‘โรคหัวใจ’ ภัยร้ายต่อลูกในท้องที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752658

‘โรคหัวใจ’ ภัยร้ายต่อลูกในท้องที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวัง

‘โรคหัวใจ’ ภัยร้ายต่อลูกในท้องที่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระวัง

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 07.30 น.

เชื่อว่าหลายๆ ครอบครัวที่วางแผนจะมีลูกต่างเข้าใจว่าการจะตั้งครรภ์ให้ปลอดภัยและมีลูกสักคนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นอกจากคุณพ่อคุณแม่จะต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรงระหว่างเตรียมมีลูกแล้ว อีกเรื่องที่พ่อแม่กังวลคือ กลัวว่าโรคประจำตัวของตนเองจะส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์แข็งแรงของลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง และโรคหัวใจ ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพครรภ์ของคุณแม่ จึงต้องอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์

นายแพทย์สุวาณิช เตรียมชาญชูชัยอายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลว่า โรคหัวใจ คือภาวะผิดปกติที่เกิดขึ้นต่อหัวใจ ส่งผลให้การบีบตัวและการสูบฉีดเลือดของหัวใจผิดปกติ โดยทั่วไปโรคหัวใจสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ 1.โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงที่หัวใจไม่พอ 2.โรคกล้ามเนื้อหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจโตจากความดันโลหิตสูง ที่ทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่มีประสิทธิภาพ 3.โรคลิ้นหัวใจ เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจตีบ ซึ่งทำให้หัวใจทำงานหนัก 4.โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะผิดปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ ซึ่งโรคหัวใจนั้นสามารถเกิดได้จากทั้งกรรมพันธุ์และพฤติกรรมส่วนตัว เช่น การกินอาหารที่เค็มหรือมีไขมันเยอะมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดโรคหัวใจโตจากความดันโลหิตสูงหรือโรคเส้นเลือดในหัวใจตีบ อันเกิดจากการสะสมของคอเลสเตอรอลที่มากเกินไปทั้งนี้ โรคหัวใจจากพฤติกรรมบางประเภทจะไม่ส่งต่อไปยังลูกในครรภ์ แต่โรคทางพันธุกรรมบางอย่าง เช่น โรคผนังหัวใจรั่วโรคลิ้นหัวใจ มีโอกาสที่จะคุณแม่ส่งโรคต่อไปยังลูกน้อยได้ ซึ่งคนที่เตรียมเป็นคุณแม่จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์เพื่อเข้าใจความเสี่ยงที่เป็นอันตรายเหล่านี้”

โรคหัวใจ เป็นแล้วตั้งครรภ์ได้ไหม? ต้องอธิบายก่อนกว่า โรคหัวใจนั้นแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ผู้ป่วยยังทำงานได้ปกติแม้เป็นโรคหัวใจ ระยะที่ 2 คือ ผู้ป่วยที่ทำงานปกติแล้วเหนื่อยเล็กน้อย ระยะที่ 3 คือ ทำงานเล็กน้อยก็เหนื่อย และระยะที่ 4 นั่งอยู่เฉยๆ ก็เหนื่อย ไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรได้เลย โดยในระยะที่ 1 หรือ 2 คุณแม่ที่มีโรคหัวใจสามารถตั้งครรภ์ได้ ที่น่ากังวลคือโรคหัวใจระยะที่ 3 และ 4 เนื่องจากส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคุณแม่อย่างมาก จำเป็นจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์ นอกจากนี้ โรคหัวใจบางอย่าง เช่น โรคหัวใจขาดเลือด ก็มีผลต่อลูกในครรภ์ได้เช่นกัน เพราะเลือดสูบฉีดไปเลี้ยงลูกได้น้อยลง ทำให้เด็กโตไม่เต็มวัย ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ยุติการตั้งครรภ์ เพราะหากปล่อยไว้อาจรุนแรงจนทำให้คุณแม่เสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณแม่ที่เป็นโรคหัวใจและกำลังตั้งครรภ์ แนะนำให้ไปฝากครรภ์ให้เร็วที่สุด เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ แพทย์ยังแนะนำให้ปรึกษาทั้งสูตินรีแพทย์และแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจไปพร้อมกัน เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ขณะตั้งครรภ์ คุณแม่ที่จำเป็นต้องทานยาระหว่างตั้งครรภ์จะต้องปรึกษาแพทย์และเภสัชกรถึงยาที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ พวกยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาแก้ปวดหัว ยาพารา สามารถกินได้ตามปกติ ไม่มีอันตรายต่อลูกในครรภ์ อย่างไรก็ตาม สำหรับยาจำพวกยาเฉพาะโรค เช่น ยาโรคหัวใจ ยาความดันโลหิตสูง ยาลดไขมันล้วนเป็นกลุ่มยาที่มีผลต่อสุขภาพครรภ์ คุณแม่จึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เสมอเมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องกินยากลุ่มดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ที่มีโรคหัวใจหลายๆ คนไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้เพราะหากใช้แรงเบ่งมากๆ ระหว่างคลอดลูกอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้ จึงต้องปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เบื้องต้นหากคนไข้เป็นโรคหัวใจในระยะที่ 1 หรือ 2ซึ่งเป็นระยะที่ปลอดภัยก็อาจคลอดธรรมชาติได้ แต่หากอยู่ในระยะที่ 3 และ 4 ซึ่งมีอาการเหนื่อยง่าย การผ่าคลอดจะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงที่เป็นโรคหัวใจนั้นสามารถตั้งครรภ์ได้ เพียงแต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ที่ชำนาญการ ทั้งก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อให้คุณแม่และทารกปลอดภัยและแข็งแรง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สามารถติดต่อได้ที่ ชั้น 6 ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด หรือโทร.นัดหมาย 02-0790042 เวลา 08.00-17.00 น.

รู้จัก ยาพุ่งเป้ารักษาไมเกรน (Targeted Therapy for Migraine)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752661

รู้จัก ยาพุ่งเป้ารักษาไมเกรน (Targeted Therapy for Migraine)

รู้จัก ยาพุ่งเป้ารักษาไมเกรน (Targeted Therapy for Migraine)

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 07.00 น.

หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินโรคปวดศีรษะไมเกรน หรืออาจจะเคยมีอาการปวดศีรษะกันมาบ้าง แต่ไม่ได้รู้จักจริงๆ ว่าโรคปวดศีรษะไมเกรนคืออะไร? จริงๆ แล้วปวดศีรษะไมเกรนเป็นการปวดศีรษะที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสมองโดยตรง เช่น เกิดจากเส้นเลือดสมองตีบ เลือดออกในสมองหรือเนื้องอกในสมอง แต่เกิดจากความผิดปกติของโปรตีนชนิดหนึ่งในสมอง (CGRP) ซึ่งมีหน้าที่ทำให้เราเกิดอาการปวดศีรษะมีความไวต่อตัวกระตุ้นมากเกินไป

นายแพทย์ชยานุชิต ชยางศุ แพทย์อายุรศาสตร์ประสาทวิทยา ประจำศูนย์โรคระบบสมอง โรงพยาบาลนวเวช CGRP ให้ข้อมูลว่า (Calcitonin Gene Related Peptide) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งอยู่ในสมองของทุกคนหน้าที่ของโปรตีนชนิดนี้ คือ กระตุ้นให้เรามีอาการปวดศีรษะเปรียบเทียบคล้ายๆ กับการใช้สัญชาตญาณของสัตว์ชนิดอื่น เนื่องจากมนุษย์ไม่ได้ใช้สัญชาตญาณแล้วเราจึงต้องมีระบบในการป้องกันตนเอง โดยเวลามีสิ่งกระตุ้นจะทำให้เรามีอาการปวดศีรษะแทนเพื่อให้เราหนีออกมาจากสิ่งกระตุ้นนั้นๆ ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นได้ตลอด ส่งผลให้อาการปวดศีรษะมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วทำให้อาการปวดศีรษะรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้

ตัวกระตุ้นอาการปวดศีรษะมีหลายชนิด ดังนี้ 1.แสงจ้าทั้งจากแสงแดด จอคอมพิวเตอร์ iPhone iPad 2.กลิ่นบางอย่าง เช่น กลิ่นบุหรี่ กลิ่นควันรถยนต์ กลิ่นน้ำหอมแรงๆ รวมทั้ง PM2.5 ด้วย 3.อาหารบางชนิดเช่น ชา กาแฟ ชีส ช็อกโกแลต ผงชูรส 4.นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่หลับนอนกรน หยุดหายใจกลางคืน 5.ความเครียด 6.อากาศร้อน 7.ผู้หญิงมักจะมีอาการก่อนมีประจำเดือนหรือตอนประจำเดือนรอบนั้นกำลังจะหมด

ตัวกระตุ้นเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ทุกคนเพียงแต่คนที่เป็นโรคคือ มีความไวต่อตัวกระตุ้นมากกว่าบุคคลอื่นทั่วไป

การรักษาอาการปวดศีรษะที่ถูกต้องคือการทานยาให้เร็วที่สุด ตั้งแต่ตอนที่มีอาการน้อยๆ แล้วค่อยๆ ปรับยาจนสามารถคุมอาการได้ นอกจากนั้นในบางรายต้องใช้ยาเพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะไม่ให้เป็นบ่อย ซึ่งยากลุ่มนี้ก็จะมีหลายชนิดแล้วแต่การตอบสนองของแต่ละบุคคล ทั้งยารับประทาน Botox หรือยาฉีดเพื่อป้องกันการปวดศีรษะ (ยาพุ่งเป้าเพื่อรักษาอาการปวดศีรษะ-Targeted Therapy for Migraine)

ในปัจจุบันยาชนิดนี้ใช้ป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งเป็นยาที่ไปออกฤทธิ์ในการยับยั้งโปรตีนที่กระตุ้นให้เรามีอาการปวดศีรษะ (CGRP antagonist) โดยเป็นยาฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อควบคุมไม่ให้มีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ ซึ่งยากลุ่มนี้ได้ผลดีกว่ายารับประทานโดยสามารถลดความถี่ในการปวดศีรษะได้ค่อนข้างมากถึงเกือบ 60% เทียบกับยารับประทานที่ได้ผลประมาณ 30% (ความหมายของคำว่าได้ผล (Response rate) ใช้หลักการว่าสามารถลดความถี่ของการปวดศีรษะได้อย่างน้อย 50%) รวมทั้งผลข้างเคียงพบได้น้อยมาก และไม่รุนแรง

อีกประเด็นที่มีคนไข้ถามบ่อยมากคือ “ว่าจะรู้ได้อย่างไร? ว่าการปวดศีรษะ เป็นการปวดศีรษะธรรมดา หรือปวดศีรษะไมเกรน หรือเป็นจากมีอะไรผิดปกติของสมอง” จริงๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ต้องทราบว่าการปวดศีรษะแบบไหน ที่มีโอกาสเสี่ยงของการจะมีสิ่งผิดปกติของสมอง มากกว่าการจะวินิจฉัยด้วยตนเองว่าเป็นโรคไมเกรนหรือไม่ จึงควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคมากกว่า

อาการหรือสิ่งบ่งชี้เหล่านี้ เป็นตัวช่วยในการสังเกตว่าการปวดศีรษะ อาจจะมีภาวะที่อันตรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที 1.ปวดศีรษะร่วมกับการมีไข้ 2.มีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งมาก่อนไม่ว่าจะเป็นที่อวัยวะใด 3.มีอาการผิดปกติทางสมองร่วมด้วย เช่น ซึมลง พูดคุยไม่รู้เรื่อง ตามองเห็นภาพซ้อน หรือการมองเห็นผิดปกติไป หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชา โดยเฉพาะอาการเป็นครึ่งซีก 4.ปวดศีรษะรุนแรงมากมีอาการอาเจียนมาก โดยเฉพาะปวดรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นครั้งแรกในคนอายุ >50 ปี (ไมเกรนมักพบว่าเป็นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น) 5.ปวดศีรษะรุนแรงภายหลังการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ 6.ปวดศีรษะรุนแรงในผู้หญิงตั้งครรภ์ 7.มีโรคประจำตัวที่เป็นโรคที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

