กรมควบคุมโรค เผยโรคไข้เลือดออกยังน่าห่วง เน้นป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753415

กรมควบคุมโรค เผยโรคไข้เลือดออกยังน่าห่วง เน้นป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

กรมควบคุมโรค เผยโรคไข้เลือดออกยังน่าห่วง เน้นป้องกันและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในระยะนี้ มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูฝนมีภาชนะและแหล่งน้ำขังที่ยุงลายวางไข่เพิ่มขึ้น จึงขอเน้นย้ำให้ชุมชนร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการ3 เก็บป้องกัน 3 โรคหากมีอาการป่วยไข้สูงเกิน 2 วันสงสัยไข้เลือดออก ต้องไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคให้แน่ชัด อย่าซื้อยากินเองอาจจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้การระบาดของโรคไข้เลือดออกในบางพื้นที่มีสถานการณ์ลดลงซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีแต่บางพื้นที่ก็ยังคงมีการระบาดซึ่งกรมควบคุมโรคได้ติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และเปิดประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (EOC) ร่วมกับเครือข่ายส่วนกลางและภูมิภาคทุกสัปดาห์โดยย้ำให้ดำเนินการกำจัดลูกน้ำยุงลายให้ครอบคลุมในพื้นที่ 7 ร. ได้แก่ 1.โรงเรือน(บ้าน/อาคาร) 2.โรงเรียน/สถานศึกษา 3.โรงพยาบาล 4.โรงธรรม (วัด/มัสยิด/โบสถ์) 5.โรงแรม/รีสอร์ท 6.โรงงาน และ 7.ส่วนราชการ/องค์กรเอกชน

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

โรคไข้เลือดออกสามารถป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกยุงกัดควรสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด นอนกางมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด ทายากันยุงหรือจุดยาไล่ยุงรวมถึงการจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้ยุงลายมาวางไข่ การกำจัดไข่หรือลูกน้ำในภาชนะเพื่อตัดวงจรไม่ให้ลูกน้ำกลายเป็นยุงตัวเต็มวัย เป็นต้น แต่ถ้าหากถูกยุงกัดแล้วมีอาการป่วยไข้ต้องสังเกตอาการตนเองให้ดี เพราะช่วงนี้นอกจากมีไข้เลือดออกระบาดแล้วก็ยังมีไข้หวัดใหญ่ระบาดอีกด้วย ซึ่งอาจป่วยร่วมกันได้ทั้งสองโรค อาการเด่นชัดของไข้เลือดออกที่แตกต่างจากไข้หวัดใหญ่ในระยะต้นๆ คือไข้เลือดออกจะมีไข้สูงอย่างรวดเร็วเฉียบพลัน ไข้ลดช้า ไม่มีน้ำมูกไม่ไอ ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคซึ่งปัจจุบันมีชุดตรวจไข้เลือดออกเด็งกี่ (NS1) ทำให้รู้ผลเร็วและรักษาได้ทันท่วงที

นายแพทย์ธเรศ กล่าวเพิ่มเติมว่าตั้งแต่ต้นปี 2566 จนถึงปัจจุบัน(16 สิงหาคม 2566) พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วรวม 65,552 รายคิดเป็นอัตราป่วย 99.05 ต่อประชากรแสนคน เพิ่มขึ้นสัปดาห์ละกว่า 5,000 รายยิ่งมีผู้ป่วยมากก็ยิ่งมีผู้เสียชีวิตมาก ถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้แล้ว 58 รายจำนวนผู้ป่วยปี 2566 มากกว่าปี 2565 ณ ช่วงเวลาเดียวกันถึง 3 เท่าซึ่งเป็นวงจรของการเกิดโรคที่มักจะระบาดมากขึ้นในปีถัดจากปีที่ระบาดน้อยเนื่องจากภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติของประชากรโดยรวมลดลงหรือมีลักษณะการระบาดปีเว้นปี หรือปีเว้น 2 ปี โดยพบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุและอาชีพ จังหวัดที่พบอัตราป่วยสูงที่สุดใน 4 สัปดาห์ล่าสุดได้แก่ จังหวัดเชียงราย น่าน จันทบุรีตราด และระยอง ตามลำดับ

นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร

นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ช่วงนี้หลายพื้นที่มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฝนตกทำให้มีน้ำขังตามภาชนะต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการระบาดของโรคได้กรมควบคุมโรค จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายตามมาตรการ 3 เก็บป้องกัน 3 โรค ได้แก่ เก็บบ้านให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก เก็บภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ เก็บขยะภายในบริเวณบ้านและโรงเรียนให้เรียบร้อยไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายจะป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้ 3 โรคคือโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลายและโรคติดเชื้อไวรัสซิกาโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัด โรงเรียน ชุมชน ที่พบลูกน้ำยุงลายได้มากและสถานที่ที่พบผู้ป่วยไข้เลือดออก

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดโดยการทายากันยุงหรือนอนในมุ้งและหากประชาชนมีอาการไข้สูงลอย ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา หน้าแดง กระหายน้ำ หรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัว และแขน ขาไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด(NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนกแอสไพริน รวมถึงยาชุด มีผลทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารและยากต่อการรักษาเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือรับประทานยาหรือเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลดหรือลดแล้วไข้กลับมาสูงอีกควรรีบไปพบแพทย์ซึ่งโรคไข้เลือดออกหากได้รับการรักษาล่าช้าจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิต หากสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

สยามเซ็นเตอร์ เปิดบ้านต้อนรับ‘เรเนเคอิด ปารีส’ แบรนด์เครื่องประดับแฟชั่นแฮนด์เมดชื่อดังจากฝรั่งเศส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753437

สยามเซ็นเตอร์ เปิดบ้านต้อนรับ‘เรเนเคอิด ปารีส’  แบรนด์เครื่องประดับแฟชั่นแฮนด์เมดชื่อดังจากฝรั่งเศส

