวงกำไร ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงร่างกฎหมายการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนรอบด้านของสหภาพยุโรป หรือ HRDD (Human Rights Due Diligence) ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจและสร้างความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาระให้บริษัทเริ่มดำเนินการตรวจสอบ หรือนำการตรวจสอบบรรจุอยู่ในนโยบายของบริษัท

จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการกว่า 37 รายทั่วโลกในงานวิจัย From Policy to Partnership ของ Shift ได้สรุปผลความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนที่แต่ละบริษัทเจอร่วมกัน 5 ประการ คือ 1. ความคาดหวังด้านความยั่งยืนถูกโอนความรับผิดชอบไปให้ซัพพลายเออร์ ซึ่งขาดความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างซัพพลายเออร์และตัวบริษัทเอง 2. แทนที่จะเป็นการมอบรางวัลหรือสร้างแรงจูงใจ หลายบริษัทกลับเลือกใช้บทลงโทษแก่ซัพพลายเออร์หรือลูกจ้าง 3. ลูกจ้างหรือซัพพลายเออร์ขาดแรงสนับสนุนจากบริษัทนายจ้าง 4. บริษัทมักไม่ค่อยได้ตรวจสอบนโยบายหรือรูปแบบธุรกิจว่าสร้างผลกระทบต่อซัพพลายเชนอย่างไรบ้าง 5. บริษัทพยายามทำความเข้าใจคุณค่าของการมีส่วนร่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียของตน

แม้การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนจะส่งผลดีแก่บริษัท สังคม ทางด้านความยั่งยืน แต่บริษัทต่างก็ต้องเผชิญกับผลกระทบด้านลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้าน Federico Burlon ได้เผยถึงแนวคิดที่ธุรกิจสามารถนำไปเตรียมตัวเพื่อรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น นั่นคือ “การเยียวยา (Remedy)” โดยยกตัวอย่างแนวปฏิบัติที่น่าสนใจ เช่น การเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่รอจนกว่าจะเกิดความเสียหายแล้วค่อยแก้ไข ทำความเข้าใจที่จะรับมือความเสียหายในรูปแบบที่แตกต่าง หรือร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ องค์กรต่างๆ ในการรับมือการเยียวยานั้น

ด้าน สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ป่าสาละ จำกัด หนึ่งในพาร์ตเนอร์ของโปรแกรม Fair for All (F4A) นำเสนอความท้าทายของห่วงโซ่อุปทานอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ครอบคลุม 16 ห่วงโซ่อาหารในวิจัยสังเคราะห์ (Synthesis Report) โดยใช้ข้อมูลจากงานวิจัยขององค์กรพาร์ตเนอร์ภาคประชาสังคมทั้ง Prakarsa และ SAAPE มาสำรวจการเปิดเผยนโยบายของการส่งออกอาหารจากประเทศต่างๆ เช่น น้ำมันปาล์ม อาหารทะเล การประมง ชา กาแฟ และข้าว โดยยกตัวอย่างห่วงโซ่อาหารทะเลจากศรีลังกา บังคลาเทศ และปากีสถาน งานวิจัยพบความท้าทายด้านสิทธิมนุษยชนหลายประการ ทั้งการละเมิดกฎหมายและสิทธิแรงงาน แรงงานผู้หญิงโดนเอารัดเอาเปรียบ อคติทางเพศ ค่าแรงต่ำ การใช้แรงงานเด็ก การเข้าไม่ถึงระบบสาธารณูปโภคและระบบทางการแพทย์ของแรงงาน