ถ้ามีอาการหรือภาวะดังกล่าวข้างต้นนี้ แนะนำให้ไปโรงพยาบาลเพื่อทำการวินิจฉัยแยกโรค อีกทั้ง ควรเห็นความสำคัญของการมาพบแพทย์เพื่อรักษาอาการปวดศีรษะ มากกว่าการรับประทานยาเองครับ เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยแยกโรคที่อันตรายหรือรุนแรงออกไป รวมทั้งได้รับการรักษาและแนะนำที่ถูกต้องในการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์โรคระบบสมอง (Neurology Center)) โรงพยาบาลนวเวช โทร. 02-4839999 I Line : @navavej I http://www.navavej.com

คุณแหน : 28 สิงหาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752673

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ในฐานะนายกสภาสถาบันสวนกุหลาบ มอบโล่และประกาศเกียรติคุณให้ผู้มีคุณูปการต่อสถาบันฯ โอกาสนี้ อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พล.อ.ชาญชัย ยศสุนทร และ สุรพล เตชะหรูวิจิตร (OSK 93) เข้าร่วมรับด้วย ณ หอประชุมสวนกุหลาบรำลึก 5 ก.ย….

ll นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ เปิดการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล พร้อมบรรยายเรื่อง “การยกระดับบริการสุขภาพด้วยดิจิทัล เพื่อคนไทยสุขภาพดี” โดยมีผู้ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจากหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 500 คน…

ll รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ ประชุมคณะกรรมการโครงการอาหารไทย หัวใจดี มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยฯงานนี้ รศ.ดร.พัชราณี ภวัตกุล, ภญ.วีรวรรณ เรืองนิวัติศัย, ผศ.ดร.สุวัฒน์ ศรีสรฉัตร์, ผศ.ดร.พร้อมลักษณ์ สรรพ่อค้า, ผศ.(พิเศษ) ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, ผศ.ดวงใจ มาลัย, ดร.จิรายุ หลายนามเพ็ชร, สุจินตนา ชลวิจารณ์, นัยนา สุรีย์ชัยนิรันดร์ ไม่พลาด…

ll ชื่นชม วราภรณ์ โอสถาพันธุ์ ที่ให้คูโบต้าฟาร์ม ฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ ได้มอบผลิตผลทางการเกษตร เช่น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ไข่ไก่ เพื่อช่วยนักเรียนผู้พิการในการดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ…

ll ระพีพันธุ์ ทรงสกุล บริจาคเงินช่วยสมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสร้างอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี…

ll การบินไทยเตือน ระวัง SMS ลิงก์ปลอมแจกบัตร ROPย้ำไม่มีนโยบายให้ติดตั้ง Mobile Application
แจ้งสิทธิ์…

ll ขอแสดงความยินดีกับศิลปินแห่งชาติปี 2565 อาทิ ศ.เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิต สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์),รศ.เกริก ยุ้นพันธ์ สาขาวรรณศิลป์, ธงไชยแมคอินไตย์ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) สมเถา สุจริตกุล สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล-ประพันธ์เพลงร่วมสมัย)…

ll ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครแห่งประเทศไทยฯส่งมอบตำแหน่งให้กับ มุกดา เอื้อวัฒนสกุล นายกสมาคมฯ คนใหม่ ปี 2566 โดยมี รัตนา นรพัลลภ เป็นอุปนายกฯ…

ll ศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบันกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เชิญร่วมพิธีไว้อาลัย อ.ประกอบ พรหมบุตร ณ คริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์ 28-30 ส.ค.19.00 น. 31ส.ค.10.00 น. พิธีฝังที่สุสานสารสิน ถ.สีลม…

ll อินทิรา ธนวิสุทธิ์, พัฒพงษ์-ปรียามล ธนวิสุทธิ์ จัดงาน HiSoParty Market 2-3 ก.ย. ที่ห้องบอลรูม ชั้น 2 อาคาร C รร.สลิล ริเวอร์ไซด์เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษฉลองครบรอบ 20 ปี ไฮโซปาร์ตี้ เตรียมช็อปปิ้งสิ่งของมากมายจากเซเลบริตี้คนดัง บูธแบรนด์ชั้นนำที่มาพร้อมด้วยส่วนลดพิเศษสุด รายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เพื่อเด็กและสตรี…ll

‘โซแคล โซเชียล’สังสรรค์สไตล์แคลิฟอร์เนียมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752665

‘โซแคล โซเชียล’สังสรรค์สไตล์แคลิฟอร์เนียมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว

‘โซแคล โซเชียล’สังสรรค์สไตล์แคลิฟอร์เนียมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รสชาติใหม่ของอาหารและเครื่องดื่มสไตล์แคลิฟอร์เนียได้มาถึงใจกลางกรุงเทพฯ แล้ว โซแคล (SoCal) ห้องอาหารสุดชิคที่เต็มไปด้วยสีสันความสดใส จัดงานสังสรรค์สุดพิเศษเป็นครั้งแรกเชื่อมแคลิฟอร์เนียสู่กรุงเทพฯ ภายใต้ชื่องาน โซแคล โซเชียล (SoCal Social) ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนนับจากนี้ท่ามกลางกลิ่นอายของแคลิฟอร์เนียตอนใต้

โซแคล โซเชียล เป็นรูปแบบการสังสรรค์สบายๆ ในบรรยากาศของสีสันยามค่ำคืนสไตล์แคลิฟอร์เนีย เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานโดยดีเจรุ่นใหม่ที่จะสลับสับเปลี่ยนกันมามอบความบันเทิง ลองอาหารสไตล์อาหารแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพสดใหม่ ปรุงโดย เชฟโดมินิค ฮอง (Dominic Hong) หัวหน้าพ่อครัวและทีมเชฟจากห้องอาหาร โซแคล ไวน์ชั้นดี และเครื่องดื่มแนะนำของห้องอาหาร โซแคล

