คุณแหน : 12 ธันวาคม 2567

https://www.naewna.com/lady/846909

คุณแหน : 12 ธันวาคม 2567

คุณแหน : 12 ธันวาคม 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ นายกพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญชวนร่วมเป็นเจ้าภาพเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 21 ธ.ค. 07.00 น. ณ หอประชุมหลวงบริบาลเวชกิจ พุทธสมาคมฯสอบถาม 02-2822888..

●● เพื่อนๆ ชมรมวปรอ.4010 ยินดีกับหญิงเก่ง นุชนาถ โกษานันตชัย วสุรัตน์ ที่ได้รับเลือกเป็นประธานรุ่นคนใหม่ แทน พล.อ.อ.ณพฤษภ์มัณฑะจิตร ที่ดำรงตำแหน่ง 2 สมัย..

●● แม่ลูกผูกพัน แพร กวิตานนท์ พาคุณแม่นารี ไปฉลองครบรอบปีที่ 83 ที่จอร์แดนพร้อมตะลุยทะเลทราย Wadi Rum นอน Bubble Tent เป็นประสบการณ์แปลกใหม่แต่สนุกไม่รู้ลืม ชมเมืองมรดกโลก นครเปตรามหาวิหาร AI-Khazneh สถาปัตยกรรมของอียิปต์และโรมัน..

●● สมาคมสภาผู้สูงอายุฯ จัดงาน “สุนทราภรณ์รวมดาว แดนซ์สนุก ปลุกทุกจังหวะ” คอนเสิร์ตลีลาศการกุศลแห่งปี 14 ธ.ค.14.00 น. ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ พบกับ อลิศ ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน, พรศุลี วิชเวช และทีมนักร้องคลื่นลูกใหม่วงสุนทราภรณ์ พร้อมนักเต้นจากชมรมลีลาศจุฬาฯ ไลน์แดนซ์สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ร่วมสนับสนุนโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับผู้สูงอายุไทย และการดำเนินงานของสมาคมฯสำรองที่นั่งได้ที่ สุพรรณี โทร.081-6287453..

●● สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ขอแสดงความยินดีกับ ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานกก.บมจ. ประกิต โฮลดิ้ง ผู้ที่ได้รับการพิจารณามอบรางวัลวารสารศาสตราธร ประเภท บุคคลผู้ทรงคุณค่าด้านวารสารศาสตร์ ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติใหม่ล่าสุด ในโอกาสสถาปนาคณะวารสารศาสตร์ฯ มธ. ครบ 70 ปี ในฐานะที่เป็นผู้มีความสำคัญในวงการสื่อสาร เป็นผู้ขับเคลื่อน Communications Agency คุณภาพที่อยู่คู่ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และส่งเสริมสนับสนุนมอบทุนการศึกษาให้แก่ นศ.คณะวารสารศาสตร์ฯ ที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง..

●● สวด ผศ.ดร.บุษกร (ลายเลิศ)กาญจนจารี ศาลา 2 วัดมกุฏฯ ถึง 13 ธ.ค.18.00 น. แล้วบรรจุ..

●● สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ต้อนรับ ผู้ว่าการคนใหม่ ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ด้วยความอบอุ่น เรียบง่าย ที่มาพร้อมกับความมุ่งมั่น และตั้งใจ ในการมาช่วยขับเคลื่อนองค์กร ผลักดันงานวิจัยไทยตอบโจทย์ทุกภาคส่วน สร้างประโยชน์กับสังคมไทย ส่วน ศ.(วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต อดีตผู้ว่าการ วว. ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ สอวช. อีกด้วย..●●

น้อง

เลี้ยงแสดงความยินดี อดีตเอกอัครราชทูต จิตริก เศรษฐบุตร นำทีมว่ายน้ำสโมสรประชานิเวศน์ คว้าแชมป์ว่ายน้ำอาวุโส

https://www.naewna.com/lady/846870

เลี้ยงแสดงความยินดี อดีตเอกอัครราชทูต จิตริก เศรษฐบุตร  นำทีมว่ายน้ำสโมสรประชานิเวศน์ คว้าแชมป์ว่ายน้ำอาวุโส

เลี้ยงแสดงความยินดี อดีตเอกอัครราชทูต จิตริก เศรษฐบุตร นำทีมว่ายน้ำสโมสรประชานิเวศน์ คว้าแชมป์ว่ายน้ำอาวุโส

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร พร้อมด้วย พันธ์ภิรมย์-พันธ์พิไล ใบหยก จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้กับอดีตเอกอัครราชทูตจิตริก เศรษฐบุตร พร้อมด้วยคณะนักกีฬาว่ายน้ำ สโมสรประชานิเวศน์สวิมมิ่งในโอกาสที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันในรายการ Thailand Master Swimming Championship 2024 (25M) ซึ่งสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่23-24 พฤศจิกายน 2567 ณ สระว่ายน้ำมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญวิทยาเขตสุวรรณภูมิ โดยงานเลี้ยงจัดขึ้นณ ห้องสกายรูม โรงแรมใบหยกสกาย เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567

จิตริก เศรษฐบุตร อดีตเอกอัครราชทูต ในวัย 90 ปี 6 เดือนเผยถึงเคล็ดลับความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายจนสามารถคว้าเหรียญทองถึง 6 รายการ จากการแข่งขันครั้งนี้
กล่าวว่า “ผมเป็นคนเล่นกีฬา ออกกำลังกายมาตั้งแต่หนุ่มๆ แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็จะเลือกเล่นกีฬาที่เหมาะกับอายุเพื่อเป็นการออกกำลังกายดูแลรักษาสุขภาพ ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาก็ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ จนได้มาเป็นสมาชิกคณะนักกีฬาว่ายน้ำสโมสรประชานิเวศน์สวิมมิ่ง โค้ชเห็นแววก็ชวนลงแข่ง จะใช้เวลาซ้อมทุกวันวันละ2 ชั่วโมง สามารถว่ายได้ทุกท่า ทุกครั้งที่ลงแข่งก็จะได้เหรียญทองทุกรายการ ครั้งนี้ก็ได้มา 6 เหรียญทอง ทั้งว่ายเดี่ยวว่ายผลัด โดยมีกำลังใจสำคัญคือท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร ที่คอยเป็นกำลังใจ สนับสนุน ตามไปเชียร์เสมอการว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดีกับผู้สูงอายุเพราะไม่มีแรงกระแทกมาก ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ปอดและหัวใจก็ทำงานได้ดี และยังทำให้รู้จักเพื่อนๆ ใหม่ทั้งวัยใกล้เคียงกันและคนรุ่นใหม่ๆ อีกด้วย”