ปราชญ์ เกิดไพโรจน์ ผู้อำนวยการด้านความยั่งยืน ภูมิภาคเอเชีย บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทอาหารทะเลรายใหญ่ระดับโลก ที่มีแผนการปรับอุตสาหกรรมอาหารทะเลผ่าน Seachange แผนการปรับรูปแบบในอุตสาหกรรมอาหารทะเล โดยจะใช้เงินลงทุนจากกำไรในปี 2022 กว่า 7.2 พันล้านบาทเพื่อความยั่งยืนในอีก 8 ปีข้างหน้า สำหรับเป้าหมาย 2 ประการ คือ ประการแรกเพื่อผู้คน ที่มุ่งเน้นสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และประการที่สองเพื่อโลก ที่มุ่งเน้นการเคลื่อนไหวทางภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพโดยเฉพาะทางทะเล และเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งประเด็นทั้งสองนี้ถูกแบ่งออกมาเป็นภารกิจที่สำคัญของบริษัท 11 ข้อ เช่น จัดหาแหล่งวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Sourcing) ทั้งเรือประมงและฟาร์มอาหารทะเล ภายในปี 2023 ให้ผู้หญิงมีตำแหน่งผู้จัดการถึง 50% ภายในปี 2023 หรือจะปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 เป็นต้น นอกจากนี้ ซัพพลายเชนของบริษัทมีจรรยาบรรณและหลักปฏิบัติ เช่น ไม่มีการบังคับใช้แรงงาน ไม่มีการใช้แรงงานเด็ก จ่ายเงินอย่างยุติธรรม และดูแลแรงงานข้ามชาติอย่างครบวงจร

นอกจากนี้ ปราชญ์เผยกรอบการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของไทยยูเนี่ยนที่ประกอบไปด้วย 6 เสาหลักสำคัญที่ดัดแปลงจากเกณฑ์ของ UNGP คือ 1. กลยุทธ์ เป้าหมายและนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทที่มีเป็นพื้นฐาน 2. ความเข้าใจความเสี่ยงในการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท 3. หาทางลดความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่จะเกิดขึ้นและมีผลกระทบกับการดำเนินงาน 4. ตรวจหาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนด้วยการใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 5. จัดหาวิธีการเยียวยาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่จะได้รับผลกระทบ และ 6. การตรวจสอบว่าสาธารณชนและผู้มีส่วนได้เสียเข้าใจการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท

สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง

ภาษาอังกฤษ https://www.facebook.com/SalForestCo/videos/1154724558795065/

ภาษาไทย https://www.facebook.com/SalForestCo/videos/1018678179566241/

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ดึง ‘ปอ อรรณพ’ ร่วมแชร์ประสบการณ์หวิดเดี้ยง ใน Are you ok ? สบายดีหรือเปล่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754829

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ดึง ‘ปอ อรรณพ’ ร่วมแชร์ประสบการณ์หวิดเดี้ยง ใน Are you ok ? สบายดีหรือเปล่า

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ดึง ‘ปอ อรรณพ’ ร่วมแชร์ประสบการณ์หวิดเดี้ยง ใน Are you ok ? สบายดีหรือเปล่า

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.16 น.

ฮาสุดขีดเมื่อปอ-อรรณพ เปิดเผยขณะออกคอนเสิร์ตและกำลังเต้นเอวพริ้วอยู่นั้น จังหวะทำท่าโค้งตัวปรากฎปวดหลังสาหัส เรื่องถึงหู 2 พิธีกร ก้อง ปิยะ และ ได๋ ไดอาน่า รายการ Are you ok ? สบายดีหรือเปล่า เลยไม่รอช้าพาหนุ่มปอนำตัวไปพบแพทย์ ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พาไปปรึกษากับแพทย์หญิงพรภา เลิศอุตสาหกูล แพทย์เฉพาะสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู พร้อมพูดคุยถึงการรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยวิทยาการสมัยใหม่ และยังไม่หนำใจพาบุกไป คลินิกการแพทย์บูรณาการ ทดลองวิธีรักษากับ แพทย์แผนจีน ไปรลิดา ขาวจิตร ทั้งการฝังเข็ม ครอบแก้ว บำบัดโรค และ แพทย์แผนไทย ภูวศิษฐ์ อาดำ กับการเผาสมุนไพรจนไฟลุกกลางหลัง งานนี้ หนุ่มปอ จะหายปวดหรือไม่ ติดตามได้ในรายการ Are you ok? สบายดีหรือเปล่า อาทิตย์ที่ 10 กันยายนนี้ เวลา 06.55-07.20 น. เปิดหน้าจอช่อง 3 กด 33 มีสุขภาพดีไปกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ #AreYouOkสบายดีหรือเปล่าxCRA แชร์เรื่องราวสุขภาพดีๆ ในโลกโซเชียลกันนะคะ…

