อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เปิดตัวเรือลำใหม่สุดอลังการ‘ทิพยานจิต’ ศิลปะลอยนํ้าแห่งล้านนา ผลงาน‘อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์’

https://www.naewna.com/lady/846856

อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เปิดตัวเรือลำใหม่สุดอลังการ‘ทิพยานจิต’  ศิลปะลอยนํ้าแห่งล้านนา ผลงาน‘อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์’

อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เปิดตัวเรือลำใหม่สุดอลังการ‘ทิพยานจิต’ ศิลปะลอยนํ้าแห่งล้านนา ผลงาน‘อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์’

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เปิดตัวเรือลำใหม่สุดตระการตา พร้อมเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของภาคเหนือประเทศไทย เพื่อนำแขกเข้าสู่ประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษบนแม่น้ำปิง โดยเรือชื่อ “ทิพยานจิต” หรือที่แปลว่า “เรือแห่งสรวงสวรรค์” ได้รับการออกแบบโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติผู้มีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะผู้สร้างสรรค์“วัดร่องขุ่น” ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าล้านคนจากทั่วโลกในแต่ละปี

งานฉลองเปิตตัวเรือลำใหม่ “ทิพยานจิต” จัดขึ้นอย่างอลังการในบรรยากาศล้านนาร่วมสมัย โดยมี นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจ มาร์ท และเจ้าของ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท พร้อมด้วย นายพิทักษ์ นรเทพกิตติ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ต้อนรับแขกรับเชิญคนพิเศษอย่าง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ในปี พ.ศ. 2554 ผู้สร้างสรรค์เรือ “ทิพยานจิต” รวมทั้งนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจาก นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ว่าที่ร้อยเอกสันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่, พัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานททท. สำนักงานเชียงใหม่, ดร.หม่อมหลวงปรียพรรณศรีธวัช กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์สาธารณรัฐเปรู ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กล่าวว่า ผลงานการออกแบบเรือลำนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดภาพวาดที่มีชื่อว่า “ทิพยานจิต” บรรยายถึงการเดินทางจากโลกนี้สู่โลกหน้า และส่วนหัวเรือได้รับการแกะสลักด้วยมือเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ในตำนาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการพามนุษย์ล่องแม่น้ำสู่สรวงสวรรค์

“ทิพยานจิต เป็นเรือที่เกิดจากความฝันของศิลปิน เรือที่มีคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์อย่างล้ำลึก ผมอยากสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นสมบัติของชาติ ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อโรงแรม แต่ต้องเป็นสิ่งที่พิเศษจริงๆ” อาจารย์เฉลิมชัย กล่าว “ผมหลงใหลในเรือของอยุธยาสมัยโบราณ โดยเฉพาะเรือที่มีดีไซน์แปลกและพิเศษ และสนุกกับการศึกษาเรือเหล่านี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการทำงาน ผลงานของผมเกี่ยวกับสรวงสวรรค์อยู่แล้ว จึงตัดสินใจออกแบบเรือ“ทิพยานจิต” โดยนำแรงบันดาลใจจากเรือในสมัยอยุธยามาผสมผสานกับสไตล์ของผม เป็นเรือที่พาผู้คนล่องไปสู่โลกแห่งสรวงสวรรค์ การวาดเรือเป็นความฝันส่วนตัวที่ผมหลงใหลมาโดยตลอด”

ด้าน นายพิทักษ์ นรเทพกิตติ ผู้จัดการทั่วไป อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท กล่าวว่า ที่อนันตราเชียงใหม่ ชีวิตริมน้ำ คือหัวใจสำคัญของประสบการณ์ในรีสอร์ท แม่น้ำปิงคือสายใยชีวิตของเมืองเชียงใหม่มาแต่ยาวนานนับหลายร้อยปี การได้เห็นชีวิตที่ดำเนินไปตามสองฝั่งแม่น้ำ คือการสัมผัสจิตวิญญาณของจุดหมายปลายทางนี้อย่างแท้จริง และเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับศิลปินระดับโลกอย่าง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษนี้ให้แก่แขกของเรา

เรือลำนี้มีความพิเศษเปรียบดังศิลปะลอยน้ำ โดยจะรองรับแขกสูงสุดเพียง 18 ที่นั่งเท่านั้น แขกบนเรือจะได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารไทยชั้นเลิศ ซึ่งเมนูจะเปลี่ยนทุกฤดูกาลโดยเชฟที่ได้รับดาวมิชลินหรือมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับชั้นนำของประเทศไทย สำหรับเมนูเปิดตัวได้รับการสร้างสรรค์โดย เชฟปิยชาติ พุทธวงศ์ หรือ เชฟบอย จากร้านอาหารเสน่ห์จันทน์ในกรุงเทพฯ

เชฟปิยชาติ เติบโตในครอบครัวที่มีอาชีพทำอาหาร และเริ่มมีชื่อเสียงจากการเข้าร่วมรายการ Iron Chef ความเชี่ยวชาญของเขาอยู่ที่ขนมไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากตำรับขนมชาววังหายากที่เขารวบรวมมาตลอดหลายปี แขกที่ขึ้นเรือทิพยานจิตจะได้ลิ้มลองเมนู 7 คอร์สของอาหารไทยคลาสสิก ที่จับคู่ไวน์อย่างลงตัวจาก Monsoon Valley ไร่องุ่นชั้นนำของประเทศไทย ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ถึงปลายเดือนมีนาคม 2568

ทิพยานจิต เปิดให้บริการอาหารเย็นทุกวันเวลา 17.30 น. จากท่าเรือส่วนตัวของอนันตรา เชียงใหม่รีสอร์ท โดยเหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ตกและจิบค็อกเทลระหว่างมื้ออาหาร แขกจะได้เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีไทย และสามารถยืมชุดไทยที่โรงแรมจัดเตรียมไว้ เพื่อถ่ายภาพเก็บความทรงจำอย่างเต็มอิ่ม พร้อมเปิดให้บริการในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสำรองที่นั่ง โทร. +66 (0) 53 253 333 อีเมล chiangmai@anantara.com หรือ LINE @Anantarachiangmai

ร้านโกลเด้น เพลซ พระราม 9 โฉมใหม่ นึกถึงสุขภาพ นึกถึงโกลเด้น เพลซ

https://www.naewna.com/lady/846911

ร้านโกลเด้น เพลซ พระราม 9 โฉมใหม่ นึกถึงสุขภาพ นึกถึงโกลเด้น เพลซ

ร้านโกลเด้น เพลซ พระราม 9 โฉมใหม่ นึกถึงสุขภาพ นึกถึงโกลเด้น เพลซ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์  สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ มาเป็นประธานในพิธีเปิด ร้านโกลเด้น เพลซ สาขาพระราม 9 ที่ได้ก่อสร้างขึ้นใหม่บนพื้นที่เดิม โดยเพิ่มโซนร้านค้าให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ ตลอดจนเลือกสรรสินค้าดีสินค้าเด่นของแต่ละพื้นที่มารวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเป็นแหล่งช็อป ชิม ชิล ของย่านพระราม 9 เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2567