เป็นที่น่าชื่นชมยินดีอย่างยิ่งที่อดีตออท. จิตริก ได้สร้างชื่อเสียงแก่ประเทศไทยด้วยการเป็นแชมป์โลกคว้าเหรียญทองในการแข่งขันว่ายน้ำ WORLD AQUATICS MASTERS CHAMPIONSHIP DOHA 2024 ที่ประเทศกาตาร์ เมื่อเดือนมีนาคม 2567

ด้าน พล.ต.ธนนท์ แสงนาค อุปนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้จัดการคณะว่ายน้ำสโมสรประชานิเวศน์สวิมมิ่ง กล่าวว่า“ตนเองเข้ามาดูแลสโมสรได้ประมาณ4 ปีแล้ว ถือว่าเป็นสโมสรใหญ่มีสมาชิกกว่า 100 คน หลากหลายช่วงวัยมีโค้ชแจ๋ม-ดร.ภพชลภร กาญจนะพังคะ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนดีเยี่ยม เมื่อมีการแข่งขันทำให้สโมสรสามารถส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันได้เกือบครบทุกรายการและด้วยความสามารถของทีมทำให้สโมสรประชานิเวศน์สามารถครองแชมป์เจ้าเหรียญทองเกือบทุกรายการแข่งขันโดยก่อนหน้านี้ได้รับรางวัลในการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์7 เหรียญและการแข่งขันรายการนี้สโมสรคว้ามาได้ 69 เหรียญทอง 39 เหรียญเงิน และ 41 เหรียญทองแดง”

Thailand Master Swimming Championship (25M) หรือ การแข่งขันว่ายน้ำมาสเตอร์ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย (สระสั้น) สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย จัดขึ้น
เป็นประจำทุกปี เป็นการแข่งขันในสระว่ายน้ำความยาว 25 เมตร โดยแบ่งการแข่งขันตามรุ่นอายุ เริ่มตั้งแต่รุ่น 25-29 / 30-34 / 35-39 / 40-44 / 45-49 / 50-54 / 55-59 /
60-64 / 65-69 / 70-74 / 75-79 / 80-84 / 85-89 และรุ่น 90-94 ปีซึ่งอดีต ออท. จิตริก เศรษฐบุตร นับเป็นนักกีฬาอาวุโสสูงสุดของสโมสร โดยการแข่งขัน Thailand Master Swimming Championship 2024 (25M) สามารถคว้ามาได้ 6 ทอง ได้แก่ 100m Freestyle เวลา 3:20.14 นาที, 50m Breaststoke เวลา 1:43.03 นาที, 100m Breaststoke เวลา 4:05.50 นาที และ 100m Backstoke เวลา 3:33.60 นาที และทีมผลัดฟรีสไตล์ 320 ปี และทีมผลัดผสม 320 ปี

ชวนมาสนุกแบบรักสุขภาพ ที่ DANCING FLAG สตูดิโอสอนโบกธง แห่งแรกในไทย

https://www.naewna.com/lady/846871

ชวนมาสนุกแบบรักสุขภาพ ที่ DANCING FLAG  สตูดิโอสอนโบกธง แห่งแรกในไทย

ชวนมาสนุกแบบรักสุขภาพ ที่ DANCING FLAG สตูดิโอสอนโบกธง แห่งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เพราะการเต้นหรือกิจกรรมเข้าจังหวะนั้น ไม่เพียงแค่ความสนุกสนานและความเพลิดเพลิน แต่นำมาซึ่งประโยชน์ด้านสุขภาพมากมายด้วยเช่นกัน เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค เอาใจสาวๆ หนุ่มๆ ที่อยากมีหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม ด้วยวิธีออกกำลังกายรูปแบบใหม่ ต้องที่นี่เลย! DANCING FLAG สตูดิโอสอนโบกธง ที่นำการโบกธงมาเป็นการออกกำลังกายแบบ Low Impact ช่วยฝึกทั้งกล้ามเนื้อร่างกาย พัฒนาสมองทั้งซีกซ้ายและขวาแล้วยังช่วยผ่อนคลายอารมณ์และจิตใจ เหมาะกับหนุ่มสาวทุกเพศทุกวัย และเปิดเป็นที่แรกในประเทศไทย

วันวิสาข์ เหรียญรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการ และครูฝึกสอน กล่าวว่า DANCING FLAG ประยุกต์มาจากการโบกธงนมัสการในโบสถ์ ที่มีกิจกรรมการเล่นดนตรี ร้องเพลงและการเต้นประกอบเพลง เป็นการเต้นไปตามเสียงเพลง ช่วยปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกภายในจิตใจ ซึ่งการเต้นปกติทั่วไปเน้นใช้อวัยวะช่วงขาและลำตัวเป็นหลัก แต่การโบกธง เป็นการเต้นที่ต้องใช้แขนทั้งสองข้างสามารถฝึกสมองสั่งการซีกซ้ายและขวาพร้อมกัน โดย DANCING FLAG สตูดิโอมีการออกแบบสถานที่ให้มีความเหมาะสมกับกิจกรรม ตั้งแต่การทำพื้นแบบลดแรงกระแทกของฝ่าเท้า เมื่อเต้นนานๆ ช่วยลดความเจ็บปวดจากข้อเท้าและข้อเข่า ลักษณะการเต้นจะมีการถอดรองเท้า เพื่อลดการบีบรัดนิ้วเท้า มีผลกับการทรงตัวของร่างกายที่ดีขึ้น

นารดา บุญปัญญา ผู้เรียนกล่าวว่า DANCING FLAG ช่วยการฝึกทักษะพื้นฐานการเต้น เพื่อเรียนรู้จังหวะท่าทางของตัวเอง โดยฝ่าเท้าจะรับประสาทสัมผัสทั้งหมด เมื่อเท้าได้สัมผัสพื้นผิวทำให้ได้ประมวลผลลักษณะพื้นผิว รวมถึงการทำงานของปลายประสาท นอกจากจะรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลิน และร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้วยังช่วยผ่อนคลายจิตใจ ฝึกสมาธิความจำ