#AreYouOkสบายดีหรือเปล่าxCRA #AreYouOK #สบายดีหรือเปล่า #ดูทีวีกด33 #CRAChulabhornChannel #ออฟฟิศซินโดรม #เวชศาสตร์ฟื้นฟู #การแพทย์บูรณาการ #แพทย์แผนไทย #แพทย์แผนจีน #โรงพยาบาลจุฬาภรณ์  #ทุกชีวิตของคนไข้คือหัวใจของเรา #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  #เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต

-(016)

ฉลองครบรอบ 7 ปี ‘Lady Butcher’ ชวนลิ้มรสเมนูระดับท็อปคลาสฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/754826

ฉลองครบรอบ 7 ปี ‘Lady Butcher’ ชวนลิ้มรสเมนูระดับท็อปคลาสฟรี

ฉลองครบรอบ 7 ปี ‘Lady Butcher’ ชวนลิ้มรสเมนูระดับท็อปคลาสฟรี

วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.04 น.

Lady Butcher (เลดี้ บุชเชอร์) สเต็กเฮ้าส์-สรรค์ของคนรักเนื้อ โดย “เชฟณัฐ-ณัฐศศิ หนูอินทร์” เชฟระดับแนวหน้า ชวนลูกค้าคนพิเศษ มาร่วมลิ้มรสเมนูอินเตอร์ระดับท็อปคลาส ฟรี! รังสรรค์เมนูด้วยฝีมือ 4 Hands Dinner Chef Nat & Chef Roy พร้อมจัดงานฉลองความสำเร็จ “7th Anniversary Lady Butcher Thank You Customers From My Heart” ครบรอบ 7 ปีของร้าน Lady Butcher โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานขอบคุณลูกค้าและแขกคนพิเศษจาก “Meat and Livestock Australia“ (MLA)

“เชฟณัฐ-ณัฐศศิ หนูอินทร์” เชฟคนแรกของประเทศไทย ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น Aussie Beef Mates เปิดเผยว่า การจัดงานฉลองครบรอบ 7 ปี ร้าน Lady Butcher “7th Anniversary Lady Butcher : Thank You Customers From My Heart” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “4 Hands Dinner by Chef Nat & Chef Roy” ซึ่ง “ณัฐ” ตั้งใจเป็นพิเศษ อยากขอบคุณลูกค้าที่อยู่ด้วยกันมานาน จึงจัดแคมเปญผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยการเชิญลูกค้า 50 ท่านแรกที่ตอบรับร่วมกิจกรรมกับทางร้าน มารับประทานอาหารฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “4 Hands Dinner” โดย “ณัฐ” ได้ชวน “เชฟรอย” เชฟมืออาชีพระดับโลก มาร่วมสร้างวาระพิเศษนี้ให้กับลูกค้าคนพิเศษ จึงเป็นที่มาของแนวคิด “4 Hands Dinner” หรือ 2 เชฟ 4 มือ ที่มาร่วมกันปรุง 6 เมนูอินเตอร์สุดพิเศษกับวัตถุดิบชั้นเลิศระดับพรีเมียมที่คัดสรรมาจากใจ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละคอร์ส ที่ให้รสชาติและการจัดวางที่แตกต่าง อาหารทุกจานมีเรื่องราวชวนให้ค้นหาและลิ้มลอง ซึ่งสร้างความประทับใจให้ไม่รู้ลืม”

6 Menu : International by Chef Nat & Chef Roy A taste of our Journey with Aussie Beef & Lamb เป็นเมนูแบบ Around The World ประกอบด้วย

• Vietnam

Bun Bo Xao wrap

• Thailand

Lamb Larb Rillete with Praew Leaves and Tiw Crisps

• Australia

1800s in 2023 Pie Floater

• Japan

Lamb chop katsu with yuzu miso dip and Tokyo Street Dust

• Lady Butcher

Bone in Rib Roast with Root Vegetables and Shiraz wine reduction

• Philippines through USA

Saba Banana cheesecake with Lamb Bacon crumble Turon with Roasted Beef Fat Caramel Sauce