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า ร้านโกลเด้น เพลซ สาขาพระราม 9 เป็นร้านค้าแห่งแรกของบริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ เปิดดำเนินงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2544 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นร้านค้าปลีก ที่จำหน่ายสินค้าโครงการในพระราชดำริ โครงการส่วนพระองค์ ตลอดจนสินค้าจากกลุ่มเกษตรกรไทย ปัจจุบัน สาขาแห่งนี้ได้เปิดให้บริการมาเป็นเวลากว่า 23 ปีแล้ว ซึ่งพื้นที่ร้านค้าเดิม ไม่เพียงพอในการรองรับลูกค้า ประกอบกับร้านโกลเด้น เพลซ ได้เพิ่มโซนผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากขึ้น จึงได้ปรับปรุงร้านใหม่มีพื้นที่ 1,915 ตร.ม. นับเป็นสาขาที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด มีโซนร้านค้าครบครัน ทั้งโกลเด้น คิชเช่น โกลเด้น คอฟฟี่ โซนอาหารทะเล โซนผัก-ผลไม้สด และยังมีโซนอาหารญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก มีพื้นที่นั่งรับประทานอาหารภายในร้าน รองรับลูกค้าได้ถึง 100 คน ทั้งยังมีโซนร้านค้า และร้านอาหารของดีของเด่นตั้งอยู่ภายนอกอีกกว่า 30 ร้าน ที่จอดรถกว้างขวางสะดวกแก่ผู้มาใช้บริการ

ผลิตภัณฑ์หลักภายในร้าน เป็นผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และโครงการในพระราชดำริต่างๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิโครงการหลวงและดอยคำ ผลิตภัณฑ์ภัทรพัฒน์ จากมูลนิธิชัยพัฒนา โครงการชั่งหัวมัน โครงการมงคลชัยพัฒนา และสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษตามมาตรฐานสากล และยังมีมุมสินค้าจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากฯ อีกด้วย

ร้านโกลเด้น เพลซ สาขาพระราม 9 ยังสามารถให้บริการกับบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่มาใช้บริการคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเชื่อมต่อกัน ซึ่งเป็นคลินิกขนาดใหญ่ เกิดขึ้นจากแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 และสืบสานต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันโดยรัชกาลที่10 ที่ทรงห่วงใยและทรงมุ่งหวังให้ประชาชนอยู่ดี เป็นทางเลือกให้กับประชาชนทุกระดับมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ดี มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ โกลเด้น เพลซ มีเป้าหมายที่จะขยายสาขา เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งต้องการรองรับกลุ่มผู้ค้ารายย่อยจากพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ภายใต้สโลแกน “นึกถึงสุขภาพ นึกถึงโกลเด้น เพลซ”

ร้านโกลเด้น เพลซ ภายใต้ บริษัท สุวรรณชาด จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯก่อตั้งขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างต้นแบบร้านค้าปลีกของคนไทย เพื่อจำหน่ายสินค้าจากโครงการส่วนพระองค์ โครงการในพระราชดำริ โครงการหลวง สินค้าแปรรูปหรือสินค้า OTOP จากชุมชนต่างๆ ตลอดจนสินค้าการเกษตรจากกลุ่มเกษตรกร ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสานต่อพระราชปณิธานของพระราชบิดา และพระราชทานพระบรมราโชบายที่จะพัฒนาร้านค้า “โกลเด้น เพลซ” อันเปรียบเสมือน “ตู้เย็นของประชาชน” ให้คงอยู่อย่างเข้มแข็ง เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ เป็นช่องทางที่ผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงสินค้าที่ดี มีคุณภาพ ราคาย่อมเยา จากกลุ่มเกษตรกรในชุมชนต่างๆ โดยปัจจุบันโกลเด้น เพลซ มีจำนวนทั้งสิ้น 21 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ร้านโกลเด้น เพลซ สาขาพระราม 9 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.goldenplace.co.th, FB:Golden Place โกลเด้น เพลซ และ IG:Goldenplace.official

เตรียมกลับมาสร้างปรากฏการณ์มิวสิคเฟสติวัลเต็มพื้นที่สยามสแควร์อีกครั้ง กับ ‘Siam Music Fest 2024’

https://www.naewna.com/lady/846968

เตรียมกลับมาสร้างปรากฏการณ์มิวสิคเฟสติวัลเต็มพื้นที่สยามสแควร์อีกครั้ง กับ ‘Siam Music Fest 2024’

เตรียมกลับมาสร้างปรากฏการณ์มิวสิคเฟสติวัลเต็มพื้นที่สยามสแควร์อีกครั้ง กับ ‘Siam Music Fest 2024’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.28 น.

Pepsi, PMCU, NYLON Thailand present ‘Siam Music Fest 2024’ เตรียมกลับมาสร้างปรากฏการณ์มิวสิคเฟสติวัลเต็มพื้นที่สยามสแควร์อีกครั้ง 14-15 ธันวาคม 2567

สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU), Pepsi และ NYLON Thailand กลับมาจับมือสร้างปรากฏการณ์ เปลี่ยนสยามสแควร์เป็นเทศกาลดนตรีฟรีขนาดยักษ์อีกครั้ง กับ Pepsi, PMCU, NYLON Thailand present ‘Siam Music Fest 2024’ ปีนี้มาในธีม Fantory Funtory อาณาจักรดนตรีสุดแรนด้อมที่ขับเคลื่อนด้วยแฟนด้อม

PMCU, Pepsi, NYLON Thailand present ‘Siam Music Fest 2024’ ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 5 ครั้งนี้แรนด้อมความมันส์กับกว่า 100 ศิลปิน หลากหลายแนว เช่น NONT TANONT, PROXIE, 4EVE, BOWKYLION, INK WARUNTORN,  MILLI x DREAMGALS, KONGTHAP PEAK, JACKIE JACKRIN, THIRD, URBOYTJ, PiXXiE, ALLY, FREEHAND, SAFEPLANET, ONE OR EIGHT (JP), PERSES, LYKN, HARD BOY, PUN, DOMUNDI: TOMMY x TLE x FIRSTONE x KENG, MATCHA,TELEX TELEXS,  THE WHITE HAIR CUT, S2, DEPT, LANDOKMAI,  DIAMOND NARAKORN, TYTAN, YEW, STOONDIO, SHERRY,  D-NA x Wizzle x NEVONE, Paiiinntt, Guncharlie, PONCHET, FrenchW, Raine Cloud, Pearprapa x _less