ดีเจที่มาร่วมสร้างสีสันและบรรยากาศที่สนุกสนานให้ โซแคล โซเชียลอาทิ ดีเจ Ashima ดีเจ Hongyok ดีเจ Joyyly ดีเจ Fen และดีเจ Natty เป็นต้น พวกเขาจะทำให้งานสนุกสนานครื้นเครงด้วยดนตรีในสไตล์นู-ดิสโก้ (Nu Disco) ดีปเฮ้าส์ (Deep House) แอฟโฟร่ เฮ้าส์ (Afro House) ฮิปฮอป (Hip Hop) และฟังก์ (Funk)

โซแคล โซเชียล จะเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนที่ห้องอาหารโซแคล และเป็นจุดหมายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสังสรรค์เคล้าเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนาน พร้อมเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มแก้วโปรด สามารถติดตามข่าวสารการจัดกิจกรรมล่วงหน้าได้ที่ เฟซบุ๊กSoCal Bangkok

ห้องอาหาร โซแคล ตั้งอยู่ที่ชั้น G โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30-23.00 น. สำรองที่นั่งได้ทางอีเมลที่ DINING.BKKHB@ihg.com หรือโทร.02-6560444 และสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ InterContinental.com/Bangkok

เซเลบริตี้ระดับโลกถ่ายทอดความเป็น BOSS ของตัวเอง ผ่านแคมเปญ THE BOSS FALL/WINTER 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752675

เซเลบริตี้ระดับโลกถ่ายทอดความเป็น BOSS ของตัวเอง ผ่านแคมเปญ THE BOSS FALL/WINTER 2023

เซเลบริตี้ระดับโลกถ่ายทอดความเป็น BOSS ของตัวเอง ผ่านแคมเปญ THE BOSS FALL/WINTER 2023

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

BOSS เปิดตัวแคมเปญใหม่ล่าสุดจากคอลเลคชั่น THE BOSS FALL/WINTER 2023 ตอกย้ำเรื่องราวแรงบันดาลใจสุดลึกซึ้งของแบรนด์ เลือกสรรเหล่าเซเลบริตี้และแอมบาสซาเดอร์ที่ทรงอิทธิพล มาร่วมค้นหาว่าอะไรที่ทำให้พวกเขาเป็น BOSS ที่แท้จริง

แคมเปญทรงอิทธิพลอย่าง #BeYour OwnBOSS ได้ถูกนำเสนอในช่วงการรีเฟรชแบรนด์เมื่อปี 2565 เรื่องราวมากมายภายใต้แนวคิดของแคมเปญนี้เพิ่งจะปรากฏขึ้นเท่านั้นเรื่องราวต้นกำเนิดแคมเปญดังกล่าวนั้นนำมาสู่สโลแกน “BOSSes aren’t born. They’re made.” แนวคิดที่สร้างแรงบันดาลใจดังกล่าวนำเสนอเรื่องราวเบื้องลึกของชีวิตบุคคลและแสดงให้เห็นว่าความทะเยอทะยาน ความเจ็บปวดและบทเรียนชีวิตที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นBOSS อีกทั้ง เส้นทางชีวิตของแต่ละคนนั้นเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของบุคลิกภาพ เพิ่มคุณค่าให้กับเรื่องราวของพวกเขา นำมาซึ่งความน่าเคารพและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน สำหรับคอลเลคชั่น Fall/Winter 2023 ที่จะถึงนี้และแคมเปญที่เพิ่มเติมมากับคอลเลคชั่น BOSS ได้เลือกสรรเหล่าเซเลบริตี้และแอมบาสซาเดอร์ที่ทรงอิทธิพล เพื่อมาร่วมค้นหาว่าอะไรที่ทำให้พวกเขาเป็น BOSS ที่แท้จริง

แคมเปญ Fall/Winter เผยโฉมหน้าของบุคคลผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็น Naomi Campbell, Maluma, Lee Minho, Gigi Hadid, Khaby Lame และ Matteo Berrettini เพื่อนำเสนอมุมมองเบื้องลึกของแต่ละบุคคลที่จะทำให้ได้รู้จักตัวตนของพวกเขามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนล่าสุดอย่าง Patrick Mahomes นักอเมริกันฟุตบอลชาวอเมริกัน และ Suki Waterhouse นักแสดงสาวชาวบริติช

วีดีโอสั้นสีขาวดำเปิดเผยเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจของเหล่าตัวแทนของ BOSS บอกเล่าถึงการเดินทางและช่วงเวลาที่ทำให้พวกเขากลายเป็นตัวเองจนถึงทุกวันนี้พร้อมสวมใส่เสื้อผ้าจากคอลเลคชั่นล่าสุดของ BOSS ฟุตเทจภาพพื้นหลังของวีดีโอ ยังแสดงให้เห็นถึงการปีนป่ายไปสู่จุดหมายจนกระทั่งประสบความสำเร็จ และยังได้ “Changes” บทเพลงสุดไอคอนิกของแร็พเปอร์ชื่อดังอย่าง Tupac Shakur ซึ่งได้ต้นฉบับดนตรีจากซิงเกิ้ล “The Way It Is” ของ Bruce Hornsby and the Range ทำให้เรื่องราวเหล่านี้น่าประทับใจและก่อให้เกิดอารมณ์ร่วมกับผู้ชมอีกด้วย

คอลเลคชั่น Fall/Winter 2023 นี้ได้นำเสนอการผสมผสานระหว่างเนื้อผ้าที่ถักทออย่างพิถีพิถันเข้ากับสไตล์สบายๆ แสดงเอกลักษณ์ของแบรนด์ BOSS ทั้งความมุ่งมั่นตั้งใจและการตัดเย็บที่โดดเด่น เต็มไปด้วยสไตล์ที่มีระดับ ให้ความรู้สึกแบบย้อนยุค-ทันสมัย (เรโทร-โมเดิร์น) โดดเด่นด้วยสีสันและลายพิมพ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ควบคู่ไปกับชุดสีดำ สีขาว และคาเมลอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โทนสีเทาที่หลากหลายช่วยเสริมอารมณ์และเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับรูปลักษณ์และความรู้สึกโดยรวม