Lady Butcher ที่นี่! คือ สวรรค์ของคนรักเนื้อ เป็นร้านที่เชี่ยวชาญด้านเนื้อวัวเป็นพิเศษ และยังเป็นร้านที่รวบรวมวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อโทมาฮอกริบอายนุ่ม ๆ สตริปลอยด์ติดมันนิดๆ เนื้อร่องซี่โครงแกะย่างเลิศรส ฟัวกราส์ชิ้นโตเสิร์ฟคู่กับซอสราสเบอร์รี่ หรือจะสเต็กหมูทีโบนชิ้นโตที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ ไก่ย่างหมักเครื่องเทศเนื้อนุ่ม สลัดผักออร์แกนิค กะเพราเนื้อ สปาเก็ตตี้ครีมซอสกับเบคอนกรอบและไข่ เบอร์เกอร์เนื้อ Dry-aged รสชาติของเนื้อเข้ากันกับขนมปังโฮมเมด และยังมีอีกหลากหลายเมนูให้ลิ้มลอง 

พบกับเนื้อสุดพรีเมียม และหลากหลายเมนูถูกปากชวนให้ลิ้มลองได้ที่ Lady Butcher ตั้งอยู่ภายในโครงการ เพอร์เฟ็กต์ พาร์ค บางบัวทอง ถนนหมู่บ้านเดอะวิลล่า บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี (ติดถนนกาญจนาภิเษก ตรงข้ามไทวัสดุก่อสร้าง เลยตลาดนัดสมบัติบุรี เลี้ยวซ้ายตรง Park Villa ถัดจากโชว์รูมและศูนย์รถยนต์โตโยต้า) เวลาเปิด-ปิดให้บริการ วันจันทร์-พฤหัสบดี จะเปิดให้บริการเวลา 16.00-23.00 น. และวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เปิดให้บริการเวลา 11.00-23.00 น. โทรศัพท์ 0-9964-69365

#LadyButcher #AussieBeefMates #ChefNat #ChefRoy #ATasteofOurJourney #AussieBeef&Lamb #kuboAsiaticCuisine #LambFromAustralia #BeefFromAustralia #Meat&LivestockAustralia #เชฟณัฐ #เชฟรอย #เลดี้บุชเชอร์ #aussiebeef #aussiebeefmates #ladybutcher #4handsdinnier

-(016)

จากชีวิตอดีตเด็กไร้สัญชาติ ‘หม่อง ทองดี’ สู่ ‘A Time To Fly’ หนังน้ำดี ปลุกใจให้สู้เพื่อฝัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754912

จากชีวิตอดีตเด็กไร้สัญชาติ ‘หม่อง ทองดี’  สู่ ‘A Time To Fly’ หนังน้ำดี ปลุกใจให้สู้เพื่อฝัน

จากชีวิตอดีตเด็กไร้สัญชาติ ‘หม่อง ทองดี’ สู่ ‘A Time To Fly’ หนังน้ำดี ปลุกใจให้สู้เพื่อฝัน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากชีวิตจริงของเด็กชายขอบ หม่อง ทองดี ที่ชื่อของเขากลายเป็นที่รู้จักทั่วประเทศเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อสื่อต่างๆ พร้อมใจกันนำเสนอข่าว เด็กชายวัย 11 ขวบ ผู้มีความสามารถในการโยนเครื่องบินกระดาษ แต่เขาเกือบไร้โอกาสได้ทำตามความฝันของตัวเองในการเดินทางไปแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นเพราะเขาไร้สัญชาติไทย เรื่องราวของเขากำลังจะถูกเล่าขานอีกครั้งผ่านภาพยนตร์ “A Time To Fly…บินล่าฝัน” โดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ร่วมด้วย อิเมจิแมกซ์ จัดจำหน่ายโดย ยูเจ็ดสอง สตูดิโอฝีมือการกำกับของ โส่ย-ศักดิ์ศิริ คชพัชรินทร์ ผู้กำกับแอนิเมชั่นที่เคยฝากฝีไม้ลายมือในภาพยนตร์เรื่อง “คุณทองแดง” ตอน “หมาวัด” นำแสดงโดย โบกี้-ด.ช.ศุภัช ท้าวสกุล, เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน และพระเอกหนุ่มลูกครึ่งแมน-ธฤษณุ สรนันท์