ความมันส์จะเกิดขึ้นแบบแรนด้อมครบทุกแนวเพลง บน 5 เวที ในพื้นที่หลักของสยามสแควร์ ได้แก่ ลาน BLOCK K (ลานตรงข้าม Siam Squre One), ลาน BLOCK I (ลานข้างอาคาร Siam Scape), สยามสแควร์ ซอย 2, สยามแควร์ ซอย 5, และทางเชื่อม Siam Square One และสถานีบีทีเอสสยาม

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมเอาใจ Gen Z อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Mass Karaoke presented by Pepsi เวทีร้องคาราโอเกะกลุ่มกับคอเดียวกัน, Silent Disco presented by JD Sports ปาร์ตี้หูฟังที่จอยได้กับ 3 ดีเจในครั้งเดียว, และ Random Dance presented by American Tourister พื้นที่ออกสเต็ปไปกับบีทมันๆ

แฟนๆ ยังจะได้จับมือกับสมาชิกด้อมส่งต่อความในใจถึงศิลปินคนโปรดใน Fan Space presented by JD Sports และยังได้ถ่ายรูปในพื้นที่สุดชิคของ NYLON Thailand

นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมจากผู้สนับสนุนอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ PMCU, Pepsi, NYLON Thailand present ‘Siam Music Fest 2024’ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 ธันวาคม 2567 ทั่วพื้นที่สยามสแควร์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) และ Pepsi ร่วมด้วย JD Sports, American Tourister, Grab, ปุ้มปุ้ย, เลอแปง, โก๋แก่, และ Marriott Bonvoy

#SiamMusicFest2024 #SMF24 #PMCU #NYLONThailand #เป๊ปซี่ซ่าหน่อยมั้ย #JDSportsTH #AmericanTouristerTH #GrabxSiamMusicFest #หอยลายปุ้มปุ้ย #เลอแปงที่ไหนเมื่อไหร่ก็อร่อย #โก๋เเก่มันส์ทุกเม็ดมันส์ทุกโมเม้นส์ #MarriottBonvoy #ColorfulBangkok

lebua Hotels & Resorts พร้อมโชว์ ‘Laser Mapping’ ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ส่งท้ายปีที่น่าจดจำ

https://www.naewna.com/lady/846967

lebua Hotels & Resorts พร้อมโชว์ 'Laser Mapping' ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ส่งท้ายปีที่น่าจดจำ

lebua Hotels & Resorts พร้อมโชว์ ‘Laser Mapping’ ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ส่งท้ายปีที่น่าจดจำ

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.24 น.

lebua Hotels & Resorts นิยามใหม่แห่งความหรูหราและความตื่นเต้นในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ด้วยการนำเสนอการแสดง Laser Mapping ที่สูงที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นหนึ่งในโชว์ที่สูงที่สุดในโลก เพื่อสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือนในค่ำคืนส่งท้ายปีที่น่าจดจำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

สำหรับปีนี้ lebua Hotels & Resorts ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยความอลังการที่จัดขึ้น ณ ชั้น 64 ของโรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก ผสานกับการบริการระดับพรีเมียม ทั้งห้องพักสุดหรูและห้องอาหารที่ได้รับการการันตีด้วยดาวมิชลิน

ค่ำคืนแห่งการเคาท์ดาวน์จะถูกยกระดับด้วยประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดหรู การแสดง Laser Mapping ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และวิวเมืองกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่งดงามเกินคำบรรยาย lebua Hotels & Resorts พร้อมมอบความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนในค่ำคืนพิเศษนี้สำหรับทุกท่านที่มาเยือน

การแสดงแสงเลเซอร์สูงที่สุดในประเทศไทย: ผสมผสานระหว่างความงดงามของสถาปัตยกรรมและนวัตกรรมสุดล้ำสมัย

ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม ถึง 31 ธันวาคม 2567 เริ่มเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป lebua Hotels & Resorts พร้อมสร้างปรากฏการณ์เหนือจินตนาการด้วยการแสดง Laser Mapping ที่สูงที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นหนึ่งในโชว์ที่สูงที่สุดในโลก จัดขึ้นบนชั้น 64 โดยการนำสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกและโดมสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ มาใช้เป็นผืนผ้าใบขนาดใหญ่สำหรับการถ่ายทอดแสง สี และการเคลื่อนไหวที่งดงามภายใต้ธีม “Skyline Symphony: A Celebration Beyond Imagination” ผ่านงานกราฟิก แอนิเมชัน และการใช้โปรเจกเตอร์ที่ทันสมัยที่สุด แสงเลเซอร์ที่เปล่งประกายจะรังสรรค์โลกแห่งสีสันและแอนิเมชันอันน่าตื่นตา ทำให้จินตนาการแห่งเทศกาลมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น การแสดง Laser Mapping อันยิ่งใหญ่นี้จะกลายเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของเทศกาล ดึงดูดทั้งแขกผู้มาเยือนและผู้ที่เดินทางมาจากทั่วโลก พร้อมมอบประสบการณ์เหนือระดับที่ไม่อาจลืมเลือน และเปิดมุมมองใหม่ของ lebua Hotels & Resorts ที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน

สัมผัสรสชาติแห่งเทศกาลกับ Festive Menu

ช่วงวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 lebua Hotels & Resorts ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขด้วยประสบการณ์การรับประทานอาหารกับเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อต้อนรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองจากห้องอาหารชื่อดัง ได้แก่ Sirocco, Breeze และห้องอาหารระดับสองดาวมิชลินอย่าง Chef’s Table และ Mezzaluna ทุกเมนูได้รับการสร้างสรรค์อย่างประณีตโดยเชฟระดับแนวหน้า ที่เน้นการใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ พร้อมนำเสนอรสชาติที่โดดเด่นเกินคำบรรยาย มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารในช่วงเทศกาลที่แสนประทับใจและยากจะลืมเลือน โอกาสพิเศษนี้มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น ให้ทุกท่านได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของมื้ออาหารที่โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ อย่างแท้จริง

งานฉลองส่งท้ายปีที่โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์: สัมผัสมนตร์เสน่ห์แห่งค่ำคืนพิเศษในวันที่ 31 ธันวาคม 2567

ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีที่โรงแรมเลอบัวจะกลายเป็นจุดเด่นของเทศกาลที่ทุกคนรอคอย ด้วยไฮไลท์สุดพิเศษที่ผสมผสานความตื่นตาตื่นใจ ความหรูหรา และศิลปะการแสดงสีสันอย่างลงตัว โดยมีรายละเอียดดังนี้:

• การแสดงแสงเลเซอร์แมปปิงที่สูงที่สุดในประเทศไทย

พบกับการแสดง Laser Mapping อันน่าทึ่ง ซึ่งจัดขึ้นบนชั้น 64 โดยใช้ทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ เป็นฉากหลัง นำเสนอประสบการณ์แสงสีสุดอลังการที่ยากจะลืมเลือน การแสดงนี้ถือเป็นหนึ่งในโชว์แสงเลเซอร์แมปปิงที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