แนวทางที่เคลื่อนไหวและสร้างแรงบันดาลใจของแคมเปญใหม่นี้ถูกถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายโดยฝีมือของ Mikael Jansson ภายใต้การกำกับการสร้างสรรค์โดย Trey Laird และทีมเอเจนซี่ของเขา นำเสนอภาพพอร์ตเทรตที่น่าประทับใจของเหล่าเซเลบริตี้ที่โดดเด่น ในขณะที่ยังคงยึดมั่นตามเป้าหมายของ HUGO BOSS Group ที่ตั้งใจจะเผยแพร่เสน่ห์และความน่าดึงดูดของแบรนด์ไปทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเดือนสำคัญแห่งโลกแฟชั่น BOSS ได้ร่วมมือกับ TikTok นำเสนอประสบการณ์การโต้ตอบสุดพิเศษกับผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นในตลาดยุโรป เพื่อเพิ่มกระแสก่อนการเปิดตัวในช่วงต้นเดือนกันยายน ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับความคิดริเริ่มนี้จะยังไม่ถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตามการร่วมมือดังกล่าวจะสร้างเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ให้ผู้ใช้งานได้เข้าไปรับชมบนแพลตฟอร์มเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของ TikTok มากขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของ BOSS Global Ambassador และ Khaby Lame คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังของ TikTok ได้ในขณะเดียวกัน

เพื่อสานต่อผลลัพธ์ของแคมเปญใหม่นี้ BOSS โฆษณาแคมเปญนี้ในหลากหลายเมืองรอบโลก ในส่วนของร้านค้าของ BOSS จะถูกจัดแต่งและนำเสนอลุคที่จะชวนให้รู้สึกถึงคอลเลคชั่น Fall/Winter 2023 และในเว็บไซต์BOSS.com จะเป็นเหมือนศูนย์กลางในการเฉลิมฉลองการเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่และนำเสนอไอเทมสำคัญในฤดูกาลนี้

BOSS สร้างมาเพื่อบุคคลที่กล้าได้กล้าเสีย มุ่งมั่นและใช้ชีวิตตามแบบฉบับของตนเอง ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ สไตล์ และมีเป้าหมายในการใช้ชีวิต นำเสนอดีไซน์ที่ทันสมัยสำหรับผู้ที่มั่นใจและยอมรับตัวตนของตนเอง : เป็น BOSS ในแบบของตัวเอง การตัดเย็บที่เป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ สูท ชุดลำลอง เดนิมชุดกีฬา และเครื่องประดับที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ น้ำหอม แว่นตา นาฬิกา และเสื้อผ้าเด็กทำให้แบรนด์สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

สหทัยมูลนิธิ ชวนผู้ใหญ่ใจบุญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี ‘กองทุนนมผง 2566’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752656

สหทัยมูลนิธิ ชวนผู้ใหญ่ใจบุญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี ‘กองทุนนมผง 2566’

สหทัยมูลนิธิ ชวนผู้ใหญ่ใจบุญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี ‘กองทุนนมผง 2566’

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สหทัยมูลนิธิ ชวนผู้มีจิตกุศลร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบ “กองทุนนมผง” ประจำปี 2566 เพื่อสนับสนุนนมผงในปริมาณที่เพียงพอต่อวัยของเด็กตามหลักโภชนาการ ให้กับแม่ที่มีปัญหาสุขภาพ รวมทั้งแม่ที่ไม่พร้อมดูแลลูกต้องฝากเด็กไว้กับ “ครอบครัวอุปถัมภ์” ของมูลนิธิฯ โดยพิธีทอดผ้าป่าฯ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2566 นี้

อาจารย์ดาราวรรณ ธรรมารักษ์ประธานกรรมการอำนวยการ สหทัยมูลนิธิกล่าวว่า สหทัยมูลนิธิ เป็นองค์กรที่ทำงานช่วยเหลือครอบครัวเปราะบางเพื่อสนับสนุนให้ครอบครัวได้เลี้ยงดูเด็กอย่างมีคุณภาพ มูลนิธิก่อตั้งเมื่อปี 2519 ปัจจุบันมูลนิธิมีครอบครัวที่รับบริการประมาณ 600 ครอบครัวต่อปี มีเด็กได้รับประโยชน์ประมาณ 1,500 คนในจำนวนนี้มี 250 คน เป็นทารกวัยแรกเกิด-1.6 ปี ที่ไม่อาจรับนมแม่ได้ เนื่องจากแม่มีปัญหาสุขภาพ เด็กแฝดที่แม่น้ำนมไม่พอ แม่ที่ต้องทำงานฝากลูกเลี้ยงไว้กับปู่ย่าตายาย แม่ที่รายได้น้อยแต่เด็กแพ้นมวัวต้องกินนมราคาสูง รวมทั้งแม่ที่ไม่พร้อมดูแลลูกต้องฝากเด็กไว้กับ “ครอบครัวอุปถัมภ์” ของมูลนิธิฯ

ทั้งนี้ มูลนิธิจะสนับสนุนนมผงในปริมาณที่เพียงพอต่อวัยของเด็กตามหลักโภชนาการและยังทำงานให้คำปรึกษาแก่แม่หรือผู้ดูแลเพื่อให้สามารถเลี้ยงดูเด็กได้อย่างเหมาะสม โดยเด็ก 1 รายกินนม 3,500-3,700 กรัม/เดือนคิดเป็นเงินประมาณ 1,800 บาท ทำให้ในแต่ละปีมูลนิธิฯ ใช้งบประมาณค่านมประมาณ 4 ล้านบาทต่อปี

“ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิฯ จึงจัดพิธีทอดผ้าป่าสมทบ “กองทุนนมผง” ประจำปี 2566 โดยมี พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ในวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายน 2566 นี้จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันบริจาคเพื่อช่วยให้ “แม่” จำนวนหนึ่งได้ทำหน้าที่อย่างภาคภูมิใจ เพื่อให้ “เด็ก” ในช่วงวัยสำคัญนี้ได้รับการดูแลให้เติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป” อาจารย์ดาราวรรณ กล่าว

