สธ.เปิดเวทีประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เข้าสู่ทศวรรษที่ 2 การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753150

สธ.เปิดเวทีประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เข้าสู่ทศวรรษที่ 2 การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

สธ.เปิดเวทีประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เข้าสู่ทศวรรษที่ 2 การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข โดยกองบริหารการสาธารณสุข ร่วมกับกรมการแพทย์ จัดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan Sharing) ครั้งที่ 9 และเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ของการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ พร้อมจัดนิทรรศการและประกวดผลงานวิชาการและนวัตกรรมดีเด่น 19 สาขา เมื่อวันที่ 24-25 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan Sharing) ประจำปีงบประมาณ 2566 ภายใต้แนวคิด “The 2nd Decade of enhancing healthcare Services for health security : ทศวรรษที่ 2 ยกระดับศักยภาพบริการ สู่ความมั่นคงด้านสุขภาพ” โดยมีผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขจากส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคีเครือข่ายนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย ราชวิทยาลัยฯ สมาคมวิชาชีพต่างๆ และบุคลากรสาธารณสุขเข้าร่วมประชุม จำนวน 1,500 คน มีการนำเสนอผลงานการพัฒนาระบบบริการสุขภาพทุกสาขา และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงาน เพื่อเป็นต้นแบบและนำไปปรับใช้ตามบริบทของพื้นที่ รวมทั้งมีการมอบรางวัลผลงานวิชาการและนวัตกรรมดีเด่น จำนวน 40 รางวัล

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้วางนโยบายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service
Plan) จำนวน 19 สาขา มุ่งเน้นการพัฒนาระบบบริการสอดรับกับความต้องการของประชาชน ให้เข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว และลดความเหลื่อมล้ำ มีบริการที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเครือข่ายในแต่ละเขตสุขภาพ จากการพัฒนาในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่ยอบรับ สถานบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีการจัดบริการที่มีคุณภาพ เช่น มีศูนย์หัวใจที่สามารถผ่าตัดหัวใจได้ 31 แห่ง สวนหัวใจ 45 แห่ง ศูนย์มะเร็งที่ให้บริการรังสีรักษา 22 แห่ง ครบทุกเขตสุขภาพ บริหารจัดการด้วยโครงการ Cancer Anywhere ทำให้ระยะเวลารอคอยลดลงจาก 3-6 เดือน เหลือภายใน 6 สัปดาห์ ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองให้การรักษาผู้ป่วยด้วยสายสวนหลอดเลือดสมอง 16 แห่ง อัตราตายลดลงเหลือร้อยละ 8.13 การดูแลทารกแรกเกิดที่มีภาวะวิกฤต มีเตียง NICU 1,119 เตียง สูงกว่ามาตรฐานที่ WHO กำหนด เพิ่มเตียงผู้ป่วยในจิตเวชและยาเสพติดในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข บริการ ODS&MIS 190 แห่ง 86 กลุ่มโรค พัฒนาระบบ Virtual ER การให้คำปรึกษาผ่านระบบ Telemedicineเพื่อการส่งต่อผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย โดยมีเป้าหมาย เพื่อลดอัตราป่วยอัตราตาย ลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย

ทั้งนี้ ใน 1 ปีที่ผ่านมา One Province One Hospital เกิดการบริหารจัดการกำลังคน การลงทุนที่เหมาะสม พัฒนาบริการแบบไร้รอยต่อ เกิดผลงานส่งมอบให้กับประชาชน มีหน่วยไตเทียมเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 เตียง เพิ่มเตียงผู้ป่วยในจิตเวชและยาเสพติดมากกว่า 1,300 เตียงสวนหัวใจภายใน 120 นาที ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ บริการ thrombectomy ทุกเขตสุขภาพ ส่งเสริมการเข้าถึงการดูแลสุขภาพช่องปากด้วยการจัดตั้งโรงพยาบาลทันตกรรมและพัฒนาระบบบริการอย่างต่อเนื่องก้าวสู่ทศวรรษแห่งการพัฒนาระบบการแพทย์และสาธารณสุขไทย โรงพยาบาลของประชาชนเป็นที่พึ่งของประชาชน เพื่อ “สุขภาพคนไทยสุขภาพประเทศ” โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มุ่งเน้นเทคโนโลยีทางการแพทย์และดิจิทัลเพื่อยกระดับบริการสุขภาพครอบคลุมทุกพื้นที่

พม.ยกย่องเชิดชูเกียรติ อพม.เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753155

พม.ยกย่องเชิดชูเกียรติ อพม.เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ดีเด่น

พม.ยกย่องเชิดชูเกียรติ อพม.เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ดีเด่น

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพม. เป็นประธานพิธีเชิดชูเกียรติอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ดีเด่น ประจำปี 2566 จำนวน 77 คน พร้อมมอบประกาศนียบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติ เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน เป็นผู้เสียสละทำคุณประโยชน์ต่อสังคม และเป็นแบบอย่างที่ดีในการขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุแก่สังคม โดยมี นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวรายงาน ซึ่งมีคณะผู้บริหารกระทรวง พม. เข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. สะพานขาว กทม.