• การแสดงกายกรรมกลางอากาศโดย เล้ง ราชนิกร แก้วดี 

เดอะโดมแอทเลอบัวจะเปลี่ยนเป็นเวทีสำหรับการแสดงกายกรรมกลางอากาศสุดพิเศษ นำโดย เล้ง ราชนิกร แก้วดี ผู้ชนะจากรายการ Thailand’s Got Talent ซีซัน 2 การแสดงที่งดงามนี้จะเติมเต็มค่ำคืนด้วยความตื่นเต้นและเสน่ห์ที่ตราตรึงใจ

• รับชมการแสดงดอกไม้ไฟแบบพาโนรามา

โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่โดดเด่น มอบประสบการณ์การชมดอกไม้ไฟที่ไม่เหมือนใคร แขกผู้เข้าร่วมงานสามารถชมดอกไม้ไฟ สุดอลังการที่ส่องสว่างทั่วแม่น้ำเจ้าพระยาและท้องฟ้าเหนือกรุงเทพฯจากร้านอาหารและบาร์ ทั้งหมดนี้จะสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจที่สุดในการต้อนรับปีใหม่ 2568
เชิญสัมผัสประสบการณ์ช่วงวันหยุดสุดพิเศษที่โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์

ในเทศกาลแห่งความสุขนี้โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ขอเชิญท่านมาดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย กับการผสมผสานอันลงตัวของศิลปะการทำอาหารระดับโลกและรับความบันเทิงที่สร้างสรรค์มาเพื่อเติมเต็มบรรยากาศแห่งความรื่นเริง ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบช่วงเวลาแห่งความสุขในบรรยากาศที่หรูหราและเต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารที่โดดเด่น การแสดงอันน่าประทับใจ หรือทิวทัศน์อันงดงาม ทุกรายละเอียดออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความทรงจำที่แสนพิเศษ ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์จุดหมายปลายทางแห่งการเฉลิมฉลองวันหยุดที่ไม่เหมือนใคร ให้ช่วงเวลาแห่งเทศกาลนี้กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตของคุณ

-(016)
 

สายการบินแอร์คาลิน เปิด 2 เส้นทางใหม่ ‘กรุงเทพฯ – ปารีส และ กรุงเทพฯ – นูเมอา’

https://www.naewna.com/lady/846962

สายการบินแอร์คาลิน เปิด 2 เส้นทางใหม่ 'กรุงเทพฯ - ปารีส และ กรุงเทพฯ - นูเมอา'

สายการบินแอร์คาลิน เปิด 2 เส้นทางใหม่ ‘กรุงเทพฯ – ปารีส และ กรุงเทพฯ – นูเมอา’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.16 น.

11 ธันวาคม 2567 – กรุงเทพฯ : แอร์คาลิน สายการบินแห่งชาติของประเทศนิวแคลิโดเนีย (New Caledonia) ดินแดนที่เป็นเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก เปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่จากกรุงเทพฯ บินตรงสู่ปารีส และนูเมอา เปิดประสบการณ์การบินในบรรยากาศและสีสันของมหาสมุทรแปซิฟิก

โดยเส้นทางการบินที่เปิดให้บริการในครั้งนี้จะทำให้แอร์คาลินสามารถเชื่อมโยงจุดหมายปลายทางใน 3 ทวีป โดยใช้กรุงเทพฯเป็นจุดเชื่อมต่อจากฟากโลกหนึ่งสู่อีกฟากโลกหนึ่ง ซึ่งจะทำให้นักเดินทางสามารถเดินทางสะดวกรวดเร็วมากขึ้น ด้วยการบินตรงสู่ปารีสในทวีปยุโรป และบินตรงสู่นูเมอาเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางไปยัง ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ฟิจิ, เฟรนช์โปลินีเซีย, วาลลิส, ฟุตูนา และวานูอาตู โดยใช้เครือข่ายการบินของแอร์คาลินในภูมิภาคแปซิฟิก

ทั้งนี้การให้บริการในเส้นทาง นูเมอา – ปารีส ยังเป็นการเปิดโอกาสใหม่ของการเดินทางให้แก่ชาวแคลิโดเนีย ที่จะได้เดินทางมาท่องเที่ยวหรือแวะพักการเดินทางที่ประเทศไทย ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก 

รายละเอียดตารางบินของเส้นทางกรุงเทพฯ-ปารีส และกรุงเทพฯ-นูเมอา
เส้นทางกรุงเทพฯ-ปารีส และกรุงเทพฯ-นูเมอา ให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A330-neo 

กรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ (BKK) / ปารีส-ชาร์ล เดอ โกล (CDG)  : 
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ วันพุธและวันเสาร์ เวลา 09:55 น. ถึงปารีสเวลา 17:25 น. (เวลาบิน 13 ชั่วโมง 30 นาที)
ออกเดินทางจากปารีส(CDG) วันพุธและวันเสาร์ เวลา 20:30 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 14:40 น. ในวันถัดไป (เวลาบิน 12 ชั่วโมง 10 นาที)

กรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ (BKK) / นูเมอา (NOU) :
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ วันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เวลา 16:40 น. ถึงนูเมอาเวลา 06:30 น. ในวันถัดไป (เวลาบิน 9 ชั่วโมง 50 นาที)
ออกเดินทางจากนูเมอา วันพุธและวันเสาร์ เวลา 01:45 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 07:55 น. (เวลาบิน 10 ชั่วโมง 10 นาที)

แอร์คาลิน: ความเป็นแคลิโดเนียอย่างแท้จริง

แอร์คาลินเป็นสายการบินฟูลเซอร์วิส ซึ่งให้บริการใน 3 ระดับชั้น ได้แก่ ชั้นธุรกิจ (Business Hibiscus), ชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) และ ชั้นประหยัด (Economy)

ปี 2023 แอร์คาลินได้รับรางวัล “Cellars in the Sky’ จาก Business Traveller” สำหรับคุณภาพของไวน์ที่ให้บริการในชั้นธุรกิจ และ ปี 2024 ได้รับรางวัล “Global Brand Awards Excellence Awards” สำหรับความริเริ่มด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในหมวดสายการบินแห่งภูมิภาคแปซิฟิก

ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี ของแอร์คาลินที่เป็นตัวแทนภาคภูมิใจของนิวแคลิโดเนีย ด้วยจุดยืนที่โดดเด่นในด้านภาพลักษณ์ และการบริการ ทำให้ผู้โดยสารทุกท่านได้สัมผัสถึงความใส่ใจ ความเป็นมิตร และความอบอุ่นในแบบฉบับสายการบินแห่งแปซิฟิก

สายการบินนานาชาติแห่งเดียวของเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกแห่งนี้ มีจุดเด่นในด้านคุณภาพการบริการ และห้องโดยสารที่สะท้อนเอกลักษณ์พิเศษของหมู่เกาะ และฝูงบินที่มีลวดลายสีสันแห่งแปซิฟิก

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสายการบินหรือผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวในประเทศไทย

ก.อุตฯ ชู 41 องค์กรต้นแบบ เตรียมรับรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ในงานมอบ ‘รางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2567’

https://www.naewna.com/lady/846922

ก.อุตฯ ชู 41 องค์กรต้นแบบ เตรียมรับรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ในงานมอบ 'รางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2567'

ก.อุตฯ ชู 41 องค์กรต้นแบบ เตรียมรับรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ในงานมอบ ‘รางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2567’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 18.58 น.