จะเห็นว่าแค่คุณขยับร่างกายอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเต้นหรือกิจกรรมเข้าจังหวะนั้น ไม่ได้ดีต่อสุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังดีต่อใจ ลดความเครียด พัฒนาสุขภาวะทางสังคมและอารมณ์ ความแข็งแรง และสมดุลของร่างกายอีกด้วยมาร่วมเปิดประสบการณ์แห่งการออกกำลังกายแนวใหม่ ด้วยการใช้เสียงเพลงและอุปกรณ์ประกอบลีลาที่ สถาบัน DANCING FLAG โดยครูฝึกสอนที่มากประสบการณ์ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาออกกำลังกายได้ เริ่มตั้งแต่วัย 4 ขวบ จนถึงผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดทางร่างกาย เช่น ผู้พิการที่นั่งวีลแชร์ เป็นต้น โดยเปิดให้บริการวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ชั้น 3 เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 สอบถาม 086-3481010 หรือ dancingflag.co.th

เอาใจคนรักเนื้อ กูร์เมท์ วัน จับมือ USDA จัดแคมเปญ ‘เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน’

https://www.naewna.com/lady/846915

เอาใจคนรักเนื้อ กูร์เมท์ วัน จับมือ USDA จัดแคมเปญ ‘เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน’

เอาใจคนรักเนื้อ กูร์เมท์ วัน จับมือ USDA จัดแคมเปญ ‘เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท กูร์เมท์ วัน ฟู้ดส์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) และ กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ประจำสถานเอกอัครราชทูตอเมริกาประจำประเทศไทย จัดแคมเปญส่งท้ายปี
“เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน (American Beef Feast)” นำเสนอรสชาติแห่งความเป็นเลิศของเนื้อวัวอเมริกัน โดยเฉพาะ USDA เกรดพรีเมียมที่นำเข้ามาเป็นพิเศษโดย กูร์เมท์ วัน เพื่อยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารของผู้ที่ชื่นชอบเนื้อในทุกมุมของประเทศไทย

แคมเปญ American Beef Feast นี้ จัดขึ้นระหว่างนี้ ถึง 31 ธันวาคม โดยมีโรงแรมระดับ5 ดาว และร้านอาหารชั้นนำในกรุงเทพฯ เชียงใหม่พัทยา และขอนแก่น จำนวนถึง 17 แห่ง เข้าร่วมแคมเปญ นำเสนอเมนูพิเศษที่ปรุงด้วยเนื้อวัว USDA เกรดพรีเมียมทั้ง USDA Prime, Choice และ Select เพื่อให้ผู้บริโภคไทยได้สัมผัสกับเนื้อวัวที่ได้รับการยกย่องทั่วโลกในด้านความนุ่ม ความฉ่ำ และรสชาติที่เข้มข้น และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารที่บ้าน สามารถหาซื้อเนื้อ USDA พรีเมียมคัทเหล่านี้ได้ที่ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ 17 สาขาทั้งในกรุงเทพฯ และเมืองท่องเที่ยวหลักได้เช่นกัน

งานเปิดตัวแคมเปญ “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน” ครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โรงแรม เจดับบลิวแมริออท กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก มร. โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เป็นประธานในงานและเป็นผู้มอบ “American Black Angus Sculpture” ประติมากรรมรูปวัวแบล็คแองกัส ที่ กูร์เมท์ วัน จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบให้ผู้เข้าร่วมแคมเปญนี้แบล็คแองกัสเป็นวัวสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงในการผลิตเนื้อวัวคุณภาพสูงอย่างสม่ำเสมอ วัวพันธุ์นี้จึงได้กลายเป็นมาตรฐานระดับโลกสำหรับคุณภาพสเต็ก รูปวัวแบล็คแองกัส จึงเป็นสัญญลักษณ์ของเนื้อวัวคุณภาพสูง ภายในงาน ยังมีการสาธิตการปรุงอาหาร พร้อมเมนูอาหารต่างๆ ที่ปรุงจากจากเนื้อวัว USDA Prime รังสรรค์โดย เชฟเควิน ทอมสัน เชฟใหญ่
ประจำโรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ และห้องอาหารนิวยอร์ก สเต๊กเฮาส์

เนื้อวัวจากอเมริกาจะได้รับการันตีคุณภาพมาตรฐานจาก USDA หน่วยงานที่ยังจัดทำระบบ “เกรด” ของเนื้อ โดยแบ่งระดับคุณภาพเนื้อตามชั้นไขมัน ได้แก่ USDA Prime : เกรด “ไพร์ม” เป็นเนื้อคุณภาพ “ดีเยี่ยม” อุดมไปด้วยลายไขมันแทรกอยู่ในเนื้อ เนื้อมีความนุ่มและเนียนละเอียด มีความฉ่ำและรสชาติที่เข้มข้น เหมาะสำหรับการปิ้ง ย่าง USDA Choice : เกรด “ชอยส์” เป็นเนื้อที่มีคุณภาพรองลงมาจากเกรดไพร์ม แม้จะมีไขมันแทรกน้อยกว่า แต่เนื้อยังคงมีรสชาติ ความชุ่มฉ่ำ และความนุ่มที่ยอดเยี่ยม เป็นเนื้อที่เหมาะแก่การทำสเต๊ก การปิ้ง ย่าง และตุ๋น USDA Select : เกรด “ซีเล็ค” เป็นเนื้อคุณภาพ แม้จะมีไขมันแทรกน้อยกว่า Prime หรือ Choice เหมาะสำหรับการตุ๋นหรือหมักเพื่อเพิ่มความนุ่มและรสชาติ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนรักสุขภาพที่ชอบทานเนื้อไม่เน้นไขมัน

ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม มาร่วมดื่มด่ำกับรสชาติแห่งความเป็นเลิศของเนื้อวัว USDA เกรดพรีเมียม ไม่ว่าคุณจะทานอาหารนอกบ้านหรือทำอาหารที่บ้าน มาร่วมเติมเต็มโมเมนท์ดีๆ ในช่วงเดือนแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองปลายปีด้วย “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “เทศกาลเนื้อวัวอเมริกัน” สามารถติดต่อได้ที่ กูร์เมท์ วัน โทร.094-6432102

เยาวชนรุ่นใหม่จัดโครงการเยาวชนช่วยเยาวชน ผ่านการแสดงเต้นระบำการกุศล ‘อะลาดิน 2024’

https://www.naewna.com/lady/846913

เยาวชนรุ่นใหม่จัดโครงการเยาวชนช่วยเยาวชน  ผ่านการแสดงเต้นระบำการกุศล ‘อะลาดิน 2024’

เยาวชนรุ่นใหม่จัดโครงการเยาวชนช่วยเยาวชน ผ่านการแสดงเต้นระบำการกุศล ‘อะลาดิน 2024’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมาคมเอทีโอดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน โดย ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช นายกสมาคม พร้อมด้วยกลุ่มเยาวชนนักเต้นรุ่นใหม่ที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันเต้นระดับนานาชาติ และพันธมิตร จัดการแสดงเต้นระบำการกุศล “อะลาดิน 2024 (Aladdin 2024)” ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นำรายได้ไปช่วยเหลือเยาวชนที่มีโอกาสน้อยกว่า