ผู้มีจิตกุศลสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนตามกำลังศรัทธาได้ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขานานาเหนือชื่อบัญชี “สหทัยมูลนิธิ” เลขที่ 063-2-07716-5 หรือสแกนผ่าน QR Code สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-3818834-6, เฟซบุ๊ก สหทัยมูลนิธิ, ID Line : isahathai การบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

‘Your Green is Mine’นิทรรศการเดี่ยวของ‘พชร ปิยะทรงสุทธิ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752676

‘Your Green is Mine’นิทรรศการเดี่ยวของ‘พชร ปิยะทรงสุทธิ์’

‘Your Green is Mine’นิทรรศการเดี่ยวของ‘พชร ปิยะทรงสุทธิ์’

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ริชาร์ด โคห์ ไฟน์ อาร์ต กรุงเทพฯ ประกาศนิทรรศการที่กำลังจะมาถึง “Your Green is Mine” นิทรรศการเดี่ยวโดยศิลปินไทย พชร ปิยะทรงสุทธิ์ ซึ่งจะจัดแสดงขึ้นที่สิงค์โปร์ และกรุงเทพฯ สำหรับกรุงเทพฯ จะจัดแสดงที่ ริชาร์ด โคห์ ไฟน์อาร์ต แกลเลอรี่ ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน-7 ตุลาคม 2566

ในนิทรรศการนี้ พชร ปิยะทรงสุทธิ์นำเสนอถึงพลัง อัตลักษณ์ และธรรมชาติอันน่าทึ่ง ด้วยแรงบันดาลใจจากอุทยานราชภักดิ์ซึ่งมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์ไทยผู้มีชื่อเสียงทั้ง 7 พระองค์ประดิษฐานอยู่ ศิลปินจินตนาการถึงความสำคัญของพื้นที่สีเขียว ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความเข้มแข็งและความสูงส่งผลงานศิลปะของพชรก้าวข้ามออกจากขอบเขตแบบเดิมๆ ดึงดูดให้ผู้ชมไตร่ตรองถึงความสัมพันธ์อันทรงพลังระหว่างศิลปะ อุดมการณ์และสังคม มุมมองที่สร้างสรรค์ของเขาท้าทายบรรทัดฐานที่กำหนดไว้ กระตุ้นให้เราตั้งคำถามถึงการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจและปัจเจกบุคคล

Your Green is Mine บ่งบอกถึงการออกจากรูปแบบเดิมๆ ศิลปินอธิบายเพิ่มเติมว่า “ด้วยการวางตำแหน่งผู้ชมในฐานะทั้งผู้สังเกตการณ์และผู้สร้าง ผมมีความตั้งใจที่จะจุดประกายการสนทนาเกี่ยวกับวิธีที่เรารับรู้ถึงอำนาจ และมีส่วนร่วมกับสภาพแวดล้อมของเรา”

สำหรับผู้ที่รักงานศิลปะและประชาชนทั่วไป เชิญชวนให้ร่วมชมการเล่าเรื่องด้วยภาพอันน่าหลงใหล ที่ได้ก้าวข้ามออกจากขอบเขตและแบบแผนเดิมๆ

เจาะชิ้นเนื้อเมื่อพบก้อนที่เต้านม รู้ผลเร็ว ลดความกังวลใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752659

เจาะชิ้นเนื้อเมื่อพบก้อนที่เต้านม รู้ผลเร็ว ลดความกังวลใจ

เจาะชิ้นเนื้อเมื่อพบก้อนที่เต้านม รู้ผลเร็ว ลดความกังวลใจ

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปัจจุบันนี้มะเร็งเต้านมยังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดในผู้หญิง กล่าวคือพบเป็นอันดับหนึ่งของโรคมะเร็งในผู้หญิงและยังคงมีอัตราเสียชีวิตสูงมาก ทั้งที่การดำเนินโรคนั้นสามารถรักษาได้อย่างหายขาดเมื่อพบในระยะแรกๆ สะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เป็นมะเร็งเต้านมมักตรวจเจอในระยะหลังๆ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกๆ คน ควรให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอยู่เสมอ

แพทย์หญิงแพรวพรรณ ทองทับรังสีแพทย์เฉพาะทางด้านรังสีวิทยาวินิจฉัยขั้นสูงด้านเต้านมและรังสีร่วมรักษาของเต้านม โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมบางรายอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่เจอความผิดปกติจากการตรวจคัดกรอง ด้วยการทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ ส่วนอาการที่พบได้บ่อยอย่างหนึ่ง คือการพบเจอก้อนที่เต้านม ซึ่งหากเป็นก้อนที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นมะเร็ง จะนำไปสู่การเจาะชิ้นเนื้อเพื่อวินิจฉัยโรคในลำดับต่อไป

การตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ เป็นการตรวจคัดกรองเพื่อดูว่าก้อนที่เต้านมมีหน้าตาหรือรูปร่างอย่างไร มีโอกาสที่จะเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาหรือเนื้อร้ายมากน้อยแค่ไหน โดยรังสีแพทย์จะประเมินค่าออกมาเป็นคะแนนที่เรียกว่า BI-RADS คะแนนนี้จะบ่งบอกความน่าจะเป็นในการเป็นมะเร็ง ซึ่งมีค่าตั้งแต่ BIRADS 1-BIRADS 5 มีความหมายดังนี้

BI-RADS 1 หมายถึง ตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ แนะนำให้ตรวจคัดกรองปีละ 1 ครั้ง

BI-RADS 2 หมายถึง ตรวจพบสิ่งที่มีได้ตามปกติธรรมชาติในเต้านม เช่นหินปูนธรรมดา ซีสต์หรือถุงน้ำเต้านม ก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แนะนำให้ตรวจปีละ 1 ครั้ง

BI-RADS 3 หมายถึง ตรวจพบสิ่งที่คาดว่าน่าจะปกติที่พบได้ในเต้านม (probably benign) โอกาสเป็นมะเร็ง 0-2% แนะนำตรวจซ้ำทุกๆ 6 เดือนจนครบ 2 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันตราย

BI-RADS 4A หมายถึง ตรวจพบความผิดปกติ มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ 2-10%