สยามเซ็นเตอร์ เปิดบ้านต้อนรับ‘เรเนเคอิด ปารีส’ แบรนด์เครื่องประดับแฟชั่นแฮนด์เมดชื่อดังจากฝรั่งเศส

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อรณิชา เจริญเลิศ

สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ เปิดบ้านต้อนรับร้าน “Les Néréides Paris Mini Boutique” เผยโฉมคอลเลคชั่น Fall/Winter 2023/24 ของสองแบรนด์เครื่องประดับแฟชั่นแฮนด์เมดชื่อดังจากฝรั่งเศส ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบฉบับของช่างศิลป์ชาวฝรั่งเศส ในรูปแบบ Paris Boutique สไตล์โมเดิร์นลักชูรี่ โทนสีเขียวพาสเทล มีคอนเซ็ปต์มาจากความหมายของชื่อแบรนด์ “เรเนเคอิด” ที่หมายถึง ธิดาของเทพแห่งท้องทะเล

ครั้งแรกกับการเผยโฉมบูทีคแห่งใหม่ “Les Néréides Paris Mini Boutique” (เรเนเคอิด ปารีส มินิ บูทีค) ของแบรนด์เครื่องประดับแฟชั่นชื่อดังจากมหานครปารีส “Les Néréides Paris” และ “N2 by Les Nereides” สองแบรนด์ที่มีบุคลิกโดดเด่นต่างกัน ถ่ายทอดผ่านผลงานแฮนด์เมดในแบบฉบับของช่างศิลป์ชาวฝรั่งเศส โดยการนำเข้าและจัดจำหน่ายของ บริษัท ซีแอล ลุกซ์ จำกัด (CL LUXE Co., Ltd.) โดย อรณิชา
เจริญเลิศ ประธานกรรมการผู้จัดการบริษัท ซึ่งเป็นผู้แทนจัดจำหน่ายรายเดียวในประเทศไทย หลังจากเปิดตัวเครื่องประดับคอลเลคชั่นใหม่ Fall/Winter 2023/24 วางจำหน่ายเป็นที่แรกและเป็นสาขาเดียวในรูปแบบ Boutique ที่ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2566ที่ผ่านมา

เหล่าเซเลบริตี้แฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์

คอนเซ็ปต์ของร้านเป็นสไตล์โมเดิร์นลักชูรี่ โทนสีเขียว พาสเทล ที่มีกลิ่นอายความเป็นฝรั่งเศสอย่างแท้จริง มีแนวคิดมาจากความหมายของชื่อแบรนด์ “เรเนเคอิด” ที่หมายถึงธิดาของเทพแห่งท้องทะเล ภายในร้านพื้นที่ขนาด 7 ตารางเมตร เน้นการตกแต่งสไตล์วินเทจผสานกับความโมเดิร์นลักชูรี่ ตามแบบฉบับของฝรั่งเศสอย่างลงตัว การใช้สีเขียวน้ำทะเลตัดกับโทนสีทองเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ปรากฏอยู่ทุกสาขาทั่วโลก กลายเป็นภาพจำเมื่อก้าวเข้ามาในร้านจะรู้สึกถึงบรรยากาศที่หรูหราน่าหลงใหลตามสไตล์ของชาวปารีเซียง

Bottega Veneta เปิดตัวแคมเปญ Winter 23 ผ่านการเดินทางของตัวละคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753445

Bottega Veneta เปิดตัวแคมเปญ Winter 23 ผ่านการเดินทางของตัวละคร

Bottega Veneta เปิดตัวแคมเปญ Winter 23 ผ่านการเดินทางของตัวละคร

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Bottega Veneta เปิดตัวแคมเปญ Winter 23 เป็นการพรรณนาถึงการเดินทางของตัวละคร ซึ่งภาพนิ่งถูกถ่ายโดยช่างภาพหลายคน เช่นเดียวกันกับฤดูกาลก่อนๆ และภาพยนตร์โดย Massimiliano Bomba ที่มองเห็นตัวละครเหล่านี้เดินทางเข้าและออกจากถนนของชาวมิลานอันเรียบง่าย ประกอบไปด้วยฉากหลังที่สวยงาม ละเอียดอ่อน และในบางครั้งพื้นที่สถาปัตยกรรมที่ไม่มีใครสังเกตเห็นได้เฉลิมฉลองประวัติศาสตร์อันเป็นต้นกำเนิดการออกแบบของ Bottega Veneta เช่นเดียวกันกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าซึ่งถูกรังสรรค์ตามแบบฉบับที่ไร้ที่ติ แต่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

นางแบบและนายแบบในแคมเปญ Winter 23 ประกอบไปด้วย Badhiel Lony, Chu Wong, Dara Gueye, Emma Balfour, Flavie Sammartano, Heather Diamond Strongarm, Lara Menzes, Liu Wen, Paola Manes, Silas De Maat, Tim Piglowski, Tommaso Zana และ Walid Fiher

เครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (THOHUN) กับภารกิจรับมือโรคอุบัติใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753410

เครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (THOHUN)  กับภารกิจรับมือโรคอุบัติใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

เครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (THOHUN) กับภารกิจรับมือโรคอุบัติใหม่ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรคติดต่ออุบัติใหม่และโรคติดต่ออุบัติซ้ำ รวมถึงโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ปัจจุบันมีอุบัติการณ์การเกิดโรค และมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้ ทั้งโรคโควิด-19 ที่เข้ามาแพร่ระบาดในหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงโรคติดเชื้อที่เคยควบคุมได้ด้วยยาปฏิชีวนะแต่เกิดการดื้อยา โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น ปัจจัยธรรมชาติ ปัจจัยที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์โดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และอาจเกิดจากการจงใจกระทำให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ในทุกๆ ภาคส่วน ทั้งระดับพื้นที่ ระดับชาติ และนานาชาติ จึงเกิดการเตรียมความพร้อมที่จะป้องกัน และควบคุมมิให้โรคที่เกิดขึ้นใหม่แพร่กระจายออกไปยังวงกว้าง