นับเป็นความตั้งใจที่ดี เมื่อกลุ่มเยาวชนคนสำคัญที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันเต้นระดับนานาชาติ อันประกอบไปด้วย พัชร์ชิสา ภักดีวงศ์,รมณ เชื้อเจ็ดตน, ตรอง รัตนดำรงอักษร,ทิมริน วิง โฮม, กอบุญ ศรียาภัย พร้อมด้วยนักแสดงกิตติมศักดิ์ ภาคิน พลอยภิชา และ วุฒิพงษ์ มงคลพันธ์ สมาชิกจากบางกอกซิตี้บัลเลต์ และ แพชชั่น ด๊านซ์ พ่วงด้วยเยาวชนผู้แสดงประกอบ จากหลายโรงเรียนในเชียงใหม่ รวมทั้งโรงเรียนเชียงใหม่นาฏยศิลป์สากล โรงเรียนที่ได้รับรางวัลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในปี 2544 หรือ ที่รู้จักกันในนาม สถาบันเชียงใหม่บัลเลต์ ซึ่งเป็นโรงเรียนบัลเลต์ชั้นนำแห่งหนึ่งในเอเชีย ที่ได้รับรางวัลโรงเรียนต้นแบบอาเซียนปี 2558 ร่วมกันชักชวนผู้ใหญ่ใจดี อาทิ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, สถาบันออสเตรเลียน ทีชเชอร์ส ออฟ ดานซ์ซิง อินเตอร์เนชันแนล, สมาคมเอทีโอดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน, บริษัท
เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน), สายการบินไทย ไลอ้อนแอร์, ดิ โอเอซิส สปา ประเทศไทย, คลีนิคโพโดโลจีเซนเตอร์ และชมรมครูผู้ปกครองโรงเรียนเชียงใหม่นาฏยศิลป์สากล ร่วมกันจัดการแสดงเต้นระบำการกุศล “อะลาดิน 2024 (Aladdin 2024)” ในวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นำรายได้ไปช่วยเยาวชนที่มีโอกาสน้อยกว่า

การจัดงานครั้งนี้มี มี ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช นายกสมาคมเอทีโอดีฯ รับเป็นเจ้าภาพจัดการแสดงให้เสร็จสมบูรณ์ เพื่อนำรายได้มอบให้กับเยาวชนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้สนใจอยากร่วมทำบุญและสนับสนุนช่วยเยาวชน บัตรราคา 500.- ทุกที่นั่ง ติดต่อซื้อบัตรได้ที่ 053-241332, 053-241315, 099-2297885, 065-1159644

เปิด 5 ลายแทงไฮไลท์ศิลปะในงาน‘Fun Hunters of Bangkok’ ชวนทุกคนมาล่าความสนุกที่ โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ส่งท้ายปี

https://www.naewna.com/lady/846855

เปิด 5 ลายแทงไฮไลท์ศิลปะในงาน‘Fun Hunters of Bangkok’  ชวนทุกคนมาล่าความสนุกที่ โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ส่งท้ายปี

เปิด 5 ลายแทงไฮไลท์ศิลปะในงาน‘Fun Hunters of Bangkok’ ชวนทุกคนมาล่าความสนุกที่ โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ส่งท้ายปี

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ปลุกความสนุกให้หัวใจเต้นแรงตลอดเดือนธันวาคมนี้ กับงาน “Fun Hunters of Bangkok” จัดเต็มทั้งงานอาร์ตสุดชิคจากเหล่าศิลปินไทย Local และกิจกรรมสุดสร้างสรรค์มากมายมาเอาใจนักล่าความสนุกตามสไตล์ Moxy พร้อมส่งเสริมศิลปินไทยให้มีพื้นที่แสดงศักยภาพ และส่งต่อความเป็นไทยให้เข้าถึงหัวใจคนทั่วโลกทุกช่วงวัย ผ่านผลงานศิลปะแนวสตรีทอาร์ตที่สะท้อนเรื่องราวความเป็นกรุงเทพฯ ในรูปแบบใหม่ เริ่มออกล่าความสนุกได้แล้ววันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2567 เปิดให้เข้าชมฟรี ที่
โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์

พบกับไฮไลท์ผลงานศิลปะทั้งภาพเพ้นท์ ประติมากรรมป็อบอาร์ต และกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก 3 ศิลปินสตรีทอาร์ตอย่าง HAI HAI TOON, BONUS TMC และ TOON KAEWKERD พร้อมมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ที่อยากชวนมาเช็คอินในงาน “Fun Hunters of Bangkok”  

ภาพสีสันสุดจี๊ดของ The Earth Worm ครั้งแรกของผลงานคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนเจ้าไส้เดือนหน้ามึนที่มีสีสันจัดจ้าน มากับผองเพื่อนแมลงสุดกวนจากฝีมือของ HAI HAI TOON โดยความพิเศษที่ออกแบบมาสำหรับในงานนี้โดยเฉพาะคือ การใช้สีม่วงแดง หรือ สีมาเจนต้าแสนหายาก ผสานกับการใช้เทคนิคสาดสี(Splash Painting) เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในโลกของสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ อย่างแมลงและไส้เดือนที่มีคุณค่าต่อโลกใบนี้มากมาย แต่มนุษย์อย่างเรากลับข้ามเพียงเพราะขนาดตัว 

Thaigar เสือน้อยสามมิติสุดเก๋จากลังกระดาษ ผลงานจาก BONUS TMC สตรีทอาร์ติสต์สายกราฟฟิตี้ ผสานเทคนิคด้านการดีไซน์ที่นำคาแร็กเตอร์ Thaigar มาชุบชีวิตในรูปแบบใหม่ ช่วยสร้างสีสันและเติมเต็มความน่ารักสดใสให้หัวใจทุกดวงโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสารคดีสัตว์ในวัยเด็ก ถ่ายทอดผ่านเทคนิคอะคริลิกสุดคมชัด  

ผลงานป๊อบอาร์ตน้องสายฟ้าสีพาสเทล คาแร็กเตอร์สี่ตาจากฝีมือ TOON KAEWKERD ที่ดวงตาแต่ละดวงสะท้อนถึงสิ่งสำคัญทั้งสี่ในชีวิต ได้แก่ ครอบครัวเพื่อน คนรัก และตัวเอง โดยผลงานที่นำมาจัดแสดงในงานนี้มาในคอนเซ็ปต์ Dream Catcher สื่อถึงการไล่ล่าตามความฝัน เหมือนเมืองกรุงเทพฯที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาตามล่าหาความฝัน ความหวัง และความสนุกในการใช้ชีวิต

กิจกรรมเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ คัดสรรจาก 3 ศิลปินที่มาร่วมมอบเทคนิคดีๆ ให้เหล่าแฟนๆ ได้มีโอกาสสร้างสรรค์ผลงานเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเพ้นท์
สเก็ตบอร์ด รองเท้า และกระเป๋า ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 และ 21 ธันวาคม 2567 โดยกิจกรรมนี้จะเปิดให้สมาชิก Marriott Bonvoy แลกรับสิทธิ์ผ่าน Marriott Bonvoy Moments แพลตฟอร์มที่ให้สมาชิกใช้คะแนนสะสมจากการเดินทางและกิจกรรมประจำวันเพื่อแลกรับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งแบบราคาคงที่และแบบประมูล สมาชิกสามารถร่วมประมูลเพื่อเข้าร่วมเวิร์กช็อปศิลปะ Marriott Bonvoy Moments ได้แล้ววันนี้ เริ่มต้นเพียง 1,500 คะแนน

ช้อปสินค้าของที่ระลึกที่ออกแบบมาเฉพาะงานนี้ จัดเต็มสินค้าสุดพิเศษจากผลงานของ 3 ศิลปิน มีสินค้าให้เลือกช้อปเป็นของขวัญสุดคูล ทั้งเสื้อยืด กระเป๋า สติ๊กเกอร์ และพวงกุญแจแสนน่ารัก พร้อมเสริมทัพความสนุกสุดปังด้วยนิทรรศการศิลปะจากเหล่าศิลปิน local ของไทยอีกกว่า 15 ท่าน ที่มาร่วมโชว์ผลงานในครั้งนี้ อาทิ UNJINXMSNS, ISEPTEMBER, 3PUCK, TAKKAPHAII และอื่นๆ อีกมากมายที่รอให้ทุกคนมาตามล่าความสนุกสุดมันส์ไปด้วยกันที่งาน “Fun Hunters of Bangkok” 

ลงทะเบียนร่วมงานฟรี ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ https://moments.marriottbonvoy.com/en-us/moments/collection/1013

มหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย

https://www.naewna.com/lady/846921

มหกรรม LONG LIFE...THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย

มหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงข่าวการจัดมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ ห้องประชุมสิริวัฒนภักดี ชั้น 3 อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสื่อสารเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติฯ และสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นด้วยการออกกำลังกาย และโภชนาการนับคาร์บลดป่วย NCDs

โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วย นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย และนายแพทย์ไพโรจน์เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแถลงข่าว

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพของประชาชน มีความพร้อมที่จะผลักดันนโยบายด้านสุขภาพอย่างเต็มที่ โดยในวันที่ 22 ธันวาคม 2567 จะเกิดมหกรรมออกกำลังกายเฉลิมพระเกียรติฯ ควบคู่กับกิจกรรมสาธารณสุขร่วมใจ ขยับกาย ห่างไกล NCDs โดยมี ประชาชน บุคลากรสาธารณสุขจาก12 เขตสุขภาพ และกรุงเทพมหานครมากกกว่า 10,000 คน มาร่วมออกกำลังกายพร้อมกันในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นสัญญาณว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มุ่งเน้นแค่การรักษาพยาบาลแต่เราให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพด้วย ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เน้นหลักการมีส่วนร่วม สร้างความสามัคคี และสร้างความแข็งแรงทางร่างกายและจิตใจ และมุ่งเน้นการเสริมสร้างการจัดการสุขภาวะที่นำไปสู่การมีศักยภาพในการจัดการสุขภาวะที่ดีได้ด้วยตนเอง สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีมีทักษะด้านสุขภาวะที่เหมาะสม เกิดการกระตุ้นให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ให้กับประชาชน

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า อย่างที่ทราบกันดีว่าการขาดกิจกรรมทางกายเป็นพฤติกรรม 1 ในปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อ ที่ผ่านมากิจกรรมทางกายของคนไทยลดลงอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ โควิด-19 ที่ผ่านมาจากร้อยละ 74.6 ในปี 2562 (ก่อนการแพร่ระบาด) เหลือเพียงร้อยละ 55.5 ในปี 2563 (ลดลงมากถึงร้อยละ 19.1) และในปี 2566 กิจกรรมทางกายที่เพียงพอของประชากรไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 68.1 กรมอนามัยมีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินการลดโรค NCDs ของประชาชน โดยทำหน้าที่กำหนดนโยบายด้านสุขภาพของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ และเหมาะสม ภายใต้แผนการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พ.ศ. 2561 – 2573 ที่มีวิสัยทัศน์ คือ “ประชาชนมีวิถีชีวิตที่กระฉับกระเฉงด้วยกิจกรรมทางกาย ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม” สอดคล้องตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมกิจกรรมทางกายโลก มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างบรรทัดฐานสังคมที่ไม่เนือยนิ่ง สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย สร้างโอกาสต่อการมีกิจกรรมทางกายระดับบุคคล และสร้างระบบที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกาย กรมอนามัย นอกจากจะจัดมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 แล้ว ยังมีแผนในการส่งเสริมการดูแลสุขภาพต่อเนื่องด้วยการจัดงาน LONG LIFE…THAI FIT คนไทยห่างไกล NCDs ที่จะจัดกิจกรรมการออกกำลังกายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย ในปี 2568 ต่อไป

นายแพทย์ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวว่า สสส. ถือเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพประเทศไทย โดยได้เข้าไปทำงานร่วมกับองค์กร หน่วยงาน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนมีแนวคิด และพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมรวมไปถึงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์การสร้างเสริมสุขภาพให้กับสังคมไทย โดยการสนับสนุนการรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพผ่านกิจกรรมต่างๆ ในลักษณะที่เป็นสื่อเพื่อให้ประชาชนสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ส่งเสริมพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ลดการบริโภคสุรา ยาสูบ และส่งเสริมการออกกำลังกาย จึงมีความยินดีในการสนับสนุนการจัดมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติฯเนื่องจากเป็นโครงการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการฟื้นฟูกิจกรรมทางกายเพียงพอของคนไทย และยุทธศาสตร์ Active Society ที่ใช้กิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างประสบการณ์ และค่านิยมให้คนไทยมีกิจกรรมทางกาย ผ่านกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบต่างๆ และสร้างกระแสความตื่นตัวให้กับสังคม ซึ่งถือเป็นหนึ่งสิ่งที่ทำให้ตระหนักต่อการมีกิจกรรมทางกายในวิถีชีวิตอย่างต่อเนื่อง