นายจุติ ไกรฤกษ์ เผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงประชากรในปัจจุบัน พบว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรสูงอายุถึงร้อยละ 18.3 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยมีประชากรสูงอายุวัยต้น (อายุ 60-69 ปี ) ร้อยละ 56.5ผู้สูงอายุวัยกลาง (อายุ 70-79 ปี)ร้อยละ 29.1 และผู้สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปี ขึ้นไป) ร้อยละ 14.4 ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแล และการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคมเพิ่มขึ้น ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายผู้สูงอายุ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุทุกกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมในทุกมิติ ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ

ปัจจุบัน กระทรวง พม. มี อพม. เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ จำนวนทั้งสิ้น 53,457 คน เพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุที่ครอบคลุมในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีผู้สูงอายุได้รับการดูแล 478,355 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ส.ค. 2566)ซึ่ง อพม. เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุมีบทบาทสำคัญในการให้ความช่วยเหลือดูแล คุ้มครอง พิทักษ์สิทธิผู้สูงอายุ ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546ที่ครอบคลุม 4 มิติ ทั้งสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อม โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ดำเนินการส่งเสริมองค์ความรู้ในด้านการดูแลผู้สูงอายุให้กับ อพม. เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ พัฒนารูปแบบแนวทางการดำเนินงานให้มีศักยภาพในการช่วยเหลือ เฝ้าระวัง ดูแลผู้สูงอายุอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสร้างกลไกในการดูแลผู้สูงอายุในระดับพื้นที่อย่างเข้มแข็ง

นอกจากนี้ นายจุติกล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณ อพม. เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ กว่า 50,000 คนทั่วประเทศ ที่ดูแลผู้สูงอายุกว่า 400,000 คน และวันนี้ เราต้องการจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และต้องมีการวางแผนล่วงหน้าในอนาคต ซึ่งต้องสร้างอาสาสมัครเพิ่มขึ้นให้ได้ถึง 1 ล้านคนเพื่อมาดูแลผู้สูงอายุให้ทั่วถึงอย่างมีคุณภาพ วันนี้ อพม. ทุกท่านได้รับการดูแลฝึกฝนเป็นพิเศษ เพราะการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่แค่เพียงร่างกาย แต่ต้องดูแลด้านจิตใจด้วย ซึ่งอยากขอบคุณทุกคนที่ทำงาน โดยไม่มีค่าตอบแทน ทำงานด้วยใจ ด้วยความสุข เมื่อคนทำมีความสุข ความสุขเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดไปถึงผู้สูงอายุที่เราดูแล สำหรับกระทรวง พม. ได้ทำงานอย่างต่อเนื่องร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขและมีศูนย์ช่วยเหลือสังคมประจำตำบลอยู่ทั่วประเทศที่ผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาสามารถเข้ามาขอความช่วยเหลือได้

มอบประกาศนียบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติ อพม.

มอบประกาศนียบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติ อพม.

ซีพีแรม – เครือเจริญโภคภัณฑ์ ลุย ‘ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน’ หวังเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753157

ซีพีแรม - เครือเจริญโภคภัณฑ์ ลุย ‘ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน’ หวังเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทย

ซีพีแรม – เครือเจริญโภคภัณฑ์ ลุย ‘ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน’ หวังเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทย

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีพีแรม จำกัด จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้กับแนวคิด “CPRAM GREEN LIFE” ปลูกเพื่อโลกยั่งยืนในพื้นที่ จ.ลำพูน โดยความร่วมมือกับ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ใหญ่บ้าน นักเรียน รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกันเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนทางอาหาร

กอบชัย คงทวี ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่าซีพีแรม คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการดูแลสภาพแวดล้อมโดยรวมของธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีการปลูกต้นไม้มาโดยตลอดทั้งบริเวณรอบบริษัท และในชุมชน ซึ่งกิจกรรม “CPRAM GREEN LIFE” นี้ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อมาเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเติบโต สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของเครือเจริญโภคภัณฑ์

ภายในงาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน  ชาตรี กิตติธนดิตถ์ได้ร่วมปลูกต้นไม้ กับโครงการ “CPRAM Green Life” #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืนโดยมี กอบชัย คงทวี ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส พร้อมด้วย ผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) และบัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน จ.น่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์, นนท์นาคะเสถียร ผู้จัดการทั่วไป ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้ใหญ่บ้าน, นักเรียน รวมถึงชาวบ้านในพื้นที่ร่วมปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ด้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทย สร้างสมดุลโลก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงสร้างความมั่นคง และความยั่งยืนทางอาหาร ณ ป่าชุมชนบ้านหนองหล่ม ตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ต้นไม้เพียงต้นเดียวนั้นมีคุณค่ามหาศาล เพราะชีวิตของคนเราจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยต้นไม้เพราะฉะนั้นหากเราทุกคนหันมาช่วยเพิ่มปริมาณต้นไม้ในเมืองไทยให้มากขึ้น โอกาสที่จะคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ระบบนิเวศย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ซีพีแรมเชื่อว่า เพราะความร่วมมือ คือรากฐานของความยั่งยืน

ทั้งนี้ ซีพีแรม ได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ และแจกกล้าไม้มากว่า 10 ปีภายใต้โครงการ “CPRAM Green Life” #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทย เสริมสร้างความสมดุลระบบนิเวศที่สมบูรณ์ ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของโลก รวมถึงยังสอดคล้องกับปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร

นิทรรศการพุทธศิลปกรรม รุ่นที่ 2 ประจำปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753127