ในประเทศไทย เครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย หรือ THOHUN(Thailand One Health UniversityNetwork) เป็นอีกหนึ่งเครือข่ายที่มีความสำคัญ มีกลไกในการรับมือและควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้เป็นอย่างดีรศ.ดร.แสงเดือน มูลสม ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย อธิบายถึงแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว และที่มาของเครือข่ายฯ ไว้ว่า “เครือข่าย
มหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี 2555 โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อนเพิ่มสมาชิกเป็น 44 คณะ จาก 14 มหาวิทยาลัยในปี 2560 พร้อมกับตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายฯ เพื่อติดต่อประสานงานระหว่างสมาชิก และดำเนินงานเพื่อส่งเสริมแนวคิดและวิธีการด้านสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) และดำเนินการเพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากสหสาขา เพื่อแก้ปัญหาทางด้านสาธารณสุขและปัญหาอื่นๆ ที่ซับซ้อน ซึ่งเครือข่ายของเรามีนักวิชาการที่มีความรู้อันเกิดจากการวิจัย และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการแพทย์ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การศึกษา และด้านเศรษฐศาสตร์ ดังนั้น การเกิดปัญหาโรคระบาดที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุข เช่น โควิด-19 ก็จะประสานงานไปยังแต่ละมหาวิทยาลัย เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการระดมสรรพกำลังซึ่งนอกเหนือจากการรับมือเมื่อเกิดโรคขึ้นแล้ว ผู้เชี่ยวชาญจากสหสาขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสุขภาพคน สุขภาพสัตว์ และสุขภาพสิ่งแวดล้อม จะมีการกำหนดความรู้ หรือทักษะที่จำเป็น สำหรับผู้ปฏิบัติงานทางด้านสาธารณสุข หรือประชาชนล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมกำลังคนให้สามารถเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคระบาดแพร่ขยายออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด”

รศ.ดร.แสงเดือน มูลสม

รศ.ดร.แสงเดือน ยังเล่าถึงบทบาทของ THOHUN ในการรับมือกับโรคโควิด-19 ว่า “ก่อนการระบาดของโควิด-19 ประมาณ 10 ปี เครือข่ายฯได้มีโอกาสรับทุนสนับสนุนจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ให้เตรียมความพร้อมด้านศักยภาพของบุคลากรเพื่อการรับมือโรคระบาด ดังนั้น ตั้งแต่เริ่มแพร่ระบาดของโควิด-19 ในครั้งแรกทำให้บุคลากร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสหสาขาสามารถร่วมมือแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทันที นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญสหสาขาของเครือข่ายฯ ได้รับเชิญจากกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานภาครัฐหลายแห่ง ให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อให้แนวทางและให้ความรู้ในการรับมือกับโรคโควิด-19 เช่น โรคมีการแพร่ระบาดแบบใหม่หรือไม่ หน่วยงานจะต้องรับมืออย่างไร เพราะโควิด-19 คือโรคอุบัติใหม่ มีกลไกการแพร่ระบาดที่แตกต่างไปจากเชื้อไวรัสตัวอื่น นอกจากนี้ ยังได้จับมือกับแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัทไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัดซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญที่ให้การสนับสนุนชุดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หน้ากาก N95 และ Face shield จำนวน 5,000 ชุด พร้อมผลิตสื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19และสาธิตใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลระดับภูมิภาค ตลอดจนอาสาสมัครสาธารณสุข ผู้ปฏิบัติงานในชุมชนกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งมีความร่วมมือกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และกุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการสื่อสารสาธารณะเพื่อให้ความรู้ ข้อมูลที่ถูกต้อง และสร้างความมั่นใจในวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA แก่เด็ก และกลุ่มเสี่ยงอีกด้วย”

“แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในปัจจุบันเริ่มลดลง ผู้คนทั่วโลกรวมถึงสังคมไทยกลับมาใช้ชีวิตกันตามปกติ แต่เชื้อไวรัสตัวนี้ก็ยังคงมีอยู่ในโลก ประชาชนกลุ่มเสี่ยงจำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งมีหลายชนิด อาจทำให้สับสนหรือบางคนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมยังต้องฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นที่สำคัญยังมีการแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนผ่านสื่อโซเชียลอย่างแพร่หลาย ทาง THOHUN ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค ภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท ไฟเซอร์(ประเทศไทย) จำกัด วางแผนการทำงานให้ความรู้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ภายใต้หัวข้อ THOHUN ผนึกกำลังป้องกันโควิด-19 ผ่านการสัมมนาวิชาการของแพทย์และพยาบาล “ความสำคัญ และความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านประสบการณ์การให้บริการฉีดวัคซีนโควิด-19” ในวันที่ 6 กันยายน 2566 ระหว่างเวลา
12.00-13.00 น. โดยเน้นการให้ความรู้ที่ทันสมัยเกี่ยวกับชนิด และความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19รวมถึงเตรียมสื่อสารข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้านความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 และเสริมสร้างความตระหนักถึงการป้องกันโรคด้วยวัคซีนอย่างถูกต้องให้แก่ประชาชนอีกด้วย” ในส่วนของการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19ที่ผ่านมา รศ.ดร.แสงเดือน ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ประเทศไทยได้รับการยอมรับว่ามีการบริหารจัดการการระบาดของโรคได้ดีกว่าหลายประเทศ จำนวนวัคซีนก็เพียงพอต่อประชากรด้วยความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆเป็นการระดมทุกสรรพกำลัง นอกเหนือไปจากหน่วยงานสาธารณสุขภาครัฐ อีกส่วนหนึ่ง น่าจะมาจากการปลูกฝังแนวคิดทางสุขภาพหนึ่งเดียวในการทำงาน และเตรียมพร้อมกำลังคนล่วงหน้า นั่นเอง”