งานมหกรรม LONG LIFE…THAI FIT ฟิตกายฟิตใจ ออกกำลังกายทั่วไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะจัดในวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ สวนกีฬากระทรวงสาธารณสุข (สนามกีฬาคน กิน คาร์บ) โดยในงานมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงไทยเดิม การแสดงรำถวายพระพร ชุดพระเกียรติก้องฟ้ารามวตาร พิธีเฉลิมพระเกียรติฯ และพิธีถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเทศกาลดนตรีจากศิลปิน และดีเจชั้นนำของประเทศ โดยสมัครเข้าร่วมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

กรมควบคุมโรค ป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค ร่วมลงนาม MOU ดูแลการโฆษณาสินค้าและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

https://www.naewna.com/lady/846920

กรมควบคุมโรค ป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค  ร่วมลงนาม MOU ดูแลการโฆษณาสินค้าและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

กรมควบคุมโรค ป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค ร่วมลงนาม MOU ดูแลการโฆษณาสินค้าและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมควบคุมโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง ความร่วมมือในการกำกับดูแลการโฆษณาสินค้าและบริการ การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือการดำเนินการในลักษณะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อบูรณาการบังคับใช้กฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพ

นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่อง ความร่วมมือในการกำกับดูแลการโฆษณาสินค้าและบริการ การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือการดำเนินการในลักษณะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการค้าภายใน กรมควบคุมโรค กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมอนามัย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

โดยมีวัตถุประสงค์ให้กลไกการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในการรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการโฆษณาสินค้า บริการ หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีลักษณะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือ
ไม่ชอบด้วยกฎหมายมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ให้การดำเนินการเกี่ยวกับการโฆษณาสินค้า บริการ ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายหรือการดำเนินการของผู้ที่กระทำการในลักษณะที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการงานคุ้มครองผู้บริโภคจากทุกหน่วยงาน โดยใช้กฎหมายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงาน 

ทั้งนี้ กำหนดแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ 1.ประสานความร่วมมือการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความคล่องตัว และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน 2.แลกเปลี่ยน แบ่งปันฐานข้อมูลด้านการคุ้มครองผู้บริโภคระหว่างหน่วยงาน 3.สนับสนุนการบูรณาการบังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน เพื่อหยุดยั้งการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย 4.จัดให้มีระบบการรับเรื่องร้องเรียนและเฝ้าระวังการโฆษณา ตรวจสอบและจัดส่งข้อมูล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน 5.ประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ ส่งเสริมและสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านต่างๆ เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ให้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางที่หลากหลาย และคำนึงถึงการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวของประชาชน พร้อมสื่อสาร เตือนภัย เผยแพร่ สร้างความรับรู้ให้ประชาชนไม่ให้ถูกหลอกลวงหรือเกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับบริการหรือสินค้านั้นจากการโฆษณา เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

แชร์เทคนิคอัปลุคสวย เติมความมั่นใจให้กับชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์

https://www.naewna.com/lady/846918

แชร์เทคนิคอัปลุคสวย เติมความมั่นใจให้กับชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์

แชร์เทคนิคอัปลุคสวย เติมความมั่นใจให้กับชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กัลเดอร์มา (Galderma) ผู้นำด้านนวัตกรรมดูแลผิวและความงามระดับโลก เนรมิตลานกลางเซ็นทรัลเวิลด์ จัดบิวตี้เวิร์กช็อประดับมาสเตอร์คลาส “LYFT YOUR LOOK, LIFT YOUR LIFE” ดึง 3 ตัวแม่สายบิวตี้ “ลูกเกด เมทินี, ป้อม วินิจ และซินดี้ สิรินยา” ร่วมแชร์เทคนิคเติมเต็มความมั่นใจในทุกไลฟ์สไตล์ทั้งเรื่องผิวพรรณ สไตล์การแต่งหน้า การแต่งตัว และบุคลิกภาพ พร้อมชวนเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังมาร่วมเวิร์กช็อปและสร้างสีสันให้กับงานในครั้งนี้ นำทีมด้วยคู่จิ้นสุดฮอตตลอดกาล “ออฟ จุมพล – กัน อรรถพันธ์” ว่าที่เจ้าสาวคนสวย “ลิลลี่ ภัณฑิลา” สาวสวยหุ่นดี “แนท อนิพรณ์” เวิร์กกิ้งวูแมนคนเก่ง “ปุ๊ก จงกล” และอีกมากมาย

ภก. พิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์ ผู้อำนวยการธุรกิจความงามประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรม LYFT YOUR LOOK, LIFT YOUR LIFE ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของกัลเดอร์มาที่นำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สารเติมเต็มจากประเทศสวีเดนที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี NASHA และ OBT ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเติมเต็มความสวยในแบบที่เป็นตัวเองให้กับทุกคน ซึ่งเรามุ่งส่งเสริมให้ทุกคนดูแลสุขภาพผิวและความงามให้ดูดีในแบบฉบับของตัวเอง โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมยกระดับความมั่นใจให้ทุกคนไปอีกขั้น ด้วยการแชร์เทคนิคเสริมลุคตั้งแต่การแต่งตัว แต่งหน้า และดูแลบุคลิกภาพ เพื่อให้ทุกคนดูดีแบบCompleted Look สามารถออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข สนุกได้อย่างเต็มที่กับทุกไลฟ์สไตล์”

โดยไฮไลท์ภายในงาน กัลเดอร์มาเนรมิตบิวตี้เวิร์กช็อประดับมาสเตอร์คลาสเชิญ 3 ตัวท็อปสายบิวตี้มาร่วมแชร์ประสบการณ์ในการอัปลุคด้านต่างๆ แบบไม่มีกั๊ก เริ่มด้วยคลาส LYFT YOUR CONFIDENCE กับ “ลูกเกด เมทินี กิ่งโพยม” ตัวแม่วงการนางแบบที่มาในฐานะ Personality Master โดยมาแชร์ 3 เทคนิคอัปเกรดลุคให้สวย มั่นใจขึ้นไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดิน อิริยาบถไหน ลุคก็ต้องสวยเป๊ะ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการวางมุมหน้า แสดงท่าทาง และโพสท่าถ่ายรูปแบบตัวมัมบนรันเวย์ ที่ช่วยเสริมให้การถ่ายรูปออกมาดูดีและสร้างอารมณ์ที่แตกต่างเรียกได้ว่าจะถ่ายมุมไหน องศาไหนก็รอด! ซึ่งคลาสนี้ได้ “แนท อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์” และช่างภาพชื่อดัง “แฝด 21day” มาร่วมเป็นแขกรับเชิญ