11 ธันวาคม 2567 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แถลงข่าวการเตรียมจัดงานพิธีมอบ”รางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี 2567″ ในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในการมอบรางวัล ให้แก่สถานประกอบการที่มีความเป็นเลิศ เพื่อเชิดชูศักยภาพองค์กรต้นแบบ 41 แห่งทั่วประเทศ เพื่อพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสู่ความเข้มแข็ง ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจัดงานดังกล่าวเพื่อมอบรางวัลให้แก่สถานประกอบการที่มีความเป็นเลิศ ทั้งในด้านการเพิ่มผลผลิต คุณภาพ ความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงาน โลจิสติกส์และโซ่อุปทาน อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ความรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการเชิดชูเกียรติ และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประกอบการที่พัฒนานวัตกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมและชุมชนโดยรวมของประเทศ

นายเอกนัฎ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีเป้าหมายในการมอบรางวัลแก่สถานประกอบการ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ภาคอุตสาหกรรมได้ขับเคลื่อนตามนโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะดวก สะอาด โปร่งใส” ผนวกกับแนวคิด MIND “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ” ที่เติบโตอย่างยั่งยืนคู่ชุมชน โดยสถานประกอบการที่เน้นมาตรการและกลไกมุ่งสู่ความสำเร็จ 4 มิติ ประกอบด้วย มิติที่ 1 ความสำเร็จทางธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจ มิติที่ 2 ความอยู่ดีกับสังคมโดยรวมส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างสถานประกอบการ ชุมชน และสังคมให้อยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร มิติที่ 3 ความลงตัวกับกติกาสากล ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมสู่อุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อโอกาสทางธุรกิจมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตอบโจทย์ไทยและประชาคมโลก และมิติที่ 4 การกระจายรายได้สู่ชุมชนที่ตั้ง และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ด้าน ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2567 (The Prime Minister’s Industry Award 2023) มีจำนวน 14 ประเภทรางวัล มีผู้ได้รับรางวัลจำนวน ทั้งสิ้น 41 รางวัล และสถานประกอบการที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม ได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (โรงงานเกตเวย์) จังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถดูรายชื่อผู้ได้รับรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ.2567 ได้ที่เว็บไซต์กระทรวงอุตสาหกรรม โดยแบ่งประเภทรางวัล ดังนี้ 1. รางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม (The Prime Minister’s Best Industry Award) จำนวน 1 รางวัล ซึ่งคัดเลือกจากสถานประกอบการที่มีการพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีมาตรฐานการผลิตในระดับสากล 2. รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น (The Prime Minister’s Industry Award) จำนวน 23 รางวัล แบ่งเป็น 9 ประเภท ประกอบด้วย ประเภทการเพิ่มผลผลิต ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประเภทการบริหารความปลอดภัย ประเภทการบริหารงานคุณภาพ ประเภทการจัดการพลังงาน ประเภทการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ประเภทอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ประเภทความรับผิดชอบต่อสังคม ประเภทเศรษฐกิจหมุนเวียน 3. รางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมดีเด่น (The Prime Minister’s Small and Medium Industry Award) จำนวน 17 รางวัล ประเภทการบริหารจัดการที่ดี ประเภทการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ ประเภทการจัดการเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม ประเภทบริหารธุรกิจสู่สากล

ส่วนนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า สถานประกอบการให้ความสนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือก จำนวนทั้งสิ้น 162 ราย แบ่งเป็นรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม จำนวน 4 ราย รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น และรางวัลอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้ง 13 ประเภท รวม 158 ราย ซึ่งในปีผู้ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยมยังได้รับรางวัลพิเศษ ทูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน หรือ MIND Ambassador ซึ่งรางวัลนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของกระทรวงอุตสาหกรรมจากภาคเอกชนที่จะเป็นต้นแบบการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคอุตสาหกรรมที่ดีและอยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน รวมถึงเป็นหน่วยงานกลาง ในการประสานความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและส่งเสริม สร้างภาพลักษณ์ที่ดีผ่านการดำเนินโครงการ/กิจกรรม ตลอดจนช่วยประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสาร และบริการของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมอีกด้วย ทั้งนี้ การปฏิรูปอุตสาหกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่นั้นส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องพัฒนายกระดับศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ

ด้าน นายสมคิด ประดิษฐกำจรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (กลุ่มงานการผลิต) บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า โตโยต้ามีแนวทางการดำเนินบทบาทในฐานะทูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน หรือ MIND Ambassador โดยนอกเหนือจากการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ดีแล้ว โตโยต้ายังมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างหนทางสู่การเป็นองค์กรแห่งการขับเคลื่อนในอนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งแนวคิดขององค์กรแห่งการขับเคลื่อนนี้ จะต้องเป็นไปอย่างสมดุล ระหว่างการเจริญเติบโตทางธุรกิจกับการพัฒนาที่ยั่งยืน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสังคม หมุดหมายปลายทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ตั้งเป้าไว้คือการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนด้านสังคม โตโยต้ายังคงมุ่งมั่นที่จะมอบความสุขและรอยยิ้มกับคนไทยทุกคน

-(016)

รถมือสองน้ำท่วม วิธีสังเกตและตรวจสอบแบบละเอียด

https://www.naewna.com/lady/846877

รถมือสองน้ำท่วม วิธีสังเกตและตรวจสอบแบบละเอียด

รถมือสองน้ำท่วม วิธีสังเกตและตรวจสอบแบบละเอียด

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.37 น.

การซื้อ รถมือสอง นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ในราคาที่เหมาะสม แต่สิ่งที่ผู้ซื้อควรระมัดระวังเป็นพิเศษคือการตรวจสอบประวัติรถว่าเคยผ่านน้ำท่วมมาหรือไม่ เพราะรถน้ำท่วมอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมายที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง

ทำไมต้องระวังรถน้ำท่วม?