“นอกจากความร่วมมือด้านโควิด-19 กับ บริษัท ไฟเซอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาและวัคซีนชั้นนำของโลกแล้วยังมีความร่วมมือที่สำคัญอีกด้านคือ การแก้ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial resistance : AMR)ซึ่งในแต่ละปีมีคนเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาทั่วโลกจำนวนไม่น้อยอีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้น ด้วยความที่ THOHUN เป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ รวมถึงสาขาเภสัชวิทยา จึงได้เชิญนักวิชาการจาก 14 มหาวิทยาลัยสมาชิก มาหารือร่วมกัน และจัดทำหลักสูตรเกี่ยวกับ AMR ที่เหมาะสมกับนิสิต นักศึกษาอาสาสมัครสาธารณสุข และอาสาปศุสัตว์ เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อให้กับคนในชุมชนที่มักจะซื้อยาตามร้านขายยาทั่วไป รวมถึงอาจมีการกินยาอย่างไม่ถูกวิธี ส่งผลให้มีโอกาสดื้อยาได้”

“สำหรับเป้าหมายหรือการทำงานต่อจากนี้ THOHUN ยังคงทำหน้าที่หลักคือ การพัฒนาศักยภาพของกำลังคนต่อไป โดยเฉพาะในด้านทักษะ Critical Thinking หรือความสามารถในการคิดและตัดสินใจในสิ่งต่างๆ โดยอาศัยเหตุผล หลักฐาน หรือข้อสนับสนุน ทักษะการสื่อสารและการประสานงาน นั้นมีความสำคัญมาก เพราะบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุขต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นในการรับมือกับโรคระบาดใหม่ๆ และทักษะการแก้ปัญหา เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ถึงภัยพิบัติทางด้านสุขภาพที่จะเกิดในอนาคตได้

ดังนั้น THOHUN จำเป็นต้องอัปเดตความรู้ และทักษะที่จำเป็น และเตรียมบุคลากรหรือนิสิตนักศึกษาของเราให้พร้อม เวลานี้มีบางโครงการที่ THOHUN เริ่มทำในระดับชุมชนแล้ว เช่น อบรมอาสาสมัครสาธารณสุข แล้วก็ไม่ได้ทำร่วมกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่ยังมีกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ต้องการเรียนรู้วิธีการรับมือกับโรคระบาดเช่นกัน” รศ.ดร.แสงเดือน กล่าวปิดท้าย 

เปิดเมนูเด็ดที่ต้องแวะชิมก่อนเดินทาง ที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753389

เปิดเมนูเด็ดที่ต้องแวะชิมก่อนเดินทาง ที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

เปิดเมนูเด็ดที่ต้องแวะชิมก่อนเดินทาง ที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ต้อนรับการเดินทางในช่วงปลายฝนต้นหนาวกับจุดเริ่มต้นที่ “สนามบิน สุวรรณภูมิ” ทุกครั้งก่อนออกเดินทางต้องแวะรับประทานอาหารกันหน่อยจะได้อิ่มฟินบินสบาย ล่าสุด คิง เพาเวอร์ ผู้บริหารร้านค้า ดิวตี้ ฟรี และพื้นที่กิจกรรมเชิงพาณิชย์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คัดสรรร้านอาหารที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเลิศทั้งด้านคุณภาพและความหลากหลายของรสชาติมาให้ได้ลิ้มลอง ทั้งอาหารไทย อาหารจีนอาหารญี่ปุ่น และอาหารนานาชาติ พร้อมแนะนำ 30 เมนูเด็ดที่ต้องแวะชิมจาก 10 ร้านดังในสนามบิน เป็นไอเดียให้นักเดินทางได้อิ่มอร่อยแบบไม่ซ้ำร้าน 

เมนูเคาหยก หมูสามชั้นตุ๋นนานกว่า 5 ชั่วโมง จนละลายในปาก

Luk Kai Thong (ลูกไก่ทอง)ร้านอาหารไทยรอยัลดีกรี “มิชลินไกด์”คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ปรุงด้วยความพิถีพิถันทุกจานโดยเจ้าของร้าน“เชฟแสง” นำเสนอเสน่ห์อาหารไทยสู่ประตูโลก ด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เมนูไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ เมนูเคาหยก อาหารในตำนานกว่า 100 ปีเมนูจานเด็ดหาทานยาก หมูสามชั้นตุ๋นนานกว่า 5 ชั่วโมงจนละลายในปาก

ร้าน Aroi (อร่อย) อาหารไทยดั้งเดิมและบาร์ในบรรยากาศสบายๆ เสิร์ฟทั้งแบบจานเดียวและเซตเมนู นอกจากนี้ยังมีอาหารเช้า อาหารตะวันตก อาหารจากพืช ขนมหวาน สมูทตี้ และกาแฟอีกด้วย 

เมนูปูผัดผงกะหรี่ และหมั่นโถว

ร้าน Stick & Bowl (สติ๊ก แอนด์ โบว์ล) เน้นคัดเฉพาะวัตถุดิบคุณภาพดี นำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารไทยยอดนิยม ร้าน Ruam Samai
(ร่วมสมัย) คัดสรรเมนูที่ได้รับความนิยมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อาหารจานโปรดของทุกคนจากรุ่นสู่รุ่น ปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีและสูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ให้ทุกคนได้ลิ้มรสอาหารที่ถึงเครื่องถึงรสที่สุด  

ร้าน Charm Boat Noodles (ชาม โบ๊ท นู้ดเดิ้ลส์) ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเกรด A ใช้เนื้อวากิว และหมูคุโรบูตะแบบพรีเมียมพร้อมน้ำซุปเข้มข้นจัดจ้าน มาพร้อมท็อปปิ้งที่มีให้เลือกหลากหลาย 

เมนูผัดไทยกุ้ง ข้าวหมูกรอบคั่วพริกเกลือ และข้าวกะเพราไข่ดาวกุ้ง

ร้าน Ess Corner (เอส คอร์เนอร์) จุดนัดพบแห่งใหม่ในสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยทำเลที่ตั้งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้ากับสนามบิน เอส คอร์เนอร์ จึงคัดสรรเมนูอาหารไทยยอดนิยมมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ 