ลูกเกด กล่าวว่า “เราสามารถพัฒนาบุคลิกภาพได้เองง่ายๆ ด้วยท่ายืนนะคะ โดยท่ายืนที่แนะนำจะมี 2 ท่าค่ะ คือ ท่า Basic Stand ต้องยืนให้น้ำหนักไปที่หลังเท้า เว้น Space ระหว่างขา ไม่ยืนเข่าตึงเกินไปท่านี้จะช่วยให้ดูน่าเชื่อถือ ส่วนท่าที่สองคือ ท่า Model Stand ท่านี้จะยืนแบบก้าวขาข้างใดข้างหนึ่งไปข้างหน้า เอียงไหล่ข้างเดียวกับขาที่ก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย วางแขนให้มีช่องว่าง และเอนลำตัวไปด้านหลัง ท่านี้จะช่วยให้เห็นสัดส่วนร่างกายมากขึ้น ส่วนท่านั่ง ควรนั่งให้หลังและขาดูยาว ไม่ควรนั่งพิงเก้าอี้ หลังยืดตรง ไขว่ห้างแล้วเอนขาไปด้านข้าง ปิดท้ายท่าโพสถ่ายภาพ อันดับแรกต้องหามุมวางหน้าในองศาที่มั่นใจ เสริมด้วยการสร้างอารมณ์ที่แตกต่างให้ภาพด้วยสายตาและการยิ้ม จะลุคหวาน เท่ เปรี้ยว น่ารัก ท่าไหนก็มั่นใจ ไม่ตายหลังกล้องแน่นอน”

ไปต่อกันที่ Makeup Master “ป้อม วินิจ บุญชัยศรี” เมคอัพอาร์ติสท์ตัวแม่ ที่งานนี้ขอยกคลาสสอนแต่งหน้า LYFT YOUR FACE มาไว้ที่นี่ พร้อมแชร์เทคนิคการแต่งหน้าอัปลุคสวยพร้อมเดทใน 4 ขั้นตอน เริ่มต้นด้วยการดูแลผิวและเลือกลุคที่ต้องการ การเลือกอายแชโดว์ บลัชออนและไฮไลต์เตอร์ และลิปสติกที่เหมาะกับลุค พร้อมแนะนำเทคนิคการแต่งหน้าแต่ละส่วนเพื่อลิฟต์โครงหน้าและกรอบหน้าให้คมชัด เติมแต่งสีสันให้สวยมั่นใจ โดยคลาสนี้ได้ “ลิลลี่ ภัณฑิลา วิน ปานสิริธนาโชติ” มาร่วมค้นหาโทนเมคอัพลุคสวยฉ่ำที่ดูเป็นธรรมชาติพร้อมไปออกเดท

ป้อม วินิจ แนะนำว่า “คลาสนี้ขอแชร์เทคนิคแต่งหน้าเพื่อเสริมให้ผิวดูมีมิติ เช่น คอนทัวร์หน้าด้วยคุชชันสีเข้มเป็นรูปตัววีเพื่อสร้างกรอบหน้าให้คมชัด เสริมความสว่างใต้ตาให้ผิวดูสดใสขึ้น หากใครที่ช่วงแก้มและคางยาวก็สามารถใช้ดอลลี่อายสีอ่อนๆ ช่วยลดช่วงแก้มลงได้ จากนั้นเติมปากให้อวบอิ่มขึ้นด้วยลิปกลอส ไฮไลท์ให้หน้าสว่างโดดเด่นด้วยไฮไลเตอร์ พร้อมเสริมให้แก้มดูโหนก และยังสร้างความฉ่ำน้ำให้ผิว ซึ่งเทคนิคเหล่านี้จะช่วยสร้างความโดดเด่นให้รูปหน้า กรอบหน้า และผิวฉ่ำวาว เมื่อหน้าเราสวย ก็จะมีความมั่นใจมากขึ้น”

ด้าน Styling Master “ซินดี้ สิรินยา บิชอพ” ก็ไม่น้อยหน้า ควงสไตลิสต์ชื่อดัง “ปุ๊ก จงกล พลาฤทธิ์” มาร่วมเปิดมาสเตอร์คลาส LYFT YOUR LOOK แชร์ 3 เคล็ดลับ ครีเอทลุคให้ดูมั่นใจและน่าค้นหา ไม่ว่าจะเป็น เทคนิค Layering การซ้อนเลเยอร์เพื่อสร้างมิติ สร้างลุคเก๋ๆ การเลือกเครื่องประดับเสริมให้ลุคโดดเด่นขึ้น รวมไปถึงแชร์ทริคปรับ Mindset ให้เป็นคนมั่นใจ ดูมีเสน่ห์น่าค้นหาจากภายในสู่ภายนอก

“เสื้อผ้าเป็นเสมือนศิลปะที่เรานำมาใช้เติมแต่งร่างกายให้ตัวเองดูดี มีความมั่นใจยิ่งขึ้น โดยเทคนิค Layering เป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้เราได้ลุคใหม่ ซึ่งเราสามารถหยิบจับเครื่องประดับ แว่นตา หมวก กระเป๋า เสื้อแจ๊กเกต เสื้อกั๊กก็สร้างมิติให้กับลุคในแต่ละวันได้ไม่ซ้ำ แต่อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ Mindset เพราะนอกจากเสื้อผ้าที่จะช่วย LYFT YOUR LOOK แล้ว การมองตัวเองในมุม Positive ก็จะช่วยเสริมให้ Completed Look ของเรามีความมั่นใจทั้งภายในและภายนอก” ซินดี้ แนะนำ

“กัลเดอร์มา เชื่อว่างาน LYFT YOUR LOOK, LIFT YOUR LIFE ในครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกค้าและผู้ร่วมงานทุกท่านนำเทคนิคดีๆ ไปใช้ในการอัปลุคความสวยทั้งในเรื่องการเติมเต็มผิวพรรณ การแต่งหน้าให้เหมาะกับรูปหน้า การเลือกสไตล์การแต่งกาย การปรับบุคลิกภาพ เพื่อเติมเต็มความมั่นใจให้กับตัวเองทั้งภายนอกและภายใน” ภก.พิรพัฒน์ กล่าวปิดท้าย