ผู้กำกับ โส่ย-ศักดิ์ศิริ เปิดเผยว่า “จุดเริ่มต้นเรื่องนี้มาจากข่าวเด็ก 13 หมูป่าติดถ้ำ ซึ่งในกลุ่มนี้มีน้องๆ บางคนเป็นเด็กไร้สัญชาติ ผมจึงนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องที่เคยเป็นข่าวฮือฮาเมื่อ 10 ปีก่อน ที่มี ด.ช.หม่อง ทองดี เด็กไร้สัญชาติที่แข่งเครื่องบินกระดาษจนเป็นตัวแทนไปแข่งที่ประเทศญี่ปุ่น ผมจำได้ว่า อย่างแรกที่ผมรับรู้คือการปาเครื่องบินกระดาษเป็นกีฬาด้วยเหรอ แต่สิ่งที่น่าสนใจลึกลงไปกว่านั้นคือความช่วยเหลือจากสื่อต่างๆ, นักกฎหมายและคุณครูของเขาที่พยายามผลักดันให้ฝันของหม่องเป็นจริง ผมแบ่งหนังเรื่องนี้เป็น 2 ประเด็นคือ Outside Story เป็นเรื่องของเด็กไปแข่งเครื่องบินกระดาษ ส่วน Inside Story เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ขั้นพื้นฐานครับ”

“ด้วยความที่เรื่องราวของหนังได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงจะส่งผลกระทบต่อคนหรือหน่วยงานไหนบ้างไหม ผมมีการวางเส้นเรื่องที่ชัดเจนคือ เราไม่ได้วางให้ใครเป็นผู้ร้าย เราพูดถึงเรื่องอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิต อย่างอุปสรรคของหม่อง คือเขาเป็นเด็กไร้สัญชาติ นอกจากนี้ผมก็เน้นไปที่ความร่วมมือร่วมใจของคนไทยในหลายๆ ส่วนที่พยายามช่วยเหลือให้ฝันของเด็กคนหนึ่งได้เป็นจริง เจตนาของผมคืออยากให้หนังเรื่องนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม จากกระดาษราคาไม่ถึง 25 สตางค์ แต่กลับเปลี่ยนชีวิตคนๆ หนึ่งได้ เป็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ เหมือนเราทุกคนที่มีอุปสรรคต่างๆ เข้ามาในชีวิต แต่เราจะทำอย่างไรที่จะก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ แล้วทำความฝันให้สำเร็จได้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากพูดถึงมากกว่าครับ”

“A Time To Fly” เป็นเรื่องราวของ ด.ช.หม่อง ทองดี (โบกี้-ด.ช.ศุภัช) เด็กไร้สัญชาติ อายุ 11 ขวบ ซึ่งบังเอิญจับพลัดจับผลูได้มีโอกาสไปคัดเลือกและชนะจนได้เป็นตัวแทนระดับประเทศไปแข่งขันชิงแชมป์เครื่องบินกระดาษพับ ณ ประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มใกล้เข้ามารัฐบาลไทยปฏิเสธการออกเอกสารการเดินทางให้กับเด็กไร้สัญชาติ เนื่องจากมิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้บรรดาคุณครู อาจารย์ นักกฎหมาย นักข่าว และประชาชนทั่วไปรวมตัวและพยายามเรียกร้องจากทางภาครัฐให้เขาได้มีโอกาสเดินตามความฝันในที่สุดหม่อง ทองดี ใช้เวลา19 วินาที ในการแข่งเครื่องบินกระดาษพับและสามารถคว้าแชมป์ให้กับประเทศไทยแต่เขาใช้เวลาถึง 20 ปี ที่เขาจะบรรลุตามความฝัน “ความฝันที่จะได้เป็นคนไทยโดยสมบูรณ์” เรื่องราวคนตัวเล็กๆของหม่อง ทองดี ได้จุดประกายความฝันให้กับเด็กไร้สัญชาติคนอื่นๆ ได้มีแรงบันดาลใจให้เดินตามความฝันของตัวเองต่อไปติดตามชมตัวอย่างภาพยนตร์ “A Time To Fly…บิน ล่า ฝัน” ได้แล้ววันนี้ ทาง https://www.youtube.com/watch?v=IxxSkpP4enE และห้ามพลาดภาพยนตร์น้ำดีได้ ในวันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายนนี้ ทางโรงภาพยนตร์