นิทรรศการพุทธศิลปกรรม รุ่นที่ 2 ประจำปี 2565

นิทรรศการพุทธศิลปกรรม รุ่นที่ 2 ประจำปี 2565

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) วัดร่องขุ่น และศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน พร้อมองค์กรเครือข่าย ขอเชิญร่วมชม “นิทรรศการพุทธศิลปกรรม รุ่นที่ 2 พ.ศ. 2565” จัดแสดงผลงานศิลปะของผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้น สาขาวิชาพุทธศิลปกรรม รุ่นที่ 2 ประจำปี 2565 ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมชมผลงานของผู้ทรงคุณวุฒิประจำหลักสูตรในนิทรรศการนี้ เพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปกรรมให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ ระหว่างวันที่ 9-30 กันยายน 2566 ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ

ทั้งนี้จะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2566 เวลา 17.00 น. โดยได้รับความเมตตาจากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนีเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ พร้อมด้วย พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) ผู้อำนวยการศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน, ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ, ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีผู้ก่อตั้งและนายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศรอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

หลักสูตรระยะสั้น สาขาวิชาพุทธศิลปกรรม จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านสุนทรียศาสตร์ ตลอดจนเผยแพร่ผลงานพุทธศิลปกรรม ให้ผู้เรียนสามารถนำหลักการมาปรับใช้ในด้านการบริหารจัดการ การอนุรักษ์ สร้างสรรค์ ตลอดจนเผยแพร่ผลงานพุทธศิลปกรรมให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ หลักสูตรดังกล่าว ได้ดำเนินการเรียนการสอนให้แก่พระภิกษุ สามเณร และบุคคลทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและทำการเรียนการสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา

ผู้สนใจสามารถร่วมชมนิทรรศการระหว่างวันที่ 9-30 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โทร. 053-917897 ต่อ 8037 (ศตวรรษ)

Take a wreath ธุรกิจพวงหรีดให้เช่า เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753130

Take a wreath ธุรกิจพวงหรีดให้เช่า  เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

Take a wreath ธุรกิจพวงหรีดให้เช่า เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Take a wreath ธุรกิจพวงหรีดดอกไม้ประดิษฐ์ให้เช่า ธุรกิจใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นระหว่างการพักงานจากการระบาดของโรคโควิด ชูแนวคิดการนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) และการกระจายรายได้ เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในขณะที่ “โรค” ยังคงอยู่แต่ “โลก” ยังคงต้องหมุนไป

ธนพร คล้ายอมร หรือ คุณกุ้ง หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Take a wreath กล่าวว่า “กุ้งเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ต้องพักงานในช่วงโควิดเป็นเวลาเกือบ 3 ปี เราเห็นว่ามีหลายธุรกิจที่ล้มไปในช่วงนั้น กุ้งกับหุ้นส่วนเลยก่อตั้งธุรกิจพวงหรีดดอกไม้ประดิษฐ์ให้เช่าในชื่อ Take a wreath ขึ้นมา ด้วยแนวคิดที่อยากจะทำธุรกิจที่ช่วยรักษาโลกใบนี้ให้อยู่กับเราให้นานยิ่งขึ้นแต่ตอนแรกก็มีหลายคนยังไม่เข้าใจว่าพวงหรีดดอกไม้ประดิษฐ์จะรักษ์โลกหรือสร้างสังคมที่ยั่งยืนขึ้นได้อย่างไร ซึ่งจะขอเล่าว่าปกติพวงหรีดดอกไม้สดหลังจากจบงานแล้ว ทางวัดก็จะนำไปทิ้งรวมกันไว้ในบ่อขยะเพื่อรอการฝังกลบหรือการเผา ซึ่งล้วนเป็นกระบวนการที่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม เช่น พวงหรีดดอกไม้สดที่ถูกทิ้งไว้นานๆ จะเกิดก๊าซมีเทนที่อาจทำให้เกิดการเผาไหม้ขึ้นในบ่อขยะ หรือแม้แต่การเผาก็ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝุ่น PM2.5 ด้วย ดังนั้น การเลือกใช้พวงหรีดดอกไม้ประดิษฐ์ จึงนับเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณขยะและลดการเกิดมลพิษทางอากาศด้วย”

“นอกจากนั้นเรายังรักษาแนวคิดการสร้างสังคมที่ยั่งยืนด้วยสร้างอาชีพสู่ชุมชน โดยการให้ผู้สูงอายุจากชุมชน อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา มาช่วยเตรียมอุปกรณ์และดอกไม้ เพื่อให้นักออกแบบพวงหรีดของเราทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้นด้วย พวงหรีดของเราทำขึ้นด้วยมือทุกชิ้น จากวัสดุคุณภาพดีและที่สำคัญคือไม่ซ้ำกันเลย เพราะเราเชื่อว่าพวงหรีดจะแทนความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อผู้ล่วงลับซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียว และยังเป็นตัวแทนของกำลังใจจากผู้ให้ต่อครอบครัวของผู้จากไปได้อีกด้วย ข้อดีคือพวงหรีดของเราจะสวยงามตลอดงาน ไม่ช้ำหรือเหี่ยวเหมือนพวงหรีดดอกไม้สดค่ะ”

พวงหรีดของ Take a wreath มีให้เลือกหลายแบบในราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท พร้อมบริการส่งฟรีในกรุงเทพฯและนนทบุรี โดยเมื่อใช้งานเสร็จแล้ว ทาง Take a wreath จะนำกลับมาฆ่าเชื้อทำความสะอาดด้วยรังสียูวีและซ่อมแซมให้สวยงามเพื่อการนำกลับมาใช้อีกครั้งและ 10% ของทุกการสั่งซื้อ จะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งให้มูลนิธินั้นออกใบอนุโมทนาบัตรในชื่อของลูกค้าและส่งให้ถึงบ้าน