เมื่อ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ‘ปนัสพร นพศรี’ ผู้บริหาร PaM++ จับมือ Connext AI ยืนยัน AI ช่วยสร้างสรรค์ชีวิตและธุรกิจปัง

https://www.naewna.com/lady/846917

เมื่อ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ‘ปนัสพร นพศรี’ ผู้บริหาร PaM++  จับมือ Connext AI ยืนยัน AI ช่วยสร้างสรรค์ชีวิตและธุรกิจปัง

เมื่อ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ‘ปนัสพร นพศรี’ ผู้บริหาร PaM++ จับมือ Connext AI ยืนยัน AI ช่วยสร้างสรรค์ชีวิตและธุรกิจปัง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เคยสงสัยไหมว่าทำไมโทรศัพท์ของคุณถึงรู้ใจคุณได้ขนาดนี้? หรือทำไมการค้นหาข้อมูลออนไลน์ถึงง่ายดายขึ้นมาก? คำตอบก็คือ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นั่นเอง… ไม่กี่ปีมานี้ AI กลายเป็นเทรนด์โลกและเทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของทุกคนไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ แนะนำร้านอาหาร หรือแม้แต่ช่วยเราจัดการตารางเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในชีวิตของมนุษย์ เราจะอยู่ร่วมกับ AI ได้อย่างไร? AI จะทำให้ไลฟ์สไตล์และการทำงานของเราเปลี่ยนไปหรือไม่? AI จะส่งผลกระทบต่อโลกของเราอย่างไรบ้าง? ชีวิตในยุค AI จะง่ายหรือยากขึ้นแค่ไหน? และสำหรับประเทศไทยเอง AI จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างไร?

ปนัสพร (แพม) นพศรี ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ PaM++ บริษัทที่ปรึกษาและเอเจนซี่การตลาดที่มีความชำนาญด้านการสร้างแบรนด์และกลยุทธ์ทางธุรกิจ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ปัจจุบัน AI ไม่ใช่เทรนด์ใหม่ แต่ AI กำลังจะปฏิวัติวงการธุรกิจและโลกของเราเช่นเดียวกับอินเตอร์เนตที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราไปโดยปริยาย เป็นสิ่งจำเป็นซึ่งไม่มีไม่ได้ ถ้าใครไม่ใช้ก็จะตกยุค ปัจจุบันนี้ไปจนถึงอนาคตจะโลกมีการแข่งขันที่ยกระดับมากขึ้น เราจะเห็น AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุกภาคส่วนในธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนำมาประยุกต์ใช้ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การบริการ หรือแม้แต่การบริหารจัดการองค์กร และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น”

แม้ AI จะมีศักยภาพสูง และสามารถจะนำมาซึ่งโอกาสมากมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ จนองค์กรภาคธุรกิจหลายแห่งไม่สามารถมองข้ามและหันมาใช้ AI เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการอย่างจริงจัง แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจและทักษะในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญคือ ผู้บริหารส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะ AI ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมศักยภาพของคนทำงาน ไม่ใช่ทดแทน

เพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นจุดอ่อนของธุรกิจ (Pain Point) นี้ PaM++ และ Connext AI จึงร่วมกันให้บริการปรึกษาด้าน AI Consulting และ AI Solutions เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ วางแผนการนำ AI มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรออกแบบโซลูชั่น AI ที่เหมาะสม และให้คำแนะนำในการนำไปใช้งานจริง ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และพิสูจน์ผลลัพธ์ที่วัดได้ อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจในประเทศไทย ยังเป็นเรื่องใหม่และมีความท้าทายอยู่มาก การมี AI Road Map ที่ชัดเจนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับองค์กร ที่จำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ ดังนั้น การลงทุนในการวางแผน AI Road Map ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Consulting คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

“PaM++ มีความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ธุรกิจและการตลาดและการสร้างแบรนด์ ส่วน Connext AI มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI และ Large Language Model เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปจนถึงขนาดใหญ่ พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เราจะร่วมกันวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และวางแผนกลยุทธ์ในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน การมี AI Road Map ที่ชัดเจน เปรียบเสมือนการมีแผนที่นำทางที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณไปถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว และที่สำคัญ เราไม่เพียงแค่เป็นผู้ให้บริการ แต่เราคือพันธมิตรที่จะร่วมเดินทางไปกับคุณ เพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่สดใสให้กับธุรกิจของคุณ”

สำหรับภาคธุรกิจ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่าย เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในงานที่ท้าทายยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น AI สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าจากข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น หรือช่วยสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่ประสบความสำเร็จ

“สิ่งที่เคยเป็นเพียงจินตนาการในนิยายวิทยาศาสตร์ ตอนนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราแล้ว AI ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังทำให้ชีวิตของเรามีสีสันและน่าสนใจมากขึ้นอีกด้วย ยุคดิจิทัลนี้ แอพลิเคชั่นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการตื่นนอนด้วยเสียงปลุกจากสมาร์ทโฟน หรือการสั่งอาหารผ่านแอปเดลิเวอรี่แอปดูแลสุขภาพผ่านอุปกรณ์สวมใส่แอปดูหนังอย่าง Netflix หรือแอปฟังเพลงอย่าง Spotify แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแอปพลิเคชั่นที่คุณใช้ทุกวันนั้นขับเคลื่อนโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แอปเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยอำนวยความสะดวก แต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราได้อย่างสิ้นเชิง”

กับบทบาทของ AI ในอนาคตจะเป็นอย่างไร? และเราควรกลัว AI หรือไม่? ปนัสพร ทิ้งท้ายว่า “ในอนาคตอันใกล้ AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีอย่างสมดุล การสร้าง “Digital Detox Zones” หรือ “Human-Only Spaces” จะช่วยให้เราได้พักผ่อนจากการใช้เทคโนโลยีมากเกินไป และกลับมาเชื่อมต่อกับตัวเองและผู้อื่นได้อย่างแท้จริง การเรียนรู้และทำความเข้าใจกับ AI เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การปลูกฝังจิตสำนึกให้กับคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

อนาคตของ AI อยู่ในมือของเราทุกคน เราสามารถเลือกที่จะใช้ AI เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น หรือปล่อยให้ AI ควบคุมชีวิตเรา การสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีกับมนุษย์ คือการสร้างอนาคตที่ทุกคนมีส่วนร่วมและมีความสุข”

หากสนใจที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AI Solutions หรือ AI Consulting ของ PaM++ และ Connext AI สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.pamplusplus.com อีเมล answers@pamplusplus.com หรือโทร +66 89 2445588