น้ำที่ท่วมรถยนต์สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับระบบต่างๆ ของรถ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจไม่แสดงอาการเสียหายในทันที แต่จะค่อยๆ แสดงอาการในภายหลัง นอกจากนี้ น้ำยังทำให้เกิดสนิมในจุดที่เป็นโลหะ ส่งผลต่อโครงสร้างและความแข็งแรงของตัวถังรถ

จุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบ

ภายในห้องโดยสาร

เริ่มจากการสังเกตกลิ่นอับชื้นภายในรถ ซึ่งเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่ารถอาจเคยผ่านน้ำท่วม ตรวจดูพรมปูพื้นและเบาะนั่งว่ามีคราบน้ำ หรือมีการเปลี่ยนใหม่อย่างเร่งด่วนหรือไม่ สังเกตรอยสนิมใต้เบาะและบริเวณรางเลื่อนเบาะ รวมถึงตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดว่าทำงานได้ปกติ

ห้องเครื่องยนต์

ห้องเครื่องยนต์เป็นจุดสำคัญที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด โดยสังเกตคราบโคลนหรือตะกอนที่อาจตกค้างในซอกมุมต่างๆ ตรวจดูสายไฟว่ามีการเปลี่ยนใหม่หรือมีร่องรอยการซ่อมแซมหรือไม่ รวมถึงสังเกตคราบสนิมบริเวณข้อต่อและจุดเชื่อมต่อต่างๆ

ใต้ท้องรถ

การตรวจสอบใต้ท้องรถเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะน้ำมักจะทิ้งร่องรอยไว้ในจุดที่มองเห็นได้ยาก ควรสังเกตคราบสนิมบริเวณช่วงล่าง โดยเฉพาะจุดเชื่อมต่อและข้อต่อต่างๆ ตรวจดูว่ามีคราบโคลนหรือทรายตกค้างในซอกมุมหรือไม่

ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ทดสอบการทำงานของระบบไฟฟ้าทุกจุดอย่างละเอียด ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ระบบปรับอากาศ วิทยุ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ หากพบว่ามีการทำงานผิดปกติหรือไม่เสถียร อาจเป็นสัญญาณว่ารถเคยผ่านน้ำท่วมมาก่อน

วิธีป้องกันการซื้อรถน้ำท่วม

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการเลือกซื้อ รถมือสอง จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะจากเว็บไซต์ที่มีการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด เช่น Roddonjai ที่มีการตรวจสอบสภาพรถถึง 274 จุด และรับประกันว่ารถทุกคันไม่ผ่านการชนหนักหรือน้ำท่วมสูง นอกจากนี้ ควรขอดูประวัติการซ่อมบำรุงและเอกสารยืนยันการตรวจสภาพรถก่อนตัดสินใจซื้อ

ข้อควรทำหลังพบว่าเป็นรถน้ำท่วม

หากตรวจพบว่ารถที่กำลังพิจารณาซื้อเคยผ่านน้ำท่วม ควรหลีกเลี่ยงการซื้อ เพราะแม้ราคาอาจจะถูกกว่าปกติ แต่ค่าซ่อมบำรุงในอนาคตอาจสูงกว่าที่คาดไว้มาก อีกทั้งยังอาจเกิดปัญหาความปลอดภัยระหว่างการใช้งาน

การเลือกซื้อ รถยนต์มือสอง จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังและความละเอียดรอบคอบในการตรวจสอบ โดยเฉพาะการตรวจหาร่องรอยน้ำท่วม เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การเลือกซื้อจากแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถืออย่าง Roddonjai จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจในการเลือกซื้อรถมือสองได้มากขึ้น

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการจัดแสดงกุหลาบกว่า 260 สายพันธุ์ ในงาน ‘กุหลาบรวมน้ำใจ เทิดไท้องค์ราชัน’

https://www.naewna.com/lady/846844

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการจัดแสดงกุหลาบกว่า 260 สายพันธุ์ ในงาน 'กุหลาบรวมน้ำใจ เทิดไท้องค์ราชัน'

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการจัดแสดงกุหลาบกว่า 260 สายพันธุ์ ในงาน ‘กุหลาบรวมน้ำใจ เทิดไท้องค์ราชัน’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.37 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการจัดแสดงกุหลาบกว่า 260 สายพันธุ์  ในงาน “กุหลาบรวมน้ำใจ เทิดไท้องค์ราชัน” ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทอดพระเนตรการจัดแสดงกุหลาบเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  6 รอบ  ในงานกุหลาบรวมน้ำใจ เทิดไท้องค์ราชัน “Eternal Bloom: The Silk Rose Garden” เส้นทางมิตรภาพไทย-จีนสู่กุหลาบแห่งรักนิรันดร์ ในวันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2567 เวลา 17.30 น. ณ ชั้น M สยามพารากอน 

โดยงานจัดแสดงกุหลาบในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย ฟลอร่า พาร์ค และ โรส พาร์ค อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับ สยามพารากอน จุดหมายปลายทางระดับโลก จัดงานแสดงกุหลาบ หลากสีนานาพันธุ์รวมกว่า 260 สายพันธุ์ พร้อมการนำสุดยอดกุหลาบ 12 สายพันธุ์จากประเทศจีน โดย Chengdu Lvwo Agriculture Co,, Ltd. (เฉิงตู ลูโว่ อากริคัลเจอร์) ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน  มาอวดโฉมในชื่อภาษาไทย เช่น หัวใจทศกัณฐ์, หรรษา, เพียงจันทร์ และ เพชรธารา ซึ่งความพิเศษของกุหลาบเหล่านี้ สามารถเบ่งบานและเติบโตได้อย่างงดงามในระดับอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยที่ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ ทางคณะผู้จัดงาน นำโดย นางลักขณา นะวิโรจน์  ผู้ก่อตั้งฟลอร่า พาร์ค และ โรส พาร์ค ยังได้ทูลเกล้าฯ ถวายกุหลาบโทนสีม่วงสายพันธุ์พิเศษจากประเทศจีน ที่ยังไม่เคยเผยโฉมที่ใดมาก่อนอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงานยังนำเสนอสุนทรียะแห่งกุหลาบ ราชินีแห่งดอกไม้ในหลากหลายมิติ ทั้งมัลติมีเดียในธีมกุหลาบโดยศิลปินระดับแนวหน้า และ Rose Café เสิร์ฟเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกุหลาบ ที่รังสรรค์โดยโรงแรม Capella Bangkok ภายในงานยังมีแสตมป์พาสปอร์ตกุหลาบหลากหลายแบบรังสรรค์ลวดลายโดยเหล่าศิลปินไทยชื่อดัง  อาทิ Jirayu Koo, Pomme Chan, Asazak, Benjarat Aiemrat, Chickenmew และ Na Studio ให้แสตมป์เป็นที่ระลึก และจุดจำหน่ายต้นกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์จาก Siam Rose ผู้เชี่ยวชาญด้านกุหลาบ ที่คัดสรรกุหลาบจากทั่วโลกมาให้ผู้รักกุหลาบได้เลือกซื้ออีกด้วย