ได้แล้ว! 10 หนุ่ม-สาวมากความสามารถ ‘Campus Star 2023’ ตัวแทนภาคกลาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/754914

ได้แล้ว! 10 หนุ่ม-สาวมากความสามารถ  ‘Campus Star 2023’ ตัวแทนภาคกลาง

ได้แล้ว! 10 หนุ่ม-สาวมากความสามารถ ‘Campus Star 2023’ ตัวแทนภาคกลาง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นอีกเวทีสู่ความฝันในการสานต่องานในวงการบันเทิงที่ได้รับความสนใจจากหนุ่ม-สาว นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในการร่วมคัดเลือกแสดงความสามารถเป็นประจำทุกปี สำหรับการประกวด “Campus Star 2023” (แคมปัส สตาร์2023) ของเว็บไซต์ CAMPUS STAR (แคมปัสสตาร์) ที่ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 เพื่อคัดเลือกนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ระหว่างอายุ 17-23 ปี มีบุคลิกภาพและความสามารถที่โดดเด่นพร้อมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีผ่านการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ตามความสามารถที่ตัวเองถนัด ซึ่งผู้ชนะจะได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง MONO 29

โดยการประกวด “Campus Star 2023” (แคมปัส สตาร์ 2023) ในปีนี้ทำการประกวดคัดเลือกไปยังภาคต่างๆ คือ ภาคกลาง ภาคเหนือภาคอีสาน ภาคใต้ ตามลำดับอย่างเต็มกำลังพร้อมประเดิมการประกวดในปีนี้ด้วยภาคกลางเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากน้องๆนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ จากภาคกลางให้ความสนใจเดินทางมาร่วมสมัครและแสดงความสามารถต่อคณะกรรมการอย่างคับคั่งกว่า200 คน พร้อมแสดงความสามารถ ร้อง เต้น เล่นละครแสดงการร่ายรำศิลปะต่างๆ รวมถึงโชว์การเล่นกีฬา ที่ชนะใจคณะกรรมการ รวมถึงกองเชียร์ที่มารวมตัวกันอยู่ไม่น้อย ณ ลานโปรโมชั่น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี พร้อมกันนี้ ยังมีรุ่นพี่ศิลปินคนเก่ง แองจี้-ฐิติชา สมบัติพิบูลย์ และ วง PROXIE มาร่วมให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขัน รวมไปถึงให้ความสุขกับแฟนๆ ในงานนี้อีกด้วยซึ่งผลการประกวดผู้ชนะการประกวด “Campus Star 2023” (แคมปัส สตาร์ 2023) ภาคกลาง ฝ่ายชายและ ฝ่ายหญิง ได้แก่ B-01 นายณรงค์กร อรุณรักษ์ธรรม (แก๊ป) มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี ปี 4, B-02 นายอภิเดช ภู่จันทร์ (ภู)มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ปี 1, B-05 นายณพวิทย์ เทวพันธ์กุล (ปาร์คกี้) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 3, B-09 นายธนากร แสงส่อง(เจ) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยปี 2, B-10 นายนิธิ อยู่คง (วายุ) มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ปี2, G-01 น.ส.มนัสชนก อุตรวนิช (นก) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี 1, G-02 น.ส.ญาริศา ขันรูจี (ดรีม) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปี 3, G-03 น.ส.เจนนิเฟอร์ พาร์คิน (เจน) มหาวิทยาลัยบูรพา ปี 1,G-06 น.ส.วรัญญา หอมจันถึก (ใบปอ) มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ปี 2 และ G-10น.ส.ศิริประภา อินทรศรี (มิ้ว)มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 4 โดยรับมอบสายสะพายพร้อมทุนการศึกษาคนละ 10,000 บาท ซึ่งทั้งหมดจะเป็นตัวแทนภาคกลาง ร่วมการประกวด“Campus Star 2023” (แคมปัส สตาร์ 2023) ต่อไปติดตามรายละเอียดการประกวดเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.facebook.com/CampusStars