BI-RADS 4B หมายถึง ตรวจพบความผิดปกติ มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ 10-50%

BI-RADS 4C หมายถึง ตรวจพบความผิดปกติ มีโอกาสเป็นมะเร็งได้50-95%

BI-RADS 5 หมายถึง ตรวจพบความผิดปกติ โอกาสเป็นมะเร็ง > 95%

หากตรวจคัดกรองแล้ว เจอความผิดปกติที่มีคะแนนตั้งแต่ BI-RADS 4 ถึงBI-RADS 5 แพทย์จะแนะนำให้เจาะชิ้นเนื้อเพื่อให้ทราบผลการวินิจฉัยที่แน่ชัด โดยการเตรียมตัวสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเจาะชิ้นเนื้อ ในวันที่เจาะไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหารก่อนตรวจ แต่หากผู้ป่วยทานยาในกลุ่มที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด มีความจำเป็นต้องแจ้งแพทย์ผู้ทำการรักษาให้ทราบ และจำเป็นต้องหยุดยาก่อนเจาะชิ้นเนื้อประมาณ 5-7 วัน เพื่อไม่ให้มีปัญหาเลือดหยุดยากระหว่างทำหัตถการ

การเจาะชิ้นเนื้อเต้านมทำได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว โดยเริ่มแรกแพทย์จะฉีดยาชาบริเวณที่พบก้อนเนื้อ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อยในขณะฉีดยาชาเท่านั้น โดยระหว่างการเจาะชิ้นเนื้อผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บเลย แต่จะได้ยินเสียงของเข็มเจาะชิ้นเนื้อระหว่างการเจาะ

ทั้งนี้ ด้วยเทคโนโลยีการเจาะชิ้นเนื้อในปัจจุบันที่สามารถเจาะและดูก้อนเนื้อผ่านการอัลตราซาวนด์หรือแมมโมแกรมทำให้การเจาะชิ้นเนื้อเป็นไปอย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น แม้ว่าก้อนเนื้อนั้นจะคลำไม่ได้หรือมีขนาดที่เล็กกว่าหนึ่งเซนติเมตร นอกจากนี้ ยังมีความปลอดภัยสูง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในขั้นตอนการรักษาทั้งหมด โดยผู้ป่วยจะมีเพียงแผลขนาดเล็กเท่ารูเข็มที่ผิวหนังเท่านั้น

หลังจากทำหัตถการเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ป่วยสามารถกลับได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยจะได้รับการปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ในระหว่าง 3 วันให้ผู้ป่วยดูแลแผลไม่ให้โดนน้ำและไม่ยกของหนัก หรือออกกำลังกาย เช่น เหวี่ยงแขนแรงๆ นอกจากนั้นแล้วสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ถ้าหากมีอาการปวดสามารถทานยาพาราเซตตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้

อย่างไรก็ตาม การเจาะชิ้นเนื้อที่โรงพยาบาลเวชธานี การส่งตรวจผลชิ้นเนื้อด่วนจะใช้เวลาประมาณ 1 วันเท่านั้น ทำให้ผู้ป่วยสบายใจไม่ต้องกังวลกับการรอผลการตรวจนาน ส่วนผลชิ้นเนื้อปกติใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

อาลัย ‘ประหยัด บุญสูง’ ประธาน กก.บ.ตรีเพชรอีซูซุ ครอบครัวเนรมิตงานเป็นสวนดอกไม้ ส่งสู่สวรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752700

อาลัย ‘ประหยัด บุญสูง’ ประธาน กก.บ.ตรีเพชรอีซูซุ ครอบครัวเนรมิตงานเป็นสวนดอกไม้ ส่งสู่สวรรค์

อาลัย ‘ประหยัด บุญสูง’ ประธาน กก.บ.ตรีเพชรอีซูซุ ครอบครัวเนรมิตงานเป็นสวนดอกไม้ ส่งสู่สวรรค์

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ครอบครัว “บุญสูง” นำโดยสุธัญญา บุญสูง ภรรยาและบุตรชายทั้ง 3 จุติพงศ์ – จุติพัทธ์ – จุติพันธ์ บุญสูงจัดพิธีฌาปนกิจศพ “ประหยัด บุญสูง” ประธานกรรมการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และอีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) ภายใต้บรรยากาศสวนดอกไม้อันงดงามที่ถูกเนรมิตขึ้นราวกับสรวงสวรรค์ ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร โดยมี สมเด็จพระธีรญาณมุนีเจ้าอาวาส เป็นประธานในพิธี ท่ามกลางญาติมิตรและแขกผู้มีเกียรติจากหลายวงการมาร่วมไว้อาลัย โดยครอบครัว “บุญสูง” ได้เนรมิตงานเป็นสวนดอกไม้อย่างดงามส่งสู่สรวงสวรรค์ และจัดพิธีฌาปนกิจศพ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา

ประหยัด บุญสูง ประธานกรรมการ บจก.ตรีเพชรอีซูซุเซลส์และ อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) เป็นลูกหลานในตระกูลคหบดีใหญ่ในภูเก็ต หาดใหญ่ และภาคใต้ เสียชีวิตเมื่อวันอังคารที่ 9 พฤษภาคม 2566 สิริอายุได้ 85 ปี

เพจ นิราลัย Niralai ผู้รับหน้าที่จัดดอกไม้ในงานนี้ โดย Joe Rainforest ภายใต้แนวคิด Here in Heaven (ส่งสู่สรวงสวรรค์) เผยว่า ภาพทั้งหมด คือ “บรรยากาศงานฌาปนกิจ “คุณประหยัด บุญสูง” ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาสฯทันทีที่ขบวนรถพาร่างผู้วายชนม์จากบ้านเลี้ยวเข้าสู่บริเวณจัดงาน บรรยากาศโดยรอบถูกแปรสภาพเป็นสวนดอกไม้ที่มีดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งอยู่ทั้ง 2 ข้างทาง โดยมีซุ้มทรงรีเป็นงานประติมากรรมซุ้มดอกไม้ให้รถของแขกเหรื่อขับลอดเข้าสู่จุดต้อนรับ ซุ้มดอกไม้ขนาดใหญ่ 2 ซุ้ม ออกแบบให้เป็นดั่งประตูสู่บ้านหลังใหม่ แดนสวรรค์ เป็นการเดินทางจากเมืองใหญ่กลับคืนสู่ธรรมชาติ ผ่านพ้นอุโมงค์ออกไปสู่ธรรมชาติที่สวยงาม ยังคงเป็นภาพที่เราแทบทุกคนยกให้เป็นสวรรค์ ดังนั้น การคืนสู่ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ก็คือ “กลับสู่สวรรค์” นั่นเอง