ร้าน Lee Café (ลี คาเฟ่) ด้วยแรงบันดาลใจของอาหารแต่ละจานเกิดจากการผสมผสานวัตถุดิบ เครื่องปรุงรวมถึงเทคนิคการประกอบอาหารทั้งตะวันออกและตะวันตก โดยกลั่นกรองจากประสบการณ์ความชำนาญกว่า 30 ปี จาก The LEE Family ทำให้รสชาติอาหารแต่ละจานที่ “ลี คาเฟ่”มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะ 

เมนูข้าวหมูกรอบคั่วพริกเกลือและไข่มะตูม

ร้าน China Town Express (ไชน่า ทาวน์ เอ็กซ์เพรส) ร้านอาหารจีนระดับภัตตาคารที่คัดสรรสุดยอดวัตถุดิบคุณภาพดี จำหน่ายติ่มซำสูตรเฉพาะของทางร้านที่รับประทานง่ายและเหมาะต่อการซื้อเป็นของฝากร้าน 

Sushi Nama (ซูชิ นามะ) ร้านอาหารญี่ปุ่นประเภท ซูชิ ซาซิมิ และอาหารจานเดียวที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพสูงร้าน Taco Bell (ทาโก้ เบลล์) ฟาสต์ฟู้ดสไตล์แม็กซิกัน ให้บริการอาหารเม็กซิกันสุดคลาสสิก ทั้งทาโก้, เบอร์ริโต้, เคซาติย่า,นาโซ่ และเมนูสไตล์เม็กซิกันคุณภาพพรีเมียมอีกมากมาย 

เมนูนามะ ซูชิ

เชิญชวนนักเดินทางทุกท่านแวะชิมอาหารจากร้านคุณภาพที่ผ่านการคัดสรรหลากหลายความอร่อย ทั้งอาหารไทยอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น อาหารนานาชาติมากมาย อร่อยแน่นอนกับเมนูเด็ดที่ต้องแวะชิมในสนามบินจาก 10 ร้านอร่อยก่อนออกเดินทาง พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่ คิง เพาเวอร์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

บอร์ดเคทีซีมีมติแต่งตั้ง‘พิทยา วรปัญญาสกุล’เป็นซีอีโอคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753432

บอร์ดเคทีซีมีมติแต่งตั้ง‘พิทยา วรปัญญาสกุล’เป็นซีอีโอคนใหม่

บอร์ดเคทีซีมีมติแต่งตั้ง‘พิทยา วรปัญญาสกุล’เป็นซีอีโอคนใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พิทยา วรปัญญาสกุล

ผู้บริหารหญิงเก่งในสายงานการตลาดและสื่อสารองค์กร นางพิทยา วรปัญญาสกุล จะขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ของเคทีซี หลังจากบอร์ด “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ได้มีมติแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) แทน นายระเฑียร ศรีมงคลที่จะครบกำหนดการขยายเวลาเกษียณอายุ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2566โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567เป็นต้นไป

นางพิทยา วรปัญญาสกุลถือเป็นลูกหม้อของเคทีซี ร่วมงานในสายงานการตลาดกับเคทีซี มายาวนานถึง 26 ปี และมีบทบาทสำคัญในการร่วมผลักดันองค์กรเคทีซีให้เติบโตอย่างยั่งยืน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส กลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กร (Chief Marketing & Communications Officer) ที่เคทีซีโดยดูแลสายงานการตลาดบัตรเครดิต การตลาดดิจิทัลและช่องทางออนไลน์ รวมทั้งสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์องค์กร ก่อนหน้านี้เป็นกรรมการและกรรมการตรวจสอบ บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธุรกิจจัดการกองทุน

นางพิทยา วรปัญญาสกุลจบปริญญาตรี บริหารธุรกิจการท่องเที่ยวจากมหาวิทยาลัยแห่งฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้รับประกาศนียบัตรจากการฝึกอบรมหลักสูตรนานาชาติ อาทิ หลักสูตร Orchestrating Winning Performance จาก International Institute for Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลักสูตร Associate Certified Coach (ACC) TM จากสถาบัน International Coaching Federation (ICF) ประเทศสหรัฐอเมริกา หลักสูตร Developing International Coach “Coaching Essentials and Principles Certification Program” จาก AcComm Group หลักสูตร TCLA Executive Development Program (EDP) : Building Regional Leaders หลักสูตร Strategic Thinking Pure & Simple และ Leader as a coach จาก PacRim Group

คุณแหน : 31 สิงหาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753441

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จพระราชทานโอวาทแก่นักศึกษาใหม่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2566 จัดโดย ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมมิราเคิล แกรนด์คอนเวนชั่น 4 ก.ย. เวลา 14.00 น…

●● ขอแสดงความยินดีกับ “ด๊อกเตอร์” นฤมล ล้อมทอง กจก.โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิต คณะศิลปนาฏดุริยางค์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เข้าพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย..

●● เพื่อนๆ Digital CEO#3 ปลื้มใจกับ ปฐมภพ สุวรรณศิริ ซีอีโอ บมจ.ไทยคม ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่า ดีเด่นนิวซีแลนด์ New Zealand Alumni Hall of Fame 2023 จาก โจนาธาน คิงส์เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ในงาน New Zealand Education Fair2023..

●● ชาว LSP2 ร่วมยินดีกับ วารุณี ปรีดานนท์ ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็น ประธานคณะกรรมการด้านการวางระบบบัญชี ของสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ วาระปี 2566-2569..