การจัดแสดงกุหลาบในครั้งนี้  ยังได้รับความร่วมมือในการจัดงานและการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน (ภายใต้โครงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 และงานมหกรรม พืชสวนโลกนครราชสีมา 2572)

งานกุหลาบรวมน้ำใจ เทิดไท้องค์ราชัน “Eternal Bloom: The Silk Rose Garden” เส้นทางมิตรภาพไทย-จีนสู่กุหลาบแห่งรักนิรันดร์ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 ธันวาคม 2567  ที่พาร์คพารากอน ชั้น M สยามพารากอน โดยงานเปิดให้เข้าชมได้ฟรี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียของ Siam Paragon

#EternalBloom #TheSilkRoseGarden #SiamParagon #FloraparkWNK #RoseparkWNK #TheMagicRoses #RoseLovers

-(016)

เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ชวนผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนโลกสาบสูญ หลังปรับโฉมใหม่

https://www.naewna.com/lady/846843

เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ชวนผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนโลกสาบสูญ หลังปรับโฉมใหม่

เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ชวนผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนโลกสาบสูญ หลังปรับโฉมใหม่

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.30 น.

เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ชวนผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนโลกสาบสูญ หลังปรับโฉมใหญ่ พบกับความสุขสนุกหรรษาอันน่าตื่นเต้นในรูปแบบใหม่ ณ รีสอร์ทสำหรับครอบครัวอันดับหนึ่งในไทย ในเดือนธันวาคม 2567 นี้

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย นำเสนอประสบการณ์ผจญภัยครั้งใหม่ ในดินแดนโลกสาบสูญที่ลึกลับและยิ่งใหญ่ ต้อนรับการกลับมาของ “เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา” รีสอร์ทธีม Lost World หลังปรับโฉมครั้งใหญ่ พร้อมมอบความสนุกและตื่นเต้นเร้าใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในเดือนธันวาคม 2567 นี้

รีสอร์ทแห่งนี้มอบวันหยุดพักผ่อนในฝันให้กับทุกครอบครัว เพียงขับรถ 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ แขกผู้เข้าพักจะได้พบโลกแห่งความหรรษาอย่างเต็มรูปแบบผ่านสวนน้ำใหม่ทั้ง 4 โซน ทั้งเกาะภูเขาไฟอันน่าตื่นเต้น, เครื่องเล่นสไลเดอร์ขนาดยักษ์, สวนน้ำท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ และป่าหมอกอันน่าค้นหา โดยสวนน้ำใหม่ทั้ง 4 โซน มอบประสบการณ์ผจญภัย 4 รูปแบบอย่างน่ามหัศจรรย์ นอกจากนั้นยังมีสวนสนุกลอสต์ เวิล์ด       แอดเวนเจอร์ แลนด์ (Lost World Adventure Land) ตั้งอยู่ใจกลางรีสอร์ท ซึ่งเป็นดินแดนสวรรค์สำหรับคุณหนูๆ ที่ชอบการผจญภัย โดยเด็กๆ จะเพลิดเพลินและตื่นตาตื่นใจไปกับการบินลาดผาดโผนเหนือจินตนาการ ท่องไปตามเส้นทางท่ามกลางธรรมชาติ กับการผจญภัยกลางแจ้งของเครื่องเล่นสกายไรเดอร์และสกายเทรลที่ส่งเสริมความกล้าของเด็กๆ ในการปีนป่ายผจญภัยบนเชือก อีกทั้งสนามเด็กเล่นที่ประกอบไปด้วยสไลด์เดอร์, เครื่องเล่นกระโดด, แพเชือก และหลุมล่าหากระดูกไดโนเสาร์

เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ปรับโฉมห้องพักและสวีทวิวทะเลทั้ง 555 ห้องใหม่ทั้งหมด ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับธีม Lost World ของรีสอร์ทอย่างลงตัว รีสอร์ทริมทะเลแห่งนี้ยังมอบประสบการณ์อาหารเลิศรสผ่านห้องอาหารหลากหลายสัญชาติ โดยหนึ่งในไฮไลท์ห้องอาหาร คือ โคสต์บีชคลับและบิสโทร บีชคลับริมหาดในบรรยากาศสุดชิล ที่มาพร้อมเลานจ์และดาดฟ้าดีไซน์ใหม่สำหรับการมานั่งสังสรรค์หรือผ่อนคลายอย่างสบายๆ นอกจากนั้นในรีสอร์ทยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ สำหรับครอบครัวอย่างครบครัน อาทิ “แคนดี้สปา” สปาสำหรับเด็ก และ “สปา เซ็นวารี” สำหรับผู้ใหญ่ รวมถึงกิจกรรมสันทนาการต่างๆ อีกมากมาย

เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา มอบวันหยุดพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบแก่ทุกครอบครัว ด้วยความสุขสนุกของรีสอร์ทในธีม Lost World พร้อมการบริการด้วยไมตรีจิตไทยอย่างเหนือระดับของโรงแรมห้าดาว

เพื่อฉลองการเปิดตัวเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ในโฉมใหม่ประสบการณ์ใหม่ เซ็นทารามอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษเพิ่มเติมสำหรับการเข้าพักมากมาย อาทิ ฟรีค่าเข้าสวนสนุก Lost World Adventure Land สำหรับเด็ก 2 คน (อายุต่ำกว่า 12 ปี), เครดิตอาหารและเครื่องดื่มมูลค่า 1,000 บาท ที่ห้องอาหารโคสต์บีชคลับและบิสโทร, เครดิตสปาสำหรับเด็กที่แคนดี้สปามูลค่า 500 บาท รวมถึงบริการอาหารเช้าทุกวันตลอดการเข้าพัก สำหรับ 2 ท่าน และทริปเที่ยวเกาะล้านด้วยเรือสปีดโบ๊ทส่วนตัวจากโรงแรมในราคาพิเศษ (สูงสุด 8 ท่าน) ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถจองข้อเสนอสุดพิเศษนี้ได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 27 ธันวาคม 2567 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มีนาคม 2568

สามารถสำรองห้องพักภายใต้ข้อเสนอพิเศษช่วงฉลองเปิดตัวเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ได้ที่https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/th/cmbr/lost-world-found

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/th/cmbr

‘เมโลดี้พลัส’ ฉลองครบรอบปีที่ 20 เนรมิตเวทีให้นักเรียนได้โชว์ทักษะทางดนตรีส่งท้ายปี

https://www.naewna.com/lady/846842

‘เมโลดี้พลัส’ ฉลองครบรอบปีที่ 20 เนรมิตเวทีให้นักเรียนได้โชว์ทักษะทางดนตรีส่งท้ายปี

‘เมโลดี้พลัส’ ฉลองครบรอบปีที่ 20 เนรมิตเวทีให้นักเรียนได้โชว์ทักษะทางดนตรีส่งท้ายปี

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.28 น.