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK : TakeawreathIG : takeawreathLINE : @takeawreath

‘เมืองไทยประกันชีวิต’ ชวน ‘บิวกิ้น-พีพี’ ปลุกกระแสคนรักสุขภาพ จัดกิจกรรม ‘ZYndromes x MTL Station’ สเตชันสุขภาพคนเจนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753131

‘เมืองไทยประกันชีวิต’ ชวน ‘บิวกิ้น-พีพี’ ปลุกกระแสคนรักสุขภาพ จัดกิจกรรม ‘ZYndromes x MTL Station’ สเตชันสุขภาพคนเจนใหม่

‘เมืองไทยประกันชีวิต’ ชวน ‘บิวกิ้น-พีพี’ ปลุกกระแสคนรักสุขภาพ จัดกิจกรรม ‘ZYndromes x MTL Station’ สเตชันสุขภาพคนเจนใหม่

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพ ชวน “บิวกิ้น-พีพี” ตัวแทนคนเจนใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพจัดกิจกรรม “ZYndromes x MTL Stationสเตชันสุขภาพคนเจนใหม่” เปิดเทรนด์ความคุ้มครองสุขภาพที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ในโมเมนต์สุดฟิน

สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและความคุ้มครองสุขภาพ เดินหน้าเปิดประสบการณ์แห่งความสุขและรอยยิ้ม เพื่อสร้างสังคมสุขภาพดีอย่างต่อเนื่องภายใต้คอนเซ็ปต์ ZYndromes (แซด วายซินโดรม) ล่าสุดชวน “บิวกิ้น” พุฒิพงศ์อัสสรัตนกุล และ “พีพี” กฤษฏ์ อำนวยเดชกร ตัวแทนคนเจนใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ร่วมปลุกกระแสคนรักสุขภาพ จัดกิจกรรม “ZYndromes x MTLStation สเตชันสุขภาพคนเจนใหม่” เปิดเทรนด์ความคุ้มครองสุขภาพตอบโจทย์ทุกความกังวลของคนรุ่นใหม่ ในโมเมนต์สุดฟิน พร้อมกระทบไหล่อย่างใกล้ชิด ณ ชั้น 1 โซน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ 

โดย “บิวกิ้น-พีพี” ถือเป็นตัวแทนของคนเจนใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ซึ่งรวมไปถึงการเลือกความคุ้มครองสุขภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังเป็นลูกค้าจริงที่ให้ความไว้วางใจเลือกความคุ้มครองสุขภาพจาก “เมืองไทยประกันชีวิต” ในการสร้างความอุ่นใจและปิดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ ทำให้สามารถบาลานซ์ทั้งการทำงานและสุขภาพไปพร้อมกันได้อย่างเต็มที่ เพราะโดดเด่นด้วยแบบประกันที่หลากหลายและเข้าใจทุกความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์

สำหรับความคุ้มครองสุขภาพมาแรงที่เหมาะสำหรับคนเจนใหม่อาทิ ดี เฮลท์ พลัส (D Health Plus) คุ้มครองเหมาจ่ายค่ารักษาสูงสุดถึง 5 ล้านบาท* ครอบคลุมตั้งแต่โรคเล็กโรคแรงๆ โรคทั่วไป อุบัติเหตุ เบี้ยไม่แพงแอดมิทก็เหมาจ่ายในวงเงินเดียวนอนห้องเดี่ยวมาตรฐานทุกโรงพยาบาลทั่วไทย ดูแลยาวถึงอายุ 99 ปี ปรับเปลี่ยนแผนได้ ถ้ามีสวัสดิการเลือกแผนมีความรับผิดส่วนแรก เบี้ยถูกลงอีกและเมื่อถึงวัยเกษียณ ยังเลือกปรับเปลี่ยนแผนได้ เพื่อให้ตรงความต้องการและสอดรับกับสวัสดิการที่เปลี่ยนแปลงไปโดยให้สิทธิ์เลือกปรับลดความรับผิดส่วนแรก (Convertible Option) ตอนเกษียณ โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่ และหากกังวลกับค่ารักษากรณีเป็นโรคร้ายแรง ยังสามารถพลัสความคุ้มครอง แคร์ พลัส (Care Plus) หรือจะซื้อเพิ่มความคุ้มครองเสริมพิเศษ อาทิ ค่าตรวจสุขภาพ ทำฟัน และดูแลสายตา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การวางแผนการทำประกันสุขภาพสำหรับคนเจนใหม่ ถือว่าเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นการวางแผนทางการเงิน ในส่วนของการบริหารค่าใช้จ่ายของตัวเองและครอบครัวในกรณีเจ็บป่วยเพื่อไม่ให้กระทบกับเงินออม เพราะในปัจจุบันมีโรคภัยเกิดขึ้นซึ่งไม่ใช่แค่ในกลุ่มคนที่สูงอายุ แต่ในกลุ่มคนอายุน้อยก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน ไม่ว่าโรคเล็กๆ หรือโรคแรงๆ อย่างโรคหัวใจ โรคเบาหวานโรคมะเร็ง ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถเต็มที่กับชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน จึงควรจะต้องวางแผนรับมือเรื่องสุขภาพตั้งแต่วันนี้เพื่อรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

“การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำว่าเมืองไทยประกันชีวิตเราตระหนักถึงความสำคัญของการมีสุขภาพดี และเราพร้อมสนับสนุนให้คนเจนใหม่สามารถเข้าถึงความคุ้มครองสุขภาพได้อย่างทั่วถึง ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และความคุ้มครองสุขภาพ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนเจนใหม่ รวมทั้งคนทุกเพศทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ ทุกบทบาทของชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ ได้อย่างเหมาะสมและเข้าถึงได้จริง” สาระ กล่าวทิ้งท้าย

คุณแหน : 30 สิงหาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753139

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย เป็นประธานเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาถวายพระกุศลแด่เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก” ครั้งที่ 27 มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมกับนักศึกษา ปธพ.รุ่นที่ 9 แพทยสภา สถาบันพระปกเกล้า จ.สิงห์บุรี และรพ.สิงห์บุรี ณ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร จ.สิงห์บุรี ได้ให้บริการตรวจรักษาพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และแม่ชี ในพื้นที่จ.สิงห์บุรีและใกล้เคียง 1,200 คน..

●● ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นประธานเปิด มหกรรมแสดงเทคโนโลยีดิจิทัล HACKaTHAILAND 2023 : DIGITAL INFINITY โดยมี ผศ.ดร. ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผอ.ดีป้า ต้อนรับงานนี้ดีป้าเดินหน้าแพลตฟอร์ม “CONNEXION” ต่อยอดเปิดตัว eTailligence Platform ศูนย์รวม Big Data ด้าน E-commerce สำหรับวางแผนการตลาดออนไลน์..

●● รศ.(พิเศษ) ภก.กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม ขอเชิญชวนเภสัชกรทุกพื้นที่ ร่วมจัดงาน งานสัปดาห์เภสัชกรรม ประจำปี 2566 ตั้งแต่ 22-29 ก.ย. ภายใต้คำขวัญว่า “เภสัชกรทั่วไทย ห่วงใยทุกคน”..

●● ขรรค์ ประจวบเหมาะ รับมอบเงิน จาก วารี พลไพศาล บจ.เฮอริเทจ สแน็ค แอนด์ ฟู้ด เนื่องในวันคล้ายวันเกิด เพื่อสมทบทุนโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์บูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข รพ.จุฬาลงกรณ์..

●● รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม ได้รับเชิญจากองค์การสะพานปลา ไปบรรยายเรื่อง “ชุมชนคุณธรรม” ภายใต้โครงการ ชุมชนประมงคุณธรรม สร้างคุณค่ามูลค่าที่ยั่งยืน โดยมี ครรชิต สุขเสถียร, ปรีดา ยังสุขสถาพร, ศุภชาติ ชาสมบัติ, อัครเดช รักษ์สกุลสงสัย ต้อนรับ และมีชาวชุมชนแสมสาร จ.ชลบุรี กว่า 60 คน เข้าร่วม..

●● จตุพร ชมเชิงแพทย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมภริยาทหารเรือ ร่วมบริจาคเงิน สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดี ทุนรักษาพยาบาลผู้ป่วยยากไร้รับมอบโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.พรชัย สิมะโรจน์..

●● ผศ.ดร.เอกชัย มหาเอก บรรยายเรื่องยุทธศาสตร์และแนวทางธุรกิจล้านนาสร้างสรรค์ให้ นักศึกษาภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ ม.เชียงใหม่ โดยมี รศ.ดร.นฤมล กิมภากรณ์ ต้อนรับ..

●● ชื่นชม ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผอ.สนง.พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ที่พร้อมจะยิง “ดาวเทียมธีออส-2” ตามเวลาประเทศไทย 20 ก.ย.นี้ เป็นดาวเทียมสำรวจโลกถ่ายภาพมีความละเอียดสูงถึง 50 ซม. ซึ่งไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนฯ ที่มีดาวเทียมศักยภาพสูงสุดนี้..

●● สุขสันต์ อัครวงศธร นำทีมสมาชิกแก๊งไปไหนไปด้วย ภัทธิรา หาญสกุลและ มนัสชนก ลิ้มจำรูญ ไปตะลุยศรีราชาพัทยา เพื่อไปวางแผนทริปสวิส ต.ค. นี้..

●● สุเมธ สุรบถโสภณ พร้อมกรรมการ BCC#129 กลวิตร บุนนาค, สุโรจน์ แสงสนิท, พล.อ.ต.อากาศ ปิ่นสุวรรณ, วรพล โลพันธ์ศรี, วุฒิกร วุฒิพรพงษ์, เผด็จ มนตรีวัต, วรงค์ วิศวกุล ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ อุเทน เชี่ยววัฒนากุล บิดา พีรพงศ์ เชี่ยววัฒนากุล เพื่อนร่วมรุ่น..●●

น้องใหม่

Life & Health : เรียนรู้ประโยชน์การใช้ Social Listening

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753152

Life & Health : เรียนรู้ประโยชน์การใช้ Social Listening

Life & Health : เรียนรู้ประโยชน์การใช้ Social Listening

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง Social Media ได้เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผู้คนมากกว่า 58.4% ทั่วโลก และในประเทศไทยมีผู้ใช้งาน Social Media มากถึง 81.2% จากจำนวนประชากรทั่วประเทศ หากเราลองเจาะลึกลงไปถึงพฤติกรรมการใช้งาน Social Media ของคนไทยนั้น พบว่า มีการใช้งานสูงถึงเกือบ 3 ชั่วโมงต่อวัน และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งพฤติกรรมการใช้งานเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นในทุกๆ แพลตฟอร์ม Social Media ไม่ว่าจะเป็นบน Facebook, Instagram, Twitter, TikTok, YouTube หรือแม้กระทั่งเว็บไซต์ต่างๆ

ข้อมูลจาก อุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด บริษัทชั้นนำของคนไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดรูปแบบใหม่ (MarTech) ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ด้านสื่อสารการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร เปิดเผยว่า ในฐานะองค์กร ธุรกิจ และแบรนด์ ปัจจุบันมีความจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารและเข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย จำเป็นที่จะต้องเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย เพื่อที่จะสื่อสารในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายอยากเห็นหรืออยากได้ยิน ไม่ใช่เพียงแค่โพสต์อะไรที่ธุรกิจและแบรนด์อยากโพสต์ฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว

Social Listening คืออะไร?