●● ขนมไหว้พระจันทร์สูตรเฉพาะของบ้านปาร์คนายเลิศ รสชาติกลมกล่อม แป้งบาง ไส้แน่นหอมอร่อยเป็นเอกลักษณ์ มีไส้ เม็ดบัว/เม็ดบัวและไข่แดง,พุทราจีน/พุทราจีนและไข่แดง,ทุเรียนหมอนทอง/ทุเรียนหมอนทองและไข่แดง,ถั่วแดง/ถั่วแดงและไข่แดงชิ้นละ 98 บาท กล่องละ 690 บาท(กล่อง 6 ชิ้น) สั่งได้ที่ 095-4251424, 02-6554446 Line: @nailert_legacy..วันนี้-29 ก.ย. อร่อยหน้าตาดีแพ็กเกจสวยมาก..

●● ขอเชิญร่วมสร้างพระวิหารใหม่หลวงพ่อพระยสเกิด ณ ปิยโปฎกธรรมสถาน อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน ซึ่งพระวิหารไม้เดิมถูกเพลิงไหม้ไปเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 28 ส.ค. เวลา 22.30 น. ร่วมบริจาค บัญชี โครงการบูรณะพระวิหารหลวงพ่อพระยสเกิด ธ.กรุงไทย สาขาหางดง เลขที่538-0-43596-3..

●● แฟนคลับถ้าคิดถึง สุชาติ ชวางกูร เปิดฟังรายการวิทยุที่จัด 2 รายการ คือ Beautiful Music FM 102.5 เวลา 20.00 น. และ Good Morning ASEAN FM.100.5 อสมท. เวลา 06.00-07.30 น..

●● ขอแสดงความเสียใจกับ ธนากร-ธนาสาร คุปตจิตต์ ที่สูญเสียคุณแม่ วันดี บัญชาจารุภรณ์จัดพิธีบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจเรียบร้อยแล้ว..

●● หนังสือ “จากเสมียน สู่ปลัดกระทรวง”(และรัฐมนตรี) โดย ศรีภูมิ ศุขเนตร จัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 2 เป็นหนังสือน่าอ่านสำหรับข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานของรัฐ เพื่อความก้าวหน้า ไปสู่จุดสูงสุด โดยปลอดภัย ไม่โดนวินัย หรืออาญา วางจำหน่ายแล้วเล่มละ 200 บาท โดยมีอนันต์ วรธิติพงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เขียนคำนำผู้ริเริ่ม (ในการพิมพ์ครั้งที่สอง) รายได้จากการจำหน่ายหนังสือโดยไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้สาธารณกุศลและโรงเรียนต่างๆ…เชิญซื้อได้ที่ นสพ.แนวหน้า 02-9735000 ก็มอบให้สวัสดิการพนักงาน นสพ.แนวหน้า…●●

น้อง

‘ปวีณา ท้วมแสง’ กับเบื้องหลังแคมเปญกางเกงช้าง ‘Stop Elepains’ เพื่อสวัสดิภาพช้างไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753427

‘ปวีณา ท้วมแสง’ กับเบื้องหลังแคมเปญกางเกงช้าง ‘Stop Elepains’ เพื่อสวัสดิภาพช้างไทย

‘ปวีณา ท้วมแสง’ กับเบื้องหลังแคมเปญกางเกงช้าง ‘Stop Elepains’ เพื่อสวัสดิภาพช้างไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปวีณา ท้วมแสง

Dentsu Creative Thailand ร่วมมือกับ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก(ประเทศไทย) หรือ World AnimalProtection Thailand เปิดตัวแคมเปญ “Stop Elepains” ผ่านกางเกงช้างที่กำลังเป็นเทรนด์ยอดนิยมด้วยลวดลายที่สะท้อนความทรมานของช้างไทย จากการฝึกอย่างทารุณเพื่อการแสดงโชว์ โดยยอดบริจาคจากการสนับสนุนกางเกงช้าง Stop Elepains นั้นจะช่วยให้องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกฯ สามารถทำงานเพื่อปรับปรุงสวัสดิภาพช้างไทยให้ดีขึ้น รวมถึงการสนับสนุนปางช้างโชว์ให้ปรับเปลี่ยนมาเป็นปางช้างที่เป็นมิตรกับช้างมากขึ้น

ไม่เฉพาะกางเกงช้างเท่านั้นที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย การแสดงโชว์ช้างยังเป็นไฮไลท์อันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ รวมถึงคนไทยเองต้องเคยได้ชม และรู้สึกทึ่งในความสามารถของช้างไทย

แต่สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ เบื้องหลังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ใช้ช้างเพื่อสร้างความบันเทิง เหล่านี้กลับแฝงไว้ด้วยความโหดร้ายที่ต้องผ่านการฝึกอย่างทารุณตั้งแต่ช้างยังเล็กไปจนถึงการถูกบังคับให้ต้องแสดงพฤติกรรมผิดธรรมชาติ อย่าง การเดินสองขา เต้น วาดรูป ฯลฯ เพื่อมอบความบันเทิงให้นักท่องเที่ยว แม้การโชว์อาบน้ำช้างที่ดูเหมือนจะเย็นสบาย แต่แท้จริงแล้ว ช้างต้องถูกบังคับให้อาบน้ำซ้ำๆวันละหลายๆ รอบ หรือแม้กระทั่งเมื่อจบโชว์แล้ว จะมีกี่คนที่รู้ว่าช้างส่วนใหญ่ต้องถูกล่ามด้วยโซ่สั้นๆ ไว้ในที่แคบ โดยไม่ได้กินอาหารที่หลากหลายเหมือนช้างที่อยู่ในป่า

เรื่องราวเบื้องหลังการโชว์ช้างแสนรู้เหล่านี้ จึงปรากฏเป็นลวดลายบนกางเกงช้าง “Stop Elepains” แสดงภาพช้างที่ถูกฝึกให้ยืนบนเก้าอี้
ตัวเล็กๆ ช้างที่มีรอยแผลตามตัว ช้างนอนหมดแรง และช้างที่มีน้ำตา ซึ่งเป็นลายพิมพ์ที่มีเอกลักษณ์ต่างจากกางเกงช้างตามท้องตลาดทั่วไป 