“เมโลดี้พลัส” (MelodyPlus) โรงเรียนสอนดนตรีรูปแบบใหม่ทันสมัย ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอันดับต้นๆของประเทศด้วยมาตรฐานการสอนระดับสากลที่ไม่เหมือนใคร โดยทีมผู้บริหารมืออาชีพและคุณครูที่มีความพร้อมรอบด้าน การันตีความเป็นผู้นำด้วยการคว้ารางวัลมากที่สุดในประเทศ ฉลองครบรอบปีที่ 20 จัดงาน “Unplugged Concert” เนรมิตเวทีให้นักเรียนได้โชว์ความสามารถทางดนตรี ผ่านบทเพลงและการแสดงหลากหลายรูปแบบพร้อมๆกับการเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ในการทำงานร่วมกันเป็นทีม ความกล้าแสดงออก และการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตนเองและผู้อื่น ตามเจตนารมย์ของโรงเรียนที่พร้อมผลักดันให้นักเรียนทุกคนได้เป็นศิลปินอย่างที่ต้องการ

ครูฟ้า-นันทรัตน์ โมนฤมิตร ผู้อำนวยการและกรรมการผู้บริหาร โรงเรียนดนตรีเมโลดี้พลัส กล่าวว่า “โรงเรียนดนตรีเมโลดี้พลัส มีความเชี่ยวชาญในการสอนดนตรีทั้งไทยและสากล บัลเลย์ Cover dance และศิลปะ ด้วยมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา เป้าหมายของเราคือการสร้างนักดนตรีและศิลปินที่ไม่เพียงมีความสามารถทางดนตรี แต่ยังมีทักษะชีวิตที่แข็งแกร่ง เช่น การตั้งเป้าหมาย ความมั่นใจในตัวเอง และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น หลักสูตรของเรามีการเรียนการสอนเข้มข้น เรียนแล้วเห็นผลไว เห็นผลชัดเจน และสามารถนำไปต่อยอดในเวทีระดับประเทศและนานาชาติได้”

สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งผ่านหลักสูตรระดับโลก

เมโลดี้พลัส โดดเด่นในด้านการพัฒนาหลักสูตรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ โดยนำ หลักสูตร Alfred จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาใช้ในการถ่ายทอดให้นักเรียนและหลักสูตรของโรงเรียนยังได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการในด้านความรู้ เทคนิค และทักษะด้านดนตรีที่มีคุณภาพ รวมทั้งได้รับ Trinity Awards มากที่สุดในประเทศอย่างต่อเนื่องทุกปี จึงการันตี ความเป็นมืออาชีพและความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการศึกษาด้านดนตรีและศิลปะได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังสนับสนุนการพัฒนาความรู้ความสามารถในด้านการสอน รวมทั้งอัปเดตความรู้ในด้านอื่นๆให้คุณครูทุกคนอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเรามีครูมากกว่า 140 คน ที่ได้รับการอบรมอยู่เสมอ และยังเป็นโรงเรียนสอนดนตรีแห่งเดียวที่มีการวัด KPI ในการประเมินครู 5 ระดับเป็นประจำทุกปีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับนักเรียนในการจัดการเรียนการสอน

Unplugged Concert: เวทีแห่งการค้นพบและพัฒนาศักยภาพ

งาน “Unplugged Concert” ในครั้งนี้ มีนักเรียนกว่า 150 คนขึ้นแสดงความสามารถด้านดนตรีและการแสดง เช่น เปียโน กีต้าร์ ไวโอลิน กลอง ร้องเพลง บัลเลต์ และฮิปฮอป โดยทางโรงเรียนจะเน้นการส่งเสริมให้นักเรียนมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีเทคนิคในการฝึกซ้อมให้ถึงเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ในเวลาอันสั้น โดยเวทีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงความสามารถ แต่เป็นเครื่องมือช่วยให้นักเรียนได้ค้นพบความถนัดและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ พร้อมเสริมสร้างความมั่นใจผ่านการแสดงสด และพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกันในทีม “ดนตรีไม่ได้เป็นเพียงบทเพลง แต่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทั้งสมอง อารมณ์ และร่างกาย เด็กที่เรียนดนตรีจะมีความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ดีกว่า เพราะพวกเขาเรียนรู้ที่จะจัดการกับรายละเอียดและเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ผ่านการฝึกฝนและการแสดง นอกจากนี้เด็กทุกคนที่มาเรียนจะได้รับใบ Certificate ที่เป็นมาตราฐานสากลเพื่อนำไปต่อยอดได้ ซึ่งที่ผ่านมาเรามีส่วนในการสร้างนักดนตรีที่มีคุณภาพมากมาย และมีนักเรียนดนตรีและศิลปะกับเรามากกว่า 20,000 คน” ครูฟ้ากล่าวเสริม

เส้นทางแห่งการเติบโต: การขยายสาขาและการพัฒนาหลักสูตรใหม่

ในอนาคต เมโลดี้พลัสมุ่งขยายโอกาสการเรียนรู้ให้เข้าถึงผู้คนทุกวัย โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ที่ เซ็นทรัล บางนา ในต้นปี 2568 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่เหมาะสมกับกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการใช้ดนตรีบำบัดเพื่อลดความเครียดและสร้างสมดุลชีวิต “เราตระหนักถึงความสำคัญของดนตรีในทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนที่เริ่มต้นเรียนรู้ หรือวัยทำงานที่ต้องการใช้ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของการเยียวยาจิตใจ หลักสูตรใหม่เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปของสังคม”

20 ปีแห่งแรงบันดาลใจและความภูมิใจ

ครูฟ้า – นันทรัตน์ กล่าวปิดท้ายด้วยความภาคภูมิใจว่า “เราเชื่อว่าเด็กทุกคน มีความสามารถและศักยภาพอยู่ในตัวเอง งาน ‘Unplugged Concert’ คือสัญลักษณ์ของความสำเร็จในการสร้างพื้นที่ให้พวกเขาได้เติบโตและส่งต่อพลังบวก ความสุขและความสนุก ไปยังคุณพ่อ คุณแม่และผู้ชมทุกคนผ่านเสียงดนตรี เราเชื่อว่าเวทีนี้จะสร้างความประทับใจและความทรงจำอันทรงคุณค่าที่มีความหมายทั้งต่อนักเรียนและผู้ปกครอง”

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ดังนี้

•             สาขาโลตัสวัชรพล  เบอร์โทร : 02-945-5660

•             สาขาแคราย  เบอร์โทร : 02-950-8966

•             สาขาโลตัสพระราม3  เบอร์โทร : 02-294-8173

•             สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า  เบอร์โทร : 02-884-7717

•             สาขาท่าพระ  เบอร์โทร : 02-351-0273

-(016)