Social Listening หรือ Social Listening Tool คือหนึ่งในเครื่องมือทางการตลาด (Martech Tools) ที่กำลังได้ความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก โดยเครื่องมือตัวนี้จะมีหน้าที่ในการฟัง หรือ เก็บข้อมูลจากหลากหลายแหล่งในโลกออกไลน์ไม่ว่าจะเป็น Social Media ชื่อดังต่างๆ เช่น Facebook, Instagram, Twitter, TikTok, YouTube, บทความ หรือ ข้อมูลบนเว็บไซต์ต่างๆ โดยข้อมูลที่ได้รับการเก็บเข้ามาก็จะมีลักษณะเป็น ข้อความไม่ว่าจะจาก โพสต์, ความคิดเห็น, ภาพ, วีดีโอ หรือ Hashtag ต่างๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ต่อไป

ประโยชน์จากการใช้ Social Listening ในโลกของธุรกิจ

สำหรับการประยุกต์ใช้งาน Social Listening ให้เกิดประโยชน์นั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธีเป็นอย่างมาก โดยประโยชน์และวิธีที่เรายกมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการประยุกต์ใช้ Social Listening ให้เหมาะกับภาคธุรกิจหรือแบรนด์ โดยมี 3 ประโยชน์หลักๆ ดังนี้

1.เข้าใจความต้องการของลูกค้า และเข้าใจความรู้สึกของลูกค้ามีต่อแบรนด์-อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่าพฤติกรรมของลูกค้าได้เปลี่ยนพื้นที่ในการแสดงออกมาอยู่บน Social Media หรือ เว็บไซต์ต่างๆ ดังนั้นเราจึงสามารถใช้ความสามารถของ Social Listening ในการรวบรวมความคิดเห็นเหล่านั้นได้และในความคิดเห็นเหล่านั้นก็มักจะมีความรู้สึกบางอย่าง เช่น ความชอบ ความต้องการ หรือความรู้สึกต่อแบรนด์ทั้งชอบ และไม่ชอบ หรือถ้าชอบ แล้วชอบอะไร ถ้าไม่ชอบ มีมุมไหนหรือมิติไหนที่แบรนด์สามารถแก้ไขได้บ้าง และ นอกจากแบรนด์ของตัวเองแล้วยังสามารถประยุกต์แนวคิดนี้เพื่อใช้กับแบรนด์คู่แข่งเพื่อเป็นการวิเคราะห์คู่แข่งได้อีกด้วย

2.ใช้พิจารณา Influencers ที่เหมาะสม-ด้วยการเติบโตขึ้นของตลาด Influencers ทำให้จำนวนและตัวเลือกของ Influencers มีอยู่หลากหลาย ดังนั้น ในฐานะแบรนด์จำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลือก Influencers ที่จะส่งเสริมภาพลักษณ์ในแบบที่แบรนด์อยากจะสื่อสารหรืออยากเป็น โดยทั่วไปแล้วเวลาเลือก Influencersเรามักจะพิจารณาจาก ตัวเลขผู้ติดตาม, ยอดการมีส่วนร่วม หรือ รูปแบบของเนื้อหาที่ Influencers นำเสนอ แต่ทั้งหมดเป็นเพียงแค่ข้อมูลของ Influencers เท่านั้นยังขาดข้อมูลความเห็นของลูกค้า ซึ่งการใช้ Social Listening เข้ามาช่วยในส่วนนี้จะทำให้เราเห็น ผลตอบรับหรือ ความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อ Influencers คนนั้นๆ ก็จะช่วยให้เราเลือกพิจารณาใช้ Influencers ได้แม่นยำขึ้น และมีประสิทธิภาพต่อแบรนด์มากยิ่งขึ้น

3.ป้องกันการเกิด Crisis Management- ในทุกๆ ครั้งที่เกิดวิกฤตกับแบรนด์มักมีผลกระทบที่รุนแรงและกินเวลานาน ในหลายๆ ครั้งอาจกระทบกับภาพลักษณ์ขององค์กรหรือแบรนด์ บางครั้งทำให้คนเกลียดแบรนด์ไปเลยก็เป็นได้ดังนั้น การใช้บริการ Social Listening มักจะเห็นแนวโน้มของประเด็นที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ก่อนที่จะกลายเป็นวิกฤตต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ เช่น การเริ่มมีกระแสลบเกี่ยวกับชื่อเสียงของแบรนด์เราใน Twitter เราก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจในมุมต่างๆเช่น ออกจดหมายชี้แจง หรือ ติดต่อกับกลุ่มเป้าหมายที่มีฐานผู้ติดตามสูงและทำการชี้แจงสื่อสารก่อนที่เรื่องเหล่านี้จะกลายเป็นวิกฤตใหญ่ที่มีต่อแบรนด์เรา จะเห็นได้ว่าการใช้ประโยชน์จาก Social Listening ในการทำ Crisis Managementก็เปรียบเสมือนการดับไฟตั้งแต่ต้นลม ช่วยควบคุมและป้องกันความเสียหายที่เรื่องเล็กๆอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ๆ ได้

ในยุคที่ธุรกิจต้องตามใจลูกค้า การฟังและเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย จึงมีความสำคัญลำดับต้นๆ ที่องค์กร หรือแบรนด์และธุรกิจให้ความสำคัญ ดังนั้น Social Listening หรือ Social Listening Tools จึงเป็นกระบวนการและเครื่องมือทางการตลาด (Martech Tools) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากจำนวนผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น เพราะประโยชน์ในการ “ฟัง” ที่สามารถต่อยอดไปอีกหลากหลายมิติ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะเริ่มใช้งาน Social Listening ก็คือ เราจะใช้งานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะกับธุรกิจในประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมากเกี่ยวกับ “คำ” ซึ่งอาจจะทำให้ผลลัพธ์จากร้ายกลายเป็นดี หรือ จากดีกลายเป็นร้ายเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น การเลือกใช้ Social Listening Tools หรือเลือกใช้บริการด้าน Social Listening จากทีมงานที่มีประสบการณ์และเข้าใจวิเคราะห์ข้อมูลอย่างแท้จริงก็เปรียบเสมือนการติดกระดุมเม็ดแรกอย่างถูกต้องนั่นเอง และถ้ากำลังมองหา Social Listening Tools ที่ถูกพัฒนามาเพื่อคนไทย พร้อมด้วยเทคโนโลยี AI อีกทั้งยังเป็นผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับ Social Listening มาอย่างยาวนานทั่วทุกอุตสาหกรรม พร้อมมีทีมบริการตลอด 24/7 สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.realsmart.co.th

จากข้อมูลข้างต้น คุณก็จะเห็นว่าการใช้ social media monitor หรือ listening มีประโยชน์ต่อธุรกิจหรือองค์กรของคุณอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจลูกค้า วิเคราะห์ตลาด สร้างคอนเทนต์ ประเมินผล ป้องกันปัญหา หรือสร้างความสัมพันธ์ได้ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตและประสบความสำเร็จต่อไป

ฝากข่าวบุญ จาก บาทหลวงสุขุม ธนะสิงห์ อธิการคณะพระมหาไถ่ พัทยา สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการร่วม รำลึก 20 ปี คุณพ่อเรย์ : สืบสานจิตตารมณ์เพื่อเด็กและคนพิการ ขอเชิญร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือคนพิการกว่า 900 คน ได้โดยการโอนเงินผ่าน กองทุนคุณพ่อเรย์ เพื่อคนพิการและสังคม ธนาคารกรุงเทพ สาขาบุญถาวร พัทยา เลขที่บัญชี 983-0-12018-5 นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ ติดต่อฝ่ายสื่อสารองค์กร ได้ที่โทรศัพท์ 02-5724042 ต่อ 8301 หรือไลน์ @mahatai

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

นิทรรศการ จิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 44

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753132

นิทรรศการ จิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 44

นิทรรศการ จิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 44

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิบัวหลวง และ มูลนิธิหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ขอเชิญชมนิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวงครั้งที่ 44 จัดแสดงผลงาน จำนวน 69 ชิ้น แบ่งเป็นผลงานที่ได้รับรางวัล 10 ชิ้น และผลงานที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมแสดง59 ชิ้น เปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมชื่นชมผลงานจิตรกรรมระดับคุณภาพ เวทีหนึ่งของประเทศไทย ทั้งนี้ พิธีประทานรางวัลได้ทูลเชิญ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จประทานรางวัล มูลนิธิฯ จะแจ้งวันเวลาให้ทราบภายหลังอีกครั้ง

นิทรรศการจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 44จัดแสดง ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 26 กันยายน 2566 เวลา 10.00-19.00 น. (ปิดวันพุธ) หลังจากนั้นมูลนิธิบัวหลวง จะนำผลงานไปจัดนิทรรศการสัญจรที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

ตรวจโครงสร้างร่างกายจำเป็นแค่ไหน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/753153

ตรวจโครงสร้างร่างกายจำเป็นแค่ไหน?

ตรวจโครงสร้างร่างกายจำเป็นแค่ไหน?

วันพุธ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ใครที่มีอาการสารพัดปวดแบบนี้บ้าง? ปวดเมื่อย ปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดหลัง ปวดขา ปวดเข่า กระบอกตา ปวดร้าวขึ้นศีรษะเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม ฯลฯ คุณอาจเผชิญกับสภาวะโครงสร้างร่างกายที่ไม่สมดุลอยู่ อีกทางเลือกหนึ่งของการดูแลสุขภาพ คือการตรวจโครงสร้างร่างกายจะทำให้คุณรู้จักร่างกายดีขึ้น รู้ศักยภาพที่แท้จริงของร่างกาย ปรับร่างกายให้อยู่ในภาวะที่สมดุล

เพ็ญพิชชากร แสนคำนักกายภาพบำบัดจาก คลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลเรื่องนี้ว่า การตรวจโครงสร้างร่างกาย คือการตรวจเช็คความสมดุลของกระดูกและกล้ามเนื้อ เทียบกับความสมบูรณ์แบบของโครงสร้างร่างกายในทางกายวิภาคศาสตร์ โดยโครงสร้างร่างกายที่สมดุล แนวแกนกลางกระดูกสันหลังหากมองจากทางด้านหลัง จะอยู่ในแนวตรง มองทางด้านข้าง จะมีความเว้านูนช่วงคอ และหลังพอประมาณ ไม่มากและไม่น้อยเกินไป ทั้งนี้ ก็เพื่อให้มีการกระจายน้ำหนักของศีรษะและลำตัวถูกแบ่งเบาออกจากข้อต่อกระดูกสันหลัง