แคมเปญ “Stop Elepains” The Elephant Pants that Save Elephants’ Lives เกิดจากความร่วมมือของ Dentsu Creative Thailand และ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) หรือ World Animal Protection Thailandโดยมีภารกิจหลักในการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์ป่าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสัตว์ที่อยู่ในระบบฟาร์มอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์กรฯ ระบุว่า ช้างไทยในปางช้างหลายแห่งต้องทุกข์ทรมาน เนื่องจากช้างต้องผ่านการฝึกที่โหดร้ายทารุณก่อนนำมาแสดงโชว์ อีกทั้งยังมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ดี และต้องผสมพันธุ์เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ ฯลฯ แคมเปญ Stop Elepains จึงมุ่งหวังให้เกิดการตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวในวงกว้างจึงเลือกที่จะบอกเล่าเรื่องราวลงไปบนลวดลายของกางเกงช้างที่ใครๆ ก็สวมใส่ได้

ปวีณา ท้วมแสง และ อภิสิทธิ์ วลีซื่อสัตย์ สองครีเอทีฟ จาก Dentsu Creative Thailand ผู้เป็นต้นคิดของแคมเปญนี้ โดย ปวีณา เล่าถึงเบื้องหลังแนวคิดในการออกแบบกางเกงช้าง Stop Elepains ว่า “เราโตมากับการเห็นช้างเล่นฮูล่าฮูปหรือช้างเต้นส่ายงวงดูแล้วยิ้มตาม เราเลยคิดว่าช้างเป็นสัตว์ที่น่ารัก แสนรู้เพราะทำสิ่งเหล่านี้ได้ จนแทบจะกลายเป็นนิยามของคำว่าช้างไปเลยว่า ช้างเท่ากับการแสดง โดยไม่เคยรู้จักมิติของช้างที่แท้จริง จนในเวลาต่อมาถึงเพิ่งได้รู้ว่า จริงๆ แล้วธรรมชาติของช้างไม่ได้เกิดมาเต้นหรือเล่นกลให้เราดู แต่นี่เป็นธุรกิจที่มนุษย์หาเงินกับช้าง ยิ่งพอได้มาร่วมงานกับ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ทำให้เรายิ่งเห็นเบื้องหลังของโชว์ช้างอย่างการฝึกช้างที่โหดร้าย ถูกบังคับให้นักท่องเที่ยวขี่หลังทั้งวัน หรือการที่ช้างโยกหัวและส่ายงวงไปมาซึ่งเป็นพฤติกรรมของช้างที่กำลังหาทางบรรเทาความเครียด เราหวังว่า ช้างรุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายที่ถูกใช้งานอย่างโหดร้ายทารุณในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และจะต้องได้รับการดูแลอย่างดี ตลอดช่วงชีวิตที่เหลือ”

และด้วยความที่ในปัจจุบัน กางเกงช้าง ไม่ได้เป็นที่นิยมเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นเทรนด์การแต่งตัวที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยเช่นกัน จึงเป็นโอกาสอันดีในการสอดแทรกเรื่องราวเหล่านี้บนกางเกงยอดนิยมแห่งยุคสมัย

“ช่วงไม่กี่ปีมานี้ กระแสกางเกงช้างมาแรง ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมใส่กันมาก เราจึงเกิดคำถามขึ้นในใจว่า จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเบื้องหลังความน่ารักของช้างซ่อนไว้ซึ่งความเจ็บปวดต่างๆ นานา เราจึงเลือกใช้กางเกงช้างเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวความทรมานของช้าง และหวังว่ายอดบริจาคจากการสนับสนุนกางเกงช้าง Stop Elepains จะทำให้องค์กรฯ สามารถทำงานเพื่อปรับปรุงสวัสดิภาพช้างไทยให้ดีขึ้น รวมถึงการสนุบสนุนปางช้างโชว์ให้ปรับเปลี่ยนมาเป็นปางช้างที่เป็นมิตรกับช้าง ไม่มีกิจกรรม ขี่ช้าง โชว์ช้างอาบน้ำช้าง หรือบังคับให้ช้างแสดงพฤติกรรมผิดธรรมชาติ มาสู่การดูแลช้างตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์เพื่อให้ช้างได้กลับมาเป็นช้างอีกครั้ง” 

แคมเปญ “Stop Elepains” จึงเป็นภารกิจในการสร้างความตระหนักรู้ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือช้างไทยได้ง่ายๆ ผ่านการสนับสนุนกางเกงช้าง Stop Elepains เพื่อบริจาคให้องค์กรฯ ดำเนินโครงการเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในปางช้างที่เน้นจัดแสดงโชว์ช้าง ขี่ช้าง อาบน้ำช้าง ฯลฯ ให้เปลี่ยนมาใส่ใจดูแลช้างตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ผู้ที่สนใจสามารถสนับสนุนกางเกงช้างStop Elepains ได้ที่ https://shop.worldanimalprotection.or.th/kaangekng-Elepains-Pre-order-p572832080 ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมของแคมเปญคลิกที่ https://noelephant

บาชโทลด์ จัดนิทรรศการการกุศล‘ศิลป์สวย…หัวใจหิน’ ศาสตร์แห่งเครื่องดนตรีและอัญมณีหินแกะสลักลํ้าค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753433

บาชโทลด์ จัดนิทรรศการการกุศล‘ศิลป์สวย…หัวใจหิน’  ศาสตร์แห่งเครื่องดนตรีและอัญมณีหินแกะสลักลํ้าค่า

บาชโทลด์ จัดนิทรรศการการกุศล‘ศิลป์สวย…หัวใจหิน’ ศาสตร์แห่งเครื่องดนตรีและอัญมณีหินแกะสลักลํ้าค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.สร้อยเพชร-เทวินทร์ บาชโทลด์