เมฆหมอก หุบเขา หน้าผา น้ำตก ล้วนเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการออกแบบตกแต่งสถานที่แห่งนี้ เปลี่ยนให้สถานที่แห่งนี้เป็น “ภาพสวรรค์ แทนภาพเมรุ”

งานฌาปนกิจ “คุณประหยัด บุญสูง” นับเป็นงานที่ให้โอกาสผู้ทำงานได้สร้างสรรค์งานขึ้นมาอีกครั้ง และหวังว่าความสวยงามจะทำให้จิตใจที่โศกเศร้าของทุกท่านได้รับการเยียวยาจากสวรรค์ที่เห็นด้วยตา

สุธัญญา บุญสูง ภรรยาผู้วายชนม์

สุธัญญา บุญสูง ภรรยาผู้วายชนม์

ครอบครัวผู้วายชนม์

ครอบครัวผู้วายชนม์

อมรยุพา (สนิทวงศ์) ไกรลาสศิริ, โศภี โชติกะพุกกณะ, ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

อมรยุพา (สนิทวงศ์) ไกรลาสศิริ, โศภี โชติกะพุกกณะ, ผศ.วรลักษณ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ญาติมิตรและแขกผู้มีเกียรติหลากหลายวงการมาร่วมไว้อาลัย

ญาติมิตรและแขกผู้มีเกียรติหลากหลายวงการมาร่วมไว้อาลัย

CHARLES & KEITH จับมือศิลปินเกาหลี เปิดตัวคอลเลคชั่น Monochromatic

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752664

CHARLES & KEITH จับมือศิลปินเกาหลี เปิดตัวคอลเลคชั่น Monochromatic

CHARLES & KEITH จับมือศิลปินเกาหลี เปิดตัวคอลเลคชั่น Monochromatic

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

CHARLES & KEITH ได้ร่วมมือกับศิลปิน Henn Kim ที่มีชื่อเสียงด้านภาพประกอบขาวดำแนวเซอร์เรียลิสต์Henn Kim เป็นที่รู้จักทางโซเชียลมีเดียจากการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกลงบนผลงานศิลปะอันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่แสดงให้เห็นถึงด้านที่แตกต่างกันของจิตวิญญาณของเธอในการร่วมมือครั้งนี้ด้วยการสร้างสรรค์ลวดลายหัวใจที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยจิตวิญญาณที่ผ่อนคลาย

ชื่อคอลเลคชั่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่าง “Heart Is Every Wear” ประกอบไปด้วยไอเท็มสีดำทั้ง 4 ชิ้น ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความปรารถนาของตัวศิลปินที่ต้องการให้สินค้าเหล่านี้สวมใส่ได้ทุกที่ ทุกเวลา นอกจากนี้ยังแสดงออกถึงอารมณ์และตัวตนของผู้สวมใส่ ชื่อของคอลเลคชั่นที่มีความขี้เล่นและมีเสน่ห์นี้เชิญชวนให้ผู้ที่สวมใส่ยอมรับความเป็นตัวของตัวเองและแสดงออกถึงอารมณ์ที่แท้จริงอย่างลึกซึ้งด้วยความมั่นใจ

รองเท้าบู๊ทข้อสั้น Illustrated Heart Charm และกระเป๋าโฮโบ Illustrated Heart Charm Ruched โดดเด่นด้วยลวดลายอนาโตมีรูปหัวใจเมทัลลิคอันเป็นเอกลักษณ์ของคิมในขณะเดียวกันยางมัดผมและผ้าห่มตกแต่งลายห้วงอวกาศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่น่าสนใจของ Henn Kim -ดวงดาวล้อมรอบหัวใจที่ยิ่งใหญ่ เป็นสัญลักษณ์ของจักรวาลที่เปรียบได้กับอารมณ์ของคน

“ศิลปะของฉันมักเป็นสื่อกลางในการแสดงออกถึงอารมณ์ที่ซับซ้อน ซึ่งไม่สามารถสื่อสารได้ด้วยคำพูด สำหรับการร่วมมือกันในครั้งนี้ ลวดลายหัวใจที่ได้รับการตีความใหม่นั้นไม่ได้แสดงถึงความสิ้นหวัง แต่เปรียบเสมือนมุมมองใหม่เพื่อเสริมความมั่นใจในตัวเองและความกล้าที่จะแสดงออกได้อย่างอิสระ” Henn Kim กล่าว

Fredie Stevens ดีไซน์ไดเรกเตอร์ของ CHARLES & KEITH ได้กล่าวว่า “CHARLES & KEITH มีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับผู้ที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์ทางศิลปะรวมถึงดีไซน์ที่แสดงความเป็นอิสระและเป็นเอกลักษณ์ ในฐานะที่เป็นผู้ชื่นชมผลงานของเธอเป็นการส่วนตัว ทีมงานตื่นเต้นและยินดี ที่ได้ร่วมงานกับ Henn Kim เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเธอโดยเฉพาะความหมายของคอลเลคชั่นนี้ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กล้าแสดงออกถึงตัวตนของตัวเองอย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับคุณค่าที่แบรนด์ยึดถือ”

คอลเลคชั่น CHARLES & KEITH x Henn Kim จะวางจำหน่ายในวันที่ 5 กันยายน 2566 ที่ร้านCHARLES & KEITH เฉพาะบางสาขาและช่องทางออนไลน์ charleskeith.co.th และสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าในคอลเลคชั่นนี้จะได้รับสติ๊กเกอร์เอ็กซ์คลูซีฟของ Henn Kim อีกด้วย