แต่หากแนวการวางตัวของกระดูกสันหลังมีการบิดคด การเรียงตัวไม่ตรง โค้งของกระดูกสันหลังน้อยหรือมากไป ก็มักส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อในร่างกาย และส่งผลต่อแรงที่กดลงสู่ข้อต่อ อาจมีอาการปวดเมื่อยในร่างกายได้ง่ายกว่าปกติ ง่วงหงาวหาวนอนทั้งที่นอนมาก หรืออาจจะสังเกตเห็นความไม่สมดุลในร่างกายได้อย่างชัดเจน เช่น ไหล่งุ้ม หลังค่อม คอยื่น กระดูกต้นคอปูดนูน สะโพกบิด เอวคอดไม่เท่ากันบ่าสองข้างไม่เท่ากัน หน้าเบี้ยว ฝ่าเท้าคว่ำหรือแบนไม่เท่ากันสองข้าง ฯลฯ ลักษณะของร่างกายดังที่กล่าวมาหากมีความไม่สมดุลจนมองเห็นได้อย่างชัดเจน อาจเห็นด้วยตัวเองจากการมองภาพรวมร่างกายจากการส่องกระจก หรือมีคนทักบ่อยๆ นั่นก็หมายความว่าโครงสร้างร่างกายเรามีความไม่สมดุลเกิดขึ้นแล้ว

วิธีการตรวจโครงสร้างร่างกายด้วยตัวเอง ด้วยการมองผ่านกระจก กระจกต้องมองเห็นตลอดความสูงของร่างกาย หรือไม่ก็มองเห็นศีรษะจรดเข่าทั้งสองข้าง ใส่เพียงเสื้อชั้นในและกางเกงใน จะได้เห็นชัดเจน ยืนหน้ากระจก ย่ำเท้าอยู่กับที่สัก 5 ครั้ง แล้วยืนวางขาสองข้างแบบสบายๆ ไม่เกร็ง จากนั้น 1.ดูโครงหน้าซ้าย/ขวา ว่ามีคางบิด คอเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่ 2.ดูระดับบ่า ทั้งสองข้าง มีข้างไหนสูง/ต่ำกว่าอีกข้างหรือไม่ 2.ดูระดับกระดูกไหปลาร้า สองข้างเปรียบเทียบกันมีสูง หรือนูนชัดออกมามากกว่าอีกด้านหรือไม่ 3.ดูระดับหน้าอกทั้งสองข้าง มีบิดออกด้านนอกมากกว่าอีกฝั่ง หรือสูง/ต่ำ กว่าอีกฝั่งหรือไม่ชายโครงทั้งสองนูนออกมาเท่ากันหรือไม่ 4.ดูระดับเชิงกราน โดยดูจากเอวคอดทั้งสองฝั่ง มีด้านไหนสะโพกยักเอวสูงกว่าอีกด้านหรือไม่ 5.ดูความบิดหมุนของกระดูกสะบ้าที่เข่า มีด้านไหนที่บิดเข้าใน หรือบิดออกนอกมากว่าหรือไม่ 6.ฝ่าเท้า มีเท้าล้มเข้าด้านใน หรือเท้าแบนที่ด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่

หากพบว่ามีเพียง 2 ใน 7 ข้อ ก็บ่งบอกได้ว่า มีความไม่สมดุลของโครงสร้างร่างกาย อาจจะก่อให้เกิดอาการปวดเมื่อยง่ายกว่าคนทั่วไป หรืออาจส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อที่หนักมากกว่าปกติ ผลกระทบระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคร้ายแรงได้ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม หากไม่มั่นใจ เราสามารถตรวจโครงสร้างร่างกายโดยละเอียด เพื่อจะทำให้เราได้ทราบถึงความผิดปกติของระบบกระดูกกล้ามเนื้อ ทราบถึงความบิดคด ความแอ่น ความโค้งนูนของกระดูกสันหลังที่ผิดปกติไป ซึ่งความไม่สมดุลเหล่านี้หากเราแก้ไขและดูแลได้ทันท่วงทีจะทำให้สามารถแก้ไขความผิดปกตินี้ได้และยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมา โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม คอเสื่อมทับเส้นประสาท เป็นต้น ทั้งนี้ โรคที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญในร่างกาย เช่น โรคหลอดเลือด โรคไขมันในเลือดสูง หรือแม้แต่โรคอัลไซเมอร์ เพราะโรคร้ายแรงเหล่านี้หากระบบโครงสร้างร่างกายไม่สมดุล ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวก็น้อยลงการเผาผลาญในร่างกายลดลงก็เสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรงเหล่านี้ได้

การตรวจโครงสร้างร่างกาย ไม่ต้องรอให้มีอาการปวด แต่เราสามารถตรวจเช็คโครงสร้างร่างกายได้เลยทุกเพศทุกวัย เพราะเมื่อรู้จักร่างกายตัวเองดีแล้ว เราจะรู้แนวทางในการดูแลรักษาต่ออย่างถูกต้องเหมาะสมกับตัวเรา และจะเป็นผู้ได้ชื่อว่าสุขภาพดี แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยได้อย่างแท้จริง