บาชโทลด์ ผู้นำเข้านาฬิกาและเครื่องประดับหรูจากต่างประเทศโดย ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์กรรมการบริหาร จัดงานนิทรรศการ ศิลป์สวย…หัวใจหิน เปิดตัวและให้เข้าชม REUGE (เรอช) ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นดนตรี (Music Automaton) ที่สร้างสรรค์ด้วยศาสตร์การผลิตอันลึกล้ำอายุกว่า 150 ปี จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยช่างฝีมือที่มีไม่ถึง 5 คนในโลก พร้อมอัญมณีหินสวยแกะสลักเป็นนก งดงาม ล้ำค่า รายได้จากการจัดงานสมทบทุนเพื่อการกุศลให้แก่สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 12

ดร.สร้อยเพชรกล่าวว่า “เป็นอีกครั้งสำหรับงาน ศิลป์สวย หัวใจหิน ที่ได้นำชิ้นงานอันเป็นศาสตร์และศิลป์ มาให้ชื่นชมความงดงาม ความล้ำค่า ซึ่งหาดูได้ยากในทุกๆ ชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นดนตรี หรืออัญมณีหินสวยแกะสลัก ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่วิจิตรและประณีต ลึกล้ำด้วยกลไกในศาสตร์อันน่าทึ่งจนน่าจดจำ หรือควรค่าในการได้เป็นเจ้าของ และยังได้ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของบุญ เพราะรายได้จากการจัดนิทรรศการครั้งนี้นำไปสมทบทุน เพื่อการกุศลอีกด้วย”

สำหรับเครื่องเล่นดนตรีในคอลเลคชั่นนี้ มีกำเนิดก่อนเครื่องเล่นดนตรีไฟฟ้าทุกชนิด มีเข็มขนาดจิ๋วที่เป็นตัวโน้ตกว่า 144 โน้ต การผลิตเครื่องเล่นดนตรีของ REUGE ในหนึ่งเครื่อง จะต้องใช้เข็มมากกว่า 4,000 เข็มพร้อมกับซี่หวีที่สามารถอ่านเข็มทั้งหมดให้เป็นเสียงเพลงได้ มีพลังลมที่แปลงหีบลมในเครื่อง เป็นพลังกลศาสตร์ช่วยหมุนเครื่องให้เดินได้โดยปราศจากแบตเตอรี่หรือพลังงานไฟฟ้า ขณะที่อีกความโดดเด่นอันน่าหลงใหล อย่าง VOLIERE DE LA COUR หรือนกน้อยในกรงทองอันแสนงดงาม เป็นมิวสิก บ็อก ที่เป็นงานศิลป์มายาวนานกว่า 150 ปี นอกจากนี้ ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ประดับบ้านได้อย่างลงตัว ทันสมัยและสามารถเลือกเล่นเพลงได้มากกว่า 5 เพลง ตามการใช้งานของแต่ละรุ่น

ภายในงาน บาชโทลด์ ยังนำอัญมณีหินสวยแกะสลัก GG Treasures Collection ฝีมือการออกแบบของช่างชาวยุโรปมาแสดงด้วย คอลเลคชั่นดังกล่าวมีชื่อเสียงจากการที่ถูกยกให้เป็นของขวัญสำหรับราชวงศ์สังคมชั้นสูง และประดับอยู่ในคฤหาสน์หรูเท่านั้นชิ้นงานอัญมณีหินสวยคอลเลคชั่นนี้ส่วนใหญ่จะเน้นการแกะสลักนก อาทิ นกกระตั้ว นกแก้ว และที่น่าสนใจเย้ายวนชวนมอง คือ นกเงือกในท่วงท่างดงาม จัดแสดงพร้อมให้เป็นเจ้าของ จำกัดจำนวนอย่างละหนึ่งชิ้นงาน โดยรายได้จากการจัดงาน บาชโทลด์ สมทบทุนเพื่อการกุศลให้แก่สโมสรซอนต้ากรุงเทพ 12รับมอบโดย ซอนเชี่ยนรำไพวรรณ์ หอมไกรลาศ นายกสโมสร

นิทรรศการ ศิลป์สวย…หัวใจหินจัดแสดงที่ บาชโทลด์ บัลโคนี่ ชั้น 2เกษรทาวเวอร์ ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2566 สามารถเป็นเจ้าของ หรือเข้าชมสัมผัสความงามล้ำค่าในศาสตร์และศิลป์นี้ได้โดยไม่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ประธานองคมนตรี เป็นประธานปฐมนิเทศทุนการศึกษา ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753392

ประธานองคมนตรี เป็นประธานปฐมนิเทศทุนการศึกษา  ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ ประจำปี 2566

ประธานองคมนตรี เป็นประธานปฐมนิเทศทุนการศึกษา ‘สานใจไทย สู่ใจใต้’ ประจำปี 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการ โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” เป็นประธานในพิธีปฐมนิเทศเยาวชนทุนการศึกษา “สานใจไทย สู่ใจใต้” ประจำปีการศึกษา 2566 ณ อาคารมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ โดยมีเยาวชนผู้ได้รับทุนการศึกษา เข้าร่วมการปฐมนิเทศ จำนวน 36 คน ได้แก่ เยาวชนจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จำนวน 12 คน และเยาวชนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จำนวน 22 คน

ทุนการศึกษา “สานใจไทยสู่ใจใต้”เป็นทุนการศึกษาที่มอบให้เยาวชนผู้ผ่านโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้”ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิสาส สตูล และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา (นาทวี เทพา จะนะ และ สะบ้าย้อย) เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวเยาวชน ซึ่งได้แก่ ค่าเล่าเรียน ค่าหน่วยกิต ค่าสนับสนุนอุปกรณ์การศึกษาหรืออื่นๆ ด้านการศึกษา เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและครอบครัวนำไปสู่การพัฒนาสังคมภูมิลำเนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการ โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” กล่าวว่า“ทุนการศึกษา สานใจไทย สู่ใจใต้ได้ดำเนินการมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ผ่านโครงการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยมอบทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนการศึกษาและอุปกรณ์การศึกษาแก่เยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันมีเยาวชนผู้ได้รับทุนการศึกษากระจายอยู่ทุกภูมิภาค ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัวและชุมชน เพื่อเป็นการส่งเสริมความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป”